Sunday, 2 August 2026
Hard News Team

เวทีเสวนาแถลงผลวิจัยนโยบายเปิดสถานบริการถึงตี 4 นักเศรษฐศาสตร์ มธ.วิจัยพบพฤติกรรมคนไทยส่วนใหญ่ดื่มแอลกอฮอล์ช่วง 2 ทุ่มถึง 5 ทุ่ม 

เวทีเสวนาแถลงผลวิจัยนโยบายเปิดสถานบริการถึงตี 4 นักเศรษฐศาสตร์ มธ.วิจัยพบพฤติกรรมคนไทยส่วนใหญ่ดื่มแอลกอฮอล์ช่วง 2 ทุ่มถึง 5 ทุ่ม 

สอดคล้องกับนักท่องเที่ยวต่างชาติส่วนใหญ่ 67% ก็ดื่มในเวลาเดียวกัน มีเพียง 30 % ที่ดื่มช่วงห้าทุ่มถึงตี 2 แนะตั้งราคาขายสูง เก็บภาษีเหล้า เบียร์ ในพื้นที่พิเศษเป็นทุนช่วยบรรเทาผลกระทบ ด้าน รอง ผอ..ศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ เผยประชาชน 53% ไม่เห็นด้วย มีเพียง 21 % ที่เห็นด้วย ด้านภาคีสุขภาพและสื่อมวลชนเสนอให้ทำวิจัยคู่ขนานสำรวจความคุ้มค่าและมีมาตรการลดผลกระทบทั้งอุบัติเหตุ การปกป้องเด็กและเยาวชนและความรุนแรงต่าง ๆ รุกเสนอรัฐบาลทบทวน 13 ธ.ค. นี้
เมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2566 ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ วิภาวดี รังสิต มูลนิธิเพื่อสุขภาวะ (มสส.)และ ขบวนการสร้างเสริมสุขภาพประชาชน (ขสช.) จัดเสวนาและแถลงเปิดผลวิจัย “นโยบายเปิดสถานบริการ ผับ บาร์ ตี 4” โดย นายอภิวัชร์ เกตุทัต ประธานมูลนิธิสื่อเพื่อสุขภาวะ กล่าวเปิดงานว่ายังมีคำถามหลายประการจากกรณีคณะรัฐมนตรีเห็นชอบกฎกระทรวงมหาดไทยให้สถานบริการในจังหวัดท่องเที่ยวในกรุงเทพมหานคร ชลบุรี  ภูเก็ต เชียงใหม่และเกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานีเปิดบริการได้ถึงตี 4 ว่ากระตุ้นเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวได้จริงหรือไม่ ในขณะที่การรับฟังความคิดเห็นฝ่ายต่างๆดำเนินการผ่านทางออนไลน์เท่านั้น ยังไม่ครอบคลุมไปถึง การรับฟังเสียงของประชาชนในวงกว้างแต่อย่างใด  แต่ก็มีการประกาศเดินหน้านโยบายแล้ว ดังนั้น มสส.และ เครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพประชาชน ร่วมกับทีมวิจัยคณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  และศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ ได้ศึกษาวิจัย และสำรวจความเห็นของประชาชนที่มีต่อนโยบาย ดังกล่าวของรัฐบาล รวมถึง การประเมิน ผลกระทบ ทางนโยบาย ว่ามีความคุ้มค่าจริงหรือไม่ เพื่อส่งเสียงสะท้อนไปยังรัฐบาลให้ทบทวนและมีความรอบคอบ

ผศ.ดร.เฉลิมพงษ์ คงเจริญ อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เปิดเผยผลการศึกษา “การประเมินผลทางเศรษฐกิจ  สุขภาพและสังคม หากมีการกำหนดพื้นที่พิเศษเพื่อขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สำหรับนักท่องเที่ยวยามค่ำคืน  ด้วยการขยายเวลาเปิดผับบาร์ สถานบันเทิง” ว่าจากการเก็บข้อมูลนักท่องเที่ยว 1,200 คน ใน 4 พื้นที่ คือ ถนนข้าวสาร กรุงเทพฯ, พัทยา จ.ชลบุรี, หาดป่าตอง ภูเก็ต และหาดเฉวง เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี แบ่งเป็นคนไทย 900 คน นักท่องเที่ยวต่างชาติ 300 คน ในเดือนเมษายน 2566 โดยใช้สถานการณ์สมมติทั้งช่วงเวลาขาย และราคาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พบว่า พฤติกรรมโดยทั่วไปของนักท่องเที่ยวไทย 65% มีการดื่มนอกบ้านอยู่แล้ว แต่ส่วนใหญ่ดื่มที่ร้านอาหาร ในช่วงเวลา 17.00-20.00 น. ถ้าดื่มที่สถานบันเทิง ช่วงเวลาประมาณ 20.00 – 23.00 น. ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะดื่มเริ่มตั้งแต่ 14.00 -17.00 น. คิดเป็น 25% ส่วนการดื่มช่วงเย็นอยู่ที่ 50% ในขณะที่กว่า 67% จะดื่มช่วง 20.00 - 23.00 น.  และ 30% จะดื่มช่วง 23.00 - 02.00 น.
เมื่อสอบถามปริมาณการดื่ม ช่วงเวลาและราคาที่แตกต่างกัน ผู้วิจัยประเมินว่า หากสามารถดื่มหลังเที่ยงคืนได้  โดยราคาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่ที่ 70 บาท ต่อหน่วยมาตรฐาน หรือเบียร์ขวดเล็ก  พบว่าชาวไทยจะดื่มเพิ่มขึ้น 0.45 หน่วยมาตรฐาน ส่วนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติดื่มเพิ่มขึ้นชั่วโมงละ 0.56 หน่วยมาตรฐาน   ถ้าคิดเป็นตัวเลขที่เปิดสถานบันเทิงเพิ่มอีก 4 ชั่วโมง หากขายราคา 70 บาท คนไทยจะดื่มเพิ่ม 1.8 หน่วยมาตรฐาน นักท่องเที่ยวต่างชาติดื่มเพิ่ม 2.25 หน่วยมาตรฐาน ดังนั้นหากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อยู่ที่ 160 บาทต่อหน่วยมาตรฐานจะพบว่าคนไทยจะดื่มเพิ่มขึ้น 0.27 หน่วยมาตรฐาน ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะดื่มเพิ่มขึ้น 0.25หน่วยมาตรฐาน  ต่อชั่วโมง  

ดังนั้นหากเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีราคาสูงขึ้น อัตราการดื่มที่มาจาการขยายเวลาก็จะเพิ่มไม่มาก หากคำนวณปริมาณการดื่มทั้งปีของนักท่องเที่ยวใน 4 พื้นที่ที่สำรวจ คนไทยจะดื่มประมาณ 9 ล้านหน่วยมาตรฐาน ส่วนนักท่องเที่ยวต่างชาติประมาณ 43 ล้านหน่วยมาตรฐาน และเมื่อคูณกับต้นทุนด้านเศรษฐกิจ  สุขภาพและสังคม โดยอิงจากงานวิจัยที่ผ่านๆ มา  จะพบว่าต้นทุนที่จะเกิดแก่สังคมจะอยู่ที่ประมาณ 258 ล้านบาท  

“นอกจากผลทางเศรษฐกิจจากยอดขายที่เพิ่มขึ้น  การดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ส่งผลกระทบทั้งสุขภาพและสังคม จึงต้องลดปริมาณการดื่ม และมาตรการช่วยลดการดื่มได้คือการเพิ่มราคาให้สูงขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับงานศึกษาอื่น ๆ ในด้านเศรษฐศาสตร์ ผมเห็นว่า การเพิ่มภาษีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์  โดยเฉพาะในสถานบันเทิงร้านเหล้า ผับบาร์ จะเป็นเครื่องมือสำคัญ   ควรถูกนำมาใช้บรรเทาปัญหาที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่นั้น เช่นการควบคุมดูแลนักท่องเที่ยวหลังเวลาปิด มีจุดตรวจที่เข้มข้น มีบริการสาธารณะเพื่อเดินทาง เป็นต้น “รวมไปถึงการจำกัดความ คำว่า โซนนิ่ง ให้ชัดเจนมีมาตรการรรองรับที่รัดกุม มีการ Tracking ว่าคนดื่มมาจากร้านไหน เพื่อทางร้านควรมีส่วนรับผิดชอบ” ผศ.ดร.เฉลิมพงษ์ กล่าว

ด้าน ดร.สุริยัน บุญแท้ ผู้จัดการศูนย์วิจัยเพื่อการพัฒนาสังคมและธุรกิจ (SAB) กล่าวว่า ผลสำรวจความคิดเห็นประชาชน 3,083 คน ใน 12 จังหวัดครอบคลุมทุกภูมิภาคของประเทศ ตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม – 3 พฤศจิกายน 2566 โดยความเห็นของประชาชนต่อนโยบายขยายเวลาปิดสถานบันเทิง จากตี 2 ไปเป็นตี 4 ภาพรวมคนมีแนวโน้มเห็นด้วยกับการขยายเวลา 21 % ไม่เห็นด้วย 53% แต่ถ้าไปจำกัดพื้นที่ท่องเที่ยวพิเศษ อย่างเช่น ซอยนานา ข้าวสาร สีลม ภูเก็ต พัทยา เชียงใหม่ โอกาสเห็นด้วยจะขยับขึ้นมา 39%  อีก 33% ไม่เห็นด้วย ทั้งนี้ การศึกษาในภาพรวมพบว่า 3 ใน 4 ของกลุ่มตัวอย่างมองไม่เห็นประโยชน์เกี่ยวกับนโยบายนี้ มีเพียง 1 ใน 4 โดยฝ่ายที่มองเห็นประโยชน์ โดยให้เหตุผลอันดับหนึ่งว่าทำให้มีเวลาดื่ม กิน เที่ยวมากขึ้น ส่วนการช่วยเรื่องการค้าขายในพื้นที่ให้ดีขึ้นมีรายได้ของธุรกิจเพิ่มขึ้นเป็นเรื่องรองลงมา ด้านข้อกังวลใจพบว่า 75.4% ห่วงเรื่องเมาแล้วขับ 64.8% ห่วงว่าจะดื่มมากขึ้น มีแค่ไม่ถึง 10% ที่บอกว่า ไม่กังวลใดๆ พร้อมทั้งเสนอให้รัฐบาลจัดโซนนิ่งสถานบันเทิง ควบคุมอายุนักท่องเที่ยว ตรวจจับปัญหายาเสพติด เข้มงวดการรักษาความสงบเรียบร้อย ตรวจตราผู้ขับขี่ยานพาหนะ ตรวจตราแหล่งมั่วสุมยามค่ำคืน  

ดร.สุริยัน กล่าวต่อว่า การรับฟังความคิดเห็นต่อนโยบายนี้ยังน้อยเกินไป โดยเฉพาะความกังวลเรื่องผลกระทบต่างๆ มีแต่พูดถึงข้อดีแต่ด้านผลกระทบและแนวทางควบคุมป้องกันยังพูดถึงไม่มาก แม้กระทั่งพื้นที่ท่องเที่ยวเองก็พูดเฉพาะปัญหาอุบัติเหตุ แต่ปัญหาเมาแล้วขับจะจัดการอย่างไร จะป้องกันเด็กและเยาวชนไม่ให้เข้าถึงแอลกอฮอล์ได้อย่างไรยังไม่มีการพูดถึง จึงขอเรียกร้องให้กระทรวงสาธารณสุขมีมาตรการควบคุมดูแลอย่างเป็นรูปธรรม  ส่วนรัฐบาลนั้นการจะเดินหน้านโยบายไม่ว่า จะเป็นสุราก้าวหน้า หรือขยายเวลาเปิดสถานบันเทิง ควรมีมาตรการควบคุมและลดผลกระทบที่เกิดขึ้นด้วย รวมทั้งมีทางเลือกให้สังคมพิจารณาร่วมกันว่า ถ้าอยากกระตุ้นการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจของแหล่งท่องเที่ยวนั้น จะมีมาตรการอื่นที่คุ้มค่ากว่าหรือไม่ และคำนึงถึงปัญหาสุขภาวะ ปัญหาสังคมประกอบด้วย ไม่มองแค่มิติเศรษฐกิจที่เป็นตัวเงินอย่างเดียว  
ด้านภาคีเครือข่ายและสื่อมวลชนได้ร่วมแสดงความคิดเห็นที่หลากหลายส่วนใหญ่เป็นห่วงว่าจะได้ไม่คุ้มเสียและต้องมีมาตรการด้านลดผลกระทบที่ชัดเจน .....อาทิ รศ.ดร.นพ. อุดมศักดิ์ แซ่โง้ว จากศูนย์วิจัยปัญหาสุรา ได้นำเสนอผลงานวิจัยของต่างประเทศ พบว่า หากมีการขยายเวลาเปิดผับ บาร์ เพิ่มขึ้น 1 ชั่วโมง จะมีปัญหาอุบัติเหตุความรุนแรงและเสียชีวิตเพิ่มมากขึ้น รัฐบาลควรส่งเสริมเศรษฐกิจภาคกลางคืน ที่ไม่เกี่ยวข้องกับแอลกอฮอล์จะดีกว่า ส่วนนายวิษณุ  ศรีทะวงศ์ ผู้จัดการแผนงานพัฒนานโยบายสาธารณะ สคล. สะท้อนว่า รัฐบาลควรมีมาตรการรองรับในเขตโซนนิ่งให้ชัดเจน ปัญหาอุปกรณ์เครื่องตรวจวัดแอกอลฮอล์ที่ยังขาดแคลนอยู่จะแก้อย่างไร ควรมีกองทุนเยียวยาให้แกผู้ได้รับผลกระทบ ส่วนทางด้าน นายชูวิทย์ จันทรส ผู้ประสานงานเครือข่ายรณรงค์ป้องกันภัยแอลกอฮอล์ เปิดเผยข้อมูลเว็ปไซต์ การประกันภัยนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก พบว่าประเทศไทยอยู่ในลำดับที่ 12 ของความเสี่ยงเรื่องอุบัติเหตุบนท้องถนน ดังนั้นนโยบายขยายเวลานี้ ตนเองเห็นว่า “เป็นนโยบายที่อำมหิตและคิดน้อย ขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน” ดังนั้นในสัปดาห์หน้า ตนเองและภาคีจะไปยื่นข้อเสนอให้รัฐบาลทบทวนนโยบายในเรื่องนี้

ส่วนทางด้านสื่อมวลชน โดยนายชูชาติ สว่างสาลี ผู้ก่อตั้งเว็ปไซต์เนตรทิพย์ ได้สะท้อนความกังวลว่าจะเกิดพับ บาร์ ผุดขึ้น และปิด ตี 4 ในพื้นที่ใกล้เคียง และจะขยายไปทั่วประเทศ ส่วนนายจิระ ห้องสำเริง จากแซ่บเรดิโอ บอกว่า ก่อนหน้านี้ติดตามข่าวทราบว่ารัฐบาลจะเปิดรับความคิดเห็น วันดีคืนดีออกมาตรการมาแล้ว ขณะที่ยอดจำหน่ายสุราของผู้ประกอบการช่วงนี้ลดวูบลงเลยถึงบางอ้อว่า ผู้ประกอบการธุรกิจแอลกอฮอล์ต้องการเพิ่มยอดขาย รวมทั้งการแข่งขันธุรกิจแอลกอฮอล์ในปัจจุบันมีคู่แข่งหน้าใหม่เพิ่มจึงทำให้รัฐบาลต้องรีบใช้มาตรการ แต่ก็อยากให้คำนึงถึงผลกระทบรอบด้านด้วย

‘หมอยง’ กางข้อมูล วัคซีนโควิด-19 ทุกยี่ห้อ ประสิทธิภาพพอๆ กัน ‘ลดป่วยหนัก-เสียชีวิต’ แต่ไม่มียี่ห้อไหน ‘ป้องกันการติดเชื้อ’

(7 ธ.ค. 66) ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะราชบัณฑิต สำนักวิทยาศาสตร์ โพสต์รูปพร้อมเนื้อหาบนเฟซบุ๊ก เรื่อง ‘โควิด-19 บทสรุปขององค์การอนามัยโลก เกี่ยวกับโควิด 19 วัคซีน’ ระบุว่า…

“เป็นไปตามคาดและอย่างที่เคยเสนอเรื่องโควิด-19 วัคซีนมาโดยตลอด วัคซีนโควิด-19 ไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อได้ แต่ลดความรุนแรงของโรคได้ รวมทั้ง ลดการเสียชีวิตลงได้ และไม่มีความแตกต่างของชนิดวัคซีน ดังที่คนจำนวนมากเคยคิด และใฝ่ฝันอยากได้วัคซีนเทพ ประชากรส่วนใหญ่ติดเชื้อไปเป็นจำนวนมากน่าจะถึงร้อยละ 90 แล้ว โรคก็ได้ลดความรุนแรงลง จากตัวไวรัสเองด้วย จนปัจจุบันเห็นได้ชัดเจน อัตราผู้เสียชีวิตน่าจะเท่า ๆ กับการระบาดของไข้หวัดใหญ่ 2009 ในปีแรก ขณะนี้สัปดาห์ละ 1-3 คน

บทสรุปขององค์การอนามัยโลกเกี่ยวกับโควิด-19 วัคซีน ธันวาคม 2566

1.ผู้ใหญ่ที่ยังไม่เคยได้รับวัคซีน แนะนำให้ได้รับวัคซีนอย่างน้อย 1 เข็ม

2.ผู้ที่ได้รับวัคซีนมาแล้ว และอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่เป็นแล้วโรคจะรุนแรง เช่นสูงอายุ มีโรคประจำตัวเรื้อรัง ภูมิคุ้มกันต่ำ สตรีตั้งครรภ์ ควรได้รับวัคซีน ซ้ำอีก 1 ครั้งห่างจากเข็มสุดท้าย 6-12 เดือน

3.เด็กปกติแข็งแรงอายุ 6 เดือนถึง 17 ปี ถือว่าอยู่ในกลุ่มลำดับสำคัญต่ำ (low priority) ในการได้รับวัคซีน

4.เด็กที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง และยังไม่เคยได้รับวัคซีนมาก่อนเลย ควรได้รับวัคซีน 1 เข็ม

5 ยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่จะบอกว่า โควิดวัคซีนต้องให้ประจำทุกปีต่อ ๆ ไปหรือเป็นวัคซีนประจำปี อย่างไข้หวัดใหญ่ คงต้องรอข้อมูลการศึกษาต่อไป จึงจะให้คำแนะนำต่อ

ข้อมูลรายละเอียดอ่านได้จากบทความ องค์การอนามัยโลก และสรุปที่แสดงในตารางดังรูป

‘หนุ่ม กรรชัย’ แจ้งข่าวชนะคดีอาจารย์ดัง  พร้อมจ่อฟ้องแพ่งต่อ หลังคู่กรณีไม่สำนึก

(7 ธ.ค.66) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ‘หนุ่ม กรรชัย’ โพสต์ข้อความผ่านเพจ ‘หนุ่ม กรรชัย’ ระบุว่า

สวัสดีครับ ผมกรรชัยเองครับ

ผมขออนุญาตแจ้งข่าวในคดี เพื่อเป็นการป้องกันการเข้าใจผิดจากบุคคลบางท่านนะครับ

จากกรณีที่ผมได้มีการฟ้องร้องอาจารย์ท่านหนึ่งในหลายคดีทั้ง อาญาและแพ่ง และในวันนี้ในส่วนของคดีแพ่งนั้น ศาลท่านได้พิพากษาแล้วนะครับ ว่าผมได้ถูกจำเลยท่านนั้นกระทำผิดโดยการละเมิดจริงในการพูดจาให้ร้ายผมต่างๆ นานา เพื่อทำให้ผมเสียหาย การฟ้องแพ่งครั้งนี้ผมไม่ได้เรียกร้องเป็นตัวเงินไป เพราะอยากให้เห็นว่าผมไม่ได้ต้องการตัวเงิน แต่ผมต้องการความเป็นธรรมจากขบวนการยุติธรรมและจากศาล เพื่อจะพิสูจน์ให้เห็นว่าบุคคลทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย และผมจะได้นำเอาคำพิพากษาศาลแพ่งนี้ แถลงเข้าไปในคดีอาญาตามกระบวนการต่อไปด้วย

ซึ่งเป็นที่ประจักษ์ชัดเจนนะครับว่า ถึงแม้จำเลยจะไม่ได้เอ่ยชื่อตัวโจทก์ แต่ความเชื่อมโยงที่จำเลยได้มีการพูดซ้ำๆ และโยงไปหลากหลายประเด็นก็สามารถชี้ให้เห็นได้ว่าเขาละเมิด มีเจตนาไม่สุจริต ทำให้โจทก์เสียหาย และผมกำลังหารือกับที่ปรึกษาทางกฏหมายว่าจะฟ้องแพ่งครั้งต่อไป เพราะบุคคลท่านนี้ไม่สำนึก และยังทำตัวเป็นศูนย์กลางของจักรวาลเกินไป ซึ่งในคดีต่อไปผม จะเรียกค่าเสียหายเป็นตัวเงินด้วย เพราะผมรู้สึกว่าจำเลยไม่ได้สำนึกในการกระทำความผิดแม้แต่น้อย ถึงแม้ศาลแพ่งจะมีคำพิพากษาว่าจำเลยผิดแล้วก็ตาม ขอบคุณครับ

ปล. ผมฟ้องไป 4 กรรม 3 กรรมรอศาลอาญาพิจารณา และกรรมสุดท้ายศาลพิพากษาจำเลยผิดจริงตามคำฟ้อง 

ผมสมเพชคนที่ศาลพิพากษาว่าผิดจริง แต่ออกมาบอกว่าตัวเองชนะ ไม่ได้รู้เลยว่าอะไรรออยู่ข้างหน้า

สุดท้ายผมต้องขอขอบคุณกระบวนการยุติธรรมที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้มอบให้ผมด้วยครับ

'นักวิชาการเกษตรอิสระ' ไขกระจ่าง!! ไทยไม่ได้ส่งเข้าประกวดข้าวที่ดีที่สุดในโลก  เหตุผลเพราะ 'ไทย' ถอนตัว เนื่องจากมีเรื่อง 'การค้า-การเมือง' เอี่ยวมากไป

(7 ธ.ค. 66) จากกรณีที่องค์กรที่ชื่อว่า The Rice Trader หรือ TRT ประกาศผลการประกวดข้าวที่ดีที่สุดในโลก The World’s Best Rice 2023 ในการประชุมข้าวโลก (2023 International IWRC) ที่เมืองเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ ผลปรากฏว่าข้าวสายพันธุ์ ST25 ของเวียดนาม ได้รับรางวัลข้าวที่ดีที่สุดในโลกประจำปี 2566 เอาชนะพันธุ์ข้าวที่ส่งเข้าประกวดราว 30 ตัวอย่าง จากหลายประเทศ โดยมีข้าว 3 พันธุ์เท่านั้นที่ผ่านเข้ารอบ 3 อันดับแรก ได้แก่ พันธุ์ข้าวจากกัมพูชา พันธุ์ข้าวจากอินเดีย และพันธุ์ข้าวจากเวียดนาม ทำให้สื่อมวลชนบางสำนักวิพากษ์วิจารณ์ว่าข้าวไทยไม่ติดอันดับนั้น

ล่าสุดเฟซบุ๊ก ‘ศักดา ศรีนิเวศน์’ ของนายศักดา ศรีนิเวศน์ นักวิชาการเกษตรอิสระ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า “ตามข่าวที่ ... (สื่อมวลชนสำนักหนึ่ง) นำเสนอข่าวผลการประกวดข้าวที่ดีที่สุดในโลก The World's Best Rice 2023 นั้น ปีนี้ประเทศไทยไม่ได้ส่งข้าวหอมไทยเข้าประกวด เราถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิก The World's Best Rice 2023 เนื่องจากผู้เกี่ยวข้องมองว่าเป็นการค้า หรือการเมืองมากไป ไม่ใช่ไทยแพ้หรือตกรอบ เรื่องนี้ เพื่อนผมที่เป็นเจ้าของพันธุ์ข้าว ST25 บอกกับผมเองว่าประเทศไทยไม่ได้ส่งเข้าประกวดครับ” 

ภายหลังจากโพสต์ข้อความดังกล่าวไปแล้ว ก็ถูกแชร์บนโซเชียลฯ และมีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก

กลุ่ม ปตท. จุดพลัง ‘สุดยอดนักขาย’ และ ‘สุดยอดไอเดียการตลาด’ มอบรางวัล ‘Young Influencer Challenge Thailand 2023’

เมื่อไม่นานมานี้ ณ อาคาร ปตท. สำนักงานใหญ่ นางกนกพร รอดรุ่งเรือง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่บริหารชื่อเสียงองค์กรและกิจการเพื่อสังคม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.) เป็นประธานใน พิธีประกาศผลและมอบรางวัลโครงการ ‘Young Influencer Challenge Thailand 2023 : ชวน U สร้างรอยยิ้ม’ ภายใต้ความร่วมมือของ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) บริษัท เทลสกอร์ จำกัด และ บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีระยอง (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด เพื่อนำความรู้จากสถาบันการศึกษามาใช้วางแผนการตลาดให้กับสินค้าชุมชน และแข่งขันจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชนในโครงการชุมชนยิ้มได้ ซึ่งมีเยาวชน 30 ทีม จาก 10 มหาวิทยาลัยเข้าร่วมโครงการฯ โดย ปตท. และผู้สนับสนุน ร่วมมอบเงินรางวัลรวมมูลค่า 65,000 บาท เพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานของนิสิต นักศึกษา

นางกนกพร รอดรุ่งเรือง กล่าวว่า โครงการ ‘Young Influencer Challenge Thailand 2023 : ชวน U สร้างรอยยิ้ม’ เป็นกิจกรรมที่เปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้แสดงพลังและปลุกไอเดียความคิดสร้างสรรค์ พร้อมนำองค์ความรู้มาประยุกต์ใช้พัฒนาแผนการตลาดจำหน่ายสินค้าชุมชนในโครงการ ‘ชุมชนยิ้มได้ โดย กลุ่ม ปตท.’ ผ่านช่องทางออนไลน์ สร้างประสบการณ์จริง ซึ่งตลอดการแข่งขันในเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เยาวชนทั้ง 30 ทีม กว่า 137 คน จาก 10 มหาวิทยาลัย ได้แสดงศักยภาพในการสื่อสารการตลาดทางออนไลน์ให้กับสินค้ากับชุมชน โดยศึกษาอัตลักษณ์สินค้าชุมชนร่วมกับชุมชนเจ้าของสินค้านั้น ๆ อย่างจริงจัง จนมาสู่การวางแผนการตลาด ทำให้สามารถสร้างรายได้ในการจำหน่ายสินค้าผ่านช่องทาง www.ชุมชนยิ้มได้.com รวมเป็นเงิน 547,048 บาท ในระยะเวลาเพียง 1 เดือน ส่งเสริมให้สินค้าชุมชนในโครงการฯ เป็นที่รู้จักแพร่หลายเพิ่มมากขึ้น 

อีกทั้ง เยาวชนยังได้มอบความรู้ทางการตลาด และสร้างความมั่นใจให้กับชุมชนในการจำหน่ายสินค้าทางออนไลน์ ขณะเดียวกัน โครงการฯ นี้ยังเป็นการจุดประกายความตระหนักในบทบาทของเยาวชนไทยในการเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาเศรษฐกิจของชุมชนยั่งยืนได้ พร้อมเป็นกำลังที่สร้างอนาคตของชาติต่อไปด้วย

สำหรับรางวัลในการแข่งขันโครงการ Young Influencer Challenge Thailand 2023 ประกอบด้วย รางวัลสุดยอดนักขาย (Best Seller Award) จำนวน 5 รางวัล โดย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มอบรางวัลทีมที่ยอดจำหน่ายสูงสุด มูลค่า 25,000 บาท และมอบ รางวัลสุดยอดไอเดียการตลาด (Best Idea Award) จำนวน 1 รางวัล มูลค่า 5,000 บาท ซึ่งมีการประชันไอเดียจาก 4 ทีมที่มีแผนการตลาดโดดเด่น โดยไม่เกี่ยวกับยอดขาย เพื่อตัดสินรางวัลภายในพิธีฯ โดยมีรายชื่อทีมผู้ชนะ ดังนี้

รางวัล Best Seller Award :  
• รางวัลชนะเลิศ : มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สินค้า ‘Mango Cornflake Cookie’ จ.สระบุรี 
• รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1 : มหาวิทยาลัยศิลปากร สินค้า ‘หมี่กรอบน้ำมะดันผสมธัญพืช’ จ.นครนายก
• รางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 2 : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ สินค้า ‘กล้วยเส้น’ จ.เลย
• รางวัลชมเชย (2 รางวัล) : มหาวิทยาลัยกรุงเทพ สินค้า ‘กระเป๋าสานกระจูดหูยาว’ จ.ระยอง
มหาวิทยาลัยกรุงเทพ สินค้า ‘น้ำผึ้งแท้จากดอกลำไย’ จ.เชียงใหม่  

“ความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากการแข่งขันในโครงการนี้ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเยาวชนคนรุ่นใหม่ ที่สามารถส่งเสริมการขายสินค้าชุมชนด้วยไอเดียการตลาดที่สอดรับเทรนด์การขายสินค้าออนไลน์ ในช่องทางโซเชียลมีเดียต่าง ๆ ซึ่งช่องทางและแผนการตลาดที่พัฒนาผ่านโครงการฯ ครั้งนี้ สามารถส่งต่อแก่ชุมชน เพื่อส่งเสริมการขายและเป็นช่องทางการสื่อสารกับลูกค้าในอนาคตได้ นับเป็นความภาคภูมิใจขององค์กรที่ได้สนับสนุนพื้นที่ให้เยาวชนได้แสดงฝีมือ และพร้อมที่จะผลักดันและส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรเพื่อเป็นพลัง ในการร่วมขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไป” นางกนกพร กล่าว

พิธีจับรางวัลผู้โชคดีจากการทำแบบทดสอบวัคซีนไซเบอร์ สำหรับประชาชน จำนวน 40 ข้อ ชิงรางวัล iPhone 14

เมื่อวันที่  7 ธันวาคม 2566  เวลา 13.30 น.  พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. เป็นประธานพิธีจับรางวัลผู้โชคดีจากการทำแบบทดสอบวัคซีนไซเบอร์ สำหรับประชาชน  จำนวน 40 ข้อ ชิงรางวัล iPhone 14 ประจำเดือน กันยายน 2566 จำนวน 20 รางวัล  ณ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ

พล.ต.ท.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศปอส.ตร. กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนได้ทำแบบทดสอบวัคซีนไซเบอร์สำหรับประชาชน จำนวน 40 ข้อ ตั้งแต่วันที่ 11 ก.ค.2566 จนถึง วันที่ 30 กันยายน 2566 หากทำแบบทดสอบครบ 40 ข้อแล้ว  จะได้รับ Whoscall Premium Gift Code ฟรี ซึ่งสามารถใช้บริการ Whoscall Premium Feature ได้ฟรี เป็นระยะเวลา 1 ปี หากทำแบบทดสอบได้คะแนนตั้งแต่ 35 ข้อ  ขึ้นไป จะมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัล  iPhone 14  เดือนละ 20 รางวัล  เป็นเวลา 3 เดือน  รวม 60 รางวัล  โดยประชาชนสามารถทำแบบทดสอบได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง  แต่จะได้รับสิทธิ Whoscall Premium และสิทธิลุ้น iPhone 14 เพียง 1 สิทธิ  และได้จับรางวัลผู้โชคดีประจำเดือน กรกฎาคม และ สิงหาคม 2566 เดือนละจำนวน 20 รางวัล รวม 2 เดือน 40 รางวัล ไปแล้วนั้น  

ในห้วงวันที่ 1– 30 ก.ย.2566  มีประชาชนเข้ามาทำแบบทดสอบวัคซีนไซเบอร์ สำหรับประชาชน จำนวน 40 ข้อ  และได้รับสิทธิ Whoscall Premium Gift Code ฟรี ซึ่งสามารถใช้บริการฟีเจอร์เสริมต่างๆ จาก Whoscall Premium ได้ฟรีเป็นระยะเวลา 1 ปี จำนวน 381,893 คน  ในจำนวนนี้มีประชาชน ทำแบบทดสอบได้คะแนนตั้งแต่ 35 ข้อ  ขึ้นไป และได้รับสิทธิ์ลุ้นรับรางวัล iPhone 14 จำนวน 317,112 คน สำหรับวันนี้เป็นการจับรางวัลหาผู้โชคดี  ครั้งที่ 3 จำนวน 20 รางวัล   ซึ่งจะได้รับรางวัล  iPhone 14  จำนวน  20 รางวัลๆ ละ 1 เครื่อง  
สำหรับวิธีการจับรางวัลผู้โชคดี จำนวน 20 ท่าน  ใช้วิธีกดสุ่มเลือกผู้โชคดีทีละรางวัลจากรายชื่อทั้งหมด โดยข้าราชการตำรวจหรือข้าราชการอื่นที่เข้าไปทำแบบทดสอบ สำหรับประชาชน จำนวน 40 ข้อนี้  ทุกคนมีสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลทั้งหมดเช่นเดิม  และวันนี้ผู้ที่โชคดีได้รับรางวัล iPhone 14  จำนวน 20

รางวัลๆ ละ  1  เครื่อง  ได้แก่
1. P083271 นางสาว นงนภัส มหาชัย
2.P072666 นางสาว แพรวทอง แก้วมหาภิญโญ
3.P007436 นางสาว อทิตยา สง่างาม
4.P315493 นางสาว เปมิกา มังศรี
5.P247148 น.ส. เพ็ญพลอย กะหล่ำพันธ์
6.P309464 นาย สิรวิชญ์ ชาญจระเข้
7.P240061 นาย สุรศักดิ์ ทองสุก
8.P307894 นาย ธีรวัฒน์ อาทรสิริรัตน์
9.P285782 นางสาว ชนิกานต์ พุกเจริญ
10.P309452 นาย พงศกร มุริจันทร์
11.P278383 นาย สุพรรณ ใจหาญ
12.P302133 พ.ต.อ. กอบโชค เล็กตระกูล
13.P261640 ส.ต.ท. เศรษฐกิจ ลี้เจริญ
14.P314484 นางสาว ณัฐวรางค์ เที่ยงแช่ม
15.P254307 น.ส สุพิชฌาย์ ไข่แก้ว
16.P226109 น.ส. ภัทชา รัตนพงศ์
17.P259553 นางสาว พลอยนภัส โชติวราธรรม
18.P316150 น.ส. กัญญาพัชร บุญสูง
19.P315784 นาย อดินันท์ ดำรงสันติพิทักษ์
20P189344 นาย กษิดิศ สำลีจิต

วันนี้ได้จับรางวัลหาผู้โชคดีรับ iPhone 14 ครั้งที่ 3 จำนวน 20 ท่าน  ครบถ้วนแล้ว  และสำหรับเดือนกันยายน 2566  มีผู้ที่ได้รับรางวัลในการแนะนำให้ประชาชนทำแบบทดสอบมากที่สุด จำนวน 2 รางวัล ได้แก่
1. พ.ต.ท.ธนกานต์ พระสุมาตย์ สว.(สอบสวน)สภ.กกตูม ภ.จว.มุกดาหาร บช.ภ.4 แนะนำ 4,796 ราย
2. น.ส.สุธาทิพย์ เกิดดี แนะนำ 557 ราย
สำหรับผู้โชคดีสามารถตรวจสอบรายชื่อได้ช่องทาง www.เตือนภัยออนไลน์.com  ในการรับรางวัล  จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจติดต่อไปยังผู้ที่โชคดี  จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับมอบหมายจะนำส่งรางวัลถึงบ้านหรือที่อยู่ของผู้โชคดีกับมือท่านเอง  

พล.ต.ท.ธัชชัยฯ ผู้ช่วย ผบ.ตร. กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันยังมีประชาชนตกเป็นเหยื่อของคนร้ายอยู่  ดังนั้น เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้รู้เท่าทันภัยออนไลน์อย่างต่อเนื่อง จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ทำแบบทดสอบ วัคซีนไซเบอร์ จำนวน 40 ข้อ และขอให้แชร์แบบทดสอบไปให้กับญาติหรือผู้เป็นที่รักเพื่อให้พี่น้องประชาชนที่ทำแบบทดสอบมีความรู้เท่าทันกลโกงของคนร้ายบนโลกออนไลน์   และไม่ตกเป็นเหยื่อ       

ทั้งนี้  สามารถ ติดตามข้อมูลการแจ้งเตือนภัยออนไลน์ได้ผ่านทาง www.เตือนภัยออนไลน์.com   Facebook   https://www.facebook.com/เตือนภัยออนไลน์  หมายเลขโทรศัพท์ 081-866-3000 หรือโทรศัพท์สายด่วน 1441 กรณีถูกคนร้ายหลอกลวงแจ้งความตำรวจผ่านระบบ www.thaipoliceonline.com

‘วราวุธ’ สั่ง พม. เข้าดูแลเคสทัวร์กามเด็ก 15 ที่พัทยา  ชี้!! เร่งดำเนินคดีผู้กระทำผิด - เยียวยาผู้เสียหาย

(7 ธ.ค. 66) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสื่อเยอรมันตีข่าวทัวร์กามเด็ก 15 ที่พัทยา ในส่วนของ พม.จะดำเนินการอย่างไรในมุมป้องกันและช่วยปราบปราม ว่า เบื้องต้นเวลามีการดำเนินคดีในลักษณะการค้าประเวณีเด็ก หลักคือ ต้องพึ่งกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจในการจับกุมดำเนินคดี 

ในส่วนของ พม. ไม่ว่าจะเป็นกรมกิจการเด็กและเยาวชน กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เราจะเข้าไปดูว่าผู้เสียหายได้รับผลกระทบอย่างไร ต้องการการเยียวยาอย่างไร หรือมีปัญหาทางบ้านอย่างไรจึงได้เกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้น รวมถึงการฝึกฝนอาชีพ หรือการนำกลับเข้าสู่ระบบในการเสริมศักยภาพของแต่ละกรณี เป็นสิ่งที่ พม.ดูแล และหากเกิดช่องโหว่ในจุดใด ทาง พม.เองพร้อมที่จะเยียวยาผู้ที่เสียหาย ได้รับผลกระทบ ไม่ว่าจะเป็นผู้เสียหาย หรือครอบครัวในทุก ๆ มิติ 

นายวราวุธ กล่าวว่า ส่วนที่เป็นข่าวดังไปทั่วโลกนั้น ตนคิดว่าสิ่งที่จะแก้ไขข่าวคราวเช่นนี้ได้คือ ให้มีการดำเนินคดีและมีข่าวออกมาเพื่อเผยแพร่ให้ทราบ เพราะเมื่อมีการกล่าวหาเราก็ต้องทำให้เห็นว่าการดำเนินการของแต่ละฝ่ายในส่วนของรัฐบาลไทยได้ดำเนินการอะไรบ้าง เชื่อมั่นว่าเจ้าหน้าที่ พม.ในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับส่วนกลาง ไปจนระดับปฏิบัติงานในท้องถิ่น เราดำเนินการเต็มที่ 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ชาวต่างชาติจะให้ความสำคัญการท่องเที่ยวมากกว่าเรื่องแบบนี้หรือไม่ นายวราวุธ กล่าวว่า เชื่อว่าในทุกประเทศย่อมจะมีจุดที่เป็นการบริการในเชิงนี้ แต่อะไรที่ผิดกฎหมาย ขอย้ำว่าประเทศไทยและรัฐบาลไทยไม่สนับสนุนแน่นอน แต่บางครั้งคนชอบนำจุดที่เป็นประเด็นขึ้นมาขยาย คิดว่าประเทศไทยของเรายังมีข้อดีอีกมากมาย สถานที่ท่องเที่ยวและวัฒนธรรมอีกหลายอย่างที่เป็นจุดเชิดหน้าชูตาของประเทศ ส่วนจุดที่ยังเป็นจุดด้อยนั้น เราจะต้องแก้ไขปัญหา คิดว่าทุกหน่วยงานกำลังเร่งแก้ปัญหากันอย่างเต็มที่

การศึกษาที่มีคุณภาพ เป็นหนทางสู่ความก้าวหน้าของทุกสิ่ง

ไม่ว่าจะยุคไหน ๆ ‘การศึกษา’ ก็เป็นสิ่งสำคัญและเป็นพื้นฐานของความก้าวหน้าของทุกสิ่ง ทางด้านศาสตราจารย์ สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ ก็ได้เน้นย้ำถึงเรื่องนี้ โดยระบุว่า…

“การพัฒนาและความก้าวหน้าของทุกประเทศทั่วโลก เริ่มจากการวางรากฐาน ด้านการศึกษาที่มีคุณภาพเท่านั้น”

ผบ.ตร.สั่งจับ 2 คนร้ายแกงค์ทวงหนี้นอกระบบบุกทำลายร้านค้าลูกหนี้

ผบ.ตร.สั่งจับ 2 คนร้ายแก็งทวงหนี้นอกระบบบุกทำลายร้านค้าลูกหนี้ หลังไม่พอใจที่ไปลงทะเบียนไกล่เกลี่ย เตรียมขยายผลจับนายทุน ผู้ร่วมทำผิดรายอื่น ย้ำรับไม่ได้แก๊งทวงหนี้ไม่เกรงกลัวกฎหมาย พร้อมย้ำทุกหน่วยทั่วประเทศเข้มงวดขานรับนโยบายรัฐบาล บูรณาการทุกภาคส่วนแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ 

วันนี้ (7 ธ.ค.66) พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. เปิดเผยถึงการแก้ไขปัญหาหนี้ระบบตามนโยบายรัฐบาลว่า  ตามที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ประกาศ “การแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ” เป็นวาระแห่งชาติ ให้บูรณาการความร่วมมือของทุกภาคส่วนขับเคลื่อนให้เกิดผลเป็นรูปธรรมอย่างจริงจัง โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทยร่วมกับตำรวจ เปิดระบบลงทะเบียนรับความช่วยเหลือแก้ไขหนี้นอกระบบ ซึ่งที่ผ่านมามีประชาชนทั้งลูกหนี้เจ้าหนี้มาลงทะเบียนจำนวนมาก เป็นไปในทิศทางที่ดี 

แต่มีบางราย ตามที่ปรากฎข่าวในสื่อสังคมออนไลน์  “ลูกหนี้ผวาถูกแก๊งเงินกู้นอกระบบบุกพังร้านกลางดึกหลังลงทะเบียนแก้หนี้” เหตุเกิดที่ร้านส้มตำครกแตก ต.แพรกศรีราชา  อ.สรรคบุรี จ.ชัยนาท ของเช้ามืดวันที่ 6 ธ.ค. 2566 เวลาประมาณ 04.30 น. พื้นที่ สภ.สรรคบุรี หลังเกิดเหตุ ผบ.ตร.ได้สั่งการไปยัง พล.ต.ท.จิรสันต์ แก้วแสงเอก ผบช.ภ.1 ให้จัดชุดสืบสวนลงตรวจสอบจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้ ตำรวจได้สืบสวนจนพบว่าสาเหตุเกิดจาก น.ส.ปิยธิดา ได้กู้ยืมเงินจาก นายธีระศักดิ์ หรือ แมว จำนวน 30,000 บาท โดย นายธีระศักดิ์ คิดอกเบี้ยแบบลอย คือชำระดอกเบี้ยไปเรื่อยๆ จนกว่าจะนำเงินต้นทั้งหมดมาคืน ซึ่ง น.ส.ปิยธิดา ต้องชำระดอกเบี้ยเป็นเงินจำนวนวันละ 850 บาท ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และได้ชำระมาแล้ว 18 วัน ต่อมา น.ส.ปิยธิดา ได้ไปยื่นคำร้องเพื่อขอไกล่เกลี่ยที่อำเภอสรรคบุรี จนเจ้าหนี้ไม่พอใจ ทำให้นายไตรภพ หรือ อ้น   และนายนิรุต หรือ แน็ต ได้มาที่ร้านและทำลายทรัพย์สินภายในร้านได้รับความเสียหาย  ตำรวจ สภ.สรรคบุรี จึงได้รวบรวมหลักฐานออกหมายจับและติดตามจับกุมทั้ง 2 ราย ในผิดฐาน “ร่วมกันบุกรุกเคหะสถานในเวลากลางคืน , ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยมีและใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกแก่การกระทำความผิด และร่วมกันทำให้เสียทรัพย์” ซึ่งจากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าผู้ต้องหาทั้งสองรายได้มาเก็บดอกเบี้ยเงินกู้จริง  

ผบ.ตร.ได้สั่งการขยายผลไปยัง นายธีระศักดิ์ เป็นนายทุนเงินกู้ รวมทั้งผู้ร่วมกระทำผิดรายอื่นๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ ตร.รับไม่ได้ คนร้ายไม่เกรงกลัวกฎหมาย และกำชับไปยังทุกหน่วยทั่วประเทศ ให้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินมาตรการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบอย่างจริงจัง หากพบใครฝ่าฝืนกฎหมายให้ดำเนินการอย่างเด็ดขาดและจริงจัง

'นายกฯ เศรษฐา' นัดเจอทีมงานเทศกาลดนตรี EDM ระดับโลก Tomorrowland  ดึงจัดในไทย 10 ปี หวังกระตุ้น 'เศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวไทย' ไปยาวๆ

(7 ธ.ค.66) นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ทวิตข้อความ ระบุว่า...

"แฟนๆ EDM อยากไปเทศกาลดนตรี Tomorrowland ไหมครับ เมื่อคืนมีนัดทานข้าวกับทีมงาน เรารอไปสนุกกับเทศกาลระดับโลกพร้อมกันนะครับ ไม่ใช่แค่ปีเดียว แต่อาจจะถึง 10 ปีเต็มเลย"

สำหรับเทศกาลทูมอร์โรว์แลนด์ (Tomorrowland) เป็นเทศกาลดนตรีแนวดนตรีอิเล็กทรอนิกส์แดนซ์ (EDM) ที่จัดขึ้นที่เมืองบูม ประเทศเบลเยียม โดยเริ่มจัดขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 2005 และกลายเป็น 1 ในเทศกาลดนตรีที่ยิ่งใหญ่ที่สุด และมีชื่อเสียงมากที่สุดในโลก มีแฟนเพลงเข้าร่วมนับหมื่นคน มักจะขายบัตรหมดภายในไม่กี่นาที

ทั้งนี้ ถือว่า นายกฯ เป็นผู้มีรสนิยม และเข้าใจถึงดนตรีที่มีความหลากหลาย ซึ่งเป็นศิลปะหนึ่งในหลายแขนง ทำให้เกิดโอกาสใหม่ๆ ในการพัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในประเทศไทยได้อย่างมาก เป็น Music Festival ที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทยมาร่วมงาน ทำให้มีเงินหมุนเวียนจากกิจกรรมนี้อย่างเดียวหลายพันล้านบาท

การให้ความสำคัญ และเปิดโอกาสให้มีกิจกรรมดนตรีและศิลปะที่หลากหลายมากขึ้น จะเปิดโอกาสใหม่ๆ ในการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจผ่านการท่องเที่ยวและการส่งออกผลงานทางศิลปะได้มากขึ้นตามไปด้วย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top