Thursday, 30 July 2026
Hard News Team

เดินหน้าพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษสายอีสานเชื่อมจีนและสปป.ลาว

มหาวิทยาลัยขอนแก่น จับมือมหาวิทยาลัยแห่งชาติลาว และมหาวิทยาลัยหัวจงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ประเทศจีน  ร่วมแถลงเปิดตัว (Kick off) และเสวนาทางวิชาการโครงการการศึกษาและพัฒนายุทธศาสตร์ความร่วมมือระเบียงเศรษฐกิจจีน-ลาว-ไทย : ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ห้องประชาสโมสร 1 ชั้น 2 โรงแรมอวานี ขอนแก่น โฮเทล แอนด์ คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์  นายชาญชัย  ศรศรีวิชัย รอง ผวจ.ขอนแก่น เปิดกิจกรรมเสวนาทางวิชาการ โครงการศึกษาและพัฒนายุทธศาสตร์ความร่วมมือระเบียงเศรษฐกิจ  จีน – ลาว - ไทย : ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ซึ่งเป็นโครงการจากความร่วมมือระหว่าง มหาวิทยาลัยขอนแก่น  มหาวิทยาลัยแห่งชาติ (ลาว)  และมหาวิทยาลัยหัวจงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (จีน) ได้รับการสนับสนุนการวิจัยจากหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.)  โดยมีผู้บริหาร ตัวแทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการ ทั้งในระเบียงเศรษฐกิจนครราชสีมา อุดรธานี ขอนแก่น หนองคาย และนครสวรรค์ และผู้ประกอบการจากต่างประเทศ ได้แก่ สปป.ลาว และสาธารณรัฐประชาชนจีน 

นายชาญชัย ศรศรีวิชัย รองผวจ.ขอนแก่น กล่าวว่า  การดำเนินกิจกรรมและโครงการฯ เป็นความร่วมมือกันระหว่างประเทศ จีน ไทย ลาว เพื่อสร้างเศรษฐกิจบนพื้นที่ระเบียงอีสาน ซึ่งงานวิจัยนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่จะก่อให้เกิดความร่วมมือกันอย่างเป็นรูปธรรม  ที่จะสร้างเส้นทางสู่ความเป็นเมืองเศรษฐกิจ และพัฒนาการค้า โดยคาดหวังจะเป็นการสร้างเศรษฐกิจในภาพรวมในระดับภูมิภาค โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  ที่จะได้รับประโยชน์กับการเป็นระเบียงเศรษฐกิจพิเศษในอนาคตที่จะถึงนี้

ด้าน ดร.สราวุธ  สัตยากวี รองผู้อำนวยการสำนักงานกลยุทธ์และพัฒนากองทุน (สกสว.)  กล่าวว่า การส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรมเพื่อสนับสนุนการวิจัยนี้ เพื่อเป็นแรงขับเคลื่อนนโยบายการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจจีน-ลาว-ไทย  : ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในปัจจุบันและอนาคต

รศ.ดร.ศุภวัฒนากร วงศ์ธนวสุ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและนวัตกรรมเพื่อการพัฒนาเมืองน่าอยู่และการกระจายศูนย์กลางความเจริญ (ฝ่าย 3) หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนาระดับพื้นที่ (บพท.) ยังได้กล่าวถึงวัตถุประสงค์ความสำคัญของระเบียงเศรษฐกิจ ทั้งภายในและการเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจต่างประเทศ ที่จะเป็นกำลังสำคัญ ในการเชื่อมโยงผู้คน การค้าและการลงทุน ผ่านการศึกษาและการวิจัยนี้ ซึ่งผลการวิจัยจะเป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจจีน-ลาว-ไทย : ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือต่อไป 

ขณะที่ ศ.ดร.รุธิร์ พนมยงค์ ได้บรรยายพิเศษ ความสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานและระบบโลจิสต์ ที่จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนระเบียงเศรษฐกิจ พร้อมทิ้งท้ายประเด็นความร่วมกันในการพัฒนาแบบบูรณาการ เพื่อการเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจอย่างมีประสิทธิภาพ และแผนการขับเคลื่อนการพัฒนาพื้นที่และโครงสร้างพื้นฐานระเบียงเศรษฐกิจจีน-ลาว-ไทย : ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนืออีกด้วย 

นอกจากนี้ Professor Li Wei, Ph.D. ASEAN Research Center, Huazhong University of Science and Technology  ได้กล่าวถึงนโยบายสาธารณะ และแผนการพัฒนาเส้นทางรถไฟเชื่อมโยงระเบียงเศรษฐกิจจีน-ลาว-ไทยและอาเซียน สาธารณรัฐประชาชนจีน และสิ่งสำคัญคือเรื่องของความยั่งยืนทางเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม

ดร. อรรฆพร ก๊กค้างพลู (หัวหน้าโครงการ) ได้กล่าวถึง ผลการวิจัยเบื้องต้นในรอบ 3 เดือนที่ผ่านมา และมีประเด็นเชื่อมโยงการพัฒนายุทธศาสตร์ความร่วมมือ ผ่านการตั้งคำถามการวิจัยว่า อะไรคือโอกาส และความท้าทาย ของระเบียงเศรษฐกิจ รวมทั้งความร่วมมือด้านการค้าการลงทุนนั้น จะสามารถเกิดขึ้นได้อย่างไร และต้องมีกลไกสำคัญอะไรบ้าง โดยการนำเสนอผ่านโครงการวิจัย   ซึ่งนอกจากนี้ยังมีการเสวนา การพัฒนายุทธศาสตร์ความร่วมมือ โอกาส ความท้าทาย ความร่วมมือการค้าการลงทุนบนระเบียงเศรษฐกิจจีน-ลาว-ไทย : ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดย  Assoc. Prof. Dr. Sithixay XAYAVONG (Director of research and academic service office and Director of Chinese Studies Center) , Dr. Wang Yujiao (Manager of general office of Laos Vientiane Saysettha Operation Management Co., Ltd), คุณบัญชา อาศัยราช (ประธานอุตสาหกรรมท่องเที่ยว จ.หนองคาย), คุณกังวาน เหล่าวิโรจน์ ผู้ร่วมก่อตั้ง บริษัท พัฒนาเมืองขอนแก่น (เคเคทีที) จำกัด, คุณนายนาวิน โสภาภูมิ นักวิจัย บพท. ปี 2565   รวมถึงการรับฟังความคิดเห็นร่วมกับผู้ประกอบการ นักวิชาการ และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียบนระเบียงเศรษฐกิจจีน-ลาว-ไทย : ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 

ทั้งนี้ มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล ข้อจำกัด และปัจจัยหนุนเสริม ที่จะช่วยขับเคลื่อนระเบียงเศรษฐกิจ และสร้างความร่วมมือกันทั้งในและต่างประเทศ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างเข้มข้น นักวิจัย นักวิชาการและหน่วยงานภาคเอกชน และภาครัฐ ได้แก่  สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สมาคมเกษตรกรโคกระบือภาคอีสาน สภาอุตสาหกรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  สมาคมส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมไทย จ.ขอนแก่น  สภาอุตสาหกรรม 4 จังหวัด (ขอนแก่น / นครราชสีมา / อุดรธานี / หนองคาย) หอการค้า 4 จังหวัด (ขอนแก่น / นครราชสีมา / อุดรธานี / หนองคาย)  ผู้ประกอบการ (นักลงทุน) ไทยในพื้นที่ จ.ขอนแก่น  ผู้ประกอบการ (นักลงทุน) จีนในพื้นที่ สปป. ลาว  ผู้ประกอบการ (นักลงทุน) ลาวในพื้นที่เวียงจันทน์  มูลนิธิชุมชนขอนแก่นทศวรรษหน้า  ที่ได้ร่วมแสดงความคิดเห็น แลกเปลี่ยนข้อมูลที่จะเป็นประโยชน์ต่อการวิจัยและพัฒนาการศึกษาและพัฒนายุทธศาสตร์ความร่วมมือระเบียงเศรษฐกิจจีน-ลาว-ไทย : ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

อย่างไรก็ตาม ในการเปิดตัวโครงการวิจัยเปิดตัว (Kick off) โครงการการศึกษาและพัฒนายุทธศาสตร์ความร่วมมือระเบียงเศรษฐกิจจีน-ลาว-ไทย : ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกเฉียงเหนือในครั้งนี้ นับเป็นโอกาสสำคัญที่จะสร้างการรับรู้ เพิ่มเติมความเข้าใจ และประสานความร่วมมือให้แก่ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป

‘นักเขียนบทฮอลลีวูด’ บรรลุข้อตกลงกับบริษัทภาพยนตร์-สตูดิโอแล้ว หลังหยุดงานประท้วงมากว่า 5 เดือน เหตุได้ค่าตอบแทนที่ไม่เป็นธรรม

(26 ก.ย. 66) ฮอลลีวูด (เอพี/รอยเตอร์ส) หลังจากหยุดงานประท้วงมาตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ล่าสุด สมาคมคนเขียนบทฮอลลีวูดสามารถบรรลุข้อตกลงกับบริษัทภาพยนตร์และสตูดิโอยักษ์ใหญ่ เพื่อแก้ไขปัญหาค่าตอบแทนไม่เป็นธรรมได้แล้ว

สมาชิกสหภาพแรงงานผู้เขียนบทภาพยนตร์และบทละครของสหรัฐฯ หรือ WGA ได้หยุดงานประท้วงมานาน 146 วัน หรือกว่า 5 เดือน ยาวนานที่สุดในรอบหลายสิบปี และส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อรัฐแคลิฟอร์เนียและสหรัฐฯ แล้วเป็นจำนวนหลายพันล้านดอลลาร์ จนกระทั่งจากการเจรจาล่าสุด สหภาพฯ เพิ่งประกาศว่า ได้บรรลุข้อตกลงเบื้องต้นเพื่อปกป้องสมาชิกได้อย่างดี โดยที่กำลังจะตกลงในรายละเอียดต่อไป เพื่อลงนามสัญญาจ้างใหม่ระยะเวลา 3 ปี กับบรรดาบริษัทผู้ผลิตภาพยนตร์และสตูดิโอต่างๆ เพื่อที่จะสามารถเริ่มงานได้อีกครั้ง

นอกจากผู้เขียนบทในสังกัด WGA หยุดงานประท้วงแล้ว ยังมีสมาคมนักแสดงภาพยนตร์และโทรทัศน์ หรือ SAG พร้อมด้วยสหพันธ์ศิลปินโทรทัศน์และวิทยุแห่งอเมริกา หรือ AFTRA ซึ่งเป็นองค์กรตัวแทนนักแสดงและแรงงานในวงการบันเทิงราว 160,000 คน ก็ได้หยุดงานประท้วงตามมาเช่นกัน ทำให้วงการบันเทิงสหรัฐหยุดงานครั้งใหญ่ในรอบ 63 ปี กระทบการผลิตผลงานทั้งในสหรัฐฯ และในต่างประเทศ เนื่องจากการสร้างภาพยนตร์ ซีรี่ส์ และรายการโทรทัศน์ต่างๆ ต้องหยุดชะงัก ไม่สามารถดำเนินการได้

สถาบันมิลเคนเผยผลวิจัยเมื่อต้นเดือนกันยายนว่า การนัดหยุดงานในวงการฮอลลีวูดขณะนี้ สร้างความเสียหายแล้วกว่า 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 180,000 ล้านบาท) เฉพาะการนัดหยุดงานของผู้เขียนบทสร้างความเสียหายแล้ว 2,100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 75,675 ล้านบาท)

‘แน็ก ชาลี’ รับอึดอัดเหมือนคนใกล้ตาย ลั่น!! อยากกลับไปสกปรก  แต่ลุคนั้นใช้ทำงานไม่ได้ หมดหนี้เมื่อไหร่จะไปใช้ชีวิตแบบเดิม

(26 ก.ย. 66) ยังคงอยู่ในช่วงหล่อร้อนเงินเหมือนเดิม สำหรับหนุ่ม ‘แน็ก ชาลี ไตรรัตน์’ ที่เอาความหล่อมาใช้ประโยชน์หาเงินปลดหนี้ ล่าสุดเจ้าตัวได้เผยในงานเปิดตัวภาพยนตร์ The Creator ก็เลยขออัปเดตกันสักหน่อย ว่าจะได้เห็นแน็กในลุคหล่อๆ แบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน

“ช่วงนี้ร้อนตังค์นะครับ ก็จะออกมาสภาพแบบนี้ว่าดูเป็นผู้เป็นคนหน่อย ถามว่าร้อนเงินหรือคลั่งรัก ยังเรียกว่าร้อนเงินอยู่ครับผม ไม่ใช่หรอก คือทำงานก็อยากลองเปลี่ยนตัวเองดูหลายๆ อย่าง ถามว่าชอบลุคนี้ไหม ไม่ชอบเลยครับ ผมชอบเวลาเราผมยาวๆ ดูสกปรกๆ แต่ว่าลุคนั้นทำงานไม่ได้ เลยต้องยอมปรับเปลี่ยนตัวเองหน่อย ตื่นเช้ามาก็ต้องมานั่งกลั้นฝืนแต่งหน้าทำผม ก็อดทนครับ รีบล้างหน้าให้ไวที่สุด ถามว่าอึดอัดไหม ถ้าตอบตามตรงแม่xโคตรอึดอัดเลยพี่ แต่ถ้าตอบแบบดารา…มันไม่ใช่หน้าที่นะครับ มันคือสิ่งที่ผมต้องทำอยู่แล้วครับ (ถ้าตอบแบบแน็ก ชาลี?) โอ้ย แม่xเหนื่อยฉิบหาxเลย (หัวเราะ) หยอกเล่นๆ แต่อยากกลับไปไว้ผมยาว แต่ผมจะพูดบ่อยมากๆ เมื่อก่อนผมไว้ผมยาวถึงก้น ผู้ชายเวลาไว้ผมยาวมันไม่ต้องเซ็ตผม แต่พอผมสั้นเวลาเซ็ตผมไม่พ่นสเปรย์ แล้วผมแพ้สเปรย์ ฉีดแล้วสิวมันชอบขึ้น”

>> ชอบตัวเองลุคสกปรก แต่ตอนนี้ต้องปรับตัวให้ดีขึ้น

“ในชีวิตจริงโคตรสกปรกเลยครับ (หัวเราะ) ไม่หรอกๆ เราก็ผมยาว เราก็ชอบใช้อะไรที่หอมๆ ใส่อยู่แล้ว ก็อาบน้ำ แต่ว่าเราชอบปล่อยตัวสบายๆ จริงๆ ถามว่าชอบลุคเซอร์ ไม่ๆ ชอบลุคสกปรกครับ แต่ตอนนี้ก็พยายามปรับตัวให้ดีขึ้นหลายๆ อย่าง ถามว่าชอบความหล่อไหม ผมเนี่ยมันหล่อมาตั้งแต่เด็กแล้ว ผ่านการแต่งหล่อ เก๊กหล่อมาตั้งแต่เด็กแล้ว มันเก็บกดแหละ พอมีโอกาสที่จะได้เป็นตัวเอง ไม่ต้องเก๊กตลอดเวลา ไม่ต้องลงอะไรที่คีฟตลอดทั้งปี มันถือว่าเป็นความโชคดีที่สุด ที่ผมได้มาแล้ว”

>> บอกไม่ต้องเสียดายความหล่อ ถ้าปลดหนี้หมดจะกลับไปใช้ชีวิตแล้ว

“ไม่น่าเสียดายหรอกครับ ตอนนี้ผมหล่อจนผมใกล้ตายแล้วครับ รู้สึกว่าการดูแลตัวเองของผมเนี่ย มันเหนื่อยแบบใกล้ตายแล้ว แต่ผู้จัดการผมน่าจะตายก่อน เส้นเลือดในสมองแตก เพราะเขาคุยโทรศัพท์บ่อยมาก ถ้าผมปลดหนี้ในชีวิตผมได้แล้ว ผมจะไปใช้ชีวิตให้มีความสุขเหมือนแต่ก่อน แต่หนี้เท่าไหร่บอกไม่ได้ๆ เยอะ ถามว่าทำไมไม่เอามอเตอร์ไซค์มาขาย คือผมไม่ชอบเอาของที่เก็บมาขาย แต่ก็ดีใจมาก ที่ผมได้รู้จักการเป็นหนี้กับธนาคาร มันทำให้เราไม่เอาเงินไปซื้อของเละเทะ จากที่เราซื้อกีตาร์วันเป็นร้อยเป็นพันตัว ก็ทำงานไป ถือว่าลองมีความรับผิดชอบ”

>> ถ้าหล่อแล้วปลดหนี้ได้ไว เดี๋ยวเดือนหน้าหล่อกว่านี้อีก

“เดี๋ยวเดือนหน้าผมหล่อกว่านี้อีก (หัวเราะ) แต่ก่อนเนี่ย ชีวิตผมท่องมาตลอด ว่าการไม่มีหนี้เป็นอะไรที่คุณโชคดีมาก คุณประเสริฐมาก แล้วผมมีของสะสมเยอะมากพอแล้ว แต่ตอนนี้ผมก็ลองดู การเป็นหนี้มันก็ทำให้เรามีความรับผิดชอบในการทำงานมากขึ้น เรียกว่าเลิกทำงานไม่ได้ จนกว่าจะปลดหนี้เสร็จ แต่ถ้าหมดผมหนี้เนี่ย ผมแม่xจะออกไปตามล่าหาแย้ หาปลา จะไปตะคุบตัวเหี้xเหมือนเดิม ลงน้ำ อยากกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิม เราจะทำงานน้อยลง กินทุกอย่างที่ขวางหน้า”

>> เป็นหนี้เพราะสะสมที่ดิน

“ที่ดินๆ ผมชอบสะสมที่ดินอยู่แล้ว ตั้งแต่เด็กแล้ว ตอนนี้อยากได้ใหญ่ขึ้น ก็ดีกว่าไปซื้อกีต้าร์มาแจก มาทิ้ง”

>> ไม่ใช่ผ้าขี้ริ้วห่อทอง เป็นผ้าขี้ริ้วสกปรกนี่แหละ

“ผ้าขี้ริ้วสกปรกนี่แหละครับ (หัวเราะ) ผมเซอร์ แต่ความเซอร์ต้องดูให้ถูกต้องนะ เซอร์แล้วหล่อ แต่ผมเซอร์สกปรก คนละอย่างกัน ความฝันตอนนี้อยากกลับไปอยู่แบบที่เราอยู่มาตลอด มีความสุขที่ได้ทำอะไรหลายอย่าง แต่ตอนนี้เราก็ต้องทำงานที่เราต้องรับผิดชอบให้ดีที่สุด เรารับผิดชอบงานที่มีให้ดีที่สุด ไม่ทำให้งานมีปัญหา น่าจะได้เห็นผมในพาร์ตหล่อๆ อีกเป็นปีแหละครับ”

>> มีแฟนแล้วก็ไม่ได้อยากหล่อ แต่ยอมรับว่าไม่ใช่คนดี มองคนที่หน้าตาก่อนเหมือนกัน

“ไม่มีเลยครับ ผมรู้สึกว่าคนสองคนตอนเข้าใจกันมันหลายอย่าง มันอาจจะมองแว๊บแรกที่หน้าตาหล่อสวย ผมก็ยอมรับว่าผมไม่ใช่คนดี ที่ว่าเรามาคบกันที่จิตใจอย่างเดียว ผมก็ต้องมองก่อน ว่าหน้าตามันสวยเว้ย

แล้วก็มีโอกาสได้คุยกัน ก็เป็นความรัก เป็นความรู้สึกดีเข้ามาเพิ่มขึ้น เป็นความผูกพันที่ได้เจอ ได้อยู่ด้วยกัน”

>> ไม่มั่นใจ ‘เก๋ไก๋ สไลเดอร์’ แฟนสาว จะชอบตัวเองในลุคไหน

“ผมก็ไม่มั่นใจเหมือนกัน เอาเป็นว่าเขาก็ดีและรับได้ที่เราเป็น แค่นี้ก็พอแล้วครับ

>> เล่าพา ‘เก๋ไก๋’ ไปเจอตุ๊กแก เพื่อเป็นการฝึกฝน เวลาเห็นจะได้ไม่กรี๊ดแตกตกใจ

“นานแล้วๆ เหมือนเป็นการฝึกฝน เวลาไปเจอจะได้ไม่กรี๊ดแตกหรือตกใจ เราก็ใช่วิธีการจับมาแล้วให้เขาทักทายกัน ให้ได้ลองสัมผัสตุ๊กแก เหมือนหลายคนที่กลัวไม่ลองเปิดใจ ถ้าคุณได้เปิดใจ ได้ลูบได้จับตุ๊กแกนะครับ (จะน่ารักเหรอ?) โอ้ย คุณจะเกลียดแม่xหนักกว่าเดิมอีก มันกัดครับผม ถามว่าไม่กลัวตุ๊กแกกัดเก๋ไก๋เหรอ มันจะมีตัวเชื่อง ตัวดี ตอนเด็กผมฝึกฝน ผมก็หยิบตุ๊กแกมาแล้วก็ 1 2 3 ให้มันงับจมูก พอแม่xงับปุ๊บมันไม่ปล่อยนะครับ สุดท้ายก็เป็นหน้าที่แม่ที่ต้องมาแงะออก แต่โตขึ้นก็ไม่ค่อยทำอะไรแบบนั้นแล้ว ผมว่าเขาก็เจอมาหลายอย่างแล้วนะ เขารับได้ๆ ถ้าวันนั้นมันเกาะแล้วกัด ผมจะถ่ายวิดีโอให้เขา แล้วก็จะสัมภาษณ์ว่ารู้สึกยังไง เวลามันกัดมันปล่อยยาก เราก็ต้องขอแป๊บหนึ่งๆ แซวเล่นๆ (หัวเราะ) เหมือนงูกัดขาผม สิ่งแรกก็แม่xเอ้ย ต้องมีอะไรเก็บไว้ดูเอง”

>> บอกไม่ต้องห่วง น้ำหนักขึ้นโชว์ไม่ได้แล้ว หลัง ‘เก๋ไก๋’ แอบหวงไม่อยากให้เซ็กซี่เยอะ

“โห ไม่ต้องห่วงครับผม สภาพตอนนี้โชว์อะไรไม่ได้แล้วครับ น้ำหนักขึ้นมาโหดมาก อาทิตย์หนึ่งผมขึ้น 10 โล มันขึ้นเพราะทำงานนี่แหละ พอทำงานหนักปุ๊บ เราอดไม่ไหว เราก็กินข้าวแบบคนปกติไม่ไหว แล้วผมชอบกินข้าวเหลือของคนอื่น เป็นคนเห็นพวกสัตว์ที่มันตายในจานไม่ได้ ผมต้องเก็บกินให้เกลี้ยง ส่วนเรื่องที่เขาไม่อยากให้โชว์หุ่น ผมว่าเขาแซวเล่น น้องไม่ได้ห้ามอะไรเลยครับ แต่ถ้าเขาขอก็ได้ ผมไม่ทำโน่นนี่หลายอย่าง แต่จริงๆ ผมจะบอกว่าไม่มี เขาไม่ห้ามอะไรเลย (ถ้าน้องห้ามโชว์กับเงินเราเลือกอะไร?) เฮ้อ หนักใจจริงๆ เลย วิ่งหนีดีกว่า เลือกคู่กันๆ แต่ไม่ผมจะบอกว่าน้องไม่ได้ห้ามอะไรเลย น้องตอบคำถามแซวเฉยๆ ไม่มีอะไร ผมดูคลิปที่เขาสัมภาษณ์”

>> อวยพรให้โชคดี เป็นนางเอกละครเต็มตัวแล้ว

“อวยพรครับ ขอให้เธอโชคดี ก็คือขอให้ดี ขอให้ละครประสบความสำเร็จ ดังมากๆ มันคงเป็นความฝันของเขา ผมรู้สึกได้เวลาที่เราอยู่ด้วยกัน มันเป็นความฝัน ความรู้สึกของเขา มันคงเป็นภาพที่ดีมากๆ ถ้าทุกคนรักเขา ผู้ใหญ่รักเขามากขึ้น ดีใจกับเขาด้วย ถามว่ามีแฟนเป็นนางเอกรู้สึกยังไงบ้าง จริงๆ เขาก็เป็นนางเอกอยู่แล้วนะ เขาเป็นนักแสดงอยู่แล้ว เมื่อก่อนเขาถ่ายหนัง ถ่ายละครมาเยอะแยะ อันนี้เป็นนางเอกเต็มตัว ก็ดีครับ เห็นภาพแล้วว่าจะเป็นยังไง ใครทำงานแล้วประสบความสำเร็จ เราก็ต้องดีใจ”

>> ออกตัวเล่นเป็นพระนางคู่กันจริงจังไม่ได้ แต่ถ้าเป็นละครคุณธรรมสั้นๆ กวนๆ อะได้เลย

“ไม่เล่น ผมรู้สึกว่ามันไม่ได้จริงๆ ไม่ได้เขินหรอก เจอกันบ่อยจนไม่เขินแล้ว แต่ผมรู้สึกว่าการที่ให้ไปเล่นเป็นพระเอก-นางเอกคู่กันแบบจริงจัง อาจจะเป็นไปไม่ได้เลย แต่ถ้าอะไรกวนๆ มันเป็นไปได้ มันสนุกๆ ละครคุณธรรม ละครกวนๆ อันนั้นได้หมดเลย

‘นายกฯ เศรษฐา’ ชี้แจง ปมเครื่องยนต์เรือดำน้ำเยอรมัน บอกได้คุยผู้นำเยอรมันแล้ว แต่ยังไม่ชัดว่าจะใช้หรือไม่

(26 ก.ย. 66) ที่ทำเนียบรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการเข้าพบผู้นำเยอรมัน เพื่อเจรจา เครื่องยนต์ใส่ในเรือดำน้ำ ระหว่างการเดินทางไปประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญครั้งที่ 78 (UNGA78) ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา นายเศรษฐา กล่าวย้อนถามว่า “เรื่องความชัดเจนใช่ไหม” ก่อนนายกฯ กล่าวว่า “ความชัดเจน คือยังไม่มีความชัดเจน”

เมื่อถามว่าการนัดพบไม่ได้ติดอุปสรรคอะไรหรือไม่ นายเศรษฐา กล่าวว่า “ได้พูดคุยกันแล้วแต่ยังไม่มีความชัดเจน”

‘ศาลฯ’ สั่ง ‘อานนท์’ จำคุก 4 ปี คดีหมิ่นสถาบัน เจ้าตัวเผย กำลังใจยังดีและการต่อสู้จะคงดำเนินต่อไป

(26 ก.ย. 66) เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีดูหมิ่นสถาบัน หมายเลขดำอ. 2495/2564 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 10 เป็นโจทก์ฟ้องนายอานนท์ นำภา อายุ 39 ปี ทนายความศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน เป็นจำเลยในความผิดฐานดูหมิ่น สถาบันเบื้องสูง ร่วมกันมั่วสุมชุมนุม ก่อความวุ่นวายในบ้านเมือง พ.ร.ก.การบริหาราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 พ.ร.บ.จราจรทางบก ฯ กรณีเมื่อวันที่ 14 ต.ค.63 จำเลยกับพวกได้ร่วมกันจัดกิจกรรมรวมกลุ่มผู้ชุมนุมทางการเมือง ที่บริเวณโดยรอบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย โดยบางช่วงบางตอนของการปราศรัย จำเลยได้กล่าว แสดงความอาฆาตมาดร้ายดูหมิ่นสถาบันฯ

นายอานนท์กล่าวว่า ทั้งขบวนคนรุ่นใหม่ได้สร้างปรากฏการณ์ที่เปลี่ยนประเทศไป จนไม่สามารถย้อนกลับไปเหมือนเดิมได้แล้ว ในแง่ของความคิดคน ตนมองว่าตอนนี้คนทั้งประเทศเชื่อในสิทธิเสรีภาพ เห็นการเปลี่ยนแปลงประเทศให้เป็นอารยะเห็นได้จากทุกรูปแบบทั้งในสื่อโซเชียล บนท้องถนน ผลการเลือกตั้งที่ผ่านมาก็ชัดเจนแล้ว คนรุ่นใหม่ก็โตมาโดยเชื่อในสิทธิเสรีภาพความเท่าเทียม ตนคิดว่าการชุมนุมในปี 63 ทำให้สังคมเปลี่ยนไปเยอะมากเป็นการต่อสู้ที่คุ้มค่า

เมื่อถามว่าอยากฝากอะไรถึงนักเคลื่อนไหวในตอนนี้ นายอานนท์ กล่าวว่า อยากให้กำลังใจ วันนี้เรายังไม่ทราบคำพิพากษา ถ้าออกมาในทางร้ายก็คงติดคุกซึ่งเราก็ต้องสู้ต่อไป อย่างไรก็ตามหากตนต้องถูกขังภายหลังก็ต้องเบิกตัวตนออกมาศาลเพื่อทำหน้าที่ทนายความและจำเลย เพราะตนเป็นทนายความให้กับคดีการเมือง กรณีชุมนุมที่ ห้าแยกลาดพร้าว ปี 63 จะทำหน้าที่จากในคุกและนอกคุก ฝากให้กำลังใจขอบคุณคนที่สนับสนุน ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร การต่อสู้ยังไม่สิ้นสุด

นายอานนท์กล่าวว่า ตอนนี้กำลังใจยังดี คำพิพากษาวันนี้เป็นเรื่องเมื่อ 14 ต.ค.ซึ่งตนไปปราศรัยปรามไม่ให้ตำรวจเข้ามาสลายการชุมนุม การที่วันนี้อาจจะสูญเสียเสรีภาพตามคำพิพากษา อาจจะหลายปี แต่ก็คุ้ม ที่เหตุการณ์ดังกล่าวที่เราเดินจากราชดำเนินไปล้อมทำเนียบไม่เกิดการสูญเสีย เป็นการเสียเสรีภาพโดยส่วนตัวต่อส่วนรวมที่คุ้มค่าอย่างมากด้วยความเต็มใจ

เมื่อถามว่าหากวันนี้ นายอานนท์ต้องเข้าคุก จะมีกลุ่มนักกิจกรรมออกมาเคลื่อนไหวหรือไม่ นายอานนท์กล่าวว่า แน่นอน เพราะการเคลื่อนไหวยังมีเรื่อย ๆ มีการผ่อนไปตามสถานการณ์แต่เราจะไม่หยุด การต่อสู้มีเป้าหมายชัดเจนว่าเราต่อสู้เพื่ออะไร

ล่าสุด ศาลอาญา สั่งจำคุก 4 ปี ไม่รอลงอาญา อานนท์ นำภา หมิ่นสถาบัน ปรับ 2 หมื่น ผิด พ.ร.ก. บริหารราชการฉุกเฉิน ฯ 2548 ม็อบ 14 ต.ค. 63

‘แพทย์จีน’ เตือน!! โควิด-19 มีโอกาสกลับมาระบาดสูง เฝ้าระวัง 20 สายพันธุ์ใหม่จากค้างคาวแพร่กระจายสู่มนุษย์

(26 ก.ย. 66) ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ รพ.รามาธิบดี โพสต์เพจเฟซบุ๊ก Center for Medical Genomics ระบุว่า จีนออกมาเตือนทั่วโลกให้เตรียมพร้อมรับมือกับไวรัสโคโรนา 20 สายพันธุ์ใหม่จากค้างคาวที่อาจแพร่ระบาดมาสู่คน

ดร. ฉี เจิ่งลี่ ผู้อํานวยการศูนย์โรคติดเชื้ออุบัติใหม่ สถาบันไวรัสวิทยาเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน ออกมาเตือนว่าพบไวรัสโคโรนาจากค้างคาวกว่า 20 สายพันธุ์ใหม่ ‘มีความเสี่ยงสูง’ ที่อาจก้าวข้ามมาระบาดในคน

• ดร. ฉี เจิ่งลี่ ได้รับสมญาว่า ‘หญิงค้างคาว (bat woman)’ และ ‘นักล่าไวรัส (virus hunter)’ เป็นนักวิทยาศาสตร์ชาวจีนผู้ที่มีชื่อเสียง ทําการวิจัยเกี่ยวกับไวรัสโคโรนาที่กระโดดข้ามจากสัตว์โดยเฉพาะค้างคาวมาติดต่อในคน

• ดร. ฉี เจิ่งลี่ เป็นผู้อํานวยการศูนย์ติดเชื้ออุบัติใหม่ สถาบันไวรัสวิทยาเมืองอู่ฮั่นและโด่งดังจากงานวิจัยเกี่ยวกับ SARS-CoV-1

• ในปี 2560 ดร. ฉี เจิ่งลี่ และทีมวิจัยค้นพบว่า ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ SARS น่าจะมีต้นกําเนิดมาจากค้างคาวเกือกม้า (Horseshoe Bat) ในมณฑลยูนนาน ประเทศจีน

• ดร. ฉี เจิ่งลี่ ถูกตรวจสอบอย่างใกล้ชิดในช่วงการระบาดของโควิด-19 เนื่องจากห้องปฏิบัติการของเธอที่สถาบันไวรัสวิทยาเมืองอู่ฮั่นทําการวิจัยเกี่ยวกับไวรัสโคโรนา แต่เธอปฏิเสธว่าไวรัสโคโรนา-2019 มิได้หลุดมาจากห้องปฏิบัติการของเธอ ปัจจุบันรัฐบาลจีนยังคงสนับสนุนงานวิจัยของ ดร. ฉี เจิ่งลี่ ในการสืบค้นไวรัสในสัตว์ที่อาจแพร่ข้ามมาสู่มนุษย์

• ในผลการวิจัยล่าสุด ดร. ฉี เจิ่งลี่ และทีมวิจัยได้เตือนว่ามีโอกาส ‘สูงมาก’ ที่จะเกิดการระบาดของไวรัสโคโรนาอีกในอนาคต

ไวรัสโคโรนา (CoV) มีสี่สกุล ได้แก่ alpha (α), beta (β), gamma (γ) และ delta (δ) CoV ทั้งหมดที่ทำให้เกิดการระบาดของมนุษย์นั้นมาจาก alpha- หรือ beta-CoV จากการจำแนกประเภทของ ICTV ล่าสุด พบว่ามี CoV สายพันธุ์ 40 ชนิดในสกุล alpha- และ beta-CoV โดย 27/40 ของสายพันธุ์ CoV (67.5%) สามารถพบได้หรือพบเฉพาะในค้างคาว

>>หลักฐานของการระบาดของไวรัสโคโรนาในอนาคต

• ทีมวิจัยได้ระบุว่าพบไวรัสโคโรนาจํานวนกว่า 20 สายพันธุ์ที่มี ‘ความเสี่ยงสูง’ ที่จะแพร่ติดเชื้อในคนได้ โดยให้เหตุผลว่าไวรัสโคโรนาเคยก่อให้เกิดการระบาดจากสัตว์สู่คนมาก่อน (เช่น SARS และ COVID-19) ดังนั้นมีความเป็นไปได้สูงที่มันจะก่อให้เกิดการระบาดอีกในอนาคต

• ผู้เชี่ยวชาญบางคนเปรียบเทียบงานวิจัยของ ดร. ฉี เจิ่งลี่ เสมือนการทำ ‘พจนานุกรมของไวรัสโคโรนา’ ที่จะช่วยในการพยากรณ์และป้องกันการระบาดในอนาคต

>>ผลกระทบงานวิจัยของ ดร. ฉี เจิ่งลี่

• เน้นถึงภัยคุกคามต่อเนื่องจากไวรัสโคโรนาที่มาจากค้างคาว

• ย้ำให้เห็นว่าภาครัฐควรลงทุนด้านการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อสืบค้นหาไวรัสที่มีความเสี่ยงสูงเพื่อประโยชน์แห่งการพัฒนาวัคซีน/ยาสำหรับรักษาล่วงหน้าก่อนเกิดการระบาดในอนาคต

• เตือนผู้ดูแลระบบสาธารณสุขทั่วโลกให้เตรียมรับมือการแพร่ระบาดของโรคจากไวรัสโคโรนาใหม่ ๆ ในอนาคต

• การถอดรหัสพันธุกรรมไวรัสโคโรนาทั้งจีโนมที่แยกเชื้อได้จากสัตว์โดย ดร. ฉี เจิ่งลี่  และ ทีมวิจัยสถาบันไวรัสวิทยาเมืองอู่ฮั่น จะมีคุณค่าอย่างยิ่งในการพยากรณ์และป้องกันโรคระบาดในอนาคต

>>เหตุใดงานวิจัยของดร. ฉี เจิ่งลี่ จึงมีความสำคัญ

• เน้นย้ำถึงภัยคุกคามอย่างต่อเนื่องของไวรัสโคโรนาจากสัตว์สู่คน โดยเฉพาะจากค้างคาว
• เป็นพื้นฐานในการพยากรณ์และเตรียมพร้อมสำหรับการระบาดในอนาคต
• ระบุไวรัสโคโรนาสายพันธุ์จากค้างคาวที่คล้ายกับ SARS-CoV-1, MERS-CoV, และ SARS-CoV-2
• ทำให้สามารถพัฒนาวัคซีนและยารักษาก่อนที่จะเกิดการระบาด
• ติดตามเก็บตัวอย่างจากประชากรค้างคาวทำให้สามารถตรวจพบไวรัสใหม่ๆ ได้ตั้งแต่เนิ่นๆ
• ถอดรหัสพันธุกรรมของไวรัสทั้งจีโนมเพื่อติดตามบริเวณที่กลายพันธุ์ซึ่งจำเป็นสำหรับการติดเชื้อในมนุษย์

สรุปได้ว่างานบุกเบิกของ ดร. ฉี เจิ่งลี่ เกี่ยวกับไวรัสโคโรนาจากค้างคาวได้วางรากฐานทางวิทยาศาสตร์เพื่อคาดการณ์ ป้องกัน และตอบสนองต่อการระบาดใหญ่ของไวรัสโคโรนาในอนาคตได้ดียิ่งขึ้น การค้นพบของเธอเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเฝ้าระวังและการเตรียมพร้อมในระบบสาธารณสุขทั่วโลก ‘พจนานุกรมไวรัสโคโรนา’ ของ ดร. ฉี เจิ่งลี่ น่าจะพิสูจน์ได้ว่ามีคุณค่าอย่างยิ่งในการรับมือกับภัยคุกคามที่เกิดจากไวรัสโคโรนาจากสัตว์สู่คนในศตวรรษที่ 21

>>วิธีที่ ดร. ฉี เจิ่งลี่  และทีมวิจัยใช้ตรวจจับและระบุสายพันธุ์ไวรัสโคโรนาที่มีความเสี่ยงสูง 20 สายพันธุ์จากค้างคาวคือ:

• เก็บตัวอย่างส่งตรวจจากประชากรค้างคาวทั่วประเทศจีนทั้งจากอุจจาระและการสวอปในช่องปากของค้างคาว
• ทำการทดสอบด้วยเทคนิค PCR เพื่อตรวจหาสารพันธุกรรมของไวรัสโคโรนาในตัวอย่าง
• ตัวอย่างที่ PCR ให้ผลบวกต่อไวรัสโคโรนา จะถูกนำมาถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม
• นำข้อมูลรหัสพันธุกรรมโดยเฉพาะในส่วนยีนที่ควบคุมการสร้างส่วนหนามมาวิเคราะห์เปรียบความเหมือนความต่างกับส่วนหนามของโควิด-19 ที่ระบาดในคนอยู่ในขณะนี้
• ประเมินความสามารถของไวรัสในการเข้าจับกับตัวรับ ‘ACE2’ บนผิวเซลล์ของมนุษย์ โปรตีนส่วนหนามหรือสไปค์ (spike protein) ของไวรัส SARS-CoV-2 สามารถจับกับโปรตีน ACE2 บนผิวของเซลล์ปอด ส่งผลให้ไวรัสสามารถเข้าสู่เซลล์และเริ่มการติดเชื้อ

>>ปัจจัยสำคัญที่ใช้ประเมินความเสี่ยงของไวรัสโคโรนาที่แยกได้จากค้างคาว

• ตรวจสอบความคล้ายคลึงของรหัสพันธุกรรมกับโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ที่ทำให้เกิดโรค (SARS-CoV-1, MERS-CoV, SARS-CoV-2)
• การมีอยู่ของการกลายพันธุ์ตำแหน่งสำคัญบริเวณส่วนหนามที่จำเป็นสำหรับการจับตัวรับ ACE2 บนผิวเซลล์มนุษย์
• หลักฐานของการวิวัฒนาการอย่างรวดเร็วและการปรับรูปร่างของตัวรับเข้าจับ ACE-2
• การแพร่พันธุ์ของค้างคาวสายพันธุ์ที่ทราบกันว่าเป็นแหล่งรังโลกของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ดั้งเดิม
• การไหลเวียนของประชากรค้างคาวที่มีปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์

>>ตัวอย่างชนิดพันธุ์ไวรัสโคโรนาที่มีความเสี่ยงสูงที่จะข้ามมาสู่คน

• Bat-SL-CoV-RaTG13 - 96% เหมือนกับ SARS-CoV-2
• Bat-SL-CoV-RmYN02 – จับกับตัวรับ ACE2 เช่นเดียวกับ SARS-CoV-2
• Bat-SL-CoV-SC2013 - คล้ายกับ MERS-CoV มาก

>>ผลที่อาจติดตามมาหากเราไม่เตรียมพร้อมสำหรับการระบาดของไวรัสโคโรนาครั้งใหม่ในอนาคต:

ผลที่ตามมาด้านสุขภาพ

• อัตราการเสียชีวิตและการเจ็บป่วยจะเพิ่มขึ้นหากการตอบสนองจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องต่อการระบาดล่าช้า
• ระบบการรักษาพยาบาลของประเทศจะล้มเหลวไม่มีเตียงและอุปกรณ์พอเพียงในการรักษา
• ความยากลำบากในการควบคุมการแพร่กระจายของไวรัสทำให้เกิดการติดเชื้อมากขึ้น
• เกิดการระบาดใหญ่เป็นเวลานานและมีการติดเชื้อซ้ำอีก
• การเกิดขึ้นของสายพันธุ์ใหม่อย่างต่อเนื่องที่สามารถหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันจนไม่สามารถควบคุมได้

ผลที่ตามมาทางเศรษฐกิจ

• ธุรกิจต่าง ๆ ถูกบังคับให้ปิดกิจการจากข้อจำกัดด้านสาธารณสุข
• การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทานและการขาดแคลนสินค้าที่จำเป็น
• ความผันผวนของตลาดหุ้น และการชะลอตัวของเศรษฐกิจหรือภาวะถดถอย
• ค่ารักษาพยาบาลที่สูงสำหรับการรักษาและการรักษาในโรงพยาบาล

ผลที่ตามมาทางสังคม

• การหยุดเรียน หยุดเดินทาง หยุดกิจกรรมทางสังคม และหยุดบริการทางศาสนา
• ผลกระทบต่อสุขภาพจิต เช่น ความวิตกกังวล อาการซึมเศร้า การใช้สารเสพติด
• ความไม่มั่นคงทางการเมืองและการพังทลายของความไว้วางใจของประชาชนต่อสถาบันหรือรัฐบาล
• ความไม่เท่าเทียมกันในการเข้าถึงการรักษาพยาบาล การตรวจทดสอบคัดกรอง และการรับวัคซีน
• การเผยแพร่ข้อมูลที่ผิดและทฤษฎีสมคบคิด

ขั้นตอนการเตรียมความพร้อม

• สต๊อกวัคซีน ยารักษาโรค อุปกรณ์ PPE
• ปรับปรุงระบบการเฝ้าระวังทั่วประเทศเพื่อการตรวจจับการระบาดของไวรัสแต่เนิ่นๆ
• พัฒนาแผนเพื่อเพิ่มการคัดกรองและการติดตามผู้สัมผัสอย่างรวดเร็ว
• เตรียมแผนการสื่อสารกับประชาชนและแผนบรรเทาทุกข์ทางเศรษฐกิจ
• เพิ่มขีดความสามารถของโรงพยาบาลทั้งจากภาครัฐและเอกชนด้านการดูแลสุขภาพเพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วย
• ความร่วมมือระหว่างประเทศเพื่อการประสานงานการรับมือโรคระบาด

สรุปว่าหากไม่เตรียมพร้อม หรือขาดการวางแผนเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่อย่างเป็นระบบและครบวงจรอาจทำให้การแพร่ระบาดยืดเยื้อ คร่าชีวิตผู้คนจำนวนมาก และทำให้สังคมและเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบจากโรคโควิด-19 อยู่แล้วสั่นคลอนยิ่งขึ้นไปอีก รัฐต้องลงทุนกับการเตรียมพร้อมรับมือการระบาดระลอกใหม่ของโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ในทุกมิติโดยการถอดบทเรียนของการระบาดของโควิด-19 ในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา

‘นายกฯ’ ยินดี ‘น้องเทนนิส’ คว้าเหรียญทองเทควันโด เอเชียนเกมส์ 2022 ชื่นชม!! ‘ความทุ่มเท-ตั้งใจ’ สร้างชื่อเสียง-ความภาคภูมิใจให้กับประเทศ

(26 ก.ย. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก ‘เทนนิส’ น.ส.พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ นักเทควันโดสาวเบอร์ 1 โลก ดีกรีเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ 2020 และแชมป์เก่าเอเชี่ยนเกมส์ 2018 เตะพลิกนรกเอาชนะ ฉิง กั๋ว นักกีฬาเจ้าภาพจีน 2-1 ยก ด้วยคะแนน 7-6, 1-2, 12-9 ป้องกันแชมป์รุ่น 49 กก.หญิง เอเชี่ยนเกมส์ สมัยที่ 2 ในกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 19 ที่นครหางโจว ประเทศจีน เมื่อวันที่ 25 กันยายน ที่ผ่านมา ท่ามกลางความระทึกของคนไทยทั้งประเทศนั้น

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้ทวีตข้อความแสดงความดีใจและยินดีกับน้องเทนนิสว่า “ทั้งดีใจ และยินดีมาก ๆ กับน้องเทนนิส ‘พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ’ ที่คว้าเหรียญทองเหรียญแรกให้กับประเทศไทย จากการแข่งขันเทควันโด ในมหกรรมกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19 หางโจวเกมส์ ประเทศจีน”

นายเศรษฐา ยังระบุอีกว่า “ต้องชื่นชมความมุ่งมั่นทุ่มเทของทั้งตัวนักกีฬา และโค้ชที่ฝึกซ้อมกันอย่างหนัก ที่สำคัญ ‘เทนนิส’ ยังเป็นนักกีฬาเทควันโดทีมชาติไทยคนแรกที่ได้เหรียญทองเอเชียนเกมส์ 2 สมัยติดต่อกัน และเป็นนักกีฬาเทควันโดคนที่ 6 ในประวัติศาสตร์เอเชียนเกมส์ที่ทำได้ ถือเป็นอีก 1 ข่าวดีในวันนี้ที่สร้างรอยยิ้มให้กับพวกเราคนไทยทั้งประเทศปลื้มใจจริง ๆ ครับ“

เฟกนิวส์!! 'นายกฯ เศรษฐา' จับมือ 'ไบเดน' อาจเป็นภาพตัดต่อ หลังเทียบภาพดันเหมือนตอน 'ลุงตู่' จับมือไบเดนที่กัมพูชา

(26 ก.ย. 66) จากเฟซบุ๊ก 'Warat Gap' ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า..

สรุปเท่าที่อ่านข่าวย้อนหลัง

1. นายกเศรษฐา ‘น่าจะ’ ได้พบไบเดนในงานเลี้ยง UNGA จริง แต่ไม่มีหลักฐานว่าได้จับมือกัน ซึ่งก็แปลกที่ไม่มีภาพของงานเลี้ยงนี้เลย แม้แต่เว็บไซต์ไทยคู่ฟ้า หรือว่าไม่อนุญาตให้มีการถ่ายภาพ? หรือว่านายกเข้าไปคนเดียวเลยไม่มีคนถ่ายรูปให้?

ซึ่งนายกเศรษฐายอมรับเองว่าได้พบกันสั้น ๆ และคาดว่าจะได้คุยกันยาวขึ้นในเดือน พ.ย. นี้ในการประชุมทวิภาคี

2. ภาพของประชาชาติธุรกิจ ที่เศรษฐาจับมือกับไบเดน เป็นภาพตัดต่อจากภาพของลุงตู่ที่จับมือกับไบเดนที่กัมพูชา ซึ่งไม่รู้ว่าคนทำ ทำไปเพื่ออะไร ใช้อะไรคิด บก.มีหรือไม่ แถมยังเอาภาพ background ที่มีเศรษฐาอีกคนอยู่ในภาพ (หลังไบเดน) ด้วย

ซึ่งทั้งการใช้ภาพ และพาดหัว ต้องนับว่าเป็น Fake News ก็จะรอดูว่าประชาชาติธุรกิจ ในเครือมติชน จะมีแถลงการณ์ขออภัย และมีมาตรการลงโทษผู้รับผิดชอบหรือไม่อย่างไร

‘อิงฟ้า’ ไหว้ขอโทษ ‘มิสแกรนด์แคมโบเดีย’ ปมใช้เท้าเขี่ยชุด หวั่นมงฯ ร่วง-ชุดแหวกอกก้มเยอะไม่ได้ รับภาพที่เห็นเลยดูไม่น่ารัก

(26 ก.ย. 66) จากกรณีดรามา อิงฟ้า วราหะ มิสแกรนด์ไทยแลนด์ 2022 ใช้เท้าเขี่ยชุดของมิสแกรนด์แคมโบเดีย 2022 ล่าสุด อิงฟ้ามาร่วมงานเปิดตัวภาพยนตร์ The Creator เดอะ ครีเอเตอร์ ที่ ฮอลล์ พารากอน ซีนีเพล็กซ์ สยามพารากอน เธอได้เปิดใจถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และยกมือไหว้ขอโทษอีกฝ่าย พร้อมชี้แจงเจตนาที่ทำแบบนั้น

>> ถามถึงประเด็นดรามาใช้เท้าเขี่ยกระโปรง

“จริงๆ ก่อนอื่นต้องขอโทษก่อนเลยนะคะ (ยกมือไหว้) ขออนุญาตขอโทษทางมิสแกรนด์แคมโบเดีย แล้วก็แฟนคลับที่แคมโบเดียด้วย เพราะว่าจริงๆ ภาพมันก็ออกมาค่อนข้างที่จะดูไม่น่ารักจริงๆ แหละ อันนี้เราก็รู้ตัวนะ แต่ว่าอยากให้เข้าใจเจตนาของเรา ว่าเราไม่ได้มีเจตนาแบบนั้น เราไม่ได้อยากจะมีปัญหากับประเทศแคมโบเดียอยู่แล้ว เพราะเรายังมีงานที่จะต้องไปทำ แล้วก็มีแฟนคลับที่โน่นค่อนข้างเยอะด้วย แล้วกับตัวน้องนาโน มิสแกรนด์แคมโบเดีย จริงๆ มันมีประเด็นมาตั้งแต่เรื่องของการไม่รับไหว้โน่นนี่นั่น ซึ่งต้องบอกจริงๆ ว่า แล้วแต่สถานการณ์ในบางทีอะ เราไม่ได้เจอน้องแค่ช่วงนั้น จริงๆ แล้วเจอตั้งแต่ตอนเริ่มงานแล้ว ก็มีการรับไหว้กัน ก็ต้องขอบคุณที่มีภาพจากแฟนคลับที่ถ่ายไว้ได้ ว่าเราได้รับไหว้ แต่บางทีมุมกล้องก็ทำให้คนเข้าใจผิดได้

พอมันมีภาพที่เราใช้เท้าเขี่ยกระโปรง ก็บอกว่าเราไม่ถูกกับน้องหรือเปล่า คือจริงๆ จะบอกว่าไม่ได้มีปัญหาอะไรกันนะคะ ก็คือถ้าให้อธิบายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถ้าหลายๆ คนได้เห็น ก็จะเห็นว่าฟ้าใส่วิก เราไม่ได้ล็อกมงฯ กับวิกด้วย แล้วมันเป็นการใส่แบบวาง โชว์ที่เดินมันคือฟินนาเล่ เราไม่ได้เดินคนเดียว มันมีคนที่เดินต่อเราติดๆ เลย ถ้าเห็นในคลิป เหมือนมันเป็นเหตุการณ์ที่เราก็ไม่รู้ ว่าเขาจะมีการสะบัดผ้า ถ้าดูในคลิปเราจะมีการฉุกคิดแป๊บเดียว ประมาณ 1-2 วิ ว่าเราจะเอายังไงต่อ ซึ่งถ้าเราก้มคือหนึ่งชุดเราไม่สะดวก เพราะชุดเราแหวกตรงช่วงอก สองคือเรื่องของมงฯ ถ้าเราก้มหรือขยับเยอะ มงฯ เราอาจจะร่วงได้

ซึ่งในหลักการเป็นนางงามแล้ว การออนสเตจก็คือมงฯ เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ถ้าสมมติว่าภาพมันออกมาว่ามงฯ ร่วง อันนี้มันจะดูไปว่าเราไม่มืออาชีพ ซึ่งจริงๆ ถ้าหลายคนได้ติดตามเวลาที่ฟ้าเดินชุดยาวๆ ฟ้าจะใช้เท้าสะบัดชุดอยู่แล้ว เป็นปกติสำหรับเรา แต่พอเราใช้กับคนอื่น มันเลยอาจจะดูไม่น่ารัก อันนี้ก็ต้องขอโทษจริงๆ ก็น้อมรับทุกคำติ เราก็จะเก็บไว้ใช้ในครั้งต่อไป ในการแก้ไขในการออนสเตจ ซึ่งเราก็ได้มีการทักไปหาน้องแล้วตั้งแต่มีข่าว เห็นคลิปก็ทักไปหาน้องนาโน ว่าเฮ้ย พี่ไม่สบายใจ อย่างน้อยคือเราห่วงความรู้สึกของน้องก่อน ว่าพี่ขอโทษจริงๆ พี่ไม่ได้มีเจตนาแบบนั้นนะ ซึ่งน้องก็ทักกลับมาเป็นภาษาไทยค่ะ ว่าพี่ฟ้า หนูก็ต้องขอโทษพี่ด้วย เพราะเขาก็ไม่ได้ตั้งใจจะสะบัดมาตรงหน้าเรา เขาก็กลัวเราเสียความรู้สึก เราก็กลัวเขาเสียความรู้สึก ท้ายที่สุดก็ได้คุยกัน ก็บอกว่าไม่ต้องคิดมาก ไว้ร่วมงานกันใหม่”

>> เรารู้สึกยังไงที่คนตัดสินเราจากแค่คลิปสั้นๆ

“หนูไม่ได้เสียใจที่คนว่า แต่หนูแค่ห่วงความรู้สึกของน้องมากกว่า แล้วก็ห่วงความรู้สึกของคนแคมโบเดีย เขาจะคิดว่าเราไม่ให้เกียรติน้องเขาหรือเปล่า แต่จริงๆ เจตนาของเราไม่ได้คิดแบบนั้น มันแค่เป็นการแก้ไขสถานการณ์ช่วง 1-2 วิ อะไรแบบนี้ ภาพมันก็เลยออกมาแบบนั้น”

>> เรากังวลเรื่องปัญหาระหว่างประเทศใช่ไหม

“เราต้องไปร่วมงานกับแคมโบเดียอีกเยอะมากๆ ไหนจะคอนเสิร์ต จะพรีเซ็นเตอร์ และงานต่างๆ ซึ่งเราก็มีแฟนคลับที่โน่นค่อนข้างเยอะ เราก็ห่วงความรู้สึกเขา เพราะว่าบางคนก็เข้าใจ แต่แฟนนางงามบางคนก็อาจจะไม่เข้าใจไปเลย ซึ่งมันก็เป็นภาพลักษณ์ต่อๆ จากเรื่องการไม่รับไหว้โน่นนี่นั่น แต่ก็ได้แต่อธิบายกับสื่อตรงนี้ เราก็เก็บมาหลายวัน เพราะไม่อยากไลฟ์ ไม่อยากพูดถึงประเด็นตรงนี้ แบบอัดคลิปหรือโพสต์อะไร เพราะอยากให้มันดูเป็นการตอบ ที่ดูเป็นทางการที่สุด ซึ่งเราก็อยากจะขอโทษเขาอีกรอบหนึ่ง”

>> ดรามาที่ไม่ดีมาเยอะไหม กับคนที่ไม่เข้าใจเรา

“จริงๆ ก็ไม่เยอะนะคะ เท่าที่หนูเห็นส่วนมากประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์จะเข้าใจเรา ว่ามันเป็นการแก้ไขสถานการณ์ ณ เวลานั้น แล้วทางองค์กรเองเขาก็เข้าใจนางงาม กับการเตะสะบัดผ้า เราต้องเลือกระหว่างมงกุฎกับผ้า ซึ่งเราก็มองว่าเท้ามันก็ไม่ใช่ของต่ำอะไรสำหรับเรานะ เพราะกับนางงาม เท้าเป็นสิ่งที่สำคัญเหมือนกัน เราไม่คิดด้วยไง ว่าสะบัดกระโปรงแล้วกล้องมันจะแพลนมาที่เรา เพราะมันเป็นฟินนาเล่ ก็น้อมรับทุกคำติค่ะ ไม่เป็นไร (ยิ้ม)”

>> กังวลไหมกระดิกตัวนิดหนึ่งก็เป็นดรามา

“ไม่ได้กังวลค่ะ เพราะรู้สึกว่ามันเป็นอย่างนี้มานานมากๆ แล้ว ก็คุ้นชินกับการมีดรามา แล้วก็มีทั้งคนรัก และก็คนที่เขาไม่ชอบ มันเป็นเรื่องปกติ”

>> เวลามีดรามาเข้ามา เรามองมันยังไง

“คือจริงๆ เรามองถึงปัญหาก่อน แล้วพอเราแก้ปัญหา สิ่งแรกที่เราควรจะนึกถึง ก็คือน้องนาโน พอเราทักไปขอโทษเขา แล้วเขาก็เข้าใจเรา เราเข้าใจเขา ก็คือจบแล้ว ส่วนคอมเมนต์หรืออะไร คนที่จะตัดสินเราแค่ช่วงวินาทีสั้นๆ หนูก็รู้สึกว่าปล่อยได้แล้ว”

>> ยิ่งสูงยิ่งหนาว

“อาจจะด้วยค่ะ เพราะว่าหนูเข้าใจนะ คนมันให้ความสำคัญกับทุกเสี้ยวเลย ในการที่เราจะออนสเตจ หรืออยู่ในแสง อาจจะต้องระวังมากขึ้น”

>> ตอนสะบัดไปแล้วคิดไหมว่าจะมีดรามา

“ตอนบนเวทีไม่ได้คิดค่ะ เพราะตากล้องไม่ได้จับ หลังจากสะบัดกระโปรงไปแล้ว เราก็หันไปมองน้อง จริงๆ ก็น่าจะรู้กันตั้งแต่บนเวทีแล้ว ก็มีทีมงานรีบขึ้นมาจัดแจงให้ต่อ ในภาพมันเหมือนหนูเหยียบไว้ แต่จริงๆ เราสะบัดแล้วมันติด มันเกี่ยว ทีมงานก็เลยมาช่วยเอาออกให้”

>> ถ้าเราไม่ใช้เท้าเขี่ยมันจะเกิดอะไรขึ้น

“หนูว่าลื่นแน่นอน เพราะพื้นที่ข้างๆ เรามันไม่มี คนต่อไปเขาเดินติดๆ เราเขยิบก็ไม่ได้ เพราะมีคนอื่นๆ ต่อๆ กัน มันต้องแก้ที่ตัวเราเลย ณ ตอนนั้น เพราะคนอื่นเขารอ”

>> ถ้าต่อไปมันมีแบบนี้อีก เราเตรียมแผนสองไหม

“โห พูดยากเลย ถ้ามันเป็นโชว์เดี่ยว หรือโชว์สองคน มันสามารถมีพื้นที่ในการแก้ได้ แต่พอมันเป็นฟินนาเล่ที่มีหลายคน มันคอนโทรลยากนิดหนึ่งค่ะ แต่ก็จะระวังให้มากขึ้น ถ้าเป็นรอบหน้าก็อาจจะแบบ… แต่ภาพมันก็จะออกมาไม่สวยไง ถ้าเรารอให้ทีมงานมาเขี่ยให้ ภาพมันก็ไม่ได้อีก เพราะจริงๆ เราคิดว่ากล้องมันไม่ได้แพลน เราก็รีบจัด แต่กล้องก็คือรีบเลย (ยิ้ม)”

>> พอได้เคลียร์แล้วสบายใจไหม

“สบายใจค่ะ ก็หลังจากที่เริ่มมีดรามามากขึ้น หนูก็เลือกที่จะไม่อ่านดีกว่า เพราะว่าคนที่ควรจะเข้าใจมากที่สุดคือเราขอโทษไปแล้ว แล้วเขาเข้าใจก็คือจบ ถามว่าบั่นทอนไหมตอนดรามาถาโถม ก็ชินแล้วอะ แต่ก็ถ้าสมมติว่าเราไม่รู้จักตัวเอง เราก็อาจจะมีคิดเหมือนกัน เพราะภาพมันก็ออกมาไม่น่ารักจริงๆ”

‘พีระพันธุ์’ ส่งหนังสือเชิญ สส.ก้าวไกล  หารือปัญหาพลังงานที่ทำเนียบบ่ายวันนี้

(26 ก.ย. 66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันศุกร์ (22 ก.ย. 66) ที่ผ่านมา นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ทำหนังสือด่วนที่สุด ที่นร 0403 (กร6)/8878 เพื่อเชิญ นายศุภโชติ ไชยสัจ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เข้าหารือที่ทำเนียบรัฐบาล ในวันที่ 26 กันยายน เวลา 13.30 น. เนื่องจากเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2566 นายศุภโชติได้ยื่นกระทู้สดด้วยวาจาถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน สภา เกี่ยวกับปัญหาพลังงาน แต่ในวันดังกล่าวนายพีระพันธุ์ไม่ได้เข้าร่วมประชุมสภาเนื่องจากติดภารกิจที่จังหวัดชุมพร

นายพีระพันธุ์จึงทำหนังสือเชิญให้นายศุภโชติเข้ามาร่วมหารือที่ทำเนียบรัฐบาลในวันที่ 26 กันยายนก่อนเพื่อหารือเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายด้านพลังงาน เพื่อให้เกิดความรวดเร็วในการสอบถามและการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับประชาชนร่วมกัน

นอกจากนี้ ในวันที่ 28 กันยายนนี้ นายพีระพันธุ์จะต้องร่วมเดินทางไปกับนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ไปเยือนราชอาณาจักรกัมพูชาอย่างเป็นทางการอีกด้วย จึงทำให้นายพีระพันธุ์ไม่สามารถเข้าร่วมประชุมสภาในวันดังกล่าวได้อีกด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top