Sunday, 9 August 2026
Hard News Team

'หมอดื้อ' หวั่น!! สหรัฐฯ กำลังสร้างแล็บค้างคาวติดเชื้อไวรัส วิจัย 'อีโบลา-โควิด-นิปาห์' ตัดแต่งพันธุกรรมให้ก่อโรค

(4 เม.ย. 67) นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา ผู้อำนวยการศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กในหัวข้อ 'สหรัฐฯ กำลังสร้างแล็บค้างคาวติดเชื้อไวรัส อีโบลา โควิด และนิปาห์' ระบุว่า...

สหรัฐฯ กำลังสร้างแล็บค้างคาวติดเชื้อไวรัส ทั้ง อีโบลา โควิด และนิปาห์ ด้วยทุน 12 ล้านเหรียญ อนุมัติโดย นาย แอนโทนี เฟาซี ผ่านไปยัง Colorado state university (CSU) ร่วมกับ EcoHealth alliance โดยมีนาย Peter Daszak ดำเนินการสร้างห้องปฏิบัติการขนาดพื้นที่ 14,000 ตารางฟุต (ใช้เงิน 6.7 ล้านเพรียญ) และร่วมกับนักวิทยาศาสตร์จีน นำเข้าค้างคาวจากเอเชียทดลองเชื้อโควิด, อีโบลา, นิปาห์

โครงการได้เริ่มดำเนินการเดือนตุลาคม 2023 และจะปฏิบัติการได้ในปี 2025

นพ.ธีระวัฒน์ เผยอีกว่า ข้อมูลดังกล่าวได้รับการเปิดเผยจากองค์กรการกุศล White coat waste project จากกฎหมาย ความโปร่งใส ที่สามารถขอให้ หน่วยงาน เปิดเผยข้อมูล และเผยแพร่แล้ว ผ่านทาง X และ dailymail วันที่ 10 พฤศจิกายน 2023

ทั้งนี้ ผู้ให้ทุนและผู้ดำเนินการ อ้างว่าจะเป็นห้องปฏิบัติการหนึ่งเดียวในโลกที่สามารถนำค้างคาวจากเอเชีย (และทั้งโลก) มาเลี้ยงและออกลูก และจะทำการปล่อยเชื้อที่สำคัญคือ อีโบล่า โควิด และเชื้อนิป้าห์ โดยจะทำให้สามารถเข้าใจว่าเชื้อไวรัสร้ายแรงเหล่านี้อยู่ในตัวค้างคาวได้อย่างไร และแพร่เชื้อไปมนุษย์ได้อย่างไร

ห้องปฏิบัติการนี้อยู่ใน Campus ของ CSU ใน Fort Collins ทางเหนือของ Denver ซึ่งอยู่ห่างไม่มากจากที่มีประชาชนอาศัยอยู่ราว 168,000 คน

ในเดือนกันยายน 2023 NIH ได้ประกาศยุติการให้ทุนสำหรับการหาไวรัสจากค้างคาวและสัตว์ป่าที่ให้ในและนอกประเทศ

แต่ขณะเดียวกัน ก็ได้วางแผนในแผ่นดิน สหรัฐฯ เอง ในเรื่องดังกล่าว และกำลังได้รับการต่อต้านจากสมาชิกสภาของสหรัฐฯ

ทั้งนี้ มี ดร.เทรซี่ โกลด์สไตน์ เป็นผู้ขับเคลื่อนสำคัญของโครงการ deep VZN ของ USAID ในการหาไวรัสจากค้างคาว หลังจากที่ได้รับทราบว่าจะมีการยุติโครงการจากการที่มีการเปิดเผยข้อมูลของหนังสือพิมพ์วอชิงตัน Post ได้ลาออกและรับตำแหน่งใหม่เป็นผู้อำนวยการของสถาบันone Health ของ CSU ในเดือน มิถุนายน 2023 และรับผิดชอบงานของห้องปฏิบัติการค้างคาวและเชื่อไวรัสต่อ

ย้อนไปในปี 2018 นายเฟาซี ได้นำไวรัสจาก สถาบันวิจัยไวรัส อู่ฮั่น มาติดเชื้อให้ค้างคาว ที่ได้มาจากสวนสัตว์แมรี่แลนด์ ในห้องปฏิบัติการที่รัฐ Montana ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหนึ่งปีก่อนหน้าการเกิดระบาดโควิด และทำรายงานไปว่าไม่เกี่ยวข้องกับการเกิดโควิด แต่นี่เป็นหลักฐานของการเชื่อมโยงการทำงานของสหรัฐฯ กับสถาบันไวรัสอู่ฮั่นของประเทศจีนอีกชิ้นหนึ่ง นอกเหนือจากที่มีการสืบสวนสอบสวนและเปิดเผยในสภาคองเกรส และเอกสารต่อประชาชนทั่วไปในเดือนมกราคม 2023 (มีภาพจาก Dailymail แสดงถึงพื้นที่ของห้องปฏิบัติการและพิมพ์เขียว)

จากการรายงานของหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ในวันที่ 10 เมษายน 2023 สหรัฐฯ ผ่านทางกระทรวงกลาโหม USAID DARPA DTRA NIH และ EcoHealth alliance ส่งเงินทุนให้ประเทศต่าง ๆ ในทุกทวีปของโลกในการเสาะแสวงหาไวรัสใหม่ ๆ ที่ไม่รู้จักชื่อในค้างคาวและสัตว์ป่ารวมทั้งในเอเชียและประเทศไทยเอง ตลอดจนให้มีการส่งไวรัสเหล่านี้เพื่อไปตัดแต่งพันธุกรรมให้เข้ามนุษย์และก่อโรคได้ดียิ่งขึ้น

ข้อมูลใน Dailymail 31 ตุลาคม 2023 อ้างอิงเอกสารจาก องค์กร white coat waste project โดยได้ข้อมูลผ่านกฎหมาย ความโปร่งใส พบว่าในระหว่างปี 2015 ถึง 2023 มีการผันเงินของสหรัฐฯ จากสถาบัน NIH ให้ห้องปฏิบัติการในประเทศจีนเพื่อทดลองในสัตว์ เป็นจำนวน 3,306,061 เหรียญสหรัฐ

1. University of Southern California จากทุนที่ได้รับ 1.9 ล้านเหรียญ ให้ Peking University 576,453 เหรียญในการเจาะสมองหนูและฉีดไวรัสเข้าไปในสมองหลังจากนั้นทำให้ตายและศึกษาสมอง

2. University of South Florida จากทุนที่ได้รับ 28.9 ล้านเหรียญ ให้ China Medical University, Kunming Medical University, and Beijing’s Zhongyu Bioengineering Co. 812,906 เหรียญ ในการสร้างเชื้อมาลาเรียสายพันธุ์ดื้อยาและฉีดเข้าไปในหนูจากนั้นให้ยุงเข้าไปกัดและดื่มเลือด

3. University of California-Irvine ได้ทุน 4.3 ล้านเหรียญ ให้ Wuhan Institute of Virology 216,000 เหรียญ ฉีดเชื้อ ไวรัส เฮอร์ปีส์ เข้าไปในสมองหนู

4. Microsoft co-founder Paul Allen’s Allen Institute ได้ทุน 64.7 ล้านเหรียญ ให้ 993,000 เหรียญ แก่ Huazhong University of Science and Technology ในการตัดชิ้นเนื้อสมองของหนูอายุน้อยน้อยและทำการวิเคราะห์

5. Emory University ได้ทุน 38.6 ล้านเหรียญ ให้ 515,418 เหรียญ แก่ Chinese Academy of Agricultural Sciences Harbin Veterinary Institute ในการ รวบรวมเชื้อไวรัสไข้หวัดนกที่อันตรายจากตลาดสดของประเทศจีนและนำเชื้อเหล่านี้ฉีดเข้าจมูกของหนู mice และ guinea pigs

6. University of Illinois ได้ทุน 1.7 ล้านเหรียญ ให้ 149,832 เหรียญ แก่ Institute Pasteur of Shanghai ในการทำให้หนูติดเชื้อวัณโรคหลังจากนั้นทำให้ตายและทำการศึกษาต่อ

7. Eastern Virginia Medical School ได้ทุน 35.5 ล้านเหรียญ ให้ 42,452 เหรียญ แก่ Zhangliang Digging Machine Business Department ในการศึกษา ใช้ยาตับอักเสบ และยา HIV ในลิง

นพ.ธีระวัฒน์ กล่าวอีกว่า กระบวนการเหล่านี้เกิดขึ้นมานานและในประเทศไทยเองด้วย ผ่านองค์กรต่างประเทศ ที่ฝังตัวในประเทศไทย อย่างน้อย 33 ปี และปัจจุบันอยู่ในสถาบันหลัก มหาวิทยาลัยและโรงเรียนแพทย์ต่าง ๆ ทั้งด้านคนและสัตว์ ทั้งการรวบรวมตัวอย่างเชื้อที่ไม่ใช่เฉพาะ แต่เชื้อไวรัสรวม แบคทีเรียและปรสิต จนกระทั่งมีการตัดต่อตกแต่งพันธุกรรม โดยส่งให้ต่างประเทศในเครือข่าย

นี่เป็นสิ่งที่คนไทย ต้องมีความตระหนักรู้ว่า...ประเทศไทยเข้าไปมีส่วนเกี่ยวพันและเมื่อเกิดความเสียหายในประเทศที่ไม่ใช่แต่ประเทศไทยอย่างเดียว เป็นที่ใดในโลกนี้และสืบค้นความเชื่อมโยง 

ประเทศไทยคงต้องรับผิดชอบ

‘หงา คาราวาน’ ชี้!! ‘แกงไตปลา’ มีลักษณะพิเศษทางวัฒนธรรม ลั่น!! กรรมการคงไม่เข้าใจ หลังถูกจัดให้อยู่อันดับ 1 เมนูยอดแย่

(4 เม.ย. 67) จากกรณีที่เว็บไซต์ TasteAtlas ออกมาเปิดเผยการจัดอันดับ 100 เมนูยอดแย่ของโลก งานนี้ทำอึ้ง เมนู ‘แกงไตปลา’ ของประเทศไทย ได้อันดับ 1 เมนูยอดแย่จากทั่วโลก

ทำเอาชาวไทยออกมาเคลื่อนไหว วิพากษ์วิจารณ์ต่อกรณีดังกล่าว ทั้งแซวขบขัน ไปจนถึงการยกมาตรฐานการจัดอันดับมาถกกันเลยทีเดียว

งานนี้ ศิลปินแห่งชาติ สุรชัย จันทิมาธร หรือ ‘น้าหงา คาราวาน’ ก็ออกมาแสดงความคิดเห็นต่อเรื่องดังกล่าวด้วยเช่นกัน โดยโพสต์ข้อความผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว ‘สุรชัย จันทิมาธร’ ระบุว่า

“แกงไตปลา มีลักษณะพิเศษทางวัฒนธรรม รสชาติปรุงแต่งที่มีเสน่ห์ล้ำลึก และวิธีการกินที่ต้องสอดคล้อง ผมคิดว่ากรรมการคงไม่มีความเข้าใจเรื่องนี้ ใครวะส่งประกวด”

เมื่อโพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ก็กลายเป็นไวรัลในโลกโซเชียลทันที มีชาวเน็ตเข้ามาแสดงความคิดเห็นจำนวนมาก อาทิ

- ตัดสินกันแบบนี้ ปลาร้าก็คงไม่รอด
- ได้ทั้งข้าว ทั้งขนมจีน
- อาหารใต้ อร่อยจริง ๆ
- ที่สุดของอาหารใต้ครับน้า
- ฝรั่งไม่ชอบเผ็ดมั้ง
- ความแปลกแยก
- เห็นด้วยครับ

ทึ่ง!! ‘ไทเป 101’ มี ‘ลูกต้มยักษ์’ น้ำหนัก 660 ตัน เทียบเท่าช้าง 132 ตัว ช่วยป้องกันตึกถล่ม จากเหตุแผ่นดินไหว ชี้ ถือเป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุด

เมื่อไม่นานมานี้ จากช่องติ๊กต็อก jadeforyouofficial ได้โพสต์คลิปขณะไปเยือน Taipei 101 ตึกที่สูงที่สุดในไต้หวัน และยังมีอีกหนึ่งความพิเศษนั่นก็คือ ‘ลูกตุ้มยักษ์’ หรือ Tuned Mass Damper หัวใจหลัก ถ้าหากเกิดเหตุ ‘แผ่นดินไหว’ ที่ตรงนี้จะเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุดในไต้หวันเลยก็ว่าได้ โดยในคลิประบุว่า…

Taipei 101 คือตึกที่สูงที่สุดในไต้หวัน และเคยสูงที่สุดในเอเชีย มีทั้งหมด 101 ชั้น และมีความพิเศษอย่างนึงที่หลายตึกสูง ๆ ไม่มี นั่นก็คือ ‘การทนกับแผ่นดินไหว’ ที่ถึง 7 ริกเตอร์

แต่ก่อนจะเข้าถึงเรื่องนี้ ไต้หวันเป็นประเทศที่มีภูเขาเยอะมาก สำหรับพื้นที่ที่เป็นพื้นที่ราบ มีแค่ประมาณ 1 ใน 3 ของพื้นที่โดยรวม และคือ 2 ใน 3 นี้เป็นภูเขาหมดเลย ดังนั้น ผู้คนต้องอยู่กับธรรมชาติ ซึ่งถือว่าเป็นอะไรที่ท้าทายอย่างมาก เพราะจะทํายังไงให้ใช้พื้นที่ที่มีอยู่จํากัดให้เกิดประโยชน์ที่สุด ซึ่งคนไต้หวันเลยเป็นอีกหนึ่งชาติในโลกที่เทียบเท่ากับคนญี่ปุ่น เนื่องจากต้องสู้กับสภาวะแวดล้อมต่าง ๆ

ถัดมาที่ชั้น 91 ซึ่งจะเป็นแบบเปิด และสามารถรับลมได้ 400 เมตร โดยมุมนี้จะมองเห็นเลยว่าไต้หวันถือว่าเป็นประเทศที่มีความเจริญในระยะเวลาที่ไม่นาน เนื่องจากตึกเต็มไปหมด ถือเป็นความมหัศจรรย์ของมนุษย์จริง ๆ นอกจากนี้ การจัดวางแบบลักษณะภูเขาสูงและตึกสลับกันไปมา ซึ่งเราจะไม่ค่อยเห็นกันมากนัก

อย่างไรก็ตาม ถัดมาที่ไฮต์ไลท์เด็ดภายในตึก Taipei 101 ที่มี ‘ลูกตุ้มยักษ์’ หรือ Tuned Mass Damper อยู่ด้วย ซึ่งเวลาแผ่นดินไหว เจ้าลูกบอลใบนี้ มันก็จะเคลื่อนตัว โดยมีการแกว่งไปมา ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าแผ่นดินไหวไปทางด้านไหน โดยมีน้ำหนัก 660 ตัน เท่ากับช้างประมาณ 132 ตัว ฉะนั้นถ้าเกิดแผ่นดินไหวที่ตรงนี้จะเป็นที่ที่ปลอดภัยที่สุดในไต้หวัน ซึ่งถือว่าเป็นหัวใจหลักเลยทีเดียว…และถ้าหากตึกต่าง ๆ ในโลกมีแบบนี้ ก็จะสามารถช่วยรับแรงเคลื่อนไหวของ ‘แผ่นดินไหว’ ได้เช่นกัน

สำหรับตึกต่าง ๆ อาจจะรับน้ำหนัก รับแรงสั่นสะเทือนไม่ได้มาก แต่สำหรับตึก Taipei 101 นี้การสร้างของเขาคือสร้างมาเพื่อป้องกันแผ่นดินไหวโดยเฉพาะ และยังมีเคเบิ้ลทองที่เป็นตัวรองรับน้ำหนักของเจ้าลูกต้มนี้อีกที่นึง ส่วนข้างล่างก็มี Choke ซึ่งไม่ใช่ว่าจะแกว่งไปไหนก็ได้ และถ้าหากถูกแกว่งไปด้านไหน มันก็จะรับน้ำหนักแล้วก็จะกลับมาด้านเดิม

‘แฟนข่าวโหนกระแส’ ชม ‘ทนายปลาย’ น่ารัก-น้ำเสียงดี-พูดน่าฟัง ฟาก ‘หนุ่ม กรรชัย’ ถึงขั้นเอ่ยปากอยากเชิญมาร่วมรายการตลอด

หลังกลายเป็นดราม่าขึ้นมา เมื่อ ‘แม่ปูนา แม่ค้าปูดอง-อ่องมันปู’ ติดป้ายทวงหนี้ ‘จั๊กกะบุ๋ม เชิญยิ้ม’ ตลกดัง หลังทำของให้ตลกดังไปขาย แต่กลับไม่เคยได้เงิน ติดตามทวงเท่าไหร่ก็ไม่เคยได้ จนต้องไปติดป้ายทวงเงินกลางห้างดัง

ก่อนหน้านี้ ทั้งแม่ปูนา และจั๊กกะบุ๋ม มาออกรายการโหนกระแส ดำเนินรายการโดย หนุ่ม กรรชัย ระหว่างออกรายการจั๊กกะบุ๋มเล่าที่มาที่ไปของหนี้ พร้อมระบุตอนนี้ต้องใช้หนี้รายวัน ถึงวันละ 40,000 บาท แถมยังบอกว่าตอนนี้คำว่าไม่มีไม่หนีไม่จ่าย เหมือนเป็นแบรนด์โลโก้ของตัวเองไปแล้ว

ไม่จบแค่นั้น เมื่อรอบนี้ แม่ปูนา โดนขุดและกล่าวหา อ้างว่าแม่ปูนาก็เป็นหนี้จากการขายมันปูและปูเช่นกัน ทำให้รายการโหนกระแส ดำเนินรายการโดย หนุ่ม กรรชัย เชิญ แม่ปูนา มาชี้แจงปมร้อนนี้แบบเคลียร์ชัด ๆ ในรายการ

โดยการดำเนินรายการ ตอนแรกมีทนายเจมส์ มาร่วมแสดงความคิดเห็นทางข้อกฎหมายในกรณีนี้ แต่เนื่องจากทนายเจมส์ติดธุระ เลยต้องขอตัวจากรายการไปก่อน

ทำให้ทนายไพศาล ส่งทีมงานทนายความมาร่วมรายการ เป็นทนายสาวชื่อ ‘ทนายปลาย เอมมิกา สุดพันธ์’ เมื่อแฟนรายการได้เห็นทนายสวยหน้าใส เสียงหวาน ถึงขนาดหนุ่ม กรรชัย ยังบอกต่อไปจากนี้จะเชิญทนายปลายมาออกรายการตลอด

จากนั้นหนุ่ม กรรชัย ถามเคยออกทีวีหรือไม่ และเขินมั้ย ทนายปลายจึงตอบว่า ไม่เคยออกทีวี และเขินนิดนึง

เช่นเดียวกับแฟนรายการที่เข้ามาคอมเมนต์กันแบบรัว ๆ เพราะเพียงแค่ทนายปลายพูดแค่ว่า “สวัสดีค่ะ” คนก็แห่เข้ามาคอมเมนต์กันสนั่นว่า “พูดดีมากเลย”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับ ทนายปลาย เอมมิกา ปัจจุบันเป็นหนึ่งในทีมทนายความของ ทนายไพศาล เรืองฤทธิ์ โดยเพิ่งจบจากสำนักวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เพิ่งรับปริญญาไม่นานมานี้

'ท่านอ้น' ปิดคอมเมนต์ Facebook  หลังเปิดแล้วเจอแต่คนมาปั่นประเด็น

(4 เม.ย. 67) ‘ท่านอ้น วัชเรศร วิวัชรวงศ์’ โอรสในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้โพสต์เฟซบุ๊ก Vacharaesorn Vivacharawongse ระบุว่า

“กราบสวัสดีครับเพื่อน ๆ ผมไม่เคยเปิดคอมเมนต์เลย แต่มีคนเขียนข้อความมาหาว่าขอให้เชื่อใจในคนที่ดู และติดตาม Facebook ของผม เลยเปิดคอมเมนต์ แต่ตอนนี้ต้องปิดใหม่ เพราะว่ามีแต่คนเสียมารยาท สร้างประเด็นหาเรื่อง ผมถวายพระพร ผู้ซึ่งเป็นอาของผมด้วยความบริสุทธิ์ใจ แต่คนก็มาสร้างประเด็นว่าทำเพื่ออะไร ขอให้มองตัวเองด้วยครับว่าเวลาใส่ร้ายคนอื่นหรือว่ามองคนอื่นด้วยความขุ่นมัวตัวเองจริง ๆ เป็นคนยังไง ผมมีความบริสุทธิ์ใจ”

ชาวเน็ตชื่นชม!! ผู้ดูแลไต้หวันใช้ร่างกายปกป้องผู้สูงอายุพิการ ไม่หวั่น!! แม้ของจะหล่นใส่ตัวเอง หลังเกิดแผ่นดินไหว

(4 เม.ย.67) จากกรณีไต้หวันเกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 7.2 ณ เวลาประมาณ 07.58 น. เมื่อวันที่ 3 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยมีความลึก 15.5 กิโลเมตร สร้างความสั่นสะเทือนทั่วทั้งไต้หวัน มีรายงานภัยพิบัติจากสถานที่ต่าง ๆ จนหลายคนตื่นจากการหลับใหล

รวมไปถึงชาวเน็ตจากเมืองนิวไทเปก็สามารถรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงได้เช่นกัน พร้อมออกมาเล่านาทีประทับใจขณะเกิดแผ่นดินไหว โดยไม่คาดคิดหลังจากที่ผู้ดูแลตื่นขึ้น เธอไม่ได้รีบออกจากประตู แต่กลับปกป้องร่างกายผู้พิการวัย 71 ปีบนเตียงทันทีแทน

ด้าน ชายแซ่หวัง เผยว่า เมื่อเกิดแผ่นดินไหวบ้านสั่นสะเทือนทั้งหลังอย่างรุนแรง ทำให้เขาไม่สามารถวิ่งไปหาแม่ได้ทันที ทว่าเมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดก็พบว่า ผู้ดูแลที่บ้านรู้สึกตัวสั่นขณะนอนหลับจึงเงยหน้าขึ้นสังเกตสภาพแวดล้อมโดยรอบ

ต่อมาเธอรีบกอดแม่ของเขาที่ป่วยเป็นโรคเลือดออกในสมองบนเตียงทันทีและพยายามปกป้องเขาด้วยร่างกายของเขาจนความสั่นไหวของสิ่งต่าง ๆ ค่อย ๆ ลดลง ซึ่งหมอน ผ้าห่ม แม้แต่โทรทัศน์และเศษซากอื่น ๆ ที่กองไว้ก็ล้มลงกับพื้น โชคดีที่ทั้งสองคนปลอดภัยซึ่งทำให้นายหวังโล่งใจเช่นกัน

นับตั้งแต่เรื่องราวดังกล่าวถูกแชร์ลงโซเชียล ทำให้ชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์ประทับใจในการดูแลคนป่วยของผู้ดูแลคนนี้ เช่น “ใจดีกว่าพี่เลี้ยงเด็กคนนั้น” , “ผู้สูงอายุหลายคนมีความสัมพันธ์ที่ดีกว่ากับผู้ดูแล” , “พยาบาลประจําครอบครัวของเราที่ดูแลคุณยายทําวันนี้ กอดปุ๊บ ปลอบปั๊บ ไม่ต้องกลัว”, “คนดีหวังว่าจะใช้ชีวิตอย่างปลอดภัย” , “มันไม่มากเกินไปสําหรับการขึ้นเงินเดือน” , “มีความรับผิดชอบมาก ปลอดภัยในการจ่ายเงินให้กับผู้ดูแลคนนี้”

‘กองกำลังผาเมือง’ สกัดจับ 2 จุด ‘เชียงใหม่-เชียงราย’ คืนเดียวยึดยาบ้าของกลางได้ 13 ล้านเม็ด 

(4 เม.ย. 67) ตามที่รัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับยาเสพติดและกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ พลเอก เจริญชัย หินเธาว์ ผู้บัญชาการทหารบก ได้ขานรับนโยบายรัฐบาล มอบหน่วยทหารทุกพื้นที่โดยเฉพาะกองกำลังป้องกันชายแดน ดำเนินการสกัดกั้นสิ่งผิดกฎหมายทุกรูปแบบเข้าสู่ประเทศ 

โดยจากยุทธการในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย ของกองทัพภาคที่ 3 โดยหน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้นและเคมีภัณฑ์ ชายแดนภาคเหนือ กองกำลังผาเมืองสามารถจับกุมยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ในพื้นที่ได้ 2 เหตุการณ์ รวม 13,000,000 เม็ด 

โดยเหตุการณ์แรกในเวลา 01.30 น. หมวดเคลื่อนที่เร็ว กองกำลังผาเมืองได้จัดกำลังพลลาดตระเวนเฝ้าตรวจในพื้นที่ที่ได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชน และตรวจพบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยกำลังลำเลียงสัมภาระลงจากเรือในบริเวณริมฝั่งแม่น้ำโขง บ้านสวนดอก ต.บ้านแซว อ.เชียงแสน จ.เชียงราย จึงแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น แต่กลุ่มบุคคลดังกล่าวได้หลบหนีไปได้ โดยในพื้นที่พบกระสอบบรรจุยาบ้าจำนวน 33 กระสอบ รวมจำนวน 6,600,000 เม็ด 

ต่อมาในเวลา 03.00 น. กองร้อยทหารม้าที่ 1 หน่วยเฉพาะกิจไชยานุภาพ กองกำลังผาเมือง ตรวจพบรถยนต์ต้องสงสัย ระหว่างตั้งจุดตรวจบริเวณเส้นทางระหว่างบ้านเปียงหลวงและบ้านแปกแซม อ.เวียงแหง จ.เชียงใหม่ จึงแสดงตัวขอตรวจค้น แต่กลุ่มบุคคลได้จอดรถทิ้งไว้และหลบหนีไป ซึ่งภายในรถพบกระสอบดัดแปลงเป็นเป้สะพายบรรจุยาบ้า จำนวน 32 เป้ รวม 6,400,000 เม็ด 

ทั้งนี้ จาก 2 เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นับเป็นผลจากการคุมเข้มป้องกันสิ่งผิดกฎหมายทุกรูปแบบของกองกำลังผาเมือง 1 ใน 7 กองกำลังป้องกันชายแดนกองทัพบก และทางหน่วยได้ประสานร่วมกับฝ่ายความมั่นคงและส่วนที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เข้าตรวจสอบหลักฐาน พร้อมนำของกลางทั้งหมดส่งให้เจ้าพนักงานเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

โดยกองทัพบกได้เน้นย้ำและกำชับการปฏิบัติของหน่วยและกำลังพลในทุกพื้นที่ เพื่อสนับสนุนรัฐบาลเดินหน้าแก้ไขปัญหายาเสพติด หยุดขบวนการนำเข้าตั้งแต่พื้นที่ชายแดนรวมทั้งขยายผลจับกุมพื้นที่ตอนใน และเพื่อลดผลกระทบที่เกิดขึ้นจากปัญหายาเสพติดภายในประเทศ สร้างความสงบสุขและปลอดภัยให้กับประชาชน 

'เช็ค สุทธิพงษ์' เดือด!! 'จุฬาฯ' ปล่อยพระเกี้ยวถูกดึงต่ำ เผยความต่ำของใจคน ที่กล้านำเอาของสูงมาลบหลู่

(4 เม.ย.67) 'เช็ค สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ' พิธีกร และผู้ผลิตสื่อชื่อดัง แห่งทีวีบูรพา โพสต์ข้อความและภาพผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า...

วันนี้เด็ก มอ.ขออนุญาตเสือกเรื่องจุฬาหน่อยนะครับ เพราะว่าเรื่องของจุฬา เสือกลามถึงสถาบันและบ้านเมืองของปักเป้าอย่างผม

เช้านี้ในไลน์กลุ่มพี่น้อง มอ.ปัตตานีของผม มีความเคลื่อนไหวทางอารมณ์ต่อภาพชุดนี้แต่เช้า ความรู้สึกส่วนใหญ่ที่สะท้อนออกมา ไปทางหม่นหมอง หดหู่ สะเทือนใจ คล้าย ๆ กัน

ผมได้เห็นรูปเหล่านี้ครั้งแรก ก็จากในไลน์กลุ่ม 

เห็นแว่บแรก อยากรู้ว่าคนทำต้องการสื่อความหมายอะไร แว่บสองอยากคุยกับลูกสาวซึ่งเป็นเด็กนิเทศฯจุฬา

ถ้าพระเกี้ยวนี้ เป็นพระเกี้ยวที่ประดิษฐานอยู่ที่หอประวัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตึกจักรพงษ์***

ไม่ใช่พระเกี้ยวไก่กาจากไหน

(ซึ่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับพระบรมราชานุญาต จากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อสร้างจำลองจากพระเกี้ยวจริง ที่ประดิษฐานอยู่ในพระคลังมหาสมบัติในพระบรมมหาราชวัง 

และได้พระราชทานแก่มหาวิทยาลัยต่อหน้าประชาคมจุฬาฯ ในพิธีพระราชทานปริญญาบัตร ประจำปีการศึกษา 2531 เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม 2532)

คนที่ทำจะรู้หรือไม่ ไม่ทราบได้ เอาเป็นว่าน่าจะต้องรู้

ภาพนี้ เอาสิ่งที่สื่อถึงพระเกี้ยว ซึ่งอยู่บนพาน แต่ใต้หมอนรองมีเอกสารซึ่งผมไม่รู้เนื้อหา วางปูทอดขึ้นไปให้หมอนกดทับอยู่ 

ผมพยายามส่อง ก็อ่านออกแต่ตัวหนังสือที่หัวกระดาษว่า สมัชชานิสิตคณะรัฐศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

พานพระเกี้ยว บนหมอนสีชมพูซึ่งเป็นสีของจุฬา วางอยู่บนบันไดขั้นที่หก มีอาหารหมาโรยอยู่บนบันไดขึ้นไปจนถึงพาน ถุงอาหารหมาที่ถูกเปิด วางอยู่ขั้นที่เจ็ดเหนือพานพระเกี้ยว

ด้วยสติปัญญาของคนที่ไม่มีปัญญาเรียนจุฬา ผมดูแล้วดูอีก คิดแล้วคิดอีก ว่ามีความคิดสร้างสรรค์อะไรที่สื่อผ่านชิ้นงานนี้บ้าง

ประการแรกก็คือ ผมมองไม่เห็นอะไรที่มีความหมาย คุณค่า ในเชิงสร้างสรรค์ จากความพยายามที่จะกระทำนี้

ประการต่อมาก็คือ ไม่เห็นเจตนาดี ไม่ว่าต่อใครหรือต่ออะไร นอกจากความพยายามที่จะลบหลู่ รื้อทำลาย ทำให้ตกต่ำ หยามหมิ่น 

ซึ่งเป็นคำตอบของคำถามว่า ถ้างั้นทำเพื่ออะไร 

ส่วนจิตใจแบบไหนถึงสามารถทำแบบนี้ ท่านฉลาดกว่าผม คิดกันเอาเอง

พระเกี้ยวคืออะไร หมายถึงอะไรไปค้นกันเอาเอง

สำหรับจุฬา พระเกี้ยวคือตราสัญลักษณ์แห่งความภาคภูมิใจของชาวจุฬา เปิดอากู๋ก็จะเจอข้อมูลที่ชวนให้สงสัยว่า เชื่อได้ (ตอแหล)หรือเปล่าวะ

เพราะสัญลักษณ์พระเกี้ยว ที่พระราชทานจากพระหัตถ์ของพระเจ้าแผ่นดิน ให้กับประชาคมจุฬา อันเป็นเกียรติภูมิของจุฬา เมื่อ 30 กว่าปีที่แล้ว 

วันนี้ ถูกสมาชิกของจุฬากี่คนไม่รู้ เอามาวางบนบันได ที่ตีนใครต่อใครไม่รู้ เหยียบ ย่ำ ข้ามผ่าน

เอาเอกสาร ซึ่งผมคิดว่าคนทำคงคิดว่า ก้าวหน้า เนื้อหามีปัญญา สูงล้ำ มาวาง เอาอาหารหมามาโรย ถ่ายภาพเหล่านี้เผยแพร่ทางโซเชียลมีเดีย

จะเจตนาอะไร ถ้าไม่ใช่ด้อยค่าพระเกี้ยว สิ่งสมมติเกี่ยวกับพระเกี้ยว และต้องการเสียดเย้ยว่า คนที่เคารพ ให้ความหมายกับพระเกี้ยวนั้น ไม่ต่างจากหมาที่ถูกจูงล่อด้วยอาหาร เชื่องเชื่อ ไร้มันสมอง 

ส่วนคนที่ทำนั้นคงเข้าใจว่าตัวเองเป็นพวกก้าวหน้า ไม่ดักดาน และคงยืนดูด้วยความกระหยิ่ม ภาคภูมิใจ สะใจในผลงาน ความคิดและสติปัญญา

ผมคิดว่า จุฬาคงไม่เคยสอน ว่าของสูงมาวางในที่ต่ำนั้น ไม่ได้ทำให้ของสูงนั้นถูกลดค่ากลายเป็นของต่ำ เหมือนพระพุทธรูปทองคำ ที่เอาโยนลงบ่อขี้ก็ยังเป็นพระพุทธรูปทอง 

ที่ต่ำคือ ใจคนที่เอาของสูงมาทำอย่างต่ำ ๆ ด้วยเจตนา

เช็ค สุทธิพงษ์ โพสต์ต่ออีกว่า ผมเคยเป็นเด็ก ทำผิดพลาด เพราะขาดประสบการณ์ ขาดข้อมูล มองแคบ อคตินำใจ คิดอ่านไม่รอบคอบ 

ส่วนเรื่องความไม่เหมาะสมและไม่สร้างสรรค์ คิดเหมือนเดิมครับ

'น้าแอ๊ด' เรียกเสียงเฮ!! ใน 'ล้อมวงลา คาราบาว' บอก!! "ผมเปลี่ยนใจแล้ว ผมยังไม่อยากเลิก"

“ผมเปลี่ยนใจแล้ว ผมยังไม่อยากเลิก” แอ๊ด คาราบาว กล่าวหลังจบการแสดงคอนเสิร์ต ล้อมวงลาคาราบาว คืนวานนี้ (3 เม.ย. 67) จนเรียกเสียงเฮจากแฟน ๆ ที่มาร่วมชมการแสดงคอนเสิร์ตที่บอกว่า จะเป็น 'ครั้งสุดท้าย' ของคาราบาวอย่างล้นหลาม

สำหรับคอนเสิร์ต 'ล้อมวงลา คาราบาว' เดิมถือเป็นคอนเสิร์ตเกือบสุดท้ายก่อนหยุดพักวงตามที่ 'แอ๊ด คาราบาว' หรือ 'ยืนยง โอภากุล' ประกาศไว้ โดยแฟนคลับผู้ชื่นชอบ กว่า 5,000 คน เดินทางมาชม คาราบาว แสดงสด อย่างเนืองแน่น BCC Hall เซ็นทรัล ลาดพร้าว

ในคอนเสิร์ตครั้งนี้ มีศิลปินร่วมขึ้นแสดงสร้างสีสันก่อนวงคาราบาวขึ้นเล่น ไม่ว่าจะเป็น ไววิทย์, พงษ์สิทธิ์ คัมภีร์ และ แอน อรดี

โดยหลังจากจบการแสดง แอ๊ด คาราบาว กล่าวว่า "ผมเปลี่ยนใจแล้ว ผมยังไม่อยากเลิก" เรียกเสียงเฮจากแฟน ๆ ลั่น BCC Hall

‘จุรินทร์’ อัด!! ‘นายกฯ’ หลังเปรียบฝ่ายค้านเป็นแมลงหวี่ ซัด!! ทำตัวเป็นรัฐบาลเทวดา ไม่สนใจเสียงของประชาชน

(4 เม.ย. 67) ที่รัฐสภา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการอภิปรายทั่วไปตามมาตรา 152 ในวันแรก ว่า ตนว่าฝ่ายค้านทำหน้าที่ดีทุกพรรค ทั้งพรรคประชาธิปัตย์ พรรคก้าวไกล และพรรคไทยสร้างไทย ตนถือว่าตั้งใจทำหน้าที่ได้เป็นอย่างดี 

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลายฝ่ายคาดหวังว่าพรรคประชาธิปัตย์จะอภิปรายเรื่องกระบวนการยุติธรรมและนักโทษเทวดามากกว่านี้ นายจุรินทร์ กล่าวว่า วันนี้จะมีการอภิปรายอีกวัน ต้องรอฟังว่าเป็นอย่างไร เมื่อถามว่า คิดว่าฟอร์มของพรรคประชาธิปัตย์เป็นอย่างไร นายจุรินทร์ กล่าวว่า ทุกคนตั้งใจทำหน้าที่ มี สส.ใหม่หลายคนที่อภิปราย ตนถือว่าทำหน้าที่ได้ดี

เมื่อถามถึงกรณีนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง เปรียบฝ่ายค้านบางพรรคเป็นแมลงหวี่ บางวันเป็นฝ่ายค้าน บางวันขอร่วมรัฐบาล นายจุรินทร์ กล่าวว่า ความจริงเรื่องแมลงหวี่มันสะท้อนจิตใต้สำนึกรัฐบาลเทวดาเหมือนกันว่ารำคาญเสียงประชาชน คิดว่าถ้าตนเป็นนายกฯ จะไม่เทียบกับแมลงหวี่ มันไม่ได้บวก มันเข้าตัวรัฐบาล 

เมื่อถามย้ำว่า สิ่งที่นายกฯ พูดเข้าตัวเองใช่หรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ใช่ เพราะแปลว่ารำคาญเสียงสะท้อนและเสียงวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล อันนี้ประชาธิปไตยเทวดา ไม่ใช่ประชาธิปไตยตัวจริง 

เมื่อถามว่า นายเศรษฐายังเหน็บฝ่ายค้านว่าอย่าเป็นฝ่ายค้านที่ทำให้โลกงง หลังมีกระแสข่าวพรรคประชาธิปัตย์จะไปร่วมรัฐบาล นายจุรินทร์ กล่าวว่า เมื่อสักครู่มีคนให้สัมภาษณ์แล้วไม่ใช่หรือว่าเสียงพอแล้ว ก็จะเป็นรัฐบาลเท่านี้ จำคำพูดของตัวเองไว้ด้วย 

เมื่อถามอีกว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่เสียสมาธิกับกระแสข่าวร่วมรัฐบาลใช่หรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า สำหรับตนการทำหน้าที่ในสภามันเป็นคำตอบอยู่แล้ว 

ผู้สื่อข่าวถามว่า จุดยืนวันนี้หากมีการทาบทามพรรคประชาธิปัตย์เข้าร่วมรัฐบาลจะไม่ร่วมใช่หรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า การทำหน้าที่ของตนเป็นคำตอบอยู่แล้วว่าเป็นอย่างไร นายกฯ ต้องจำคำพูดตัวเองไว้ด้วยในสิ่งที่พูดไป 

เมื่อถามว่า มองว่าเป็นการวางยาอะไรหรือไม่ ที่มีการปล่อยข่าวจะเข้าร่วมรัฐบาลก่อนการอภิปราย นายจุรินทร์ กล่าวว่า ไม่ขอวิจารณ์ แต่สิ่งที่นายกฯ พูดมันเผยให้เห็นตัวไอ้โม่งว่ามันมาจากไหน อย่างไร

เมื่อถามว่า ทำไมถึงต้องย้ำให้นายกฯ จำคำพูดตัวเอง นายจุรินทร์ กล่าวว่า ก็ธรรมดา พูดอะไรไปก็ต้องจำ 

ต่อข้อถามว่า เพราะวันหนึ่งอาจจำเป็นต้องใช้เสียงของพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ นายจุรินทร์ กล่าวว่า ไม่ขออธิบายต่อ ตนก็ทำหน้าที่ของตน มีหน้าที่อะไรก็ทำเต็มที่ ตนถือหลักอันนี้ 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top