Sunday, 8 November 2026
Hard News Team

ทศวรรษแห่งความมั่งคั่ง!! ไทยถือครอง ‘ทองคำ’ เพิ่ม 60.20%

ประเทศไทยซื้อทองคำเข้าทุนสำรองระหว่างประเทศ เพิ่มมากที่สุดในเอเชียในรอบ 10 ปี โดยเพิ่มจาก 152.41 ต้นในปี 2556 มาอยู่ที่ 244.16 ตันในสิ้นปี 2565 โดยทุนสำรองที่เป็นทองคำเพิ่มขึ้นถึง 60.20% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

‘คนขับแท็กซี่’ ช็อก!! หลังพบแมวติดอยู่ในตะแกรงรถ เหลือเชื่อที่รอดมาได้ แม้ตนจะขับรถมานานหลายวัน

(23 ส.ค.66) เว็บไซต์ BBC รายงานว่า คนขับรถแท็กซี่ในประเทศเวลส์ต้องตกใจหลังจากที่เขาเจอแมวติดอยู่ในตะแกรงรถยนต์ของเขา และที่เหลือเชื่อกว่าคือแมวตัวดังกล่าวยังมีชีวิตอยู่แม้เขาขับรถมานานหลายวันและเดินทางไกลเป็นระยะไกลถึง 804 เมตร

โดยคู่หมั้นสาวของนาย ทอม ฮัทชิง คนขับรถแท็กซี่ วัย 32 ปี คนดังกล่าวสังเกตถึงความผิดปกติเมื่อว่าที่สามีจอดรถหน้าบ้าน คู่หมั้นสาวบอกว่าเธอเห็นอะไรบางอย่างในตะแกรงแต่ไม่รู้ว่าคืออะไร นายฮัทชิงเลยลงไปดูก่อนจะเห็นแมวตัวดังกล่าว

“ผมไม่คิดเลยว่าผมจะเห็นตาสีเขียวและจมูกสีชมพู โผล่อยู่หน้าผมห่างไม่กี่เซนติเมตร” นายฮัทชิง ให้สัมภาษณ์

โดยเขาได้นำกันชนด้านหน้ารถยนต์ออกและยกมันขึ้นเพื่อให้แมวออกมาได้ ก่อนจะนำแมวตัวดังกล่าวส่งสัตวแพทย์ และตลอดทางที่พาแมวไปหาสัตวแพทย์แมวตัวนี้นอนหลับ อาจจะเพราะความเหนื่อยล้าและอ่อนเพลียที่ติดอยู่ในตะแกรงรถยนต์นานหลายวัน หลังจากที่หาแพทย์เรียบร้อยแล้ว นายฮัทชิงก็ได้ประกาศหาเจ้าของก่อนจะพบว่าแมวตัวนี้ชื่อกิสโม่และหายไปจากบ้านได้สัปดาห์นึงแล้ว

ซึ่งเจ้าของดีใจมากที่ได้เจอกับแมวของพวกเขาอีก โดยพวกเขาสารภาพว่าไม่คิดว่าจะได้เจอแมวของเขาอีกแล้ว

ด้านนายฮัทชิงให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าแมวเข้าไปติดในนี้ได้อย่างไร พร้อมระบุว่าเกือบทุกเรื่องในเหตุการณ์นี้เป็นเหมือนปริศนาสำหรับเขา

‘ซิมู หลิว’ แชะภาพเช็กอินเที่ยวเมืองไทย ชมวัดอรุณฯ-ต่อยมวยไทย-ชิมก๋วยเตี๋ยวน้ำตก

ก่อนหน้านี้ ‘ซิมู หลิว’ ฮีโร่มาร์เวล จาก ‘Shang-Chi and the Legend of the Ten Rings ชาง-ชีกับตำนานลับเท็นริงส์’ ก็เคยได้รีโพสต์ภาพจากแฟนคลับชาวไทย ที่แท็กเขาไปในอินสตาแกรม พร้อมระบุว่า “ในที่สุด ชางชี ก็ได้ฉายที่ไทยแล้ว” จนเป็นที่ฮือฮากันในหมู่แฟนคลับไม่น้อย

ล่าสุด ‘ซิมู หลิว’ ก็ได้เดินทางมาเช็กอินที่ประเทศไทย เที่ยววัดอรุณ สวนลุม เดินจ๊อดแฟร์ที่เจอกับฝนกระหน่ำ แถมยังได้ ต่อยมวยไทย และแวะกินเมนูเด็ดอย่างข้าวขาหมู กับ เส้นเล็กน้ำตก เครื่องแน่น ๆ

ซึ่งเมื่อเดินทางถึงประเทศไทย ก็มีคนนำป้ายของเขา ที่มาจากภาพยนตร์มารอต้อนรับด้วย

หลังจากได้เดินเที่ยวและทำกิจกรรมในไทย ‘ซิมู หลิว’ ก็ได้โพสต์ภาพอวดในโซเชียล แถมยังอ้อนแฟน ๆ ด้วยการบอกว่า “กรุงเทพฯ ฉันรักคุณ”

และว่า “ปีเตอร์และฉัน คุยกันถึงทริปนี้มากว่า 10 ปี มันจบลงแล้วสำหรับทศวรรษที่เฝ้าคิดถึง ตลาดนัดกลางคืน และ ผัดไทย กะเพรา และ การได้เตะอีกฝ่าย ที่สุดแล้วเราได้ทำมันแล้ว และมันดีกว่าที่เราเคยจินตนาการไว้มาก ไว้จะอัปเดตให้ฟังเร็ว ๆ นี้”

ซึ่งก็มีแฟนคลับชาวไทย เข้าไปคอมเมนต์กันจำนวนไม่น้อย รวมไปถึง รัศมีแข และ ทับทิม มัลลิกา ที่เข้าไปกล่าวว่า “ประเทศไทยยินดีต้อนรับค่ะ” ด้วย

‘ติ๊ก เจษฎาภรณ์’ เคลื่อนไหว โพสต์วลีสุดลึกซึ้ง แค่ ‘ไม้ขีด 1 ก้าน’ ทำคนนับล้านเห็นแสงสว่าง

เมื่อวานนี้ (22 ส.ค.66) พระเอกชื่อดัง ‘ติ๊ก เจษฎาภรณ์ ผลดี’ โพสต์ข้อความลึกซึ้งถึงไม้ขีดไฟ 1 ก้านที่จุดติด ผ่านช่องทางทวิตเตอร์ โดยระบุว่า…

"ในความมืดมิด…ไม้ขีดไฟแค่ 1 ก้านที่จุดติด คนนับล้านในรัศมีไกลจะมองเห็นเปลวแสงสว่างจากปลายไม้ขีดนั้น #ยิ่งมืดยิ่งสว่าง" งานนี้ชาวเน็ตแห่รีทวีตโพสต์และแสดงความเห็นจำนวนมาก

‘เสี่ยเฮ้ง’ ยัน!! เคียงข้าง ‘บิ๊กตู่’ อยู่แล้ว ชี้!! ต้องตอบแทนผู้มีพระคุณ-ผู้ให้โอกาส

(23 ส.ค. 66) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.แรงงาน ในฐานะรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ในที่ประชุม ครม. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม ได้แสดงความยินดีกับว่าที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่ ด้วยความจริงใจ ส่วนเรื่องโผ ครม.นั้น ตนเองไม่ได้พูดคุยกับนายกฯ และตนจะได้ตำแหน่งอะไรหรือไม่นั้น ยืนยันว่ายังไม่คิดอะไรทั้งสิ้น

เมื่อถามถึงบทบาทของตัวนายสุชาติ ในพรรคจะเป็นอย่างไร นายสุชาติ กล่าวว่า ยังไม่มองถึงขณะนั้น คงต้องดูกันทีละเรื่อง แต่สิ่งที่เห็นเมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา พรรค รทสช. โหวตนายกฯ เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และภายในพรรคถือว่ามีความเป็นหนึ่งเดียวกัน และยังยืนหยัดที่จะทำพรรคการเมืองให้เป็นที่พึ่งพาของประชาชน

เมื่อถามว่า ณ วันนี้ยังอยู่กับพรรค รทสช.ใช่หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ก็ต้องอยู่ อยู่แล้ว เราทำงานมาด้วยกันและเราสร้างบ้านมาด้วยกัน ส่วนที่เคยบอกว่าใจเป๋นั้น เราก็ต้องเดินหน้าต่อไป เพื่อสร้างพรรคให้แข็งแรงขึ้น และใหญ่ขึ้น 

เมื่อถามย้ำว่า พร้อมจะร่วมหัวจมท้ายกับพรรค รทสช.ใช่หรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า วันนี้มติพรรคเป็นไปในทิศทางเดียวกัน ก็ไม่มีใครแตกความสามัคคี 

เมื่อถามถึงสัดส่วน 4 เก้าอี้รัฐมนตรีของพรรค รทสช. นายสุชาติ กล่าวว่า ยังไม่ทราบเลยว่าพรรคได้อะไร ตรงไหน เพียงแต่ต้องการให้ประเทศชาติเดินหน้าไปได้

เมื่อถามอีกว่า หากประกาศรายชื่อบุคคลที่จะเป็นรัฐมนตรีในส่วนของพรรคแล้ว ไม่มีชื่อของท่าน จะทำให้ผิดหวังจนต้องออกจากพรรคหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า เราต้องยอมรับและต้องเคารพกติกา เราไม่ได้ยึดติดตรงนี้เราแค่คิดว่าจะทำงานเพื่อให้ประเทศชาติบ้านเมืองเดินไปด้วยกันได้ และมีอุดมการณ์เดียวกัน

เมื่อถามย้ำว่า การพิจารณาเก้าอี้รัฐมนตรีภายในพรรคจะพิจารณาอย่างไร นายสุชาติ กล่าวว่า ยังไม่ได้มีการพูดถึงประเด็นนี้ ต้องรอดูความชัดเจนว่าเมื่อขั้นตอนการเลือกนายกฯ จบแล้วขั้นตอนต่อไป ในเรื่องต่าง ๆ ก็คงต้องรอให้จบก่อนแล้วค่อยคิดถึงแนวทางของพรรคว่าจะเป็นไปในแนวทางแบบไหนอย่างไร รวมถึงโครงสร้างและมติของพรรคว่าจะเป็นอย่างไร

จากนั้น นายสุชาติ หัวเราะพร้อมระบุว่า “แหม! จะอำลาอะไรกัน ผมก็อยู่กับนายกฯ อยู่แล้ว ไม่ใช่ว่าเราจะจบกันตรงนี้ แล้วจะไปไหน ท่านมีบุญคุณกับเรา เราก็ต้องรู้จักตอบแทนบุญคุณกันอยู่แล้ว เรารู้ว่าใครคือคนที่ให้โอกาสเราในห้วงเวลาที่ผ่านมา” ภายหลังผู้สื่อข่าวสอบถามว่าได้อำลานายกฯ หรือไม่

‘จุรินทร์’ ลั่น!! ไม่เคยเป็นพรรคอะไหล่ใคร  เผย!! เตรียมให้ 16 สส. แหกมติพรรคชี้แจง 

(23 ส.ค. 66) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ ในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่มี 16 สส.โหวตสวนมติพรรค ซึ่งนายสาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ในฐานะรักษาการรองหัวหน้าพรรค ระบุอาจถึงขั้นไล่ออกจากพรรค และขณะนี้มีการล่ารายชื่อเตรียมเสนอรักษาการหัวหน้าพรรคแล้ว ว่า ตนได้สั่งให้ชี้แจงในที่ประชุม สส.ในการประชุม สส.ครั้งหน้า และถ้ามีสมาชิกพรรคเข้าชื่อกันร้องให้ตรวจสอบดำเนินการตามข้อบังคับพรรคตนก็จะดำเนินการ

ผู้สื่อข่าวถาม โทษจะเป็นอย่างไร เพราะนายสาธิตระบุว่าอาจถึงขั้นขับออกจากพรรค นายจุรินทร์ กล่าวว่า เมื่อมีการตั้งคณะกรรมการมาดำเนินการแล้วก็ให้เป็นไปตามข้อบังคับพรรค ถึงแม้การโหวตเลือกนายกฯจะเป็นเอกสิทธิ์ สส. ตามรัฐธรรมนูญ แต่ข้อบังคับพรรคยังมีอยู่ อันนั้นไม่ขอตอบล่วงหน้า แต่ถ้ามีสมาชิกยื่นมาก็จะดำเนินการ ในส่วนกรณีของนายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ ที่ลงมติไม่เห็นชอบนั้น ได้ขอความเห็นชอบจากที่ประชุมพรรคว่าขอใช้สิทธิ์ในการลงมติไม่เห็นชอบ ซึ่งที่ประชุมไม่มีใครขัดข้อง แต่ในกรณีของ16 สส.นั้น หลังจากการโหวตไม่ได้มีการแจ้งเหตุผลกับตน จึงไม่ทราบเหตุผล และตนขอเรียนในฐานะรักษาการหัวหน้าพรรคว่าในนามพรรค พรรคยังไม่เคยมอบใครไปเจรจาจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคการเมืองใดทั้งสิ้น เป็นสิ่งที่ตนยืนยันมาตลอด

เมื่อถามว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่า 16 สส. มีความจงใจเพื่อให้พรรคขับออก เพื่อย้ายไปอยู่กับพรรคร่วมรัฐบาลในขณะนี้ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตนตอบแทนไม่ได้ ก็ต้องสอบถามกับเจ้าตัว เมื่อถามว่า แกนนำพรรคประชาธิปัตย์ได้มีการพูดคุยกันหรือไม่ว่า การที่ 16 สส. โหวตให้เพราะต้องการไปร่วมรัฐบาล นายจุรินทร์ กล่าวว่า ต้องถามคนที่ไปโหวต แต่ตนได้แจ้งแล้วว่าเขาต้องไปชี้แจงต่อที่ประชุมหรือถ้ามีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาสอบสวน เขาก็ต้องไปชี้แจงกับคณะกรรมการว่าเป็นอย่างไร

“แต่สิ่งหนึ่งที่ผมขอเรียนตรงนี้ ประชาธิปัตย์มีศักดิ์ศรี เราเคยเป็นทั้งรัฐบาลและฝ่ายค้าน จะเป็นอะไรก็เป็นไม่มีปัญหา แต่เราไม่เคยไปเป็นพรรคอะไหล่ และผมคิดว่าเราต้องชัดเจนในเรื่องนี้” นายจุรินทร์ กล่าว

เมื่อถามว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจะทำให้ความขัดแย้งในพรรคมากขึ้นหรือไม่ และจะทำงานร่วมกันได้หรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ตนตอบล่วงหน้าไม่ได้ แต่สิ่งหนึ่งคือ พรรคจำเป็นต้องอยู่ อย่างน้อยตนคิดว่าความเป็นพรรคต้องสูงสุด นอกจากประชาชนที่เราต้องมีหน้าที่ทำสิ่งที่ดีที่สุดให้ประชาชน พรรคยังต้องอยู่ เพราะพรรคเป็นองค์กร

เมื่อถามย้ำว่า ยิ่งทำให้พรรคประชาธิปัตย์ฟื้นฟูยากหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า อันนั้นเป็นเรื่องอนาคต ไม่เป็นไร ในสถานการณ์นี้เราต้องดำเนินการในสิ่งที่เราคิดว่าดีที่สุดสำหรับพรรค คิดว่าตนชัดเจนในจุดยืนนี้

เมื่อถามถึงกรณีพรรคก้าวไกลอาจไม่รับตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้าน เพราะมีสมาชิกพรรคเป็นรองประธานสภาผู้แทนราษฎร จะส่งผลให้พรรคประชาธิปัตย์ต้องเป็นผู้นำฝ่ายค้านเองหรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า อันนั้นต้องเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ และต้องเป็นไปตามข้อบังคับของสภา ว่าผู้นำฝ่ายค้านจะต้องมีคุณสมบัติอย่างไร และหากตนจำไม่ผิดผู้นำฝ่ายค้านจะต้องเป็น หัวหน้าพรรคที่มีเสียงข้างมากในฝ่ายค้าน ส่วนจะมาถึงพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ ตอบล่วงหน้าไม่ได้ แต่ตรงนี้ต้องถือว่าพรรคก้าวไกลเป็นพรรคการเมืองที่มีเสียงข้างมากในซีกนี้

‘ตู่-ป้อม’ ดาวคนละดวง ปชป.แหกโค้ง หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี…

บันทึกเอาไว้ว่า วันที่ 22 ส.ค.2566 เหตุการณ์ใหญ่ทางการเมืองสองเหตุการณ์ผ่านพ้นไปด้วยดี  มีความน่าระทึกใจอยู่บ้าง แต่มันก็ผ่านไปแล้ว… ตถตา… มันเป็นเช่นนั้นเอง…

เรื่องแรก นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี คนที่ 23 ของประเทศไทย หลังบำเพ็ญเพียรเป็นนักโทษหนีคดีอยู่ 15 ปีเศษ ได้เดินทางกลับบ้าน เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม เข้าไปอยู่ในเรือนจำรับโทษ 3 คดีที่ถึงที่สุดแล้วจำนวน 8 ปี อนาคตจะได้รับพระราชทานอภัยโทษ หรือลดโทษอย่างไรหรือไม่ ค่อยว่ากันอีกที ส่วนจะอยู่กินอย่างไรในคุกนั้น ไม่ต้องเป็นห่วง มาวันแรกก็ได้ใช้สิทธิ์กลุ่มเปราะบางวัย 74 ปี นอนเตียงเดี่ยวอยู่ที่โรงพยาบาลราชทัณฑ์แล้ว แต่ไม่ทันย่ำรุ่งก็ย้ายไปนอนเกาสะดืออยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจ เรียบร้อยโรงเรียนชินวัตรไปแล้ว

กรณีทักษิณกลับบ้าน… ถ้าไม่คิดอะไรให้มากความ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี อย่างน้อยยุทธการป่วนไทยอยู่ในต่างแดนก็หายไป… ยิ่งวันนี้พรรคเพื่อไทยที่ตัวเองสร้างมากับมือได้หวนคืนมาเป็นรัฐบาล ก็คงไม่กล้าด่าหรือทำมิดีมิร้ายกับประเทศ… ความสงบเรียบร้อยก็เกิดขึ้น และอาจจะตามมาด้วยการปรองดองสมานฉันท์ของคนในชาติครั้งใหญ่ หากรัฐบาลชุดใหม่คิดใหญ่-ทำเป็น… นิรโทษกรรมคดีการเมืองที่ไม่เกี่ยวคดีทุจริตและอาญาฆ่าคนให้เป็นเรื่องเป็นราว

เรื่องที่สอง การโหวตนายกรัฐมนตรีประเภทม้วนเดียวจบ นายเศรษฐา ทวีสิน ได้รับคะแนนสนับสนุนหรือเห็นชอบท่วมท้น 482 เสียง ไม่เห็นชอบ 165 งดออกเสียง 81 โดยในส่วนคะแนนที่เห็นชอบนั้น เป็นคะแนนของสมาชิกวุฒิสภา หรือ สว.ถึง 152 เสียง ไม่เพียงเท่านั้นรัฐบาลที่กำลังรวมตัวกันอยู่มีเสียงสนับสนุน 314 เสียง แต่ปรากฏว่ามีเสียงสนับสนุนจาก สส.สูงถึง 330 เสียง ตรวจสอบพบว่าเป็นเสียงจากพรรคประชาธิปัตย์ 16 เสียง…

กรณีพรรคประชาธิปัตย์นั้นอ่านไม่ยาก… สาระสำคัญก็คือที่ประชุม สส.มีมติให้งดออกเสียง แต่นายชวน หลีกภัย และนายบัญญัติ บรรทัดฐาน ได้ขออนุญาตที่ประชุมว่าจะลงมติ ‘ไม่เห็นชอบ’ ไว้แล้ว แต่กลุ่ม สส.ภายใต้ร่วมธงของนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน และนายเดชอิศม์ ขาวทอง โหวตเห็นชอบแบบเย้ยฟ้าท้าดินนั้น เจตนาก็ชัดเจนเป็นการตีตั๋วเข้าร่วมรัฐบาล ยอมเป็นยางอะไหล่ไปพลางก่อน… ทำให้สถานภาพพรรคประชาธิปัตย์นาทีนี้ดิ่งเหว… หลับไม่ตื่น ฟื้นไม่มี… มันจบแล้วครับนาย!!

สำหรับกรณีที่เสียง สว.โหวต ‘เห็นชอบ’ ท่วมท้นนั้น พบว่า สว.สายบิ๊กตู่ ‘พรึ่บ’ หนุนเศรษฐา ทวีสิน ทำให้ สว.บางส่วนที่ทำการบ้านเพื่อคว่ำเศรษฐา รู้สึกว่าตัวเองโดน ‘เท’ เกิดอาการน้อยอกน้อยใจกันพอประมาณ บางกลุ่มก็ตั้งคำถามในเชิงไม่เข้าใจว่า ‘บิ๊กตู่’ เล่นเกมอะไร… โดยเฉพาะกลุ่ม สว.ที่ทำการบ้านรุกฆาตให้พรรคเพื่อไทยรับปากไม่รื้อรัฐธรรมนูญทั้งฉบับนั้น ค่อนข้างผิดหวังกับบิ๊ก สว.สายบิ๊กตู่… ดังกรณี สว.สมชาย แสวงการ โพสต์ในเฟซบุ๊กตัวเองตั้งแต่ผลโหวตยังไม่จบว่า…

“#สงสารประเทศไทย” และต่อมาโพสต์อีกว่า “#เสียของ” เป็นต้น…

ทราบว่าขณะนี้กำลังเคลียร์ใจล้างใจกันยังไม่จบ..!!

ส่วน สว.สายบิ๊กป้อม… ซึ่งมีอยู่ประมาณ 40-50 คนนั้น ปรากฏว่าส่วนใหญ่จะงดออกเสียง แม้แต่ พล.ร.อ.ศิษฐวัชร วงษ์สุวรรณ ‘บิ๊กปุ้ม’ น้องชายแท้ๆ บิ๊กป้อมก็ไม่ไปร่วมประชุม… วิเคราะห์กันว่า สว.สายบิ๊กป้อมพยายามลากเกมให้ไหลไปถึงคิว ‘บิ๊กป้อม’ แต่ สว.สายบิ๊กตู่ไม่เล่นด้วย ก็เลยปิดเกมโหวตให้เศรษฐา ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องหมายเหตุเอาไว้ว่า กลุ่มทุนพลังงานและรถไฟฟ้ามีบทบาทไม่น้อย ที่ทำให้พรรคการเมือง 3-4 พรรคประสานผลประโยชน์กันแบบ ‘มองตาก็รู้ใจ’

สวัสดี

‘ลูกทาสยา’ อาละวาดถือมีดหวังฆ่าตัดคอ ‘พ่อ’ ตัวเอง ต้องหนีตายขอความช่วยเหลือ ล่าสุดตร.คุมตัวแล้วเรียบร้อย

เมื่อวานนี้ (22 ส.ค.66) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองอุดรธานี รับแจ้งจากชาวบ้านบ้านนาหยาด ต.สามพร้าว อ.เมือง จ.อุดรธานี ว่า มีเหตุลูกชายหลอนยาอาละวาดวิ่งถือมีดจะไล่ฆ่าตัดคอพ่อตัวเอง จนพ่อต้องหนีตายมาขอความช่วยเหลือชาวบ้าน ต่อมาตร.สายตรวจรถยนต์พร้อมอุปกรณ์ไม้ง่าม จึงเดินทางไปที่เกิดเหตุที่บ้านหลังหนึ่งในซอยกลางหมู่บ้าน

เมื่อไปถึงพบกับผู้ก่อเหตุทราบชื่อคือนายนิรันทร์ อินทร์กง หรือ ‘เหน่ง’ อายุ 30 ปี กำลังนอนเล่นกับลูกชายอยู่เปลหน้าบ้าน ตำรวจหวั่นเกรงหนุ่มรายนี้จะหลอนยาฆ่าปาดคอลูกอีก เมื่อเห็นตำรวจนายเหน่งพยายามวิ่งหนี ตำรวจจึงกรูเข้าไปล้อมจับกุมเอาไว้ได้ก่อนจะหลบหนี โดยนายเหน่งมีอาการตกใจ ทำไมมาจับเรื่องอะไร

ขณะที่ตำรวจก็ถามว่า ทำร้ายพ่อไหม นายเหน่งบอกว่าบอกอย่างเสียงดัง ทั้งนั่งยันนอนยัน ไม่ได้ทำร้ายพ่อ ขณะที่ตำรวจถามว่ารอยเลือดที่แผ่นหลังและหยดตามพื้นบ้านคืออะไร แต่นายเหน่งตอบไม่ได้ พูดวกไปวนมาเหมือนคนเมาเหล้าและหลอนยา บอกแค่ว่าพ่อล้มใส่มีดเอง และตำรวจสังเกตว่า ตามลำตัวสักยันต์เต็มแผ่นหลังและหน้าท้องด้วย จึงได้ควบคุมตัวไปยัง สภ.เมืองอุดรธานี

ขณะเดียวกัน นายสมภาร อายุ 56 ปี ผู้เป็นพ่อ มีชาวบ้านได้นำส่งรพ.ศูนย์อุดรธานี เนื่องจากถูกลูกชายใช้ของมีคมฟันเข้าที่ศีรษะด้านซ้ายเป็นแผลฉกรรจ์และเลือดอาบเต็มใบหน้า ผู้เป็นพ่อบอกว่า โดนลูกชายทำร้ายร่างกายใช้มีดไล่ฟัน บอกว่าจะฆ่าตัดคอให้ตาย

ขณะที่ตอนที่นั่งเล่นอยู่หน้าบ้าน ก่อนที่ลูกชายจะง้างมีดฟันลูกชายที่ไปกินเหล้าในงานศพข้างบ้าน มีอาการเมาหลอนยามา ตนก็ด่าว่าเมาได้ทุกวี่ทุกวัน ลูกชายคงโกรธบอกว่า มาหาว่าลูก จะฆ่าตัดคอให้ตาย ตนก็นึกว่าพูดเล่น แต่เห็นถือมีดปลายแหลมง้างมีดจะตัดคอ ตนหลบทันโดนแค่เฉียดเท่านั้น จากนั้นก็วิ่งหนีตายออกมาขอความช่วยเหลือชาวบ้านรอดตายหวุดหวิด

สำหรับนายเหน่งคนนี้หลอนยาแบบนี้ทำวัน เราเป็นชาวบ้านตาดำๆ กลัวจะถูกลูกหลงไม่รู้จะโดนฆ่าตายวันไหน อยากให้รัฐบาลใหม่เร่งปราบยาเสพติดให้สิ้นซากเสียที

‘พริโกซิน’ ผู้นำวากเนอร์ โพสต์วิดีโอครั้งแรกในรอบ 2 เดือน โว!! กำลังต่อสู้กับกลุ่มติดอาวุธ เพื่อทำให้ ‘แอฟริกา’ มีอิสระขึ้น

นายเยฟเกนี พริโกซิน ผู้นำกลุ่มทหารรับจ้างวากเนอร์ ปรากฏตัวครั้งแรกในวิดีโอที่โพสต์บนเทเลแกรม หลังจากหายไปจากโลกโซเชียล นับตั้งแต่ความพยายามก่อกบฎในรัสเซียเมื่อเดือนมิถุนายนล้มเหลว โดยพริโกซินซึ่งสวมชุดนักรบระบุว่าเขาอยู่ในแอฟริกา และวากเนอร์กำลังทำให้แอฟริกามีอิสระมากขึ้น

พริโกซินกล่าวในวิดีโอว่า วากเนอร์กำลังสำรวจแร่ และต่อสู้กับกลุ่มติดอาวุธอิสลามและกลุ่มอาชญากรอื่นๆ

“เรากำลังทำงานอยู่ท่ามกลางอุณหภูมิมากกว่า 50 องศา วากเนอร์กำลังปฏิบัติการลาดตระเวนและค้นหา ทำให้รัสเซียยิ่งใหญ่ขึ้นในทุกทวีป และทำให้แอฟริกาเป็นอิสระมากขึ้น” พริโกซิน กล่าว

พริโกซินกล่าวด้วยว่า ความยุติธรรมและความสุขสำหรับชาวแอฟริกัน เรากำลังทำให้ชีวิตเป็นฝันร้ายสำหรับกองกำลังรัฐอิสลาม (ไอเอส) อัลเคด้า และกลุ่มโจรผู้ร้ายอื่นๆ

พริโกซินกล่าวว่า วากเนอร์กำลังเปิดรับสมัคร และเราจะดำเนินการตามภารกิจที่กำหนดไว้ต่อไป เราสัญญาว่าเราจะประสบความสำเร็จ

ทั้งนี้ เชื่อว่าวากเนอร์มีนักรบหลายพันคนอยู่ในทวีปแอฟริกา ซึ่งวากเนอร์มีผลประโยชน์ทางธุรกิจมากมายอยู่ในภูมิภาคนี้

โดยมีรายงานว่า ทหารของพริโกซินฝังตัวอยู่ในประเทศต่างๆ ในแอฟริกา รวมถึงมาลีและสาธารณรัฐแอฟริกากลาง ซึ่งกลุ่มสิทธิมนุษยชนและสหประชาชาติกล่าวหาพวกเขาว่า ก่ออาชญากรรมสงคราม

นักรบวากเนอร์ยังถูกสหรัฐฯ กล่าวหาว่าได้สร้างรายได้ให้กับตัวเองด้วยการทำข้อตกลงเกี่ยวกับการค้าทองคำเถื่อนในแอฟริกาอีกด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top