Monday, 3 August 2026
Hard News Team

‘สหรัฐฯ’ อ่วม!! ‘หนี้สาธารณะ’ ทะลุ 34 ล้านล้านดอลล์ครั้งแรก นับเป็นสถานการณ์ที่น่ากังวล หลังตัวเลขพุ่งเร็วจนน่าห่วง

(4 ม.ค. 67) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า กระทรวงการคลังของสหรัฐฯ รายงานว่าหนี้สาธารณะของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ พุ่งสูงกว่า 34 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.164 พันล้านล้านบาท) เป็นครั้งแรก เพิ่มจาก 33.9 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.161 พันล้านล้านบาท) เมื่อวันพฤหัสบดี (28 ธ.ค.)

มายา แมคกิเนียส ประธานคณะกรรมการฝ่ายความรับผิดชอบด้านงบประมาณของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ กล่าวว่า หนี้สาธารณะแตะระดับ 34 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.164 พันล้านล้านบาท) เมื่อวันศุกร์ (29 ธ.ค.) ซึ่งเกิดขึ้นหลังจากพุ่งแตะระดับ 33 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 1.13 พันล้านล้านบาท) เพียงราวสามเดือน และถือเป็นสถานการณ์ที่น่ากังวลอย่างมาก

“สิ่งที่น่าเศร้าคือผู้นำทางการเมืองของเราไม่ต้องการสร้างการเปลี่ยนแปลงที่จำเป็นเพื่อพลิกฟื้นสถานการณ์ทางการคลัง” แมคกิเนียส กล่าว

ตัวเลขหนี้ล่าสุดถูกเปิดเผยขณะที่สมาชิกสภาคองเกรสเตรียมแย่งชิงการจัดสรรงบประมาณของรัฐบาลกลาง โดยปัจจุบันงบประมาณสำหรับหน่วยงานและโครงการของรัฐบาลกลางบางส่วนจะหมดอายุในเดือนมกราคมนี้

‘วัดธรรมกาย’ แจงไม่เกี่ยวข้อง ‘ลัทธิโยเร’ ตามสื่ออ้าง ยืนยัน!! ยึดแนวปฏิบัติตามหลักธรรมวินัยสงฆ์เถรวาท

(4 ม.ค.67) มีรายงานข่าวว่ามีเพจ สำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย ได้เผยแพร่เอกสารชี้แจง ยืนยันว่า วัดธรรมกาย ไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มโยเร โดยระบุว่า

“วัดพระธรรมกายไม่เกี่ยวข้องกับกลุ่มโยเรแต่อย่างใด” ตามที่สื่อออนไลน์บางสำนักนำเสนอข่าวอันเป็นเท็จว่า “ลัทธิโยเร” เชื่อมโยงเกี่ยวพันกับวัดพระธรรมกายนั้น

วัดพระธรรมกายขอชี้แจงว่า ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ กับกลุ่มความเชื่อตามที่สื่อกล่าวอ้าง ทั้งนี้ วัดพระธรรมกายเป็นวัดในพระพุทธศาสนา สังกัดคณะสงฆ์ไทย ยึดแนวปฏิบัติตามหลักพระธรรมวินัยของสงฆ์เถรวาท ภายใต้การปกครองของมหาเถรสมาคม (มส.) ดังนั้นการนำเสนอข่าวที่ปราศจากข้อเท็จจริง อาจเป็นการกระทำผิดกฎหมายได้

วัดพระธรรมกายจึงชี้แจงมาเพื่อทราบ และโปรดเผยแพร่ความจริงดังกล่าวแก่สาธารณชนด้วย จักขอบคุณยิ่ง

สำนักสื่อสารองค์กร
วัดพระธรรมกาย
วันที่ 4 มกราคม พ.ศ.2567″

‘อีลอน มัสก์’ ทำมูลค่าทางการตลาด ‘X’ หายไป 71% นับตั้งแต่ทุ่มเงิน 44 พันล้านดอลลาร์ เข้าซื้อกิจการ

เมื่อวานนี้ (3 ม.ค.67) มูลค่าทางการตลาดของทวิตเตอร์ลดลงไปกว่า 71% นับตั้งแต่โดนเจ้าของเทสลา อีลอน มัสก์ ซื้อออกจากตลาดหลักทรัพย์ไปเมื่อตุลาคมปี 2022 ในดีล 44 พันล้านดอลลาร์ ก่อนจะเริ่มต้นปลดพนักงานครั้งใหญ่ เปลี่ยนชื่อแพลตฟอร์มเป็น X และผจญมรสุมต่างๆ นานา โดนใบเหลืองเตือนจาก EU ข้อหาเผยแพร่ข้อมูลเท็จ และมัสก์โดนกระแสทวีตเหยียดยิวเล่นงานจนโฆษณาหนี

เดอะการ์เดียน สื่ออังกฤษรายงานในวันอังคาร (2 ม.ค.) ว่า บริษัทการลงทุน Fidelity เปิดเผยว่าตั้งแต่หลังจากมหาเศรษฐีพันล้านเจ้าของเทสลา อีลอน มัสก์ ซื้อบริษัททวิตเตอร์ไปเมื่อตุลาคมปี 2022 ได้ในราคา 44 พันล้านดอลลาร์ พบว่ามูลค่าหุ้นตกลงไปกว่า 71.5%

Fidelity ซึ่งถือหุ้นอยู่ในทวิตเตอร์เปิดเผยในการรายงานของสื่อ Axios ของสหรัฐฯ ได้ประเมินว่า แพลตฟอร์ม X ในชื่อปัจจุบันมีมูลค่าอยู่ราว 12.5 พันล้านดอลลาร์ ในการเปิดเผย

ทวิตเตอร์นั้นถูกเปลี่ยนชื่อเป็น X เมื่อกรกฎาคมปี 2023 และยังคงประสบปัญหามาโดยตลอด ตัวเลขผู้ใช้ประจำเดือนตกลงไป 15% ในปีแรกตั้งแต่มัสก์ซื้อท่ามกลางความวิตกการเพิ่มขึ้นของวาทะแสดงความเกลียดชัง หรือ hate speech บนแพลตฟอร์มซึ่งหลังจากที่มัสก์ซื้อทวิตเตอร์ออกมาจากตลาดหลักทรัพย์ เขาสั่งปลดพนักงานออกไปไม่ต่ำกว่า 50% และลดการตรวจสอบลง ส่งผลทำให้ในกันยายนปีที่ผ่านมา สหภาพยุโรป EU ออกคำเตือนไปยังอีลอน มัสก์ หลังจากพบว่าแพลตฟอร์ม X ของเขามีอัตราสูงสุดของการโพสต์ข้อมูลปลอมของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียทั้งหมด

และล่าสุด อีลอน มัสก์ยังทำให้ X โดนแห่ถอนโฆษณาจากบริษัทยักษ์ใหญ่ชื่อดังนับตั้งแต่มัสก์ได้ทวีตให้การสนับสนุนทฤษฎีสมคบคิดเหยียดชาวยิว อ้างอิงจากหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทม์ส และส่งผลทำให้เจ้าของเทสลาออกมาตอบโต้การแห่ถอนโฆษณาจาก X ด้วยการกล่าวว่า “ขอให้บริษัทพวกนั้นไปลงนรกซะ” ระหว่างการให้สัมภาษณ์อยู่ในเมืองนิวยอร์ก ซิตี

มัสก์ซึ่งถูกนิตยสารฟ็อบส์จัดให้เป็นบุคคลที่รวยที่สุดในโลกมีความมั่งคั่ง 251 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเมื่อครั้งที่เขาซื้อทวิตเตอร์ไปเขาแสดงเหตุผลว่า “เป็นการซื้อเพื่อช่วยมนุษยชาติ”

และมัสก์ที่มีแนวคิดทางการเมืองนิยมฝ่ายขวาและพรรครีพับลิกันได้สั่งยกเลิกการแบนบุคคลทางการเมืองอื้อฉาวของสหรัฐฯ ทั้งอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ และนักจัดรายการวิทยุเจ้าของเผยแพร่ทฤษฎีสมคบคิด อเล็กซ์ โจนส์ (Alex Jones) ซึ่งบุคคลทั้งสองต่างมีคดีติดตัว

'เศรษฐา' คลุกวงในบิ๊กสื่อ ขอแรง 'เชียร์-หนุน' พร้อมเคลียร์ผังนอกแผน ฟาก 'รทสช.' ต้องคงไว้ช่วยค้ำศรัทธา แต่ ‘อุ๊งอิ๊ง' ดวงท่าจะไม่พาถึงนายกฯ

สวัสดีปีมังกรครับท่านผู้อ่านท่านผู้ฟังและท่านผู้ชม...

ว่ากันว่าปี 2567 จะเป็นปีมังกรร้ายมังกรเดือด...อาการของนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน จะอยู่จะไปอยู่ในอัตรา 50/50...แบบว่าเป็นตายเท่ากัน

ทบทวนกันอีกที...ระเบิดลูกใหญ่ 5-6 ลูก...

- ร่างพ.ร.บ.งบประมาณ 3.48 ล้านล้านบาท
- ประชามติจัดทำรัฐธรรมนูญ 
- พ.ร.บ.เงินกู้ 5 แสนล้านบาท  
- การเลือกตั้ง สว.ช่วง มิ.ย.-ก.ค. 
- พ.ร.บ.นิรโทษกรรม

...ล้วนแล้วแต่จะสร้างความร้อนแรงทางการเมืองในมิติต่างๆ...

นั่นยังไม่นับประเด็นสำคัญคือ...การปรับ ครม. ซึ่งจะต้องเกิดขึ้นแน่ และ 'เล็ก เลียบด่วน' ค่อนข้างเชื่อตามโหรใหญ่หลายสำนักว่าจะเป็นการปรับใหญ่...หลายตำแหน่ง

แต่ยังไงๆ ว่ากันว่ายังไม่ถึงคิวที่จะเอาพรรคสีฟ้า...ประชาธิปัตย์ เข้ามาแทนที่พรรครวมไทยสร้างชาติที่เริ่มมีการปล่อยข่าวกันออกมาตามสภากาแฟบางวงซึ่งวิเคราะห์ว่า การเดินหน้าปฏิรูปราคาพลังงานของ รองตุ๋ย-พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค อาจไม่สบอารมณ์กลุ่มทุนใหญ่บางกลุ่ม ต้องรีบตัดไฟต้นลม...

ซึ่ง 'เล็ก เลียบด่วน' ไม่คิดว่าพรรคเพื่อไทยจะคิดสั้นขนาดนั้น พวกเขาต้องรู้ดีว่า ขณะนี้พีระพันธุ์เป็นรัฐมนตรีที่ช่วยค้ำยันความศรัทธาต่อรัฐบาลได้ไม่น้อย เตะ พีระพันธุ์ ออกไปก็เหมือนเตะตัดขาตัวเอง...ปีนี้ปล่อยผ่านไปก่อน ปีหน้าค่อยว่ากันอีกที...

สำหรับอาการของ นายกฯ เศรษฐา ทวีสิน แม้จะยังลนลานอยู่บ้าง แต่เบื้องลึกทีมงานของนายกฯ สูงยาวถุงเท้าแดงคนนี้ได้จัดทัพปรับแถวในหลายสิ่งหลายอย่างที่พวกเขาคิดว่าจะเป็นผลดีในการทำงานของนายกฯ โดยเฉพาะอย่างยิ่งแนวรบของสื่อมวลชน...

แหล่งข่าวระดับไม่สูงมากแต่เชื่อถือได้ยืนยันกับ 'เล็ก เลียบด่วน' เหยี่ยวชราว่า...ตอนนี้ผู้บริหาร (ข่าว) ของสื่อทีวีหลายต่อหลายช่องและสื่อนสพ.หลายฉบับได้พบกับนายกฯ ตัวเป็นๆ หมดแล้ว...ความเป็นกันเองตรงไปตรงมา และรอบรู้ประเด็นเศรษฐกิจของโลกของไทย ก็เพียงพอที่จะทำให้สื่อน้อยใหญ่ให้กำลังใจ...ให้โอกาสนายกฯ คนนี้

ส่วนการกระชับพื้นที่สื่อเอาหลายรายการออกจากผังวิทยุ / โทรทัศน์ เช่น กรณียกเลิกรายการ 'คุยถึงแก่น' ช่องหอยม่วงแบบไม่บอกกล่าวอะไรนั่น แม้เป็นอะไรที่ไม่สมควรทำ แต่ถึงที่สุดก็ยังไม่ทำให้รัฐบาลรู้สึกระคายเคืองในเสียงโจมตี-ต่อต้าน...

เอาไปเอามาถ้าไม่มีปัจจัยอื่นๆ ที่คาดไม่ถึงเข้ามาแทรกซ้อน รัฐบาลเศรษฐาก็น่าจะลอดข้ามปีมังกรไปได้ เศรษฐาก็ยังจะเป็นนายกฯ ต่อไป เหตุผลสำคัญที่สุดเพราะ 'อุ๊งอิ๊ง' แพทองธาร ชินวัตร ยังไม่พร้อมที่จะย่างสามขุมขึ้นสู่ตำแหน่งนายกฯ ในปีนี้...ส่วนปีหน้าก็ต้องตามไปดูกันอีกที...ดูว่า 'คุณแม่' คุณหญิงพจมาน ดามาพงษ์ จะเห็นเช่นไร...

แต่พูดก็พูดเหอะ...สำหรับ 'เล็ก เลียบด่วน' คุยกับหมอดูมา 3 สำนัก ล้วนทายทักว่าดวง 'อุ๊งอิ๊ง' จะไปไม่ถึงนายกฯ ดังนั้นถ้าจะสัมผัสกับคำว่า 'รัฐมนตรี' ปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า...ควรจะได้เข้าไปเป็นรองนายกฯ ควบว่าการซักกระทรวง...เพื่อพิสูจน์ฝีมือและเรคคอร์ดประวัติชีวิต...

ด้วยรักและเห็นใจ...จร้า!!

‘SPRC’ ปิดดีลซื้อปั๊ม Caltex 450 แห่ง กรุยทางลุยตลาดน้ำมันครบวงจร ยัน!! 'ปั๊ม-น้ำมันคาลเท็กซ์-เทครอน' ยังอยู่คู่คนไทยต่อไปเหมือนเดิม

เมื่อวานนี้ (3 ม.ค.67) บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC ประกาศเสร็จสิ้นการทำธุรกรรมกับ Chevron Asia Pacific Holdings Limited (CAPHL) ในการเข้าซื้อธุรกิจการตลาดน้ำมันเชื้อเพลิงภายใต้แบรนด์คาลเท็กซ์ (Caltex) ซึ่งคาดว่าจะสร้างเสริมห่วงโซ่คุณค่าให้กับ SPRC ในฐานะโรงกลั่นและทำตลาดน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศไทยอย่างครบวงจร

นายโรเบิร์ต โดบริค กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า SPRC มีความยินดีและต้อนรับธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงของ บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด เข้ามาร่วมเป็นครอบครัวเดียวกัน การผสานธุรกิจการตลาด และจัดจำหน่ายเชื้อเพลิงเข้ากับการกลั่นน้ำมันจะเสริมสร้างโอกาสการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมกับการขยายธุรกิจเชิงกลยุทธ์ด้านห่วงโซ่ ซึ่งนับเป็นโอกาสที่ดีทั้งกับผู้ถือหุ้น และลูกค้าคาลเท็กซ์ อีกทั้งยังจะมีส่วนช่วยเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทยได้อีกด้วย

“SPRC จะยังคงจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพภายใต้แบรนด์ คาลเท็กซ์® และ เทครอน ซึ่งเป็นแบรนด์ที่ได้รับความไว้วางใจและอยู่เคียงคู่กับประเทศไทยมาอย่างยาวนานกว่า 75 ปี โดยหวังว่าจะสามารถนำเสนอบริการและผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพสูงให้กับลูกค้าผ่านสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ทั่วประเทศ” นายโดบริค กล่าวเสริม

ด้าน นายชาแชงค์ นานาวาติ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ด้านการพาณิชย์ บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) อดีตประธานกรรมการและผู้จัดการใหญ่ บริษัท เชฟรอน (ไทย) จำกัด กล่าวว่า การรวมธุรกิจการกลั่นและการตลาดผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงจะสามารถสร้างเสริมคุณค่าของแบรนด์ให้เพิ่มสูงขึ้นด้วยการเติมเต็มประสบการณ์อันน่าประทับใจได้อย่างครอบคลุม ซึ่งจะช่วยสร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้นให้กับผู้ถือหุ้น และผู้ประกอบการสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ของเรา นอกจากนี้ ยังเป็นการเพิ่มทักษะความรู้ความสามารถของพนักงานให้มีความพร้อมในการมุ่งสู่การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานซึ่งเป็นกลยุทธ์สำคัญในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ เพื่อการเติบโตในระยะยาวต่อไป

ทั้งนี้ นอกเหนือจากการบริหารโรงกลั่นน้ำมันที่มีกำลังการกลั่นน้ำมันดิบ 175,000 บาร์เรลต่อวันแล้ว SPRC มุ่งมั่นที่จะเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์น้ำมันเชื้อเพลิงคุณภาพสูงภายใต้แบรนด์ คาลเท็กซ์ เทครอน ผ่านสถานีบริการน้ำมันคาลเท็กซ์ประมาณ 450 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งดำเนินการโดยพันธมิตรทางธุรกิจมืออาชีพ

การเข้าซื้อธุรกิจน้ำมันเชื้อเพลิงในครั้งนี้ยังรวมถึงธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง อันได้แก่ สัดส่วนการถือครองหุ้นร้อยละ 9.91 ในบริษัท ท่อส่งปิโตรเลียมไทย จำกัด สัดส่วนการถือหุ้นร้อยละ 2.51 ในบริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) การลงทุนในบริษัทเอกชนที่ถือครองที่ดินแปลงที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และคลังน้ำมันเชื้อเพลิงที่ตั้งอยู่ในจังหวัดสงขลา และสุราษฎร์ธานีด้วย

“สืบนครบาลร่วมกับ PCT5 จับกุม เบนซ์ สโนเบล ตระเวนเข้าแอปเดลิเวอรี่ลวงสั่งสินค้าก่อนหลอกพนักงานส่งเติมเงินทรูมันนี่วอเล็ต เติมเงินค่าโทรศัพท์ กว่า 200 ครั้ง เสียหายกว่าสองล้านบาท”

ตามนโยบายของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. , พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. ให้ปราบปรามกลุ่มเครือข่ายองค์กรอาชญากรรมที่กระทำความผิดทุกรูปแบบซึ่งสร้างความเดือนร้อนให้กับประชาชนผู้สุจริตจำนวนมาก โดยชุดลาดตระเวนออนไลน์ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. พร้อมด้วยชุด PCT5 ได้รับการร้องเรียนจากพนักงานจัดส่งเดลิเวอรี่ให้ช่วยทำการสืบสวนติดตามจับกุมตัวคนร้ายใช้แอปพลิเคชั่น ในนาม เบนซ์ สโนเบล สั่งสินค้าระบบเดลิเวอรี่โดยคนร้ายจะทำทีแจ้งข้อมูลพิกัดสถานที่จัดส่งและเบอร์โทรศัพท์ให้พนักงานทราบเพื่อจัดส่งและติดต่อ เมื่อพนักงานจัดส่งเดลิเวอรี่ใกล้จะเดินทางไปจัดส่งสินค้าตามคำสั่งซื้อ คนร้ายจะทำทีโทรศัพท์ติดต่อหาพนักงานส่งเดลิเวอรี่เพื่อหลอกให้พนักงานจัดส่งเดลิเวอรี่เติมเงินทรูมันนี่วอลเล็ตออนไลน์ หรือบางครั้งก็ให้เติมเงินค่าโทรศัพท์มือถือให้เพิ่มเติม เมื่อพนักงานเดลิเวอรี่หลงเชื่อเติมเงินให้เรียบร้อย ก็ไม่สามารถติดต่อคนร้ายได้ เป็นเหตุให้ได้รับความเสียหาย ที่ผ่านมามีพนักงานเดลิเวอรี่ถูกก่อเหตุมาแล้วทั่วประเทศกว่า 200 ราย มูลค่าความเสียหายกว่าสองล้านบาท

เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2567 เวลาประมาณ 16.30 น. พล.ต.ท.ธิติ แสงสว่าง ผบช.น. , พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. , พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.นิวัตน์ พึ่งอุทัยศรี รองผบก.สส.บช.น. พ.ต.อ.เกียรติศักดิ์ สระทองออย รอง ผบก สส.บช.น. , พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. , พ.ต.ท.พัชรพงษ์ กาญจนวัฎศรี , พ.ต.ท.นิธิ ปิยะพันธุ์ รอง ผกก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. , พ.ต.ท.สมพงษ์ เกตุระติ สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. , ร.ต.ต.ทรงศักดิ์ เจียมสกุล รอง สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปฏิบัติการที่ 5 กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. และชุด PCT5  ได้ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุม 
นางสาวภัณฑิลาหรือเบนซ์  วิศาลจิตร อายุ 26 ปี ที่อยู่เลขที่ 62 ซอยอ่อนนุช 74 แขวงประเวศ เขตประเวศ จังหวัดกรุงเทพฯ    ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัด แม่ฮ่องสอน สาขาปาย ที่ จ.44/2566 ลงวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ.2566       

ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ , โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน

โดยสามารถจับกุมตัวได้ที่บริเวณปากซอยศักดิ์เจริญ จรัญสนิทวงศ์ ซอย 3 แขวงวัดท่าพระ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพฯ กล่าวคือ โดยชุดลาดตระเวนออนไลน์ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สส.บช.น. พร้อมด้วยชุด PCT5 ได้รับการร้องเรียนจากพนักงานจัดส่งเดลิเวอรี่ให้ช่วยทำการสืบสวนติดตามจับกุมตัวคนร้ายใช้แอปพลิเคชั่นสั่งสินค้าระบบเดลิเวอรี่ และจากการสืบสวนเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบข้อมูลว่าหนึ่งในคนร้ายที่เป็นตัวการในการก่อเหตุ คือ นางสาวภัณฑิลา หรือเบนซ์ วิศาลจิตร โดยจากการตรวจสอบข้อมูลประวัติคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจพบว่า ณ ปัจจุบัน นางสาวภัณฑิลา หรือเบนซ์ วิศาลจิตร มีหมายจับที่ต้องการต้องตัวเพื่อดำเนินคดี จำนวน 1 หมายจับ คือ ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดแม่ฮ่องสอน สาขาปาย ที่ จ.44/2566 ลงวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ.2566 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ ร่วมกันฉ้อโกงทรัพย์ , โดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน ”พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.บช.น. จึงสั่งการให้ พ.ต.อ.จักราวุธ คล้ายนิล ผกก.วิเคราะห์ข่าวฯ รีบทำการสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวคนร้ายรายดังกล่าวมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็วเนื่องจากตามพฤติการณ์ที่คนร้ายก่อเหตุนั้น ถือว่าสร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนผู้ทำมาหากินสุจริตเป็นอย่างมาก

ในชั้นจับกุม นางสาวภัณฑิลา หรือเบนซ์ วิศาลจิตร ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การว่าตนเรียนจบ กศน. ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ปัจจุบันทำอาชีพวีเจออนไลน์ แนว 18 บวก ผ่านแอปพลิเคชั่น CallPlay เกี่ยวกับข้อกล่าวหาตามหมายจับตนขอยอมรับว่าตนกับแฟนชื่อ น.ส.สุพัตรา หรือทราย ศรีสงคราม ร่วมกันก่อเหตุ (ยังไม่ถูกจับกุม)โดย น.ส.สุพัตรา หรือทราย ทำหน้าที่เข้าแอปพลิเคชั่นเดลิเวอรี่เพื่อหลอกสั่งสินค้า ให้ข้อมูลพิกัดสถานที่จัดส่งซึ่งปักพิกัดหลอกไว้ พร้อมเบอร์โทรศัพท์สำหรับติดต่อ เมื่อคำนวนเวลาว่าพนักงานเดลิเวอรี่ใกล้ที่จะเดินทางมาถึง ตนจะโทรติดต่อหาพนักงานส่งเดลิเวอรี่ เพื่อหลอกให้พนักงานเดลิเวอรี่เติมเงินทรูมันนี่วอลเล็ตออนไลน์ หรือบางครั้งก็ให้เติมเงินค่าโทรศัพท์มือถือให้เพิ่มเติม เมื่อได้รับเงินทรูมันนี่วอเล็ต หรือเงินค่าโทรศัพท์เสร็จเรียบร้อย ตนก็จะทำนิ่งเฉย ไม่รับสาย ถ้าโทรบ่อยตนก็จะบล็อกเบอร์ของพนักงานเดลิเวอรี่

เมื่อได้เงินทรูมันนี่วอเล็ตเข้ามาในบัญชีแล้วตนจะทำการโอนต่อไปยังบัญชีธนาคารตนเอง และแบ่งเงินให้แฟนที่ร่วมกันก่อเหตุคนละครึ่ง ส่วนกรณีเงินค่าโทรศัพท์ เมื่อหลอกพนักงานส่งเดลิเวอรี่ได้เรียบร้อย ส่วนหนึ่งตนจะเข้าไปที่กลุ่มเฟสบุ๊กแลกค่าโทรเป็นเงินสด เช่น " กลุ่มแลกค่าโทร เป็นเงินสด True  Dtac Ais "  ซึ่งในกลุ่มจะมีการรับแลกเงินในอัตราค่าโทรศัพท์ 500 บาท แลกกับเงินสดโอนเข้าบัญชีธนาคาร 300 บาท ซึ่งในหนึ่งวันจะสามารถแลกได้แต่ 500 บาท ส่วนเงินค่าโทรศัพท์ที่เหลือนำไปเล่นพนันออนไลน์ ซึ่งเข้าเล่นและเติมเงินผ่านเว็บพนันออนไลน์ โดยจะหักเงินจากยอดเงินค่าโทรศัพท์ที่ได้มาจากการหลอกผู้เสียหาย

นอกจากนี้ ในส่วนของเบอร์โทรศัพท์ที่นำมาเปิดบัญชีทรูมันนี่วอเล็ต และเบอร์โทรสำหรับผูกบัญชีแอปพลิเคชั่นเดลิเวอรี่ตนเป็นผู้ว่าจ้างให้คนอื่นมาเปิดใช้งานให้โดยให้ค่าจ้างเปิดซิมพร้อมกับสแกนใบหน้าเพื่อสมัครทรูมันนี่วอเล็ต รายละ 500 บาท ต่อคน โดยใช้วิธีการหาคนมาเปิดเบอร์พร้อมบัญชีทรูมันนี่วอเล็ต หรือเบอร์โทรศัพท์สำหรับผูกบัญชีแอปพลิเคชั่นเดลิเวอรี่ จากการโพสต์เฟสบุ๊กหาคนเปิดในกลุ่ม “ จ้างเปิดบัญชีทรูมันนี่ ”ที่ผ่านมาก่อเหตุมาตั้งแต่ปี 2564 ร่วมกันก่อเหตุมาแล้วกว่า 200 ครั้ง   
เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้นำตัว นางสาวภัณฑิลา หรือเบนซ์ วิศาลจิตร ผู้ต้องหาตามหมายจับ นำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปางมะผ้า ภ.จว.แม่ฮ่องสอน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย

ด้าน พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวแจ้งเตือนภัยไปยังพี่น้องประชาชนว่าในสังคมปัจจุบัน มิจฉาชีพมีเล่เหลี่ยมกลโกงมากมายหลายรูปแบบ ขอให้ประชาชนได้โปรดใช้สติในการใช้ชีวิตในสังคม อย่างหลงเชื่อกลโกงต่างๆ ของมิจฉาชีพซึ่งมีอยู่มากมาย หากไม่แน่ใจ หรือสงสัยว่าบุคคลที่เข้ามาเสนอผลประโยชน์ นั้นจะเป็นมิจฉาชีพ หรือไม่ ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบ หรือแจ้งเบาะแสการกระทำความผิด มายังเพจ “สืบสวนนครบาล IDMB” ได้ตลอด 24 ชม. แม้จะเป็นคดีที่มีความเสียหายไม่มาก แต่หากเป็นคดีที่ประชาชนเดือดร้อน เราทำทันที ตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และ น.1

'บิ๊กต่าย' แถลงโชว์ผลงานรับปีใหม่ ตามแผนปฏิบัติการตามล่า 100 เครือข่าย ทลายแก๊งทะเลหลวงข้ามชาติ ยึดทรัพย์กว่า 105 ล้านบาท และสกัดจับทีมขนยารายใหญ่เส้นทางเหนือ อีสาน

ตามนโยบายการปราบปรามยาเสพติดของ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เน้นการใช้ทุกมาตรการทางกฎหมายเพื่อทำลายเครือข่ายยาเสพติด และยึดทรัพย์ที่ได้มาจากการค้ายาเสพติด ประกอบกับนโยบายของ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. และ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา, พล.ต.ท.นิรันดร เหลื่อมศรี, พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะ รอง ผอ.ศอ.ปส.ตร. มุ่งเน้นในการเร่งรัดดำเนินการป้องกันปราบปราม ยาเสพติดในทุกมิติ เนื่องจากปัญหายาเสพติดอาชญากรรมที่สร้างความเดือดร้อนให้แก่ประชาชนและเป็นภัยสังคม  

วันนี้ 4 ม.ค.67 เวลา 10.00 น. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศอ.ปส.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.นิรันดร เหลื่อมศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ศอ.ปส. ,พล.ต.ท.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย ผบช.ปส., พล.ต.ต.สมเกียรติ วัฒนพรมงคล, พล.ต.ต.สมบูรณ์ เทียนขาว, พล.ต.ต.ออมสิน  ตรารุ่งเรือง ,พล.ต.ต.พลัฎฐ์ วิเศษสิงห์ รอง ผบช.ปส., พล.ต.ต.ธนรัชน์ สอนกล้า ผบก.ปส.2, พล.ต.ต.พรศักดิ์ สุรสิทธิ์ ผบก.ปส.4, พล.ต.ต.อิทธิพล จันทร์ศรีบุตร ผบก.ขส. และ พล.ต.ต.วิทัศน์ บริรักษ์ ผบก.สกส. ,พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง  ผบก.ประจำ บช.ปส. และนายอุดมชัย โลหณุต ผอ.ป.ป.ส. กทม. ผู้แทนสำนักงาน ป.ป.ส. ร่วมแถลงผลงาน บช.ปส.ภายใต้แผนปฏิบัติการตามล่า 100 เครือข่าย สามารถจับกุมเครือข่ายยาเสพติดและยึดทรัพย์สินรายสำคัญ 4 คดี ผู้ต้องหา 6 คนของกลางยาบ้ากว่า 16 ล้านเม็ด, เฮโรอีน 27 กก. และยึดทรัพย์สินเครือข่ายได้ประมาณ 105 ล้านบาท

คดีแรก เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.66 ตำรวจ กก.3 บก.สกส. ร่วมกับ บก.ขส.ได้รับแจ้งจากสายลับว่ากลุ่มเครือข่ายยาเสพติดของ นายอนุวัฒน์ กับพวก จะลักลอบลำเลียงยาเสพติด และกำลังจัดหาผู้ลำเลียงจากพื้นที่ชายแดนไทยด้าน จว.เชียงราย ไปส่งมอบ ให้กับลูกค้าในพื้นที่ภาคกลาง ตำรวจจึงอำพรางเป็นผู้รับจ้างลำเลียงยาเสพติด เดินทางไปเจรจาเงื่อนไข การรับมอบยาเสพติด ในพื้นที่หมู่บ้าน ม.6 ต.แม่ยาว อ.เมือง จว.เชียงราย ระหว่างทางพบกลุ่มรถจักรยานยนต์หลายคันขับขี่ตามกันในลักษณะ คาราวานเข้าไปในหมู่บ้าน สังเกตตะกร้าหน้ารถพบมีสิ่งของบรรทุกอยู่ทุกคันรถ กระทั่งคนขับรู้ตัวจึงได้เร่งเครื่องหลบหนี และทิ้งสิ่งของที่เอามาด้วยไว้ข้างทาง ตรวจสอบพบยาบ้าประมาณ 503,673 เม็ด จึงได้ตรวจยึดของกลางส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีและสืบสวนสอบสวนขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป 

คดีที่ 2 เมื่อวันที่ 16 ธ.ค.66 ตำรวจ บก.สกส.พร้อมด้วย กก.2 บก.ปส.2 และ บก.ขส. ร่วมกันจับกุม 2 ผู้ต้องหา คือ นายบุญช่วย และ นายสมเกียรติ หลังสืบทราบว่ามีพฤติการณ์การลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ จว.นครพนม เพื่อไปส่ง ให้กับลูกค้าทางพื้นที่ จว.สระบุรี จึงได้สะกดรอยติดตาม พบว่าผู้ต้องหาทั้งสองใช้รถยนต์กระบะสำหรับนำทาง เพื่อเฝ้าระวังเจ้าหน้าที่ และมีรถบรรทุกขนาดกลางสีขาว หมายเลขทะเบียน 82-xxxx มหาสารคาม ขับติดตาม กระทั่งสามารถตรวจค้น จับกุมผู้ต้องหาทั้งสองคน ได้ที่ด่านตรวจยานพาหนะสีคิ้ว ต.ลาดบัวขาว อ.สีคิ้ว จว.นครราชสีมา พร้อมของกลางยาบ้า 8,689,000 เม็ด และเฮโรอีน 225 ก้อน น้ำหนักประมาณ 27 กิโลกรัม ซุกซ่อนอยู่ท้ายรถบรรทุก จากนั้นตำรวจชุดจับกุม ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี และสืบสวนสอบสวนขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

คดีที่ 3 เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.66 ตำรวจ กก.1 บก.ปส.2 ได้สืบสวนกลุ่มเครือข่ายนักค้ายาเสพติดโดยใช้รถยนต์ ในการ ลักลอบลำเลียง หลังพบเคลื่อนไหวขับขี่จากพื้นที่กรุงเทพฯ ขึ้นไปยังพื้นที่ภาคเหนือในพื้นที่ อ.แม่อาย จว.เชียงใหม่ และจะมี การลำเลียงยาเสพติดจากพื้นที่ตามแนวชายแดน ไปส่งให้กับลูกค้าในเขตพื้นที่ตอนใน โดยใช้ รถยนต์ HONDA CITY หมายเลข ทะเบียน 8กฐ-xxxx กทม. และ รถยนต์ HYUNDAI หมายเลขทะเบียน ฮฐ-xxx กทม. ชุดจับกุมจึงได้สะกดรอยติดตาม กระทั่ง ช่วงเช้าของวันที่ 19 ธ.ค.66 พบรถยนต์ HYUNDAI วิ่งมาจาก อ.แม่สรวย จว.เชียงราย มาจอดป่าข้างทางประมาณ 20 นาที แล้วขับออกไป โดยมีรถยนต์ HONDA CITY ขับตาม ต่อมาช่วง 21.50 น.พบรถยนต์ทั้ง 2 คัน วิ่งบนถนน หมายเลข 1 มุ่งหน้า ด่านตรวจยานพาหนะพยุหะคีรี ต.ย่านมัทรี อ.พยุหะคีรี จว.นครสวรรค์ จึงประสานเจ้าหน้าที่ประจำด่านให้ทำการ ตั้งจุดตรวจ/จุดสกัด ก่อนที่รถยนต์ HONDA CITY จะขับเข้าด่านตรวจพบนาย สมณะ เป็นผู้ขับขี่ ส่วนรถ HYUNDAI ได้จอดก่อนถึง จุดตรวจ/จุดสกัด ชุดจับกุมที่ติดตามมาจึงเข้าตรวจสอบ พบนายอดิศักดิ์หรือเอส เป็นผู้ขับขี่ ภายในห้องโดยสารพบยาบ้ารวม 6,500,000 เม็ด  สอบสวนผู้ต้องหาทั้ง 2 คน รับสารภาพว่ารับจ้างลำเลียงยาเสพติดจากชายแดนหมู่บ้านห้วยส้าน ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ นอกจากนี้จากการตรวจสอบพบว่า นายอดิศักดิ์หรือเอส เคยมีประวัติถูกจับกุมข้อหาครอบครองยาเสพติด เพื่อจำหน่าย เมื่อปี 62

คดีที่ 4 สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 ส.ค.66 บก.ปส.4 ได้จับกุมกลุ่มเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติรายใหญ่ ได้ที่บริเวณริมถนนหน้าศาลาริมทางบ้านห้วยน้ำเย็น ม.4 ต.ทรายขาว อ.หัวไทร จว.นครศรีธรรมราช ขณะใช้รถยนต์กระบะลำเลียงคีตามีน จำนวนรวม 851 กก. จากจังหวัดระนอง เพื่อนำมาส่งให้ที่ อ.หัวไทร จว.นครศรีธรรมราช จากการสืบสวนทราบว่า เครือข่ายนี้ มีนายอานันท์ เป็นผู้สั่งการและอยู่เบื้องหลังเชื่อมโยงกับเครือข่ายลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติหลายคดี อาทิ เมื่อวันที่ 13 พ.ค.66 บก.ปส.3 จับกุมไอซ์ 1.5 ตัน ขณะขนถ่ายลงเรือขนาดเล็กบริเวณท่าเทียบเรือโรงไม้เก่า ในพื้นที่ อ.ท่าศาลา จว.นครศรีธรรมราช 

เมื่อ 28 มิ.ย.66 ป.ป.ส. จับกุมเครือข่ายไอซ์ 960 กก. มาพักไว้ที่บ้านหลังหนึ่งใน จว.ราชบุรี เพื่อเตรียมขนส่งไปยังพื้นที่ภาคใต้ และเมื่อวันที่ 19 ก.ย.66 บก.ปส.3 เข้าจับกุมคนร้ายขณะลำเลียงไอซ์ 1,000 กิโลกรัม มีการยิงปะทะและเป็นเหตุให้ ด.ต.วีระวัฒน์ คำดี ตำรวจ กก.2 บก.ปส.3 เสียชีวิตและคนร้ายถูกวิสามัญในที่เกิดเหตุในพื้นที่ อ.เวียงชัย จว.เชียงราย กระทั่ง เจ้าหน้าที่ กก.2 บก.ปส.4 ได้สืบสวนขยายผล สามารถดำเนินการออกหมายจับนายอานันท์ ผู้สั่งการและบุคคลที่เกี่ยวข้อง ในคดีนี้รวม 4 ราย ภายใต้แผนปฏิบัติการตามล่า 100 เครือข่าย บก.ปส.4 จึงได้เปิด “ยุทธการเด็ดปีกมาร67/1ทลายแก๊งทะเลหลวงข้ามชาติ” ดำเนินการปิดล้อมตรวจค้น เพื่อจับกุม ผู้ต้องหาตามหมายจับและยึดทรัพย์จำนวน 16 เป้าหมาย สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้จำนวน 2 หมาย คือ นายอานันท์ เป็นผู้สั่งการ และนายสุริยา ทำหน้าที่ทางการเงิน รวมทั้งตรวจยึดทรัพย์สิน 34 รายการ รวมมูลค่า 105 ล้านบาท

พล.ต.ท.คีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย ผบช.ปส. ระบุว่า ที่ผ่านมาได้สั่งการให้ทุกหน่วยเพิ่มความเข้มในการสกัดกั้น การลักลอบ ลำเลียงยาเสพติด ทั้งตามพื้นที่แนวชายแดนและการลำเลียงเข้ามาสู่พื้นที่ตอนใน และให้ใช้มาตรการทางกฎหมายทุกรูปแบบ เพื่อทำลายเครือข่ายยาเสพติดโดยเด็ดขาด โดยให้สืบสวนขยายผลเพื่อดำเนินคดีและยึดทรัพย์สิน ผู้สั่งการและเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง   ซึ่งนำมาสู่ผลการจับกุมพร้อมยาเสพติดได้จำนวนมากในครั้งนี้ และสำหรับแก็งทะเลหลวงข้ามชาตินั้น มีความเชื่อมโยงกับหลายเครือข่ายที่บช.ปส.ได้จับกุมมาก่อนหน้านี้ ซึ่งชุดสืบสวนจับกุมได้ใช้ความพยายามในการสืบสวนขยายผลอย่างต่อเนื่อง จนสามารถออกหมายจับเครือข่ายผู้สั่งการ และติดตามจับกุมตัวมาดำเนินคดีและยึดทรัพย์ได้ดังกล่าว

สำหรับเดือน ธันวาคม 2566 ตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ได้จับกุมขบวนการค้ายาเสพติด รายสำคัญ 19 คดี ผู้ต้องหา 23 คน ของกลาง ยาบ้า 15,692,673 เม็ด, ไอซ์ 1,001 กก. เฮโรอีน 39.43 กก., โคเคน 11.18 กก. และคีตามีน 1,200 กก. และตรวจยึดทรัพย์ ไว้ตรวจสอบมูลค่าประมาณ 414.14 ล้านบาท 

ผู้พิทักษ์ป่า รับข่าวดีปีใหม่ "พัชรวาท" เผย กรมบัญชีกลางอนุมัติให้เบิกจ่ายค่าตอบแทนลาดตระเวนนอกเวลาเพิ่ม สูงสุดเดือนละ 3,000 บาท

พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ขอแสดงความยินดีกับเจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่าของกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ปฏิบัติหน้าที่ เดินลาดตระเวนเพื่อป้องกันปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายเกี่ยวกับการป่าไม้ ที่ได้รับข่าวดีในปีใหม่นี้ โดยกรมบัญชีกลางได้อนุมัติให้กรมอุทยานฯเบิกจ่ายเงินค่าตอบแทนพิเศษจากเงินอุทยานแห่งชาติ ในการปฏิบัติงานนอกเวลาราชการ ในอัตราชั่วโมงละ 50 บาท วันละไม่เกิน 4 ชม. เป็นการกำหนดอัตราค่าตอบแทนใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิบัติงานลาดตระเวนจริง เพื่อเป็นขวัญกำลังใจและพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้พิทักษ์ป่าและครอบครัว ดังนี้ 

1. ปฏิบัติงานลาดตระเวนไม่น้อยกว่า 14 คืนต่อเดือน ให้ได้รับค่าตอบแทนพิเศษ ในอัตรา 2,000 บาทต่อเดือน 
2. ปฏิบัติงานลาดตระเวนไม่น้อยกว่า 17 คืนต่อเดือน ให้ได้รับค่าตอบแทนพิเศษ ในอัตรา 2,500 บาทต่อเดือน 
3. ปฏิบัติงานลาดตระเวนไม่น้อยกว่า 20 คืนต่อเดือน ให้ได้รับค่าตอบแทนพิเศษ ในอัตรา 3,000 บาทต่อเดือน ทั้งนี้ สำหรับการปฏิบัติงานลาดตระเวนไม่ถึง 14 คืนต่อเดือน จะไม่ได้รับค่าตอบแทนพิเศษในเดือนนั้น สำหรับการจ่ายค่าตอบแทนพิเศษแก่เจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่า จะสามารถดำเนินการได้ตั้งแต่เดือน ม.ค. 2567 

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ผู้พิทักษ์ป่าของกรมอุทยานฯ ดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ทั้งทางบกและทางทะเล ออกตรวจลาดตระเวน ป้องกันปราบปราม รวมทั้งจัดทำฐานข้อมูลทรัพยากร ซึ่งหากพบการกระทำความผิดจะมีการตรวจสอบ ตรวจยึด เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย รวมไปถึงการกระทำความผิดนำส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดี โดยภารกิจดังกล่าวเจ้าหน้าที่จะต้องรับความเสี่ยงเผชิญภัยอันตราย เสี่ยงภัยธรรมชาติและภัยคุกคามจากผู้กระทำผิด ดังนั้น จึงเป็นการปรับปรุงค่าตอบแทนให้เหมาะสมสำหรับการปฏิบัติหน้าที่

'น้องไพน์' นักเทนนิสวัย 13 ปี ขึ้นแท่นมือ 1 เยาวชนเอเชีย เตรียมร่วมแข่งขันเทนนิสเยาวชน ออสเตรเลียน โอเพ่น 2024

(3 ม.ค.67) เพจ สมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ – LTAT ได้โพสต์ข้อความชื่นชม ‘น้องไพน์’ ธรรม์ พันธราธร นักเทนนิสเยาวชนไทย วัย 13 ปี หลังผงาดก้าวขึ้นแท่นมือ 1 เยาวชนเอเชีย โดยระบุว่า…

คนแรกของไทย ‘ธรรม์’ มือ 1 เอเชียรุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี เอทีเอฟตีตั๋วให้ลุยศึกเยาวชน ‘ออสเตรเลียน โอเพ่น’

‘ไพน์’ ธรรม์ พันธราธร นักเทนนิสเยาวชนไทย วัย 13 ปี ผงาดก้าวขึ้นแท่นมือ 1 เยาวชนเอเชีย ในรุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี หลังสหพันธ์เทนนิสแห่งเอเชีย (เอทีเอฟ) ได้ปรับอันดับเยาวชนเอเชียล่าสุด เมื่อวันที่ 1 มกราคม 2567 จากคะแนนสะสมรวมที่ 5906.50 คะแนน ดีที่สุดในขณะนี้ โดยมี ทาวิช พาห์วา จากอินเดีย อยู่อันดับ 2 มี 4785.00 คะแนน และ ที่ 3 คิม ดอง แจ จากเกาหลีใต้ 4093.00 คะแนน 

ด้านนักเทนนิสหญิง รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี 3 อันดับแรกเป็นนักเทนนิสจากเกาหลีใต้ โดยมือ 1 เยาวชนเอเชีย คือ ฮง เยรี 5891.00 คะแนน, ที่ 2.ซิม ซีฮยอน 4539.50 คะแนน และที่ 3.โฮ จียุน 3887.50 คะแนน ขณะที่  ‘ไอซ์’ ปวีณอร นวลศรี นักเทนนิสเยาวชนไทย อยู่อันดับที่ 6 มี 2483.00 คะแนน

สำหรับ ‘ไพน์’ ธรรม์ พันธราธร ปัจจุบันมีอันดับเยาวชนโลก ไอทีเอฟ จูเนียร์ แรงกิ้ง อยู่ที่ 1211 ของโลก ส่วนผลงานในปี 2566 ที่ผ่านมา ได้เข้าร่วมเป็นตัวแทนนักเทนนิสเยาวชนทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี ลงแข่งขัน เทนนิสเยาวชนชิงแชมป์โลก ประเภททีม รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี ‘2023 ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส จูเนียร์ ทีม คอมเพทติชั่นส์’ คัดเลือกตัวแทนโซนเอเชีย/โอเชียเนีย ที่เมืองกูชิง รัฐซาราวัก ประเทศมาเลเซีย และได้เข้าร่วมเป็นตัวแทนนักเทนนิสเยาวชนทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี ลงแข่งขันเทนนิสเยาวชนชิงแชมป์เอเชีย ประเภทบุคคล รายการ ITF Asia 14 & Under Development Championships 2023 Finals ที่เมืองโอฑิศา ประเทศอินเดีย ผลงานได้รางวัล รองชนะเลิศอันดับ 1 ประเภทชายคู่ 

ส่วนผลงานการแข่งขันรายการสะสมคะแนนเยาวชนเอเชีย ธรรม์ สามารถคว้าแชมป์ เดี่ยว และ คู่ เทนนิสเยาวชน รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี เก็บคะแนนสะสมเอเชีย เกรด2 ‘แอลทีเอที เอเชี่ยน โฟร์ทีน แอนด์ อันเดอร์ 2023’ ครั้งที่ 3 ไทย จากนั้นอีก 1 สัปดาห์ ธรรม์ สามารถคว้าแชมป์ชายเดี่ยว และรองแชมป์ชายคู่ ในการแข่งขันเทนนิสเยาวชน รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี เก็บคะแนนสะสมเอเชีย เกรด2 "แอลทีเอที เอเชี่ยน โฟร์ทีน แอนด์ อันเดอร์ 2023" ครั้งที่ 4 ได้อีก

สำหรับ ธรรม์ ถือเป็นนักเทนนิสเยาวชนรุ่นอายุไม่เกิน 14 ปีคนแรกของไทย ที่สามารถก้าวขึ้นรั้งตำแหน่งมือ 1 เยาวชนเอเชียจากการจัดอันดับของสหพันธ์เทนนิสแห่งเอเชีย(เอทีเอฟ) 

จากการขึ้นอันดับ 1 เยาวชนเอเชียในครั้งนี้ ส่งผลให้ ธรรม์ ยังได้รับการคัดเลือกจากเอทีเอฟไปเข้าร่วมการแข่งขันเทนนิสเยาวชน ออสเตรเลียนโอเพ่ น 2024 รุ่นอายุไม่เกิน14 ปี ซึ่งแข่งที่เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลียเดือนมกราคมนี้อีกด้วย

กลอนส่งกำลังใจให้รายการ ‘คุยถึงแก่น’ โดย ‘นายทิวา’

บทกลอนส่งกำลังใจในโอกาส รายการ ‘คุยถึงแก่น’ ถูกถอดออกจากผังออกอากาศ 

‘คุยถึงแก่น’

๏ ‘คุยถึงแก่น’ กะเทาะแก่น โดนถอนแก่น
เขาจะเอา เปลือกแทน เอาเปลือกถม
ยุคกระเบื้อง เฟื่องฟูลอย น้ำเต้าจม
เราไม่ชิน เขาเลยล่ม จมเรือชิน

๏ เรานี่แหละ พลเมือง ชั้นที่หนึ่ง
‘คุยถึงแก่น’ คุยให้ถึง หนี้และสิน
พลเมือง ทุกทุกชั้น ของแผ่นดิน
ต้องกะเทาะ เสียให้สิ้น กระแสความ

๏ ‘คุยถึงแก่น’ ยืนยัน ‘คุยถึงแก่น’
ปากไม่อาจ ปิดแน่น ปิด ‘คำถาม’
‘ความเท็จ’ ปลอม ‘คำตอบ’ เราติดตาม
‘คุยถึงแก่น’ คือ ‘นิยาม’ เปิด ‘ความจริง’

ยังยืนยัน ‘คำตอบ’ ทุก ‘นิยาม’
‘คุยถึงแก่น’ ไม่เคยคร้าม จากใจจริง

นายทิวา
อังคารที่ ๒ มกราคม ๒๕๖๗


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top