Sunday, 2 August 2026
Hard News Team

‘เจ้าหน้าที่จีน’ ยกระดับการอนุรักษ์ ‘กำแพงเมืองจีน’ งัดเทคโนโลยีช่วยคุ้มครอง-ตรวจจับความเสียหายที่เกิดขึ้น

เมื่อวานนี้ (10 ธ.ค.66) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ศูนย์ติดตามมรดกทางวัฒนธรรมจากสถาบันวิจัยวัฒนธรรมเส้นทางสายไหมเจียอวี้กวน (กำแพงเมืองจีน) พากันลาดตระเวนบริเวณจุดชมวิวกำแพงเมืองจีน ด่านเจียอวี้กวน ในเมืองเจียอวี้กวน มณฑลกานซู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน เพื่อใช้เครื่องมือตรวจสอบและรวบรวมข้อมูลจากกำแพงเมืองจีน

ช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา สถาบันคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรมหลายแห่งได้เพิ่มการลงทุนด้านการคุ้มครองทางเทคโนโลยีของกำแพงเมืองจีน โดยใช้อุปกรณ์ทางเทคโนโลยีรวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ตัวชี้วัด และตรวจจับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น วิธีการเหล่านี้ช่วยรับประกันการดำเนินมาตรการอนุรักษ์และฟื้นฟูที่มีประสิทธิภาพอย่างทันท่วงที รวมถึงรับรองว่ากำแพงเมืองจีนถูกอนุรักษ์ให้คงอยู่ในสภาพที่ดี

'น้องใบบุญ' เด็ก 5 ขวบ ขอบวชจนนิพพาน เผยสาเหตุ ทำเอาแม่ช็อก ฟากชาวเน็ตชื่นชม

เมื่อวันที่ 7 ธ.ค.66 น.ส.นิคม (ขอสงวนนามสกุล) และ ด.ช.รัชพล (ขอสงวนนามสกุล) หรือ น้องใบบุญ เปิดใจกับ ‘ข่าวสดออนไลน์’ หลังจากที่เรื่องราวของน้องใบบุญโด่งดังในโลกโซเชียล เด็กน้อยอายุเพียง 5 ขวบ แต่ขอบวชจนนิพพาน ทำให้ชาวเน็ตแห่ชื่นชม

น.ส.นิคม กล่าวว่า ตอนที่น้องใบบุญอายุประมาณ 5 ขวบ น้องได้เดินมาบอกว่าอยากจะขอบวชจนนิพพาน ยอมรับว่าตอนแรกรู้สึกเฉย ๆ เพราะคิดว่าลูกน่าจะพูดเล่น แต่พอเวลาผ่านไป น้องใบบุญกลับพูดบ่อยมากขึ้น จนทำให้เราต้องมาตั้งข้อสังเกตว่าเกิดจากอะไรกันแน่

น.ส.นิคม กล่าวต่อว่า โดยครอบครัวของเรามีลูกชายทั้งหมด 3 คน น้องใบบุญเป็นคนเล็กสุด และพี่เณรฟอร์ดเป็นพี่ชายคนที่ 2 ก็กำลังบวชอยู่ แม่ไม่รู้ว่าเวลาที่ทั้งสองคนอยู่ด้วยกันแล้วพูดอะไรกันบ้าง ตนคิดว่าน้องใบบุญอาจจะเห็นว่าพี่ชายบวช ก็เลยอยากจะบวชด้วย

น.ส.นิคม กล่าวอีกว่า เวลาที่ไปเยี่ยมพี่เณรฟอร์ดและกลับมาที่บ้าน ลูกชายพูดตลอดว่า “แม่จ๋า หนูอยากไปบวช ไม่อยากอยู่ทางโลก เพราะทางโลกมันเป็นทุกข์” ซึ่งครอบครัวก็พยายามถามน้องตลอดว่าทำไมถึงอยากบวช เขาก็เล่าขึ้นมาว่า “การที่หนูเกิดมาครั้งหนึ่งหนูก็เป็นทุกข์ เพราะหนูต้องกลับมานั่งเป็นเด็กอีก เกิดทุกครั้งก็ทุกข์ทุกครั้ง ใบบุญอยากไปนิพพาน” เราเป็นแม่ก็ตกใจที่ได้ยินลูกพูดแบบนี้

น.ส.นิคม กล่าวด้วยว่า โดยที่ผ่านมาครอบครัวของเราก็ไม่เคยพูดปลูกฝังลูกให้บวชเลย เพียงแต่เป็นครอบครัวที่เดินทางสายธรรมะ มักจะนั่งสมาธิ สวดมนต์ และสอนธรรมะให้กับลูก ๆ เสมอตลอด ซึ่งนั่นก็อาจจะทำให้ลูกซึมซับ และโตมากับสิ่ง ๆ นี้ ที่รู้จักการให้และรู้จักบาปบุญคุณโทษ

น.ส.นิคม กล่าวต่อว่า ตนพยายามสังเกตพฤติกรรมของลูกชาย พบว่าไม่ค่อยอยากได้ของเล่นอะไร อยากจะไปบวชอย่างเดียว ซึ่งทุกวันนี้ลูกก็ขอบวชอย่างเดียว ตนคิดว่าถ้าหากปิดเทอมใหญ่จะให้ลูกไปบวชอีก แต่ต้องตั้งข้อตกลงกันว่าบวชเพียงแค่ 9 วันเท่านั้น เพราะตนมองว่าตอนนี้ลูกยังเด็ก อยากให้เรียนรู้ทางโลกไปก่อนว่ามันเป็นอย่างไร ถ้าหากว่าลูกโตขึ้นอีก ได้เรียนรู้อะไรมากขึ้นแล้ว และอยากจะบวชเหมือนเดิมตนก็ไม่ห้าม

“หลายคนมองว่าน้องใบบุญเหมือนคนกลับชาติมาเกิด ส่วนตัวแม่ไม่ได้ลบหลู่หรือเชื่ออย่าง 100% แต่แม่เชื่อว่าอาจจะเป็นเพราะผลบุญเก่าที่สะสมมา และมาชาตินี้เขาก็อยากจะทำต่อ ซึ่งที่ผ่านมาเวลาที่มีใครไม่สบายใจก็มักจะขอให้น้องใบบุญช่วยเหลือ แม่ดีใจและภูมิใจมาก ๆ ที่อย่างน้อย ๆ อายุแค่นี้เขาใช้ความคิดของเขาในการช่วยเหลือคนอื่นด้วย” น.ส.นิคม กล่าว

ด้าน น้องใบบุญ กล่าวว่า สาเหตุที่อยากบวชเพราะว่า อยากแบ่งบุญให้ผู้ใหญ่ใจดีและแบ่งบุญให้พ่อกับแม่ และอยากบวชจนนิพพาน ซึ่งก็อยากขอบคุณผู้ใหญ่ใจดีที่มาชื่นชอบ ก็ขอให้ทุกท่านสุขภาพร่างกายแข็งแรง

'สมรักษ์’ ยัน!! ไม่ได้ข่มขืนหญิงสาว-ไม่รู้เป็นเด็กอายุ 17 ปี พร้อมตั้งทนาย ให้ทุกอย่างว่ากันไปตามกระบวนการของกฎหมาย

(11 ธ.ค.66) ความคืบหน้ากรณีหญิงสาววัย 17 ปี ชาว อ.หนองกุงศรี จ.กาฬสินธุ์ เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น ให้ดำเนินคดีกับ 'สมรักษ์ คำสิงห์' อดีตนักมวยทีมชาติไทยเหรียญทองโอลิมปิก โดยกล่าวหาว่าถูกล่วงละเมิดทางเพศ หลังไปเที่ยวที่ผับแห่งหนึ่งใน จ.ขอนแก่น กระทั่งถูกพาไปล่วงละเมิดทางเพศที่โรงแรมแห่งหนึ่ง เหตุเกิดเวลาประมาณ 03.30 วันที่ 10 ธันวาคม ที่ผ่านมา

โดยเมื่อวันที่ 10 ธันวาคม 2566 เพจเฟซบุ๊ก 'สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว' ได้โพสต์ข้อความระบุว่า 'สมรักษ์' ยืนยันไม่ได้ข่มขืนหญิงสาวที่เข้าแจ้งความ มีหลักฐานวงจรปิดหลายมุม เผยไม่รู้ว่าเป็นเด็กอายุ 17 ปี

สำหรับ กรณีเยาวชนหญิงอายุ 17 ปี เข้าแจ้งความกล่าวโทษ อดีตนักมวยเหรียญโอลิมปิกคนดัง ทางผู้สื่อข่าวโทรศัพท์สอบถาม นายสมรักษ์ คำสิงห์ อดีตนักมวยเหรียญทองโอลิมปิก ถึงกรณีดังกล่าว โดยนายสมรักษ์ ระบุว่า เรื่องดังกล่าว ตนเองทราบแล้ว และได้แต่งตั้งให้ทนายความเป็นผู้ดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย

นายสมรักษ์ กล่าวว่า ส่วนตัวยืนยันว่า ไม่ได้ข่มขืน ด้วยเกียรติของลูกผู้ชายและนักชกเหรียญทองโอลิมปิก ตนไม่มีทางทำเช่นนั้นอย่างแน่นอน แต่เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และตนเองก็ไม่ทราบมาก่อนว่า เด็กคนดังกล่าวอายุ 17 ปี

จากการรายงานของผู้สื่อข่าว เผยว่า นายสมรักษ์ บอกว่า ตนเองมาเที่ยวตามประสาคนเที่ยวทั่วไป ส่วนน้องเค้าก็มาเที่ยวของน้องเค้า และมาที่โต๊ะเดียวกัน ก่อนจะตามกันไปที่โรงแรม ซึ่งในเรื่องนี้ก็ต้องรอพิสูจน์ ยืนยันว่าไม่ได้ข่มขืนใคร และไม่ได้มีเพศสัมพันธ์แต่อย่างใด ในคืนนั้นมีเพียงการถอดเสื้อผ้า และหอมกอดกันธรรมดา ก่อนจะถามอายุว่าเท่าไหร่ บอกว่า 17 พอรู้ก็ตกใจเลย จึงบอกว่าไม่ได้ๆ ก่อนจะนอนหลับอยู่บนเตียงเลย กระทั่งถูกถ่ายภาพตอนหลับเข้าแจ้งความดังกล่าว

ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าว มีกล้องวงจรปิดบันทึกภาพเอาไว้เป็นหลักฐานหลายมุม ส่วนตัวไม่อยากพูดอะไรมาก ทุกอย่างให้ว่ากันไปตามกระบวนการของกฎหมาย แต่ยืนยันว่าตนเองไม่ได้ข่มขืนอย่างแน่นอน

นายสมรักษ์ ได้บอกอีกด้วยว่า ตอนนี้ตนเองเซ็นใบหย่ากับภรรยานานแล้ว ประมาณ 2 เดือนกว่าๆ และเกี่ยวกับเรื่องนี้ ตนเองไม่อยากพูดเยอะ เพราะน้องก็เป็นเด็ก

‘รมว.ปุ้ย’ ร่วมงานสถาปนาครบ 80 ปี อนุบาลนครศรีธรรมราช ‘ณ นครอุทิศ’ โรงเรียนอนุบาลในตำนานที่ชาวนครศรีธรรมราชภาคภูมิใจ

เมื่อวันที่ 10 ธ.ค. 66 นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้เดินทางไปจังหวัดนครศรีธรรมราช เพื่อร่วมทำบุญวันคล้ายวันสถาปนา ครบรอบ 80 ปี โรงเรียนอนุบาลนครศรีธรรมราช ‘ณ นคร อุทิศ’ โดย รมว.ปุ้ย ได้รับคำเชิญจากคุณครู และผู้บริหารให้เป็นประธานในพิธีทำบุญและกิจกรรมของโรงเรียน 

สำหรับ โรงเรียนอนุบาลนครนครศรีธรรมราช มีอายุมายาวนานครบ 80 ปี นับแต่วันสถาปนาโรงเรียน ผลผลิตของโรงเรียนล้วนเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพของนครศรีธรรมราช และของประเทศไทย ซึ่งกระจายตัวอยู่ในทุกแวดวงอาชีพ และถือเป็นโรงเรียนที่เป็นตำนานของชาวนครศรีธรรมราชก็ว่าได้ 

“พื้นที่โรงเรียนนี้ เป็นวัดเก่าแก่ ชื่อวัดประตูขาว เป็นวัดร้างโบราณ แต่หลายคนมีตำนานชีวิตวัยเด็กซึ่งเริ่มต้นที่นี่ มีโพธิ์ทองต้นใหญ่เป็นที่เคารพนับถือของบรรดาศิษย์ ส่วนทางตะวันตกของโรงเรียนมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ในการพิธีสำคัญของบ้านเมือง เรียกว่าเฉพาะพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ของโรงเรียน ก็ถือเป็นมงคลชีวิตของเด็กๆ ทุกคนกันเลยทีเดียว” รมว.ปุ้ย กล่าว

สำหรับ โรงเรียนอนุบาลนครศรีธรรมราช ก่อตั้งมาเมื่อปี 2486 โดยเริ่มแรกยังไม่มีอาคารสถานที่ มีครู 2 คน นักเรียน 8 คน คนงาน 2 คน ต่อมาในปี 2493 กระทรวงศึกษาธิการในขณะนั้นได้จัดงบประมาณสร้างอาคารมาให้ แต่ก็ยังไม่เพียงพอ บุคคลสำคัญของนครศรีธรรมราชในขณะนั้น คือ พลเอกเจ้าพระยาบดินทร์เดชานุชิต (แย้ม ณ นคร) ที่ได้ล่วงลับไปแล้ว จึงได้บริจาคสมทบทุนสร้างอาคารเป็นอนุสรณ์สถานแก่ท่านกลาง ณ นคร นี่จึงเป็นจุดเริ่มต้นในชื่อว่า โรงเรียนอนุบาลนครศรีธรรมราช 'ณ นคร อุทิศ' ที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานนั่นเอง

“ตลอด 80 ปีที่ผ่านมาโรงเรียนมีความก้าวหน้าทั้งการพัฒนาเด็กๆ ในช่วงปฐมวัย ความก้าวหน้าด้านการปลูกฝังวิชาการ เป็นโรงเรียนที่อยู่ในแถวหน้าของประเทศ จากคุณครู 2 คน นักเรียน 8 คนเมื่อวันก่อตั้งครั้น 80 ปีก่อน ผ่านไปรุ่นแล้วรุ่นเล่า มาวันนี้ มีครู 196 คน นักเรียนจำนวน 2,723 คน…”

“ดังนั้น ในวันนี้ชาวอนุบาลนครศรีธรรมราช ณ นครอุทิศ จึงได้มาร่วมกันประกอบพิธีกรรมทางศาสนาเพื่อทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้กับพลเอกเจ้าพระยาบดินทร์เดชานุชิต (แย้ม ณ นคร) และบรรพบุรุษตระกูล ณ นคร พร้อมทั้งยังร่วมระดมทุนสร้างอาคารปฏิบัติการ 4 ชั้น 10 ห้องปฏิบัติการ รวมถึงเป็นการเชิญชวนศิษย์เก่าร่วมรำลึกถาดหลุมโรงเรียนด้วย นักเรียนทุกคนที่นี่ไม่มีใครไม่รู้จักถามหลุม ทุกคนล้วนเต็มเปี่ยมไปด้วยความทรงจำที่ดี ดิฉันขอยินดีกับ 80 ปีที่ยิ่งใหญ่ ที่เป็นตำนานของลูกหลานชาวนครศรีธรรมราชไว้ ณ ที่นี้” รมว.พิมพ์ภัทรา ทิ้งท้าย

11 ธันวาคม พ.ศ. 2558 ในหลวง รัชกาลที่ 10 นำพสกนิกร ร่วมกิจกรรม ‘ปั่นเพื่อพ่อ Bike For Dad’

วันนี้เมื่อ 8 ปีก่อน พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เมื่อครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้เป็นประธานจัดกิจกรรม ‘ปั่นเพื่อพ่อ Bike For Dad’

พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 เมื่อครั้งทรงดำรงพระราชอิสริยยศสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ได้มีพระราชปณิธานที่จะจัดกิจกรรมเพื่อเป็นการเทิดพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชฯ ผู้ทรงมีพระคุณอันประเสริฐ เปรียบดุจพ่อของแผ่นดิน

โดยมีพระราชประสงค์จะจัดกิจกรรมจักรยานเฉลิมพระเกียรติ จัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติ และจัดแสดงโขนกลางแปลงพระราชทานเฉลิมพระเกียรติ เพื่อให้ประชาชนชาวไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศ ได้ร่วมกันแสดงความจงรักภักดีและแสดงความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ร่วมใจแสดงความกตัญญูและทดแทนคุณพ่อ เพื่อสร้างเสริมความสามัคคีของชาวไทยทั้งชาติ เพื่อสุขภาพกายและใจที่แข็งแรง มีจิตใจแจ่มใส และเพื่อให้ประชาชนทุกหมู่เหล่าได้ชื่นชมศิลปวัฒนธรรม

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ได้ขอพระราชทานพระบรมราชานุญาต รับสนองพระราชปณิธานจัดกิจกรรมจักรยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชฯ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา 5 ธันวาคม พ.ศ. 2558 ภายใต้ชื่อ ‘ปั่นเพื่อพ่อ Bike For Dad’

โดยกิจกรรมปั่นจักรยาน จัดขึ้นในวันศุกร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2558 เวลา 15.00 น. โดยมีประชาชนเข้าร่วมเป็นจำนวนมาก

‘Boeing’ เล็งจัดหาเครื่องบิน ‘Boeing 787’ ให้ ‘การบินไทย’ หนุนแผนพัฒนาฟื้นฟูองค์กร เพิ่มขีดการแข่งขันตลาดการบิน

เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. 66 สำนักข่าวรอยเตอร์ รายงานว่า ‘Boeing’ กำลังมีความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการหารือกับ ‘การบินไทย’ เพื่อจัดหาเครื่องบินลำตัวกว้าง ‘Boeing 787 Dreamliner’ ประมาณ 80 ลำให้กับสายการบิน

รายงานที่เกิดขึ้น บ่งชี้ถึงความได้เปรียบของ ‘Boeing’ ที่มีเหนือ ‘Airbus’ ในการเจรจาอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับแผนการพัฒนาฝูงบินของการบินไทย ซึ่งนี่จะถือเป็นหนึ่งในคำสั่งซื้อเครื่องบินลำตัวกว้างที่สำคัญที่สุดรายการหนึ่ง ที่เกิดขึ้นในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ข้อตกลงที่จะเกิดขึ้นจะถือเป็นความสำเร็จที่โดดเด่นของ Boeing ในตลาดการบินที่มีการแข่งขันสูง

การเจรจาจัดหาเครื่องบินใหม่นี้ รายงานโดยรอยเตอร์เป็นครั้งแรกในเดือนกันยายน โดยเน้นย้ำถึงความตั้งใจของการบินไทยที่จะขยายฝูงบินด้วยเครื่องบินลำตัวกว้างสูงสุด 80 ลำ และเครื่องบินลำตัวแคบ 15 ลำ แผนการปรับปรุงฝูงบินนี้ จุดชนวนให้เกิดการแข่งขันกันอย่างดุเดือดระหว่างเครื่องบิน Boeing 787 Dreamliner จาก Boeing และเครื่องบินรุ่น Airbus A350 จาก Airbus ทั้งนี้ Boeing, Airbus และรวมถึงการบินไทย ยังคงงดแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้ 

ด้านการบินไทย ตั้งเป้าที่จะใช้ประโยชน์จากการเดินทางที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยการปรับปรุงเส้นทางบินในภูมิภาคด้วยฝูงบินที่ได้รับการปรับปรุงใหม่

อย่างไรก็ตาม มีความกังวลเกี่ยวกับขีดความสามารถของผู้ผลิตเครื่องบินรายใหญ่อย่าง Boeing และ Airbus ในการเพิ่มการผลิตเครื่องบิน เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น การตัดสินใจของสายการบินในการจัดหาฝูงบิน Boeing 787 Dreamliners จำนวนมาก ถือเป็นการเคลื่อนไหวเชิงกลยุทธ์ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับสถานะของตนในตลาดการท่องเที่ยวที่กำลังเติบโต

จำได้ไหม? ‘หม่อง ทองดี’ อดีตแชมป์เครื่องบินกระดาษ สู่ ‘บัณฑิตเกียรตินิยม’ ม.ดัง ผลสัมฤทธิ์ของความเพียร

หากยังจำกันได้ กับ ‘เครื่องบินกระดาษ’ ของเด็กชายคนหนึ่ง ที่มีความใฝ่ฝันที่จะได้ไปแข่งขันร่อนเครื่องบินกระดาษพับที่ประเทศญี่ปุ่น ทว่าประสบกับปัญหาด้านเงื่อนไขสัญชาติ แต่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลไทย จนได้ไปแข่งขันและได้รับชัยชนะกลับมา กระทั่งสุดท้าย ‘หม่อง ทองดี’ และครอบครัวได้รับสัญชาติไทยในที่สุด หลังต่อสู้นานเกือบทศวรรษ

ล่าสุด เมื่อวันที่ 8 ธ.ค. 66 ที่ผ่านมา เฟซบุ๊ก ‘มหาวิทยาลัยรังสิต’ ได้โพสต์ภาพหม่อง ทองดี กับเครื่องบินกระดาษ โดยเผยว่า…

‘หม่อง ทองดี’ ผู้มาไกลและไปได้ไกล… บนความตั้งใจเเละความพากเพียร

จากเด็กน้อยที่เฝ้ามองท้องฟ้า สู่การได้รับโอกาสทางการศึกษาที่เปิดขอบฟ้าให้กว้างกว่าเดิม โดยได้รับทุนการศึกษาตลอดหลักสูตรในระดับปริญญาตรี จาก ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีกิตติคุณ ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยรังสิต และจากความตั้งใจที่ใฝ่ฝันอยากจะมีภาพยนตร์ที่บอกเล่าเส้นทางสู่ฝันของตัวเอง ทำให้เขาตัดสินใจเลือกเรียนทางด้านภาพยนตร์ที่มหาวิทยาลัยรังสิต

ด้วยหัวใจของความมานะพากเพียร วันนี้ ‘หม่อง ทองดี’ เรียนสำเร็จ โดยจบการศึกษาปริญญานิเทศศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการภาพยนตร์ดิจิทัล เกียรตินิยมอันดับ 2 ซึ่งจะเข้าพิธีประสาทปริญญา ประจำปี 2566 ในวันอาทิตย์ที่ 10 ธันวาคม 2566 ณ อาคารนันทนาการ (อาคาร 14) มหาวิทยาลัยรังสิต

ทั้งนี้ ปัจจุบัน หม่องทำงานเป็นพนักงานประจำที่บริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดเชียงใหม่ ในตำแหน่งตากล้องประจำกองถ่ายละครสั้น

“ในส่วนของความฝันที่เคยตั้งใจไว้ว่า อยากนำความความรู้ความสามารถด้านการทำหนัง มาถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของตัวเองและเด็กไร้สัญชาติ อยากนำเสนอในมุมมองของเด็กที่มีปัญหาเหมือนกับตนเอง ให้สังคมได้รู้ว่าปัญหาของเด็กเหล่านี้มีอะไรบ้าง เพื่อนำไปสู่แนวทางการช่วยเหลือต่อไป ก็สามารถสานฝันนั้นให้เป็นจริงได้แล้ว โดยเรื่องราวชีวิตของผมได้ถูกหยิบยกขึ้นมาทำเป็นภาพยนตร์เรื่อง ‘A Time To Fly…บินล่าฝัน’ ซึ่งมีโอกาสได้เข้าฉายในโรงภาพยนตร์ช่วงหลายเดือนก่อนหน้าที่ผ่านมา ในโอกาสนี้ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่ให้การสนับสนุนและช่วยเหลือ” น้องหม่อง กล่าว

หม่องยังกล่าวด้วยว่า สำหรับชีวิตปัจจุบันตนได้รับสัญชาติไทยอย่างเป็นทางการ และได้บัตรประชาชนมาเรียบร้อยแล้ว และจะทำทุกหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด เป็นคนดีของสังคม ผมเชื่อเสมอว่าความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น การที่เราพยายามจะทำอะไร เราต้องทำให้เต็มที่ที่สุด โดยไม่ต้องกลัวว่าผลที่ออกมาจะเป็นเช่นไร เพราะการที่คิดแล้วทำก็ถือว่าบรรลุเป้าหมายในสิ่งที่ตั้งใจไว้แล้ว

‘พีระพันธุ์’ เปิดอาคาร ‘Net zero energy building’ ใหญ่สุดในไทย หนุน ไทยมีอาคารใช้พลังงานสุทธิเป็นศูนย์ 2,000 แห่ง ภายในปี 79 

(10 ธ.ค. 66) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ได้เป็นประธานในพิธีเปิดอาคารต้นแบบสาธิตการใช้พลังงานสุทธิเป็นศูนย์ ‘Net Zero Energy Building’ (อาคาร 70 ปี พพ.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันการสร้างอาคารใหม่ ๆ ของไทยได้นำแนวคิดด้านการประหยัดพลังงานและการใช้พลังงานทดแทน โดยการทำให้การใช้พลังงานสุทธิเท่ากับศูนย์ (Net Zero Energy Building : NZEB) เริ่มถูกนำมาประยุกต์ใช้ในอาคารและที่อยู่อาศัยมากขึ้น ซึ่งเป็นแนวคิดในการพัฒนาอาคารที่สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการ เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกขององค์การสหประชาชาติ (United Nations) ที่จะลดก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกลงให้ได้ 45% ในปี พ.ศ. 2573 และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นศูนย์ในปี พ.ศ. 2593

ในขณะที่ประเทศไทยในฐานะสมาชิกองค์การสหประชาชาติ ได้มีการประกาศแผนการลดก๊าซเรือนกระจกให้ได้ 20% ถึง 25% ภายในปี พ.ศ. 2573 ทำให้ทุกภาคส่วนในประเทศไทยได้มีการประกาศแผนการลดก๊าซเรือนกระจกไว้ในแผนธุรกิจและแผนการบริหารจัดการองค์กรมากขึ้น

ดังนั้น กระทรวงพลังงาน โดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) จึงได้เห็นความสำคัญที่จะต้องวางแผนและเริ่มการศึกษา ออกแบบ และก่อสร้างอาคารที่ใช้พลังงานสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Energy Building) ซึ่งมีการดำเนินการในต่างประเทศอย่างแพร่หลาย แต่ในประเทศยังไม่มีตัวอย่างที่สมบูรณ์ให้ศึกษาเรียนรู้

โดยในปี 2562 พพ. ได้เริ่มศึกษาและได้จัดสรรงบประมาณกว่า 81,600,000 บาท เพื่อสร้างอาคารต้นแบบสาธิตการใช้พลังงานสุทธิเป็นศูนย์ ‘Net Zero Energy Building’ หรือ ‘อาคาร 70 ปี พพ.’ แห่งนี้ โดยมีการออกแบบภายใต้หลักการการอนุรักษ์พลังงาน เพื่อลดการใช้พลังงานอาคารผ่านการออกแบบที่ใช้ประโยชน์จากสภาวะแวดล้อม และการใช้วัสดุอุปกรณ์ประสิทธิภาพสูง พร้อมการใช้พลังงานทดแทนจากระบบผลิตพลังงานไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อให้เกิดอาคารพลังงานสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Energy Building : NZEB)

ตลอดจนมีการออกแบบตามมาตรฐานอาคารเขียวภาครัฐ ‘G–GOODs’ ของกรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย พ.ศ. 2562 เพื่อให้การก่อสร้างอาคารมีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน อีกทั้ง ยังเป็นโครงการที่เข้ารับการประเมินการรับรองมาตรฐานอาคารเขียวไทย (TREES-NC) ให้การรับรองโดยสถาบันอาคารเขียวไทย ระดับ Platinum และยังเป็นอาคารสำนักงาน ‘Zero Energy Building’ ที่มีพื้นที่ใช้สอยขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อีกด้วย

นายโสภณ มณีโชติ รองอธิบดี รักษาราชการแทนอธิบดีกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน (พพ.) กล่าวว่า คาดการณ์ว่าภายในปี 2579 ประเทศไทยจะมีอาคารใช้พลังงานเป็นศูนย์มากกว่า 2,000 อาคาร แม้ต้นทุนในการพัฒนาอาคารใช้พลังงานเป็นศูนย์จะสูงกว่าอาคารทั่วไป แต่ก็มีความคุ้มค่าในระยะยาว ไม่เพียงอาคารใหม่ที่สามารถพัฒนา เพื่อเป็นอาคารใช้พลังงานสุทธิเป็นศูนย์ อาคารเก่าที่เปิดใช้งานไปแล้ว ก็ยังสามารถปรับปรุงเพื่อเป็นอาคารใช้พลังงานสุทธิเป็นศูนย์ได้เช่นเดียวกัน

‘จีน’ ปล่อย ‘ลองมาร์ช-2ดี’ ส่งดาวเทียมสำรวจสู่อวกาศสำเร็จ นับเป็นการบินครั้งที่ 500 ของจรวดขนส่งในตระกูลลองมาร์

(10 ธ.ค. 66) สำนักข่าวซินหัว, ซีชาง รายงานว่า จีนปล่อยจรวดขนส่ง ‘ลองมาร์ช-2ดี’ (Long March2D) ซึ่งขนส่งดาวเทียมสำรวจระยะไกลดวงหนึ่งขึ้นสู่อวกาศ

‘จรวดลองมาร์ช-2ดี’ ทะยานออกจากศูนย์ปล่อยดาวเทียมซีชาง ในมณฑลซื่อชวน (เสฉวน) ทางตะวันตกเฉียงใต้ ตอน 09.58 น. (ตามเวลาปักกิ่ง) และส่งดาวเทียม ‘เหยาก่าน-39’ (Yaogan-39) เข้าสู่วงโคจรที่กำหนดไว้

ทั้งนี้ การขนส่งดาวเทียมดังกล่าวนับเป็นภารกิจการบินครั้งที่ 500 ของจรวดขนส่งตระกูลลองมาร์ช

‘การบินไทย’ แจง!! ขออภัยผู้โดยสาร พร้อมเยียวยาเต็มที่ กรณีประสบเหตุถูกแอร์โฮสเตสทำเครื่องดื่มร้อนหกใส่

(10 ธ.ค. 66) จากกรณีที่ ‘คุณหมอ’ ท่านหนึ่งได้โพสต์ข้อความลงบนเฟสบุ๊กส่วนตัว เมื่อเดินทางด้วยสายการบินแห่งหนึ่งเพื่อไปเชียงใหม่ แต่เกิดอุบัติเหตุ แอร์โฮสเตสทำกาแฟร้อนหกใส่ตัว จนเกิดอาการปวดแสบร้อน ผิวหนังพอง หายใจติดขัด แต่ไร้การรับผิดชอบใดๆ เมื่อสอบถามไปก็ได้รับคำตอบว่า “บริเวณนั้นไม่มีกล้องวงจรปิด จึงไม่สามารถรับผิดชอบได้” นั้น ล่าสุด ทาง ‘การบินไทย’ ได้ออกมาชี้แจงถึงกรณีนี้แล้ว โดยระบุว่า…

“บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ขอแสดงความเสียใจเป็นอย่างยิ่งกรณีผู้โดยสารบนเที่ยวบินจากกรุงเทพฯ ไปยังเชียงใหม่ประสบเหตุเครื่องดื่มร้อนหกราด จนเป็นเหตุให้ได้รับบาดเจ็บต้องเข้ารับการรักษาตัว โดยบริษัทฯ มิได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และอยู่ระหว่างประสานผู้โดยสารเพื่อรับทราบรายละเอียด ติดตามอาการบาดเจ็บและการรักษาพยาบาลของผู้โดยสารอย่างใกล้ชิด โดยบริษัทฯ ยินดีรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล รวมถึงนำเสนอมาตรการเยียวยาให้ผู้โดยสารท่านที่ประสบเหตุพิจารณาต่อไป

ในส่วนของการตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ บริษัทฯ อยู่ระหว่างดำเนินการตามระเบียบที่เกี่ยวข้อง และจะประสานแจ้งผู้โดยสารถึงความคืบหน้าเป็นระยะ และจะได้นำข้อเท็จจริง ปัญหา ข้อบกพร่องที่พบมาปรับปรุงการให้บริการ เพื่อมิให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ต่อผู้โดยสารท่านอื่นในอนาคตต่อไป

บริษัทฯ รู้สึกเสียใจและขออภัยต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารในครั้งนี้”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top