Saturday, 8 August 2026
Hard News Team

ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล ประจำวันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2567

📌รางวัลที่ 1 : 997626
📌รางวัลเลขท้าย 2 ตัว : 78
📌รางวัลเลขหน้า 3 ตัว : 571 509
📌รางวัลเลขท้าย 3 ตัว : 794 329
📌รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1: 997625,997627
 
📌รางวัลที่ 2 : 485642,631001,897694,158908,485546
 
📌รางวัลที่ 3 :935199, 322578,669775,620048,826842
421546,105303,951264,238160,696050

📌รางวัลที่ 4: 758395,000341,531222,431579,382805
411596,246073,447454,535126,791580
657195,720975,434148,281788,118769
018003,363379,611287,236153,542218
667327,258455,716354,766185,323851
766682,990089,343639,835813,051048
186506,621447,836291,194519,429726
024292,511125,229005,465714,656833
830148,369148,381682,701512,082645
069735,636604,788574,582288,941507

📌รางวัลที่ 5: 897221,359981,281316,483750,790445
703954,941330,777286,834119,089496
256562,241656,726226,827733,733185
769325,793922,494870,123872,505629
952154,421006,208031,072364,229601
263497,074037,061993,366058,321698
528251,942827,074356,067668,615908
155537,414317,405975,763641,111550
638069,530904,349703,937154,075430
779987,843878,392798,257097,912304
894675,706515,427954,538263,979750
711328,981529,898338,803122,305480
754334,929805,613167,926111,384858
668676,779577,253377,712705,382576
197338,291923,580053,152229,250163
022080,372465,077241,351806,270058
341652,765794,346588,640404,950507
124680,554182,212559,570696,574568
001197,478627,007809,132215,512054
269609,943540,372430,259872,086935

‘ดร.ปิติ’ ชี้ ‘2475 รุ่งอรุณแห่งการปฏิวัติ’ ตีแผ่ความจริง ที่ไม่เคยมีในหนังสือเรียน ย้ำ ต้องศึกษาให้ละเอียด ป้องกัน ผู้ไม่หวังดี บิดเบือนประวัติศาสตร์

(16 มี.ค.67) รศ.ดร.ปิติ ศรีแสงนาม ผู้อำนวยการบริหาร มูลนิธิอาเซียน ณ กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย และรองศาสตราจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับ  แอนิเมชัน 2475 Dawn of Revolution หรือ 2475 รุ่งอรุณแห่งการปฏิวัติ โดยได้ระบุว่า ...

ถึงแม้ด้วยข้อจำกัดด้านงบประมาณจะทำให้ 2475 Dawn of Revolution หรือ 2475 รุ่งอรุณแห่งการปฏิวัติ จะมีงานภาพที่ไม่ถึง รวมทั้งการบอกเล่าเรื่องประวัติศาสตร์อย่างตรงไปตรงมา ด้วยวิธีเล่าเรื่องตามลำดับเวลา จะทำให้ animation เรื่องนี้มีรสชาติที่ไม่ร้อนแรง

แต่ในห้วงเวลาที่ประวัติศาสตร์กำลังถูกบิดเบือนด้วยความไม่ปรารถนาดีของบุคคลบางกลุ่ม 

ในห้วงเวลาที่คนบางกลุ่มถูกขังอยู่ใน Echo chamber ที่เต็มไปด้วย disinformation 

ในห้วงเวลาที่คิดว่าตนเองรู้ดี แต่กลับไม่ศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม

Animation เรื่องนี้ทำหน้าที่ของมันได้อย่างสมบูรณ์ที่สุดในการ ตีแผ่ความจริง ที่ไม่เคยมีอยู่ในหนังสือเรียน ได้อย่างที่ตัวละครในเนื้อเรื่องได้กล่าวไว้

สุดสัปดาห์นี้ ใครมีเวลาว่างๆ แนะนำให้ดูครับ

https://youtu.be/rmNvPB6Jxzo?si=hKTN_aliLagHFHyH

เมื่อดูการ์ตูนจบแล้ว ใครอยากเรียนรู้เพิ่มเติมในรายละเอียด Chayodom Sabhasri อาจารย์ผู้ใหญ่ที่ผมเคารพนับถือแนะนำ

2475 untold history ด้วยครับ 20 ตอน ตอนละ 10 นาที ทำ 3 ปีก่อน 
สาระละเอียดกว่าการ์ตูน แต่สอดคล้องกัน กินใจยิ่งกว่าการ์ตูน เพราะนำเอกสารจริงมาแสดง
https://youtu.be/bJifRslul34?si=GvoxM9IhvjGC3Dzl

ต่อจาก Animation และสารคดี ใครอยากเห็นของจริง Kidakorn Angkanarak แนะนำ
ดู ๒๔๗๕ Dawn of Revolution แล้วก็ขอเชิญเข้าเยี่ยมชม พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๗ (King Prajadhipok Museum) ด้วยนะครับ แหล่งความรู้มากมาย เปิด 09:00 - 16:00 น. ปิดวันจันทร์ อยู่ถนนหลานหลวงตัดกับถนนราชดำเนิน เชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ใกล้ ภูเขาทอง ป้อมมหากาฬ โลหะปราสาท
https://maps.app.goo.gl/wKpGDN8RE9X4EYfq5?g_st=ic

‘ท็อป วราวุธ’ โพสต์เฟซขอบคุณ ทีมงานผู้ผลิตแอนิเมชัน ย้ำภูมิใจ ที่ได้เกิดเป็นคนไทย ภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภาร แห่งราชจักรีวงศ์

เมื่อวานนี้ (15 มี.ค.67) นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กถึง งานแอนิเมชันที่ชื่อว่า '2475 Dawn of Revolution' โดยมีข้อความว่า ...

2475 Dawn of Revolution แอนิเมชันคุณภาพ ที่ร้อยเรียงเรื่องราวแห่งประวัติศาสตร์ของแผ่นดินไทยอย่างละเอียด ขอขอบคุณทีมงานผู้ผลิตแอนิเมชันนี้ ที่ได้ตอกย้ำให้ผมรู้สึกภูมิใจและดีใจที่ได้เกิดเป็นคนไทยภายใต้ร่มพระบรมโพธิสมภารแห่งพระบรมราชจักรีวงศ์ ครับ

‘ลิณธิภรณ์’ ฟาดใส่ ‘พิธา’ เดินสายไร้เป้าหมาย แนะควรรู้จักหน้าที่ ชี้ ‘เศรษฐา’ ขึ้นเชียงใหม่ 3 ครั้ง เดินหน้าแก้ฝุ่น ตามนโยบายที่ได้ประกาศไว้

(16 มี.ค.67) น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย (พท.) กล่าวกรณีนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ สส.บัญชีรายชื่อ และประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล (ก.ก.) มีกำหนดร่วมภารกิจดับไฟป่าในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ วันที่ 16 - 17 มี.ค.ในระยะเวลาเดียวกันกับที่นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ตรวจราชการในพื้นที่ จ.เชียงใหม่และลำพูน ระหว่างวันที่ 15 - 17 มี.ค.ว่า นายเศรษฐาประกาศนโยบายการจัดการปัญหาฝุ่น ตั้งแต่เป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ของพรรคเพื่อไทย จนถึงการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา นายเศรษฐายังตอบสนองตามพันธสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชนอย่างต่อเนื่อง นอกจากมีข้อสั่งการของนายกฯ เมื่อวันที่ 27 พ.ย.66 และมีมติคณะรัฐมนตรีในการเสนอร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) อากาศสะอาด พ.ศ. … ต่อรัฐสภาแล้ว นายเศรษฐายังลงพื้นที่ติดตามการแก้ไขปัญหาสถานการณ์ฝุ่นด้วยตนเอง โดยเฉพาะในพื้นที่ จ.เชียงใหม่ ที่นายกฯ เดินทางไปแล้วถึง 3 ครั้ง 

น.ส.ลิณธิภรณ์ กล่าวว่า ครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 พ.ย.66 นายกฯ มอบนโยบายเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ไฟป่า หมอกควันและฝุ่นละอองปี 67 ยืนยันรัฐบาลให้ความสำคัญกับอากาศสะอาด ย้ำทุกฝ่ายทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการ ผ่านไป 2 เดือน นายกฯ เยือน จ.เชียงใหม่ ครั้งที่สองเมื่อวันที่ 11 ม.ค.67 เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาหมอกควันไฟป่า โดยเน้นย้ำทุกหน่วยงานบูรณาการความร่วมมือตาม 6 แนวทางการดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหา และครั้งล่าสุดตามกำหนดการครั้งนี้ เพื่อเฝ้าสอบถามและติดตามความคืบหน้าต่อไปตามบทบาทหน้าที่ของฝ่ายบริหาร

น.ส.ลิณธิภรณ์ กล่าวต่อว่า ผ่านมาเกือบ 7 เดือนแล้วนับแต่การจัดตั้งรัฐบาล พรรคก.ก.โดยเฉพาะผู้บริหารพรรค ควรเข้าใจบทบาทของฝ่ายค้านตามระบอบประชาธิปไตยได้แล้ว ว่าฝ่ายค้านมีหน้าที่ตรวจสอบการบริหารหรือเสนอแนะรัฐบาล หากทำงานผิดพลาดหรือใช้งบประมาณโดยไม่ถูกต้อง แต่หากนายพิธาและพรรคก.ก.เคลื่อนไหวในลักษณะนอกบทบาทหน้าที่ที่ไม่อาจเกิดการพัฒนาได้ ก็จะสร้างคำถามและความสับสนขึ้นได้ ว่าการเดินสายลักษณะนี้ใครจะได้ประโยชน์อย่างแท้จริง เพราะประเทศชาติกำลังเดินหน้าไปสู่การแก้ปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม

“อยากให้นายพิธามูฟออนกลับมาสู่ความเป็นจริง ที่สำคัญคือเข้าใจบทบาทหน้าที่ของฝ่ายค้านที่เป็นอยู่ ไม่ใช่คิดแต่จะเดินสายโดยไร้เป้าหมายที่เป็นรูปธรรมและยั่งยืนอย่างที่รัฐบาลนายกฯ เศรษฐา จริงจังกับการเดินหน้าติดตามแก้ไขปัญหาฝุ่นควันต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับอย่างแท้จริง” น.ส.ลิณธิภรณ์ กล่าว

‘อุตฯ ฟอกหนังไทย’ ปรับตัวเดินตาม ‘BCG โมเดล’ ตามเทรนด์อุตสาหกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

จากรายการ THE TOMORROW มหาชนต้องรู้ ออกอากาศทางสถานีวิทยุ ส.ทร. FM93.0 MHz และสื่อออนไลน์ ในเครือ THE STATES TIMES เมื่อวันที่ 16 มี.ค.67 ได้พูดคุยกับ ‘คุณสุวัชชัย วงษ์เจริญสิน’ นายกสมาคมอุตสาหกรรมฟอกหนังไทย ที่ปรึกษาและกรรมการกลุ่มอุตสาหกรรมหนังและผลิตภัณฑ์หนัง สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  ถึงสถานการณ์อุตสาหกรรมฟอกหนังของประเทศไทย ที่ถือว่าเป็นส่วนสำคัญของภาคการส่งออกและขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยมาโดยตลอด 

โดยคุณสุวัชชัย กล่าวว่า “ภาพรวมของเศรษฐกิจโลก การชะลอตัวของเศรษฐกิจสหรัฐอเมริกา และยุโรป สงครามที่เกิดขึ้นนั้น มีผลกระทบต่อประเทศไทยพอสมควรในมุมมองของเศรษฐกิจ อย่างกรณียุโรปเองก็ประสบปัญหาค่าครองชีพสูงขึ้น ทำให้ปศุสัตว์มีการปรับตัวสูงขึ้น วัตถุดิบมีอัตราแพงขึ้น ซึ่งเครื่องหนังเปรียบเสมือนสินค้าฟุ่มเฟือย อัตราการใช้งานก็ลดลงทำให้มูลค่าตลาดลดลง ส่วนทางสหรัฐอเมริกาและจีนเองก็มีผลกระทบอยู่เหมือนกัน ทำให้ส่งผลกระทบทั้ง Supply Chain ในระดับโลก ต้องบอกว่าเมืองไทยเรามีการส่งออกโดยได้รับคำสั่งซื้อส่วนใหญ่จากทางยุโรปและสหรัฐอเมริกา ซึ่งประเทศไทยเองก็ส่งออกในห่วงโซ่นี้ทำให้ได้รับผลกระทบจาก Supply Chain อยู่พอสมควร”

คุณสุวัชชัย กล่าวถึงภาพรวมอุตสาหกรรมฟอกหนังไทยในตลาดโลกว่า “ประเทศไทยมีการส่งออก ขนมิงค์ (Mink Hair) หนังวัว ไปยังทวีปยุโรป เบาะรถยนต์ ส่งออกไปยังตะวันออกกลาง ส่วนกระเป๋าเดินทางก็ส่งออกอันดับต้น ๆ และรองเท้านำเข้ามาผลิตและประกอบเพื่อส่งออกกลับไปจำนวนมาก ส่วนจุดเด่นของเครื่องหนังไทยที่ต่างชาติยอมรับ คือ ความประณีตในการตัดเย็บ รูปแบบดีไซน์ และคุณภาพดีสม่ำเสมอ ทำให้มีคุณค่ามากขึ้น รวมถึงมีสินค้าหลากหลายรูปแบบมากกว่า เช่น หนังปลา หนังงู เป็นต้น  ซึ่งในอุตสาหกรรมฟอกหนังไทยมีการนำเข้าและส่งออก อยู่ประมาณ 20,000 ล้านบาท แต่ถ้ารวมกับกระเป๋าและเครื่องใช้ในการเดินทาง รองเท้า น่าจะอยู่ประมาณ 100,000 ล้านบาท”

คุณสุวัชชัย ระบุเพิ่มเติมว่า “ปัจจุบันทางสมาคมฟอกหนังไทยได้สร้างความร่วมมือกับทางสมาคมรองเท้า กระเป๋า เพื่อพัฒนาให้เกิด Young Designer รุ่นใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น วัตถุประสงค์เพื่อทำอย่างไรให้แบรนด์ไทยได้ครองใจทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ส่วนความต้องการของผู้ประกอบการต่อภาครัฐในปัจจุบัน คือ 

1.ต้นทุนการดำเนินงานลดน้อยลง 
2.ข้อกำหนดทางการค้าเปิดกว้างมากขึ้นเพื่อให้เกิดประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมฟอกหนัง เช่น การขยาย FTA ให้มากขึ้น, ข้อกำหนดด้านปศุสัตว์ เป็นต้น”

คุณสุวัชชัย ยังได้กล่าวถึงเทรนด์การทำธุรกิจหรืออุตสาหกรรมที่ต้องคำนึงถึงผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมว่า “ปัจจุบันสมาคมฟอกหนังไทย ส่งเสริมให้ผู้ประกอบการฟอกหนังเน้นเป้าหมายผลิตสินค้าเพื่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น สินค้าต้องย่อยสลายได้และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่กระทบต่อชีวิตประจำวันของผู้ใช้ การผลิต ออกแบบจะต้องอยู่ในการดูแลเรื่องสิ่งแวดล้อมทั้งหมด ซึ่งผู้ประกอบการหลายรายเริ่มพัฒนาสินค้าไปในทิศทางนี้แล้ว เช่น เมื่อผลิตสินค้าสารเคมีจะต้องไม่ตกค้างอยู่ในสิ่งแวดล้อม เป็นต้น”

“ปัจจุบันเราไม่ได้ใช้สารเคมีที่ก่อให้เกิดมลพิษแล้ว ในส่วนของภาครัฐเองก็ส่งเสริม BCG โมเดลและเริ่มผลักดันผู้ประกอบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น” คุณสุวัชชัย เน้นย้ำ

ส่วนเป้าหมายของอุตสาหกรรมฟอกหนังไทย ปัจจุบันเราพยายามปรับตัวเข้าสู่ชุมชนมากขึ้น เรามุ่งเน้นไปที่ทำหนังอย่างไรให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนมากที่สุด การบำบัดน้ำเสียตอนนี้มีอยู่ในเขตประกอบการของเรา ซึ่งมีบ่อหนึ่งเราปิดบ่อเลย แต่เราได้แก๊สมีเทน (Methane) และเน้นไปด้านไบโอแก๊ส (Biogas) เพื่อได้พลังงานกลับมาใช้ใหม่ ซึ่งเป็นที่แรกในเมืองไทย ที่สามารถเอาสิ่งปฏิกูลเหล่านี้มาเป็นพลังงานได้ 

อุตสาหกรรมฟอกหนังไทยถูกมองว่าเป็นผู้ร้ายมาตลอด อยากฝากถึงประชาชนว่า ปัจจุบันนี้อุตสาหกรรมฟอกหนังเป็นหนึ่งในห่วงโซ่ธุรกิจ เราเป็นหนึ่งใน 45 อุตสาหกรรมหลักของประเทศไทย เราไม่ได้มานั่งแก้ตัวว่าเป็นส่วนหนึ่งของมลพิษ แต่เราพยายามที่จะปรับตัวเข้าไปในชุมชนดูแลสิ่งแวดล้อม หรือติดตามเทรนด์ในการดำเนินธุรกิจในอนาคตที่เข้มข้นขึ้น สำหรับการจัดการกลิ่น น้ำเสีย ปัจจุบันสามารถเช็กได้ว่ามีมากหรือน้อยอย่างไร 

“การฟอกหนังใช้กระบวนการผลิตสมัยใหม่ การใช้สารเคมีที่แตกต่างจากเมื่อ 30-40 ปีที่แล้ว การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมแบบใหม่ทันสมัยมากขึ้น ทำให้อุตสาหกรรมฟอกหนังเป็นส่วนสำคัญในการเดินหน้าสู่ BCG โมเดล เพื่อทำให้มลพิษลดลงและส่งผลกระทบต่อประชาชนน้อยที่สุด” คุณสุวัชชัย กล่าวทิ้งท้าย

‘สมศักดิ์’ เผย คณะกรรมการผู้สูงอายุฯ เคาะให้รางวัล ‘เจ้าสัวธนินท์’ ชี้ มีผลงานช่วยเหลือสังคม ผลักดันให้เยาวชน มีการศึกษา เรียนรู้ อย่างเท่าเทียม

(16 มี.ค.67) นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ ได้ไปเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ เพื่อพิจารณาการขับเคลื่อนนโยบายการดำเนินงานด้านผู้สูงอายุ พร้อมรับทราบข้อเสนอเชิงนโยบายวิกฤตประชากรและสังคมสูงวัย และข้อเสนอเชิงนโยบายต่อการขับเคลื่อนสังคมสูงวัย โดยมีการนำเสนอเรื่องที่น่าสนใจ คือ ธนาคารเวลารองรับสังคมสูงวัย ซึ่งเป็นกิจกรรมที่สมาชิก แลกเปลี่ยนบริการขั้นพื้นฐาน โดยบันทึกเวลาไว้ในบัญชีธนาคาร เพื่อเบิกเวลามาใช้ยามจำเป็น ซึ่งจะมีผู้จัดการ เป็นผู้ประสานการบริการ มีธนาคารเวลาแล้ว 32 ประเทศ ใน 8 ทวีป เช่น นิวซีแลนด์ ออสเตรเลีย สหราชอาณาจักร ญี่ปุ่น ซึ่งในประเทศไทย มีการดำเนินงานธนาคารเวลา แล้ว 80 พื้นที่ โดยรูปแบบในประเทศไทย ยังเป็นการเก็บเวลา เพื่อแลกกับเวลาเท่านั้น ยังไม่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินได้ เพราะต้องการทำให้ทุกคนรู้สึกเท่าเทียม เวลาจึงมีค่าเท่ากันทั้งหมด ซึ่งตนมองว่า เป็นสิ่งที่ดี ที่เราสามารถไปบริการคนอื่น เพื่อเก็บเวลามาใช้ในวันที่เราต้องมีผู้ช่วยไปทำธุระ เช่น ไปซื้อของ ไปโรงพยาบาล โดยที่ประชุม ก็มีการเสนอแนะให้เก็บเวลาเป็นดิจิทัลด้วย เพราะจะได้สามารถบันทึกเวลาได้ยาวนาน

“ที่ประชุมคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ ยังได้มีการพิจารณารายชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเพื่อประกาศสดุดีเกียรติคุณผู้สูงอายุแห่งชาติ ประจำปี 2567 โดยได้มีการสรรหาผู้สูงอายุ ที่เป็นแบบอย่างที่ดีในสังคม ซึ่งมีผู้ได้รับเสนอรายชื่อจำนวน 53 ราย โดยเมื่อพิจารณาตามหลักเกณฑ์ ที่ประชุมได้มีมติเป็นเอกฉันท์เห็นชอบให้ นายธนินท์ เจียรวนนท์ อายุ 85 ปี เป็นผู้สูงอายุแห่งชาติ ประจำปี 2567 เพราะที่ผ่านมา นายธนินท์ ได้ช่วยเหลือสังคม ด้วยการขับเคลื่อนโครงการทรูปลูกปัญญา เป็นการมอบโอกาสการเรียนรู้อย่างเท่าเทียม พร้อมสนับสนุนด้านการศึกษาแก่เยาวชนของชาติ มาเป็นเวลากว่า 40 ปี จึงประกาศสดุดีเกียรติคุณยกย่องให้เป็นผู้สูงอายุแห่งชาติ” รองนายกรัฐมนตรี กล่าว

‘ธนกร’ หนุน ‘อนุทิน’ กวดขันหาดป่าตอง เร่งแก้ปัญหา ต่างชาติแย่งงานคนไทย เชื่อหากวางระบบความปลอดภัยให้ดี มีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น อีกหลายเท่าตัว

(16 มี.ค.67) นายธนกร วังบุญคงชนะ สส.แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) กล่าวว่า หลังจากที่ตนได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต และได้แจ้งข้อมูลให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ทราบแล้วนั้น ล่าสุดต้องขอขอบคุณ นายอนุทิน ที่ได้ลงพื้นที่หาดป่าตองจังหวัดภูเก็ตด้วยตัวเอง  พร้อมทั้งยังได้สั่งการให้ อธิบดีกรมการปกครอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจพื้นที่ แก้ปัญหาในเรื่องดังกล่าวทันที มีการดำเนินคดีฝรั่งที่ก่อเหตุทำร้ายแพทย์หญิง รวมถึงกรณีอื่นๆที่เกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยวด้วย จึงเชื่อว่าการแก้ปัญหามาเฟียต่างชาติจะหมดไป

ทั้งนี้ขอฝากนายอนุทิน พิจารณาขยายพื้นที่โซนนิ่งเปิดสถานบริการถึงเวลา 04:00 น. เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตและพื้นที่อื่น ๆ ให้เกิดความคึกคัก โดยควบคู่กับการวางมาตรการรักษาความปลอดภัยและระบบดูแลอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวอย่างทั่วถึงและเพียงพอ เชื่อว่า จะสร้างความมั่นใจและดึงดูดนักท่องเที่ยว ทั้งในและต่างประเทศเข้ามาในพื้นที่อีกจำนวนมาก จะสร้างงานสร้างอาชีพเพิ่มรายได้ให้กับผู้ประกอบการและประชาชนมากขึ้นเป็นเท่าตัว

“ต้องขอบคุณ มท.1 ที่เมื่อผมได้ส่งข้อมูลเรื่องร้องเรียนจากประชาชนและผู้ประกอบการในภูเก็ตให้ ท่านก็ลงพื้นที่ด้วยตัวเอง ทันที พร้อมสั่งการให้ผู้ว่าฯเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเข้มงวดกวดขัน ไม่ยอมปล่อยให้มาเฟียต่างชาติ เข้ามายึดพื้นที่ แย่งงานคนไทยได้ และเชื่อว่าหากมีการวางระบบรักษาความปลอดภัยการอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวจะสร้างความมั่นใจดึงดูดให้มีการเข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่มากยิ่งขึ้น หากภาครัฐพิจารณาขยายเวลาเปิดสถานบริการเพิ่มขึ้นไปถึงตี 4 เชื่อว่า จะสร้างรายได้กระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวได้มากขึ้นอีกเป็นเท่าตัวอย่างแน่นอน” นายธนกร กล่าว

‘วิวัฒน์’ แจง แอนิเมชัน ออกเงินทำเอง ไม่เกี่ยวกับเงินภาษี เตรียมดำเนินคดีตามกฎหมาย กับผู้ที่ใส่ร้าย เพื่อปกป้องสิทธิ์

(16 มี.ค.67) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก ‘Wivat Jirotgul’ ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับเรื่องข่าวของตนที่ถูกนำเสนออย่างบิดเบือนว่า ...

เกี่ยวเนื่องกับเรื่องข่าวประชาไท 

1 งานแอนิเมชันนี้ เราทำกันเอง ไม่เกี่ยวกับ ทบ.เลย และ ไม่มีเงินจากหน่วยงานรัฐใด ๆ สนับสนุนทั้งสิ้น 

2 การเสนอข่าวเชิงชี้นำ ทำให้คนเชื่อว่าเป็นโปรเจกต์ของหน่วยงานรัฐ จนมีคนโพสหมิ่นประมาท ว่าเป็นแอนิเมชันบิดเบือน จากภาษีประชาชน ฯลฯ ย่อมกระทบถึงคนที่ร่วมโปรเจกต์ไปด้วย 

3 ถ้าแค่ตัวผมและบริษัท ผมไม่ค่อยแคร์เท่าไหร่ อยากด่าก็ด่าไป เพราะมันไม่จริง แต่ เราต้องปกป้องเครดิตของ ดารา ศิลปิน นักวิชาการ คนเขียนบท ที่เขาให้เกียรติมาร่วมโปรเจกต์นี้ มันคือน้ำหนักของความสัมพันธ์ ที่เราต้องแบกรับ 

เมื่อพิจารณาได้ดังนี้ ผมจึงจำเป็นต้องใช้กฎหมายครับ จะมาใช้สื่อในมือรังแกกันแบบนี้ เราก็จำเป็นต้องปกป้องสิทธิของตัวเองเช่นกันครับ 

ตัวผมลงเงินส่วนตัวกับแอนิเมชันนี้ไปหลายล้าน กับค่าทนายแค่นี้ถือว่าน้อยมาก ลองไปให้สุดซักทีจะได้มีประสบการณ์ ตอนนี้ผมส่งหลักฐานให้ทนายไปลงดีเทลแล้วครับ 

เพื่อนบอกว่าผมบ้า อืม เริ่มเชื่อละว่าบ้าจริง

ผบ.ทร. เป็นประธานเปิดงาน 'Reunion' ชมรมนักศึกษาหลักสูตร พสบ.ทร.

พล.ร.อ. อะดุง พันธ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) เป็นประธานเปิดการจัดงาน Reunion ชมรมนักศึกษา หลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพเรือ (พสบ.ทร.) พร้อมด้วย คุณกีรตา พันธุ์เอี่ยม นายกสมาคมภริยาทหารเรือ ณ หอประชุมกองทัพเรือ แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร

โดยมี พล.ร.อ. ปกครอง มนธาตุผลิน รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด พล.ร.ท.พาสุกรี วิลัยรักษ์ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ นางสาวพัชรณันษ์ พัชรวราทิพย์ ประธานบริหารชมรมฯ นางสาว ณัฐวดี สุขุมาลวัฒน์ เลขาชมรม ฯ และนักศึกษาหลักสูตร พสบ.ทร.รุ่นที่ 21 ให้การต้อนรับเข้าสู่ภายในงาน และพาเยี่ยมชม ถ่ายรูปโฟโต้บูท ชมซุ้มอาหาร ชมการแสดงนาฎศิลป์ ชมวีดิทัศน์ของชมรมนักศึกษาหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพเรือ     

จากนั้น พล.ร.ท.พาสุกรี วิลัยรักษ์ เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารเรือ ประธานชมรมฯ และนางสาวพัชรณันษ์ พัชรวราทิพย์ และประธานบริหารชมรมฯ กล่าวรายงาน และเรียนเชิญผู้บัญชาการทหารเรือ กล่าวเปิดงาน ถ่ายภาพร่วมกับคณะกรรมการจัดงานฯ ชมการแสดงดนตรี จากวงดุริยางค์ทหารเรือ ภายในงานนักศึกษาหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพเรือ รุ่นต่าง ๆ ร้องเพลง รุ่นละ 1 เพลง โดย ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้เกียรติร้องเพลงคู่กับ นายกสมาคมภริยาทหารเรือ และรับชมการแสดงดนตรีจาก พสบ.ทร.แบนด์ 

ท้ายสุด ประธานชมรม ฯ ประธานบริหารชมรมฯ และเหล่าคณะนักศึกษา พสบ.ทร รุ่นที่ 1-21 ร่วมร้องเพลงถอนสมอปิดงาน สำหรับ การอบรมหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร กองทัพเรือ รุ่นที่ 21 ประจำปีงบประมาณ 2567 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2567 ถึงวันที่ 24 กรกฎาคม 2567 โดยมี ข้าราชการ และผู้บริหารระดับสูง จากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เข้ารับการอบรม จำนวน 135 คน

'มูลนิธิพระราหู' ลงพื้นที่ 'เกาะกูด' เยี่ยม 'ทหาร-ตำรวจ' พร้อมมอบถุงยังชีพ เพื่อกระตุ้นขวัญกำลังใจ พร้อมยกย่อง ผู้ปฏิบัติหน้าที่ ดูแลปกป้องชายแดน

เมื่อวานนี้ (15 มี.ค.67) เวลา 15.00 น.ที่หน่วยปฏิบัติการ เกาะกูด (นปก.เกาะกูด) อำเภอเกาะกูด จังหวัดตราด มูลนิธิพระราหู โดย ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ประธานที่ปรึกษามูลนิธิพระราหู พร้อมด้วย พล.ท.ปธาน ทองขุนนา ที่ปรึกษามูลนิธิพระราหู และคณะ เดินทางมาเยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบถุงยังชีพ มอบเงิน ให้แก่ข้าราชการ ทหาร ตำรวจ ที่ปฏิบัติหน้าที่ราชการชายแดนเกาะกูด จ.ตราด 

โดยมี พล.ร.ต.นิรัตน์ ทากุดเรือ ผู้บัญชาการศูนย์การฝึก หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน/ผู้บัญชาการโรงเรียนทหารนาวิกโยธินฯ พร้อมด้วย พ.ต.อ.ธนกฤษ พาภิรมย์ รอง ผบก.ภ.จว.ตราด พร้อมทั้งหน่วยปฏิบัติการเกาะกูด นำโดย น.ท.อนุรักษ์ คงคา (รน.),หน่วย ชพส. 1305ฯ นำโดย น.ต.ไพศาล ไคร่ครวญ (รน.), ชุดเฝ้าตรวจนาวิกโยธิน พื้นที่เกาะกูด นำโดย ร.ท.สุเมธ สีอินมน (รน.) และสภ.เกาะกูด นำโดย พ.ต.ท.คมสัน ศรีงิ้ว รอง ผกก.(ป) นำกำลังพลของหน่วยปฏิบัติการเกาะกูดและข้าราชการตำรวจ สภ.เกาะกูด ร่วมให้การต้อนรับและร่วมรับมอบถุงยังชีพ 

ในโอกาสนี้ ดร.หิมาลัย ผิวพรรณ ได้กล่าวทักทายและชื่นชมกำลังพล การปฏิบัติงานของหน่วยปฏิบัติการเกาะกูด ที่ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ด้วยสติรู้ตัว ปัญญารู้คิด สุจริตจริงใจ จากนั้นได้ขับกล่อมบทเพลง 'สุดแผ่นดิน' เพื่อเป็นกำลังใจ แด่ข้าราชการ ทหาร ที่ปฏิบัติหน้าที่ รักษาอธิปไตย น่านน้ำทะเลไทยพื้นที่เกาะกูด จ.ตราด ราชอาณาจักรไทย รวมทั้ง กล่าวให้กำลังใจข้าราชการตำรวจ สภ.เกาะกูด ที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลประชาชนในพื้นที่ ด้วยความสงบเรียบร้อยโดยเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมยิ่งกว่าส่วนอื่น

สำหรับในส่วนของ หน่วยปฏิบัติการเกาะกูด (นปก.) เป็นหน่วยเฉพาะกิจของ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง (สอ.รฝ.) ที่ขึ้นการควบคุมทางยุทธการกับกองบัญชาการป้องกันชายแดนจันทบุรีและตราด มีที่ตั้งหน่วยบนเกาะกูด อำเภอเกาะกูด จังหวัดตราดโดยกองทัพเรือจัดตั้งหน่วยตรวจการณ์พิเศษที่ 1 บนเกาะกูด เมื่อปี พ.ศ.2521 ต่อมาเมื่อปี พ.ศ.2529 กองทัพเรือได้อนุมัติเปลี่ยนชื่อจากหน่วยตรวจการณ์พิเศษที่ 1เป็นหน่วยปฏิบัติการเกาะกูด จนถึงปัจจุบัน และในปี พ.ศ.2534 สอ.รฝ.อนุมัติให้ กรมรักษาฝั่งที่ 1 เป็นหน่วยรับผิดชอบในการจัดกำลัง

ทั้งนี้ นปก.มีภารกิจ ได้แก่ การป้องกันการคุกคามทางทะเล และทางอากาศ คุ้มครองเรือประมงไทย สนับสนุนการปฏิบัติการของเรือและกำลังทางบก ปฏิบัติการจิตวิทยา และประชาสัมพันธ์กับส่วนราชการ และราษฎรในพื้นที่เกาะกูด สนับสนุนและร่วมกับหน่วยงานราชการ ประชาชนร่วมทำจิตอาสาพัฒนาชุมชน บ้าน วัด โรงเรียน ซึ่ง นปก.มีความสัมพันธ์อันดีและประสานการปฏิบัติงานร่วมกัน มาอย่างต่อเนื่อง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top