Wednesday, 5 August 2026
Hard News Team

'โทนี่' เท่!! เย้ยฟ้าท้าดิน จ่อรับพักโทษก่อนรุ่งสาง 18 ก.พ. ปิดฉาก 'นุ่งกางเกงขาสั้น-เดินออกจากประตูเรือนจำ'

ไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์...ทุกอย่างเป็นไปตามความคาดหมาย จากจำนวนทั้งสิ้น 930 คน ที่ได้รับการพักโทษ ซึ่งปรากฏว่ามีชื่อนักโทษชายเด็ดขาด 'ทักษิณ ชินวัตร' รวมอยู่ด้วย

เป็นการได้รับการพักโทษโดยอัตโนมัติ (คำพูดพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม) ก่อนเข้าประชุม ครม.วันที่ 13 ก.พ.67

'อัตโนมัติ' ของ พ.ต.อ.ทวี หมายถึงทักษิณเข้ากฎกติกา...โทษ 1 ปี ได้รับการพักโทษ 180 วัน (6 เดือน) เนื่องจากอายุเกิน 70 ปี และเป็นผู้ป่วย...ซึ่งคุณสมบัติแบบนี้ นับจากปี 2546 จนถึงปีนี้มีจำนวนทั้งสิ้น 2,240 คน ปีนี้มี 8 คน และทักษิณเป็น 1 ใน 8

ส่วนจะได้รับพักโทษวันที่ 17 ก.พ. หรือวันไหน ท่านทวี สอดไส้ (ฉายานักข่าวทำเนียบตั้ง) บอกว่าต้องไปไล่วันเอาดู...

แต่ในแวดวงสภากาแฟ...แวดวงสส./สว.เขาพูดกันมาสองสัปดาห์แล้วว่า...ทักษิณจะพักโทษหลังเที่ยงคืนวันที่ 17 ก.พ. แปลว่าพ้นโทษวันที่ 18 ก.พ.นั่นเอง บางคนบอกว่าตีห้า วันที่ 18 ก.พ.

งานนี้ 'โทนี่ วู้ดซั่ม' ไม่ต้องติดกำไลอีเอ็มให้เมื่อยข้อ...แต่ปัญหามีอยู่ว่า พักโทษปุ๊บจะออกจากชั้น 14 รพ.ตำรวจ ไปบ้านจันทร์ส่องหล้า ฝั่งธนฯ หรือย้ายไป รพ.พระราม 9 หรือขอไปนอนตีพุงที่โรงแรมคุณลูกเขย แถวสุขุมวิทหรือคอนโดหรู แถวไอคอนสยาม...หรือสุดท้ายขอนอนเอาเชิงที่ชั้น 14 ถ่ายรูปให้เห็นเป็นเชิงประจักษ์ว่านอนอยู่ชั้น 14 จริงๆ นะ...

...และไม่แค่การปล่อยตัวพักโทษทักษิณ แต่ 'เล็ก เลียบด่วน' เชื่อว่าจะไม่มีการอายัดตัวกรณีถูกดำเนินคดีตามมาตรา 112 เพราะมีการสอบปากคำและทักษิณได้ปฏิเสธ พร้อมยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมไปแล้วตั้งแต่ 17 ม.ค.67 (ตามคำแถลงทีมโฆษกอัยการ)

สรุปว่า...ท้ายสุดสุดท้าย...คงยากที่ใครอยากเห็นทักษิณนุ่งกางเกงขาสั้น เดินออกจากประตูเรือนจำ...แล้วตำรวจรวบตัวไปดำเนินคดีมาตรา 112  ให้เลิกฝัน...งานนี้ไม่มีการติดคุก (ในเรือนจำ) แม้แต่วันเดียวจริงๆ...หลายคนคงรู้สึกกระอักเลือดกับปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น  

ไม่เพียงแค่นั้น...ในอนาคต ใครกลุ่มไหนจะไล่ล่าเอาความผิดกับทักษิณก็คงยาก...อย่างมากอาจจะมีข้าราชการที่ถูกร้องเรียนเอาผิดโทษฐานช่วยเหลือทักษิณ...ประเด็นที่ คปท.ล่ารายชื่อเพื่อให้ศาลไต่สวนเอาผิด ป.ป.ช.ที่ทำงานล่าช้าไม่ดำเนินการก็ยังไม่แน่ว่าจะเข้าเป้าหรือไม่...

แต่ไม่ว่าจะอย่างไร การออกมาชุมนุมสองรอบของคปท.ที่เข้าตาเข้าเป้ามากที่สุดก็คือ การให้ข้อเท็จจริง การออกมาจี้ติดและประจานขบวนการสมคบคิด...โกงการติดคุก...ติดคุกยังโกง....อันเป็นที่มาของข้อเรียกร้องใหญ่ตามป้ายที่แลเห็นจนชินตาว่า 'save กระบวนการยุติธรรม'

ปล.ก่อนที่ ทักษิณ หรือ โทนี่ วู้ดซั่ม จะออกมาพักโทษวันที่ 16 ก.พ.นี้ ท่านผู้อ่านโปรดเงี่ยหูฟังการประชุมรัฐสภาสักเล็กน้อย เพราะพรรคเพื่อไทยนำโดยท่านชูศักดิ์ ศิรินิล กับคณะ เสนอแก้ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติและ พ.ร.ป.ว่าด้วยการพิจารณาคดีศาลฎีกาผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง...หลักการใหญ่คือเปลี่ยนนิยามคำว่า 'ผู้เสียหาย' และเปิดโอกาสให้ผู้เสียหายฟ้องได้เอง แม้จะเป็นการฟ้องย้อนหลัง...

สว.วันชัย สอนศิริ ออกมาดักคอเบาๆ ว่า อาจจะมีวาระซ่อนเร้นหรือเป็นเงื่อนไขให้เกิดความวุ่นวาย  แต่ก็ถูกตอบโต้มาแล้ว ส่วน 'เล็ก เลียบด่วน' ไปอ่านร่างแก้ไข 2 พ.ร.ป. คร่าวๆ แล้วสรุปได้สั้นเพียงว่า...งานนี้เพื่อไทยอาจคิดผิดก็ได้ เพราะดีไม่ดีอาจเข้าเนื้อตัวเอง มากกว่าที่จะเอาผิดคนอื่น..!!

‘รถไฟฟ้าสายสีเหลือง’ บอกต่อ!! จัดโปรโมชันเดินทางสุดคุ้ม ชูแพ็กเกจ 25 บาทตลอดสาย แบบรายสัปดาห์ 7 วัน 10 เที่ยว

รถไฟฟ้าสายสีเหลืองยกขบวน บอกต่อแพ็กเกจสุดคุ้ม ‘นั่งไปไหนก็ 25 บาท ตลอดสาย’ 
พร้อมเดิน Troop แจกน้ำเก๊กฮวย มอบความสดชื่นให้กับประชาชนตลอดเส้นทาง

(13 ก.พ.67) บริษัท อีสเทิร์น บางกอกโมโนเรล จำกัด (EBM) ผู้รับสัมปทาน รถไฟฟ้ามหานคร สายสีเหลือง ยกขบวนโปรโมท โปรโมชันสุดคุ้ม ‘นั่งไปไหนก็ 25 บาท ตลอดสาย’ กับแพ็กเกจเที่ยวเดินทางรายสัปดาห์ 7 วัน 10 เที่ยว 250 บาท พร้อมจัดกิจกรรมเดิน Troop มอบความสดชื่นแจกน้ำเก๊กฮวยให้กับประชาชน ในแหล่งชุมชนใกล้สถานีรถไฟฟ้ามหานคร สายสีเหลือง ตลอดสาย ลาดพร้าว-สำโรง อาทิ ตลาด, ห้างสรรพสินค้าและโรงเรียน ในวันที่ 12-13, 17-18 กุมภาพันธ์ และ 1-2 มีนาคม 2567 

พิเศษ!! สุดสำหรับกิจกรรมนี้ เพียงดาวน์โหลดแอปพลิเคชันแรบบิท รีวอร์ดส และโชว์หน้าแอปพลิเคชันในกิจกรรมวันที่ 17-18 กุมภาพันธ์ และ 2 มีนาคม 2567 จะได้รับ 250 แรบบิท พอยท์ไว้แลกสิทธิพิเศษ ส่วนลดต่าง ๆ ในช่องทางแอปพลิเคชัน

สำหรับผู้โดยสารและประชาชนที่สนใจกิจกรรมดี ๆ ในการมอบความสดชื่น ตลอดแนวเส้นทางรถไฟฟ้ามหานคร สายสีเหลือง สามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมได้ที่ Facebook Page : MRTYellowLine

'เอ็ดดี้' แนะ!! วิธีปกป้อง 'กรมสมเด็จพระเทพฯ' อย่างผู้มีอริยะ ด้าน 'สว.สมชาย' รวมแบนเนอร์ #เรารักกรมสมเด็จพระเทพ

(13 ก.พ. 67) เอ็ดดี้ อัษฎางค์ ยมนาค โพสต์เฟซบุ๊ก หัวข้อ เราควรแสดงการปกป้องกรมสมเด็จพระเทพฯ อย่างไร? มีรายละเอียดดังนี้...

ผมได้คุยกับ อ.ป้อมเมื่อคืน ซึ่งเราเห็นตรงกันว่า พวกมันต้องการใช้ตะวันเป็นเครื่องมือ เพื่อสร้างความโกรธแค้น เราจะได้ใช้ความรุนแรงแก้แค้น เพราะการคุกคามกรมสมเด็จพระเทพฯ จะทำให้เราโกรธหนัก เพราะเรารักและบูชาพระองค์ เนื่องจากพระองค์เสียสละความสะดวกสบายส่วนพระองค์เพื่อคนไทยมาทั้งพระชนมชีพ

ซึ่งถ้าเราใช้ความรุนแรง ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ในการจัดการ ก็จะเข้าทางพวกมัน แล้วมันก็อาศัยเรื่องนี้ไปหากินต่อได้อีก

เพราะฉะนั้น อย่าหลงกลพวกมัน

แต่เราควรเอาชนะมันด้วยการแสดงพลังแห่งความรักและบูชากรมสมเด็จพระเทพฯ ให้กระหึ่มทั่วประเทศ

เราจะปกป้องกรมสมเด็จพระเทพฯ และสถาบันพระมหากษัตริย์ ด้วยพลังแห่งความรักและบูชา เป็นกระแสปราบมาร

ตัวอย่างดี ๆ เช่น การจัดกิจกรรมถวายพระกำลังใจของโรงเรียนนายร้อย จปร.

ผมและ อ.ป้อม ในฐานะที่เราเป็นเพียงประชาชนตัวเล็ก ๆ ไม่มีกำลังอะไร ก็จะเขียนจดหมายถวายพระและถวายกำลังใจ โดย อ.ป้อม จะใช้ความสามารถจากความเป็นอาจารย์ศิลปะ วาดภาพถวายด้วย

ส่วนองค์กรต่าง ๆ หน่วยงานราชการและเอกชน ที่มีกำลังมากพอ ก็ควรจัดกิจกรรมถวายพระและถวายกำลังใจ โดยพร้อมเพรียงกัน

ใครอยากร่วมกิจกรรมนี้กับเรา สามารถทำได้ด้วยตัวเองเลยคร้บ

IN LIFE, WE CANNOT CHOOSE WHAT HAPPENS TO US.

BUT THE ONLY THING THAT WE CAN CHOOSE IS HOW TO RESPOND TO WHAT HAPPENS TO US.

SO CHOOSE TO POSITIVELY TO EVERY SITUATION.

ในชีวิตของคนเรานั้น เราไม่สามารถเลือกได้ว่า อะไรจะเกิดขึ้นกับเรา สิ่งเดียวที่เราเลือกได้ คือเราจะจัดการอย่างไรกับมัน จงเลือกที่จะจัดการในทางบวกเสมอ ในทุกสถานการณ์

นะโมพุทธายะ

ในวิกฤตย่อมมีโอกาสดีๆ เสมอ

เพราะฉะนั้น นี่จะเป็นโอกาสทองของเรา

ขอเชิญชวนพี่น้องไทย จงร่วมแสดงพลังแห่งความดี ความสามัคคี และแสดงให้เห็นว่า เรารักกรมสมเด็จพระเทพฯ และสถาบันพระมหากษัตริย์มากแค่ไหน

ร่วมปกป้องกรมสมเด็จพระเทพฯ และสถาบันพระมหากษัตริย์ในทางที่ดี

ขณะที่ด้าน นายสมชาย แสวงการ สมาชิกวุฒิสภา ได้โพสต์แบนเนอร์ #เรารักกรมสมเด็จพระเทพ หลายภาพ โดยมีการแชร์กันอย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้ ซึ่งเป็นการแสดงความจงรักภักดีต่อ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี หลังเกิดเหตุการณ์ ตะวัน ทะลุวัง สร้างคอนเทนต์ ป่วนขบวนเสด็จฯ

‘ลิซ่า’ คอนเฟิร์ม!! เตรียมปรากฏตัวใน ‘The White Lotus’ ซีรีส์ชื่อดังของ HBO จ่อบินลัดฟ้ามาถ่ายทำที่เมืองไทย

(13 ก.พ.67) หลังจากปล่อยให้แฟนชาวไทยรอลุ้นอยู่นาน ในที่สุดก็มีการคอนเฟิร์มเป็นที่เรียบร้อยแล้วว่าซีรีส์ตลกร้าย เสียดสีประเด็นสังคมอย่าง The White Lotus ซีรีส์จาก HBO จะมาถ่ายทำที่ประเทศไทย

ล่าสุดวันนี้ก็เซอร์ไพรส์คอซีรีส์และแฟน K-pop อีกครั้ง เพราะมีการยืนยันผ่านทางค่าย LLOUD เผยว่า ลิซ่า-ลลิษา มโนบาล จะร่วมแสดงในซีรีส์ The White Lotus ในซีซั่น 3 ด้วย

นับเป็นครั้งแรกที่ได้เห็น สาวลิซ่า โลดแล่นในวงการซีรีส์ ท่ามกลางแฟน ๆ ที่ตั้งตารอชมบทบาทใหม่ในอุตสาหกรรมบันเทิงของเธอ

สำหรับซีรีส์ The White Lotus เป็นออริจินัลซีรีส์ของ HBO ฝีมือการเขียนบทและกำกับโดย Mike White ซึ่งกวาดรางวัลมากมาย เป็นเรื่องราวเกี่ยวกับผู้คนที่เข้าพักในโรงแรมหรู ก่อนจะเจอเหตุการณ์สุดอลเวงที่คาดไม่ถึง

ตัวซีรีส์เต็มเปี่ยมไปด้วยการจิกกัด เสียดสีประเด็นในสังคม ผ่านตัวละครที่มีความหลากหลาย ทั้ง เพศ เชื้อชาติ ชนชั้น และความเชื่อ

โดยในซีซั่น 3 นี้ มีการเปิดเผยรายชื่อนักแสดง มีนักแสดงไทยมาโชว์ฝีมือ ได้แก่ ‘ดอม เหตระกูล’ ‘เมธี ทับทิมทอง’ มีกำหนดเริ่มถ่ายทำในเดือนกุมภาพันธ์ที่กรุงเทพฯ, ภูเก็ต และเกาะสมุย

ย้อนดูจุดยืน ‘รวมไทยสร้างชาติ.’ และ ‘ไทยสร้างไทย’ ต่อประเด็น ‘คนรุ่นใหม่กับสถาบันพระมหากษัตริย์’

กาลครั้งหนึ่ง เมื่อไม่นานมานี้เอง!!

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 7 เม.ย. 66 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวปราศรัยตอนหนึ่งว่า “พรรค รทสช. ไม่ได้เป็นพรรคที่จัดตั้งใหม่ แต่เป็นพรรคที่เติบโตเร็วที่สุด พรรคการเมืองมีเกิด มีอยู่ มีดับ แต่รวมไทยสร้างชาติจะอยู่ตลอดไปภายใต้แนวทางและนโยบายของลุงตู่ และหัวใจของพรรคคือ ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และประชาชน มีคนฝากส่งมาเรื่องหนึ่งบอกว่าอย่าลืมเรื่องประเทศไทย คนไทย 70 กว่าล้านคน แต่ทำไมวันนี้เห็นคนไม่กี่คน หยิบมือหนึ่ง สร้างความวุ่นวายปั่นป่วน ทำไมคนไทยไม่รักชาติ ทำไมชังชาติ ทำไมไม่รักสถาบัน ทำไมจะล้มสถาบัน”

นายพีระพันธฺุ์กล่าวต่อว่า “เขาถามผมว่า ถ้ามาดูแลบ้านเมืองจะทำอย่างไร ผมตอบไปว่า คำตอบง่ายมาก แผ่นดินไทยประเทศไทยมีไว้เพื่อคนรักชาติ แผ่นดินประเทศไทยเป็นแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ มีสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นหลักชัยของประเทศ ถ้าคุณไม่ชอบคุณไม่มีสิทธิเปลี่ยน เพราะคนไทยทั้งชาติเขาเอา ถ้าคุณไม่ชอบเชิญไปอยู่ที่อื่น ไม่ห้าม ไปได้เลย ท่านชอบประเทศไหนไปเลย แต่ประเทศไทยต้องเป็นแบบนี้ตลอดไป ภายใต้รวมไทยสร้างชาติเราจะไม่เปลี่ยนแปลง ถ้ารวมไทยสร้างชาติเป็นแกนนำรัฐบาลเราจะจัดการกับพวกชังชาติ พวกล้มสถาบันโดยเด็ดขาด”

ต่อมาวันที่ 27 เม.ย. 66 น.ต.ศิธา ทิวารี กล่าวขณะลงพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ตอนหนึ่งว่า “สิ่งที่ผู้ใหญ่รู้เมื่อก่อน ทุกวันนี้เสิร์ชหาในกูเกิลแปปเดียวก็เจอ แต่สิ่งที่เด็กรู้วันนี้ ผู้ใหญ่เสิร์ชหาที่ไหนก็ไม่เจอ ดังนั้น ผู้ใหญ่ต้องฟังเด็ก เพราะผู้ใหญ่อีก 20-30 ปีก็ลงโลงกันหมด แล้วประเทศนี้ก็จะกลายเป็นของเด็ก เราต้องรับฟัง แลกเปลี่ยนความเห็น และหาทางออกร่วมกัน และนี่คือสาเหตุว่าทำไมผมกับคุณหญิงสุดารัตน์ และผู้ร่วมอุดมการณ์ จึงออกมาก่อตั้งพรรคไทยสร้างไทย เพื่อเป็นสะพานเชื่อมระหว่างคนรุ่นเก่ามากประสบการณ์และคนรุ่นใหม่ไฟแรงเก่ง ๆ เพื่อสร้างประเทศไทยที่ดีที่สุด” 

รองโฆษก ตร. ชี้แจงการเสพยาเสพติด การครอบครองยาเสพติดไม่เกิน 5 เม็ด ยังคงมีความผิดตามกฎหมาย มีโทษทั้งจำทั้งปรับ !!!

วันนี้ (13 กุมภาพันธ์ 2567) พ.ต.อ.อุเทพ นุ้ยพิน รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า ตามที่มีการเผยแพร่ข้อมูลในสื่อสังคมออนไลน์ถึงประเด็นเรื่อง กฎหมายยาเสพติดฉบับใหม่ ผู้เสพ หรือผู้ครอบครองยาเสพติดไม่เกิน 5 เม็ด ไม่มีโทษอีกต่อไปนั้น เป็นการเผยแพร่ข้อมูลที่คลาดเคลื่อน 

รอง โฆษก ตร. กล่าวว่า ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณะสุข ได้ออกกฎกระทรวง กำหนดปริมาณยาเสพติดให้โทษและวัตถุออกฤทธิ์ที่ให้สันนิษฐานว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ พ.ศ.2567 ลงวันที่ 31 มกราคม 2567 โดยมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2567 นั้น กฎกระทรวงดังกล่าวได้ประกาศออกมาตามความในมาตรา 24 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายยาเสพติด พ.ศ.2564 และ มาตรา 107 วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด เป็นข้อสันนิษฐานว่า การครอบครองยาเสพติดในปริมาณเล็กน้อยตามที่กำหนด ให้สันนิษฐานว่ามีไว้ในครอบครองเพื่อเสพ ถือว่าผู้นั้นเป็นป่วย ต้องได้รับการการบำบัดรักษาเพื่อให้หายจากการติดยาเสพติดและกลับเข้าสู่สังคมต่อไป 

การเสพยาเสพติดยังคงมีโทษอยู่ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 104 , 162  มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000  บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แต่หากผู้เสพสมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษาและเป็นไปตามเงื่อนไขที่กำหนด และดำเนินการเข้ารับการบำบัดจนครบถ้วน ก็จะไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา 113  ทั้งนี้ บทลงโทษทางกฎหมายยังคงมีอยู่ ซึ่งกฎหมายนี้มีเจตนารมย์ที่จะช่วยเหลือให้เข้ารับบำบัดโดยไม่เอาผิดทางอาญา หรือการลดการเป็นอาชญากรรมของผู้เสพ (decriminalization) “มองผู้เสพ เป็นผู้ป่วย” ใช้กระบวนการทางสาธารณสุขและสุขภาพในการแก้ไขปัญหาผู้เสพผู้ติด 

ส่วนการครอบครองยาเสพติดในปริมาณเล็กน้อยไว้พื่อเสพ เช่น ยาบ้า ไม่เกิน 5 เม็ด หรือยาไอซ์      ไม่เกิน 100 มิลลิกรัม หรือยาเค มีน้ำหนักสุทธิไม่เกิน 500 มิลลิกรัม  ตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2567  ยังคงเป็นความผิดฐาน "ครอบครองเพื่อเสพ" ตามประมวลกฎหมายยาเสพติด มาตรา  107 , 164 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ แต่หากผู้ครอบครองยาเสพติดไว้เพื่อเสพ สมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษา และดำเนินการเข้ารับการบำบัดจนครบถ้วน ก็จะไม่มีความผิด ตาม ม.113  เช่นกัน โดยการครอบครองยาเสพติดไว้เพื่อเสพ แบ่งเป็น 2 กรณี ดังนี้ 

กรณีที่ 1 การครอบครองยาเสพติดไว้เพื่อเสพตามพฤติกรรมอันแท้จริง เช่น มียาบ้า 10 เม็ด แม้จะมีปริมาณเกินกว่าที่กฏกระทรวงกำหนด แต่หากข้อเท็จจริง พยานหลักฐานต่างๆ ยืนยันได้ว่า ยาบ้าจำนวน 10 เม็ดนั้น มีไว้เพื่อเสพจริง ไม่มีพฤติการณ์หรือประวัติในการจำหน่ายยาเสพติด มีผลตรวจพบสารเสพติดในปัสสาวะ เช่นนี้ มีความผิดฐาน ครอบครองเพื่อเสพ  

กรณีที่ 2 การครอบครองยาเสพติดไว้เพื่อเสพปริมาณเล้กน้อยไม่เกินที่กำหนด เช่น ยาบ้า ไม่เกิน 5 เม็ด หรือ ยาไอซ์ ไม่เกิน 100 มิลลิกรัม หรือยาเค มีน้ำหนักสุทธิไม่เกิน 500 มิลลิกรัม  ตาม ประกาศกระทรวงสาธารณสุข พ.ศ. 2567 หากไม่มีพฤติการณ์หรือประวัติในการจำหน่ายยาเสพติด เช่นนี้ มีความผิดฐาน ครอบครองเพื่อเสพ  

ทั้งนี้ พ.ต.อ.อุเทน นุ้ยพิน รองโฆษก ตร. ขอเรียนประชาสัมพันธ์ให้พี่น้องประชนได้รับทราบว่า การเสพยาเสพติดทุกชนิดประเภท  การครอบครองยาเสพติดทุกชนิดประเภท ไม่ว่าจำนวนเท่าใดยังคงเป็นความผิดตามกฎหมาย ถูกจับกุม ดำเนินคดีได้

‘ชาวพิษณุโลก’ จัด!! ออเดอร์สุดแปลกรับ ‘วันวาเลนไทน์’  ชุด 'บายศรีบูชาผัว-ช่อดอกบัวบูชาเมีย' สื่อถึงความเคารพรัก

(12 ก.พ.67) ผู้สื่อข่าวจังหวัดพิษณุโลกได้รับแจ้งร้านจัดดอกไม้รับออเดอร์สุดแปลกจากลูกค้าต้อนรับวันวาเลนไทน์ที่ร้านดอกไม้ ลาเฟลอร์ เลขที่ 43/11 ถ.บรมไตรโลกนาถ ต.ในเมือง จ.พิษณุโลก โดยมีนางสาวภัทรวิภา สุดเกตุ อายุ 44 ปี เป็นเจ้าของร้าน

นางสาวภัทรวิภา สุดเกตุ กล่าวว่า วันวาเลนไทน์ปีนี้ทางร้านได้รับออเดอร์จากลูกค้า โดยลูกค้ามีโจทย์ว่า ให้หาดอกไม้ที่มีคุณค่าที่สุด เพื่อให้สามีและภรรยา ซึ่งสองช่อนี้ที่ทางร้านได้ทำเป็นสองออเดอร์ ออเดอร์แรกเป็นภรรยาสั่งเพื่อมอบให้สามี อีกหนึ่งออเดอร์เป็นของสามีเพื่อจะมอบให้ภรรยา ในวันแห่งความรัก

นายนฤเบส กลิ่นเกษร อายุ 34 ปี ผู้ออกแบบตามโจทย์ที่ได้รับจากลูกค้า กล่าวว่า การทำช่อดอกไม้ครั้งนี้เน้นความแปลก แต่มีคุณค่าในการแสดงออกเพื่อเคารพรัก ช่อดอกไม้บายศรีบูชาผัว เปรียบเทียบเป็นหัวหน้าครอบครัว ที่ทำงานดูแลภรรยาเป็นอย่างดี ภรรยากราบไหว้สามีแล้วจะมีความเจริญก้าวหน้า ส่วนช่อดอกบัวบูชาเมีย ภรรยาเปรียบเสมือนเป็นแม่ทัพ ดูแลครอบครัวให้กำลังใจสามี ทำงานบ้านให้สามี ก็สมควรนำดอกไม้มากราบไหว้ แต่เปลี่ยนจากดอกกุหลาบเป็นดอกบัว

นางสาวภัทรวิภา สุดเกตุ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันวันวาเลนไทน์ลูกค้าส่วนใหญ่จะไม่เน้นมอบดอกกุหลาบ จะเน้นดอกไม้ชนิดอื่น ๆ ที่มีความแปลกใหม่ และสุดเซอร์ไพรส์ที่ให้ผู้รับไม่คาดคิด ซึ่งทางร้านทำตามออเดอร์ที่ลูกค้าสั่ง โดยแค่มอบโจทย์ทางร้านจะออกแบบให้ไม่ซ้ำใคร

วันวาเลนไทน์ปีนี้ ร้านดอกไม้ ลาเฟลอร์ จำหน่ายช่อดอกกุหลาบเริ่มต้นที่ 100 บาท ขึ้นไปดอกไม้มีทั้งจากในประเทศไทย และสั่งจากต่างประเทศ นอกจากกุหลาบ ยังมีดอกไม้หลากหลายรูปแบบ ทิวลิป ไฮเดรนเยีย ยิปโซ ยิปซี ทานตะวัน และชนิดอี่น ๆ อีกมากมาย สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสั่งช่อดอกไม้ที่ร้าน ดอกไม้ ลาเฟลอร์  ที่หมายเลขโทรศัพท์ 0817121652

‘เกาหลี’ ปลื้ม!! ยอดส่งออก ‘โซจู’ ทะลัก 100 ล้านดอลลาร์ฯ ‘ญี่ปุ่น’ ขึ้นแท่นนำเข้าอันดับ 1 หลังรับอานิสงส์วงการ K-Pop

เมื่อวานนี้ (12 ก.พ. 67) กรมศุลกากรเกาหลีใต้ เปิดเผยเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า เกาหลีใต้ได้ส่งออก ‘โซจู’ ทะลุหลัก 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นครั้งแรกในรอบ 10 ปี โดยยอดการส่งออกโซจูไปต่างประเทศสูงแตะ 101.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี 2566 เพิ่มขึ้น 8.7% จากปี 2565 ซึ่งเกาหลีใต้เคยส่งออกโซจูทะลุ 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐครั้งสุดท้ายเมื่อปี 2556

สำนักข่าวยอนฮับรายงานโดยอ้างแหล่งข่าวในวงการว่า ที่ผ่านมานั้น โซจูที่ขายในต่างประเทศส่วนใหญ่บริโภคโดยชาวเกาหลีใต้ แต่ปัจจุบันได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มผู้บริโภคในประเทศที่ขาย ตามกระแสวัฒนธรรมเคป็อป (K-Pop)

เมื่อช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ยอดการส่งออกโซจูลดลงจาก 97.6 ล้านดอลลาร์ เหลือ 89.7 ล้านดอลลาร์ ในปี 2562 และลดลงแตะ 82.4 ล้านดอลลาร์ ในปี 2564

อย่างไรก็ดี ยอดการส่งออกโซจูไปต่างประเทศกลับมาแตะที่ระดับ 93.3 ล้านดอลลาร์ ในปี 2565 และมีแนวโน้มสูงขึ้นนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

ทั้งนี้ เมื่อพิจารณารายประเทศ ‘ญี่ปุ่น’ เป็นผู้นำเข้าโซจูเกาหลีใต้รายใหญ่ที่สุด โดยมีมูลค่ามากกว่า 30 ล้านดอลลาร์ ตามมาด้วย ‘สหรัฐ’ ที่ 23.6 ล้านดอลลาร์

อย่างไรก็ดี ‘นี่ไม่ใช่ครั้งแรก’ ที่เกาหลีสามารถสร้างสถิติใหม่ด้านการค้าที่มาจาก K-Pop

>> ปี 66 ทำสถิติส่งออก 'กิมจิ' ไป 93 ประเทศ

ไม่ใช่ทุกประเทศที่จะคุ้นลิ้นถูกปากรสชาติอาหารแบบเอเชีย และไม่ใช่ทุกประเทศที่มีวัฒนธรรมการกินผักดอง แต่ถึงอย่างนั้น เกาหลีใต้ก็สามารถทำสถิติส่งออก ‘กิมจิ’ ทะลุหลัก 90 ประเทศ ได้เป็นครั้งแรกในปีที่แล้ว  

ข้อมูลจากกรมศุลกากรเกาหลีใต้ระบุว่า มีการส่งออกกิมจิ ไปยัง 93 ประเทศ/เขตเศรษฐกิจทั่วโลก ระหว่างเดือนม.ค.-ต.ค. 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสถิติสูงสุดที่เคยทำได้จากเดิม 61 ประเทศ เมื่อ 10 ปีก่อน

‘ญี่ปุ่น’ คือ ตลาดนำเข้ากิมจิเบอร์ 1 ด้วยมูลค่า 52.84 ล้านดอลลาร์ ตามมาด้วย สหรัฐ เนเธอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และฮ่องกง โดยที่ 5 ใน 10 ของประเทศที่นำเข้ากิมจิมากที่สุดล้วนเป็นประเทศตะวันตก

>> ส่งออก 'รามยอน' ทะลุ 1 ล้านล้านวอนครั้งแรก

ซอฟต์พาวเวอร์เกาหลีใต้ยังสามารถทำให้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของตัวเองในชื่อ ‘รามยอน’ โดดเด่นขึ้นมาได้ จนสามารถส่งออกรามยอนได้ทะลุหลัก 1 ล้านล้านวอน (ราว 2.7 หมื่นล้านบาท) ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ เมื่อปีที่แล้ว 

ตัวเลขการส่งออกรามยอน 10 เดือนแรกของปี 2566 อยู่ที่ 1.097 ล้านล้านวอน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 24.7% และถือเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ของเกาหลีใต้นับตั้งแต่มีการทำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในเวอร์ชั่นของตนเองขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 1963 

สำหรับประเทศที่นำเข้ารามยอนมากที่สุดนำโดย ‘จีน’ มีมูลค่าอยู่ที่ 174.45 ล้านดอลลาร์ โดยจีนยังถือเป็นประเทศที่มีการบริโภคบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมากที่สุดในโลก ตามมาด้วย สหรัฐ ญี่ปุ่น เนเธอร์แลนด์ และมาเลเซีย

‘อัครเดช’ เผยวิปรัฐบาลมีมติให้ รทสช. เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา ขอให้สภาฯ พิจารณาทบทวนมาตรการอารักขาถวายความปลอดภัยขบวนเสด็จฯ

เมื่อวานนี้ (12 ก.พ. 67) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี โฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ในฐานะคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์ว่า ที่ประชุมวิปรัฐบาลได้มีมติเห็นชอบให้พรรครวมไทยสร้างชาติ เสนอญัตติด่วนด้วยวาจา เรื่อง ขอให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาทบทวนมาตรการอารักขาถวายความปลอดภัยขบวนเสด็จพระราชดำเนินของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและพระบรมวงศานุวงศ์ให้มีความปลอดภัย เพื่อป้องปรามพฤติกรรมขัดขวางขบวนเสด็จอันก่อให้เกิดอันตราย หรือเสื่อมเสียพระเกียรติยศจะเสนอโดยนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ ในวันพุธที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 โดยจะขอที่ประชุมพิจารณาญัตติดังกล่าวเป็นเรื่องแรกก่อนพิจารณาพรบ.อีก 2 ฉบับ

นายอัครเดช กล่าวว่า จุดประสงค์ที่เสนอญัตติด่วนในครั้งนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาสังคมเกิดความไม่สบายใจ ที่มีกลุ่มคนเพียงไม่กี่คนไปกระทำการอันไม่บังควรต่อขบวนเสด็จของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชนเกิดความไม่สบายใจและขุ่นข้องหมองใจอย่างกว้างขวาง พวกเราเองในฐานะสส.ฝั่งรัฐบาล จะได้ใช้กลไกของสภาฯ เพื่อพิจารณาทบทวนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคง จะได้เพิ่มมาตรการให้มีความเข้มงวดเกี่ยวกับการถวายความปลอดภัย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระบรมวงศานุวงศ์ ตลอดจนมีมาตรการที่ชัดเจนดำเนินการกับผู้ที่ขัดขวาง ก่อกวนขบวนเสด็จ

“จะมีการใช้เวทีของสภาฯ อภิปรายเพื่อหาทางออก เพื่อลดความไม่สบายใจและความวิตกกังวลของพี่น้องประชาชนจำนวนมาก ที่ไม่เห็นด้วยกับกลุ่มคนที่แสดงพฤติกรรมขัดขวางหรือก่อกวนขบวนเสด็จพระราชดำเนินซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่บังควรกระทำเป็นอย่างยิ่ง”นายอัครเดชกล่าว

ASEAN Foundation ผนึกกำลัง 'TikTok-SAP' เปิดรับสมัครผู้เข้าร่วมโครงการ 'ASEAN Social Enterprises Development Programme: SEDP 3.0'

(13 ก.พ. 67) รองศาสตราจารย์ ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการศูนย์อาเซียนศึกษา คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความถึงโครงการที่น่าสนใจเพื่อ SME ระบุว่า...

โอกาสสำหรับการพัฒนา SME สู่ SE: Social Enterprises

ASEAN Foundation ร่วมกับ TikTok และ SAP เปิดรับสมัครผู้ประกอบการเข้าร่วมโครงการ 'ASEAN Social Enterprises Development Programme: SEDP 3.0'

20 ผู้ประกอบการจาก 10 ประเทศอาเซียน

ร่วม อบรมทั้ง Online และ On-site, ร่วมเรียนรู้จาก Mentors โดย SAP และ TikTok, เข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกในการทำธุรกิจ และแหล่งเงินทุน  รวมทั้งการประกวดโครงการวิสาหกิจเพื่อสังคมชิงเงินทุนเพื่อใช้ในการดำเนินธุรกิจกว่า 40,000 USD (1.43 ล้านบาท)

รายละเอียดเพิ่มเติมที่ bit.ly/SEDP3_Info
สมัครเข้าร่วมโครงการที่ bit.ly/ASEANSEDP3

Calling all social enterprises in ASEAN to join the ASEAN Social Enterprise Development Programme 3.0 🥳 Embark on a transformative journey of your social enterprise’s growth by participating in tailored training and mentorship with experts, networking with investors and government and standing a chance to win seed grants of up to 40,000 USD 💸💰 

30 social enterprises from ASEAN countries will be selected to participate in this transformative programme. Secure your spot by applying through bit.ly/ASEANSEDP3 by 31 March 2024. 

Explore bit.ly/SEDP3_Info for further details ✅ 
Stay connected with us to follow the journey of #ASEANSEDP3  
#BeAsean #TikTokForGood #SAP4Good #ASEANSocialEnterprise #WeAreASEAN


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top