Saturday, 7 November 2026
Hard News Team

'นายกฯ' ชื่นชม!! แผนงานแก้ปัญหาจราจรจาก 'รทสช.ภูเก็ต' บูรณาการทุกภาคส่วน เกิดผลเป็นรูปธรรม 'ระยะสั้น-ยาว'

'เอกนัฏ-พิชชารัตน์' ลงพื้นที่ร่วมคณะนายกฯ ติดตามโครงการแก้ไขปัญหาจราจรในพื้นที่ จ.ภูเก็ต มีเป้าหมายจะยกระดับทั้งเกาะสมุย และภูเก็ตให้เป็นเกาะระดับโลก

(19 เม.ย. 67) นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ สส.บัญชีรายชื่อ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ พร้อมด้วย นางพิชชารัตน์ เลาหพงศ์ชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ และนางนวลจันทร์ สามารถ คุ้มบ้าน อดีตผู้สมัคร สส.ภูเก็ต เขต 3 พรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ทำงานผลักดันเรียกร้องให้มีการปรับปรุงแก้ไขปัญหาจราจรในภูเก็ตมาโดยตลอด 

ทั้งนี้ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลังได้ลงพื้นที่ จ.ภูเก็ต เพื่อตรวจติดตามรายงานสรุปโครงการก่อสร้างสะพานยกระดับ ทางหลวงหมายเลข 4027 (ทางเลี่ยงเมือง) ตอนบ้านเมืองใหม่ - แยกเข้าสนามบิน ระหว่าง กม.18+850 - กม.20+800 อ.ถลาง จ.ภูเก็ต โดยกล่าวชื่นชมและกล่าวขอบคุณผู้สมัคร สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ และทุกคนที่มีส่วนร่วมในการทำงาน มีการทำแผนงานเกิดผลเป็นรูปธรรม ถือเป็นแผนงานที่เหนือความคาดหมาย เป็นการทำงานร่วมกันอย่างบูรณาการทั้งภาครัฐส่วนกลางและส่วนท้องถิ่น ตามความคาดหวังของประชาชนทั้งแผนระยะสั้นและแผนระยะยาว เพื่อบรรเทาปัญหาการจราจรให้พี่น้องมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

‘ก.พลังงาน’ เตรียมพร้อมรักษาระดับราคาน้ำมันดีเซล หลังหมดมาตรการลดภาษีสรรพสามิตดีเซลในวันนี้

กระทรวงพลังงาน โดยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้เข้ามาบริหารจัดการราคาน้ำมันดีเซล ภายหลังจากหมดมาตรการลดภาษีสรรพสามิตดีเซล 1 บาทในวันนี้ โดยจะมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลเพียง 50 สตางค์ต่อลิตร พร้อมห่วงสถานการณ์สงครามระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านที่ทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกพุ่งขึ้นทันทีหลังมีการโจมตีเกิดขึ้น

(19 เม.ย. 67) นายวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการสิ้นสุดมาตรการลดภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซล 1 บาทของกระทรวงการคลัง และเพื่อเป็นการลดภาระให้กับประชาชนผู้ใช้น้ำมันกลุ่มดีเซล ที่ประชุมคณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติให้รักษาระดับราคาน้ำมันดีเซล โดยจะมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 50 สตางค์ต่อลิตรไปพลางก่อน และอาจจำเป็นต้องทยอยปรับขึ้นราคาเป็นแบบขั้นบันได เนื่องจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้มีการชดเชยราคาน้ำมันดีเซลมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปีที่ผ่านมา จนทำให้ปัจจุบันสถานะกองทุนฯ ติดลบไปแล้วกว่า 103,000 ล้านบาท แบ่งเป็นบัญชีน้ำมันติดลบ 56,407 ล้านบาท ส่วนก๊าซ LPG ติดลบ 47,213 ล้านบาท

ปัจจุบันมีการชดเชยราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 4.77 บาทต่อลิตร หรือคิดเป็นเงินประมาณกว่า 8,000 ล้านบาทต่อเดือน หากไม่มีการชดเชย ราคาน้ำมันดีเซลที่แท้จริงจะอยู่ที่ประมาณ 36 บาทต่อลิตร และหากปล่อยให้มีการชดเชยราคาน้ำมันดีเซลในระดับเดิมต่อไปเรื่อย ๆ จะทำให้กองทุนฯ ติดหนี้เพิ่มมากขึ้น จนอาจจะกระทบกับวินัยการเงินและระดับความน่าเชื่อถือของกองทุนฯ ได้

“ปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการรักษาเสถียรภาพด้านราคา ได้ช่วยลดราคาน้ำมันดีเซลมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ แต่เนื่องจากการชดเชยราคาน้ำมันที่มีมาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้กองทุนฯ ต้องชดเชยราคาน้ำมันเพิ่มมากขึ้น ปัจจุบันสถานะกองทุนฯ ติดลบกว่า 103,000 ล้านบาทแล้ว วันนี้ กระทรวงพลังงาน โดยกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้เข้ามาบริหารจัดการราคาน้ำมันดีเซล ภายหลังจากหมดมาตรการลดภาษีสรรพสามิตดีเซล 1 บาทในวันนี้ โดยจะมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลเพียง 50 สตางค์ต่อลิตร และในอนาคตอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาน้ำมันแบบขั้นบันได เนื่องจากสถานะกองทุนฯ มีหนี้คงค้างค่อนข้างสูง อีกทั้งสถานการณ์สงครามระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านที่เริ่มปะทุขึ้นอีกครั้งในวันนี้ อาจส่งผลทำให้ราคาน้ำมันทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น กระทรวงพลังงานจะพยายามรักษาระดับราคาน้ำมันให้อยู่ในราคาที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงภาระของประชาชนเป็นหลัก แต่ก็ต้องพิจารณาถึงภาระของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปพร้อมกันด้วย และเตรียมหามาตรการช่วยเหลืออื่น ๆ ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนในสัปดาห์หน้า” นายวีรพัฒน์ กล่าว

'กัมพูชา' ขอเอี่ยว!! ต้นกำเนิด 'ตุ๊กตาลาบูบู้' แรงบันดาลใจมาจาก 'กีรติมุกคา' ของเขมร

(19 เม.ย. 67) เรียกว่าเคลมทุกอย่างบนโลกนี้แล้ว! เมื่อ ‘ชาวกัมพูชา’ หรือ ‘ชาวเขมร’ ประกาศเคลม ‘ลาบูบู้’ (Labubu) อาร์ตทอยสุดฮิต คาแร็กเตอร์ปีศาจตัวจิ๋ว ที่กำลังเป็นกระแสอยู่ในขณะนี้เป็นของกัมพูชา

โดย ลาบูบู้ (Labubu) ได้รับการออกแบบจาก ‘Kasing Lung’ ศิลปินชื่อดังชาวฮ่องกง ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากเทพนิยายในยุโรปผสมผสานกับเรื่องราวของเอลฟ์ แต่งานนี้ กัมพูชา ได้ออกมาเคลมว่าเจ้าลาบูบู้นี้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากประเทศของตัวเอง

ซึ่งเทียบลาบูบู้กับ ‘กีรติมุกคา’ ของกัมพูชา โดยเป็นปีศาจที่สั่งให้กลืนกินตัวเอง หน้าสัตว์
ประหลาดดุร้ายกลืนกินมีเขี้ยวใหญ่และปากอ้า พร้อมเทียบภาพให้ดูกันชัด ๆ ว่า ใบหน้าของกีรติมุกคานั้นคล้ายกับเจ้าลาบูบู้

อีกทั้ง เมื่อไม่นานมานี้ มีมือดีแอบเข้าไปเปลี่ยนข้อมูลในวิกิพีเดียของ ‘ลิซ่า ลลิษา มโนบาล’
หรือ ลิซ่า BLACKPINK ว่า เกิดจาก ‘พนมเปญ กัมพูชา’ ไม่ใช่ประเทศไทย ซึ่งขณะนี้คนไทยได้เข้าไปแก้ไขข้อมูลเรียบร้อยแล้ว

แต่ถึงอย่างนั้น กัมพูชา มักจะเคลมของต่าง ๆ ว่ามาจากประเทศตัวเองอยู่บ่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็นของไทย และประเทศอื่น ๆ รวมถึงลายกระเป๋าแบรนด์ดัง อย่าง ‘LOUIS VUITION’ ก็ยังเคยถูกเคลมมาแล้วด้วย

'อ.ต่อตระกูล' ยก!! 1,200 โดรนแปรขบวนสุดอลังในวันมหาสงกรานต์ ฝีมือคนหนุ่มสาวที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศ ควรต้องสนับสนุน

(19 เม.ย.67) รองศาสตราจารย์ ต่อตระกูล ยมนาค นายกสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ อดีตอาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมโยธา คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความลงในเฟซบุ๊กระบุว่า..

เรื่องดี ๆ วันศุกร์ 
คนไทยทำได้เอง !
บังคับโดรนพร้อม ๆ กัน 1,200 ลำ 
ให้บินแปรขบวนไปแสดงบนท้องฟ้าเป็นรูปต่าง ๆ ได้ อย่างสวยงาม ในวันมหาสงกรานต์

ใครคือผู้จัดการบินแสดง? ตอนแรกผมเดาผิดว่าน่าจะเป็นบริษัท ARV (AI & Robotics Venture) บริษัทไทยผู้พัฒนาโดรนแปรอักษรรายแรกของอาเซียน ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของปตท.สผ  ที่ได้ให้ความสนับสนุนมาหลายปีแล้ว

แต่กลุ่มผู้จัดทำตัวจริง เขาแจ้งผมมาว่ากลุ่มเขาเป็นคนทำ กลุ่มนี้ชื่อ ไทยโดรนโชว์ เป็นแผนกหนึ่งของ บ.อัลติเมท เทคโนโลยี จำกัด

เป็นคนหนุ่มสาว ที่จะสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยต่อไป เราต้องสนับสนุนเขากันหน่อย          

ติดต่อเขาได้ที่ Line ชื่อ @thaidroneshow เขารับงานจัดแสดง

ขอนแก่น - วันคล้ายวันสถาปนา "คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มข." ครบรอบ 32 ปี

คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มีวิสัยทัศน์ในการเป็น "สถาบันการศึกษาชั้นนำและเป็นเลิศด้านบริหารธุรกิจและการบัญชี ที่ได้มาตรฐานสากล" โดยมีเป้าหมายของวิสัยทัศน์คือ อันดับ 1 ใน 3 ของประเทศ และ 1 ใน 20 ของอาเชียน ภายในปี พ.ศ.2567

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 19 เมษายน 2567 ที่ ห้องวังเลิศ Smart Classroom คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยขอนแก่น (มข.) รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น เป็นประธานในพิธีทำบุญถวายปานะ ถวายจตุปัจจัย ถวายสังฆทาน แด่พระสงฆ์ 9 รูป เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี ครบรอบ 32 ปี ปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 โดยมี พระมหาบุญตา ชาตปุญโณ เจ้าอาวาสวัดเกาะทองบ้านหนองเต่า และพระเถรานุเถระ พระมหาบุญตา ตลอดจน รศ.ดร.เพ็ญศรี เจริญวานิช คณบดีคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี ,ผู้บริหารมหาวิทยาลัยขอนแก่น, ผู้บริหารจากส่วนงาน หน่วยงาน และศูนย์ต่างๆ ผู้บริหารและผู้แทน 8 องค์กรเศรษฐกิจขอนแก่น เครือข่ายชมรมศิษย์เก่าคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี คณาจารย์และบุคลากร นักศึกษา สื่อมวลชน และผู้มีเกียรติ ร่วมงาน

รศ.ดร.เพ็ญศรี  เจริญวานิช คณบดีคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า ในนามคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่นให้เกียรติมาเป็นประธานในพิธีทำบุญวันคล้ายวันสถาปนาคณะในวันนี้ ตามที่คณะวิทยาการจัดการ ได้ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2535 และต่อมาได้เปลี่ยนชื่อเป็น คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี ตามราชกิจจานุเบกษา ในวันที่ 21 เมษายน 2559 ดังนั้น วันที่ 21 เมษายนของทุกปีจึงถือได้ว่าเป็นวันคล้ายวันสถาปนาคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มหาวิทยาลัยขอนแก่น ซึ่งในปีนี้ครบรอบ 32 ปี ด้วยวันที่ 21 เมษายน 2567 ในปีนี้ตรงกับวันอาทิตย์ซึ่งเป็นวันหยุดราชการ แต่เพื่อให้บุคลากรและนักศึกษาได้มีส่วนร่วมในการระลึกถึงวันสถาปนาคณะ จึงได้กำหนดจัดกิจกรรมทำบุญเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาขึ้นในวันนี้ซึ่งตรงกับวันศุกร์ที่ 19 เมษายน 2567 

รศ.ดร.เพ็ญศรี กล่าวอีกว่า โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. เพื่อให้บุคลากร นักศึกษา และศิษย์ก่าของคณะบริหารธุรกิจและการบัญชีเข้าร่วมทำบุญเนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาคณะเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเองและสถาบัน 2. เพื่อร่วมรำลึกถึงความสำคัญของคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี และเป็นการรวมพลังให้เกิดความสามัคคีในหมู่คณะและความภาคภูมิใจในสถาบันร่วมกัน3. เพื่อเป็นการสีบสานและถ่ายทอดวัฒนธรรมให้เป็นประเพณีที่ดีงามต่อไป

รศ.ดร.เพ็ญศรี กล่าวต่อไปว่า  คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี มีวิสัยทัศน์ ในการเป็น "สถาบันการศึกษาชั้นนำและเป็นเลิศด้านบริหารธุรกิจและการบัญชี ที่ได้มาตรฐานสากล" โดยมีเป้าหมายของวิสัยทัศน์คือ อันดับ 1 ใน 3 ของประเทศ และ 1 ใน 20 ของอาเชียน ภายในปี พ.ศ. 2567 ซึ่งคณะฯได้ดำเนินการพัฒนาคณะฯ ตามพันธกิจที่กำหนดไว้คือ 1. สร้างและพัฒนานักบริหารธุรกิจ ผู้ประกอบวิชาชีพบัญชี และผู้ประกอบการให้มีความรู้ความสามารถในการแข่งขันทั้งในยุคปัจจุบันและอนาคต 2. สร้างสรรค์ผลงานวิจัยที่มีคุณภาพและเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะ 3. บริการวิชาการแก่สังคมอย่างมีคุณภาพ และ 4. การบริการโรงแรมและร้านอาหารภายใต้คุณภาพมาตรฐาน

รศ.ดร.เพ็ญศรี  กล่าวเสริมว่า ตลอดระยะเวลากว่า 31 ปี คณะฯ ได้ทุ่มเทในการพัฒนาองค์กรอย่างต่อเนื่องส่งผลให้คณะผ่านการประเมินคุณภาพระดับ 300 คะแนน ซึ่งนับเป็นคณะแรกของกลุ่มคณะวิชาทางด้านมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาบริหารธุรกิจ ในประเทศไทย และจากการจัดอันดับของสถาบัน SCIMAGO  ประเภทสาขาวิชาด้าน BUSINESS, MANAGEMENT AND ACCOUNTING อยู่ในอันดับ 3 ของประเทศ นอกจากนี้คณะฯ ยังมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาเพื่อตอบสนองนโยบายและการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยขอนแก่นต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง

ด้าน รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล อธิการบดีมหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่าตามที่ท่านคณบดี คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี ได้กล่าวรายงานไปแล้วนั้น ตนมีความชื่นชมและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นความสำเร็จและการเติบโตของคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี และในวันที่ 21 เมษายน 2567 ซึ่งเป็นวันคล้ายวันสถาปนาของคณะ และในปีนี้ครบรอบ 32 ปี เป็นที่ทราบกันว่าคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี เป็นอีกหนึ่งคณะในมหาวิทยาลัยขอนแก่นที่มีความโดดเด่น และมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องในด้านวิชาการ และการบริหารจัดการ ในวันอันเป็นมงคลนี้ กระผมขออาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย โปรดช่วยดลบันดาล ปกปักรักษา ให้ท่านคณบดี พร้อมด้วยบุคลากรคณะบริหารธุรกิจและการบัญชีทุกท่านจงประสบแต่ความสุขความเจริญ พบแต่ความสำเร็จยิ่งๆ ขึ้นไป และก้าวไปพร้อมกับมหาวิทยาลัยขอนแก่น

รศ.นพ.ชาญชัย  กล่าวอีกว่า คณะบริหารธุรกิจและการบัญชีเป็นคณะที่มีการเติบโตอย่างรวดเร็ว ในปัจจุบันนี้คณะบริหารธุรกิจและการบัญชี นั้นมีหลักสูตร ที่น่าสนใจ และทันสมัยเป็นทั้งหลักสูตร มาตรฐานระดับประเทศ และระดับนานาชาติ ซึ่งคณะเองก็อยู่บนเส้นทาง และในปีหน้าก็จะผ่านมาตรฐานสากล ซึ่งมีไม่กี่แห่งในเมืองไทย ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานการศึกษา ในหลักสูตรที่ได้มาตรฐาน นานาชาติให้การรับรอง ดังนั้นคิดว่าคณะบริหารธุรกิจและการบัญชีเอง เป็นคณะที่มีอายุถึง 32 ปี และสร้างผลงานที่โดดเด่น และมีผลงานเชิงประจักษ์มากมาย และเป็นอีกหนึ่งคณะที่สร้างผลงานให้กับมหาวิทยาลัยขอนแก่น

รศ.นพ.ชาญชัย  กล่าวด้วยว่าในโอกาสนี้จึงขอแสดงความยินดีและความสำเร็จ ความเจริญก้าวหน้าของคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี เนื่องในวันเฉลิมฉลองวันสถาปนาครบรอบ 32 ปี และหลังจากนี้ไปคิดว่าคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี ก็ได้มีรากฐานที่แข็งแรง มีความเข้มแข็ง ก็ยังเป็นคณะหนึ่งของมหาวิทยาลัยขอนแก่น ให้มหาวิทยาลัยขอนแก่นมีความเจริญเติบโตก้าวหน้า โดยที่มหาวิทยาลัยขอนแก่นมีอายุ 60 ปี ในปีนี้ กำลังเข้าก้าวข้าสู่ปีที่ 61 ในขณะเดียวกันคณะบริหารธุรกิจและการบัญชีก็จะเข้าสู่ปีที่ 33 ก็คิดว่าคณะบริหารธุรกิจและการบัญชี เป็นคณะหนึ่งที่จะช่วยผลักดันให้มหาวิทยาลัยขอนแก่น มีความเจริญก้าวหน้าสืบต่อไป

มุกดาหาร -ทหารกกล.สุรศักดิ์มนตรี ตรวจยึดบุหรี่เถื่อนขณะลักลอบข้ามโขงส่งมุกดาหาร

เมื่อวันที่ 19 เมษายน ร.ท.ภานุพงษ์ คงรัตน์ ผู้บังคับหมวดปืนเล็กที่ 2 กองร้อยทหารราบ กองกำลัง(กกล.)สุรนารี ได้รับแจ้งจากแหล่งข่าวว่าจะมีการลักลอบนำเข้าสินค้าหนีภาษีจากแขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว บรรทุกใส่เรือข้ามแม่น้ำโขงมาส่งในเขตพื้นที่ ต.บางทรายใหญ่ อ.เมืองมุกดาหาร จ.มุกดาหาร จึงได้ใช้กล้องส่องทางไกลเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหวของเรือที่แล่นในลำแม่น้ำโขง กระทั่งในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ตรวจพบเรือเหล็กขนาดใหญ่บรรทุกสินค้าแล่นจากแขวงสะหวันนะเขต ข้ามแม่น้ำโขงมายังฝั่ง จ.มุกดาหาร จึงได้ส่งกำลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบบริเวณที่เรือแล่นเข้ามาจอด พบว่าเป็นท่าเรือประมงบ้านบางทรายใหญ่  เมื่อไปถึงพบกลุ่มชายฉกรรจ์กำลังขนกระสอบบรรจุสิ่งของขึ้นจากเรือมาทิ้งไว้บริเวณใต้กอไผ่ริมตลิ่ง  เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการแสดงตัวเพื่อเข้าตรวจสอบ แต่เมื่อกลุ่มบุคคลดังกล่าวพบเห็นเจ้าหน้าที่ก็ได้อาศัยความชำนาญในพื้นที่วิ่งหลบหนีไป จากการตรวจสอบภายในกระสอบป่านพบว่าเป็นถุงดำบรรจุกล่องบุหรี่จำนวน 2 กล่องใหญ่ เมื่อเปิดกล่องออกดูพบเป็นบุหรี่ยี่ห้อ JN RED และ JN GREEN กล่องละ 50 แท่ง รวมทั้งหมดเป็น 100 แท่งจึงได้ทำการตรวจยึดบุหรี่ดังกล่าวไว้เป็นของกลางเพื่อนำส่งสรรพสามิตพื้นที่มุกดาหาร ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ภาพ/ข่าว เดวิท โชคชัย มุกดาหาร 092-5259777

คำถามคาใจ!! "หากลุงตู่เป็นคนดีจริง เหตุใดถึงแพ้เลือกตั้ง?" กระจ่าง!! "เพราะแพ้ทริกการสร้างปีศาจ แล้วอาสามาปราบปีศาจ"

เมื่อไม่นานมานี้ ผู้ใช้งานบัญชีติ๊กต็อกชื่อ 'พี่ลุงแมนไทยแลนด์แดนสวรรค์' (@plm89thailand) ได้เผยแพร่วิดีโอพร้อมระบุแคปชันว่า "ถ้าลุงตู่ดีจริง ทำไมแพ้เลือกตั้ง เพราะคนไทยชอบคนด่าเก่ง เทคนิคการสร้างปีศาจ แล้วอาสาปราบปีศาจนั่นเอง"

โดยเนื้อหาในวิดีโอมีใจความดังนี้ "ถามว่าลุงตู่เป็นคนดี ทําไมถึงแพ้เลือกตั้งใช่ไหม? ดูเอาเองก็แล้วกันนะครับ..."

ในคลิปวิดีโอดังกล่าว ปรากฏหน้าและเสียงของนักการเมืองหลายคนที่ได้ออกมาพูดหาเสียง และแสดงความคิดเห็นในช่วงเลือกตั้งที่ผ่านมา 

คนแรกคือ นางอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล จากพรรคก้าวไกล ที่ระบุว่า... "การเข้ามาต่อสู้ในวงการเมืองของดิฉัน บอกตรงนี้ เข้ามาแก้แค้นไม่ใช่แก้ไขค่ะ"

ต่อมาเป็น นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล สส.พรรคก้าวไกล ที่ระบุว่า "และเมื่อเวลาเปลี่ยน ฟ้าเปลี่ยน ขั้วอํานาจเปลี่ยนเมื่อไหร่ คดีเหล่านั้นจะถูกหยิบขึ้นมาจากลิ้นชัก เพื่อพิพากษา 3 ป."

ถัดมาคือนางสาวแพทองธาร ชินวัตร ปัจจุบันดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทย เคยกล่าวไว้ว่า "ก็อยากให้ทุกคนดูหน้าดิฉันไว้ว่า ก็คงไม่ได้ชอบนะคะ การรัฐประหารที่เกิดขึ้น 2 ครั้งล่าสุดที่ทุกคนจําความกันได้ ดิฉันก็คงไม่ได้ชอบ แต่ถามว่าคนที่ไม่ได้อยู่ฝ่ายประชาธิปไตย คนที่ทํารัฐประหารมา ดิฉันจะอยากจับมือด้วยหรือไม่ อันนี้คงจะเป็นคําตอบที่ประชาชนก็น่าจะทราบดีอยู่แล้ว 

สุดท้ายคือนายรังสิมันต์ โรม สส.พรรคก้าวไกล ที่เคยระบุว่า "ประเทศไทยของเราเสียหายมามากแค่ไหนแล้วจากรัฐบาลของนายคนนี้ วันที่ 15 ถึงวันที่ 16 นี้เราไปหาคําตอบกันได้ที่รัฐสภา แล้วเราจะเช็กบิลปรวิต เพื่อปิดสวิตช์ 3 ป."

ผู้ใช้งานบัญชีติ๊กต็อกรายนี้ระบุเพิ่มเติมว่า "มันเป็นละครทางการเมือง ที่สร้างตัวร้ายขึ้นมา ทุกคนที่หาเสียงได้สร้างขึ้นมา นั่นคือเผด็จการ แล้วทุกพรรคที่หาเสียงก็เรียกตัวเองว่าเป็น 'ประชาธิปไตย' แล้วก็มุ่งโจมตีไปที่ลุงตู่คนเดียว โดยใช้การด่า แซะ ประชด แต่ลุงตู่ไม่เคยว่าร้ายใครเลย มีแต่พูดให้คนไทยรักกัน ช่วยกัน ก็ไปฟังเองนะครับ"

จากนั้นก็ได้เปิดวิดีโอของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ขณะขึ้นเวทีปราศรัยหาเสียงของพรรครวมไทยสร้างชาติ ซึ่งพลเอกประยุทธ์ได้กล่าวว่า...

"ทุกคนคงมีความรู้สึกเช่นเดียวกับผมนะครับ เห็นแล้วมันสะท้อนใจ มันเจ็บปวด ในสิ่งที่จะเกิดขึ้น ถ้าหากว่าเราไม่รักกัน เราไม่ช่วยกัน สิ่งต่าง ๆ ที่เราไม่คาดคิดมันจะเกิดขึ้น ซึ่งเรายอมรับไม่ได้ เรื่องเหล่านี้เป็นเรื่องที่ทุกคน ในฐานะเป็นคนไทย ทุกคนต้องช่วยกันทําให้บ้านเมืองนี้มีความสงบเรียบร้อย แต่ผมยอมเหนื่อย ยอมเจ็บปวด ก็เพื่อคนไทยครับ"

“มูลนิธิคลังสมอง วปอ. เพื่อสังคม” ทำบุญครบรอบ 22 ปี ศิษย์ นพม. ร่วมมุทิตาจิตรดน้ำขอพรผู้ใหญ่ สืบสานสงกรานต์วิถีไทย

วันที่ 19 เมษายน ที่อาคารเอนกประสงค์ วปอ. ห้อง 321 วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ พลเอก บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ประธานคลังสมองอาวุโส วปอ. เพื่อสังคม ปวิธายุวัฒน์ เป็นประธานพิธีทำบุญเนื่องในโอกาสก่อตั้งมูลนิธิคลังสมอง วปอ. เพื่อสังคม ครบ 22 ปี เพื่อความเป็นสิริมงคล สร้างขวัญกำลังใจ และสร้างความรัก ความสามัคคี ระหว่างผู้บริหาร อาจารย์ บุคลากร และนักศึกษา โดยนิมนต์พระภิกษุ จากวัดพระราม 9 เจริญพระพุทธมนต์

ทั้งนี้ได้รับเกียรติจาก พลเอก นรินทร์ แทบประสิทธิ์ ประธานมูลนิธิคลังสมอง วปอ. เพื่อสังคม พลโท มนัส แถบทอง ผู้อำนวยการหลักสูตรฯ กรรมการมูลนิธิฯ นายทหารชั้นผู้ใหญ่ อาจารย์ และศิษย์เก่าหลักสูตรผู้นำพอเพียงเพื่อความมั่นคง (นพม.) ร่วมพิธี

นอกจากจะจัดพิธีทำบุญในโอกาสครบ 22 ปีแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ได้จัดพิธีทรงน้ำพระพุทธรูป และรดน้ำขอพร อดีตประธานมูลนิธิคลังสมอง วปอ. และผู้อาวุโส เนื่องในโอกาสปีใหม่ไทย เพื่อส่งเสริมขนบธรรมเนียม และสืบสานประเพณีอันดีงามของไทย

พลเอก นรินทร์ แทบประสิทธิ์ กล่าวว่า วันนี้เป็นวันสำคัญที่มวลหมู่กัลยาณมิตรของคลังสมองได้มาพบปะบำเพ็ญกุศล กิจกรรมวันนี้นอกจากบำเพ็ญกุศลประจำปีวันสถาปนาของคลังสมองแล้ว ยังเป็นวันครบรอบของการจัดตั้งคลังสมอง อาวุโส วปอ. เพื่อสังคม ปวิธายุสัฒน์ ขึ้น ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง และมีประสิทธิภาพ ตามวัตถุประสงค์ ของมูลนิธิฯ ตลอดมา

“สิ่งหนึ่งที่เป็นอนุสรณ์สำคัญของคลังสมอง วอป. เพื่อสังคม ในการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวง รัชการที่ 9 คือ การนำโครงการร่วมกับกองบัญชาการกองทัพไทย เพื่อสืบสานรักษามรดก ทรัพย์สินทางปัญญาอันล้ำค่า ของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง คือ การเปิดหลักสูตร ผู้นำพอเพียง เพื่อสร้างความมั่นคง (นพม.) ขึ้น โดยได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เป็นการเสริมบทบาท ของการสร้างผู้นำในอนาคต

'รมว.ปุ้ย' เร่งย้ายกากแคดเมียมกลับตาก ปลายเม.ย.นี้ พร้อมปรับบ่อฝังกลบใหม่ ให้ประชาชนเชื่อมั่น

เมื่อวานนี้ (18 เม.ย. 67) นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า  คณะทำงานแก้ไขปัญหาและการขนย้ายกากตะกอนแคดเมียมเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่มีปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธาน ได้รายงานผลการประชุมคณะทำงานฯ โดยสรุปข้อเท็จจริงเกี่ยวข้องกับกากตะกอนแคดเมียมทั้งหมด ตั้งแต่ความเป็นมาของเหมืองแร่และโรงถลุง ข้อมูลการพบกากตะกอนแคดเมียม ข้อมูลผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ รวมทั้งการดำเนินการของหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า ในส่วนของแผนการบริหารจัดการขนย้ายกากตะกอนแคดเมียมกลับโรงงานตาก และปิดบ่อฝังกลบกากแคดเมียมนั้น โดยภาพรวมมีความครอบคลุมขั้นตอนต่าง ๆ ครบถ้วน ซึ่งที่ประชุมมีมติในประเด็นสำคัญ คือ การปรับปรุงบ่อกักเก็บกากแคดเมียมเพื่อเตรียมนำกากกลับไปฝังกลบ กำหนดให้ใช้การฉาบพื้นผิวบ่อใหม่ทั้งหมดซึ่งจะใช้เวลาไม่เกิน 2 เดือน เพื่อช่วยสร้างความมั่นใจให้กับชุมชนในพื้นที่  

อย่างไรก็ดี จะเร่งขนกากตะกอนแคดเมียมที่กระจายอยู่ที่พื้นที่ต่าง ๆ ทั้งสมุทรสาคร, ชลบุรี และ กรุงเทพมหานคร มาเก็บที่โรงเก็บแร่ที่จังหวัดตากก่อน โดยต้องปรับปรุงโรงเก็บแร่ไม่ให้มีน้ำเข้ามาได้ และทำการปูวัสดุรองพื้นเพื่อป้องกันการรั่วซึม ก่อนจะขนกากตะกอนแคดเมียมมารอเพื่อนำลงในบ่อกักเก็บกากแร่ต่อไป

สำหรับรถที่จะใช้ในการขนส่งและวิธีการขนกากตะกอนแคดเมียมนั้น ที่ประชุมเสนอว่าให้ใช้แบบ hybrid คือ ทั้งการใช้รถบรรทุกที่มีการขนกากโดยการใช้วัสดุห่อปิดปกคลุมมา กับการใช้ตู้คอนเทนเนอร์ ร่วมกันในการขน เพื่อให้เกิดความรวดเร็วและสามารถเริ่มขนกากได้ในช่วงปลายเดือนเมษายน  

“ดิฉันได้ย้ำด้วยว่า ในการดำเนินการต่าง ๆ ให้คำนึงถึงความรวดเร็วในการขนกากตะกอนออกจากพื้นที่ต่าง ๆ ด้วยความปลอดภัย ถูกต้องตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน รวมถึงเร่งชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ด้วย” รมว.ปุ้ย กล่าวย้ำ 

สมุทรปราการ- “พระครูแจ้” ทำบุญใหญ่!! เนื่องในโอกาสอายุวัฒนมงคลครบ 62 ปี เดินหน้าช่วยเหลือผู้ยากไร้ “รถโรงฟรี”

ที่วัดบางพลีใหญ่กลาง ต.บางพลีใหญ่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ คณะศิษย์ยานุศิษย์ ข้าราชการทุกหมู่เหล่าตลอดจนประชาชนจำนวนมากร่วมเดินทางมาแสดงมุทิตาสักการะ เนื่องในวันคล้ายวันเกิด อายุวัฒนมงคลครบรอบ 62 ปี พระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง

ท่านพระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ (พระครูแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง จัดพิธีทำบุญตักบาตรและถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ผู้ทรงสมณศักดิ์จากวัดต่างๆ ตลอดจนคณะสงฆ์วัดบางพลีใหญ่กลาง ต่างร่วมแสดงมุทิตาสักการะ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันเกิดอายุวัฒนมงคลครบ 62 ปี

โดยมีท่าน พระครูวิทูรกิจจาทร  (พระครูจาบ) รักษาการเจ้าอาวาสวัดหนามแดง พร้อมด้วยคณะสงฆ์วัดบางพลีใหญ่กลาง ประกอบพิธีเจริญชัยมงคลคาถา โดยมีคณะไวยาวัจกรวัดบางพลีใหญ่กลาง ผู้นำท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน  คณะผู้บริหาร คณะแพทย์พยาบาล คณะครู ข้าราชการตำรวจ ตลอดจนคณะศิษย์ยานุศิษย์และพี่น้องประชาชนจำนวนมากร่วมในพิธีแสดงมุทิตาสักการะท่านพระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง

โดยท่าน พระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ เปิดเผยว่า วันนี้เนื่องในโอกาสครบรอบ อายุวัฒนมงคลครบ 62 ปี ถือโอกาสนี้ทำการเปิดที่พักตำรวจจราจร (ป้อมตำรวจ) จำนวน 2 แห่ง ในเขตพื้นที่ สภ.บางแก้ว โดยทางวัดบางพลีใหญ่กลางดำเนินการช่วยเหลือในการปรับปรุงซ่อมแซมสถานที่พักตำรวจจราจร หรือป้อมตำรวจให้ใหม่เพื่อให้ข้าราชการตำรวจจราจรปฎิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มที่ในการดูแลรับใช้พี่น้องประชาชน

อีกทั้ง ทางวัดบางพลีใหญ่กลาง เดินหน้าช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้ที่ไม่มีเงินเผาศพ ศพไร้ญาติ ซึ่งทางวัดจะดำเนินการเผาให้ฟรีทุกกรณีโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด พร้อมทั้ง ทางวัดจัดเตรียมรถตู้ไว้คอยบริการรับศพฟรี ภายในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ ภายใต้โครงการ แบ่งปันน้ำใจช่วยเหลือสังคม (รถโรงฟรี) โดยท่านพระครูปลัดสุวัฒนศีลคุณ (พระครูแจ้) เจ้าอาวาสวัดบางพลีใหญ่กลาง ผู้ริเริ่มโครงการในการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ยากไร้ ประกอบกับ ที่ผ่านมาทางวัดบางพลีใหญ่กลางก็ดำเนินการช่วยเหลือเผาศพโควิด-19 ให้ฟรี โดยไม่เรียกร้องค่าใช้จ่ายแต่อย่างใดมาจำนวนหลายร้อยศพแล้ว และในวันนี้ก็จะดำเนินการช่วยเผาศพผู้เสียชีวิตด้วยโรค โควิด -19 จำนวน 2 ราย ที่เสียชีวิตด้วยโรคโควิดเช่นเดียวกัน

คิว-ข่าวสมุทรปราการ รายงาน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top