Monday, 27 July 2026
Hard News Team

‘แม่หญิงลี’ ประกาศขายเพจ VEEN หลังไม่มีคนจ้างงาน ด้าน ‘แพรรี่’ เผย เสียดายแทน อยากให้ลองคิดดูใหม่

โซเชียลฯ แห่ให้กำลังใจหลังพบ ประกาศขายเพจ VEEN ของ ‘แม่หญิงลี’ และ ‘อีทิพย์’ เผยเหตุผลไม่มีคนจ้างงาน ด้าน ‘แพรรี่’ เผยเสียดายอยากให้ลองคิดใหม่ ล่าสุด ในเพจ VEEN ไม่พบโพสต์การขายเพจของ VEEN แล้ว

(25 ส.ค. 66) เพจ ‘ไพรวัลย์ วรรณบุตร’ หรือ ‘แพรรี่ ไพรวัลย์’ อดีตพระเทศน์ชื่อดัง ได้โพสต์ภาพ ของเพจ VEEN เพจชื่อดังที่เขียนประกาศขายเพจเอาไว้ว่า…

“ประกาศขายเพจ VEEN สนใจทักมาค่ะ”

โดยระบุข้อความว่า “เมืองทิพย์จะสิ้นแล้วจริงๆ หรอ เสียดายแทนมากๆ เลยนะคะ อันนี้พูดแบบจริงใจ ในฐานะของคนที่ติดตามมาตลอด ลองทบทวนดูใหม่ไหมคะ จับมือกันสร้างคอนเทนต์ ขายขำ ขายความน่ารัก ขายความเป็นคนบ้านๆ ขายความเป็นเมืองทิพย์ และขายของจริงๆ เพื่อสร้างรายได้ไปพร้อมๆ กัน สร้างเสียงหัวเราะสร้างความสุขให้กับแฟนคลับที่ติดตาม ลองคิดใหม่ให้ดีๆ ไหมคะ”

ล่าสุด เมื่อเข้าไปในเพจ VEEN ไม่พบโพสต์การขายเพจของ VEEN แล้ว

อย่างไรก็ตาม เพจ ‘VEEN’ นั่นมียอดผู้ติดตามสูงถึง 1.4 ล้านคน พบว่า 1 ในผู้ก่อตั้ง VEEN โดยแม่หญิงลี ได้ออกมาเผยเหตุผลโดยระบุข้อความว่า “ขายเพจวีนแล้วนะคะทุกคน เพราะพี่ไม่มีงานเลยค่ะ”

ซึ่งพบว่าเพจ VEEN ดังมาจากที่ ‘แม่หญิงลี’ เน็ตไอดอลชื่อดัง หรือ ‘บุหงาวลัย คงขวัญ’ ชื่อเล่น ‘ชาติ’ นับถือศาสนาพุทธ เป็นชาวอำเภอ แม่ลาน จังหวัดปัตตานี และผู้ช่วยชื่อ ‘เป้-เมญ่า ลินดา’ หรือแฟนคลับรู้จักกันในชื่อ ‘อีทิพย์’ เป็นชาวปัตตานีเช่นกัน และคอนเทนต์ที่ทำให้เป็นที่จดจำคือ การเกาะกระแสละครเรื่องเพลิงพระนาง ที่มี ‘อั้ม พัชราภา ไชยเชื้อ’ แสดงนำ

โดยแม่หญิงลีเรียกตนเองว่า “พระมหาเทวีเจ้า” จนโด่งดังมีผู้ติดตามมากมาย จนมีประโยคดัง อาทิ “เจ๊อย่าวีน” และ “กูจะบ้าตายรายวัน”

‘ก้อย รัชวิน’ แชะภาพคู่ ‘ตูน บอดี้สแลม’ ในชุดคนไข้เป็นที่ระลึก สุดดีใจ!! สามีได้กลับบ้านแล้ว หลังผ่าตัดกระดูกต้นคอผ่านไปด้วยดี

(25 ส.ค. 66) เรียกว่าเป็นโมเมนต์น่ารักของคู่สามี ภรรยาคนบันเทิงที่เห็นแล้วต้องอมยิ้มตามไปด้วย สำหรับ ‘ก้อย รัชวิน วงศ์วิริยะ’ กับ ‘ตูน อาทิวราห์ คงมาลัย’ หรือ ‘ตูน บอดี้สแลม’ ที่ขณะนี้คุณพ่อตูนต้องเข้ารับการผ่าตัดกระดูกต้นคอ ส่งผลให้ว่าที่คุณแม่ ‘ก้อย รัชวิน’ ต้องมาคอยดูแลเฝ้าให้กำลังใจอย่างใกล้ชิด

ล่าสุดเจ้าตัวก็ได้เผยภาพน่ารักๆผ่านอินสตราแกรมส่วนตัวสวมชุดคนไข้ พร้อมแคปชันบอกว่าวันนี้คุณสามีจะได้กลับบ้านแล้วว่า…

“แม่ไม่ได้ป่วยยยย แค่มานอนเฝ้าพ่อๆ แล้วลืมหยิบชุดนอนมาจ่ะ555555555🥹🤣 ขอถ่ายรูปเป็นที่ระทึกหน่อย วันนี้จะได้กลับบ้านไปนอนกอดกัน 4 คนแย้วว เย้ๆ #กำลังใจของพ่อๆ #KTTalay”

‘เพจมาดามแป้ง’ กางผลสำรวจ การทำงานร่วมกับ ‘คน Gen Z’ พบ ร่วมงานด้วยยาก-ขาดความพยายาม-อ่อนไหวต่อคำวิจารณ์

เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 66 เพจเฟซบุ๊ก ‘Madam Pang - มาดามแป้ง - นวลพรรณ ล่ำซำ’ ของ คุณนวลพรรณ ล่ำซำ หรือ ‘มาดามแป้ง’ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) ประธานสโมสรฟุตบอลการท่าเรือในไทยลีก ได้โพสต์ข้อความถึงประเด็นการทำงานร่วมกับเหล่าคน Gen Z โดยระบุว่า…

“#MuangThaiNewsUpdate

‘Resume Builder’ สำรวจความคิดเห็นของผู้จัดการมากกว่า 1,300 คน พบว่า 74% เชื่อว่า Gen Z ทำงานร่วมกันได้ยากกว่าคนรุ่นอื่นๆ ซึ่ง 12% ของผู้จัดการต้องไล่พนักงาน Gen Z ออก ตั้งแต่ภายในสัปดาห์แรก เพราะคิดว่าคน Gen Z ขาดความพยายาม และอ่อนไหวต่อการวิพากษ์วิจารณ์

#ทีมแอดมินมาดามแป้ง
#MuangThaiNews”

‘เขื่อน ภัทรดนัย’ ถูกเกรียนคีย์บอร์ดเหยียดเพศในไอจี แฟนคลับรุมจวกแทน “ไม่ควรตัดสินใครที่เพศสภาพ”

กลายเป็นเรื่องดรามาทันที! เมื่อ เขื่อน ภัทรดนัย เกตสุวรรณ เจอเกรียนคีย์บอร์ดเข้ามาก่อกวน หลังเจ้าตัวออกมาโพสต์วิดีโอพูดเกี่ยวข้อคิดเรื่องเวลา ให้แฟนคลับได้เข้ามาฟัง แต่ดันมีคนเข้ามาคอมเมนต์เหยียดเพศสภาพอย่างรุนแรง และยังใช้ถ้อยคำที่ไม่สุภาพ ด้านแฟน ๆ ต่างรับไม่ได้จึงรุมสั่งสอนเกรียนคีย์บอร์ดคนดังกล่าว

หลังจากที่ เขื่อน ภัทรดนัย ได้โพสต์คลิปวิดีโอดังกล่าวผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ไม่นานก็มีเกรียนคีย์บอร์ดเข้ามาคอมเมนต์เหยียดเพศอย่างรุนแรงและใช้ถ้อยคำที่ไม่สุภาพ ว่า 

“ทำไมเราต้องมานั่งดูคนที่ ยอมรับไม่ได้แม้กระทั่งเพศสภาพตัวเองด้วยนะ” 

“ผมเหยียดพวกวิปริตผิดเพศครับ คนที่รับเพศเกิดตัวเองไม่ได้ ยังมีหน้ามาสอนคนอื่นอีก”

“คนที่รับความเป็นชายของตัวเองยังไม่ได้เลย จะมีข้อคิดดีๆ อะไรเหรอครับ ถ้าคิดได้จริง คงไม่ไปบวชให้ศาสนาเสื่อมลงไปอีกหรอกครับ มันต้องลังเลขนาดไหน ที่เพศเป็นชาย แต่ตัวอยากเป็นหญิง แต่ก็อยากบวชพระ ย้อนแย้งในย้อนแย้ง”

หลังจากนั้นแฟนคลับก็ต่างไม่พอใจ จึงได้เข้ามารุมคอมเมนต์ติเตือนเกรียนคีย์บอร์ดมากมาย เช่น 

“การศึกษาต่ำจังอะ ยังเหยียดเพศคนอื่นอยู่เลย”
“นิสัยไม่ดี!!!”

“เพศสภาพกับข้อคิดดีๆ มันคนละอย่างกันต้องแยกแยะ มันไม่เสียหายอะไรถ้าคุณจะรับฟังอะไรสักอย่างที่มันดีและมีประโยชน์”

“ด่าเขา ก็ไม่ได้แสดงว่า เขามีการศึกษาต่ำกว่าคุณเลย เรื่องแบบนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของเขา เขาอาจเคยเจอประสบการณ์ไม่ดีจากคนในเพศสภาพนี้ และความจริงในโลกคือ เพศสภาพไม่ใช่ว่ากำหนดว่า เป็นคนดี เป็นคนที่ ต้องได้รับการยอมรับหรือเกลียดชัง มันขึ้นกับว่า ใครพบอะไรมา” 

“เสื่อมหรือไม่เสื่อมพื้นฐานมันอยู่ที่ความดีครับไม่เกี่ยวว่าเป็นเพศอะไร”

4 ปัจฉิมบท 'นายกรัฐมนตรีไทย' ที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในวาระยาวนานที่สุด

ทุกจุดเริ่มต้นของหนังทุกเรื่อง ซีรีส์ทุกภาค ย่อมต้องมีฉากจบ ส่วนจะจบสวยงาม หรือจบแบบให้ตั้งคำถามต่อก็อยู่ที่แต่ละแพลตเรื่อง

...แต่ฉากทัศน์การเมืองไทยมากกว่าครึ่งศตวรรษที่ผ่านมา มีฉากจบที่แตกต่างกันไป โดยเฉพาะกับตัวละครอย่าง ‘นายกรัฐมนตรี’ ของไทย ที่ฉากจบสุดท้ายมักจะลงเอยจากการกระทำของตน ซึ่งจะกำหนดทิศทางอนาคตหลังพ้นเก้าอี้นายกรัฐมนตรีให้เดินต่อไปแบบใด

...และนี่คือ 4 นายกรัฐมนตรีไทยที่อยู่ในตำแหน่งนานที่สุด ภายใต้ฉากจบที่แตกต่างกันไป ที่ THE STATES TIMES อยากนำมาบอกเล่า ส่วนจะมีใครบ้าง และแต่ละท่านมีซีนจบแตกต่างกันอย่างไร ไปรับชมกัน!!

ชาวเน็ตคอมเมนต์ไอจี ‘อุ๊งอิ๊ง’ ถาม ‘ทักษิณ’ เป็นนักโทษหรือเทวดา หลังได้สิทธิ์ย้ายไปรักษาตัว รพ.ตำรวจ เจอตอบกลับสั้นๆ แต่เจ็บจี๊ด!!

(25 ส.ค. 66) หลังจากนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เดินทางด้วยเครื่องบินส่วนกลับมารับโทษในประเทศไทย เมื่อวันที่ 22 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยถูกนำตัวส่งไปเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร แต่จากนั้นช่วงกลางดึกนายทักษิณมีอาการแน่นหน้าอก จึงถูกนำตัวส่ง รพ.ตำรวจ โดยพักรักษาตัวอยู่ชั้น 14 หอผู้ป่วยรับรองระดับสูง

ก่อนตามมาด้วยกระแสวิพากษ์วิจารณ์ของสังคมว่า นายทักษิณอยู่ในเรือนจำเพียงไม่กี่ชั่วโมง ก็อยู่นำตัวออกจากเรือนจำไปรักษาตัวยังโรงพยาบาล โดยกรมราชทัณฑ์ชี้แจงการปฏิบัติเช่นนี้ เป็นไปตามระเบียบ เนื่องจาก รพ.ราชทัณฑ์ ไม่มีความพร้อมด้านผู้เชี่ยวชาญ และอุปกรณ์การรักษา

ล่าสุดชาวเน็ตหลายคนเข้าไปแสดงความคิดเห็นเป็นจำนวนมาก ในไอจีส่วนตัวของ ‘อุ๊งอิ๊ง แพทองธาร’ ลูกสาวคนเล็กของนายทักษิณ

โดยมีชาวเน็ตคนหนึ่งตั้งคำถามว่า “นักโทษหรือเทวดาคะ?”

ทำให้อุ๊งอิ๊งตอบกลับโพสต์ดังกล่าวว่า “เทวดาค่ะ”

‘พิธา’ เผย โทรยินดี ‘เศรษฐา’ นั่งนายกฯ แล้ว ฝากกู้วิกฤตศรัทธา เป็นนายกฯ ของทุกคน

(25 ส.ค. 66) นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย นายพงศธร ศรเพชรนรินทร์ หรือ โย ผู้สมัคร สส. เบอร์ 1 พรรคก้าวไกล เลือกตั้งซ่อมเขต 3 จ.ระยอง พร้อมทีมงาน ได้เดินทางโดยรถแห่หาเสียง ลงพื้นที่ ต.บ้านนา อ.แกลง จ.ระยอง เพื่อขอคะแนนเสียงให้กับ ‘โย พงศธร’ ท่ามกลางสายฝนโปรยปรายลงมา โดยมีชาวบ้านในพื้นที่แห่ต้อนรับ และ ขอถ่ายเซลฟี่ และ ขอลายเซ็น กับนายพิธา จำนวนมาก โดยไม่กลัวเปียกฝน

นายพิธา กล่าวว่า มาวันนี้ เพื่อมาพบปะกับพี่น้องประชาชน ขอคะแนนให้กับ ‘โย พงศธ’  รับรองจะไม่ผิดหวัง ส่วนการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ได้โทรศัพท์แสดงความยินดี และ ยืนยัน คือ ยินดีกับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และ ก็ต้องยืนยันว่า วิกฤติของบ้านเมืองครั้งนี้ อาจไม่ใช้วิกฤตเศรษฐกิจ ไม่ใช่วิกฤตเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมและวิกฤตการศึกษา แต่เป็นวิกฤตศรัทธาของประชาชนในชาติ ในฐานะผู้นำจึงต้องรวมความคิดของคนในชาติให้เป็นปึกแผ่นเดียวกัน โดยได้ยินว่า นายเศรษฐา เคยให้สัมภาษณ์ว่า จะเป็นนายกฯ ของประชาชน ก็ขออวยพรให้ทำได้ และทำได้จริงๆ

ส่วนเรื่องของการจัดตั้งรัฐบาล นายพิธา กล่าวว่า จากการจับขั้วหลายขั้วของพรรคการเมือง คิดว่าการทำงานน่าจะยากเป็นพิเศษ แต่สิ่งที่ได้เคยพูดคุยกับคุณเศรษฐา ทวีสิน ในเวทีดีเบต พูดถึงการสมรสเท่าเทียม และสุราก้าวหน้า โดยหวังว่าจะผลักดันได้จริง ๆ หรือไม่ ยังหวังว่า วิกฤตที่ประเทศ ได้รับผลกระทบจะได้รับการแก้ไข และก็จะได้กู้วิกฤตศรัทธากลับมาสู่การเมืองไทย

นายพิธา กล่าวต่ออีกว่า ถึงจะเป็นฝ่ายค้าน ก็เป็นฝ่ายค้านเชิงรุกที่ยังมีหลายนโยบายที่สามารถผลักดันได้เพื่อให้ผลประโยชน์อยู่กับประชาชน ยืนยันว่าการทำงานเป็นฝ่ายค้าน คอยตรวจสอบเพื่อให้รัฐบาลทำงานเป็นไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม และปราบการคอร์รัปชันให้ได้มากที่สุด กรณีที่มีการจดพรรคการเมืองในชื่อ พรรคอนาคตไกล ไม่รู้จัก และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพรรคก้าวไกล เพิ่งได้ยินจากสื่อเช่นกัน

‘โบว์ เบญจวรรณ’ เปิดใจ ผิดหวังกับความรักบ่อยครั้ง หนักสุด!! เจอผู้หญิงอื่นนอนในห้องพักของแฟน

หลังจากเป็นโสด ล่าสุดนักแสดงสาว ‘โบว์ เบญจวรรณ’ ก็มาเปิดใจในรายการ ‘โดนเทเซมาที่แพท’ ทางช่องยูทูบอมรินทร์ทีวี ย้อนเล่าถึงเรื่องราวความรักที่เคยผ่านมา โดยรักแรกของเธอเกิดขึ้นเมื่อตอนอายุ 17-18 ปี ตอนอยู่ที่เยอรมัน ซึ่งจบกันไม่ดีสาเหตุมาจากการนอกใจ โบว์เล่าว่า

“ไปเจอผู้หญิงที่เตียงของแฟน วันนั้นเราอยากไปกินอาหารเช้ากับเขา เวลาที่เราคบใครเราเลือกที่จะเชื่อใจ ซึ่งประหลาดตัวเองมากเพราะไม่ใช่ธรรมชาติของเรา ก็เปิดประตูเข้าไปก็เจอเลย แล้วเขาก็หันมาบอกเราว่า มันไม่ใช่อย่างที่คุณคิดนะ ที่ปังกว่านั้นผู้หญิงก็ตื่น หันมามองเรา ยิ้มให้ แล้วก็นอนต่อ และด้วยเป็นความรักครั้งแรก เราไม่รู้ต้องทำตัวยังไง เราก็บอกเขาว่า แขกคุณกลับเราค่อยคุยกันนะ จากนั้นก็ขับรถออกไป”

ความรักครั้งถัดมา โบว์เล่าว่าย้ายมาอยู่ไทย มีรุ่นพี่แนะนำให้รู้จักคนหนึ่ง เจอกันที่โมเดลลิ่งแคสติ้ง กับคนนี้เป็นข่าว คุยกันเกือบปีกว่าจะเป็นแฟนตอนนั้นตั้งใจจะอยู่ไทยแค่ปีเดียว ก็มีเขาคอยเป็นเพื่อนพาไปไหน ไม่มีสถานะ จนคบกันเกือบ 4 ปี ส่วนสาเหตุที่ต้องจบความสัมพันธ์โบว์เผยว่า ไม่ได้จับได้แต่คนพูดเยอะ

“เราก็เอาไปถามเขา แต่เขาบอกว่า ไม่มี เราก็เชื่อ ประเด็นคือ เขาพาผู้หญิงอื่นมาเจอกลุ่มเพื่อนเขาในช่วงที่เราไปทำงาน ถ่ายละครต่างจังหวัด เขาก็พามาแนะนำในกลุ่มเพื่อน ๆ เขา แล้วเพื่อน ๆ เขาก็พยายามส่งสัญญาณ แต่เราโลกสวยมาก ไม่รู้ พูดมาตรง ๆ อย่าอ้อมค้อม กระทั่งมีรุ่นพี่คนหนึ่งที่ไม่รู้จักก็ให้ข้อมูล”

“เราก็ลองถามอีกครั้ง ก็ให้โอกาสเขา ก็โยนหินถามไป ถ้าพูดความจริงเราจะพยายามไปต่อ แต่ถ้าโกหกจะเลิกเลย เขาก็ยอมรับมาหมดเลย เราก็ยอมเริ่มใหม่ แต่สุดท้ายก็จบแบบเดิม เราอาจจะไม่ตอบโจทย์ ไลฟ์สไตล์เราอาจไม่เข้ากัน หรือเราอาจไม่ใช่ความสุขของเขาแล้วก็ได้ เขาอาจจะสนุกกับเรื่องอื่นมากกว่า ก็ต้องปล่อยเขาไป”

คนที่ 3 โบว์บอกว่า คบ 2 ปีกว่า ๆ รุ่นพี่แนะนำ เป็นเพื่อนแต่พอคุยไปคุยมาก็แตกต่างกว่าคนแรกและคนที่สอง คนที่สามดีหมดทุกอย่างแต่สุดท้ายก็ต้องจบ โบว์ ยอมรับว่า โชคดีที่เป็นช่วงหนึ่งที่ได้เจอเขา ครอบครัวเขาน่ารักมาก ถึงขั้นวางแผนแต่งงานแต่ด้วยอาชีพและยังอยากทำงาน ไลฟ์สไตล์เลยไม่ตรงกัน

“เราอาจจะมีเป้าหมาย สิ่งที่เราจะไปถึง ระหว่างทางเอ็นจอยมันไป อะไรจะเกิดขึ้นก็ยอมรับมันไป บางอย่างเราไม่สามารถไปควบคุมหรือจัดการมันได้ ความรักมันคือ ความพยายามปรับจูนเข้าหากัน เวลารักกันก็พยายามประคองให้มันดีตลอดเวลา เรารักพ่อแม่เรายังต้องพยายามเข้าใจเขาเลย นับประสาอะไรกับคนที่ต่างพ่อแม่มาจะไม่ต้องทำอะไร โฟลว์มาก ถ้าเป็นอย่างนั้นได้โคตรดี ถือว่าเป็นโบนัส”

‘ทรัมป์’ เข้ามอบตัว หลังแพ้คดีล้มล้างผลการเลือกตั้ง ปี 2020 นับเป็น ปธน.สหรัฐฯ คนแรก ที่ถูกบันทึกภาพประวัติอาชญากรรม

(25 ส.ค. 66) นายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ และผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรครีพับลิกัน เข้ามอบตัวที่รัฐจอร์เจียแล้วเมื่อวันที่ 24 ส.ค.ที่ผ่านมา ตามเวลาท้องถิ่น และสร้างประวัติศาสตร์ในฐานะอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนแรกที่ถูกบันทึกภาพเพื่อประกอบแฟ้มคดี

ทรัมป์เดินทางด้วยเครื่องบินส่วนตัวจากรัฐนิวเจอร์ซีไปยังเรือนจำที่ฟูลตันเคาน์ตี ในนครแอตแลนตา รัฐจอร์เจีย เพื่อเข้ามอบตัวในข้อหาวางแผนล้มล้างผลเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปี 2020 โดยเขาอยู่ในเรือนจำดังกล่าวราว 20 นาที ท่ามกลางผู้สนับสนุนหลายสิบคนที่รวมตัวอยู่ด้านนอกเรือนจำ

ในบันทึกที่มีการโพสต์บนเว็บไซต์ของเรือนจำ ทรัมป์ถูกบรรยายว่าเป็นชายผิวขาว สูง 6 ฟุต 3 นิ้ว หนัก 97 กิโลกรัม ผมสีบลอนด์ ตาสีฟ้า และมีหมายเลขผู้ต้องหาคือ ‘P01135809’

ทรัมป์ได้วางเงินประกันตัว 200,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 7,000,000 บาท เพื่อให้เขาได้รับการปล่อยตัวขณะรอการพิจารณาคดี แม้ว่านี่จะเป็นข้อหาในคดีอาญาครั้งที่ 4 ที่ทรัมป์เจอในปีนี้ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ทรัมป์ถูกถ่ายภาพเพื่อประกอบการทำแฟ้มคดีอย่างเป็นทางการ

ก่อนเดินทางกลับบ้าน ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่สนามบินว่า เขามีสิทธิ์ที่จะคัดค้านผลการเลือกตั้ง เพราะเขาคิดว่ามีการโกงการเลือกตั้งเกิดขึ้น ดังนั้น เขาจึงมีสิทธิ์ทุกประการที่จะทำเช่นนั้น และมีคนจำนวนมากที่ทำแบบเดียวกัน ไม่ว่าฮิลลารี คลินตัน หรือสเตซีย์ อับรามส์ (อดีตผู้สมัครผู้ว่าการรัฐจอร์เจีย) หรือคนอื่นๆ อีกมากมาย

ทรัมป์ยังบอกด้วยว่า คดีที่มีการกล่าวหาเขาในครั้งนี้เป็นเพียงความยุติธรรมจอมปลอม ต่อมาเขาโพสต์บน X เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนมกราคม 2021 โดยนำภาพที่เขาถูกถ่ายประกอบแฟ้มคดีมาลงพร้อมระบุว่า “การแทรกแซงการเลือกตั้ง อย่ายอมแพ้!!”

ทรัมป์แย้งว่าคดีที่เขาถูกฟ้องร้องมีแรงจูงใจทางการเมือง เพราะเขาเป็นผู้นำในการแข่งขันชิงตัวแทนจากพรรครีพับลิกัน เพื่อท้าสู้กับประธานาธิบดีโจ ไบเดน จากพรรคเดโมแครต ในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปีหน้า

เมื่อสัปดาห์ก่อน ทรัมป์ถูกตั้งข้อหาแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในรัฐจอร์เจียร่วมกับจำเลย 18 คน หลังจากที่เขาพ่ายแพ้แก้ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ด้วยคะแนนเสียงน้อยกว่า 12,000 เสียงในรัฐดังกล่าว โดยผู้ต้องหาที่ได้ไปมอบตัวเพื่อถ่ายทำประวัติในรัฐจอร์เจียครั้งนี้ยังรวมถึงนายรูดี จูเลียนี อดีตนายกเทศมนตรีนครนิวยอร์ก และนายมาร์ก มีโดวส์ อดีตหัวหน้าคณะทำงานประจำทำเนียบขาว


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top