Tuesday, 4 August 2026
Hard News Team

เตือนภัย!! เจ้าของธุรกิจโรงแรม - ลูกค้า มิจฉาชีพแฮกระบบจองออนไลน์ระบาดหนัก

 

ธุรกิจโรงแรม ผวา!! หลังพบกลโกงมิจฉาชีพรูปแบบใหม่ ใช้วิธีแฮกข้อมูลจากเว็บจองห้องพักชื่อดัง โดยแอบนำข้อมูลการจองของลูกค้าตีเนียนขอเงินคืน ชี้ เริ่มระบาดถึงประเทศไทย เตือน!! เจ้าของโรงแรมตรวจสอบข้อมูลให้ดี ก่อนตกเป็นเหยื่อ

(2 ก.พ. 67) หลังจากมีรายงานข่าวว่า แพลตฟอร์มจองห้องพักโรงแรมออนไลน์ (Travel Agent) รายใหญ่ของโลกถูกเจาะระบบในต่างประเทศ และนำข้อมูลการจองของลูกค้าไปใช้ ทำให้เกิดความเสียหายจำนวนมาก

ล่าสุด กลุ่มมิจฉาชีพ ได้เริ่มเข้ามาเล่นงานธุรกิจโรงแรม และลูกค้าโรงแรมในประเทศไทยแล้ว โดยนักธุรกิจเจ้าของโรงแรมย่านสุขุมวิทรายหนึ่ง ได้ให้ข้อมูลว่า ในช่วงนี้หลาย ๆ โรงแรมในไทยจะได้รับสแปมเมล์ ที่เป็นชื่อของเอเจ้นท์จองห้องพักรายใหญ่รายหนึ่ง ส่งเข้ามาจำนวนมาก โดยรูปแบบจะเปลี่ยนเนื้อหาหลอกล่อ (Scam) ไปเรื่อย ๆ และทุกครั้งอีเมล์จะแนบ link ให้กดเข้าดู ทั้งนี้ หากเผลอกดเข้าไปดู ทางแฮกเกอร์ หรือ มิจฉาชีพ ก็จะได้ข้อมูลการจองของลูกค้าและโรงแรมไป

หลังจากนั้น จะมีการนำข้อมูลการจองของลูกค้าทำการยกเลิกการจอง และให้คืนเงินค่าจอง ซึ่งรูปแบบนี้จะใช้ได้กับการจองที่ยังไม่ต้องจ่ายเงิน แต่ต้องวางวงเงินในบัตรเครดิตไว้ก่อน แน่นอนว่า หากเจ้าของธุรกิจโรงแรม หรือ พนักงานไม่ตรวจสอบให้ละเอียด ก็อาจจะเกิดความเสียหายได้

นอกจากนี้ ยังมีรูปแบบการให้คลิก link ที่แนบมา ซึ่งหน้าตาเหมือนกับ link เอเจ้นท์ จากนั้นให้กรอกพาสเวิร์ดเข้าระบบ หลังจากได้พาสเวิร์ดเข้าระบบแล้ว ทางมิจฉาชีพจะส่งข้อความไปหาลูกค้าที่ทำการจองห้องพักให้โอนเงิน หรือ อาจจะมาในรูปแบบการร้องเรียน (Complaint) ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้เข้าพักจริง และแนบ link ที่เป็น Scam เพื่อหลอกให้กดเข้าไปดูเพื่อเอาข้อมูลลูกค้า เรียกได้ว่า มีสารพัดกลโกงหลากหลายรูปแบบที่นำมาใช้ล่อลวง

ขณะที่ในฝั่งของลูกค้า ยังมีอีกรูปแบบหนึ่งที่น่ากลัวอย่างมาก คือ แฮกระบบ Extranet ของเอเจ้นท์ แล้วส่งข้อความปลอมจากโรงแรมให้ลูกค้าที่จองห้องพัก โดยแนบ link มาให้กด แล้วให้เข้าไปกรอกข้อมูลบัตรเครดิตการ์ดใหม่ ซึ่งลูกค้าบางคนกลัวว่าจะโดนยกเลิกห้องพัก และไม่ทันระวังตัวตรวจสอบรายละเอียดให้ดี ก็อาจจะตกเป็นเหยื่อกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ได้

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าทางเจ้าของธุรกิจโรงแรมหลายแห่ง ได้รวมตัวกันและส่งเรื่องไปยังเอเจ้นท์รายดังกล่าว เพื่อให้หาทางป้องกันไม่ให้เกิดช่องโหว่ให้มิจฉาชีพเจาะระบบและนำข้อมูลไปใช้ แต่ก็ยังไม่ได้รับการแก้ไขแต่อย่างใด โดยตัวแทนของเอเจ้นท์ได้ยืนยันว่าระบบมีความปลอดภัยแล้ว

นักธุรกิจเจ้าโรงแรม คนดังกล่าว ยังฝากเตือน เจ้าของธุรกิจโรงแรม พนักงาน และลูกค้า หากเจออีเมล์ที่ไม่น่าเชื่อถือ เป็นชื่อแปลกคล้าย ๆ กับอีเมล์ของเอเจ้นท์ที่รับจองห้อง และมี link ให้กด หรือ ให้ตรวจสอบบัตรเครดิต กรอกข้อมูลต่าง ๆ อย่าเพิ่งหลงเชื่อ ให้ตรวจสอบข้อมูลให้ละเอียด เพราะอาจเป็นมิจฉาชีพก็ได้

‘รมว.ปุ้ย’ รับมอบอุปกรณ์ซ่อมบ้านจาก SCG มูลค่า 1 ลบ. เร่งนำส่ง ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย 3 จังหวัดภาคใต้

(2 ก.พ. 67) นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ บริษัท เอสซีจี (SCG) นำโดยนายวิโรจน์ รัตนชัยสิทธิ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจ เอสซีจี สมาร์ทลีฟวิ่ง และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจ เอสซีจี ดิสทริบิวชั่น และนายสุรชัย นิ่มละออ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจเอสซีจี ซีเมนต์แอนด์กรันโซลูชั่น และคณะ ได้มอบวัสดุอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้าน ผ่าน ‘โครงการอุตสาหกรรมรวมใจช่วยพี่น้องชาวไทย’ ของกระทรวงอุตสาหกรรม เพื่อนำไปช่วยเหลือ เยียวยา ลดภาระ และแสดงความห่วงใย พร้อมส่งกำลังใจให้กับผู้ประสบภัยที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยใน 3 จังหวัดภาคใต้คือ ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ให้ก้าวข้ามช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้อย่างเร็วที่สุด 

นางสาวพิมพ์ภัทรา กล่าวว่า กระทรวงอุตสาหกรรมมีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ โดยให้การช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการและประชาชน ผ่านโครงการ ‘อุตสาหกรรมรวมใจช่วยพี่น้องชาวไทย’ มาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็ได้กำชับให้หน่วยงานในสังกัดทุกภูมิภาคจัดหามาตรการความช่วยเหลือให้อย่างรวดเร็ว พร้อมส่งมอบ ‘ถุงยิ้มพิมพ์ใจ MIND ไม่ทิ้งกัน’ ซึ่งเป็นถุงยังชีพที่หน่วยงานภาครัฐ เอกชน ผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรมทั่วประเทศ ร่วมมือร่วมใจกันจัดทำขึ้น เพื่อเป็นกำลังใจให้กับผู้ประสบภัยในการก้าวข้ามช่วงเวลาที่ยากลำบาก 

“ในครั้งนี้ได้รับความร่วมมืออันดีจากเอสซีจี ในการร่วมส่งมอบอุปกรณ์ก่อสร้างสำหรับซ่อมแซมอาคารบ้านเรือนที่ได้รับความเสียหาย อาทิ ปูน กระเบื้อง ซึ่งเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับผู้ประสบภัย การสนับสนุนครั้งนี้เป็นการเยียวยาความเดือดร้อนอย่างตรงจุด และเป็นประโยชน์แก่ผู้รับมอบอย่างยิ่ง ต้องขอขอบคุณทางเอสซีจีและภาคเอกชนต่าง ๆ ที่ให้ความร่วมมือและร่วมส่งกำลังใจประชาชนเป็นอย่างดีเสมอ ซึ่งกระทรวงอุตสาหกรรม จะนำส่งสิ่งของให้แก่ผู้ได้รับผลกระทบต่อไป” รมว.อุตสาหกรรม กล่าว 

นางสาวพิมพ์ภัทรา กล่าวด้วยว่า สำหรับวัสดุอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านที่เอสซีจีร่วมบริจาค มีดังนี้ ปูนซีเมนต์ ตราเสือ 4,000 ถุง ปูนซีเมนต์ ปอร์ตแลนด์ 1,000 ถุง กระเบื้องปูพื้น 5,500 แผ่น โดยมูลค่ารวมของวัสดุอุปกรณ์ที่ทางเอสซีจี นำมามอบให้ในครั้งนี้ มูลค่ารวมทั้งสิ้นจำนวน 1 ล้านบาท โดยกระทรวงอุตสาหกรรมจะเร่งดำเนินการนำวัสดุอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านดังกล่าว ไปมอบให้กับผู้ประสบภัยอุทกภัยในจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส โดยเร็วที่สุด

หนึ่งในคำวินิจฉัยจาก ‘ศาล รธน.’ กรณีพรรคก้าวไกลเสนอแก้ ม.112 ถือเป็นการล้มล้างการปกครอง

เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 67 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัย กรณี ‘นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ และ ‘พรรคก้าวไกล’ เสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และใช้เป็นนโยบายหาเสียง เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พร้อมสั่ง ‘ยุติการกระทำ’ บางช่วงบางตอนในการวินิจฉัยระบุว่า…

“การเสนอให้ความผิด ม.112 ยอมความได้ มาตรา 139/1 และ วรรคสอง ให้สำนักพระราชวังเป็นผู้ร้องทุกข์และเป็นผู้เสียหาย ถือเป็นความมุ่งหมายให้การกระทำ ม.112 เป็นการลดสถานะ และไม่ให้ความคุ้มครองสถาบันพระมหากษัตริย์ จนกลายเป็นคู่ขัดแย้งกับประชาชนโดยตรง”

‘กมธ.อุตฯ’ ชี้!! เหตุโรงงานพลุระเบิดสุพรรณบุรี ร่อนหนังสือด่วนถึง ‘มท.1’ ช่วยคุมเข้มล้อมคอก

‘อัครเดช-กมธ.อุตสาหกรรม’ ส่งหนังสือด่วนถึง มท.1 หลังพบปัจจัยเสี่ยงเหตุโรงงานพลุระเบิดสุพรรณบุรี ย้ำมาตรการล้อมคอก เพื่อป้องเหตุระเบิดซ้ำซาก

(2 ก.พ.67) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ว่า ตนได้ลงนามในหนังสือส่งถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นข้อสังเกตของคณะกรรมาธิการฯ เกี่ยวกับโรงงานผลิตพลุระเบิดที่จังหวัดสุพรรณบุรี ถือเป็นข้อสังเกตที่สำคัญภายหลังจากเชิญผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจากหลายฝ่าย มาให้ข้อมูลกับกรรมาธิการฯ ประกอบด้วย ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดสุพรรณบุรี กรมโรงงานอุตสาหกรรม เจ้ากรมอุตสาหกรรมทหาร กรมคุ้มครองแรงงานและสวัสดิการสังคม และกรมการปกครอง จนกลายมาเป็นข้อสังเกตที่สำคัญของที่ประชุม

นายอัครเดช กล่าวว่า ข้อสังเกตของกรรมาธิการฯ เห็นว่า สาเหตุที่สำคัญ ทำให้โรงงานผลิตพลุระเบิด คือ การตรวจสอบของคณะกรรมการตรวจสอบที่ฝ่ายปกครองเชิญมาร่วม เพื่อไปตรวจสอบโรงงานผลิตพลุ โดยกรรมการชุดนี้ไม่ได้ไปตรวจในวันที่มีการผลิต แต่ไปตรวจในวันหยุดการผลิต ทำให้คนงานไม่มีการผลิตพลุ จึงไม่เห็นกระบวนการผลิต

ดังนั้นจากการไปตรวจโรงงานในวันที่หยุดทำการผลิต ทำให้การตรวจสอบไม่สมบูรณ์ ไม่เห็นกระบวนการผลิตที่อาจทำให้เกิดอุบัติเหตุ หรือการกระทำที่เป็นอันตรายได้ระหว่างที่การผลิต เช่น การลากถู การกระแทกวัตถุระเบิด หรือตัวพลุ เป็นต้น ซึ่งอาจเป็นสาเหตุสำคัญทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงที่เกิดขึ้นได้

“กระบวนการผลิตพลุ ถ้ามีการกระแทก มีการลากถูกับพลุที่ทำเสร็จแล้ว หรือแม้แต่วัสดุที่ใช้ในการผลิตก็อาจจะเกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ ถ้าเราไม่เห็นกระบวนการผลิต เราก็ไม่รู้ว่ามีข้อควรระวังอะไรบ้าง ดังนั้นการระเบิดของพลุที่จังหวัดสุพรรณบุรี อาจจะเกิดจากลากวัตถุดิบ หรือพลุที่ผลิตเสร็จแล้วเกิดการกระแทกก็เป็นได้ จึงเกิดความสูญเสียขึ้น ขณะเดียวกัน ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในที่ประชุม มีความเห็นตรงกันว่า สิ่งสำคัญของโรงงานผลิตพลุ คือ การกองเก็บ กระบวนการผลิตและการจัดการกากของเสียจากโรงงานผลิตพลุ” นายอัครเดช กล่าว

ประธานกมธ.อุตสาหกรรม กล่าวย้ำว่า ได้ส่งข้อสังเกตนี้ถึง รมว.มหาดไทยแล้ว เพื่อให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้พิจารณาสั่งการถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพื่อให้แก้ไขปรับปรุงการตรวจสอบการผลิตพลุในครั้งต่อไปในโรงงานผลิตพลุทั่วประเทศมีความสมบูรณ์ รอบคอบ รัดกุมมากกว่าเดิม เพื่อไม่ให้เกิดเหตุร้ายซ้ำขึ้นมาอีก 

บิ๊กโจ๊ก ย้ำ ผู้กำกับทุกท้องที่ ต้องแข่งกับตัวเอง ทำสงครามกับความรู้สึกของประชาชน ท้องที่ใดทำให้ประชาชน มีเหตุมาบอกผู้กำกับ ไม่ต้องพึ่งเพจ อินฟลูเอ็นเซอร์ หากทำได้ถือว่ารบชนะ ย้ำ จุดแตกหักของตำรวจอยู่ที่โรงพัก

วันนี้พลตำรวจเอกสุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ลงตรวจเยี่ยมบำรุงขวัญตำรวจในพื้นที่สถานีตำรวจภูธรทุ่งลุง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ตามนโยบายของผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่ต้องการให้กำลังพลมีขวัญและกำลังใจในการปฎิบัติหน้าที่ โดยเฉพาะสถานีตำรวจภูธรตามแนวชายแดน

ซึ่งนอกจากจะเยี่ยมบำรุงขวัญและมอบสิ่งของเป็นขวัญและกำลังใจแล้วรองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยังได้ประชุมมอบนโยบายให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจโดยเฉพาะผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธร โดยย้ำว่าจากนี้ไปผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรซึ่งรับภาระหน้าที่มากำกับดูแลโรงพัก จะต้องปรับตัวเร่งการทำงานสร้างความเชื่อมั่น ไม่ต้องรอให้ผู้เดือดร้อนไปพึ่งพาสื่อ เพจ หรืออินฟูลเอ็นเซอร์ ถึงจะสามารถแก้ปัญหาคดีได้

“ย้ำผู้กำกับสถานีตำรวจทุกแห่ง ต้องสร้างความศรัทธาให้ประชาชนให้ได้ ใครเป็นผู้กำกับที่ไหนต้องต่อสู้กับตัวเอง ทำให้ประชาชนในพื้นที่ทุกชุมชน ทุกตำบลทุกหมู่บ้าน ในพื้นที่ของของตนเอง มีเหตุต้องมาบอกผู้กำกับ มีเหตุต้องนึกถึงผู้กำกับ ไม่ใช่มีเหตุต้องไปบอกเพจต่างๆ สื่อสารมวลชนต่างๆ โซเชียลมีเดียต่างๆ  ผู้กำกับใด ทำได้แบบนี้ถือว่ารบชนะ ต่อความไม่ไว้วางใจของประชาชน แล้วท่านจะภูมิใจ เมื่อไหร่ ตำรวจทำงานแล้วประชาชนเขาจะรู้เอง”

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติยอมรับว่า ที่ผ่านมาคนที่กำกับดูแลและแก้ปัญหาโดยบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดก็คือเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ที่ผ่านมาเกิดปัญหารอยต่อ ระหว่างตำรวจกับประชาชน ที่มีผลมาจากความเชื่อมั่นต่อการปฎิบัติหน้าที่ ทำให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนหันไปพึ่งสื่อและเพจ เพื่อให้มาจี้คดี เมื่อเป็นข่าวถึงจะมีการขับเคลื่อนในการปราบปรามหรือจับกุม

แต่จากนี้ไปผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรทุกแห่งจะต้องปรับตัว จะเป็นฝ่ายรอรับไม่ได้ต้องทำงานในเชิงรุก นั่นหมายความว่าเมื่อมีการเข้ามาแจ้งความ นอกจากจะ “ขึ้นโรงพัก ไม่ต้องฝาก” แล้ว จะต้องเร่งทำคดีแบบปิดให้ครบจบให้ไว เพื่อลดข้อกังขาและคลายความสงสัย อย่าเก็บข้อมูลไว้เมื่อเกิดปัญหาเพราะจะกลายเป็นว่าร่วมกันปกปิด และหากยิ่งคดีล่าช้าจะกลายเป็นการสมยอมหรือถูกมองว่ามีการเรียกรับผลประโยชน์ เหมือนหลายคดีที่ผ่านมา

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยังย้ำด้วยว่า การดำเนินการในเชิงรุกไม่จำเป็นต้องรอเงื่อนไขเวลา สามารถทำได้ทันที แม้จะต้องเหนื่อยมากขึ้น แต่หากมีการกวดขันที่เด็ดขาดและดำเนินคดีอย่างรวดเร็ว คนที่คิดจะก่อคดีหรือทำไม่ดี ก็จะค่อยๆ ลดลงภาระงานก็จะลดตามลงไปด้วย

รมว.'พิพัฒน์' ดูแลแรงงานอิสระ รับจ้าง เกษตรกร กว่า 1.8 แสนคน จ.พัทลุง สร้างหลักประกัน ม.40 ประกันสังคม เจ็บป่วยนอนพัก ได้เงินทดแทนขาดรายได้

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2567 เวลา 10.00 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดโครงการประกันสังคมทั่วไทย สู่แรงงานภาคอิสระ รุ่นที่ 1 โดยมี นางนิศากร วิศิษฎ์สรอรรถ ผู้ว่าราชการจังหวัดพัทลุง นายภุชงค์ วรศรี ประจำสำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี ปฏิบัติหน้าที่ประจำกระทรวงแรงงาน นายภูมิพัฒน์ เหมือนจันทร์ โฆษกกระทรวงแรงงาน (ฝ่ายการเมือง) นายไพโรจน์ โชติกเสถียร ปลัดกระทรวงแรงงาน นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม หัวหน้าส่วนราชการกระทรวงแรงงานจังหวัดพัทุลง ผู้ประกันตน เครือข่าย ผู้เข้าร่วมโครงการฯ พร้อมประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับ ณ โรงแรมร้อยทองรีสอร์ท จังหวัดพัทลุง 

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวว่า กระทรวงแรงงานมีความมุ่งมั่นตั้งใจในการสร้างหลักประกันทางสังคมให้กับผู้ใช้แรงงานทั่วประเทศ เพราะแรงงานถือเป็นฟันเฟืองที่มีความสำคัญในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของชาติ ไม่ว่าจะเป็นแรงงานในระบบหรือนอกระบบควรได้รับการคุ้มครอง และมีหลักประกันในการดำรงชีวิตที่ดี อีกทั้งมีความพร้อมในการประกอบอาชีพเพื่อพัฒนาประเทศ ตามนโยบายของกระทรวงแรงงาน “การสร้างรากฐานเศรษฐกิจ พัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยการคุ้มครองแรงงาน” โดยในวันนี้ ผมได้รับเกียรติเป็นประธานเปิดโครงการประกันสังคมทั่วไทย สู่แรงงานภาคอิสระ รุ่นที่ 1 ที่จังหวัดพัทลุง ซึ่งพัทลุงถือเป็นเมืองที่มีธรรมชาติที่สวยงาม มีความสำคัญด้านศิลปะ วัฒนธรรม เป็นต้น    

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า พัทลุงยังเป็นถิ่นกำเนิดของศิลปะการแสดงที่ขึ้นชื่ออย่างมโนราห์ และหนังตะลุงซึ่งตกทอดเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของภาคใต้ อีกทั้ง พัทลุงมีผู้ประกันตนมาตรา 40 จำนวนทั้งสิ้น 53,566 คน ที่ประกอบด้วย ผู้ประกอบอาชีพอิสระกลุ่มต่างๆ เช่น กลุ่มผู้รับจ้างทั่วไป กลุ่มเกษตรกร กลุ่มแปรรูปอาหาร ที่ยังขาดการคุ้มครองตามหลักประกันสังคมมาตรา 40 อีกเป็นจำนวนมาก และเป็นจังหวัดที่มีผู้ประกันตนส่งเงินสมทบต่อเนื่องมากเป็นลำดับที่ 1 ของภาคใต้ และเป็นลำดับที่ 6 ของประเทศ ทั้งนี้ โครงการประกันสังคมทั่วไทย สู่แรงงานภาคอิสระ จัดขึ้นเพื่อเป็นการรณรงค์เชิญชวนกลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระ ให้เข้าถึงหลักประกัน โดยประกันสังคมมาตรา 40 ได้ให้ความคุ้มครองแก่ผู้ประกันตนทั้งสิ้น 5 กรณี ไม่ว่าจะเป็นการคุ้มครองกรณีเงินทดแทนการขาดรายได้จากการเจ็บป่วย กรณีทุพพลภาพ กรณีเสียชีวิต กรณีชราภาพ และกรณีสงเคราะห์บุตร ในปัจจุบันทั่วประเทศมีผู้ประกันตนตามมาตรา 40 จำนวน 10,958,136 คน ตัวแทนเครือข่ายประกันสังคม จำนวน 24,645 คน เครือข่าย “บวร” กลุ่มสมาชิกบ้าน วัด โรงเรียน และโรงงาน จำนวน 265,214 คน   

ด้าน นายบุญสงค์ ทัพชัยยุทธ์ เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า การจัดโครงการประกันสังคมทั่วไทย สู่แรงงานภาคอิสระ รุ่นที่ 1 ประจำปี 2567 ณ จังหวัดพัทลุง เป็นโครงการที่จัดทำขึ้นต่อเนื่องจากปี 2566 โดยโครงการทั้ง 6 รุ่นในปีที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชนผู้ประกอบอาชีพอิสระในพื้นที่ต่างๆ เป็นอย่างมาก แสดงให้เห็นว่าในปัจจุบัน พี่น้องกลุ่มแรงงานนอกระบบให้ความสำคัญกับการสร้างหลักประกันในการดำรงชีวิต รวมถึงมีความต้องการสร้างคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น ในการนี้ ขอให้ทุกท่านมั่นใจได้ว่า สำนักงานประกันสังคมจะดำเนินงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ประกันตนเป็นสำคัญ

เราจะไม่ทอดทิ้งกัน เพราะกำลังพลทุกระดับชั้นยศ คือครอบครัว 'กองทัพเรือ'

เมื่อ วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2567 ระหว่างเวลา 13.30 - 15.00 น. พลเรือเอก ชาติชาย ทองสะอาด ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ นาวาเอก รุจสรรค์ เลาหประเสริฐ ผู้อำนวยการ กองการสงเคราะห์ กรมสวัสดิการทหารเรือ ว่าที่นาวาเอก สุรชัย เบ้ารักษา รองผู้บังคับการ กรมทหารราบที่ 1 กองพลนาวิกโยธิน นาวาโท กันตินันท์ เตชะเสน ผู้บังคับกองพัน ที่ 2 กรมทหารราบที่ 1 กองพลนาวิกโยธิน ผู้แทนหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และคณะ เดินทางไปเยี่ยมทหารผ่านศึกในส่วนของกองทัพเรือ พร้อมมอบเงินและกระเช้าสิ่งของ จากคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำใจไทยเพื่อผู้เสียสละในจังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่รับผิดชอบกองทัพเรือ เนื่องในวันทหารผ่านศึก จำนวน 2 นาย ในพื้นที่ จว.ระยอง รวมทั้ง มอบเงินสวัสดิการของกองเรือยุทธการ และของที่ระลึกจากชมรมภริยากองเรือยุทธการ ดังนี้

1. พันจ่าตรี ถนอม เสียงประเสริฐ ณ บ้านพัก ที่ ต.บ้านแลง อ.เมืองระยอง จว.ระยอง โดยมีพฤติกรรมสูญเสีย ปฏิบัติราชการที่ ฉก.นย.183 อ.โป่งน้ำร้อน จว.จันทบุรี เมื่อ 21 เม.ย.21 ขณะปฏิบัติหน้าที่ราชการชายแดน โดนสะเก็ดลูกปืนเครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 82 มม. ของทหารฝ่ายตรงข้ามบริเวณขาขวาเหนือเข่าและถูกตัดขา
2. พันจ่าตรี สำรวย แดงนาค ณ บ้านพัก ต.กระเฉด อ.เมืองระยอง จว.ระยอง โดยมีพฤติกรรมสูญเสีย ปฏิบัติหน้าที่ราชการที่ ฉก.นย.จันทบุรี เมื่อ 18 ม.ค.22 ขณะออกทำการลาดตระเวนพิสูจน์ทราบในพื้นที่ ได้เหยียบทุ่นระเบิดของฝ่ายตรงข้าม บริเวณ อ.โป่งน้ำร้อน จว.จันทบุรี ทำให้ได้รับบาดเจ็บที่ขาขวาเหนือเข่าขาด ทั้งนี้ กรมสวัสดิการทหารเรือ อยู่ในระหว่างการดำเนินการด้านเอกสารสำหรับจัดทำบัตรทหารผ่านศึกชั้น 1 เพื่อให้ครอบครัว พันจ่าตรี สำรวย ได้รับสิทธิของราชการที่เหมาะสมต่อไป

คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำใจไทยเพื่อผู้เสียสละในจังหวัดชายแดนภาคใต้และพื้นที่รับผิดชอบกองทัพเรือ จัดให้มีการเยี่ยมและมอบของขวัญวันทหารผ่านศึกในส่วนของกำลังพลกองทัพเรือ ให้แก่กำลังพลทหารผ่านศึกที่พิการทุพพลภาพจากการปฏิบัติหน้าที่ เป็นประจำทุกปี อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง

'รมว.ปุ้ย' เปิดงาน Thailand Green and Smart Mining Forum 2024 'เหมืองแร่ไทยใต้หลักธรรมาภิบาลและมาตรการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม'

(2 ก.พ. 67) นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ในฐานะรองประธานกรรมการนโยบายบริหารจัดการแร่แห่งชาติ เป็นประธานเปิดกิจกรรม 'Thailand Green and Smart Mining Forum 2024' ณ โรงแรมแกรนด์ ริชมอนด์ จังหวัดนนทบุรี โดยมีนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม, นายกุศล โชติรัตน์ รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรมและกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ร่วมเป็นสักขีพยานในการประกาศเจตนารมณ์ของผู้ประกอบการเหมืองแร่ ที่จะดำเนินกิจการอย่างเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและมีธรรมาภิบาล ให้สาธารณชนได้รับทราบโดยทั่วกัน

รมว.พิมพ์ภัทรา เผยว่า กิจกรรม 'Thailand Green and Smart Mining Forum 2024' เป็นกิจกรรมสำคัญของคณะกรรมการนโยบายบริหารจัดการแร่แห่งชาติที่จะเป็นสะพานเชื่อมระหว่างภาคเอกชนและภาคประชาชน เพื่อให้การประกอบกิจการเหมืองแร่เป็น 'เหมืองแร่ของประชาชน' ลดความขัดแย้งในการพัฒนาแร่ เกื้อกูลประโยชน์ร่วมกันระหว่างสถานประกอบการและชุมชน 

โดยกิจกรรมวันนี้ ได้นำมาตรการทางสังคมเชิงสร้างสรรค์ ควบคู่ไปกับการขับเคลื่อนแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่และมาตรการทางกฎหมาย อาทิ เวทีให้ผู้ประกอบการเหมืองแร่ได้ร่วมแสดงความมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติตามกฎระเบียบและหลักธรรมาภิบาลเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม, การมอบรางวัล Thailand Green and Smart Mining Awards ให้แก่ผู้ประกอบการที่ได้รับคัดเลือกเป็นผู้ประกอบการที่มีธรรมาภิบาลและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการร่วมกันประกาศและลงนามในเจตนารมณ์การเป็นเหมืองแร่ที่มีธรรมาภิบาลและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของผู้ประกอบการเหมืองแร่

รมว.พิมพ์ภัทรา กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า รัฐบาลมีนโยบายผลักดันให้มีการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรแร่ เพื่อสนับสนุนการลงทุนในอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญ ได้แก่ การเกษตร เทคโนโลยีชั้นสูง และพลังงานหมุนเวียน การผลักดันให้สถานประกอบการเหมืองแร่มีการดำเนินการที่เป็นมาตรฐานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มีการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมการทำเหมืองสมัยใหม่มาใช้ในการทำเหมือง ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และเป็นไปตามกรอบแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ ฉบับที่ 2 โดยกิจกรรมที่จัดในวันนี้เป็นการจัดกิจกรรมแบบ Net Zero คือ มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ด้วย

ด้าน นายอดิทัต วะสีนนท์ อธิบดีกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กล่าวถึงรายละเอียดของกิจกรรม 'Thailand Green and Smart Mining Forum 2024' ประกอบไปด้วย...

• การปาฐกถาหัวข้อ 'การบริหารจัดการแร่อย่างยั่งยืนภายใต้แผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ ฉบับที่ 2' โดย นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม

• การมอบรางวัลผู้ชนะการประกวดออกแบบตราสัญลักษณ์กิจกรรม Thailand Green and Smart Mining และรางวัล “Thailand Green & Smart Mining Awards 2023” ให้แก่ผู้ประกอบการที่ได้รับคัดเลือกเป็นผู้ประกอบการที่มีธรรมาภิบาลและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม จำนวน 6 รางวัล ได้แก่...

1. ประเภทกิจการเหมืองแร่ จำนวน 5 รางวัล ได้แก่...
(1) บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (แก่งคอย) จำกัด
(2) บริษัท ปูนซีเมนต์เอเชีย จำกัด (มหาชน)
(3) บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (ทุ่งสง) จำกัด
(4) บริษัท ตรัง ยูซี จำกัด
(5) บริษัท ศิลาสานนท์ จำกัด

2. ประเภทกิจการที่เกี่ยวเนื่องกับแร่ จำนวน 1 รางวัล ได้แก่...
(1) บริษัท ตรัง ยูซี จำกัด

• พิธีการประกาศเจตนารมณ์และลงนามการเป็นเหมืองแร่มีธรรมาภิบาลและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของกิจการเหมืองแร่ไทย ครั้งที่ 3 ของผู้ประกอบการเหมืองแร่ จำนวน 10 ราย

• การจัดนิทรรศการของผู้ประกอบการเหมืองแร่ที่ได้รับรางวัล และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง รวม 7 ราย

• การนำเสนอแนวทางการประกอบกิจการของผู้ที่ได้รับรางวัล Thailand Green & Smart Mining Awards 2023 

นอกจากนี้ ยังมีการบรรยาย เรื่อง 'Net zero emissions' จากผู้แทนองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) และการเสวนา เรื่อง 'การประกอบกิจการเหมืองแร่ไทย มุ่งสู่เศรษฐกิจสีเขียวและสังคมคาร์บอนต่ำ' โดย ผู้ประกอบการเหมืองแร่อีกด้วย

‘เจ้าของเพจดัง’ แจ้งข่าวเศร้า 'กลูต้า' กลับดาวหมาแล้ว พร้อมเตรียมขึ้นเตาเผาวันนี้ 2 ทุ่ม ที่วัดกระทุ่มเสือปลา

(2 ก.พ. 67) เจ้าของเพจ 'Gluta Story' คุณยอร์ช สรศาสตร์ วิเศษสินธุ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ‘Sorasart Wisetsin’ แจ้งข่าวเศร้าให้แก่แฟนคลับของหมาหลงเซเลปสุดโด่งดัง ระบุข้อความว่า…

"กลูต้า ไปเป็นนางฟ้าบนสวรรค์แล้วนะครับ ขอบคุณพี่ๆ ทุกคนที่รักกลูต้ามาเสมอนะครับหัวใจพวกเราแตกสลาย แต่กำลังตั้งสติกันอยู่ครับ พี่คนไหนสะดวกอยากมาส่งพี่ต้าวันนี้ที่เตาเผาสัตว์ Petfuneral สาขาวัดกระทุ่มเสือปลา เวลา 2 ทุ่มนะครับ"

‘ศาลรธน.’ ชี้ การเสนอย้าย ม.112 ออกจากความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐ ถือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐ

เมื่อวันที่ 31 ม.ค. 67 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ มีคำวินิจฉัย กรณี ‘นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์’ และ ‘พรรคก้าวไกล’ เสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 และใช้เป็นนโยบายหาเสียง เป็นการใช้สิทธิเสรีภาพล้มล้างการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พร้อมสั่ง ‘ยุติการกระทำ’ บางช่วงบางตอนในการวินิจฉัยระบุว่า…

“การที่นายพิธา และพรรคก้าวไกล เสนอให้ย้ายมาตรา 112 ออกจากความผิดเกี่ยวกับความมั่นคงของรัฐ ถือเป็นอันตรายต่อความมั่นคงของรัฐ และเป็นความผิดที่ร้ายแรงในระดับเดียวกันกับลักษณะอื่น”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top