Sunday, 9 August 2026
Hard News Team

🔎10 ชาติในเอเชียที่เก็บภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) มากกว่าไทย

‘ภาษีมูลค่าเพิ่ม’ หรือ value-added tax (VAT) เป็นภาษีที่เก็บบนมูลค่าเพิ่มของสินค้า/บริการในแต่ละขั้นของห่วงโซ่อุปทาน ซึ่งในปัจจุบันประเทศไทย เก็บ VAT อยู่ที่ 7% ถือว่าน้อยกว่าประเทศในเอเชียหลาย ๆ ประเทศ เช่น อินเดีย เก็บอยู่ที่ 18% รองลงมาคือซาอุดีอาระเบียเก็บอยู่ที่ 15%

วันนี้ THE STATES TIMES ได้รวบรวมรายชื่อ 10 ประเทศในเอเชียที่เก็บ VAT มากกว่าไทย จะมีประเทศไหนบ้าง มาดูกัน!!

'กัน จอมพลัง' ร่วมถกแนวทาง-แก้ปัญหา ‘เด็กก่อเหตุรุนแรงทางเพศ’ แนะ!! ‘ควรปรับแก้ กม.-ฉีดให้ฝ่อ’ ป้องกันพ้นโทษออกมาก่อเหตุอีก

(22 มี.ค. 67) ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการเร่งรัดการเสนอร่างพระราชบัญญัติเพื่อขับเคลื่อนการดำเนินการตามนโยบายของรัฐบาล (ครน.) โดยมีนายชัยเกษม นิติสิริ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี นายสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง นายกิตติกร โล่ห์สุนทร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง นายวิชัย ไชยมงคล ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี นายกองตรี ธนกฤต จิตรอารีย์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำรองนายกรัฐมนตรี และคณะกรรมการ ครน. เข้าร่วม ที่ทำเนียบรัฐบาล 

โดยนายสมศักดิ์ กล่าวว่า การประชุม ครน.วันนี้ ได้พิจารณาทบทวนกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับเด็กที่ก่อเหตุความรุนแรงเกี่ยวกับเพศและด้านต่างๆ โดยมี พ.ต.ท.ประวุธ วงศ์สีนิล อธิบดีกรมพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชน พ.ต.ท.พงษ์ธร ธัญญสิริ ผู้อำนวยการสำนักงานกิจการยุติธรรม ผู้แทนกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ผู้แทนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผู้แทนกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง มาร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการแก้ปัญหาเด็กก่อเหตุความรุนแรง เพราะจากข้อมูลของกรมพินิจฯ มีเยาวชนที่กระทำความผิดคดีอาญา ฐานข่มขืนกระทำชำเรา ปี 65 จำนวน 670 คน ปี 66 จำนวน 881 คน และปี 67 มีแล้วจำนวน 198 คน ซึ่งจะเห็นได้ว่า มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น 

ขณะที่ กัน จอมพลัง กล่าวว่า ตนได้รับฟังความคิดเห็นในโซเชียลมีเดียส่วนตัว เกี่ยวกับเด็กที่ก่อความรุนแรง ควรมีแนวทางแก้ปัญหาอย่างไร ซึ่งมีผู้มาแสดงความคิดเห็นกว่า 5 พันคน ส่วนใหญ่ อยากให้ภาครัฐปรับแก้กฎหมาย หรือวิธีการป้องกันให้ดีกว่านี้ เพราะจากประสบการณ์ที่ตนลงพื้นที่ พบว่า ผู้ก่อเหตุจำนวนไม่น้อย เมื่อพ้นโทษออกมา ก็จะก่อเหตุซ้ำ รวมถึงมีพฤติกรรมก่อกวนเหยื่อ ทำให้เหยื่อต้องตกอยู่ในความหวาดระแวงตลอดเวลา

นอกจากนี้ ปัญหาเด็กก่อเหตุความรุนแรง ยังพบผู้นำท้องถิ่น เข้ามาเกี่ยวข้องในการช่วยเหลือด้วย ตนจึงมีแนวคิดว่า ผู้ก่อเหตุที่มีพฤติกรรมกระทำความผิดซ้ำ ควรบังคับฉีดให้ฝ่อ เพื่อป้องกันพ้นโทษออกมาก่อเหตุอีก เพราะหลายกรณีได้รับโทษเบา เพียงไม่กี่ปี ก็พ้นโทษ รวมถึงที่ผ่านมา เหยื่อไม่ค่อยได้รับการเยียวยา จึงอยากให้มีการปรับแก้ให้เข้มงวดขึ้น 

ด้าน พ.ต.ท.ประวุธ กล่าวว่า กฎหมายเด็กอายุไม่เกิน 12 กระทำผิด จะไม่ต้องรับโทษนั้น เป็นไปตามหลักสากล ไม่สามารถส่งสถานพินิจได้ ส่วนเด็กช่วงอายุ 12-15 ปี กระทำผิด ไม่ต้องรับโทษเหมือนกัน แต่ศาลมีอำนาจว่ากล่าวตักเตือน หรือ ส่งตัวเด็กไปสถานฝึกอบรม แต่ไม่ให้เกินกว่าวันที่เด็กมีอายุครบ 18 ปี ซึ่งกลุ่มช่วงอายุ 12-15 ปี เป็นช่วงที่กระทำความผิดสูง ส่วนเด็ก 15-18 ปี ศาลสามารถสั่งลงโทษได้ ส่วนการแก้ช่วงอายุไม่ต้องรับโทษ ต้องเกี่ยวข้องกับหลักสากลด้วย จึงควรมีการรับฟังความเห็นอย่างรอบด้าน แต่ที่สามารถทำได้ คือ ส่งเข้าสถานฝึกอบรม จากไม่เกินอายุ 18 ปี ขยายเป็น 24 ปี เพื่อเพิ่มการดูแลให้มากยิ่งขึ้น 

โดยนายสมศักดิ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมา ตนเคยออกกฎหมายป้องกันการกระทำความผิดซ้ำ เพื่อเฝ้าระวังบุคคลอันตรายก่อเหตุซ้ำ ซึ่งกฎหมายนี้ จะสามารถช่วยแก้ปัญหาเด็กก่อเหตุความรุนแรงได้ แต่แนวทางการแก้ปัญหาแบบรูปธรรม ที่ประชุม ครน.ได้มีมติ มอบหมายให้สำนักงานกิจการยุติธรรม ไปรับฟังความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า ควรมีการปรับแก้กฎหมายเพิ่มเติมหรือไม่ เพื่อช่วยแก้ปัญหาเด็กก่อเหตุความรุนแรง พร้อมมอบหมาย ให้สร้างการรับรู้ และทำให้สังคมตระหนักรู้ มีความรับผิดชอบต่อสังคม โดยตนขอให้ทุกหน่วยงานช่วยกันขับเคลื่อนแก้ปัญหานี้อย่างจริงจัง

‘สรวุฒิ’ อัด!! ‘สส.ก้าวไกล’ หลังเสนอตัดงบสร้างบ้านพักศาล ซัด!! โจมตีผิดๆ ถูกๆ แถมไม่เข้าใจโลกความเป็นจริง

(22 มี.ค. 67) นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะกมธ. ชี้แจงว่าบางทีการไปโจมตีการครองตนของข้าราชการตุลาการต้องระวัง เพราะเขาไม่เหมือนคนอื่น เขาใช้ชีวิตอิสระแบบคนอื่นไม่ได้ บ้านพักต้องอยู่แบบหลบ ๆ ซ่อน ๆ บางคนไม่เข้าใจวิธีการเป็นไปของโลกก็จะโจมตีผิด ๆ ถูก ๆ ข้าราชการตุลาการ ผู้พิพากษาต้องผดุงความยุติธรรมสูงสุด เราเองคงหาความยุติธรรมเหนือกว่านี้ไม่ได้ 

นายสรวุฒิ กล่าวต่อว่า ในระบบทั่วโลกก็เป็นเช่นกัน ถ้าหากไม่ให้เขาสันโดษ ให้มีเพื่อนจำนวนมาก จะทำให้ไม่มีความอิสระเพราะต้องเกรงใจไปทั่ว เพราะฉะนั้นต้องพิจารณาสิทธิที่เขาพึงมี มีอะไรบ้าง เช่นเดียวกับ สส. ถ้าไม่มีผู้ช่วย สส. 7-8 คน ถามว่าจะดูแลประชาชนอย่างไร ถ้าจะแก้ต้องแก้หลักใหญ่ อย่าโจมตีจุดเล็ก จะได้เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ดังนั้น ยืนยันขอให้ตั้งงบตามที่คณะกมธ.แก้ไข

ด้านน.ส.ธิษะณา ชุณหะวัณ สส.กทม. พรรคก้าวไกล โต้กลับว่าเห็นด้วยที่อาชีพผู้พิพากษามีเกียรติศักดิ์ศรี แต่สส.ก็มีความอันตราย มีศัตรูทางการเมืองไม่แพ้กัน แต่ไม่มีบ้านพักอาศัยที่ภาษีประชาชน และยืนยันงบประมาณสร้างบ้านพักศาลควรตัดออก เพราะไม่จำเป็น

‘นันยาง’ เกาะกระแส เปิดตัว ‘กางเกงช้างดาว’ สะท้อนเรื่องราวรองเท้าแตะ หวังพารองเท้ายางพาราสัญชาติไทย ให้ต่างชาติรู้จัก-สัมผัสวิถีการสวมใส่

(22 มี.ค. 67) เฟซบุ๊ก​นันยาง Nanyang โพสต์ประกาศเปิดตัว ‘กางเกงช้างดาว’ พร้อมรายละเอียดต่าง ๆ ทั้งแนวคิดการออกแบบ ความหมายของลวดลาย และราคา รวมถึงช่องทางการสั่งซื้อ โดยระบุว่า…

ครั้งแรกของ ‘ช้างดาว’ ตั้งแต่ พ.ศ. 2496 ที่ผลิต ‘กางเกงช้างดาว’ ที่ถ่ายทอดเรื่องราวของ ‘รองเท้าแตะช้างดาว’ ตลอดระยะเวลากว่า 7 ทศวรรษหลายร้อยล้านคู่ได้ผ่านร้อนหนาวร่วมกับคนไทยและชาวต่างชาติทั่วโลก ด้วยเอกลักษณ์ความสบาย ง่ายง่าย ทนทาน ลุยไปทุกที่ ใส่ได้หมดไม่ว่ารวยหรือจน ทุกเพศทุกวัย และได้รับความนิยมจากรุ่นสู่รุ่น ช้างดาวจึงเป็นมากกว่ารองเท้า เป็นมากกว่าแฟชัน แต่เป็น ‘สไตล์’ ที่อยู่เหนือกาลเวลา

ขอเชิญชวนท่านร่วมเป็นเจ้าของ ‘กางเกงช้างดาว’ ใส่คู่กับ ‘รองเท้าแตะช้างดาว’ เพื่อเป็นก้าวสำคัญที่จะทำให้รองเท้าแตะยางพาราสัญชาติไทย ให้ชาวต่างชาติได้รู้จักและสัมผัสวิถีการสวมรองเท้าธรรมดาในวันสบาย ๆ สไตล์ไทยแลนด์ เช่นเดียวกับพวกเราทุกคน

ทั้งนี้เมื่อดูผิวเผินจะเห็นลวดลายอัตลักษณ์ของรองเท้าช้างดาวแล้วนั้น หากพิจารณาให้ลึกเข้าไปข้างในจะเห็นการเล่าเรื่องผ่านรองเท้าที่เป็นสื่อเชิงสัญญะของสัจธรรมแห่งการดำเนินชีวิตอีกด้วย

“เหมือนกันเกินก็เดินลำบาก ต่างกันมากก็ยากจะเดินไหว ต่างคนต่างดีก็ต่างคนต่างไป คู่ที่ตรงใจคือคู่ที่ไปกันทน”

‘จีน’ ทดสอบ 'รถไฟในเมืองพลังงานไฮโดรเจน' ผลิตเองขบวนแรก วิ่งฉิว!! 160 กม./ชั่วโมง - เติมเชื้อเพลิงครั้งเดียววิ่งไกล 1,000 กม.

(22 มี.ค.67) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า รถไฟในเขตเมือง ที่ขับเคลื่อนด้วยไฮโดรเจนซึ่งจีนพัฒนาขึ้นขบวนแรก วิ่งทดสอบเสร็จสิ้นด้วยความเร็ว 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เมื่อวานนี้ 21 มี.ค. ถือเป็นความคืบหน้าครั้งสำคัญในการประยุกต์ใช้พลังงานไฮโดรเจนในการขนส่งทางรถไฟ

โดยรถไฟดังกล่าวพัฒนาโดยซีอาร์อาร์ซี ฉางชุน เรลเวย์ วีฮีเคิลส์ จำกัด (CRRC Changchun Railway Vehicles) ในเมืองฉางชุน มณฑลจี๋หลินทางตะวันออกเฉียงเหนือของจีน โดยวิ่งทดสอบบนรางทดสอบของบริษัทฯ และผ่านกระบวนการตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานแบบเต็มระบบ ครอบคลุมครบฉากสถานการณ์ และหลากหลายระดับ

เมื่อเทียบกับรถไฟแบบดั้งเดิมที่อาศัยพลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิลหรือระบบจ่ายไฟฟ้าแบบสายส่งเหนือหัว รถไฟในเขตเมืองขบวนนี้มีระบบพลังงานไฮโดรเจนในตัวซึ่งสามารถให้แหล่งพลังงานที่เข้มข้นและยาวนาน โดยมีระยะการเดินทางสูงสุดแบบเติมเชื้อเพลิงครั้งเดียวมากกว่า 1,000 กิโลเมตร

ทั้งนี้ ข้อมูลจากการทดสอบยังแสดงให้เห็นว่ารถไฟพลังงานไฮโดรเจนดังกล่าว ใช้พลังงานเฉลี่ย 5 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อกิโลเมตร ซึ่งเทียบเท่ากับรถไฟชั้นนำระดับโลก

‘บิ๊กต่อ’ ขาดทุนยับ แต่ยูเทิร์นกลับไม่ยาก ฟาก ‘บิ๊กโจ๊ก’ โกยกำไร หลุดบ่วงผู้ต้องหา

บันทึกเอาไว้เป็นประวัติศาสตร์...วันเดียว 3 คำสั่ง...จากปลายปากกาของนายกรัฐมนตรี คนที่ 30 ของประเทศไทย…นายเศรษฐา ทวีสิน ท่ามกลางเสียงไชโยโห่ร้องเห็นด้วยจำนวนมาก แต่ก็มีบางส่วนตะโกนสวนว่า…ตลก ทำไปได้ไง...

เป็นคำสั่งสำนักนายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 20 มี.ค. 2567

คำสั่งแรก ที่ 106 /2567 ให้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล ‘บิ๊กต่อ’ ผบ.ตร. และพล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล ‘บิ๊กโจ๊ก’ รองผบ.ตร. ไปปฏิบัติราชการที่สำนักนายกรัฐมนตรี

คำสั่งที่สอง ที่ 108/ 2567 ให้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ‘บิ๊กต่าย’ รองผบ.ตร. รักษาราชการ ผบ.ตร.

คำสั่งที่สาม ที่ 109/2567 ตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริงฯ โดยนายฉัตรชัย พรหมเลิศ อดีตปลัดมหาดไทย เป็นประธาน

การเด้ง ผบ.ตร. เข้ากรุในอดีตมีมากมายหลายคน...แต่หนนี้เป็นประวัติศาสตร์ก็ตรงที่เป็นการ ‘เด้งคู่’ หรือ ‘แพ็คคู่’ ซึ่งเมื่ออ่านระหว่างบรรทัดของคำสั่งดูแล้ว วิญญูชนย่อมสดับตรับฟังได้ข้อสรุปเหมือนกันว่า…

‘บิ๊กต่อ’ เละเป็นโจ๊ก ขาดทุนย่อยยับ ขาเชียร์ออกอาการหงุดหงิดในลีลาภาวะผู้นำที่เนิบนาบของท่านไปตาม ๆ กัน

ส่วน ‘บิ๊กโจ๊ก’ ที่เป็นผู้ต้องหาโดยแท้โกยกำไรอื้อซ่า...จากผู้ต้องหายกชั้นเป็น ‘คู่ขัดแย้ง’ ถึงขั้นประกาศสละอดีตลืมความขัดแย้ง…เซทซีโร่...

งานนี้กรรมการนอกสนามบอกว่า...บิ๊กโจ๊กชนะ

แต่ก็นั่นแหละ ศึกครั้งนี้ต้องดูกันยาว ๆ อย่างน้อยก็อีก 3-4 เดือน ว่าใครจะเด๊ดสะมอเร่ย์…บิ๊กโจ๊กเองก็ยังถูกหมายเรียกคดีสมคบฟอกเงินไล่ล่า… วันนี้ (22 มี.ค.) เป็นหมายใบที่สอง บอกให้ไปรายงานตัววันที่ 26 มี.ค. แต่ก็เป็นที่รู้กันว่าช่วงนั้นบิ๊กโจ๊กอยู่ระหว่างลาไปอังกฤษ

ส่วน ‘บิ๊กต่อ’ มองมุมไหนก็พูดได้ว่าไม่เกิน 3 เดือนได้กลับปทุมวัน ทำหน้าที่ ผบ.ตร. จนเกษียณ 30 ก.ย. 2567

แต่สายข่าวที่น่าเชื่อระบุว่า...คนที่ชนะที่แท้จริงคือคนที่ชี้แนะชี้นำนายกฯ ให้ตัดสินใจ ซึ่งสายข่าวไม่ลังเลที่จะระบุว่าเขาคือคน…จันทร์ส่องหล้า..คนนั้น ซึ่งบัดนี้น่าจะมีโผอยู่ในใจแล้วว่า ต.ค. ปีนี้จะให้ใครขึ้น ผบ.ตร.

ในมุมวิเคราะห์...เต็งจ๋า ผบ.ตร. ตามหน้าไพ่ต้องบอกว่า…

ปีนี้ตัดบิ๊กโจ๊กออกจากคู่ชิงไปได้ เหลืออีก 3 บิ๊ก บิ๊กต่ายเต็งหาม ถ้าสองเดือนที่รักษาการโชว์ฟอร์มเข้าตากรรมการ จันทร์ส่องหล้าก็ต้องส่องต่ายให้ได้ดี

มีประเด็นที่ยังกระพริบตาไม่ได้อยู่นิดเดียวก็ตรงที่ เดือน เม.ย.นี้ สีกากีที่ชื่อ พล.ต.ท.ประจวบ วงษ์สุข ผช.ผบ.ตร. คนเมืองเหนือที่มีกระแสข่าวว่า ‘เจ๊แดง’ คนเดิมสนับสนุนอยู่นั้น จะได้ขึ้นรองผบ.ตร. หรือไม่...ถ้าได้ขึ้นก็แทบจะฟันธงได้ว่างานนี้โผพลิก…บิ๊กจวบมาแน่...

แต่ถ้า เม.ย. ไม่มีอะไร...บิ๊กต่ายก็คงเข้าป้าย แต่มีข้อแม้ว่าสองเดือนนี้ห้ามเหยียบเปลือกกล้วยลื่นล้มเด็ดขาด…!!

‘แดนผู้ดี’ อ่วม!! คนอังกฤษ ‘ยากจนข้นแค้น’ สูงสุดในรอบ 30 ปี รัฐบาลเร่งใช้มาตรการช่วยพยุง หลังรัสเซียทำสงครามกับยูเครน

(22 มี.ค.67) สำนักข่าวบีบีซีรายงานอ้างอิงข้อมูลใหม่ของทางการอังกฤษที่เปิดเผยเมื่อวันที่ 21 มีนาคม ระบุว่า วิกฤตราคาพลังงานที่พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว หลังจากรัสเซียทำสงครามรุกรานยูเครน ได้ส่งผลให้ความยากจนสัมบูรณ์ (absolute poverty) หรือความยากจนข้นแค้นในอังกฤษเพิ่มขึ้นรุนแรงที่สุดในรอบ 30 ปี โดยชาวอังกฤษที่ตกอยู่ในภาวะยากจนสัมบูรณ์มีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 12 ล้านคนในปี 2022-2023 หรือเพิ่มขึ้น 600,000 คน นั่นหมายความว่าอัตราความยากจนสัมบูรณ์ในอังกฤษขณะนี้อยู่ที่ 18% เพิ่มขึ้นมา 0.78 จุด

ทั้งนี้ความยากจนสัมบูรณ์เป็นมาตรการที่นายกรัฐมนตรีอังกฤษจะนำมาใช้เมื่อมีการอธิบายถึงรายงานของรัฐบาล โดยระบุว่าจะมีครอบครัวจำนวนมากตกอยู่ในความยากจนข้นแค้นอย่างแท้จริงมากกว่านี้ หากไม่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล เช่น มาตรการอุดหนุนค่าครองชีพ

นายเมล สไตรด์ รัฐมนตรีกระทรวงการทำงานและบำนาญของอังกฤษ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รวบรวมตัวเลขดังกล่าว ชี้ถึงมาตรการช่วยเหลือด้านค่าครองชีพของรัฐบาลอังกฤษซึ่งมากที่สุดในยุโรป มีมูลค่าเฉลี่ย 3,800 ปอนด์ต่อครัวเรือน ว่าหากปราศจากมาตรการเหล่านี้ การเพิ่มขึ้นของความยากจนสัมบูรณ์ในประเทศจะแย่ลงมากกว่านี้ถึง 3 เท่า

นายเมล สไตรด์ กล่าวอีกว่า การสนับสนุนที่ไม่เคยมีมาก่อนของรัฐบาลได้ช่วยป้องกันประชาชนในประเทศราว 1.3 ล้านคน จากการตกอยู่ในความยากจนได้ในปี 2022-2023 นอกจากนี้เขายังชี้ถึงการเพิ่มระดับบำนาญและสวัสดิการในปีนี้อีก 10% นั้นมีผลบังคับใช้หลังจากมีการรวบรวมตัวเลขข้อมูลความยากจนนี้แล้ว

รายงานยังระบุอีกว่า เด็กและผู้ใหญ่ในวัยทำงานที่ตกอยู่ในความยากจนในอังกฤษ เพิ่มขึ้นราว 300,000 คน จากตัวเลขนี้มีเด็กในอังกฤษ 1 ใน 4 ที่ตกอยู่ในความยากจนสัมบูรณ์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 2% ถือว่าสูงที่สุดนับตั้งแต่ช่วงกลางทศวรรษ 1990 เป็นอย่างน้อย

มติสภาฯ 298 ต่อ 166 เสียง 'เห็นชอบ' วาระ 3 จับตา สว.ถก 26 มี.ค. ต่อ คาด!! พ.ค. บังคับใช้

(22 มี.ค.67) ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 วงเงิน 3.48 ล้านล้านบาท ในวาระ 2-3 จำนวน 41 มาตรา

หลังที่ประชุมมีการลงมติรายมาตราในวาระ 2 เสร็จสิ้น ที่สุดที่ประชุมได้เข้าสู่ขั้นตอนการลงมติเห็นชอบร่างพ.ร.บ.ฯ ในวาระ 3

ผลปรากฏว่ามติที่ประชุม 298 ต่อ166 เสียง ลงมติ ‘เห็นชอบ’ ร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ 2567 เพื่อบังคับใช้เป็นกฎหมาย โดยมีผู้งดออกเสียง 1 เสียงไม่ลงคะแนน 1 เสียง

สำหรับขั้นตอนหลังสภาผู้แทนราษฎรให้ความเห็นชอบ จากนี้จะเป็นการพิจารณาในส่วนของ วุฒิสภา (สว.) พิจารณาให้ความเห็นชอบเป็นด่านสุดท้าย ในวันที่ 26 มี.ค.67

จากนั้นสภาฯ จะนำร่าง พ.ร.บ.ไปยังรัฐบาลเพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อไป ซึ่งคาดว่างบประมาณปี 2567 จะมีผลบังคับใช้ในเดือน พ.ค.67

‘ลุง-ป้า’ สุดขยัน!! ตัดต้นกระถินยักษ์เผาเป็นถ่านเลี้ยงชีพ ไม่รอเงินหมื่นจากภาครัฐ บอก!! “จะได้รึเปล่ายังไม่รู้”

(22 มี.ค. 67) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก 'Pat Sangtum' ได้โพสต์ข้อความในหัวข้อ ‘CHARCOAL MAKER-WOODCUTTER คนตัดฟืนเผาถ่าน’ โดยระบุว่า…

“ทางเข้าบ้านเราด้านหนึ่งเป็นหุบเหว ซึ่งเกิดจากการขุดดินขึ้นไปทำถนน (ไปทะลุที่ตลาดปากช่อง) หุบเขานี้ เวลาผ่านมากว่า 35 ปี ก็กลายที่อยู่อาศัยของสัตว์ต่างๆ ทั้งกระต่าย ไก่ป่า และมีพันธุ์ไม้แปลก ๆ ขึ้นเอง ในช่วงฤดูฝน จะเป็นป่าในหุบเหว ป่านี้เต็มไปด้วยต้นกระถินยักษ์ เพราะแถวดงพญาเย็น ที่เคยถูกถางป่าจนกลายเป็นเขาหัวโล้นทั้งหมด ทางการได้เอาเมล็ดพันธุ์กระถินยักษ์ มาปลูก โดยคิดแต่เพียงว่าเป็นต้นไม้โตเร็ว กระถินยักษ์จึงกระจายไปทั่วบริเวณทั่วทั้งอำเภอ เมื่อเมล็ดกระถินร่วงแล้วขึ้นเป็นต้นใหม่อย่างรวดเร็ว ต้นไม้ป่าธรรมชาติ ก็สู้ไม่ไหว ตายสี่ตายห้ากันหมด แม้เวลาผ่านมาครึ่งศตวรรษ มองไปทางไหนก็เป็นภูเขากระถินยักษ์ มีไม่กี่ลูก ที่ยังเป็นป่าเบญจพรรณ”

ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายนี้ ระบุเพิ่มว่า “ลุงป้า มาตัดกระถินในหุบเหวหน้าบ้านทุกวัน เอาไปเผาถ่าน ลุงอายุ 69 ปี ป้า 60 ทั้งคู่ได้รับเงินประกันสังคม ได้รับเบี้ย สว. และลูก ๆ ซึ่งโตกันแล้ว มีหลานแล้ว ก็ให้เดือนละ 3,000 บาท ทั้งสองอยู่ในหมู่บ้านห่างไป 3 กม. มีรถปิคอัพ มีบ้าน แต่ขยันหาเงินตลอดเวลา ไม่นั่ง ๆ นอน ๆ ดูทีวี ลุงวัย 69 แข็งแรงมาก เพราะท่อนไม้ที่ลุงต้องขนขึ้นมาจากเหวนั้น หนักมาก ๆ เราลองยกดู ยกได้แป๊บเดียว ก็หายใจไม่ทันแล้ว แต่ทั้งคู่ ขนขึ้นมาเพื่อเอามาบรรทุกท้ายรถ ทำอย่างนี้วันละ 2 เที่ยว 

และเสริมต่อว่า “ลุงบอกว่า เผาถ่านแล้ว มีคนมารับที่เตา ไม่ต้องไปเร่ขาย เราจึงบอกว่าถ้าแวะมาขนไม้ ก็เอาถ่านมาให้ด้วย ลุงขายถุงละ 30 ก็เลย สั่งไป 10 ถุง ด้วยคิดว่าขนาดถุงจะเหมือนที่ร้านหมูกระทะ หรือร้านขายถ่านในตลาด ทำไว้ขาย ปรากฏว่ามาถึง ขนาดถุงเท่ากับถังแก๊ส ตกใจมากจึงถามว่าทำไมขายถูก ลุงบอกว่าถ้าไปขายต่อให้ขาย 50 บาท”

นอกจากนี้ ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายนี้ยังเล่าต่อว่า ตอนนี้ถ้าเราต้องจากไป ไม่ต้องไปวัดเลย ไม่ต้องพึ่งดอกไม้จันทน์ เราถามลุงว่า เงินก็พอใช้แล้ว เดี๋ยวก็ได้จากรัฐบาลอีกหมื่นบาท 

ลุงตอบว่า "ไม่รอหรอก จะได้รึเปล่ายังไม่รู้"

‘ท่านอ้น’ ย้ำชัด!! ไม่คิดเล่นการเมือง-การเมืองน่ากลัว แจงเหตุกลับไทยบ่อย เพราะไม่ได้กลับไทยมานาน

(22 มี.ค. 67) จากเพจเฟซบุ๊ก VOA Thai ได้โพสต์คลิปวิดีโอ ‘ท่านอ้น วัชรเรศร วิวัชรวงศ์’ โอรสในรัชกาลที่ 10 หลังให้สัมภาษณ์เมื่อถูกถามว่าเหตุใดจึงกลับไทยเป็นระยะเวลาในช่วงไม่ถึงปีมานี้ ซึ่งท่านอ้นระบุว่า ตนเพียงต้องการกลับบ้านเกิดเป็นการส่วนตัว หลังไม่ได้กลับมานานกว่า 27 ปี และไม่ได้มาในฐานะตัวแทนของใคร ไม่อยากแข่งขันเพื่ออะไร เพราะไม่มีทรัพยากรและอํานาจใดๆ และไม่มีแรงขับเคลื่อนใดนอกเหนือไปจากสิ่งที่ทําได้ในตอนนี้

นอกจากนี้ ท่านอ้น ยังยืนยันอีกว่า ไม่มีแผนเล่นการเมืองอย่างแน่นอน เพราะการเมืองเป็นสิ่งน่ากลัว และจะไม่พบกับนักการเมืองคนใด เพราะไม่อยากถูกมองว่าเลือกข้าง หรือเป็นเครื่องมือของใคร โดยท่านอ้นยังอธิบายต่อว่า ตนเกิดมาพร้อมกับยศอื่น ไม่ได้เกิดมาเป็นนายวัชรเรศร แต่ทั้งนี้ได้ใช้เวลาหลาย 10 ปี เพื่อสร้างตัวตนนี้ขึ้นมา และตอนนี้ภูมิใจต่อความเป็นนายวัชรเรศรในตอนนี้มาก 

ทั้งนี้ ท่านอ้น มีพระยศแรกเกิดว่า ‘หม่อมเจ้า’ ก่อนจะถูกถอดยศอย่างไม่เป็นทางการ เมื่อราวปี 2540 หลังเหตุการณ์ของครอบครัวทําให้มารดา ‘สุจาริณี วิวัชรวงศ์’ และบุตรชายทั้ง 4 คน ต้องเดินทางออกไปอาศัยในต่างประเทศเป็นการถาวร


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top