Tuesday, 4 August 2026
Hard News Team

ผบช.สตม. เปิดตัวโครงการแจ้งที่พักอาศัยเมื่ออยู่ในราชอาณาจักรเกิน 90 วัน ออนไลน์

วันนี้ (22 ม.ค.2567) เวลา 10.00 น. พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม. และผู้แทน จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดตัวบริการ 90 days online notification การแจ้งที่พักอาศัย เมื่ออยู่ในราชอาณาจักรเกิน 90 วัน ออนไลน์

พล.ต.ท.อิทธิพลฯ กล่าวว่า สืบเนื่องจากนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี มีนโยบายกระตุ้น ภาคเศรษฐกิจและการส่งเสริมการท่องเที่ยว โดยการดึงนักท่องเที่ยวและนักลงทุนจำนวนมากเข้ามาในประเทศ ตนมองว่าโครงการนี้จะช่วยอำนวยความสะดวกแก่ชาวต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจและพักอาศัยในประเทศไทย ลดขั้นตอนและระยะเวลาในการดำเนินการ โดยเฟสแรกจะเริ่มจากกลุ่มนักลงทุนที่อยู่ภายใต้การส่งเสริมการลงทุนของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จากนั้นจะมีการขยายไปวีซ่าประเภทอื่นๆ ซึ่งเชื่อว่าโครงการนี้จะได้รับความพึงพอใจจากชาวต่างชาติ บริการแจ้งที่พักอาศัยเมื่ออยู่ในราชอาณาจักรเกิน 90 วันออนไลน์ สามารถแจ้งได้ล่วงหน้า 15 วันก่อนถึงวันครบกำหนด สามารถแจ้งได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านช่องทางออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น โทรศัพท์มือถือ, แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์ โดยเข้าไปลงทะเบียนที่ www.immigration.go.th จากนั้นกรอก email เพื่อรับ password จากทางระบบ แล้ว log in กรอกข้อมูลส่วนบุคคลและดำเนินการแจ้ง 90 days ผลการอนุมัติจะส่งผ่านทาง email หรือเว็บไซต์ www.immigration.go.th

การแจ้งที่พักอาศัยเมื่ออยู่ในราชอาณาจักรเกิน 90 วันสามารถแจ้งได้สามช่องทาง ได้แก่ 1.เดินทางมาพบเจ้าหน้าที่ด้วยตนเอง 2.มอบหมายให้ผู้อื่นทำการแทน และ 3.ส่งแบบรายงานตัว มายังเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองผ่านทางไปรษณีย์ลงทะเบียน นับได้ว่าโครงการนี้เป็นมิติใหม่ของการให้บริการผ่านระบบออนไลน์ของ สตม.

ที่พักอาศัยนอกจากนี้ สตม.ยังมีบริการ e-Extension ยื่นขอวีซ่าผ่านระบบออนไลน์ ชาวต่างชาติสามารถดำเนินการกรอกข้อมูลได้ด้วยตนเองตลอดเวลา ผ่านระบบออนไลน์บนอุปกรณ์โทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์ผ่านเว็บไซต์ โดยเข้ามาพบเจ้าหน้าที่เพื่อยืนยันตัวบุคคล และรับสติกเกอร์วีซ่าใช้เวลาไม่เกิน 5 นาทีเท่านั้น เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการอำนวยความสะดวกแก่ชาวต่างชาติ ผบช.สตม.กล่าว

ทั้งนี้ หากมีข้อสงสัย หรือ อยากทราบข้อมูลเพิ่มเติมสามารถติดตามได้ทาง www.immigration.go.th

ทหารเรือ จับเรือขนน้ำมันเถื่อนกว่าแสนลิตร กลางทะเล ทำลายเศรษฐกิจชาติ

กองทัพเรือ โดย ทัพเรือภาคที่ 1 (ทรภ.1) และ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 1 ( ศรชล.ภาค 1) บูรณาการร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้อง แถลงข่าวการจับกุม และร่วมตรวจสอบเรือบรรทุกน้ำมันผิดกฎหมาย ณ ท่าเรือกลางอ่าว กองบัญชาการกองเรือยุทธการ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

ตามที่ ทัพเรือภาคที่ 1 บูรณาการร่วมกับ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 1 และประสานการข่าวกับกรมข่าวทหารเรือ ร่วมกันทำการปฏิบัติการด้านการข่าวเชิงรุก จนนำไปสู่การมอบหมายภารกิจสั่งการให้ เรือ ต.992 จากกองเรือปฏิบัติการ ทัพเรือภาคที่ 1 ดำเนินการตรวจสอบและจับกุม เรือบรรทุกสินค้าทั่วไปดัดแปลงเป็นเรือบรรทุกน้ำมัน ที่มีพฤติกรรมลักลอบขนน้ำมันผิดกฎหมาย บริเวณใต้ เกาะทะลุ จังหวัดระยอง ผลการปฏิบัติ เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2567 เวลา 19.30 น. ได้ทำการจับกุมเรือชื่อ บ.ดิวันมารีนทัวร์ มีไต๋รวมลูกเรือ จำนวน 3 คน และจากการตรวจสอบจากชุดสหวิชาชีพ พบของกลางเป็นน้ำมันดีเซลหลบเลี่ยงภาษี จำนวน 104,000 ลิตร โดยได้ควบคุมเรือดังกล่าว ไปยังท่าเรือ กลางอ่าว กองบัญชาการ กองเรือยุทธการ  อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

ก่อนในวันนี้ พลเรือโท สุระศักดิ์  สิงขรวัฒน์ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1(ผบ.ทรภ.1) และ  ผู้อำนวยการศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาค 1  (ผอ.ศรชล.ภาค 1) ได้แถลงข่าวการจับกุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประกอบด้วย ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลภาค 1, สำนักตรวจสอบป้องกันและปราบปราม กรมสรรพสามิตร, สำนักเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพัทยา แล ะสาขาระยอง, สำนักงานประมงจังหวัดชลบุรี, สถานีตำรวจน้ำ 3 กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจน้ำ, ชุดเฉพาะกิจปราบปรามน้ำมันเถื่อนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ กรมศุลกากร ซึ่งจะบูรณาการร่วมกันตรวจสอบเรือดังกล่าวและที่มาของน้ำมันเพื่อขยายผลต่อไป ทั้งนี้ การปฏิบัติการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของผู้บัญชาการทหารเรือที่ให้ดำเนินการปราบปรามการกระทำผิดกฎหมายในทะเลอย่างจริงจัง เพื่อปกป้องและรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลในเขตพื้นที่รับผิดชอบ

'กางเกงแมวโคราช' เด็ด!! โผล่แฟชันไอเทมในเกมดังระดับโลก อวดซอฟต์พาวเวอร์ไทย แถมสร้างมูลค่าได้ถึง 363 ล้านบาท

(22 ม.ค. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากหอการค้าจังหวัดนครราชสีมาได้เปิดตัว กางเกงแมวโคราช ไปเมื่อช่วงปลายปี 2566 ที่ผ่านมา ได้เกิดกระแสกางเกงแมวโคราชเป็น Soft Power ดังไปทั่วประเทศ

ล่าสุดทางคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์แห่งชาติ ได้ร่วมมือกับภาครัฐ และเอกชน ผลักดันกางเกงแมวโคราชสู่ระดับนานาชาติผ่านไอเทมในเกมออนไลน์ อย่างเช่น เกม Free Fire นับเป็นการต่อยอดการประยุกต์ใช้ดิจิทัลคอนเทนต์จากอุตสาหกรรมเกมและอีสปอร์ตที่กำลังเติบโต เพื่อร่วมส่งเสริมผลิตภัณฑ์สร้างสรรค์ที่สะท้อนวัฒนธรรม เรื่องราวและเสน่ห์ของประเทศไทย นำไปสู่การสร้าง Soft Power ต่อไปในอนาคต โดยมีรายงานว่า กางเกงแมวโคราช ใน skin ในเกม Free Fire ได้ Free Media รวมมูลค่าถึง 363 ล้านบาท

นายจิรพิสิฐ์ รุจน์เจริญ ประธาน YEC (Young Entrepreneur Chamber of Commerce) หอการค้าจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า เราได้นำผลิตภัณฑ์กางเกงแมวโคราชเข้าไปร่วมเป็นแฟชั่นไอเทมชิ้นใหม่ในเกม Free Fire ซึ่งเป็นเกมชื่อดังระดับโลก โดยในแต่ละไตรมาสสามารถเข้าถึงผู้เล่นได้มากกว่า 568 ล้านคน จากกว่า 160 ประเทศทั่วโลก

นับเป็นการสร้างประสบการณ์ที่แปลกใหม่ให้กับผู้เล่นเกม ด้วยการนำเสนอคอนเทนต์ที่พาผู้เล่นทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ ได้สัมผัสวัฒนธรรมท้องถิ่นที่มีความแปลกใหม่ เป็นการเผยแพร่เสน่ห์ของประเทศไทยในมุมใหม่ ๆ ออกไปสู่สายตาต่างชาติ และคาดว่าจะได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้เล่นทั่วโลก โดยได้มีการเปิดตัวไอเทมกางเกงแมวโคราชพร้อมกันทั่วโลกในวันที่ 10 มกราคม 2567 ที่ผ่านมา

‘เกาหลีเหนือ’ สั่ง 2 วัยรุ่น ใช้แรงงานหนัก 12 ปี หลังถูกจับได้ว่าลักลอบดูซีรีส์ของเกาหลีใต้

(22 ม.ค. 67) สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า มีการเผยแพร่คลิปเจ้าหน้าที่รัฐบาลเกาหลีเหนือ ลงโทษวัยรุ่น 2 คน ให้ไปใช้แรงงานหนัก 12 ปี จากความผิดฐานแอบดูซีรีส์เกาหลีใต้

สำนักข่าวรอยเตอร์ เผยแพร่คลิปวิดีโอขณะที่เจ้าหน้าที่รัฐบาลเกาหลีเหนือ นำตัววัยรุ่นชายอายุ 16 ปี 2 คนที่ถูกใส่กุญแจมือ มาตัดสินลงโทษให้ไปใช้แรงงานหนักเป็นเวลา 12 ปี จากความผิดข้อหาลักลอบดูซีรีส์ หรือ ละครที่ผลิตโดยเกาหลีใต้ ท่ามกลางสายตาวัยรุ่นหลายร้อยคนเป็นประจักษ์พยานรับรู้เรื่องนี้ ถือว่าเป็นบทลงโทษที่ค่อนข้างรุนแรง เนื่องจากในอดีต ผู้ที่ฝ่าฝืนกฎข้อบังคับในลักษณะนี้ หากว่ายังเป็นวัยรุ่นก็จะถูกส่งตัวไปยังค่ายใช้แรงงานเยาวชน และระยะเวลาของการลงโทษส่วนใหญ่ยังน้อยกว่า 5 ปี อีกด้วย

สำหรับภาพที่ถูกเผยแพร่ออกมาครั้งนี้ ให้รายละเอียดว่าบันทึกไว้เมื่อปี 2022 ถือว่าเป็นคลิปวิดีโอที่หาชมได้ยาก เนื่องจากปกติแล้ว เกาหลีเหนือจะมีกฎห้ามบันทึกภาพถ่าย วิดีโอ และหลักฐานอื่น ๆ เกี่ยวกับการใช้ชีวิตในประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้หลุดไปสู่สายตาของคนภายนอก แต่ผู้เชี่ยวชาญบางส่วนเชื่อว่า รัฐบาลเกาหลีเหนือจงใจเผยแพร่คลิปนี้ เพื่อเป็นการเตือนให้ชาวเกาหลีเหนืออย่าทำเป็นเยี่ยงอย่าง

หากอ้างอิงตามข้อมูลจากคลิปที่หลุดออกมาแล้วสามารถสรุปได้ว่า เกาหลีเหนือห้ามผู้คนดูภาพยนตร์ และละคร รวมถึงฟังเพลงที่ผลิตจากเกาหลีใต้ ที่พวกเขามองว่าเป็นระบอบหุ่นเชิด นอกจากนี้ ยังห้ามผู้หญิงแต่งตัวในรูปแบบที่ได้รับอิทธิพลมาจากต่างชาติ ไม่ว่าจะเป็นการย้อมสีผม ใส่กางเกงขาสั้น และรองเท้าแตะอีกด้วย อย่างไรก็ดี แม้จะเสี่ยงที่จะถูกลงโทษสถานหนัก แต่เชื่อว่ามีวัยรุ่นเกาหลีเหนือจำนวนไม่น้อย ก็พร้อมยอมเสี่ยงที่จะถูกลงโทษเพื่อแลกกับการได้ชมละครหรือซีรีส์จากเกาหลีใต้ประเทศเพื่อนบ้าน ที่ได้รับความนิยมไปทั่วเอเชียและทั่วโลก

📌 เปิดไทม์ไลน์ภารกิจนายกฯ ครม.สัญจร ระนอง 22-23 ม.ค. 67

นายกฯ เศราฐา ทวีสิน หอบคณะลงพื้นที่ จ.ระนอง ตรวจราชการ-ประชุม ครม.นอกสถานที่ พร้อมติดตามประเด็นการค้าผ่านแดน แรงงานข้ามชาติ พิธีการศุลกากร และประมง รวมถึงโครงการสะพานเศรษฐกิจเชื่อมฝั่งทะเล อ่าวไทย-อันดามัน (Land Bridge ชุมพร-ระนอง)

'รมว.ปุ้ย' ลงพื้นที่ จว.ใต้ ฝั่งอันดามัน ปักหมุดจังหวัดแรก 'ชุมพร' 'เยี่ยมชม-ให้กำลังใจ-รับฟังปัญหา' กลุ่มผู้ประกอบการ

'รัฐมนตรีฯ พิมพ์ภัทรา' นำคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ปักหมุดจังหวัดแรก 'ชุมพร' เยี่ยมชมและให้กำลังใจ พร้อมรับฟังปัญหาอุปสรรคและข้อเสนอแนะ จาก 2 ผู้ประกอบกิจการโรงงานในพื้นที่ ผลักดันสู่เป้าหมายตามนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรม ทั้งด้านผลิตภาพ ดูแลสิ่งแวดล้อม ใส่ใจชุมชน รวมทั้งพัฒนาอาชีพ กระจายรายได้ให้กับชุมชน

(22 ม.ค. 67) นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นำคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม ประกอบด้วยปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม และผู้บริหารระดับสูงกระทรวงอุตสาหกรรม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ไปตรวจราชการ และประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ ครั้งที่ 1/2567 และลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมกลุ่มจังหวัดภาคใต้ฝั่งอันดามัน ในพื้นที่จังหวัดชุมพร จังหวัดระนอง และจังหวัดสุราษฎร์ธานี 

โดยในวันนี้ (22 ม.ค. 67) ได้นำคณะตรวจเยี่ยมผู้ประกอบกิจการโรงงานในจังหวัดชุมพร เป็นจังหวัดแรก เพื่อเยี่ยมชมและให้กำลังใจพร้อมรับฟังปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ จากการประกอบกิจการ รวมทั้งข้อเสนอแนะจากผู้ประกอบกิจการในพื้นที่ โดยมุ่งเป้าไปที่การพัฒนาอุตสาหกรรมในพื้นที่และอุตสาหกรรมเป้าหมายของประเทศ ซึ่งเป็นนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรม ในด้านการเพิ่มผลผลิต การดูแลสิ่งแวดล้อม การดูแลชุมชน การพัฒนาอาชีพ เพื่อเป็นการกระจายรายได้ให้กับชุมชนอย่างทั่วถึง

โดยการลงพื้นที่จังหวัดชุมพรครั้งนี้ จุดแรกได้ไปตรวจเยี่ยม บริษัท ชุมพรอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) จังหวัดชุมพร ตำบลสลุย อำเภอท่าแซะ ประกอบกิจการสกัดน้ำมันปาล์ม กลั่นและแยกไข บรรจุน้ำมันพืช ผลิตไฟฟ้าจากก๊าซชีวภาพ และผลิตปุ๋ยจากตะกอนน้ำเสีย โดยบริษัทฯ ได้รับการรับรองมาตรฐานอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มตาม Roundtable on Sustainable Palm Oil (RSPO) และมาตรฐาน ISO 9001:2015, GHPs, HACCP, HALAL และ KOSHER 

ซึ่งในปี 2567 กระทรวงฯ เตรียมที่จะส่งเสริมและพัฒนาให้เป็นต้นแบบอุตสาหกรรมปาล์มน้ำมันครบวงจรอย่างยั่งยืน ตามแนวนโยบาย MIND อุตสาหกรรมวิถีใหม่ พร้อมเป็นพี่เลี้ยงให้กับสถานประกอบการอื่น ๆ ในพื้นที่ ขณะเดียวกันก็จะเพิ่มมูลค่า by product จากการสกัดและแยกไขสู่อุตสาหกรรมโอเลโอเคมีคอล (Oleochemical) สนับสนุนเงินทุนหรือขยายเวลาเรื่องการติดตั้งระบบ CEMs และระบบดักฝุ่น (ESP) ของหม้อน้ำ

จากนั้นได้เดินทางไปยังจุดที่ 2 วิสาหกิจชุมชนกลุ่มกาแฟบ้านถ้ำสิงห์ ตำบลถ้ำสิงห์ อำเภอเมือง โดยวิสาหกิจชุมชนฯ ได้รับการรับรองมาตรฐานสาธารณสุข อย. และมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) และได้เข้าร่วมโครงการแปรรูปสินค้าเกษตรอุตสาหกรรม 1 จังหวัด 1 ชุมชน (OPOAI -C) ประจำปีงบประมาณ 2566 ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ลูกอมกาแฟ มูลค่าทางเศรษฐกิจประมาณ 23,600 บาทต่อปี ซึ่งในปี 2567 กระทรวงฯ เตรียมที่จะเข้าไปให้การส่งเสริมและพัฒนาวิสาหกิจชุมชนฯ ในด้านต่าง ๆ อาทิ พัฒนากระบวนการผลิต เช่น การปรับปรุงอาคารล้าง การขยายขนาดเครื่องอบร้อน เป็นต้น หรือการขอรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ใหม่ ส่งเสริมการขอรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ชุมชน (มผช.) สำหรับผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น ลูกอมกาแฟ และส่งเสริมการตลาด เพื่อเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์

"ผู้ประกอบการทั้ง 2 ราย ถือได้ว่าเป็นสถานประกอบการที่มีประสิทธิภาพสูง ได้รับการยอมรับและการรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภายในและต่างประเทศ สามารถสร้างมูลค่าเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดได้เป็นอย่างดี ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรมเองก็พร้อมที่จะให้การสนับสนุนตามการร้องขอของผู้ประกอบการ เพื่อให้การพัฒนาธุรกิจมุ่งไปสู่เป้าหมายที่กระทรวงฯ ได้ตั้งเป้าไว้ คือ การเพิ่มผลผลิต การดูแลสิ่งแวดล้อม การดูแลชุมชน การพัฒนาอาชีพ เพื่อเป็นการกระจายรายได้ให้กับชุมชนอย่างทั่วถึง ขณะเดียวกันในส่วนของปัญหา อุปสรรคต่าง ๆ รวมทั้งข้อเสนอแนะที่ผู้ประกอบการทั้ง 2 ราย ได้ร้องขอมานั้น ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยการผลิตในพื้นที่ไม่เพียงพอ ต้นทุนวัตถุดิบเพิ่มสูงขึ้น กฎหมายที่เกี่ยวข้องบางฉบับไม่เป็นธรรมกับผู้ประกอบการ สิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วยังถูกมองว่าเป็นขยะ ผู้ประกอบการขาดแหล่งเงินทุนหมุนเวียน และระบบสาธารณูปโภค สาธารณูปการในพื้นที่ยังไม่เพียงพอนั้น ดิฉันขอรับเรื่องดังกล่าวไปพิจารณา และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ไปดำเนินการให้เรียบร้อย และแก้ปัญหาให้ตรงจุด เพื่อไม่ให้เกิดช่องโหว่ หรือเกิดการสะดุดในระหว่างประกอบกิจการได้" นางสาวพิมพ์ภัทรา กล่าว

ทั้งนี้ จังหวัดชุมพร มีมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP : Gross Provincial Product) 130,074 ล้านบาท เป็นลำดับที่ 22 ของประเทศ และลำดับ 4 ของภาคใต้ รองจากจังหวัดสงขลา จังหวัดนครศรีธรรมราช และจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีรายได้ GPP (GPP Per Capital) ต่อคนมูลค่า 259,853 บาทต่อคนต่อปี อยู่ในลำดับที่ 11 ของประเทศ และลำดับที่ 1 ของภาคใต้ โดยมีภาคธุรกิจหลัก ๆ คือ อุตสาหกรรมการบริการและการท่องเที่ยว ร้อยละ 35.64 มูลค่า 46,362 ล้านบาท  ภาคการเกษตรกรรม ร้อยละ 56.75 มูลค่า 73,812 ล้านบาท และภาคอุตสาหกรรม ร้อยละ 7.61 มูลค่า 9,899 ล้านบาท และมีพืชเศรษฐกิจที่สำคัญ ประกอบด้วย ปาล์มน้ำมัน ทุเรียน ยางพารา มะพร้าว และกาแฟ เป็นต้น

"จังหวัดชุมพร เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศหลายด้าน ซึ่งหากมีการส่งเสริมและสนับสนุนอย่างเหมาะสม จะช่วยให้จังหวัดชุมพรสามารถเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศต่อไปได้" รมว.พิมพ์ภัทรา กล่าวทิ้งท้าย

‘โฆษก รทสช.’ อัด!! ‘จิรัฏฐ์’ ปมขอเข้าดูบ้านพัก ’บิ๊กตู่’ ชี้!! องคมนตรีอยู่นอกการเมือง ไม่ควรก้าวล่วงท่าน

เมื่อวานนี้ (21 ม.ค.67) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี ในฐานะโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงกรณีที่นายจิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ สส.ฉะเชิงเทรา พรรคก้าวไกล ที่ได้ให้สัมภาษณ์ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร ว่าจะดำเนินการตรวจสอบกระทรวงกลาโหมและกองทัพในประเด็นต่างๆ ว่า เป็นเรื่องที่ดีที่ กมธ.จะเข้าไปตรวจสอบหน่วยงานต่างๆ ของรัฐ ซึ่งตนในฐานะ สส. ก็สนับสนุนให้ไปตรวจสอบหน่วยงานของรัฐทุกหน่วยที่ไม่ใช่เฉพาะกระทรวงกลาโหม แต่การจะไปตรวจสอบอะไรนั้นก็ต้องมีการหารือกันในคณะ กมธ.ให้มีมติก่อน ไม่ใช่อยากจะตรวจสอบอะไรก็ออกมาให้ข่าว ซึ่งกรณีนี้ไม่ทราบว่าทาง กมธ.ได้มีมติออกมาหรือยัง และก็ไม่ทราบว่านายจิรัฏฐ์ใช้อำนาจใดที่จะไปตรวจสอบ เพราะการจะทำหน้าที่อะไรนั้นเราจะต้องเข้าใจอำนาจหน้าที่ กฎหมาย และบทบาทก่อน เพื่อให้เกิดความน่าเชื่อถือและเป็นที่ยอมรับของสังคมและประชาชน

“นายจิรัฏฐ์ก็ไม่ใช่ประธาน กมธ. เป็นเพียงโฆษก ก็ควรจะออกมาแถลงแค่มติของ กมธ. ไม่ใช่ออกมาแถลงในสิ่งที่ตัวเองอยากจะพูด อยากจะทำ นายจิรัฏฐ์จะทำอะไรควรคิดให้มากและรอบคอบ เพราะมันจะทำให้ กมธ.ไม่มีความน่าเชื่อถือ และไม่ได้รับการยอมรับจากสังคมและประชาชน” นายอัครเดช กล่าว 

โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ ยังกล่าวต่อถึงกรณีที่นายจิรัฏฐ์ จะขอกระทรวงกลาโหมเข้าไปถ่ายทำบ้านพักของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา องคมนตรี ว่า ปัจจุบันตั้งแต่พล.อ.ประยุทธ์ ได้รับโปรดเกล้าฯ เป็นองคมนตรี ก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองแล้ว ก็ไม่ควรไปก้าวล่วงท่าน ซึ่งนายจิรัฏฐ์เป็นถึง สส. ก็ต้องรู้ว่าใครอยู่ในการเมือง อยู่นอกการเมือง หรืออะไรควร ไม่ควร ต้องคำนึงถึงความเหมาะสมด้วย ควรทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อถือ เชื่อมั่น เพราะไม่เช่นนั้นก็จะทำให้ตัว สส.เสื่อมเสียไปเอง และขอแนะนำให้นายจิรัฎฐ์เอาเวลาไปทำเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนจะดีกว่า

‘สื่อฮ่องกง’ ชี้ ‘ทุเรียนไทย’ กำลังเสียแชมป์เจ้าตลาดในแดนมังกร หลัง ‘เวียดนาม-ฟิลิปปินส์’ แข่งส่งออก ซ้ำ!! ‘จีน’ หันมาผลิตเอง

เมื่อวานนี้ (21 ม.ค. 67) หนังสือพิมพ์เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์รายงานว่า ภายในแค่ 3 ปี จีนประสบความสำเร็จสามารถปลูกทุเรียนได้เองเพิ่มกำลังการผลิตจาก 50 ตัน มาอยู่ที่ 500 ตัน ภายในปีหน้า

"การบริโภคทุเรียนภายในประเทศคาดจะสามารถเพิ่มการผลิต 250 ตันปีนี้ แต่ภายในปีหน้าจะสามารถมีกำลังการผลิตมหาศาลโดยกำลังการผลิตสามารถแตะ 500 ตัน” เฟง ซูจี (Feng Xuejie) ผู้อำนวยการสถาบันผลไม้เขตอากาศร้อนชื้น (Institute of Tropical Fruit Trees) ประจำสถาบันวิทยาศาสตร์การเกษตรไห่หนาน (Hainan Academy of Agricultural Sciences)

ปีที่ผ่านมา มณฑลไห่หนานประสบความสำเร็จสามารถผลิตทุเรียนได้ถึง 50 ตัน ซึ่งเฟงมองว่ายังไม่เพียงพอต่อความต้องการทุเรียนอย่างสูงของผู้บริโภคชาวจีน

“สำหรับราคาและรสชาติของทุเรียนภายในประเทศในอนาคตนั้นขอให้เฝ้ารอ” เฟง กล่าวเสริม

ซึ่งกลายเป็นที่ฮือฮาไปทั่วเมื่อ ‘ปักกิ่ง’ ปีที่ผ่านมาประสบความสำเร็จสามารถออกผลผลิตทุเรียนปลูกเองภายในประเทศที่มณฑลไห่หนานได้

หนังสือพิมพ์ฮ่องกงรายงานว่า ผู้บริโภคทุเรียนในจีนมองทุเรียนโดยเฉพาะคนชั้นกลางที่มีกำลังซื้อต่างมองผลไม้เปลือกแข็งหนามแหลมและมีรสชาติที่หอมหวานไม่เหมือนใครว่าเป็นเสมือนรางวัล ซึ่งทุเรียนนั้นขึ้นชื่อว่าเป็น ‘ราชาผลไม้’

หนังสือพิมพ์ฮ่องกงชี้ต่อว่า การนำเข้าทุเรียนปีที่แล้วสูงลิ่ว แต่ทว่าปักกิ่งซึ่งเป็นผู้ซื้อรายใหญ่เริ่มกระจายการซื้อทุเรียนไปยังหลายแหล่งเพื่อให้ตรงตามความต้องการที่หลากหลายของผู้บริโภคชาวจีนภายในประเทศ ซึ่งจากแต่เดิมเคยนำเข้าทุเรียนจาก ‘ไทย’ เพียงเจ้าเดียว โดยปักกิ่งได้นำเข้าทุเรียนจาก ‘เวียดนาม’ และ ‘ฟิลิปปินส์’ ส่งผลทำให้ไทยกำลังสูญเสียความเป็นเจ้าตลาดทุเรียนในจีนไปอย่างช่วยไม่ได้

อ้างอิงข้อมูลจากตัวเลขทางการของสำนักงานศุลกากรจีนพบว่า จีนนำเข้าทุเรียนทั้งหมด 1.4 ล้านตันภายใน 12 เดือนแรกของปี 2023 สูง 69% จากปีก่อนหน้า

ขณะที่ไทยซึ่งอดีตเคยเป็นเจ้าการตลาดการส่งออกทุเรียนไปจีน มียอดการส่งออกตกจากเกือบ 100% ในปี 2021 มาอยู่ที่ 95.36 ในปี 2022 และเหลือแค่ 67.98% มาจนถึงเดือนธันวาคมปี 2023

อ้างอิงข้อมูลวันที่ 11 เม.ย ปี 2566 จากกรมการส่งออก การผลิตทุเรียนไทยต่อปีที่ 1,480,000 ตัน และสายพันธุ์ที่ปลูกและส่งออกคือ ชะนีหมอนทอง ก้านยาว กระดุมพวงมณี

กรมการส่งออกพบว่า ‘ทุเรียนฟิลิปปินส์’ ที่ส่งออกไปจีนเป็นพันธุ์ปูยัต (Puyat) มีลักษณะเนื้อสีทอง กลิ่นหอมแรงและรสชาติเข้มข้น

สมาคมอุตสาหกรรมทุเรียนดาเวา (DIADC) ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบัน มณฑล/เขต ที่ปลูกทุเรียนของฟิลิปปินส์มีจำนวน 47 แห่ง พื้นที่ปลูกทุเรียนรวมประมาณ 160 ตารางกิโลเมตร ผลผลิต 100,000 ตันต่อปี สายพันธุ์ทุเรียนที่สามารถปลูกได้ในฟิลิปปินส์คือ ชะนี, หมอนทอง, alcon fancy, arancillo และ puyat

ส่วน ‘ทุเรียนเวียดนาม’ ที่ส่งเข้าไปตีตลาดจีนและแซงหน้าไทยได้นั้นเป็น ‘พันธุ์หมอนทอง’ (Ri6 หมอนทอง 6) จากจ.ดักลัก ซึ่งก็เป็นสายพันธุ์เดียวกันกับทุเรียนไทยที่ส่งออกมายังตลาดจีน

ตามรายงานของกรมการส่งออกระบุว่า จุดแข็งของทุเรียนเวียดนามคือ ระยะทางที่สั้นและเวลาการขนส่งน้อยแค่ 2 ชม. ถึงด่านจีน ทำให้ทุเรียนเวียดนามยังคงรักษาคุณภาพได้เป็นอย่างดี

เซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์รายงานว่า บรรดาผู้ส่งออกทุเรียนเวียดนามไปจีนนั้นเริ่มตั้งแต่เกือบ 0% ไปอยู่ที่ 4.63% ที่ 188.1 ล้านดอลลาร์ในปี 2022, และเพิ่มไปอยู่ที่ 31.82 % ใน 11 เดือนแรกของปี 2023 มีมูลค่าอยู่ที่ 2.1 พันล้านดอลลาร์ เบียดการส่งออกทุเรียนจากไทย

ขณะที่บรรดาผู้ส่งออกทุเรียนในมาเลเซียต่างพยายามผลักดันข้อตกลงในปีนี้เพื่อเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีของความสัมพันธ์จีน-มาเลเซีย ไซมอน ชิน (Simon Chin) ผู้ก่อตั้งบริษัทส่งออก DKing กล่าว

ปัจจุบันมาเลเซียได้รับอนุญาตให้ส่งออกทุเรียนแช่แข็งไปจีนเท่านั้น

ชินแสดงความเห็นกับสื่อฮ่องกงว่า “ปัจจุบันพวกเรากำลังอยู่ระหว่างการเจรจากับจีนเพื่อหาลู่ทางการส่งออกผลไม้สด เช่นเดียวกับที่ไทยและเหมือนเช่นที่ฝ่ายไทยทำ”

อย่างไรก็ตามในแง่รายได้ การส่งออกทุเรียนไทยมาจีนนั้นยังคงเพิ่มในปีที่ผ่านมาเนื่องมาจากความต้องการสูงของตลาดผู้บริโภคจีนในเมืองระดับการที่เริ่มจะมีมากขึ้น แซม ซิน (Sam Sin) ผู้อำนวยการพัฒนาประจำ S&F Produce Group ที่มีฐานอยู่ในฮ่องกงชี้

สมุทรปราการ- 'TRIPLE SSS BY IMPERIAL' มอบรางวัล 'น้องปูเป้' เยาวชนคนเก่งคว้าแชมป์โลก สเก็ต U 14 ประเทศบราซิล

TRIPLE SSS by IMPERIAL จัดพิธีมอบรางวัลให้กับ ด.ญ. ขวัญกิตติกานต์ ทิพย์สมบัติ หรือ น้องปูเป้ อายุ 13 ปี เยาวชนคนเก่งจาก TRIPLE SSS by IMPERIAL ปัจจุบันน้องปูเป้ กำลังศึกษาอยู่ชั้น ม.1/4 โรงเรียนนวมินทราชินูทิศ สวนกุหลาบวิทยาลัยสมุทรปราการ หลังจากที่ได้ลงแข่งขันกีฬาสเก็ตในรุ่น U14 รายการของ ISSA Surfskate ชื่อว่า "LAND SURFING WORLD TOUR" ที่ประเทศบราซิล 

และมีคะแนนรวมมาเป็นอันดับที่ 1 ในการแข่งขัน 4 สนาม กระทั่งสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศระดับแชมป์โลกมาครองในการแข่งขันกีฬาสเก็ต โดยการเอาชนะนักกีฬาจากประเทศต่างๆ อีกกว่า 12 ประเทศทั่วโลก อีกทั้งยังเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยภายใต้การสนับสนุนของ TRIPLE SSS by IMPERIAL 

ซึ่งในพิธีมอบรางวัลในครั้งนี้ได้รับเกียรติจากท่าน สงคราม​ กิจเลิศไพโรจน์​ กรรมการผู้จัดการใหญ่​ ศูนย์การค้าอิมพิเรียลเวิลด์​สำโรง​ พร้อมด้วย นางสาวนิตยา​ สุพัฒน์เดชากุล​ ผู้อำนวย​การ​ศูนย์กีฬาของอิมพิเรียลเวิลด์สำโรง​ และนายกสมาคมกีฬา สมาคมส่งเสริมกีฬาอาชีพ จ.สมุทรปราการ​ นายจักรพันธ์​ รุ่งสุขเจริญ​ นายกสมาคมกีฬาเอ็กซ์ตรีม จ.สมุทรปราการ​ ร่วมแสดงความยินดีและมอบรางวัลให้กับน้องปูเป้ในครั้งนี้​ ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 6 ศูนย์การค้าอิมพีเรียลเวิลด์ สำโรง 

โดยทางด้าน นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์​ กล่าวว่า​ อิมพีเรียลเวิล์ดสำโรง วางบทบาทในการสร้างโอกาสให้กับเยาวชน ด้านกีฬาเราจะสังเกตว่าใน 2-3 ปี ที่ผ่านมา อิมพีเรียลเวิล์ดสำโรงเข้ามามีส่วนร่วมในวงการกีฬามากขึ้น ทั้งนี้เพราะเราเล็งเห็นความสำคัญของกีฬาที่มีต่อเยาวชนในปัจจุบัน อิมพีเรียลเวิล์ดสำโรง มีสนามไอซ์สเก็ต ที่สร้างนักกีฬาระดับทีมชาติ ที่ได้เข้าร่วมการแข่งขันในระดับนานาชาติ และระดับโลก โดยเป็นสนามแห่งความเป็นเลิศ 1 ใน 5 ของสนามระดับนี้ทั้งโลก เรามีสนามฝึกซ้อมกอล์ฟ โดยอาศัยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมีเครื่อง SIMULATORS เครื่องฝึกและทดสอบกอล์ฟเสมือนจริง ที่มีใช้ในสนามอื่นๆ อีกไม่กี่แห่งทั้งโลก เรามีสระว่ายน้ำที่ทันสมัย บรรยากาศร่มรื่น มีการเรียนการสอนกีฬาว่ายน้ำโดยอดีตโค้ชทีมชาติ เรามีสนามสำหรับฝึกซ้อมและพัฒนากีฬาเทเบิลเทนนิสที่ผลิตนักกีฬาระดับจังหวัด และระดับชาติออกไปอีกหลายๆ คน 

และที่ใหม่ล่าสุดคือ ลาน Surfskate ในร่มที่เป็นลานไม้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ลานสเก็ตแห่งนี้กำลังเป็นที่โจษจันกันในวงการ Surfskate ถึงความทันสมัยและความท้าทาย ที่ทำให้นักกีฬาต่างชาติอยากจะมาทดลองเล่น ทุกวันนี้เรามีนักกีฬามาจากต่างประเทศหลายประเทศมาเล่นที่ลานสนามของเราตลอดเวลา หรือแม้แต่นักเล่นสเก็ตของไทยก็พยายามหาโอกาสมาเล่นที่ลานสนามของเราด้วยเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม อิมพีเรียลเวิลด์สำโรง จะค่อยๆ สร้างโอกาสและสนับสนุนนักกีฬาเยาวชนของสมุทรปราการให้ได้รับโอกาสในการพัฒนาตามศักยภาพของแต่ละคนและจะพยายามเพิ่มประเภทของกีฬาที่เราจะเข้าไปส่งเสริมให้มากยิ่งขึ้น

โดยทางด้านคุณฝ้าย นิตยา สุพัฒน์เดชากุล เปิดเผยว่า​ เรามาสนับสนุนกีฬา Surfskate และลงมือสร้างลาน Surfskate ที่ทำด้วยไม้ และใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เพราะเราเล็งเห็นว่าในปัจจุบันกีฬาประเภท EXTREME SPORTS กำลังเป็นที่นิยมในหมู่เยาวชนวัยรุ่นเป็นอย่างมาก ถ้าเรามีการบริหารจัดการกีฬาเหล่านี้อย่างเหมาะสม มีการฝึกสอนและพัฒนานักกีฬาอย่างเป็นขั้นตอน มีการส่งเสริมนักกีฬาให้ได้มีโอกาสไปแข่งขันใน LEAGUE ต่างๆ ทั้งในและต่างประเทศ นักกีฬาก็จะสามารถเพิ่มทักษะของตนไปตามลำดับ 

จะส่งเสริมพัฒนานักสเก็ตเยาวชนของไทยอย่างต่อเนื่อง เราจะจัดตั้ง ACADEMY ขึ้นเพื่อฝึกสอนนักกีฬา จะมีการแข่งขันแบบ TOURNAMENT และแบบ LEAGUE จะมีการจัดลำดับนักกีฬา และเก็บสถิติของนักกีฬาสเก็ตของไทย เพื่อวางมาตรฐานให้กีฬานี้เป็นที่นิยม และพัฒนาไปสู่การแข่งขันระดับชาติ และระดับโลกต่อไป

ครูบาธรรมชัย เข้ารับรางวัลญาณสังวร “ญสส.๑๑๐ปีประจำปี๒๕๖๗ สาขา พระสงฆ์ผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศชาติ

พระครูสุชัยธรรมนันท์ (ครูบาธรรมชัย)เข้ารับรางวัลญาณสังวร “ญสส.๑๑๐ปีประจำปี๒๕๖๗ สาขา พระสงฆ์ผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศชาติ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมัชชานักจัดรายการข่าววิทยุโทรทัศน์หนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (สวนท.) จัดโครงการ ญสส . ๑๑๐ ปีอนุสรณ์ พระชันษาชาตกาลสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังธฆปรินายก โดยมี พล.อ.พิจิตร กุลละวณิชย์ องค์มนตรี ในรัชกาลที่ 9 เป็นผู้ก่อตั้งโครงการฯ ได้รับประทานโล่รางวัลจากสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มอบรางวัลญาณสังวร “ญสส.๑๑๐ปีประจำปี๒๕๖๗ แด่พระครูสุชัยธรรมนันท์ (ครูบาธรรมชัย)สาขา พระสงฆ์ผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศชาติ ณ. หอประชุมใหญ่กรมประชาสัมพันธ์ ถ.พระราม 6 เขตพญาไทกรุงเทพฯ

พระครูสุชัยธรรมนันท์(ครูบาธรรมชัย )เจ้าอาวาสวัดศรีพันต้น จ.น่าน และเจ้าสำนักสถานธรรม ธรรมชัย แผ่นดินทอง อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี กล่าวว่า ท่านเป็นศิษย์เอกหลวงปู่ขันธ์ วัดศรีพันต้น จ.น่าน เกจิผู้เปลี่ยมด้วยเมตตา พระผู้มีแต่ให้มีปณิธานสูงสุดในการสร้างโรงพยาบาลรักษาฟรี ตามเจตนารมณ์หลวงปู่ขันธ์ผู้เป็นอาจารย์ ที่ท่านได้อุทิศตนช่วยเหลือประชาชนที่เจ็บไข้ได้ป่วย รวมไปถึงบิดาของครูบาธรรมชัยเองก็ตาม ด้วยจิตอันเป็นกุศลทำให้ครูบาได้เดินหน้าสร้างสาธารณประโยชน์ จัดซื้อครุภัณฑ์เครื่องมือทางการแพทย์ และปรับปรุงอาคาร โรงพยาบาลบ่อเกลือ อำเภอบ่อเกลือ จังหวัดน่าน เพื่อต่อลมหายใจผู้ป่วย ประชาชนในพื้นที่ ประชาชนใกล้เคียง และชาวบ้านเขตพื้นที่รอยต่อแนวชายแดนไทย รวมไปถึงสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวด้วยข้อจำกัดต่างๆ ที่เป็นปัญหาอุปสรรคทางการแพทย์ และขาดเครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์อีกจำนวนมาก ซึ่งยังไม่เพียงพอต่อการให้บริการผู้ป่วย ชาวบ้านในพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นชาวเขา จากปัจจัยซื้อครุภัณฑ์ทางการแพทย์ที่ขาดแคลน และปรับปรุงสร้างอาคารตึกผู้ป่วยโรงพยาบาล”ครูบาธรรมชัย”กล่าวทิ้งท้ายว่า อาตมาจะ เสียสละอุทิศตนเพื่อประโยชน์คุณงามความดีและส่วนรวมของประเทศต่อไป

สำหรับรางวัลญาณสังวร “ญสส.๑๑๐ปีในแต่ละปีจะมีผู้ที่ผ่านการคัดเลือกโดยแบ่งเป็นคณะสงฆ์ และบุคคลทั่วไปทุกอาชีพ ในแต่ละจังหวัดทั่วประเทศ  ที่ประกอบไปด้วยคุณความดี มีผลงานด้านหนึ่งด้านใดอันเป็นเชิงประจักษ์ มีส่วนร่วมหรือเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับเยาวชน และองค์กร สังคม ในปีนี้มีพระสงฆ์ ผู้ที่ผ่านการคัดสรร ได้รับการคัดเลือกได้รับการยกย่องโครงการเชิดชูเกียรติ และ ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาสังคม น้อมรำลึกถวายพระเกียรติคุณแด่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก เพราะในสังคมต้องการคนดี ที่เป็นพลังขับเคลื่อนเพื่อความเข้มแข็งของสังคมและประเทศชาติ และเป็นแบบอย่างแก่คนอื่นๆซึ่งการสร้างคุณธรรม จริยธรรมให้เกิดขึ้นนั้น ประชาชนต้องมีหลักของใจอันมั่นคง มีศรัทธา และปัญญาอันถูกต้อง ปฏิบัติตนอยู่ในทางที่เป็นประโยชน์ และในการส่งเสริมบุคคลเพื่อสร้างขวัญกำลังใจ สมควรได้รับการยกย่องชมเชย สนับสนุนและเสริมสร้างขวัญกำลังใจ เพื่อเป็นเกียรติสิริมงคลแก่บุคคลตัวอย่างที่จรรโลงให้สังคมน่าอยู่โดยได้รับพระเมตตาจาก สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก ทรงประทานชื่อรางวัล”ญาณสังวร” นับแต่2566 และให้อัญเชิญตราสัญลักษณ์พระนามย่อ ญสส. ประดิษฐานประจำโล่รางวัล “ญาณสังวร” นับเป็นการเชิดชูเกียรติและส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม เป็นรางวัลที่มอบให้กับบุคคลที่เป็นผู้ปฏิบัติดี ประพฤติชอบ มีคุณธรรม จริยธรรม ได้เสียสละอุทิศตนเพื่อประโยชน์ของส่วนรวมและประเทศชาติ ยกย่องส่งเสริมบุคคลต้นแบบ คนดีของแผ่นดินตามรอยพระยุคลบาท เพื่อเป็นสรรพสิริมงคลและเกียรติประวัติสืบไป... 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top