Thursday, 30 July 2026
Hard News Team

‘ภูมิธรรม’ สอนมวย!! ‘ก้าวไกล’ การเมืองแบบใหม่ไม่ใช่ค้านทุกเรื่อง พร้อมลุยต่อ ‘เงินดิจิทัล’ ตามสโลแกน ‘คิดใหญ่ ทำเป็น’

(27 ต.ค. 66) ที่พรรคเพื่อไทย (พท.) นายภูมิธรรม เวชชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.พาณิชย์ ในฐานะรักษาการรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์กรณีที่พรรคก้าวไกล ตั้งกระทู้ถาม นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี แต่นายเศรษฐา มอบให้ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม มาตอบกระทู้สดแทน จนทำให้พรรคก้าวไกลเกิดความไม่พอใจ ว่า ก็ถือว่าเป็นสิทธิที่พรรคก้าวไกลจะอภิปราย แต่เราได้เคยตกลงกันแล้วว่า เราจะทำงานการเมืองกันอย่างสร้างสรรค์ ตนเชื่อว่า นายชัยธวัช ตุลาธน หัวหน้าพรรคก้าวไกล และ นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล อภิปรายในสภาต้องใจเย็น และรับฟังปัญหาให้มากขึ้น บรรยากาศในการทำงานระหว่างรัฐบาล และ ฝ่ายค้าน ก็จะดีขึ้น

“แต่ก็ต้องยอมรับว่า นายกรัฐมนตรี จะมาตอบหรือไม่ก็ได้ หากมีภารกิจ ถ้ามีเวลาก็จะมาให้ทัน หากไม่มีอคติมากจนเกินไป เพราะบรรยากาศในสภา ไม่ใช่เรื่องของคน 2 ฝ่ายจะมาขัดแย้งกัน ไม่อยากให้จับผิดหรือใช้เวทีทางการเมือง ทั้งเวทีรัฐสภา หรือเวทีอื่นๆในการดิสเครดิต ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ เพราะรัฐบาลพร้อมจะทำงาน” นายภูมิธรรม กล่าว

นายภูมิธรรม กล่าวต่อว่า ฝากถึงพรรคก้าวไกล ในวันที่ 10 พ.ย. จะมีการรับฟังความเห็นเรื่องรัฐธรรมนูญ จากพรรคก้าวไกล และหลายๆภาคส่วน รวมถึงกลุ่มวิชาชีพต่างๆ และภาคประชาสังคม ยืนยันเราไม่คิดจะค้าน ต่างฝ่ายต่างเป็นนักการเมือง อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง เราควรทำการเมืองแบบใหม่ ไม่ใช่ฝ่ายค้าน และจะค้านทุกเรื่อง หรือเสาะหาจุดในการโจมตี อยากให้ประชาชนเห็นแล้วสบาย ไม่ใช่มีแต่ภาพการโจมตีทางการเมืองใส่กัน สิ่งใดที่มีปัญหา ก็ขอให้ช่วยท้วงติง ไม่ใช่ใช้ทุกโอกาสและเวลาในการดิสเครดิตใส่กัน มันไม่เป็นประโยชน์และไม่สร้างสรรค์

ส่วนกรณีที่พรรคก้าวไกลยื่นแก้ไขรัฐธรรมนูญ ต่อที่ประชุมรัฐสภา เพราะไม่เชื่อใจ คณะกรรมการศึกษาการทำประชามติฯ ของรัฐบาล นายภูมิธรรม กล่าวว่า ตนเคยพูดหลายครั้งแล้วว่า การเมืองให้ดูที่ความเป็นจริง และใช้หลักการและเหตุผลที่ถูกต้องที่พยายามเดิน เราจะทำรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ โดยที่ไม่แตะหมวด 1 และ 2 แต่พรรคก้าวไกลเสนอแก้รัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ ซึ่งทำให้เรารู้ว่า คนบางส่วนก็ยังมีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน ถ้ายังดึงดันแบบนี้จะไปต่อไม่ได้ พรรคเพื่อไทย จะแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น แต่เราไม่อยากเห็นประชาธิปไตยแบบสุดขั้ว โดยไม่คำนึงถึงความเห็นต่าง และจะต้องคุยกันให้ตกผลึก และเคารพความเห็นที่แตกต่าง แต่ไม่จำเป็นต้องตามใจกัน เราก็แสดงจุดยืนเรา ท่านก็แสดงจุดยืนของท่าน แต่ทำอย่างไรให้สังคมส่วนใหญ่เกิดความเข้าใจ นี่จึงเป็นที่มาของการตั้งอนุกรรมการเข้ามาแก้ไขปัญหาเหล่า ขอร้องอย่าอคติต่อกัน เราจะทำให้ประเทศนี้ไปในทิศทางที่ดี

เมื่อถามว่าแฮชแท็ก #เพื่อไทยตระบัดสัตย์ ซึ่งคาดว่า น่าจะมาจากประเด็นกระแสข่าวอนุกรรมการดิจิทัลวอลเล็ต ที่อาจจะแบ่งหรือเพิ่มหลักเกณฑ์ผู้เข้าร่วมโครงการ ที่จากเดิมจะแจกทุกคน นายภูมิธรรม กล่าวว่า ไม่เป็นไร เป็นเพียงความเห็น เรายอมรับความเห็นหลากหลาย มีทั้งคนเห็นด้วยและเห็นต่าง พรรคเพื่อไทยเผชิญสิ่งนี้มาโดยตลอด เรากำลังออกนอกกรอบ เหมือนที่เราเคยทำในโครงการ 30 บาท , กองทุนหมู่บ้าน และโครงการอื่นๆ แต่โครงการเหล่านั้น ก็มีวัตถุประสงค์ที่แตกต่าง เหมือนดิจิทัลวอลเล็ต ที่ต้องการกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น ถ้ายังปล่อยก็จะเหมือน 9 ปีที่ผ่านมา แต่ทุกคำวิจารณ์ เรารับฟัง แต่ไม่คิดปรับปรุง แต่เราจะทำให้รอบคอบมากขึ้น

เมื่อถามต่อว่า สโลแกน “คิดใหญ่ ทำเป็น” ในช่วงเลือกตั้ง แต่พอเป็นรัฐบาล ดูเหมือนจะทำไม่ได้ เหมือนในช่วงที่หาเสียง จะกระทบต่อความเชื่อมั่นในการเลือกตั้งรอบหน้าหรือไม่ นายภูมิธรรม ยืนยันว่า เพื่อไทยคิดใหญ่ทำเป็น เราทำเรื่องใหญ่ เรื่องยาก ให้เป็นเรื่องที่ทำได้ และนี่คือด่านสำคัญ ที่พรรคเพื่อไทยจะต้องพิสูจน์ตัวเองให้ประชาชนมั่นใจ แต่ถ้าจะทำให้ 100% นั้นยาก

“ผลงานในอนาคต จะพิสูจน์ได้ว่า เพื่อไทย มีความสามารถ เราเดินทุกนโยบาย ในช่วงที่เป็นรัฐบาล 1-2 เดือนที่ผ่านมา อยากให้คนใช้วิจารณญาณให้กว้างขวาง และให้โอกาสเราในการทำงาน” นายภูมิธรรม กล่าว

'พี่วัน' โพสต์จะเลือก ‘อุ๊งอิ๊ง’ นั่ง หัวหน้าพรรคคนใหม่ เปรย!! อาจเป็นการไปพรรคเพื่อไทยครั้งสุดท้ายในชีวิต

(27 ต.ค. 66) นายวัน อยู่บำรุง อดีต สส. พรรคเพื่อไทย โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ‘วัน อยู่บำรุง’ ระบุว่า…

กำลังไปพรรคเพื่อไทยเพื่อเลือกกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่และจะเลือกคุณอุ๊งอิ๊งเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย แต่ไม่รู้ว่าการไปพรรคครั้งนี้จะเป็นครั้งสุดท้ายของผมหรือไม่

‘ผู้แทนการค้าไทย’ หารือความร่วมมือฯ ทูต ‘กลุ่มประเทศเบเนลักซ์’ หวังเจาะตลาดยุโรปเพิ่ม ผลักดันเอฟทีเอ ‘ไทย-อียู’ สำเร็จใน 2 ปี

(27 ต.ค. 66) นางนลินี ทวีสิน ผู้แทนการค้าไทย เปิดเผยถึงการหารือกับเอกอัครราชทูตกลุ่มประเทศเบเนลักซ์ประจำประเทศไทย นางซีบีย์ เดอ การ์ตีเย ดีฟว์ เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเบลเยียม, นายแพทริก เฮมเมอร์ เอกอัครราชทูตราชรัฐลักเซมเบิร์ก และนายเร็มโก โยฮันเนิส ฟัน ไวน์คาร์เดิน เอกอัครราชทูตราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลนโยบายและแนวทางยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศไทย กับสหภาพยุโรปและกลุ่มประเทศเบเนลักซ์ โดยเฉพาะเรื่องการจัดทำความตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) ไทย-สหภาพยุโรป ที่เป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของไทย รองจากจีน สหรัฐฯ และญี่ปุ่น ไม่รวมอาเซียน โดยการค้ารวมมีมูลค่า 41,038.10 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือคิดเป็น 6.95% ของการค้าไทยในตลาดโลก

นางนลินี กล่าวว่า การเจรจาความตกลงฯ ไทย-สหภาพยุโรป หยุดชะงักมาตั้งแต่ปี 2557 ต่อมาเดือน มี.ค. 2566 ทั้งสองฝ่ายได้ร่วมกันประกาศเปิดการเจรจาอย่างเป็นทางการ โดยวางแผนว่าจะจัดการประชุมปีละ 3 ครั้ง ตั้งเป้าเบื้องต้นเพื่อหาข้อสรุปการเจรจาภายใน 2 ปี โดยเริ่มเจรจารอบแรก ณ กรุงบรัสเซลล์ เมื่อวันที่ 18 - 22 ก.ย. ที่ผ่านมา โดยการเจรจาเป็นไปด้วยดี และเราหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนการเจรจา เพื่อให้สามารถสรุปผลและบังคับใช้ได้โดยเร็ว ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการสร้างโอกาสทางการค้าและการลงทุนระหว่างไทยกับสหภาพยุโรป รวมถึงประเทศเบลเยียม เนเธอร์แลนด์ และลักเซมเบิร์ก ด้วย และไทยมีกำหนดเป็นเจ้าภาพจัดการเจรจารอบต่อไปในเดือน ม.ค. 2567

นางนลินี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่า รัฐบาลมีแนวทางสร้างรายได้โดยใช้การทูตเศรษฐกิจเชิงรุก เพื่อเปิดประตูการค้าสู่ตลาดใหม่ หนึ่งในนั้นคือ กลุ่มสหภาพยุโรป และมุ่งเน้นพัฒนาเศรษฐกิจใหม่ เช่น พัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัล อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง อุตสาหกรรมสีเขียว และสานต่อนโยบาย Carbon Neutrality ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายข้อตกลงสีเขียว (EU Green Deal) ของสหภาพยุโรป ที่ต้องการสร้างสังคมที่เป็นธรรมบนพื้นฐานเศรษฐกิจที่ทันสมัย ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ และตั้งเป้าลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 55% ภายในปี 2030 และลดเป็นศูนย์ภายในปี 2050

ทั้งนี้ ไทยคาดหวังว่าจะมีการพูดคุยและร่วมมือเชิงลึกเกี่ยวกับมาตรการ การรายงานข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกของสินค้าแต่ละชนิด เพื่อลดภาระของผู้ประกอบการไทยในการส่งสินค้าออกไปยังสหภาพยุโรปต่อไป

‘ธนกร’ ยัน!! ‘ลุงตู่’ ไม่ยุ่งการเมือง ไม่ข้องแวะรัฐบาลเศรษฐา วอน!! หยุดพาดพิง-ด้อยค่า ขอให้นึกถึงผลงาน 9 ปีที่ผ่านมา

(27 ต.ค. 66) นายธนกร วังบุญคงชนะ อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่หลายคนในบางพรรคการเมือง ยังพูดพาดพิง ไปถึงพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า พล.อ.ประยุทธ์ได้ประกาศวางมือทางการเมืองและลาออก จากการเป็นประธานยุทธศาสตร์ของพรรครวมไทยสร้างชาติไปนานแล้ว ขอทุกคนทุกฝ่าย อย่าพูดพาดพิง ด้อยค่า หรือ ดึงเข้ามาเกี่ยวโยงการเมือง

เมื่อถามว่า แต่ก็ยังมีคนเชื่อว่าพล.อ.ประยุทธ์ อยู่เบื้องหลังคอยแนะนำรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี อยู่ นายธนกร กล่าวว่า ไม่เป็นความจริงเลย นายเศรษฐา มีคณะที่ปรึกษากว่า 10 คน ทำงานมีความเป็นตัวของตัวเอง ที่จะบริหารประเทศ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ได้อยู่เบื้องหลังรัฐบาลอย่างที่ถูกพาดพิงกล่าวหา และมั่นใจว่าประชาชนเห็นผลงานตลอด 9 ปีที่ผ่านมาของพล.อ.ประยุทธ์ ทั้งเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน รถไฟฟ้า การขนส่งคมนาคม ความมั่นคงด้านพลังงาน การวางรากฐานการเงินการคลัง พัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก หรือ อีอีซี วางโครงการแลนด์บริดจ์ สร้างระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ ระบบบัตรสวัสดิการแห่งรัฐช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง และผู้มีรายได้น้อยมาตลอด ฯลฯ ทั้งหมด เป็นการเดินตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีเพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับประเทศไทย 

“การที่พล.อ.ประยุทธ์ ทุ่มเททำงานหนักมาตลอดกว่า 10 ปีตั้งแต่สมัยเป็นผู้บัญชาการทหารบก ต่อเนื่องมาเป็นนายกรัฐมนตรี ไม่ได้มีเวลาไปพักผ่อนเที่ยวต่างประเทศกับครอบครัวเลย ในช่วงที่วางมือทางการเมืองก็ถือเป็นโอกาสดีได้ใช้เวลาพักผ่อนกับครอบครัวบ้าง เป็นเรื่องที่ถูกต้องแล้ว ส่วนฝ่ายการเมืองก็ว่ากันไป แต่ขอให้ใช้เวทีสภาผู้แทนราษฎรอย่างสร้างสรรค์เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นที่ตั้งจะดีกว่า ผมไม่เข้าใจจริง ๆ คนประเภทไหนที่เห็นคนดีมีความสุขแล้วเป็นทุกข์ หรืออาจจะเป็นคนบกพร่องทางสติปัญญาป่วยทางจิตหรือไม่” นายธนกรกล่าว

‘นักแสดงสิงคโปร์ชื่อดัง’ ทุ่มเงินแสน จ้างนางรำชุดใหญ่ 52 คน แก้บน ‘พระพรหมเอราวัณ’ หลังพรที่เคยขอไว้ 3 ปีก่อน สมปรารถนา

เมื่อไม่นานมานี้ สื่อต่างประเทศ รายงานว่า ‘นายริชาร์ด โลว์’ หรือ ‘หลิว เฉียน อี’ นักแสดงสิงคโปร์ชื่อดัง ได้มาแก้บนที่ ‘ศาลท้าวมหาพรหม’ หรือ ‘พระพรหมเอราวัณ’ บริเวณสี่แยกราชประสงค์ ถนนราชดำริ แขวงลุมพินี เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร โดยจ้างนางรำ รำถวายกว่า 52 คน

โดย สื่อต่างประเทศ รายงานว่า นักแสดงวัย 71 ปีนี้ ทุ่มเงินไปกว่า 104,000 บาท ไปกับการแก้บน เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (24 ตุลาคม) เพื่อแสดงความขอบคุณสำหรับความปรารถนา 2 ข้อ ที่เขาเคยขอไว้เมื่อ 3 ปีก่อน

ริชาร์ด ได้เชิญนางรำ 52 คน มารำในพิธี โดยจ้างนางรำคนละ 2,000 บาท และเสริมว่า นี่เป็นครั้งแรกที่เขาจัดพิธีที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ และเมื่อถามว่า ทำไมเขาถึงเลือกเลขนี้ เขาบอกว่าเลขนำโชคของเขาคือ 26

“เมื่อความปรารถนาแรกเป็นจริง ก็คิดว่าจะจ้างนางรำ 26 คน มาร่วมพิธี แต่แล้วความปรารถนาอีกข้อก็สมหวัง ก็เลยตั้งใจเพิ่มอีก 26 คน” และยังบอกด้วยว่า 52 ก็ยังหมายถึงปีเกิดเขาด้วย

เมื่อถามถึงสิ่งที่เขาอธิษฐานั้น เขาลังเลไปอยู่สักครู่ ก่อนเปิดเผยว่า เขาไม่รู้ว่าจะใช้ชีวิตอย่างไรในอดีต ด้วยอายุของเขา เขาก็หวังให้สถานการณ์ทางการเงินของเขามีความก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็นเพราะความปรารถนาที่เขาทำไว้ สิ่งต่างๆ ก็พลิกผัน ริชาร์ดบอกว่า เส้นทางอาชีพของเขาราบรื่นขึ้น และสถานการณ์ทางการเงินเขาก็ดีขึ้นมา เขารู้สึกขอบคุณมากๆ สำหรับการเปลี่ยนแปลง

“ผมอายุ 70 กว่าแล้ว การมีชีวิตที่มั่นคงในช่วงปีหลังๆ คือความฝันของคนรุ่นใหญ่ทุกคน” ริชาร์ดบอก และกล่าวว่า “แน่นอนสิ่งสำคัญที่สุดคือ สุขภาพ คุณจะทำงานได้ก็ต่อเมื่อมีสุขภาพที่ดี”

อย่างไรก็ตาม ความตั้งใจเดิมที่จะมาขอบคุณพระพรหม ถูกระงับไปเพราะโควิด 19 ก่อนที่เขาจะได้โอกาสบินมาไทยเมื่อจันทร์ที่ผ่านมา พร้อมกับภรรยา และน้องชาย เพื่อเตรียมพิธีที่จัดขึ้นในเวลา 07.00 น. ของวันอังคาร ที่เขาคุกเข่าตลอด 45 นาทีของพิธี

‘นพ.สมรส’ แชร์อุทาหรณ์ฝังเข็มผิดวิธี ‘จนปอดรั่ว’ หมอแนะ!! เกิดจาก ประมาท-กายวิภาคไม่แม่น

เมื่อวานนี้ (26 ต.ค.66) นพ.สมรส พงศ์ละไม แพทย์ประจำศูนย์เวชศาสตร์ฟื้นฟู โรงพยาบาลกรุงเทพพัทยา ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ได้โพสต์เฟซบุ๊ก “Somros MD Phonglamai ” เตือนเกี่ยวกับการฝังเข็ม ระบุว่า...

คนไข้ปวดคอบ่าไหล่ ไปฝังเข็ม วันต่อมาหายใจแล้วเจ็บหน้าอกทุกครั้ง เจ็บแปล๊บๆ x-ray เจอปอดรั่ว pneumothorax นิวโมธอแรกซ์ ! ถ้าขึ้นเครื่องบินอาจตายได้ 

1. การฝังเข็มหรือการลงเข็ม เป็นการรักษาอาการปวดกล้ามเนื้อ ออฟฟิศซินโดรมที่ดี ประหยัด มีประสิทธิภาพถ้าใช้อย่างถูกต้องเหมาะสม ไม่ประมาท เข้าใจการดำเนินโรคอย่างถูกต้อง

2. แต่ช่วงหลังๆเจอปัญหาปอดรั่วบ่อยขึ้นมากๆ คนไข้มักมีอาการไอหลังฝังเข็ม
สาเหตุที่พบบ่อยที่สุดคือ 'ประมาท' 'กายวิภาคไม่แม่น' 
อย่าฝังลึกเกินจำเป็น มากกว่า 3.34 cm to 5.35 cm.  +/- ผอมอ้วน
อย่าปักจำนวนเข็มมากเกินจำเป็น
อย่าให้คนไข้ขยับตัวโดยไม่จำเป็น ให้คนไข้หายใจด้วยท้อง เบาๆ ฝังตอนหายใจออกให้ปอดแฟ่บ
ทิศทางเข้ากล้ามเนื้อ ไม่ใช่เข้าปอด พระเจ้าอยู่ในรายละเอียด

3. สำหรับแพทย์จีน อย่าจำแค่ว่าจุดนี้ฝังได้กี่ชุ่น กี่ ซม. เพราะเคสนี้กล้ามเนื้อก็หนา ไม่ได้ผอม ไม่มีโรคปอดใดๆ เป็นเรื่องของความเชี่ยวชาญชำนาญล้วนๆ มีอาจารย์หลายท่านสอนน้องๆว่าปักลึกได้เลย ไม่ต้องกลัว อันนี้อันตรายอย่างยิ่ง !

4. สำหรับคุณหมอแผนปัจจุบัน ตอนฉีดยาชาเข้า Trigger point ก็ยิ่งต้องระวังนะครับ ปลายเข็ม syringe ใหญ่กว่าเข็มฝังเข็มมาก ปอดรั่วจะใหญ่กว่านี้เยอะ

5. สำหรับคนที่ไม่ใช่แพทย์แผนปัจจุบันหรือแพทย์จีน “ไม่ควรฝังเข็มในสิ่งที่เราไม่เชี่ยวชาญ” นะครับ เห็นน้องๆวิชาชีพอื่นๆแอบทำกันหลายคลินิก ถ้าทำแล้วคนไข้ปอดรั่วหนัก พิการ เสียชีวิตขึ้นมา จะโดนทั้งอาญา แพ่ง วิชาชีพ และวินัยได้นะครับ

6. ฝากอาจารย์ในมหาวิทยาลัยทั้งแพทย์แผนปัจจุบันและแพทย์จีนเข้มข้นกับการสอนน้องๆกันหน่อยนะครับ ให้แม่นอนาโตมี่หน่อย รู้ทิศทางและตำแหน่งปอดดีๆ อย่าย่ามใจประมาทเกินไป ถ้าประมาทก็พิการหรือตายได้

7. ทุกครั้งที่เราจะฝังเข็ม/ลงเข็ม ต้อง Informed Consent เสมอว่าจะมีโอกาสเกิดปอดรั่วได้, และติดตามอาการคนไข้สม่ำเสมอ, ถ้ามีปัญหารีบ take action ดูแลคนไข้เต็มที่

8. อย่ามั่นใจในตัวเองเกินไป ไม่มีอะไร 100% ใน medicine ต่อให้ฝังมา 10 ปีก็เกิดได้ถ้าทุกอย่างซวยจริงๆ

9. ถ้าปอดรั่วขนาดเล็ก 1-2 เซนติเมตร มักปิดเองใน 1-2 สัปดาห์ (ดังนั้นจำนวนผู้ป่วยที่แท้จริงจึงมากกว่าที่รายงานจากโรงพยาบาล เพราะคนไข้หายได้เอง) ติดตามอาการเหนื่อย หายใจเจ็บ ออกซิเจนปลายนิ้ว ตลอด  อาจพิจารณา x-ray ซ้ำ 24-48 ชั่วโมง
ถ้าขนาดใหญ่ > 2 เซนติเมตร อาจต้องใส่ท่อระบาย ขึ้นกับหลายปัจจัยและคุณหมอเจ้าของไข้

10. ถ้าสมมติคนไข้รายนี้ ขึ้นเครื่องบินก่อนที่ปอดรั่วหาย จะเกิดอะไรขึ้น ? 
ขณะที่ขึ้นบินแรงดันในเครื่องจะต่ำ ทำให้ปอดรั่วลามมากขึ้นได้ ในกรณีที่แย่ที่สุดคือเสียชีวิต ดังนั้นอย่าเสี่ยง งดบินไปเลยอย่างน้อย 2 สัปดาห์หรือยืนยันแน่ชัดว่ารูรั่วปิดสนิทแล้ว 
การฝังเข็มไม่ได้น่ากลัว สิ่งที่น่ากลัวคือความประมาท 

เพราะคนที่ต้องมารักษาปอดรั่ว มักไม่ใช่คนทำให้ปอดรั่วนะครับ
นพ.สมรส พงศ์ละไม
แพทย์เวชศาสตร์ฟื้นฟูและกายภาพบำบัด แพทย์ฝังเข็ม 
#DrSomros #Acupuncture #Pneumothorax #ฝังเข็ม #ปอดรั่ว
ถ้าอาจารย์ท่านใดอยากแชร์ประสบการณ์ หรือมี update guideline ก็ยินดีเลยนะครับ 

คนไข้เป็นหมอด้วยเคสนี้
ขอบคุณคนไข้ที่ให้ภาพมาเป็นวิทยาทาน คงจะกลัวฝังเข็มไปอีกนาน ขอบคุณอาจารย์เอกที่ช่วยคอนเฟิร์มฟิล์มครับ 

‘คนวงใน’ จวก!! ‘พิธา’ จัดแฟนมีต ฉบับหลงตัวเองกลางนิวยอร์ก ทำตัวเป็นเซเลป ขอคัดเลือกคนเข้าพบผ่านการส่ง CV

(27 ต.ค. 66) เพจเฟซบุ๊ก ‘Street Hero V3’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “ยังไงๆ” พร้อมรูปภาพที่เป็นคำกล่าวอ้างในฐานะคนทำงาน และโหวตเตอร์ของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และอดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล โดยระบุว่า…

คุณพิธาคะ วิธีการทำงานกับชุมชนของคุณพังนะคะ 

เข้าใจว่ามานิวยอร์กอยากพบปะคนทำงานประสบความสำเร็จใน ตปท. แต่ทีมไม่ทำการบ้านมาเลย เล่นหว่านอินไวท์ไปทั่วสารทิศ แถมยังบอกให้คนส่ง CV ไปให้ตัวเองเลือกว่าจะคุยกะใคร เพ้อเจ้อมาก แอพโพรชแบบนี้มันมีฐานคิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลาง เป็นเซเลป ใครๆ ก็ต้องอยากเข้าพบ ดิฉันติดตรงนี้มาก นี่ไม่ใช่ปัญหาลอจิสติก แต่เป็นปัญหาปรัชญาการทำงาน ไม่เล็กสำหรับดิฉัน

เอาใหม่นะคะ วันหลังอยากคุยกับใครให้นัด ไม่ใช่ให้เขาออดิชั่นเข้าพบ แสดงให้เห็นว่าจริงๆ แล้วไม่ได้รู้ว่าจะคุยเรื่องอะไร ไม่มีอเจนด้า เป็นงานออปติก แล้วนัดล่วงหน้านะคะ ไม่ใช่มาบอกภายในวีคเดียวกัน คนประสบความสำเร็จ เขามีงานมีการทำ ไม่ได้ว่างไปเจอได้ตามสะดวกคุณเสมอ

ทำงานชุมชนต้องให้เกียรติคนในชุมชนที่คุณทำงานกะเขาด้วย วางตัวให้อยู่ในระนาบเดียวกันให้ได้ก่อนแล้วค่อยมาคุยกันค่ะ

ผิดหวังในฐานะคนทำงานและในฐานะโหวตเต้อค่ะ

‘เทศกาลกลองฮ่องกง’ ชูแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมทางดนตรีจากทั่วโลก ปิดท้ายแสง-สี-เสียงแบบจัดเต็ม!! ประทับความสนุกในดวงใจผู้ชมไม่รู้ลืม

เมื่อไม่นานนี้ ‘ไชน่าเคม กรุ๊ป’ (Chinachem Group) ฮ่องกง ได้ร่วมจัดงานเทศกาลกลอง ภายใต้ธีม ‘One Beat, One World : Connecting Through The Drum’ และคอนเสิร์ตดนตรีสด 5G ในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 20 ปี ของเทศกาลกลองฮ่องกง ซึ่งเป็นการแสดงที่หาชมได้ยากรายการหนึ่ง จัดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่วัฒนธรรมเชิงบวก ผ่านพลังของการตีกลอง และทำให้ฮ่องกงเป็นที่รู้จักในฐานะ ‘เมืองหลวงแห่งการจัดงาน’

ศาสตราจารย์หยาน ฮุ่ยชาง ผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ และผู้ควบคุมวง ฮ่องกงไชนีสออเคสตรา (Hong Kong Chinese Orchestra) กล่าวว่า วงฮ่องกงไชนีสออเคสตรา ได้นำเสนอการแสดงดนตรีสู่สาธารณชน เพื่อส่งเสริมเรื่องราวของศิลปะจีนและฮ่องกงที่วิจิตรงดงาม และสืบทอดมายาวนาน ผ่านเทศกาลกลองที่มีชื่อว่า ‘One Beat, One World : Connecting Through The Drum’ และคอนเสิร์ตดนตรีสด 5G ซึ่งได้จัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ ณ ศูนย์วัฒนธรรมอาร์ตปาร์ค เกาลูนตะวันตก โดยภายในงานได้มีกิจกรรมที่น่าสนใจมากมาย อาทิ การตั้งกลองสันติภาพขนาดยักษ์สูง 3.47 เมตรให้ทุกคนได้เล่น, การแสดงบนเวทีโดยทีมที่ชนะการแข่งขันกลอง Hong Kong Synergy, ขบวนพาเหรดที่แสดงโดยทีมตีกลองจำนวน 24 ทีม และการแสดงกลองที่ถือเป็นมรดกทางวัฒนธรรม หรือซอฟต์พาวเวอร์ของจีน ได้แก่ Yan'anCity An'sai Waist Drum Troupe จากมณฑลส่านซี, ทีม Chengnan Zhongjing Yingge จากซัวเถา มณฑลกวางตุ้ง และคณะกลอง Shanxi Jiangzhou

ซึ่งภายในคอนเสิร์ตการแสดงสด 5G ในรอบชิงชนะเลิศสุดอลังการนี้ ยังมีการแสดงกลองอันโดดเด่นจากทั่วโลก นำโดย ยาน ฮุยชาง (Yan Huichang ) ผู้นำวงฮ่องกงไชนีสออเคสตรา (Hong Kong Chinese Orchestra) ร่วมกับศิลปินที่มีชื่อเสียงจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งได้แก่ โดริ (Dori) จากประเทศสาธารณรัฐเกาหลี, โยสุเกะ โอดะ (Yosuke Oda) จากประเทศญี่ปุ่น, อะซากูโน (Azaguno) จากประเทศแอฟริกา, แอปบอส กรุ๊ป (Abbos Group) จากประเทศอุซเบกิสถาน และแอนโทนี เฟอนันเดส (Anthony Fernandes) ผู้มีชื่อเสียงด้านกลองระดับโลก

โดยการแสดงแต่ละชุดได้สะท้อนถึงประเพณีการตีกลองอันยาวนานจากทั่วโลก ที่ทำให้เกิดการแลกเปลี่ยนดนตรีและวัฒนธรรมที่ยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นการแสดงตีกลองของญี่ปุ่นที่ทรงพลังและสะเทือนอารมณ์ โดนใจผู้ชมอย่างลึกซึ้ง, ซามุล โนริ (Samul nori) เครื่องเคาะจังหวะแบบดั้งเดิมของเกาหลี ที่มีลักษณะเด่นอยู่ที่จังหวะอันทรงพลัง, การเคลื่อนไหวของร่างกายที่กระฉับกระเฉง, การแสดงที่มีชีวิตชีวา และกลุ่มเครื่องเพอร์คัชชัน ของแอปบอสกรุ๊ป จากอุซเบกิสถาน ที่ทำให้ผู้ชมได้มีส่วนร่วม สร้างบรรยากาศโดยรวม ซึ่งรวมถึงกลุ่มเอ้อหูที่ได้จัดแสดงงิ้วกวางตุ้ง ‘The Floral Princess’ ที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ชมอย่างมาก

ซึ่งในคอนเสิร์ตครั้งนี้ได้มีการถ่ายทอดสดไปทั่วโลก ผ่านเทคโนโลยี 5G ที่ได้ดึงดูดให้มีผู้เข้าชมสดและผู้ชมออนไลน์จำนวนกว่า 16,000 ราย เพื่อดื่มด่ำไปกับโลกแห่งเครื่องเพอร์คัชชันอันน่าหลงใหล น่าตื่นเต้น และจังหวะที่น่าเร้าใจบนเวที ซึ่งผู้เข้าชมสดจะได้รับกลองสีน้ำตาล สำหรับการเล่นโต้ตอบกับวงออเคสตราและนักเพอร์คัชชัน ถือเป็นการปิดท้ายคอนเสิร์ตที่เต็มไปด้วยความหลงใหล และมีชีวิตชีวามากที่สุด

ซึ่งในการจัดงานครั้งต่อไป ก็หวังว่าจะมีการแสดงกลองจากประเทศไทย อาทิ กลองสะบัดชัย หรือกลองยาว เดินทางไปร่วมภายในงาน จึงขอฝากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องนี้ไปพิจารณากันด้วย

โดยผู้สนใจจะสามารถชมวิดีโอย้อนหลังได้ที่ https://www.youtube.com/live/rohXU0OI8UQ?si=YE-OTyvxwOOnMNv0 ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดติดต่อ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ โทรศัพท์ 062-7341267 และ 086-4978941

‘ที่ปรึกษา รมว.อุตฯ’ ร่วมเปิดงาน ‘LogiMAT 2023’ หนุน ‘โรงงาน-คลังสินค้า’ เป็นต้นแบบอุตฯ ไร้คาร์บอน

(26 ต.ค. 66) นายดนัยณัฏฐ์ โชคอำนวย ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เป็นประธานในพิธีเปิดงาน LogiMAT | Intelligent Warehouse 2023 จัดโดย บริษัท เอ็กซ์โปลิงค์ โกลบอลเน็ทเวอร์ค จำกัด ร่วมกับสมาคมการจัดการระบบคลังสินค้าไทย โดยมีภาคส่วนเอกชนที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ณ อิมแพค เอ็กซิบิชั่น เซ็นเตอร์ ฮอลล์ 5-6 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี

ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ธุรกิจคลังสินค้าเป็นอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญ และเป็นฟันเฟืองเศรษฐกิจที่สามารถกระตุ้นรายได้มวลรวมของประเทศ โดยในปัจจุบัน ระบบคลังสินค้าได้มีการปรับเปลี่ยนสู่ระบบอัจฉริยะ ที่นำระบบคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยี จนถึงระบบอัตโนมัติ เข้ามาสนับสนุนธุรกิจ โดยสามารถช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันรวมถึงการขยายสายป่านของผลิตภัณฑ์และขอบเขตการให้บริการได้อย่างครอบคลุมและทั่วถึง ทำให้ระบบอุตสาหกรรมโลจิสติกส์ของประเทศไทยสามารถขยายตัวอย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น 

การจัดงาน ‘LogiMAT Intelligent Warehouse’ ถือเป็นนิมิตหมายอันดี ที่จะสามารถนำเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่มีความเหมาะสมให้เข้ามาเป็นส่วนช่วยทำให้ธุรกิจอินทราโลจิสติกส์ (Intralogistics) ในประเทศไทยเกิดการเติบโตได้อย่างมั่นคง อีกทั้งช่วยสนับสนุนการขับเคลื่อนในส่วนของโรงงานและการบริหารจัดการคลังสินค้าให้เกิดต้นแบบอุตสาหกรรมคาร์บอนที่เป็นศูนย์ (Zero Carbon Industry) เพื่อรองรับการเจริญเติบโตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เน้นในภาคการผลิต การใช้พลังงานสะอาด ซึ่งเป็นกลไกหลักในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุน ในภาคอุตสาหกรรมทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมยินดีที่จะร่วมขับเคลื่อน สนับสนุนและบูรณาการความร่วมมือกับทุกภาคส่วน เพื่อก่อให้เกิดการผลักดันและขับเคลื่อนที่เป็นประโยชน์ต่อภาคอุตสาหกรรมของประเทศไทย

ทั้งนี้ งานแสดงสินค้าเทคโนโลยีคลังสินค้าและระบบจัดการ ‘LogiMAT IntelligentWarehouse 2023’ จะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 25-27 ตุลาคม 2566 ณ อิมแพ็ค เอ็กซิบิชั่น เซ็นเตอร์ ฮอลล์ 5-6 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี

‘พวงเพ็ชร’ จับมือ TikTok ปั้นนักเล่าข่าวโซเชียล ชู!! ‘ถูกต้อง-แม่นยำ-รวดเร็ว’ ด้วยสไตล์ที่ดึงดูด

(26 ต.ค.66) ที่โรงแรม เอส ซี ปาร์ค นางพวงเพ็ชร ชุนละเอียด รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ลุยงานสื่อสารงานรัฐให้โดนใจ สไตล์ Content creator ซึ่งกิจกรรมครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาทักษะการสื่อสารออนไลน์ของบุคลากรภาครัฐ ให้มีประสิทธิภาพและก้าวทันยุคดิจิทัล โดยเน้นการสื่อสารในรูปแบบคลิปสั้น ผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียที่ได้รับความนิยม ซึ่งเป็นเทรนด์การสื่อสารยุคใหม่ที่พบว่ามีการเข้าถึงมากขึ้น และสร้างกระแสสังคมได้รวดเร็ว ว่องไว และสามารถกระจายสู่กลุ่มเป้าหมายได้ทั่วทุกมุมโลก 

โดยในวันนี้มีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญด้านสื่อโซเชียลมาให้ความรู้และทักษะด้านการสื่อสารออนไลน์ในหัวข้อที่น่าสนใจ ประกอบด้วย หัวข้อ ‘ทำ Tiktok ให้เข้าถึงตรงใจได้อย่างไร’ โดย นางสาวนิดา คล้ายพันธุ์ จาก Tiktok Thailand และ นางสาวพิมญาดา เดชบุญญาภิชาติ หัวข้อ ‘เล่าข่าว ปัง ปัง กับ 3 ตัวตึง Tiktok’ โดย นายภัควัฒน์ รัตนสิริอำไพ (คุณปอนด์ ออนนิวส์) นายจิรายุ จันทรวงศ์ (คุณเบ็นซ์) และ นายกฤษฎิ์กุล ชุมแก้ว (คุณแต๋ง After Yum) หัวข้อ ‘ตัดคลิปอย่างไรให้ได้ 1 ล้านวิว’ โดย ผศ.เวทิต ทิงจันทร์ หัวหน้าภาควิชาสื่อสารดิจิทัล คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยสยาม และทีมงาน หัวข้อ ‘เส้นทางสู่นักเล่าข่าวสไตล์บอลลี่’ โดย นายศรัญ แก้วประจันทร (คุณบอลลี่ขยี้ข่าว) และทีมงานโซเชียลมีเดียกรมประชาสัมพันธ์ รวมถึงกิจกรรมประชันคลิปที่ปัง คลิปที่โดน

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในความเป็นสื่อของรัฐ นอกจากมีการนำเสนอข้อมูลที่ถูกต้อง แม่นยำ เชื่อถือได้แล้ว ความรวดเร็วและความน่าสนใจของสื่อที่นำเสนอออกไปก็มีส่วนสำคัญ เพราะนอกจากเป็นการป้องกันการเกิดข่าวปลอม ยังเป็นการสร้างกระแสความนิยมในสื่อภาครัฐ ผ่านการนำเสนอในช่องทางโซเชียลมีเดีย ที่กำลังได้รับความนิยม อย่างเช่น Tiktok, Reels, Thread จึงถือเป็นการสื่อสารรูปแบบใหม่ที่พัฒนาตามกระแสความนิยม การประชุมเชิงปฏิบัติการในวันนี้ จึงนับว่าเป็นโอกาสดีที่ได้เห็นสื่อภาครัฐปรับตัวต่อวิธีการสื่อสาร โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลข่าวสารที่เป็นประโยชน์ รวมถึงแนวทางการพัฒนาประเทศในทุกมิติตามนโยบายของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ผ่านการสื่อสารที่เข้าถึงได้ง่ายและเป็นกันเอง โดยวิทยากรชั้นนำและผู้มีประสบการณ์ในแวดวงสื่อออนไลน์


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top