Tuesday, 4 August 2026
Hard News Team

2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2536 ‘วันนักประดิษฐ์’ วันทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตร ‘กังหันน้ำชัยพัฒนา’ ของในหลวงรัชกาลที่ 9

เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 คณะรัฐมนตรีเห็นชอบการทูลเกล้าฯ ถวายพระราชสมัญญา ‘พระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย’ แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เสนอ โดยกำหนดให้วันที่ 2 กุมภาพันธ์ ของทุกปีเป็นวันนักประดิษฐ์ เพื่อเฉลิมพระเกียรติและเผยแพร่พระเกียรติคุณ และเพื่อให้ประชาชนเจริญรอยตามเบื้องยุคลบาท รวมทั้งปลูกฝัง เสริมสร้าง และส่งเสริม ให้เยาวชนไทยให้มีทุนทางสังคมของความเป็นนักประดิษฐ์คิดค้น พัฒนา และส่งเสริมนักประดิษฐ์ ให้ร่วมมือร่วมใจในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ความเจริญและความมั่นคงของประเทศชาติ

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ทรงเป็นพระบิดาแห่งการประดิษฐ์ไทย ด้วยทรงสนพระราชหฤทัย ในเรื่องการประดิษฐ์เครื่องจักรกลเพื่อใช้ในการพัฒนาการเกษตรรูปแบบต่างๆ โดยอยู่บนพื้นฐานการใช้เทคโนโลยีแบบง่ายๆ ใช้ภูมิปัญญาของเราเอง ใช้วัสดุภายในประเทศ เน้นความง่ายต่อการใช้งาน การซ่อมบำรุงและราคาถูก เช่น เครื่องสีข้าว กังหันน้ำ และทรงออกแบบเรือใบมด ซึ่งในวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2536 เครื่องกลเติมอากาศ ‘กังหันน้ำชัยพัฒนา’ ได้รับการพิจารณาและทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตรในพระปรมาภิไธย นับเป็นสิ่งประดิษฐ์เครื่องกลเติมอากาศเครื่องที่ 9 ของโลกที่ได้รับสิทธิบัตร และเป็นครั้งแรกที่ได้มีการรับจดทะเบียน และออกสิทธิบัตรให้แก่พระบรมราชวงศ์ด้วย จึงนับได้ว่าเป็น ‘สิทธิบัตรในพระปรมาภิไธย ของพระมหากษัตริย์ พระองค์แรกในประวัติศาสตร์ชาติไทยและเป็นครั้งแรกของโลก’

>> สิ่งประดิษฐ์ ของในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้แก่... 

1.) เครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุดซ้ำแบบทุ่นลอย (กังหันน้ำชัยพัฒนา)
ยื่นคำขอวันที่ 2 มิถุนายน พ.ศ. 2535 ประกาศวันที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2535 ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงได้รับการทูลเกล้าฯ ถวายสิทธิบัตรการประดิษฐ์ เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2536

2.) การใช้น้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงเครื่องยนต์ดีเซล (น้ำมันไบโอดีเซล)
ยื่นคำขอวันที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2544 ประกาศวันที่ 18 เมษายน พ.ศ. 2544

3.) กระบวนการปรับปรุงสภาพดินเปรี้ยวเพื่อให้เหมาะแก่การเพาะปลูก (โครงการแกล้งดิน)
ยื่นคำขอวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2550 ประกาศวันที่ 5 กรกฎาคม พ.ศ. 2550

4.) ระบบปรับปรุงคุณภาพน้ำด้วยรางพืชร่วมกับเครื่องกลเติมอากาศ
ยื่นคำขอวันที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2553 ประกาศวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

5.) เครื่องกลเติมอากาศแบบอัดอากาศและดูดน้ำ
ยื่นคำขอวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2544 ประกาศวันที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2544

6.) อุปกรณ์ควบคุมการผลักดันของเหลว (ร่วมกับมูลนิธิโครงการหลวง)
ยื่นคำขอวันที่ 27 ธันวาคม พ.ศ. 2545 ประกาศวันที่ 29 กรกฎาคม พ.ศ. 2546

7.) การดัดแปรสภาพอากาศเพื่อให้เกิดฝน เป็นสิ่งประดิษฐ์ชื่อ ‘ฝนหลวง’
ยื่นคำขอวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2545 ประกาศวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2545

8.) เครื่องกำเนิดไฟฟ้าพลังงานจลน์
ยื่นคำขอวันที่ 28 สิงหาคม พ.ศ. 2545 ประกาศวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2545

9.) ภาชนะรองรับของเสียที่ขับออกจากร่างกาย
ยื่นคำขอวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2546 ประกาศวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2546

10.) การใช้น้ำมันปาล์มกลั่นบริสุทธิ์เป็นน้ำมันหล่อลื่นสำหรับเครื่องยนต์ 2 จังหวะ
ยื่นคำขอวันที่ 23 สิงหาคม พ.ศ. 2545 ประกาศวันที่ 11 ตุลาคม พ.ศ. 2545

'อ.แก้วสรร' เผย!! เหตุผลที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยห้ามแตะ 112 หากเข้าข่ายซ่อนเร้น ไม่ให้รัฐมีอำนาจหน้าที่คุ้มครองสถาบันอีกต่อไป

(1 ก.พ. 67) นายแก้วสรร อติโพธิ เผยแพร่บทความเรื่อง ศาลรัฐธรรมนูญห้ามแตะ 112? ระบุว่า…

>>ถาม จากคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ คดีก้าวไกลยกเลิก 112 ชัดเจนว่า ต่อไปนี้ ใครจะแตะต้อง มาตรา 112 อีกไม่ได้แล้ว เช่นนั้นหรือ

ตอบ คุณช่วยสละเวลา อ่านคำวินิจฉัยที่ผมแยกแยะมาเสนอต่อไปนี้ ให้ชัดเจน ก่อนนะครับ

“ข้อเท็จจริงรับฟังได้ว่า การกระทำของผู้ถูกร้องทั้งสองมีพฤติการณ์ในการใช้สิทธิหรือเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเพื่อทำลายการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข โดย ซ่อนเร้นหรือผ่านการนำเสนอร่างกฎหมาย แก้ไขเพิ่มเติม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และใช้เป็นนโยบายพรรค รวมทั้ง มีการรณรงค์ ให้มีการยกเลิก หรือแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มีลักษณะ ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นขบวนการ ใช้หลายพฤติการณ์ประกอบกัน ทั้งการชุมนุม การจัดกิจการ การรณรงค์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ การเสนอร่างแก้ไขกฎหมายเข้าสู่สภา และการใช้เป็นนโยบายหาเสียงเลือกตั้ง”

>>ถาม ศาลหมายความว่าพรรคก้าวไกลต้องเสนอแก้ 112 โดยสงบเงียบเชียบอย่างนั้นหรือ

ตอบ ไม่ใช่ตรงนั้นครับ ศาลท่านตีตรง ‘ความเคลื่อนไหว’ ว่าเจตนาแท้จริงที่อยู่หลังการเสนอร่างกฎหมายนี้ คือมุ่งทำลายสถาบัน เป็นงานที่ทำกันอย่างเป็นขบวนการ รณรงค์สร้างกระแสโมเม้นตั้มอย่างกว้างขวาง ให้ความหมายว่าเรากำลังจะเปลี่ยนระบบแล้ว

>>ถาม มันเปลี่ยนระบบอะไรที่ตรงไหนครับ

ตอบ ตรงที่เลิกไม่ให้รัฐมีอำนาจหน้าที่คุ้มครองสถาบัน อีกต่อไป

“การที่ผู้ถูกร้องทั้งสองเสนอให้ความผิดตามมาตรา 112 ออกจากความผิดตามลักษณะ 1 จึงเป็นการกระทำเพื่อมุ่งหวังให้ความผิดตามมาตรา 112 ไม่มีความสำคัญ และไม่ร้ายแรง ไม่ให้ถือเป็นความผิดที่กระทบต่อความมั่นคงของประเทศ มีเจตนามุ่งหมายแยกสถาบันพระมหากษัตริย์และความเป็นชาติไทยออกจากกัน จึงเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐอย่างมีนัยยะสำคัญ”

>>ถาม แล้วการเอาเรื่องนี้มาชูธงเป็นนโยบายสำคัญของพรรค มันผิดตรงไหนครับ เมื่อเป็นเรื่องใหญ่ พรรคการเมืองก็ต้องรณรงค์ในวงกว้าง เป็นธรรมดาอยู่แล้ว

ตอบ เรื่องแก้ 112 นี้ พรรคก้าวไกลหยิบขึ้นมาเป็นนโยบายดื้อ ๆ เลย ไม่มีงานวิจัยหรือคำอธิบายรองรับเลยว่า ในตัวของมาตรานี้มันผิดที่ตรงไหน การเลิกคุ้มครอง ให้คนในสถาบัน พอถูกด่าก็แจ้งความเอาเอง  มันจะแก้ปัญหาอะไรได้บ้าง พอฐานเหตุผลทางกฎหมายมันไม่แน่น ศาลก็ชี้ไปเลยว่า เจตนาแท้จริงมันเป็นอย่างนี้

“เป็นการใช้นโยบายพรรคการเมือง นำสถาบันพระมหากษัตริย์ลงมาเพื่อหวังคะแนนเสียงและประโยชน์ในการชนะการเลือกตั้ง มุ่งหมายให้สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่ในสถานะเป็นคู่ขัดแย้งของประชาชน ทำให้สถาบันต้องเข้าไปเป็นฝักฝ่าย ต่อสู้แข่งขันรณรงค์ทางการเมือง อันอาจนำมาซึ่งการโจมตี ติเตียน โดยไม่คำนึงถึงหลักการปกครองที่สำคัญว่าพระมหากษัตริย์ต้องดำรงฐานะอยู่เหนือการเมือง และความเป็นกลางทางการเมือง”

>>ถาม ตัดสินอุ๊บอิ๊บกันง่ายๆอย่างนี้ มันไม่หาเรื่องกันมากไปหน่อยหรือ

ตอบ ศาลชี้แจงไว้แต่แรกแล้วว่า ศาลพิจารณาโดยระบบไต่สวน ได้รวบรวมความเป็นไปทางคดีที่เกิดขึ้นในช่วงรณรงค์ต่าง ๆ เช่นจากตำรวจ อัยการ แล้ว ภาพของการโจมตีติเตียนสถาบัน เกิดขึ้นเป็นกระแสเช่นนั้นจริง ๆ สส.ก้าวไกลที่ไปร่วมชุมนุม และคอยประกันตัวคนด่าในหลวง มีอยู่ไม่น้อยจริงๆ

>>ถาม สรุปแล้ว การใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและแตะต้อง 112 จึงทำไม่ได้อีกเลยใช่ไหม

ตอบ ศาลบอกว่ายังทำได้ แต่ต้องใช้สิทธิโดยสุจริตไม่ใช่เป็นความเคลื่อนไหวเพื่อปลุกปั่นทางการเมือง  ศาลใช้คำว่าต้องเป็นกระบวนการทางนิติบัญญัติโดยชอบ เท่านั้น

“ศาลรัฐธรรมนูญโดยมติเอกฉันท์ วินิจฉัยว่า สั่งการให้ผู้ถูกร้องทั้งสองเลิกการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา และการสื่อความหมายโดยวิธีอื่นเพื่อให้มีการยกเลิกประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 อีกทั้ง ไม่ให้มีการแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ด้วยวิธีการซึ่งไม่ใช่กระบวนการทางนิติบัญญัติโดยชอบ ที่จะเกิดขึ้นต่อไปในอนาคตด้วย”

>>ถาม เมื่อศาลตัดสินอย่างนี้ กกต. จะเสนอศาลให้ยุบก้าวไกลได้ไหม ในเมื่อก่อนเลือกตั้ง เขาเสนอนโยบายเรื่องแก้ไข 112 ให้ตรวจแล้ว กกต.ก็ไม่ว่าอะไร

ตอบ ศาลตีตรงที่วิธีการหรือความเคลื่อนไหวที่ไม่ถูกต้อง ไม่ใช่ข้อเสนอแก้ไขในตัวของมันเองไม่ถูกต้อง  ซึ่ง กกต.ยังไม่เคยวินิจฉัยประเด็นนี้มาก่อน จึงยังไม่มีอะไรมาปิดปากครับ  

>>ถาม แล้ว สส.ก้าวไกล ที่ลงชื่อเสนอร่างกฎหมาย หรือไปร่วมชุมนุม หรือช่วยประกันตัวคนด่าในหลวง  จะถูกถอดถอนเพราะผิดจรรยาบรรณได้ไหม

ตอบ เป็นเรื่องปัจเจกครับ จะฆ่าให้ตายหมู่แบบปาเลสไตน์ในกาซ่าไม่ได้ ต้องดูเป็นคน ๆ ไป ว่ารู้เห็นเป็นใจเป็นตัวตั้งตัวตีชัดเจนไหม ถ้าร่วมลงชื่อด้วย ชุมนุมด้วย ด่าเองด้วย จ้องคอยประกันตัวด้วย อย่างนี้ก็ไม่น่าจะรอด

ถาม พอพูดมาถึงตรงนี้ อาจารย์ต้องโดนเขารุมอัดแน่ ๆ

ตอบ เรื่อง ‘สิทธิพิทักษ์รัฐธรรมนูญ’ ที่มีขึ้นเพื่ออย่าให้มีนักฉวยโอกาสแบบฮิตเลอร์ ขึ้นครองอำนาจโดยผ่านเลือกตั้งจนทำลายระบอบรัฐธรรมนูญนี้ เรายังทำความเข้าใจร่วมกันไม่พอว่า มันเป็น ‘ความเคลื่อนไหว’ ที่ต้องคอยจ้องคอยปิดล้อมกันอย่างไร  

พอศาลตัดสินออกมาเช่นคดีนี้ก็ต้องเข้าใจไม่ตรงกันได้เป็นธรรมดา ผมเองมีส่วนร่างรัฐธรรมนูญปี 40 ที่นำสิทธินี้เข้ามาในกฎหมายไทยด้วย ก็ขอรับผิดชอบ เสนอกรอบคิดมาร่วมวงบ้างเท่านั้นเอง

เลิกบ้าการเมืองกันบ้างก็ดีนะครับ เมษานี้...เตรียมรับสงครามใหญ่ในโลกให้ดีก็แล้วกัน

‘ศาลรธน.’ ชี้ชัด!! นโยบายหาเสียง แก้ ม.112 พรรคก้าวไกล เข้าข่ายล้มล้างการปกครองฯ

เมื่อวานนี้ (31 ม.ค. 67) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัย กรณี ‘นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ และ ‘พรรคก้าวไกล’ เสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และใช้เป็นนโยบายหาเสียง เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พร้อมสั่ง ‘ยุติการกระทำ’ บางช่วงบางตอนในการวินิจฉัยระบุว่า…

“กฎหมายอาญามาตรา 112 เป็นบทบัญญัติที่กำหนดโทษแก่ผู้กระทำความผิดที่ดูหมิ่น อาฆาตมาดร้าย พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการ โดยพระเกียรติยศของพระมหากษัตริย์ เป็นการผดุงไว้ซึ่งเกียรติยศของประเทศ จึงมีความชอบธรรมที่ต้องมีกฎหมายคุ้มครอง ผู้ใดจะละเมิดหรือฟ้องร้องในทางใดๆ ไม่ได้”

‘รมว.ความมั่นคงสาธารณะจีน’ พบปะ ‘รมว.ยุติธรรมไทย’ เดินหน้ากระชับความร่วมมือปราบปราม ‘ยาเสพติด’

(1 ก.พ.67) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า หวังเสี่ยวหง มนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีน พบปะกับทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและสมาชิกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของไทย ณ กรุงปักกิ่งของจีน

โดย หวังเสี่ยวหง ระบุว่า จีนและไทยเป็นเพื่อนบ้านที่ดี มิตรที่ดี ญาติที่ดี และหุ้นส่วนที่ดีต่อกัน โดยเขาหวังว่าจีนและไทยจะดำเนินการตามฉันทามติสำคัญที่บรรลุโดยผู้นำของสองประเทศ กระชับความร่วมมือด้านการควบคุมยาเสพติดให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพแนวทางความร่วมมือเกี่ยวกับผู้หลบหนีและการติดตามทรัพย์สินคืน ดำเนินปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายร่วมกัน ปราบปรามอาชญากรรมต่างๆ อย่างสอดคล้องตามกฎหมาย อาทิ การผลิตและการค้ายาเสพติด การฉ้อโกงทางโทรคมนาคมและทางอินเทอร์เน็ต และการพนันออนไลน์ เสริมสร้างความร่วมมือเชิงปฏิบัติด้านการบังคับใช้กฎหมายและความมั่นคง รวมถึงส่งเสริมการสร้างประชาคมจีน-ไทยที่มีอนาคตร่วมกัน

ด้าน ทวี สอดส่อง แสดงความเต็มใจของไทยในการรักษาการแลกเปลี่ยนอย่างใกล้ชิดกับจีน พร้อมกระชับความร่วมมือการบังคับใช้กฎหมายในด้านการควบคุมยาเสพติดและอื่นๆ ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

‘มาร์ค’ ขอโทษพ่อแม่เหยื่อ ‘เฟซบุ๊ก-อินสตาแกรม’ ลั่น!! ทำดีที่สุดแล้วในการเพิ่มมาตรการป้องกัน

(1 ก.พ. 67) นสพ.USA Today สหรัฐอเมริกา เสนอข่าวในหัวข้อ ‘TikTok, Snap, X and Meta CEOs grilled at tense Senate hearing on social media and kids’ ระบุว่า ในการพิจารณาประเด็นผลกระทบของสื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ต่อสังคม ทั้งภาพลามกอนาจารของเด็กที่ถูกเผยแพร่บนอินสตาแกรม, เรื่องการเสียชีวิตจากยาเสพติดที่เชื่อมโยงกับแพลตฟอร์มเครือข่ายสังคมออนไลน์ และปัญหาอื่น ๆ อีกมากมาย โดยที่ประชุมวุฒิสภา (สว.) สหรัฐฯ เมื่อวันที่ 31 ม.ค.67 ‘มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก’ (Mark Zuckerberg) ซีอีโอของ เมตา และผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊ก ซึ่งถูกเชิญมาชี้แจง ได้หันไปกล่าวขอโทษประชาชนที่มาฟังการอภิปราย โดยประชาชนเหล่านั้นเป็นพ่อแม่ผู้ปกครองที่กล่าวหาว่าเฟซบุ๊ก รวมถึงอินสตาแกรม ทำร้ายบุตรหลานของพวกเขา

“ผมขอโทษสำหรับทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณได้รับ ไม่มีใครควรประสบกับสิ่งที่ครอบครัวของคุณต้องทนทุกข์ทรมาน และนี่คือ เหตุผลที่เราลงทุนมากมาย และเราจะดำเนินการตามความพยายามระดับชั้นนำของอุตสาหกรรมต่อไปเพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีใครต้องเจอกับสิ่งที่ครอบครัวของคุณต้องทนทุกข์ทรมานอีก” ซัคเคอร์เบิร์ก กล่าว

คำขอโทษต่อสาธารณะที่หาได้ยากนี้เกิดขึ้นท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายนิติบัญญัติและผู้สนับสนุนเด็กที่มองว่า อุตสาหกรรมนี้ล้มเหลวในการปกป้องผู้ใช้ที่อ่อนแอที่สุดจากการละเมิดและการแสวงหาผลประโยชน์มาหลายปีแล้ว ซึ่งในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการของวุฒิสภา ได้ตำหนิผู้นำของบริษัทโซเชียลมีเดียชั้นนำของประเทศหลายแห่งพร้อมเพรียงกัน และเรียกร้องให้ผู้ประกอบการธุรกิจเหล่านี้ดำเนินการทันทีเพื่อปกป้องเด็กและเยาวชนทางออนไลน์

ลินซีย์ เกรแฮม (Lindsey Graham) สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า เราทุกคนใช้สื่อสังคมออนไลน์ แม้จะมีข้อดีแต่ด้านมืดยังไม่ถูกจัดการ และตอนนี้ถึงเวลาแล้วเพราะผู้คนยึดเอาความคิดของคุณไป และพวกเขาก็ทำให้มันกลายเป็นฝันร้ายสำหรับชาวอเมริกัน 

ทั้งนี้ ความกังวลเกี่ยวกับอันตรายจากการใช้สื่อสังคมออนไลน์ต่อเยาวชนในสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้นในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา โดยมีคำแนะนำจากแพทย์ใหญ่สหรัฐฯ เมื่อปี 2566 ระบุว่า การใช้สื่อสังคมออนไลน์ทำให้เกิดความเสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพจิตของเด็กและเยาวชน และเรียกร้องให้บริษัทเทคโนโลยีดำเนินการทันที

ฝ่ายนิติบัญญัติใช้การพิจารณาเพื่อผลักดันร่างกฎหมายที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อช่วยหยุดการแสวงหาผลประโยชน์จากเด็กทางออนไลน์ รวมถึงกฎหมาย STOP CSAM ซึ่งจะอนุญาตให้เหยื่อของการแสวงหาผลประโยชน์จากเด็กฟ้องร้องแพลตฟอร์มเทคโนโลยีได้ และแม้ว่า มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก รวมถึงผู้บริหารแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์อื่นๆ จะอ้างว่าไม่ได้นิ่งนอนใจและพัฒนามาตรการป้องกันผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน แต่ก็ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่เพียงพอ

ด้าน จอห์น เคนเนดี (John Kennedy) สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า สภาครองเกรสจำเป็นต้องยื่นมือเข้าไปช่วย และการปฏิรูปที่ผู้บริหารแพลตฟอร์มพูดถึง ในระดับหนึ่งจะเหมือนกับการทาสีบนไม้ที่เน่าเสีย 

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐฯ ยอมรับว่าตนเองก็เป็นส่วนหนึ่งของปัญหาเช่นกัน โดยยกตัวอย่างห้วงเวลาในรอบ 1 ทศวรรษที่ผ่านมา มีการผ่านกฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยของเด็กเพียงฉบับเดียวเท่านั้น

รายงานข่าวกล่าวต่อไปว่า ผู้บริหารแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ที่ถูกเชิญมาชี้แจงในที่ประชุมวุฒิสภาสหรัฐฯ นอกจาก มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก จากเมตา-เฟซบุ๊ก ยังมี ลินดา ยัคคาริโน (Linda Yaccarino) ซีอีโอของเอ็กซ์ (ทวิตเตอร์), โซวซีอชิว (Shou Zi Chew) ซีอีโอของติ๊กต็อก, อีวาน สปีเกล (Evan Spiegel) ซีอีโอของสแน็ป และ เจสัน ซิตรอง (Jason Citron) ซีอีโอของดิสคอร์ด โดยซัคเคอร์เบิร์กมาที่นี่เป็นครั้งที่ 8 ขณะที่ ยัคคาริโน สปีเกลและซิตรอง เพิ่งปรากฏตัวเป็นครั้งแรก

ซิตรอง กล่าวว่า ตนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าวันนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเจรจาอย่างต่อเนื่องซึ่งส่งผลให้เกิดการปรับปรุงความปลอดภัยทางออนไลน์อย่างแท้จริง ขณะที่ ดิค เดอร์บิน (Dick Durbin) สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า ซิตรองยอมรับเฉพาะบริการของหมายเรียกนี้หลังจากที่ US Marshals ถูกส่งไปยังสำนักงานใหญ่ของดิสคอร์ด ด้วยค่าใช้จ่ายของผู้เสียภาษี

ฝ่ายนิติบัญญัติของสหรัฐฯ ยังมีเอกสารบันทึกการสื่อสารภายในองค์กรของเมตามาเปิดเผย ว่าด้วยการที่ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ปฏิเสธคำขอในปี 2564 ที่จะเพิ่มพนักงานหลายสิบคนเพื่อมุ่งเน้นไปที่ความเป็นอยู่และความปลอดภัยของเด็ก ซึ่ง ริชาร์ด บลูเมนธัล (Richard Blumenthal) สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่า สิ่งนี้ทำให้เห็นว่าไม่อาจไว้วางใจเมตาดีอีกต่อไป ขณะที่ผู้บริหารแพลตฟอร์มอื่นๆ ก็จะต้องประเมินการบ้านของตนเองด้วย

ด้าน จอร์จ ฮาวลีย์ (Josh Hawley) สมาชิกวุฒิสภา เรียกร้องให้ ซัคเคอร์เบิร์ก ขอโทษครอบครัวของเหยื่อ และให้จัดตั้งกองทุนเยียวยา แต่ผู้ก่อตั้งเฟซบุ๊กไม่ยอมรับแนวคิดนี้ในระหว่างกระบวนการพิจารณา โดย ซัคเคอร์เบิร์ก ได้ยื่นเอกสารชี้แจงว่า เมตาได้เปิดตัวฟีเจอร์ต่างๆ เพื่อช่วยผู้ปกครองและเยาวชน รวมถึงการควบคุมที่ให้ผู้ปกครองกำหนดเวลาและระยะเวลาที่บุตรหลานสามารถใช้บริการได้ การตั้งค่าที่ซ่อนเนื้อหาที่อาจละเอียดอ่อน และเครื่องมือสะกิดที่เตือนวัยรุ่นเมื่อพวกเขา ใช้อินสตาแกรมนานเกินไปหรือสายเกินไปในตอนกลางคืน

ขณะที่แพลตฟอร์มติ๊กต๊อก เนื่องจากมีเจ้าของคือ ไบท์แดนซ์ (ByteDance) บริษัทสัญชาติจีน จึงมีข้อกังวลในประเด็นความมั่นคง ว่าด้วยแพลตฟอร์มอาจส่งข้อมูลผู้ใช้งานให้กับรัฐบาลจีน แต่ โซวซีอชิว ซีอีโอของติ๊กต๊อก ชี้แจงว่า บริษัทได้ใช้เงินหลายพันล้านในโครงการที่มุ่งปกป้องข้อมูลผู้ใช้ชาวอเมริกัน อีกทั้งไม่เคยได้รับการร้องขอจากรัฐบาลจีนเรื่องให้ส่งข้อมูลผู้ใช้งาน และติ๊กต๊อกก็ไม่ได้ส่งข้อมูลดังกล่าวไปด้วย ขณะเดียวกัน ยังมีการปิดใช้งานการส่งข้อความโดยตรงสำหรับบัญชีที่เป็นของผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปี และทำให้บัญชีของพวกเขาเป็นส่วนตัวโดยอัตโนมัติอีกด้วย

ฟาก ยัคคาริโน จากเอ็กซ์ กล่าวว่า บริษัทกำลังสร้างศูนย์ควบคุมเนื้อหาในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส และบริษัทสนับสนุนกฎหมาย STOP CSAM รวมถึงกฎหมาย Kids Online Safety Act ซึ่งอาจนำไปสู่การฟ้องร้องบริษัทเทคโนโลยีที่แนะนำเนื้อหาที่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้รุ่นเยาว์มากขึ้น (นักวิจารณ์บางคนกังวลว่าเนื้อหาดังกล่าวอาจนำไปสู่การเซ็นเซอร์เนื้อหาเกี่ยวกับบุคคลข้ามเพศทางออนไลน์ด้วย) โดย สแน็ป บริษัทผู้ให้บริการแพลตฟอร์มสแน็ปแชท เป็นอีกองค์กรหนึ่งที่มีท่าทีสนับสนุนกฎหมาย Kids Online Safety Act

เจสัน ซิตรอง ซีอีโอของดิสคอร์ด กล่าวว่า เช่นเดียวกับเทคโนโลยีและเครื่องมืออื่นๆ มีผู้คนที่ใช้ประโยชน์และใช้แพลตฟอร์มของเราในทางที่ผิดเพื่อวัตถุประสงค์ที่ผิดศีลธรรมและผิดกฎหมาย พวกเราทุกคนที่นี่ในวันนี้และทั่วทั้งอุตสาหกรรมเทคโนโลยี มีความรับผิดชอบอันเคร่งขรึมและเร่งด่วนเพื่อให้แน่ใจว่าทุกคนที่ใช้แพลตฟอร์มของเราได้รับการปกป้องจากอาชญากรเหล่านี้ ทั้งทางออนไลน์และออฟไลน์

รายงานข่าวยังกล่าวอีกว่า ฝ่ายนิติบัญญัติตั้งข้อสังเกตว่ามีการเพิ่มมาตรการความปลอดภัยจำนวนหนึ่ง รวมถึงศูนย์ควบคุมเนื้อหาใหม่ของเอ็กซ์ และการป้องกันเพิ่มเติมสำหรับวัยรุ่นบนแพลตฟอร์มของเมตา ในช่วงหลายสัปดาห์ก่อนการพิจารณาของวุฒิสภา ขณะที่สวัสดิภาพของเด็กในสื่อสังคมออนไลน์เป็นเพียงไม่กี่ประเด็นที่อยู่เหนือการแบ่งฝักฝ่ายทางการเมือง โดย สว.ลินซีย์ เกรแฮม กล่าวว่า ทั้งพรรคเดโมแครตและพรรครีพับลิกันเห็นพ้องต้องกันว่าบริษัทเทคโนโลยีจำเป็นต้องมีการกำกับดูแลด้านกฎระเบียบมากขึ้น

ยังมีการเปรียบเทียบกับปัญหาของเครื่องบินโดยสารที่ผลิตโดยบริษัทโบอิง โดย 2 สว. คือ เอมี โคลบูชาร์ (Amy Klobuchar) กับ คริส คูนส์ (Chris Coons) มีความเห็นขัดแย้งกันกฎระเบียบในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและสายการบิน แต่เน้นการตอบสนองอย่างรวดเร็ว ในกรณีเครื่องบินโบอิงเกิดเหตุประตูหลุดกลางอากาศเมื่อช่วงต้นเดือน ม.ค. 2567 ซึ่ง โคลบูชาร์ กล่าวว่า ไม่มีใครตั้งคำถามเรื่องการสั่งระงับการใช้งานเครื่องบินรุ่นดังกล่าว แล้วเหตุใดเราไม่ดำเนินการเด็ดขาดแบบเดียวกันกับอันตรายของแพลตฟอร์มสื่อสังคมออนไลน์ ในเมื่อเรารู้ว่าเด็ก ๆ กำลังจะตาย 

‘นทท.รัสเซีย’ ถูกชายไทยหวังทำอนาจารคาห้องน้ำ บขส.ภูเก็ต โชคดี!! ‘พระสงฆ์’ มาโปรด ได้ยินเสียงร้อง รุดช่วยเหลือไว้ได้

(1 ก.พ. 67) จากกรณีพนักงานเดินรถแห่งหนึ่ง พยายามก่อเหตุหวังข่มขืนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในห้องน้ำหญิง บขส.ภูเก็ต แห่งที่ 2 โชคดีพระภิกษุได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือ จึงวิ่งเข้าไปห้ามปราม ทำให้รอดจากการถูกข่มขืน เหตุเกิดเมื่อวันที่ 30 ม.ค.67 เวลา 03.03 น.นั้น

นายนครินทร์ ยอแสงรัตน์ นายกเทศมนตรีตำบลรัษฎา กล่าวว่า “จากกรณี เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2567 เวลาประมาณ 03.03 น. จากกล้องวงจรปิดของสถานีขนส่งจังหวัดภูเก็ต แห่งที่ 2 พบว่ามีผู้หญิงชาวรัสเซียอายุประมาณ 30 ปี เดินจากข้างหน้าชานชาลาเดินเข้าห้องน้ำด้านหลังของสถานีขนส่งฯ เดินเข้าไปเข้าห้องน้ำใช้เวลาประมาณ 8-9 นาที หลังจากนั้นก็มีผู้ชายคนหนึ่งอายุประมาณ 26 ปี ใส่ผ้าขาวม้าสีแดง ถือขันใบหนึ่ง ทำทีเหมือนว่าจะเข้าไปอาบน้ำที่ห้องน้ำชาย แต่เขาไม่ได้อาบ มีท่าทางจดๆ จ้องๆ และช่วงนั้นเวลาหัวรุ่งประมาณตี 3 ไม่ค่อยมีคน ซึ่งเขาเข้าไปในพื้นที่ของห้องน้ำผู้หญิง ที่มีชาวต่างชาติเข้าไปทำธุระ เขาได้แอบเข้าไปไม่นานเท่าไหร่ ดูจากกล้อง CCTV สันนิษฐานว่ามีเสียงดังทำให้พระรูปหนึ่งที่อยู่บริเวณนั้น ท่านคงได้ยินจึงเดินเข้าไป และเคาะประตูเรียกใช้เวลาไม่นาน เขาก็ออกมากราบพระที่พื้น จากนั้นต่างคนต่างแยกกันไป

ในฐานะเทศบาลตำบลรัษฎา เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เป็นเจ้าของสถานที่แห่งนั้น เป็นภาพลักษณ์ที่ถ้าออกไปยังต่างชาติแล้วจะทำให้เสียหายมาก เพราะภูเก็ตเริ่มดีขึ้น เราพยายามที่จะหานักท่องเที่ยวเข้ามาแต่ภาพลักษณ์ตรงนี้ทำให้เสียหายเป็นอย่างยิ่ง ทางเทศบาลตำบลรัษฎาจึงคิดหาวิธีการที่จะดำเนินคดีตรงนี้ได้เพราะเทศบาลไม่ได้เป็นผู้ที่มีความผิดในเรื่องการรักษาความปลอดภัย แต่ช่วงเวลาที่เขาดำเนินการกินเวลาประมาณ 10 กว่านาที ซึ่งยามมีจำนวน 2 คนดูไม่ทัน อาจจะต้องหายามมาเพิ่ม หรือให้มาเฝ้าพื้นที่ที่อาจจะก่อเหตุได้ง่าย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุ ให้ง่ายขึ้นส่วนทางขนส่งควรมีมาตรการว่ากล่าวตักเตือนหรือดำเนินการตามอำนาจหน้าที่” นายนครินทร์ กล่าว

ทางด้าน พล.ต.ต.สินเลิศ สุขุม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า “กรณีนี้ ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ได้ประสานกับตำรวจท่องเที่ยวและผู้เสียหาย ซึ่งได้ไปท่องเที่ยวที่เกาะพะงัน ตำรวจท่องเที่ยวได้สอบปากคำและบันทึกปากคำแล้ว ทางผู้เสียหายไม่ได้ติดใจเอาความและได้แจ้งว่าไม่ได้ถูกเนื้อต้องตัว เพียงแต่อาจจะเข้าไปแอบดู หรือส่อง จึงร้องโวยวาย และมีพระเข้าไปให้ความช่วยเหลือ

ในเรื่องของการดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุยังไม่มี เพราะนักท่องเที่ยวไม่ได้ติดใจเอาความ นักท่องเที่ยวรายนี้ เป็นชาวรัสเซีย ตอนนี้ทางขนส่งจังหวัดภูเก็ตกำลังดูข้อกฎหมาย เพราะเหตุเกิดในพื้นที่ของ บขส.หรือสถานีขนส่งฯ อาจมีมาตรการลงโทษกับผู้ก่อเหตุ

ในส่วนตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต ตามที่ได้กำหนดพื้นที่จุดเสี่ยงต่างๆ หรือจุดที่ขึ้นบัญชีไว้ จะเพิ่มวงรอบในการตรวจให้ตำรวจเข้าไปดู อย่างเช่น เหตุนี้กล้องวงจรปิดเห็นเหตุการณ์ชัดเจน เชื่อมั่นว่าภูเก็ตเป็นจังหวัดที่มีกล้องวงจรปิดมากที่สุดในประเทศไทย ดังนั้น เหตุที่เกิดขึ้นทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ เหตุที่น่าสนใจ หรือเหตุเล็กน้อยต่างๆ สามารถติดตามจับกุมได้ทุกราย” พล.ต.ต.สินเลิศกล่าว

ฮือฮา!! กระเเสตามหา ‘โอริโอ้ลายมิว’ สุดหายาก แนะ!! ก่อนกินเช็กให้ดี เผื่อมีลุ้นรับทรัพย์ 2 เเสน

(1 ก.พ.67) กลายเป็นเรื่องราวที่สร้างความฮือฮาในโลกโซเชียลได้อย่างมาก หลังจากเพจ ‘รับซื้อโอริโอ้ลายมิว’ ได้ออกมาโพสต์รับซื้อคุกกี้ยี่ห้อดัง รุ่นพิเศษที่ร่วมมือกับการ์ตูนดัง ‘โปเกมอน’ ปั๊มลายคุกกี้เป็นลายโปเกมอนต่างๆ แต่ที่หายากและเป็นที่ต้องการของนักสะสมสุดๆ คือลาย ‘มิว’ โปเกมอนในตำนาน ที่ขึ้นชื่อว่าหายากสุดๆ จนราคารับซื้อพุ่งไป 2 แสนบาท โดยทางเพจโพสต์ภาพและข้อความระบุว่า

"รับซื้อโอริโอ้ลายมิว 50,000-200,000 บาท ก่อนจะกินดูให้ดีก่อนนะครับ ของมีราคานักสะสมต้องการ ติดต่อคุณริว (เมก้าพลาซ่า) 098-667-...."

จนล่าสุดโพสต์ดังกล่าวถูกแชร์ออกสู่โลกโซเชียลแล้วเกือบ 5 พันครั้ง นอกจากนี้ ทางเพจยังได้ระบุข้อความเพิ่มเติมอีกว่า…

"โอริโอ้มิว พิมพ์ครั้งที่หนึ่งปี 2018 พิมพ์นี้จะเป็นพิมพ์หลักที่เราเห็นกันมาจนถึงปัจจุบัน จากทางบริษัทยังไม่เห็นว่าจะมีการเปลี่ยนพิมพ์ใหม่

รุ่นนี้สังเกตวงกลมยังจะเป็นวงอยู่เพราะแม่พิมพ์ยังไม่สึก เนื้อจะมีความเนียนและความคม balance ดวงตาของมิว 2 ข้างจะไม่เท่ากัน โดยน้ำหนักจะทิ้งลงไปด้านขวา กลีบขอบโอริโอ้จะมี 74 กลีบ ตัวหางมิวจะเรียกว่าทรงใบไม้"

สำหรับ โอริโอ้ลายมิว เป็นคุกกี้แบรนด์ดัง ‘โอริโอ้ Oreo’ ทำแคมเปญร่วมกับ The Pokémon Company เป็นคุกกี้โอริโอ้รุ่นพิเศษ ลายโปเกมอนสุดลิมิเต็ด โดยลายจะมีทั้งหมด 16 แบบ ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็นลายสุดแรร์ ที่หายากกว่าแบบอื่นไว้ข้างใน และลายที่หายากสุดๆ คือ ‘มิว Mew’ ซึ่งแฟนโปเกมอนจะรู้จักกันดีว่า ‘มิว’ เป็นโปเกมอนพลังจิต สีชมพู ตัวเล็ก และเป็นโปเกมอนลับที่หาจับไม่ได้ในเกม ทำให้มิวเป็นหนึ่งในโปเกมอนที่หายากที่สุดทั้งในรูปแบบการ์ตูน เกม และของสะสมอื่นๆ

นอกจากนี้เพจ ‘ผู้บริโภค’ ยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า…

"เห็นวันนี้มีกระแสตามหาโอรีโอ้โปเกมอนกัน โดยในชุดนี้จะมี 16 ลาย ซึ่งมี 1 ลายที่คนเล่นเขาว่าหายากสุดๆ นั่นก็คือ มิว จำได้ว่าครั้งหนึ่งที่ต่างประเทศมีการประกาศรับกันเป็นแสนๆ เลยก็มี

ส่วนในบ้านเราก็มีคนหาเช่นกัน อยากสะสมอะไรแบบนี้ ถ้าในมุมมองคนที่กินขนมคงอาจจะมองว่ามันก็แค่ขนม แต่คนที่สะสมก็พยายามหาให้ครบ 16 แบบ ซึ่งหนึ่งในผู้สะสมกล่าวว่า ลายมิวนี่แหละหายากจริง อุตส่าห์เหมา 2 ลังกว่าก็ยังหามิวไม่เจอ 5555+

ใครเจอก็โชคดีไป แต่อย่างว่าของแบบนี้คนเล่นเขารู้กัน ก็คิดเสียว่าเป็นความบันเทิงล่ะกันนะ มีมูลค่าหรือไม่อยู่ที่การตีความของแต่ละบุคคล"

‘ศาลรธน.’ สั่งก้าวไกลหยุดการกระทำ กรณีแก้ไข ม.112

เมื่อวานนี้ (31 ม.ค. 67) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัย กรณี ‘นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ และ ‘พรรคก้าวไกล’ เสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และใช้เป็นนโยบายหาเสียง เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พร้อมสั่ง ‘ยุติการกระทำ’ บางช่วงบางตอนในการวินิจฉัยระบุว่า…

“บทบัญญัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 49 มิให้มีการใช้สิทธิหรือเสรีภาพที่จะส่งผลเป็นการบั่นทอน หรือทำลายพื้นฐาน และสั่นคลอนคติรากฐานของการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขของไทย ที่ดำรงอยู่ ให้เสื่อมทรามหรือต้องสิ้นสลายไป”

เกษตรกรเฮ !! สินค้าเกษตร ขยับราคาขึ้น สอดรับนโยบายกระทรวงเกษตรฯ หลังปราบสินค้าเถื่อน

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ โฆษกกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ฝ่ายการเมือง) กล่าวถึงราคาสินค้าเกษตรสำคัญหลายชนิดมีทิศทางปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง สร้างความพึงพอใจให้กับเกษตรกร ตามนโยบายตลาดนำ นวัตกรรมเสริม เพิ่มรายได้ ของรัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ภายใต้การขับเคลื่อนการดำเนินงานของ ร้อยเอก ธรรมนัส พรมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรัฐมนตรีช่วยฯ ทั้งสองท่าน และการบริหารราชการในกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเฉพาะการปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย (สินค้าเถื่อน)อย่างเข้มงวด การเร่งแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ การเพิ่มประสิทธิภาพในการบริการจัดการน้ำช่วงวิกฤติภัยแล้งและฝนทิ้งช่วง รวมไปถึงการมุ่งยกระดับสินค้าเกษตร ซึ่งผลการดำเนินงานตลอดระยะเวลา 4 เดือนที่ผ่านมา พบว่า ข้าว มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน มะพร้าว สับปะรด น้ำนมดิบ และสุกร มีทิศทางปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

โดยเฉพาะ สุกร ราคาขยับขึ้นกิโลกรัมละ 4 บาท หลังจากปราบปราบหมูเถื่อนอย่างจริงจัง  ตลอดจนการตรวจค้นห้องเย็นทั่วประเทศมากกว่า 2 พันแห่ง ขณะที่ ยางพารา ราคายางแผ่นดิบ ปัจจุบัน (28 มกราคม 2567) เฉลี่ยอยู่ที่ 54.89 บาท/กก. สูงขึ้นจากราคา ณ เดือน กันยายน 2566 ที่ราคาเฉลี่ย 45.51 บาท/กก. โดยราคาเริ่มปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องจากนโยบายจากภาครัฐในการปราบปรามและตรวจสอบการลักลอบการนำเข้ายางพาราและสินค้าเกษตรผิดกฎหมายไม่ให้ทะลักเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน และยังเป็นผลจากมาตรการการสนับสนุนการใช้ยางพาราในประเทศ รวมทั้งจากความต้องการของตลาด ภาวะฟื้นตัวของอุตสาหกรรมทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มยานยนต์ เป็นต้น ส่วนน้ำนมดิบ ปัจจุบันราคาเฉลี่ยที่ 20.21 บาท/กก. เพิ่มขึ้นจากช่วงเดือนกันยายน 2566 ที่ราคา 19.65 บาท/กก. เนื่องจากกระทรวงเกษตรฯ ได้มีประกาศฯ ปรับเพิ่มราคากลางรับซื้อน้ำนมโค ณ ศูนย์รวบรวมน้ำนมดิบ เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร 

ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จะยังคงขับเคลื่อนการดำเนินงานในทุกด้านตามนโยบายและแผนที่วางไว้ เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตรและราคาสินค้าเกษตร แก้ไขปัญหาปากท้องของพี่น้องเกษตรกร ให้กินดีอยู่ดีมีคุณภาพชีวิตที่ดี ภาคการเกษตรเติบโต มีรายได้เพิ่มขึ้นอย่างมั่นคงต่อไป

‘สตาร์บัคส์’ พลาดเป้า!! กำไร-รายได้ Q1/67 ต่ำกว่าที่คาด หลังถูกบอยคอตอย่างหนักในสหรัฐฯ-การตัดราคาของจีน

เมื่อวานนี้ (31 ม.ค. 67) สตาร์บัคส์ (Starbucks) ธุรกิจร้านกาแฟยักษ์ใหญ่ของสหรัฐ รายงานผลกำไรและรายได้ในไตรมาส 1/2567 ต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ เนื่องจากทำยอดขายทั้งในสหรัฐและต่างประเทศต่ำกว่าคาด

โดยสตาร์บัคส์ เปิดเผยว่า บริษัทมีกำไรต่อหุ้น 90 เซนต์ในไตรมาส 1/2567 ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 93 เซนต์ ส่วนรายได้อยู่ที่ 9.43 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งต่ำกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ที่ 9.59 พันล้านดอลลาร์

นายลักษมัน นรสีหาญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของสตาร์บัคส์ กล่าวในการประชุมทางโทรศัพท์ว่า กิจการของบริษัทกำลังเผชิญกับ ‘แรงต้าน’ ซึ่งรวมถึงการถูกบอยคอตอย่างหนักในสหรัฐและการตัดราคาโดยบรรดาคู่แข่งในจีน

“ยอดขายในสหรัฐเริ่มชะงักตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพ.ย.ปีที่แล้ว เนื่องจากความเข้าใจผิดเกี่ยวกับจุดยืนของบริษัทในสงครามอิสราเอล-ฮามาส อย่างไรก็ตาม ยอดขายที่ลดลงส่วนใหญ่มาจากลูกค้าขาจร” นรสีหาญ กล่าว

สำนักข่าวซีเอ็นบีซีรายงานว่า ปัญหาดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อสหภาพแรงงานสตาร์บัคส์ (Starbucks Workers United) โพสต์ข้อความสนับสนุนชาวปาเลสไตน์ผ่านเอ็กซ์ (X) โดยมีการใช้สัญลักษณ์ของสตาร์บัคส์ ทางบริษัทสตาร์บัคส์จึงฟ้องร้องสหภาพแรงงานฐานละเมิดเครื่องหมายการค้า ซึ่งทำให้คนจำนวนมากรู้สึกว่าสตาร์บัคส์มีจุดยืนฝักใฝ่อิสราเอล


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top