Wednesday, 29 July 2026
Hard News Team

‘สุวัจน์’ ขอบคุณ ‘เศรษฐา’ แต่งตั้ง ‘เทวัญ’ นั่งที่ปรึกษานายกฯ ย้ำ!! ชพก.ยินดีที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการทํางานร่วมกับรัฐบาล

(16 ก.ย.66) นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ อดีตรองนายกรัฐมนตรี ประธานพรรคชาติพัฒนากล้า (ชพก.) ได้กล่าวขอบคุณนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ขอบคุณพรรคแกนนําพรรคเพื่อไทยที่ได้กรุณาให้เกียรติให้นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนากล้า ได้เข้าไปเป็น 1 ใน 9 ของคณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี 

“พรรคชาติพัฒนากล้าเข้าร่วมรัฐบาลครั้งนี้ ไม่ได้มีเงื่อนไขอะไร เมื่อบ้านเมืองมีวิกฤตก็ได้ร่วมมือกันทำให้งานที่ยากลําบากผ่านพ้นไปได้ด้วยดี เป็นความร่วมมือของ 11 พรรคร่วมรัฐบาลในการที่จะสานต่อรวมพลังกันทํางานในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลให้ประสบความสําเร็จ ฉะนั้น พรรคชาติพัฒนากล้า ยินดีที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการทํางานร่วมกับรัฐบาล” นายสุวัจน์ กล่าว

นายสุวัจน์ กล่าวว่า การทํางานของรัฐบาล ‘เศรษฐา 1’ ทำได้รวดเร็ว อะไรทําได้ทําทันที ถูกใจและตรงกับปัญหาของพี่น้องประชาชน ถ้าสามารถรักษาอัตราความเร็วของการทํางานบวกกับประสิทธิภาพแล้วสามารถจะแก้ไขปัญหาของประเทศได้ ซึ่งรัฐบาลมีนโยบายระยะสั้น ระยะยาวที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชน คือ เรื่องสินค้าราคาแพง, เรื่องลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน ค่าแก๊ส ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำมัน, การพักหนี้เกษตรกร, การพักหนี้ SME, การกระตุ้นเศรษฐกิจในเรื่องดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท ส่วนระยะยาว คือ การสร้างรายได้ สร้างโอกาส และการรักษาคุณภาพชีวิต โดยการเพิ่มรายได้การส่งออกเป็นหลัก, การสร้างเศรษฐกิจดิจิทัล, การหาตลาดการค้าใหม่, การปรับโครงสร้างการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานลม แสงแดดทำให้ต้นทุนไฟฟ้าถูกลง, การแสวงหา แก๊ส น้ำมัน ในอ่าวไทย, การกำหนดโครงสร้างค่าการกลั่นน้ำมัน, การสร้างโอกาสให้พี่น้องประชาชนในเรื่องเอกสารสิทธิ์ที่ทำกิน, การหยิบ soft power มาเป็นพลังในการต่อยอดเศรษฐกิจ ต่อยอดอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว มีการแต่งตั้งคณะกรรมการยุทธศาสตร์ Soft Power 

“โดยภาพรวมถ้ารัฐบาลสามารถที่จะขับเคลื่อนนโยบายที่ได้แถลงต่อสภาทั้งระยะสั้น ระยะยาวให้เป็นไปตามกรอบ ตามแนวทาง พร้อมรับข้อเสนอของฝ่ายค้านได้จะมีประโยชน์ต่อประเทศชาติ” นายสุวัจน์ กล่าว

อัปเดตความยิ่งใหญ่โครงสร้างพื้นฐานยกระดับเศรษฐกิจไทย 'ถนน-รถไฟ-รถไฟฟ้า-เมกะโปรเจกต์แสนล้าน' ใกล้เป็นจริง

จากรายการ THE TOMORROW ออกอากาศทางสถานีวิทยุ ส.ทร. FM93.0 MHz และสื่อออนไลน์ ในเครือ THE STATES TIMES เมื่อวันที่ 16 ก.ย.66 ได้พูดคุยเรื่องโครงสร้างพื้นฐานของไทย กับ 'คุณจิรวัฒน์ จังหวัด' เจ้าของเพจโครงสร้างพื้นฐาน ประเทศไทย Thailand Infrastructure ที่ EP นี้ได้มาอัปเดตโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยว่ามีความเคลื่อนไหวอย่างไร พร้อมอัปเดตการก่อสร้าง เส้นทางรถไฟ รถไฟฟ้าเส้นทางไหนเปิดใช้บริการแล้ว เส้นทางไหนกำลังก่อสร้างใกล้เปิดบริการ เปิดแผนการลงทุน โปรเจกต์แสนล้าน! โครงการ Land Bridge เชื่อมอันดามัน-อ่าวไทย ศูนย์กลางเดินเรือภูมิภาค โดยคุณจิรวัฒน์ กล่าวว่า...

ภาพรวมโครงสร้างพื้นฐานในช่วงนี้มีความเคลื่อนไหวหลายๆ ส่วน ตั้งแต่สิ่งที่สร้างไปแล้ว สิ่งที่กำลังก่อสร้าง และสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต 

>> ราง
สิ่งที่เปิดไปแล้วใหญ่ๆ เลยก็คือ สถานีกลางบางซื่อ หรือ สถานีกรุงเทพอภิวัฒน์ ที่ตอนนี้พอมารวมกับรถไฟฟ้าสายสีแดง ก็ส่งผลให้พิกัดนี้กลายเป็น Hub สำคัญแห่งการคมนาคมของอาเซียนไปแล้ว (รถไฟจากลาวจีน สามารถวิ่งตรงมาที่ประเทศไทยได้เลย)

"โดยรถไฟสายสีแดง ถือเป็นรถไฟฟ้าเส้นสำคัญ ที่สามารถช่วยแก้ปัญหารถติดช่วงตั้งแต่ บางซื่อถึงรังสิต ได้ดีอย่างมาก"

นอกจากนี้ อีกส่วนหนึ่งที่เปิดบริการไปแล้วเมื่อเร็วๆ นี้ คือ โมโนเรล (Monorail) สายสีเหลือง ซึ่งเป็นโมโนเรล สายแรก ที่เป็นขนส่งมวลชนในเมืองไทย เส้นทางลาดพร้าว-สำโรง ซึ่งจะแก้ไขปัญหารถติดบนถนนลาดพร้าวได้เป็นอย่างดี 

"สายนี้สำคัญมาก เพราะมาเชื่อมต่อสายสีน้ำเงินที่ลาดพร้าว ขณะที่ในอนาคตจะมาเชื่อมต่อสายสีส้มที่สถานีลำสาลี ซึ่งลำสาลีจะวิ่งอยู่บนถนนรามคำแหง แล้วสุดท้ายจะไปจบที่สถานีสำโรง อีกทั้งสายนี้จะยังมีจุดจอดรถจอดแล้วจร ซึ่งจะช่วยลดความหนาแน่นขนทางจราจรและป้อนคนเข้าออกชานเมืองได้อย่างดี"

ไม่เพียงเท่านี้ รถไฟฟ้าที่กำลังเตรียมตัวเปิดอีกไม่นาน ก็จะมี สายสีชมพู ซึ่งเป็นแบบโมโนเรล เหมือนสายสีเหลือง เริ่มตั้งแต่ศูนย์ราชการ นนทบุรี ไปมีนบุรี ประมาณ 35 กิโลเมตร ซึ่งจะเชื่อมต่อรถไฟฟ้าอีกหลายสายเช่นกัน 

"ความสำคัญของรถไฟฟ้าเส้นนี้คือการเชื่อมต่อไปเมืองทองธานี เป็นสายแรกในเมืองไทยที่ทำรถไฟฟ้าสายแยก โดยเอกชนเป็นผู้ลงทุน ซึ่งสายสีชมพูจะเริ่มเปิดประมาณต้นปี 2567"

อีกส่วนหนึ่งที่สร้างเสร็จแล้ว แต่ยังไม่เปิดบริการ คือสายสีส้ม ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี ซึ่งสายนี้จะไปเชื่อมกับสายสีชมพูที่มีนบุรี และในอนาคตจะมีการเชื่อมต่อไปถึง ศิริราช และสถานีบางขุนนนท์ได้เลย โดยสายสีส้มจะวิ่งในแนวขวางตัดกรุงเทพมหานคร 

ข้ามมาที่ สายสีม่วง ก็จะมีการเชื่อมต่อกับสายสีม่วงเดิม หรือสีม่วงด้านบน ช่วงเตาปูน ไปบางไผ่ ส่วนด้านล่าง เตาปูน ลงมาถึงพระประแดง ก็จะมาตัดสีส้มแถวราชดำเนิน ซึ่งสายสีม่วงส่วนล่างกำลังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง คาดว่าจะเสร็จปี 2572

คุณจิรวัฒน์ เผยอีกว่า รถไฟฟ้าที่เล่ามายังไม่จบเท่านี้แน่นอน เพราะตอนนี้ สนข. (สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร) และกรมการขนส่งทางราง ได้มีการศึกษาเส้นทางรถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานครใหม่ทั้งหมด โดยปัจจุบันมีการวางแผนแม่บทขนส่งมวลชนทางรางในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล (พื้นที่ต่อเนื่อง) ระยะที่ 2 หรือ M-MAP ที่ได้วางกันมานาน โดยมีผู้เชี่ยวชาญจากประเทศญี่ปุ่นมาร่วมศึกษาเส้นทาง ภายใต้ประเด็นการใช้ตั๋วร่วม ให้เกิดขึ้นจริงบรรจุอยู่ด้วย

ในส่วนของ รถไฟทางคู่ คุณจิรวัฒน์ เล่าว่า "ตอนนี้เรามีประมาณ 5 โครงการทั่วประเทศ โดยเส้นทางหลักๆ ที่คืบหน้าไปมาก คือ มาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ สายอีสาน อีกเส้นหนึ่ง คือ ลพบุรี-ปากน้ำโพ อีกสายหนึ่งที่สำคัญมาก คือ รถไฟสายใต้ นครปฐม-ชุมพร ตรงนี้คือคอขวดของรถไฟสายใต้ ถ้าสร้างช่วงนี้เสร็จไม่ต้องรอสับรางแล้วสามารถวิ่งตามกันได้เลย"

ส่วนรถไฟความเร็วสูง หรือรถไฟที่วิ่งด้วยความเร็ว 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ของเมืองไทยอยู่ระหว่างการก่อสร้าง 2 เส้นทาง คือ กรุงเทพ-โคราช โดยโครงการนี้ไทยเป็นคนก่อสร้างเองในส่วนของงานโยธา และซื้อระบบมาวางบนทางวิ่งที่ก่อสร้างเอง 

"ในอนาคตเราสามารถนำเทคโนโลยีเหล่านี้มาผลิตรถไฟ ทางการก่อสร้างเส้นทาง การซ่อมบำรุง การประกอบของรถไฟความเร็วสูง โดยนำข้อมูลตัวเดียวกันมาผลิตรถไฟทางคู่ หรือ ราง 1 เมตรได้ คาดว่าจะเสร็จภายในปี 2570" 

ส่วนรถไฟฟ้าเชื่อม 3 สนามบิน ซึ่งเป็นรถไฟความเร็วสูงเช่นกัน แต่จะเป็นรถไฟความเร็วสูงที่วิ่งผ่านมาเมืองนั้น จะมีสถานีระหว่างเมือง 3-4 สถานี ที่อยู่ระหว่างการเจรจารายละเอียดเพิ่มเติม คาดว่าน่าจะแล้วเสร็จประมาณปี 2571-2572 

>> ถนน
ด้าน มอเตอร์เวย์ 2 สายที่กำลังก่อสร้างอยู่ อาทิ บางปะอิน-โคราช มีความคืบหน้าในการก่อสร้างไปเยอะมากแล้ว คาดว่าอีกไม่เกิน 2 ปี น่าจะสร้างเสร็จ (ประมาณ ปี 2568) อีกเส้น คือ สายบางใหญ่-กาญจนบุรี กำลังดำเนินการก่อสร้างเป็นส่วนๆ  ประมาณกลางปี 2567 น่าจะแล้วเสร็จ

>> เมกะโปรเจกต์
สำหรับโครงการในอนาคต กับ โครงการสะพานข้ามเกาะสมุย ขนอม-สมุย ระยะทางการสร้างสะพานประมาณ 8 กิโลเมตร เพื่อเป็นทางเลือกในการรองรับปริมาณนักท่องเที่ยวที่มากขึ้นจากการขึ้นเรือเฟอร์รี่มายังเกาะสมุยนั้น จะสามารถเชื่อมโยงกับโครงการ SEC (Southern Economic Corridor : ระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้อย่างยั่งยืน) ได้ 

อีกโครงการที่สำคัญคือ โครงการ Landbridge ซึ่งเป็นการสร้างสะพานเศรษฐกิจข้าม 2 ฝั่งทะเล ซึ่งโครงการนี้จะมีช่วยเรื่องการขนส่งสินค้าข้ามฝั่งทะเลได้โดยง่าย โดย Landbridge จะมีโครงการย่อยๆ เชื่อมโยงกันอยู่ 3 โครงการหลักๆ ได้แก่...

1.ท่าเรือ ซึ่งจะสร้างทั้ง 2 ฝั่งทะเล บริเวณแหลมอ่าวอ่าง จังหวัดระนอง และอีกฝั่งหนึ่งแหลมริ่ว จังหวัดชุมพร ซึ่งการสร้างท่าเรือ จะช่วยในการพัฒนาเมือง พัฒนาเศรษฐกิจในท้องถิ่น อาทิ การแปรรูปผลไม้ เช่น สับปะรด ได้ด้วย

2.การสร้างมอเตอร์เวย์ แบบคู่ขนาน ถนน และรถไฟสายใหม่ 

และ 3.การสร้างทางรถไฟ เชื่อมโยงกับทางรถไฟระบบเดิม ซึ่งเป็นโครงการขนาดใหญ่อย่างมาก

"สำหรับโครงการนี้สำคัญต่อประเทศอย่างมาก ซึ่งผมอยากฝากให้ประชาชนในพื้นที่ได้ติดตามและเข้าร่วมประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นของโครงการต่างๆ เพื่อเสนอแนะ และแสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ในฐานะประชาชนในพื้นที่กันครับ" คุณจิรวัฒน์ ทิ้งท้าย

'นักวิทยาศาสตร์' โต้!! ร่างมัมมี่จากสิ่งมีชีวิตประหลาดที่เปรู ไม่ใช่ศพของสิ่งมีชีวิตจากต่างดาว หรือ 'เอเลียน' แต่อย่างใด

เมื่อวานนี้ (15 ก.ย.66) ร่างมัมมี่ของสิ่งมีชีวิตประหลาดจากประเทศเปรู ซึ่งมีผู้นำมาแสดงต่อรัฐสภาเม็กซิโกเมื่อวันที่ 12 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยอ้างว่าเป็นซากของสิ่งที่ ‘ไม่ใช่มนุษย์’ และมีอายุเก่าแก่นับพันปี ทำให้บรรดานักวิทยาศาสตร์ต้องออกมาโต้แย้งว่า มันไม่ใช่ศพของสิ่งมีชีวิตจากต่างดาว หรือ ‘เอเลียน’ แต่อย่างใด

ในการไต่สวนสาธารณะของรัฐสภาเม็กซิโก ว่าด้วยเรื่องของปรากฏการณ์ทางอากาศที่ยังไม่สามารถอธิบายได้ (Unidentified Aerial Phenomena - UAP) ซึ่งรวมถึงประเด็นเกี่ยวกับอากาศยานลึกลับอย่างยูเอฟโอและมนุษย์ต่างดาวด้วยนั้น นายไฮเม เมาซาน ผู้สื่อข่าวชาวเม็กซิกัน และนายโฮเซ เด เฮซุส ซัลเซ เบนิเตซ แพทย์ทหารสัญชาติเดียวกัน ได้นำร่างมัมมี่ของสิ่งมีชีวิตประหลาด 2 ร่าง มาแสดงต่อหน้าบรรดาสมาชิกรัฐสภาและประชาชนผู้เข้ารับฟังการไต่สวน

ซากศพของสิ่งมีชีวิตประหลาดดังกล่าว มีความสูงไม่ถึง 1 เมตร รูปร่างผอม ผิวสีเทา ศีรษะใหญ่ มีนิ้วมือเพียงข้างละ 3 นิ้ว และในท้องยังมีไข่ที่อาจใช้ในการสืบพันธุ์

นายเมาซานและนายเบนิเตซอ้างว่า ผลตรวจดีเอ็นเอบ่งชี้ชัดเจนว่าพวกมันไม่ใช่มนุษย์ นอกจากนี้ผลการตรวจหาอายุด้วยคาร์บอนกัมมันตรังสียังชี้ว่า ร่างดังกล่าวมีอายุเก่าแก่ถึง 1,000 ปีด้วย

อย่างไรก็ตาม ร่างมัมมี่ของสิ่งมีชีวิตที่อาจเป็นเอเลียนนี้ เคยตกเป็นข่าวเกรียวกราวมาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อช่วงปี 2017-2018 โดยนายเมาซานบอกกับเว็บไซต์ Live Science ว่า เขายังไม่ได้กล่าวฟันธงว่ามันคือร่างของเอเลียนอย่างแน่นอน เพียงแต่ยืนยันว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่ไม่ใช่มนุษย์

นอกจากนี้ เขายังได้ค้นพบเพิ่มเติมว่ามีอวัยวะเทียมทำจากธาตุออสเมียม (Os) และแคดเมียม (Cd) อยู่ในร่างของมัมมี่ทั้งสองด้วย ซึ่งอวัยวะเทียมทำจากโลหะนี้ ถือเป็นเทคโนโลยีที่มนุษย์ยังไม่รู้จักเมื่อราวหนึ่งพันปีก่อน

ดร.ราฟาเอล โบฮาลิล-ปาร์รา ผู้อำนวยการฝ่ายส่งเสริมงานวิจัยของมหาวิทยาลัย UAD ในกรุงเม็กซิโกซิตี บอกกับเว็บไซต์ Live Science ว่า ทางมหาวิทยาลัยไม่เคยมีโอกาสได้ตรวจสอบร่างมัมมี่ทั้งสองอย่างที่มีการกล่าวอ้างกัน ส่วนผลวิเคราะห์ดีเอ็นเอนั้นมาจากทางมหาวิทยาลัยจริง แต่ก็ไม่อาจจะเปิดเผยให้สาธารณชนทราบอย่างละเอียดได้ เพราะติดข้อสัญญาการว่าจ้างในเชิงพาณิชย์

อย่างไรก็ตาม ดร.โบฮาลิล-ปาร์รา กล่าวประณามว่า “การที่รัฐสภาของเราให้พื้นที่และโอกาส แก่พวกที่อ้างตนว่าเป็นนักล่ายูเอฟโอนั้น เท่ากับสะท้อนให้เห็นถึงกระแสต่อต้านวิทยาศาสตร์ ซึ่งปัจจุบันกำลังมาแรงในประเทศของเรา”

ผศ.ดร.เดวิด แอนเดอร์สัน ผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับการปลอมแปลงทางโบราณคดี (pseudoarchaeology) จากมหาวิทยาลัยแรดฟอร์ดของสหรัฐฯ กล่าวชี้แจงว่า “หากร่างมัมมี่ทั้งสองเป็นเอเลียนจริง ผลการตรวจหาอายุด้วยคาร์บอนกัมมันตรังสีที่บ่งชี้ว่ามีอายุเก่าแก่ถึงพันปีนั้น จะเป็นข้อมูลที่ไม่มีความหมายอะไรเลย”

“การตรวจหาอายุทางโบราณคดีนั้น ใช้อะตอมของคาร์บอน 14 ที่เกิดขึ้น เมื่อรังสีจากดวงอาทิตย์ชนเข้ากับบรรยากาศชั้นบนของโลก ดังนั้นในการตรวจหาอายุของร่างเอเลียน เราจะต้องทราบถึงอัตราการผลิตอะตอมคาร์บอน 14 ในชั้นบรรยากาศของดาวที่เป็นบ้านเกิดของพวกเขา ไม่ใช่ในบรรยากาศโลก” ผศ.ดร.แอนเดอร์สัน กล่าว

ดร.แอนดรูว์ เนลสัน หัวหน้าภาควิชามานุษยวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยเวสเทิร์นของแคนาดา กล่าววิจารณ์ว่า “เป็นเรื่องน่าเศร้าที่นิทานลวงโลกของนายเมาซาน ซึ่งถูกเปิดโปงด้วยข้อเท็จจริงทางวิทยาศาสตร์ไปหมดแล้วเมื่อหลายปีก่อน ได้กลับมาปรากฏอยู่ในโลกออนไลน์อีกครั้ง”

ดร.เนลสัน อ้างถึงงานวิจัยเมื่อปี 2017 ของ ดร.โรดอลโฟ ซาลาส-กิสมอนดี นักบรรพชีวินวิทยาสัตว์มีกระดูกสันหลัง จากพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาในกรุงลิมาของเปรู ซึ่งอธิบายว่ากายวิภาคของร่างมัมมี่ที่ดูคล้ายเอเลียนนั้น เกิดจากการดัดแปลงร่างมัมมี่ของมนุษย์ โดยมีการตัดนิ้วมือรวมทั้งหนังและเนื้อเยื่ออ่อนหลังนิ้วหัวแม่เท้า เพื่อให้ดูเหมือนว่ามีนิ้วหัวแม่เท้าที่ยาวผิดปกติ

หากมัมมี่ดังกล่าวเป็นร่างของมนุษย์จริง นายเมาซานจะมีความผิดตามกฎหมายฐานลักขโมยและทำลายศพ รวมทั้งความผิดฐานลักลอบนำวัตถุโบราณออกจากแหล่งต้นกำเนิด

ผู้เชี่ยวชาญจำนวนไม่น้อยยังมองว่า เหตุที่นายเมาซานนำร่างมัมมี่ทั้งสองมาแสดงต่อสาธารณชนอีกครั้งในรัฐสภาของเม็กซิโกนั้น เป็นเพราะต้องการหาผลประโยชน์จากกระแสความตื่นตัวเรื่องยูเอพี (UAP) ซึ่งเม็กซิโกได้รับอิทธิพลจากสหรัฐฯ โดยในช่วงสองปีที่ผ่านมา สภาคองเกรสของสหรัฐฯ ได้จัดการไต่สวนสาธารณะในประเด็นดังกล่าวหลายครั้ง ซึ่งแสดงถึงความนิยมและความเชื่อถือในเรื่องทฤษฎีสมคบคิด ที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นในหมู่ชาวอเมริกันและผู้คนทั่วโลก

ลูกสาว 'สมบัติ ทองย้อย' เล่าเบื้องหลังขอให้ 'สส.ก้าวไกล' ช่วยพ่อ แต่ถูกปฏิเสธกลับมา ทั้งที่ชู 112 รับ!! เจอแบบนี้แล้วหมดศรัทธา

เมื่อวานนี้ (15 ก.ย.66) ลูกสาวของ สมบัติ ทองย้อย อดีตการ์ดเสื้อแดง และผู้ต้องหาคดีมาตรา 112 ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก สมบัติ ทองย้อย โดยระบุว่า ไม่เป็นความจริงที่บอกว่า ”ก้าวไกลช่วยประกันตัว” ถ้าไม่อยากอ่านเยอะข้ามไปข้อ 3 ได้เลยค่ะ

ตรงนี้อยากขอคำอธิบายเพิ่มเติมจากคนที่พิมพ์ข้อความในเชิงนี้นะคะ เพราะในฐานะที่ณัฏเป็นลูกสาวณัฏคิดว่าประโยคนี้ไม่เป็นความจริงค่ะ ตอนที่คุณพ่อโดนคดีเมื่อปีที่แล้วณัฏขอความช่วยเหลือจากหลายฝ่ายมากโดยเฉพาะเรื่องการหานายประกันหรือผู้กำกับดูแล

1. ณัฏเข้าใจดีกว่าพรรคเพื่อไทยจะไม่ยุ่งเรื่อง 112 แต่ตอนนั้นได้โทรคุยกับทางพรรคเรื่องการช่วยเหลือคุณพ่อซึ่งทางพรรคเองขอไม่ยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่!! ทางพรรคให้การช่วยเหลือในเรื่องของทนายโดยหากครอบครัวต้องการทนายหรือเปลี่ยนทนายสามารถแจ้งทางพรรคได้ แต่อย่างไรก็ตามทางพรรคเสนอว่าให้เชื่อใจทนายสิทธิ์ในการดำเนินเรื่องซึ่งคุณพ่อเองก็มั่นใจในทนายสิทธิ์จนสุดท้ายสามารถทำให้คุณพ่อออกมาได้

2. ณัฏขอให้คุณหมอทศพรเป็นผู้กำกับดูแลให้คุณพ่อซึ่ง ณ เวลาขณะนั้นเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยอยู่และคุณหมอให้ความร่วมมือและเต็มใจในการให้เอกสารและเป็นผู้กำกับดูแลคุณพ่อแต่สุดท้ายศาลปฏิเสธ

3. มีคนเสนอให้ลองติดต่อพรรคก้าวไกลไปเพราะทางพรรคชูเรื่อง 112 ซึ่งตอนนั้นณัฏติดต่อไปให้มาเป็นผู้กำกับดูแลคุณพ่อในการประกันตัว และใช่ค่ะ ทางพรรคติดต่อกลับมาว่าคนที่สามารถเป็นนายประกันให้ได้ต้องเป็นสส.เขตในบ้านณัฏ ตอนนั้นณัฏรอการตอบกลับจากสส.พรรคก้าวไกลเป็นอาทิตย์ซึ่งเมื่อเทียบกับคุณหมอทศพรณัฏได้เอกสารจากคุณหมอทันทีที่ณัฏขอคุณหมอไป สุดท้ายณัฏได้รับการตอบกลับจากสส.ท่านนั้นซึ่งเป็นคำแจ้งมาจากทนายว่าอะไรรู้ไหมคะ “ส.ส…..ไม่สามารถเป็นผู้กำกับดูแลให้คุณสมบัติ ทองย้อย ได้นะคะ”ตอนนั้นณัฏสงสัยและถามกลับไปว่าทำไม และคำตอบคือ “เนื่องจากภรรยาไม่อยากให้ข้องเกี่ยวกับเรื่อง 112 ค่ะ”

ณัฏเข้าใจพรรคเพื่อไทยได้ว่าที่พรรคไม่สามารถเป็นผู้กำกับดูแลช่วยเหลือกรณี 112 ได้เพราะทางพรรคชัดเจนแล้วว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยว แต่ณัฏพูดตรงๆ ว่าณัฏไม่เข้าใจว่าจริงๆ แล้วหลักการของพรรคก้าวไกลคืออะไร เพราะพรรคคุณชูเรื่อง 112 แต่พอขอความช่วยเหลือคุณกลับปฏิเสธและเหตุผลที่คุณปฏิเสธการช่วยเหลือมันยิ่งทำให้ณัฏไม่เข้าใจและหมดศรัทธาในพรรคก้าวไกลค่ะ พ่อณัฏเป็นคนหนึ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนใจจากพรรคเพื่อไทย แต่บอกเลยว่าณัฏคือคนนึงที่คายส้มจนหมดเปลือก คนที่ช่วยให้คุณพ่อณัฏและครอบครัวได้จริงๆ ณัฏขอบอกเลยว่าคนกลุ่มนั้นคือทนายสิทธิ์ที่ช่วยดำเนินเรื่องคดี กองทุนราษฎรประสงค์และกองทุนต่างๆ ที่ช่วยเรื่องค่าใช้จ่ายรายวัน รายเดือน และเงินประกัน คนรอบตัวของคุณพ่อเองที่คอยให้กำลังใจหรือโอนเงินช่วยเหลือ คนเหล่านี้แหละค่ะคือคนที่ช่วยคุณพ่อให้ได้ออกมาและทำให้พ่อมีกำลังใจระหว่างอยู่ในนั้น ถ้าหากบอกก้าวไกลช่วยเหลือจนคุณพ่อได้ออกมา ณัฏขอบอกเลยว่าไม่เป็นความจริงค่ะ

ขอชี้แจงเพิ่มเติมเกี่ยวกับ กองทุนราษฎรประสงค์นะคะ เนื่องจากมีการเข้าใจผิดว่าทางกองทุนปฏิเสธช่วยเหลือคุณพ่อ แต่ความจริงทางกองทุนยังคงให้การช่วยเหลือคุณพ่อเหมือนเดิมค่ะ ขอขอบคุณที่ทางกองทุนยังยึดมั่นในหลักการณ์ของตัวเองโดยไม่เลือกปฏิบัติค่ะ

ขอบคุณค่ะ
ณัฏ

'บิ๊กก้อง' มั่นใจหลักฐานมัดแน่น 'กำนันนก' สั่งฆ่า ‘สารวัตรสิว' ไม่หวั่นแม้กล้องวงจรปิดกู้ไม่ครบ หลักฐานตอนนี้แน่นหนาพอ

(16 ก.ย.66) ภายหลัง พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก. เดินทางกลับถึงประเทศไทยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้เปิดเผยความคืบหน้าคดีนายประวีณ จันทร์คล้าย หรือกำนันนก ว่า แม้ตัวนายประวีณจะถูกคุมขังอยู่ในเรือนจำ แต่แนวทางสืบสวนก็ยังคงดำเนินต่อไป เพื่อสืบหาพยานหลักฐานเพิ่มเติมเอาผิดนายประวีณให้ได้มากที่สุด เพราะเป็นการกระทำที่อุกอาจ ไม่เกรงกลัวต่อกฎหมายบ้านเมือง

พล.ต.ท.จิรภพ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีกล้องวงจรปิดที่ยังกู้ได้ไม่ครบนั้น ยืนยันว่าไม่ได้หนักใจแต่อย่างใด เพราะจากพยานหลักฐานที่มีอยู่ในขณะนี้ก็ถือว่าแน่นหนาพอที่จะบ่งชี้ได้ว่า นายประวีณ คือผู้สั่งการให้ นายธนัญชัย หมั่นมาก หรือ หน่อง ก่อเหตุยิง พ.ต.ต.ศิวกร สายบัว สว.กก.2 บก.ทล.ได้ โดยเฉพาะคำให้การของพยานผู้เห็นเหตุการณ์ต่าง ๆ พยานแวดล้อม ที่ไปที่มาของอาวุธปืน พฤติกรรมการทำลายหลักฐาน หรือเจตนาของผู้ก่อเหตุ รวมไปถึงมูลเหตุแรงจูงใจ และพยานอื่นๆอีกมากมาย ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญทางคดี ที่สามารถทำให้นายประวีณ ต้องได้รับโทษสูงสุด คือ ‘ประหารชีวิต’ ได้ 

นอกจากนี้ตนยังได้สั่งการให้ชุดคลี่คลายคดีเร่งขยายผลตรวจสอบเครือข่ายธุรกิจของนายประวีณอย่างละเอียด ทุกกิจการ ว่า เกี่ยวข้องกับการฮั้วประมูลโครงการก่อสร้างต่างๆ หรือ เสียภาษีถูกต้องตามขั้นตอนกฎหมายหรือไม่ รวมไปถึงตรวจสอบทรัพย์สินเงินทองทั้งหมดว่ามีที่ไปที่มาอย่างไร ซึ่งขณะนี้พอมีข้อมูลพยานหลักฐานบ้างแล้ว คงต้องใช้เวลาตรวจสอบหรือขยายผลอีกระยะข้อเท็จจริงก็จะกระจ่างชัด 

‘วัดไผ่เหลือง’ ฉายหนังกลางแปลง 9 คืนรวด ให้พญายมดู หลังมีคนมาขอแก้บน เหตุประสบความสำเร็จดังพรที่ขอไว้

เมื่อวานนี้ (15 ก.ย.66) ที่วัดไผ่เหลือง ต.บางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พระครูสมุห์สิทธิโชค อภินนฺโท เจ้าอาวาสวัดไผ่เหลือง เปิดเผยว่า ในวันที่ 16-24 ก.ย.66 ทางวัด ได้รับการติดต่อจากญาติโยมที่มาไหว้ขอพรพระในวัด และได้ไปขอพรกับท่านท้าวพญายมราช ในเรื่องของการทำธุรกิจ 1 ราย และในเรื่องการขอพรให้หายเจ็บป่วย 1 ราย โดยทั้ง 2 รายนี้ได้มาขอพรไว้เมื่อช่วงเดือนมิ.ย.และก.ค.66 ว่าหากขอพรท่านท้าวพญายมราชแล้วสำเร็จจะนำหนังกลางแปลงมาฉาย ให้ท่านท้าวพญายมราชดู ในครั้งนี้ ทั้ง 2 รายได้ประสบความสำเร็จดังพรที่ได้ขอไว้กับท่านท้าวพญายมราชแล้ว จึงได้ขออนุญาต เพื่อนำหนังกลางแปลงมาฉายดังกล่าว โดยจะเริ่มฉายในวันที่ 16-24 ก.ย. 66 รวม 9 คืน ติดต่อกัน ซึ่งภาพยนตร์ ที่จะนำมาใช้นั้น เป็น ภาพยนตร์ทั้งใหม่และเก่า คืนละ 2 เรื่อง 

“เรื่องดังกล่าว เป็นความเชื่อ ความศรัทธา และความเลื่อมใสเพื่อเป็นกำลังใจ และพลังใจ อย่างไรก็ดี การที่เราจะทำอะไรให้สำเร็จ ก็ขึ้นอยู่กับความสามารถ และความพร้อมของคนๆ นั้น การมาขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ก็เป็นเพียงกำลังใจ ให้เราได้ยึดมั่นถือมั่น ให้คิดดี ทำดี ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ และหากเรามีความศรัทธาอย่างจริงจัง ก็จะได้สิ่งนั้นๆอย่างแท้จริง” พระครูสมุห์สิทธิโชค กล่าว 

สำหรับรูปปั้นองค์ท้าวพญายมของวัดไผ่เหลืองนี้ สร้างขึ้นในวันเสาร์ขึ้น 5 ค่ำ เดือน 5 เมื่อปี 2560 หน้าตักกว้าง 1.2 เมตร สูง 1.80 เมตร เป็นองค์นั่ง บน บัลลังก์ สร้างขึ้นมาเพื่อให้ชาวบ้านที่มีความเลื่อมใสและศรัทธา มากราบไหว้ขอพร ให้หายจากโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ตามตำราที่หลวงพ่อสิงห์ ท่านเจ้าอาวาสวัดองค์ก่อนเคยบอกวิธีให้ช่วยเหลือคนตกทุกข์ได้ยากกับอาตมาไว้ว่า “หากต้องการให้ขอพรบนบานให้โรคภัยไข้เจ็บหาย ให้ไปจุดธูปไหว้หลวงพ่อพระพุทธชินราชแล้วบอกกล่าวผ่านไปถึงท้าวพญายมให้ช่วยเหลือในเรื่องโรคภัยไข้เจ็บต่างๆ ก็จะสัมฤทธิ์ผล" ต่อมาหลังจากสิ้นท่านเจ้าอาวาสองค์ก่อน ท่านจึงได้นึกถึงคำพูดนั้น จึงตัดสินใจสร้างรูปปั้นองค์ท้าวพญายมราช ขึ้นมาในฤกษ์ที่เป็นวันดีวันแข็งที่สุด จากนั้นก็จะมีชาวบ้านทั่วไปเดินทางมาจุดธูปบนบานศาลกล่าว จนกระทั่งประสบความสำเร็จ จึงเดินทางมาแก้บนตามที่ขอไว้

'แบงก์ชาติ' แนะ!! เงินดิจิทัล 10,000 บาท แจกเฉพาะกลุ่ม ชี้!! ไม่ใช่ทุกคนที่จำเป็นต้องใช้ แง้ม!! ใช้กับ CBDC ไม่ได้

เมื่อวานนี้ (14 ก.ย. 66) ดร.เศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย กล่าวว่า นโยบายเงินดิจิทัลที่รัฐบาลจะออกมานั้น ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะออกมาในรูปแบบไหน แต่ข้อกังวลของแบงก์ชาติเกี่ยวกับนโยบายนี้ จะเป็นเรื่องของการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภาพรวมที่ตัวเลข โดยรวมดูไม่ค่อยสวยนัก โดยไตรมาส 2 ที่ผ่านมา อยู่ที่ 1.8% ต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ แต่ถ้าดูที่มาของการเติบโตแสดงให้เห็นว่า สิ่งที่ขาดไปไม่ใช่เรื่องของการบริโภค แต่เป็นเรื่องของการลงทุน 

นอกจากนี้ ดร.เศรษฐพุฒิ เสนอว่า นโยบายดังกล่าวถ้าทำเฉพาะกลุ่มก็อาจจะประหยัดงบประมาณได้มากกว่า เพราะว่าไม่ใช่ทุกคนที่จำเป็นต้องใช้เงิน 10,000 บาท อีกทั้งการทำนโยบายต่าง ๆ รัฐบาลต้องฉายภาพระยะกลางของมาตรการที่จะทำให้มีความชัดเจน ทั้งเรื่องของภาพรวมรายจ่าย ภาพรวมหนี้ การขาดดุลต่าง ๆ ตรงนี้จะช่วยสร้างความเชื่อมั่น แสดงให้เห็นถึงวินัยทางการคลัง ที่จะบริหารให้อยู่ในกรอบได้ 

อย่างไรก็ตาม ผู้ว่าแบงก์ชาติ ย้ำว่า เงินดิจิทัลขึ้นอยู่กับรูปแบบที่จะออก แต่ถ้าจะทำเป็น digital asset คือ ไม่ได้ หรือถ้าจะใช้วิธีการผสมกับ CBDC โครงการที่แบงก์ชาติกำลังดำเนินอยู่นั้น มองว่าไม่สามารถที่จะเป็นไปได้ เพราะโครงการนี้ โดยเฉพาะ Retail CBDC ที่เป็นการนำร่องเพื่อศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่เพื่อการเอาออกมาเป็นการทั่วไป

ด้านสถานการณ์ภาพรวมของเศรษฐกิจไทยตอนนี้ ดร.เศรษฐพุฒิ กล่าวว่า เศรษฐกิจตอนนี้มันก็มีการฟื้นตัวของมัน อาจจะช้ากว่าที่อื่น แต่ก็เห็นภาพการฟื้นตัวที่ชัดเจน สำหรับนโยบายอยากให้กลับมาสู่สภาวะปกติ จากทั้งฝั่งการเงินและการคลังทั่วโลก ในช่วงโควิดหลายประเทศมีการเหยียบคันเร่ง อย่างที่พูดมาโดยตลอดว่า ตอนนี้เราให้ความสำคัญกับเสถียรภาพหลายมิติ และสิ่งที่กังวลเป็นพิเศษในช่วงนี้ คือ เรื่องเสถียรภาพทางด้านการคลัง เราเห็นตัวอย่างประเทศอย่างสหรัฐอเมริกา โดน Downgrade Credit ดังนั้นเรื่องของการคลังจึงเป็นโจทย์สำคัญ ที่ทำให้เราต้องออกนโยบายแบบค่อยเป็นค่อยไป

ขณะที่นโยบายพักหนี้ของรัฐบาลที่จะออกมานั้น ดร.เศรษฐพุฒิ มองว่า การพักหนี้ควรเป็นหนึ่งในเครื่องมือที่ใช้ได้ แต่เป็นเครื่องมือหลักหรือไม่ คำตอบ คือ ไม่ควร และไม่ได้พักในวงกว้าง เพราะผลข้างเคียงจะสูง แต่ต้องดูให้สมควร และนโยบายนี้อาจเหมาะกับคนมีศักยภาพในการชำระหนี้อยู่แล้ว แต่เจอปัญหาชั่วคราวมากกว่า แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับรูปแบบที่ทางรัฐบาลจะทำ 

อย่างไรก็ตาม ท้ายที่สุดแล้วเป็นโจทย์ของรัฐบาลที่จะต้องคำนึงถึงปัจจัยและผลกระทบในการออกนโยบาย เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพการเงินการคลัง หรือผลข้างเคียงด้านอื่น ๆ ที่อาจจะไม่พึงประสงค์

ออมสิน ช่วยลูกหนี้ NPL จากสินเชื่อสู้ภัยโควิด ตั้งต้นผ่อนเดือนละร้อย ดึงบัญชีกลับมาเป็นปกติ

(15 ก.ย. 66) นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ตามที่ก่อนหน้านี้ธนาคารออมสินได้ออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนช่วงวิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด-19 ภายใต้โครงการ ‘สินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับผู้มีอาชีพอิสระที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19’ วงเงินรายละไม่เกิน 10,000 บาท วงเงินสินเชื่อรวม 20,000 ล้านบาท และสินเชื่อสู้ภัยโควิด-19 วงเงินไม่เกินรายละ 10,000 บาท วงเงินสินเชื่อรวม 10,000 ล้านบาท เพื่อเพิ่มสภาพคล่องชั่วคราวให้กับประชาชนที่ขาดรายได้ช่วงวิกฤติที่ผ่านมา ซึ่งในเดือนสิงหาคม 2566 ที่ผ่านมา ธนาคารได้ขยายระยะเวลาเข้าร่วมโครงการสินเชื่อเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับผู้มีอาชีพอิสระที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ถึงเดือนตุลาคม 2567

อย่างไรก็ดี เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจยังอยู่ในระยะเพิ่งเริ่มฟื้นตัว ประกอบกับค่าครองชีพมีแนวโน้มสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อรายได้และความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ ดังนั้น เพื่อเป็นการช่วยเหลือแก้ไขเครดิตแก่ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติการแพร่ระบาดของโควิด-19 (ลูกหนี้บัญชี 21) ที่มีสถานะเป็น NPL ให้กลับมามีสถานะหนี้ปกติ 

ธนาคารออมสินจึงออกมาตรการ ‘ไม่คิดดอกเบี้ย ลดดอกเบี้ยค้างชำระทั้งหมด และนำเงินที่ชำระไปตัดเงินต้นทั้งจำนวน’ สำหรับโครงการสินเชื่อสู้ภัยโควิด-19 โดยให้ลูกหนี้เริ่มผ่อนชำระเพียง 100 บาทต่อเดือนสำหรับงวดที่ 1-6 หลังจากนั้นงวดที่ 7-12 ผ่อนชำระ 300 บาทต่อเดือน และขยายระยะเวลาการชำระจนถึงเดือนตุลาคม 2567

สำหรับลูกหนี้สินเชื่อสู้ภัยโควิด-19 ที่ได้รับผลกระทบ สามารถลงทะเบียนสมัครเข้ามาตรการช่วยเหลือดังกล่าวได้ที่ช่องทาง MyMo หรือ www.gsb.or.th สำหรับลูกหนี้ที่ไม่มี MyMo สามารถลงทะเบียนผ่านช่องทางเว็บไซต์ธนาคาร www.gsb.or.th ตั้งแต่บัดนี้ จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566

ส่องเลขเด็ด ‘ท้าวเวสสุวรรณ’ วัดสนามชัย จังหวัดอ่างทอง หลัง ‘สาววัย 28 ปี’ ดวงเฮงถูกเลขธูปเสี่ยงทาย 3 งวดติด

(15 ก.ย. 66) ที่บริเวณวัดสนามชัย ตำบลตลาดหลวง อำเภอเมือง จังหวัดอ่างทอง พบว่าชาวบ้านและนักท่องเที่ยว ต่างเดินทางมากราบไหว้ขอพร ‘ท้าวเวสสุวรรณ’ โดยนำดอกกุหลาบแดง ดอกไม้ ธูปเทียน มากราบไหว้ขอพร จุดธูปเสี่ยงทายขอตัวเลข ล้วงไห และจุดประทัดเสี่ยงทาย

นอกจากนี้ หญิงสาว วัย 28 ปี ยังเล่าให้ฟังว่า ตนเองได้มาขอเลขธูปเสี่ยงทาย ท้าวเวสสุวรรณ นำไปเสี่ยงดวงถูกมาแล้วหลายครั้ง ล่าสุดถูกเลขท้าย 2 ตัวมา 3 งวดติดต่อกัน ได้นำน้ำแดง พร้อมดอกกุหลาบมาทำการแก้บน และไม่พลาด จุดธูปขอตัวเลขไปเสี่ยงทาย พบเป็นเลข 557-320 ไปเสี่ยงดวง

‘ท้าวเวสสุวรรณ’ วัดสนามชัย สร้างเป็นรูปปูนปั้นขนาดใหญ่ มีความสูง 9 ศอก ประดับติดกระจกโดยรอบองค์อย่างสวยงาม และยังมีบริวารยักษ์อีก 4 ตน อยู่รายล้อม ท้าวเวสสุวรรณ ชาวบ้านทั่วสารทิศ ต่างเดินทางมากราบไหว้ขอพร ขอโชคลาภ โดยนำดอกกุหลาบแดง ดอกไม้ ธูปเทียน มากราบไหว้ขอพร และจุดธูป จุดประทัดเสี่ยงโชค

‘บก.ลายจุด’ แนะ!! รัฐบาลดันสายฉีดก้น ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ วางขายสนามบิน-จัดแข่งขันออกแบบระดับชาติ

(15 ก.ย. 66) นายสมบัติ บุญงามอนงค์ นักเคลื่อนไหวทางการเมือง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ‘สมบัติ บุญงามอนงค์’ ระบุว่า…

เดี๋ยวจะหาว่าวันๆ เอาแต่จับผิด โต้แย้งรัฐบาลไม่รู้จักจบสิ้น ทั้งๆ ที่วิจารณ์ไปตามเนื้อผ้า แถมยังเสนอแนะให้ข้อสังเกต แต่ FC เพื่อไทยบางคนนี่อาการหนัก แตะหรือพูดถึงไม่ได้เลย

ล่าสุดเศรษฐาออกมาพูดแล้ว ว่าจะใช้ฐานข้อมูล และน่าจะหมายถึงใช้แอปพลิเคชัน ‘เป๋าตัง’ เป็นแอปฯ สำหรับโครงการดิจิทัลวอลเล็ต เพราะเขามีประสบการณ์และมีฐานข้อมูล แต่ระบบเบื้องหลังจะใช้ Blockchain นั่นแสดงให้เห็นว่า เสียงวิพากษ์วิจารณ์นั้นเป็นประโยชน์ต่อรัฐในการนำมาปรับปรุงโครงการ ดีกว่าปล่อยให้เข้ารกเข้าพง

ทีนี้จะพูดถึงนโยบายรัฐบาลเพื่อไทยที่น่าสนใจในมุมมองของผม ไม่ใช่แจกเงินหมื่นบาท แต่อยู่ที่ Soft Power เพราะน่าจะเป็นเรื่องที่ทำให้เกิดรูปแบบการผลิตที่ก้าวหน้าขึ้น รวมถึงการบริหารจัดการที่บูรณาการเรื่องต่างๆ เชื่อมโยงกัน

บก.ลายจุด ยังโพสต์ด้วยว่า สิ่งที่ฝรั่งทึ่งเมื่อมาเมืองไทยคือสิ่งนี้ รัฐบาลควรประกาศให้สิ่งนี้เป็นของคู่บ้านคู่เมือง และวางขายชุดสายฉีดตูดไว้ที่ร้านค้าปลอดภาษีตามสนามบิน และควรจัดการแข่งขันการออกแบบสายฉีดตูดในระดับชาติ เรื่องนี้ต้องมีฝรั่งที่เคยมาเมืองไทยพูดถึงแน่นอน กระฉ่อนโลก


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top