Saturday, 7 November 2026
Hard News Team

'ไทย-มาเลย์' อ้าแขนรับ!! บ.ต่างชาติหนีค่าเช่าออฟฟิศแพงในสิงคโปร์ พร้อมชู 'นโยบาย-ภาษี' ดึงดูดใจ ช่วยให้เข้ามาตั้งสำนักงานใหญ่ง่ายขึ้น

(12 เม.ย. 67) ค่าเช่าอาคารสำนักงาน และค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก ทำให้ ‘สิงคโปร์’ กำลังสูญเสียแต้มต่อในการเป็นฐานที่ตั้งสำนักงานใหญ่ประจำภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิก ของบรรดาบริษัทข้ามชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทสัญชาติญี่ปุ่นและยุโรป ได้เริ่มมีการโยกย้ายบางแผนกออกจากสิงคโปร์ ไปตั้งฐานปฏิบัติการในประเทศใกล้เคียง เช่น ไทย และ มาเลเซีย เพื่อลดต้นทุนค่าใช้จ่าย และขยายโอกาสใหม่ ๆ ทางธุรกิจ 

สำนักข่าวนิกเกอิ เอเชีย สื่อใหญ่ของญี่ปุ่นรายงานว่า ไทยและมาเลเซีย น่าจะได้รับประโยชน์จากความเคลื่อนไหวนี้มากที่สุด อย่างไรก็ตาม กระแสการโยกย้ายที่เกิดขึ้นนี้ เป็นเพียงการย้ายพนักงานจากสำนักงานใหญ่ในบางแผนก เช่น แผนกขายหรือแผนกวางแผนองค์กร ออกจากสิงคโปร์ไปยังประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค ไม่ได้เป็นการย้ายพนักงานออกไปทั้งหมด

เนื่องจากสิงคโปร์ยังคงมีข้อได้เปรียบในเรื่องทำเลที่ตั้ง ความสามารถทางด้านภาษาของบุคลากร และบริการทางการเงิน จึงทำให้เชื่อว่า สิงคโปร์ไม่น่าจะเสียตำแหน่งศูนย์กลาง หรือ ‘ฮับ’ ของบรรดาสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของบรรดาบริษัทข้ามชาติสัญชาติต่าง ๆ ไปได้ง่าย ๆ

อย่างไรก็ตาม ในกรณีของบริษัทที่มีแผนโยกย้ายบางแผนกหรือบางส่วนงานออกจากสิงคโปร์ ไทยและมาเลเซียถือเป็นทางเลือกในอันดับต้น ๆ โดยทั้งสองประเทศต่างมีนโยบายดึงดูดใจ ให้บริษัทต่างชาติเข้ามาตั้งสำนักงานใหญ่ เช่น นโยบายให้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษี เป็นต้น

องค์การส่งเสริมการค้าต่างประเทศของญี่ปุ่น หรือ เจโทร (JETRO) ได้สำรวจความคิดเห็นของบริษัทญี่ปุ่นที่มีสำนักงานใหญ่ประจำภูมิภาคในสิงคโปร์ ซึ่งผลปรากฏว่า นอกจากบริษัทเหล่านี้จะมีความต้องการย้ายพนักงานบางส่วนออกจากสิงคโปร์มากขึ้นแล้ว การสำรวจยังพบว่า ประเทศไทยยังเป็นจุดหมายปลายทาง ที่บริษัทเหล่านี้เลือกมากที่สุดด้วย และที่รองลงมาคือประเทศมาเลเซีย

การสำรวจของ JETRO ซึ่งเผยแพร่เมื่อเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา ชี้ว่า บริษัทญี่ปุ่นในสิงคโปร์ที่มีการโยกย้ายบางแผนกออกจากสิงคโปร์แล้วหรือกำลังมีแผนจะย้าย มี 19 บริษัทที่ตอบว่า ‘ประเทศไทย’ คือจุดหมายปลายทางที่อยากไปมากที่สุด ขณะที่อันดับสองคือ ประเทศมาเลเซีย มี 5 บริษัทที่ตอบว่าอยากย้ายบางแผนกไปที่นั่น 

นายเคสุเกะ อาซาคุระ รองกรรมการผู้จัดการประจำ JETRO สำนักงานสิงคโปร์ ให้ความเห็นว่า ไทยเป็นฐานการผลิตที่บริษัทญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนอยู่เป็นจำนวนมากอยู่แล้ว เชื่อว่าเมื่อค่าเช่าสำนักงานและต้นทุนอื่น ๆ ในสิงคโปร์สูงขึ้น การโยกย้ายบางแผนก เช่น ฝ่ายขาย มายังประเทศไทยก็จะมีมากขึ้นด้วย แต่ยังไม่ใช่การย้ายมาทั้งหมด 

นอกเหนือจากบริษัทญี่ปุ่นแล้ว บริษัทยุโรปเองก็มีความเคลื่อนไหวในลักษณะเช่นเดียวกันนี้ โดยผลสำรวจของหอการค้ายุโรปเมื่อปีที่ผ่านมา (2566) พบว่า บริษัทผู้ตอบแบบสำรวจ 69% เล็งย้ายพนักงานบางส่วนออกจากสิงคโปร์เพื่อหนีต้นทุนในการดำเนินงานที่สูงขึ้นเช่นกัน

‘จีน’ ทดสอบการสื่อสาร ‘ดาวเทียมเชวี่ยเฉียว-2’ สำเร็จ หนุนเพิ่มขีดความสามารถสำรวจ ‘ดวงจันทร์’ ในอนาคต

(12 เม.ย.67) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า องค์การบริหารอวกาศแห่งชาติจีนรายงานว่า ดาวเทียมเชวี่ยเฉียว-2 (Queqiao-2) ได้เสร็จสิ้นการทดสอบการสื่อสารในวงโคจรเมื่อไม่นานนี้ โดยแพลตฟอร์มและอุปกรณ์บนดาวเทียมสามารถทำงานเป็นปกติ

ทั้งนี้ องค์การฯ ระบุว่า การทำงานและประสิทธิภาพของดาวเทียมเชวี่ยเฉียว-2 เป็นไปตามข้อกำหนดของภารกิจ และสามารถให้บริการการสื่อสารสำหรับระยะที่ 4 ของโครงการสำรวจดวงจันทร์ของจีน และภารกิจสำรวจดวงจันทร์ของจีนและประเทศอื่น ๆ ในอนาคต

ดาวเทียมเชวี่ยเฉียว-2 ประสบความสำเร็จในการทดสอบการสื่อสารกับยานอวกาศฉางเอ๋อ-4 (Chang’e-4) ซึ่งปัจจุบันกำลังทำภารกิจสำรวจบนด้านไกลของดวงจันทร์ เมื่อวันที่ 6 เม.ย. และดำเนินการทดสอบการสื่อสารกับยานฉางเอ๋อ-6 ซึ่งยังอยู่บนโลก เมื่อวันที่ 8-9 เม.ย.

อนึ่ง ดาวเทียมเชวี่ยเฉียว-2 ถูกส่งขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 20 มี.ค. และเข้าสู่วงโคจรที่กำหนดเมื่อวันที่ 2 เม.ย. หลังจากปรับทิศทางการโคจร หยุดอยู่ใกล้ดวงจันทร์ และเคลื่อนตัวในวงโคจรรอบดวงจันทร์

‘จอย ชวนชื่น’ เปิดเซฟ โชว์แบงก์พันกองใหญ่ ลั่น!! “เก็บไว้ใช้ยามแก่ ไม่ต้องง้อลูกหลาน”

(12 เม.ย. 67) ‘จอย ชวนชื่น’ หรือ ‘แสงดาว ทรงแสง’ นักแสดงตลก โพสต์ภาพลงเฟซบุ๊ก เป็นภาพธนบัตรฉบับละ 1 พันบาทจำนวนหลายปึกที่เก็บอยู่ในตู้เซฟ พร้อมเผยความมุมานะการออมเงินไว้ใช้ยามแก่ ระบุว่า 

"เก็บไว้ใช้ยามแก่ค่ะ ไม่ต้องง้อลูกหลาน #จอยชวนชื่น ดูแลตัวเองได้ค่ะ #สุขสันต์วันสงกรานต์"

‘ประภาภรณ์ เชยวัดเกาะ’ อดีตผู้สมัคร สส.หญิง แห่งสุโขทัย มากความสามารถด้านธุรกิจ และงานเพื่อพัฒนาจังหวัด

(12 เม.ย.67) วันนี้จะพามาทำความรู้จักกับ ‘มาดามเปิ้ล’ หรือ ประภาภรณ์ เชยวัดเกาะ หญิงเก่งแห่งจังหวัดสุโขทัย โดย มาดามเปิ้ล อายุ 45 ปี มีชื่อเสียงโด่งดังจากที่เธอเคยเป็นผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหมายเลข 9 ลงสมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสุโขทัย เขต 1 แต่น่าเสียดายที่พ่ายแพ้ให้กับ นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ จากพรรคเพื่อไทย ได้คะแนนเสียงไปเป็นอันดับ 1 ด้วยคะแนนรวม 32,130 หรือ 36.04% ปัจจุบันยังดำรงตำแหน่ง ประธานหอการค้าจังหวัดสุโขทัย อีกด้วย

ซึ่ง เปิ้ล ประภาภรณ์ เป็นที่รู้จักทั้งในด้านธุรกิจ และยังเคยทำงานมากมายเพื่อพัฒนาจังหวัดสุโขทัย อาทิ ประธานหอการค้าจังหวัดสุโขทัย, รองประธานหอการค้าจังหวัดสุโขทัย, เลขาธิการหอการค้าจังหวัดสุโขทัย, เป็นผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหมายเลข 9 ลงสมัครในนามพรรคประชาธิปัตย์ จังหวัดสุโขทัย เขต 1

รวมทั้งเป็นผู้อำนวยการสร้างซีรีส์วัยรุ่น ‘Be My Boy รักแล้วไงหยุดไม่ได้แล้วล่ะ’ จากนวนิยายวัยรุ่น สุดฮิตมาเป็นซีรีส์ ออนแอร์ทางช่อง 5 เมื่อปี 2561 อีกด้วย

'พล.ต.ท.สำราญฯ' ลงพื้นที่ชายแดนใต้ แถลงผลการจับกุมยาเสพติด 4 เครือข่าย และตรวจเยี่ยมฐานปฏิบัติการ กำชับมาตรการดูแลประชาชน ในช่วงเทศกาลรายอ และเทศกาลสงกรานต์

วันนี้ (12 เม.ย.67) เวลา 10.00 น. ที่ศูนย์ปฎิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติส่วนหน้า อ.เมือง จ.ยะลา พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้ช่วย ผบ.ตร./ผบ.ศปก.ตร.สน. และ พล.ต.ท.ปิยะวัฒน์ เฉลิมศรี ผบช.ภ.9/รอง ผบ.ศปก.ตร.สน.(1) พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ 3 ฝ่าย ได้ร่วมแถลงผลการจับกุมเครือข่ายยาเสพติดรายสำคัญในพื้นที่ จำนวน 4 เครือข่าย ผู้ต้องหา 10 คน ตรวจยึดยาเสพติด ไอช์ จำนวน 681 กก., ยาบ้า จำนวน 930,000 เม็ด, อาวุธปืน 2 กระบอก และตรวจยึดทรัพย์สินตามประมวลกฎหมายยาเสพติดมูลค่าประมาณ 3,900,000 บาท พร้อมทั้งได้ประชุมกำชับการปฏิบัติหน้าที่ของกำลังพล ให้มีความพร้อมอำนวยความสะดวกด้านจราจร สามารถดูแลประชาชนในห้วงเทศกาลรายอ และเทศกาลสงกรานต์

ต่อมาช่วงบ่าย พล.ต.ท.สำราญ ฯ พร้อมคณะ ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมหน่วยฐาน มว.ฉก.นปพ.นธ.21 อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส และฐาน มว.ฉก.นปพ.ปน.32 อ.ทุ่งยางแดง จ.ปัตตานี เพื่อรับฟังปัญหาของหน่วยและร่วมกันกำหนดแนวทางแก้ไข ตลอดจนการวางมาตรการการปฏิบัติในการป้องกันหน่วย การป้องกันการโจมตี รวมถึงการปฎิบัติการเชิงรุกและรับ เพื่อให้เกิดผลการปฏิบัติอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมทั้งได้มอบสิ่งของเพื่อเป็นขวัญและกำลังใจกำลังพลประจำฐานปฏิบัติการ โดยเชื่อมั่นว่ากำลังพลในพื้นที่มีพร้อมที่จะดูแลและอำนวยความสะดวกประชาชนในพื้นที่ในห้วงเทศกาลดังกล่าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ศบภ.ทรภ.1 ตรวจความพร้อม 5 จุดบริการ ปชช. ช่วงสงกรานต์

วันที่ 12 เมษายน 2567 เวลา 09.00 น. พลเรือตรีกรัณย์ กลิ่นบัวแก้ว รองผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1/รองผู้อำนวยการ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยทัพเรือภาคที่ 1 (รอง ผบ.ทรภ.1/รอง ผอ.ศบภ.ทรภ.1)
เป็นผู้แทน ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1/ผู้อำนวยการ ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยทัพเรือภาคที่ 1 ตรวจความพร้อมของจุดบริการประชาชนช่วงเทศกาลสงกรานต์ ของหน่วยสนับสนุนต่าง ๆ ใน ศบภ.ทรภ.1 และหน่วยราชการในพื้นที่ และให้แนวทางในการให้ความช่วยเหลือประชาชนในห้วงเทศกาลสงกรานต์พร้อมทั้งมอบกระเช้าบำรุงขวัญเพื่อเป็นกำลังใจแก่กำลังพลที่ปฏิบัติงาน โดยมีการตรวจเยี่ยมจุดบริการประชาชน จำนวน 5 จุด ได้แก่ จุดบริการประชาชน หน้าประตูใหญ่ หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง จุดบริการประชาชน หน้าค่ายพระมหาเจษฎาราชเจ้า กองพลนาวิกโยธิน

จุดบริการประชาชน ปั๊มนำ้มัน ปตท. กองการบินทหารเรือ กองเรือยุทธการ จุดบริการประชาชน ชายหาดบางเสร่ (ทัพเรือภาคที่ 1) และจุดบริการประชาชน หมวดทางหลวงสัตหีบ (กองพันสารวัตรทหารเรือที่ 2 ฐานทัพเรือสัตหีบ) ผลการปฏิบัติ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี ชลบุรี 0909535645

‘รมว.ปุ้ย’ สั่งเข้มมาตรฐาน ‘หมวกกันน็อก-ปืนฉีดน้ำ-ยางรถยนต์’ ปิดทุกความเสี่ยง-สร้างความปลอดภัยให้ประชาชนช่วงสงกรานต์

(12 เม.ย. 67) นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ช่วงเทศกาลสงกรานต์ของทุกปี มักเป็นช่วงที่เกิดอุบัติเหตุมากที่สุด เห็นได้จากสถิติปี 2566 มีอุบัติเหตุจากการใช้รถจักรยานยนต์ สูงถึง 80.46 % ของอุบัติเหตุทางถนนทั้งหมด ตนจึงได้กำชับให้สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ในฐานะหน่วยงานที่ทำหน้าที่ควบคุมมาตรฐานสินค้าให้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสินค้าที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยและเป็นที่นิยมใช้ของประชาชนในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทั้งหมวกกันน็อก ปืนฉีดน้ำ และยางรถยนต์ในร้านจำหน่ายทั่วไป ห้างสรรพสินค้า รวมทั้งเฝ้าระวังการจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อป้องกันสินค้าด้อยคุณภาพไม่ได้มาตรฐานถึงมือผู้บริโภค ลดการสูญเสียทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน เพื่อให้เทศกาลสงกรานต์เป็นเทศกาลแห่งความสุขของประชาชนทุกคน 

นายวันชัย พนมชัย เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กล่าวเพิ่มเติมว่า สมอ. ส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจหมวกกันน็อก ปืนฉีดน้ำ และยางรถยนต์ อย่างต่อเนื่องและเข้มงวดมากขึ้น ก่อนเทศกาลสงกรานต์ เพื่อป้องกันและสกัดสินค้าไม่ได้มาตรฐานในท้องตลาดก่อนถึงมือประชาชน โดยเฉพาะปืนฉีดน้ำซึ่งเป็นสินค้าที่ทุกเพศทุกวัยนิยมซื้อมาใช้ในช่วงสงกรานต์ และจัดเป็นสินค้าควบคุมของ สมอ. ในกลุ่ม ‘ของเล่น’ ปัจจุบันมีทั้งปืนฉีดน้ำแบบทั่วไปและปืนฉีดน้ำไฟฟ้า ซึ่งปืนฉีดน้ำไฟฟ้าที่ได้มาตรฐาน มอก. นั้น ครอบคลุมเฉพาะปืนฉีดน้ำไฟฟ้าที่มีแรงดันไม่เกิน 24 โวลต์ และต้องผ่านการทดสอบแรงดันน้ำ ด้วยการยิงปืนฉีดน้ำใส่แผ่นอะลูมิเนียมฟอยล์ในระยะ 100 เซนติเมตร แผ่นอะลูมิเนียมฟอยล์ต้องไม่ฉีกขาด ซึ่งหมายถึง จะไม่ทำให้เกิดการบาดเจ็บตามร่างกาย ดังนั้น จึงขอเตือนประชาชนที่จะซื้อปืนฉีดน้ำไฟฟ้า ขอให้เลือกที่มีมาตรฐาน มอก. และขอให้เล่นด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงการฉีดน้ำใส่ใบหน้าหรือดวงตาผู้อื่น 

สำหรับผู้ที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ขอให้เลือกใช้หมวกกันน็อกที่มีเครื่องหมาย มอก. เพื่อช่วยป้องกันศีรษะไม่ให้ได้รับอันตรายเมื่อเกิดอุบัติเหตุ ส่วนยางรถยนต์ต้องเลือกที่มีเครื่องหมาย มอก. เพราะว่าจะมีประสิทธิภาพในการยึดเกาะถนนช่วยป้องกันการเกิดอุบัติเหตุจากการขับขี่ได้

สุดท้าย ขอฝากความห่วงใยถึงประชาชนที่เดินทางในช่วงเทศกาล และไม่อยู่บ้านเป็นเวลาหลายวัน ขอให้ตรวจสอบเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกอย่างภายในบ้าน โดยเฉพาะปลั๊กไฟและปลั๊กพ่วงต้องมีเครื่องหมาย มอก. และอยู่ในสภาพที่ดี เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่มีสาเหตุมาจากเครื่องใช้ไฟฟ้าไม่ได้มาตรฐานด้วย เลขาธิการ สมอ. กล่าว  

‘พิธา’ รับ!! ตั้งใจเยือน ‘เชียงใหม่’ ไม่ได้มาปาดหน้า ‘ทักษิณ’ แถมก้าวไกลได้รับความไว้วางใจอันดับ 1 ต้องช่วยกันทำงาน

(12 เม.ย.67) ที่เทศบาลตำบลอุโมงค์ อ.เมือง จ.ลำพูน นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวถึงการลงพื้นที่ จ.เชียงใหม่ หลังถูกตั้งคำถามว่าเป็นนักปาด โดยยืนยันว่า ตนไม่ได้มาตามนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ แต่มาตามว่าผู้สมัคร อบจ.และพี่น้องประชาชน มาใช้วันสุดท้ายก่อนปิดยาวช่วงสงกรานต์ให้เป็นประโยชน์

อยากใช้โอกาสนี้เชิญชวนประชาชนไปเลือกตั้ง อบจ.ให้เยอะ ให้ความสำคัญเท่ากับการเลือกตั้งระดับชาติ อยากให้มาใช้สิทธิ์ เพราะหากคนมาใช้สิทธิ์น้อย ก็ไม่ตรงตามหลักประชาธิปไตยและเสียดายงบประมาณเลือกตั้งด้วย

เมื่อถามถึงเดินทางมาช่วงเดียวกับนายทักษิณ ซ้ำถึง 2 ครั้งแล้ว อาจถูกเชื่อมโยงได้ นายพิธา กล่าวว่า ไม่ใช่ความบังเอิญ ครั้งนั้นมาเรียนรู้การดับไฟป่า และเป็นช่วงที่เชียงใหม่ประสบปัญหาสภาวะทางอากาศสูงเป็นอันดับ 1 ของประเทศ ตนมี สส. 7 คน จาก 10 คน และได้รับคะแนนความไว้วางใจเป็นอันดับ 1 ก็ต้องลงมาช่วย สส.ทำงาน และกลับไปจะได้อภิปรายได้ถูกต้อง

ไม่ใช่ความบังเอิญ ตนตั้งใจมาจริง ๆ และไม่ได้ต้องการมาเพื่อการเมือง แต่ต้องการทำหน้าที่อดีตหัวหน้าพรรค หากมีโอกาสอยากเข้าโรงพยาบาลดูแลผู้ป่วย เรื่องทางเดินหายใจว่าหนักขึ้นจริงหรือไม่

“ผมคิดว่านักการเมือง ถ้ายึดโยงกับประชาชนก็ขึ้นมาทั้งนั้น รมว.สาธารณสุข รมว.มหาดไทย ก็เพิ่งลงพื้นที่ เราเป็นฝ่ายค้านก็ต้องมาทำหน้าที่ตรวจสอบรัฐบาล ต้องขึ้นมาปกติอยู่แล้ว ไม่มีนัยยะทางการเมือง” นายพิธา กล่าว

เมื่อถามว่ากระแสของพรรคก้าวไกล ไป จ.เชียงใหม่ ท่ามกลางเจ้าถิ่นอย่างพรรคเพื่อไทยเป็นอย่างไรบ้าง นายพิธา กล่าวว่า “ผมไม่ได้คิดว่าพรรคไหนเป็นเจ้าถิ่นของใคร ประชาชนไม่ใช่สมบัติ ของนักการเมืองท่านไหน แต่ผมมีความรับผิดชอบกับเชียงใหม่ เพราะเขาเลือกผมมาถล่มทลาย มาเป็นอันดับ 1 ของเชียงใหม่และจำนวน สส. ที่มีอยู่ และพื้นที่ที่มีไฟป่าเยอะก็เป็นเขตของพวกผมทั้งนั้น เพียงแต่พอเป็นสส.แล้ว ไม่มีงบประมาณ ทำได้แค่ตรวจสอบรัฐบาลหรือเสนอแนะ ก็ต้องลงพื้นที่เพื่อให้ สส.ทำงานได้ เพราะ 10 ปากว่าไม่เท่าตาเห็น”

เมื่อถามว่าการเลือกตั้งท้องถิ่น ที่ขณะนี้เกิดการแข่งขันกันหลายกลุ่มทั้ง พรรคก้าวไกล พรรคเพื่อไทย และกลุ่มนางทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ นายพิธา กล่าวต่อว่า เป็นสีสันทางการเมือง การแข่งขัน ย่อมเป็นเรื่องดี แต่ตนคิดว่ายังเร็วเกินไป หลังจากนี้จะมีเรื่องนโยบายและไดนามิคทางการเมือง ช่วงนี้ตนขอสื่อสารให้คนมาเลือกตั้งอบจ.ให้เยอะก่อน อยากให้รู้ว่าการเลือกตั้ง อบจ.มีศักดิ์มีศรีไม่แพ้ สส. 

‘นทท.จีน’ ลงทุน!! เหมาเครื่องบินมา ‘ไทย’ จองเล่นน้ำสงกรานต์ที่พัทยา กว่า 3,000 คน

(12 เม.ย. 67) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ว่า เมื่อวันที่ 11 เม.ย.67 ที่ผ่านมามีกลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติชาวจีนเหมาลำเครื่องบินมาเล่นน้ำสงกรานต์เมืองพัทยาในช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยมีการจองตั๋วมาเที่ยวประเทศไทยจำนวนมาก เพื่อมาเล่นน้ำสงกรานต์ โดยมีการจองเล่นน้ำที่พัทยา วอเตอร์ สเปช (PATTAYA WATER SPACE) หรือ ‘สวนน้ำมหาสงกรานต์’ ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่กว่า 3,000 คน 

โดยพัทยา วอเตอร์ สเปช สร้างขึ้นในเนื้อที่กว่า 114 ไร่ เพื่อเปิดให้นักท่องเที่ยว ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติได้เล่นสาดน้ำสงกรานต์ตลอดทั้งปีแห่งแรกและใหญ่ที่สุดในประเทศไทย อีกทั้งยังมีแสดงโชว์ศิลปวัฒธรรมประเพณีไทย ผสมผสาน กับแนวดนตรีสมัยใหม่ ประกอบกับแสงสีเสียง สุดยิ่งใหญ่อลังการตระการตา โดยใช้นักแสดงกว่า 300 ชีวิต ซึ่งบรรยากาศเป็นไปด้วยความสนุกสนาน

จากการสอบถามนักท่องเที่ยวชาวจีน ที่มาเที่ยวเล่าว่า หลังจากที่ประเทศไทยมีการเปิดฟรีวีซ่าให้นักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาเที่ยวประเทศไทย โดยไม่ต้องขอวีซ่า ซึ่งช่วงสงกรานต์ปีนี้มีชาวจีนจำนวนมากจองตั๋วเครื่องบินมาเที่ยวประเทศไทย และต้องการมาเที่ยวเมืองพัทยา เพื่อมาเล่นน้ำสงกรานต์และชมการแสดงโชว์ โดยเฉพาะสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ พัทยา วอเตอร์ สเปช ซึ่งมีการแสดงโชว์และมีสถานที่ให้มีการเล่นน้ำสงกรานต์อย่างกว้างขวาง

สำหรับ พัทยา วอเตอร์ สเปช หรือ ‘สวนน้ำมหาสงกรานต์’ เปิดให้บริการตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยผู้สร้างต้องการสืบสานความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ของประเพณีสงกรานต์ของประเทศไทย หลัง ยูเนสโก ได้ขึ้นทะเบียนให้ประเพณีสงกรานต์ เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของโลก ที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติและการถ่ายทอดศิลปวัฒนธรรมเพณีของไทย รวมถึงการแสดงของตัวสำคัญ ๆ ในวรรณคดีโบราณ ซึ่งหลังจากเปิดให้บริการมาได้ประมาณ 1 เดือน ปรากฎว่ามีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวชาวจีน ให้ความสนใจ แห่มาเล่นสาดน้ำและชมการแสดงจำนวนมาก สร้างความสุขประทับใจที่ได้มีโอกาสมาสัมผัส การเล่นสาดน้ำสงกรานต์ ที่มีชื่อเสียงโด่งดังของไทยไปทั่วโลก

นอกจากนี้ ตลอดเดือนเมษายน ซึ่งเป็นเดือนของมหาสงกรานต์ ทาง พัทยา วอเตอร์ สเปช ได้เปิดให้คนไทยเข้าฟรี ตลอดทั้งเดือน โดยไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ โดยจะเปิดให้บริกานตั้งแต่เวลา 17.00 น.ถึงเวลา 22.00 น. ของทุกวัน  นอกจากนี้ ยังมีการเปิดโซน บูธขายอาหารเจ้าดังจากทุกภาคของประเทศไทย กว่า 150 ร้านค้า มาคอยให้บริการนักท่องเที่ยวอีกด้วย

‘พีระพันธุ์’ สั่งติดตามการสู้รบในเมียนมาอย่างใกล้ชิด ยัน!! แหล่งก๊าซฯ 3 แห่งยังส่งก๊าซฯ มาไทยได้ตามปกติ

เมื่อวานนี้ (11 เม.ย. 67) แหล่งข่าวกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้สั่งการให้กระทรวงพลังงานเฝ้าติดตามสถานการณ์การสู้รบในประเทศเมียนมาว่าจะส่งผลกระทบต่อการจ่ายก๊าซธรรมชาติในแหล่งยาดานา, เยตากุน และซอติก้า แปลง M9 มายังประเทศไทยหรือไม่ เนื่องจากขณะนี้การสู้รบในประเทศเมียนมามีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น

เบื้องต้นขณะนี้ก๊าซฯ จากทั้ง 3 แหล่งดังกล่าว ยังส่งเข้าไทยได้ตามปกติ ซึ่งที่ผ่านมาทางกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ (ชธ.) ได้มีการซ้อมแผนรองรับวิกฤติก๊าซธรรมชาติทุกปีอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ว่าจะเกิดปัญหากับก๊าซฯ ในจุดใด กรม ชธ. ก็จะสามารถบริหารจัดการก๊าซฯ เพื่อความมั่นคงทางพลังงานในประเทศให้ได้

อย่างไรก็ตามคาดว่าการสู้รบในเมียนมาจะไม่ส่งผลกระทบต่อการส่งก๊าซฯ มายังไทย เนื่องจากการสู้รบเป็นคนละส่วนกับพลังงานที่จำเป็นต่อชีวิตประชาชนทั่วไป แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดและกระทบต่อการส่งก๊าซฯ มายังไทยจริง ก็อยู่ในวิสัยที่ไทยยังสามารถบริหารจัดการได้ เพราะแหล่งก๊าซฯ เอราวัณ ในอ่าวไทยเริ่มกลับมาผลิตได้มากขึ้นแล้ว

ทั้งนี้กระทรวงพลังงานได้สั่งการให้บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เตรียมจัดหาก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) มาเติมให้เต็มถัง เพื่อความมั่นคงด้านไฟฟ้าและพลังงานในประเทศ โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนนี้ด้วย

สำหรับข้อมูลของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เมื่อปี 2566 พบว่าไทยมีปริมาณการใช้ก๊าซธรรมชาติรวมทั้งสิ้น 4,664 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ซึ่งมาจากแหล่งในประเทศ 57% หรือ 2,653 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และนำเข้ามาจากต่างประเทศอีก 43% หรือ 2,010 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน โดยเป็นการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) 31%  และก๊าซฯ จากเมียนมา 12%

สำหรับก๊าซฯ จากแหล่งในเมียนมาที่ส่งมายังไทย ได้แก่ ก๊าซฯ แหล่งยาดานา, แหล่งเยตากุน และแหล่งซอติก้า แปลง M9 ซึ่งทั้ง 3 แหล่งตั้งอยู่ในอ่าวเมาะตะมะ ของสหภาพเมียนมา โดยปัจจุบันแหล่งยาดานาส่งก๊าซฯ มาไทยประมาณ 300 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน, ก๊าซฯ แหล่งเยตากุน ประมาณ 30 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน และก๊าซฯ จากแหล่งซอติก้า แปลง M9 ประมาณ 200 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน รวมทั้งสิ้นประมาณกว่า 500 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top