Monday, 10 August 2026
Hard News Team

‘รัสเซีย’ ใช้โดรนราคาถูก $500 ทำลายรถถังสหรัฐฯ $10 ล้านในยูเครน ย้ำ!! มีความแม่นยำมากกว่า 90% โจมตียานเกราะ ในจุดที่อ่อนแอที่สุด

(21 เม.ย.67) สื่อมวลชนอเมริการายงานว่า มีรถถังเอบรามส์อย่างน้อย 5 คัน จากทั้งหมด 31 คันที่สหรัฐฯ จัดหาให้แก่ยูเครน ถูกรัสเซียทำลายไปแล้ว พร้อมบอกว่ามีอีก 3 คันที่ได้รับความเสียหายพอประมาณ

รายงานข่าวระบุว่า กรณีส่วนใหญ่รถถังเอบรามส์เหล่านี้ถูกทำลายโดยโดรนกามิกาเซ แบบ first-person view หรือที่รู้จักกันในฐานะกระสุนแบบดักรออยู่กับที่ (loitering munition) จากลักษณะการทำงานของมันคือ การดักรออยู่ในสถานที่ใดสถานที่หนึ่งเพื่อระบุเป้าหมายก่อนที่จะโจมตี

ตามรายงานของนิวยอร์กไทม์ส ระบุว่า เวลานี้รถถังถูกกำจัดด้วยโดรนระเบิดได้ง่ายกว่าที่พวกเจ้าหน้าที่และพวกผู้เชี่ยวชาญบางส่วนสันนิษฐานไว้ในตอนแรก พร้อมกับอ้างความเห็นของ มาร์คุส รีสเนอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารชาวออสเตรีย ที่ให้คำจำกัดความสถานการณ์ดังกล่าว "เหลือเชื่อมาก" ในขณะที่นิวยอร์กไทม์สให้คำนิยามอากาศยานไร้คนขับของรัสเซีย "เป็นมือสังหารรถถังแม่นยำสูง และมีราคาถูก"

นิวยอร์กไทม์สรายงานว่า โดรนมีความแม่นยำมากกว่า 90% พร้อมระบุพวกมันมีศักยภาพเล่นงานยานเกราะหนักในจุดที่อ่อนแอที่สุด ทั้งนี้ อากาศยานไร้คนขับมีราคาแค่ 500 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 18,000 บาท) แต่มีศักยภาพกำกจัดรถถังเอบรามส์ ที่มีราคาคันละ 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 368 ล้านบาท) และยอมรับว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะปกป้องรถถังจากการโจมตีด้วยโดรน

รถถังเอบรามส์ ที่ผลิตโดยสหรัฐฯ ปรากฏตัวในแนวหน้าในเดือนกุมภาพันธ์ หลังจากถูกคาดหมายมาช้านาน ท่ามกลางความพยายามของยูเครนในการสกัดการรุกคืบของทหารรัสเซีย หลังจากกำลังพลของมอสโกยึดเมืองอัฟดิอิฟกา ในภูมิภาคดอนบาสได้สำเร็จ

บรรดาชาติผู้สนับสนุนรับปากส่งมอบเอบรามส์ M1 จำนวน 31 คันแก่เคียฟ เมื่อปีที่แล้ว ตั้งแต่ก่อนหน้าที่ยูเครนจะเปิดปฏิบัติการโจมตีตอบโต้แต่ประสบความล้มเหลวในช่วงฤดูร้อน อย่างไรก็ตาม การส่งมอบเพิ่งเริ่มเดินเครื่องอย่างเต็มกำลังในช่วงกลางเดือนตุลาคม ครั้งที่ปฏิบัติการโจมตีตอบโต้อ่อนแรงลงไปแล้ว

เสือปืนไว!! ‘รัฐบาลไทย’ ปรับบทบาทประเทศในเวทีโลก ขานรับประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ‘อินเดีย-จีน’ ใต้ผู้นำยุคที่ 3

ทีมข่าว THE STATES TIMES ได้พูดคุยกับ อ.พงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อดีตปลัดกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา อดีตรองปลัดกระทรวงการคลัง และผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์ระดับประเทศ ที่มาร่วมพูดคุยในรายการ Easy Econ ซึ่งออกอากาศทางสถานีวิทยุ ส.ทร. FM 93.0 MHz และสื่อออนไลน์ ในเครือ THE STATES TIMES ในหัวข้อ ‘อินเดียและจีน กับประโยชน์ทางเศรษฐกิจของไทย’ เมื่อวันที่ 21 เม.ย.67 ดังนี้…

อินเดียและจีนเป็นยักษ์ใหญ่ทางเศรษฐกิจของโลกที่ประเทศไทยจะต้องให้ความสนใจเพื่อตักตวงผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ แต่ทั้งสองประเทศก็มีแนวนโยบายและพัฒนาการทางเศรษฐกิจที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

อินเดีย ซึ่งมีการเลือกตั้งในวันที่ 19 เมษายนนี้ และมีผู้มีสิทธิออกเสียงเกือบ 1,000 ล้านคน ถือเป็นการเลือกตั้งที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์โลก โดยการเลือกตั้งครั้งนี้ยังผลให้ Narendra Modi กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 3 อันจะสามารถสานต่อนโยบายเศรษฐกิจเดิม ซึ่งจะนำพาความสำเร็จให้แก่อินเดียได้กลายเป็นยักษ์ใหญ่อันดับ 5 ของโลก ภายใต้นโยบายเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุน การลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมหาศาล รวมถึงการต้อนรับการลงทุนจากต่างประเทศและการเป็นมิตรกับธุรกิจภายใต้ Modi

ในขณะที่จีนภายใต้ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ซึ่งเข้าสู่วาระที่ 3 เช่นกันนั้น กลับมีนโยบายที่ค่อนข้างจะตรงกันข้าม กล่าวคือ ความแข็งกร้าวและการไม่ยอมรับระเบียบที่กำหนดโดยโลกตะวันตก การแทรกแซงและความไม่เป็นมิตรกับธุรกิจเอกชน การปล่อยปละละเลยให้เกิดฟองสบู่ในภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จนฟองสบู่แตกกลายเป็นปัญหาหนี้สินในปัจจุบัน

แน่นอนว่า Supply Chain ของโลกกำลังย้ายถิ่นฐานกันขนานใหญ่ ภูมิภาคที่จะได้รับอานิสงส์สูงสุดคงไม่พ้นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และวันนี้ประเทศไทยก็ไม่ได้เป็นแค่จุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวจีนประสงค์จะมาเที่ยวเท่านั้น แต่ประเทศไทยได้เป็นจุดหมายปลายทางด้านการลงทุนที่กำลังได้รับความสนใจสูงสุดจากนักธุรกิจจีนอีกด้วย 

สังเกตได้ว่าการลงทุนจากจีนกำลังหลั่งไหลเข้าไทยในทุกอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมยานยนต์ EV และแบตเตอรี อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า อุตสาหกรรมพลังงานทดแทน เป็นต้น และในอนาคตอันใกล้ ก็เป็นไปได้สูงที่จีนจะเข้ามาลงทุนในโครงการแลนด์บริดจ์ และอุตสาหกรรมบริการ โดยเฉพาะสถานบันเทิงครบวงจรที่กำลังจะเกิดขึ้นในประเทศไทย จึงเป็นหน้าที่รัฐบาลที่จะต้องเตรียมรับมือกับธุรกิจจีนที่กำลังถาโถมเข้ามา เพราะการลงทุนจีนจะมีรูปแบบและลักษณะแตกต่างจากการลงทุนของญี่ปุ่นและชาติตะวันตก

ดังนั้น ภายใต้เครื่องชี้วัดหลายประการที่เริ่มบ่งบอกถึงความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ในโลกนั้น อาจกลายเป็นโอกาสทองทางเศรษฐกิจของไทย และก็ถือเป็นข่าวดีที่ตลอด 6-7 เดือนที่ผ่านมานี้ รัฐบาลของนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน กำลังปรับเปลี่ยนบทบาทประเทศไทยในเวทีโลก เพื่ออ้าแขนรับโอกาสทางเศรษฐกิจที่กำลังเกิดขึ้นนี้แล้วด้วย

“อลงกรณ์”ชี้ประเทศเผชิญวิกฤติศรัทธา ประชาชนขาดความเชื่อมั่นในการเลือกตั้ง จุดยืนพรรคการเมืองและกระบวนการยุติธรรม แนะ“ทักษิณ”ยอมรับความผิดและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเดินกลับเข้าคุกเหมือนนักโทษคนอื่น

ในการสัมนาเรื่อง “วันนี้ประเทศไทยเกิดอะไรขึ้น?”ที่โรงแรมบาซาร์ รัชดากรุงเทพ 
นายอลงกรณ์ พลบุตร รองประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคประชาธิปัตย์และอดีตรัฐมนตรีอดีต ส.ส.6สมัย กล่าวในหัวข้อ“ทิศทางการเมืองไทย”ว่าประเทศกำลังตกอยู่ในภาวะวิกฤติศรัทธาเพราะประชาชนขาดความเชื่อมั่นในระบบการเลือกตั้งและไม่มั่นใจในจุดยืนอุดมการณ์ของพรรคการเมืองรวมทั้งประเด็นปัญหากระบวนการยุติธรรมกรณีอดีตนายกฯ.ทักษิณ ประเด็นประชาชนขาดความเชื่อมั่นในระบบการเลือกตั้งถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ระดับรากฐานของระบอบประชาธิปไตยเพราะการเลือกตั้งเป็นหัวใจของระบอบประชาธิปไตย แต่ในการเลือกตั้งที่ผ่านมาพรรคที่ชนะการเลือกตั้งเป็นอันดับหนึ่งและรวมเสียงได้เกินกว่าครึ่งหนึ่งในสภาผู้แทนราษฎรไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลบริหารประเทศ จนมีคำถามว่า“แล้วจะมีเลือกตั้งไปทำไม ?”“ทำไมถึงไม่เคารพเสียงของประชาชน?”

ยิ่งกว่านั้น พรรคการเมืองที่อยู่คนละขั้วประกาศในระหว่างหาเสียงว่าจะไม่จับมือกันกลับไม่รักษาคำพูดโดยร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลทำให้เกิดคำถามถึงจุดยืนและอุดมการณ์ทางการเมืองของพรรคแกนนำรัฐบาลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อระบบพรรคการเมืองโดยตรง

การเลือกตั้งและพรรคการเมืองมีความสำคัญต่อระบอบประชาธิปไตย หากประชาชนโดยเฉพาะผู้มีสิทธิเลือกตั้งครั้งแรกขาดความเชื่อมั่นก็ยากต่อการพัฒนาการเมืองในอนาคต นายอลงกรณ์ยังกล่าวต่อไปว่า ในปีนี้จะมีเหตุการณ์สำคัญทางการเมืองที่จะส่งผลต่อปัจจุบันและอนาคตของการเมืองไทยได้แก่
1. การเลือกส.ว. ชุดใหม่
2.การแก้ไขรัฐธรรมนูญ
3.การตรากฎหมายนิรโทษกรรม
4.การปรับคณะรัฐมนตรี
5.คดียุบพรรคก้าวไกล
6. ปัญหากระบวนการยุติธรรมจากกรณีอดีตนายกฯ.ทักษิณ

สำหรับเรื่องการยุบพรรคนั้น นายอลงกรณ์ไม่เห็นด้วยกับการยุบพรรคโดยมีความเห็นว่าพรรคการเมืองเป็นองค์กรทางการเมืองที่ประกอบไปด้วยสมาชิกพรรค สาขาพรรคและตัวแทนพรรค การลงโทษใดๆควรดำเนินการกับกรรมการหรือคณะกรรมการบริหารส่วนกรณีอดีตนายกฯ.ทักษิณกระทบต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรม ความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายและหลักนิติรัฐของประเทศอย่างร้ายแรง 
ข้อแนะนำคืออดีตนายกฯ.ทักษิณเมื่อกลับเข้ามายอมรับความผิดต้องสำนึกผิดอย่างแท้จริงและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงลดโทษให้ด้วยการเคารพกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมโดยเซทซีโร่เดินกลับเข้าคุกเริ่มต้นขั้นตอนการลงโทษเหมือนนักโทษคนอื่นๆจะเป็นตัวอย่างที่ดีของกระบวนการยุติธรรมของประเทศ

นายอลงกรณ์ยังกล่าวถึงพรรคประชาธิปัตย์ว่าได้สรุปบทเรียนความผิดพลาดในอดีตโดยเฉพาะประเด็นจุดยืนและอุดมการณ์ที่ถูกมองว่าพรรคละทิ้งอุดมการณ์ประชาธิปไตยไปร่วมกับเผด็จการและสนับสนุนการสืบทอดอำนาจจนมีข้อกล่าวหาว่าจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหารกระทบต่อความเชื่อมั่นศรัทธาของประชาชนที่มีต่อพรรคประชาประชาธิปัตย์สะท้อนจากผลการเลือกตั้งปี2562และ2566จากพรรคที่มี ส.ส.กว่า100คนเหลือเพียง25คน หลายพรรคการเมืองในวันนี้กำลังตกอยู่ในกับดักที่ประชาธิปัตย์เคยประสบมาก่อนเมื่อใดที่ประชาชนไม่เชื่อมั่น เมื่อนั้นพรรคการเมืองก็ไม่มีอนาคต ”บทเรียนความผิดพลาดในอดีตที่ต้องจ่ายด้วยราคาแพงเป็นบทเรียนสำคัญ วันนี้พรรคประชาธิปัตย์เหมือนเงาะถอดรูป
พรรคประชาธิปัตย์กำลังวางปัจจุบันและอนาคตบนแนวทางประชาธิปไตย ความซื่อสัตย์สุจริต วิสัยทัศน์ก้าวหน้าและนโยบายทันสมัยโดย ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน หัวหน้าพรรคได้แต่งตั้งคณะกรรมกา ยุทธศาสตร์ทำหน้าที่กำหนดทิศทางและแนวทางการขับเคลื่อนพรรคสู่การเป็นสถาบันทางการเมืองที่แท้จริงของประเทศเน้นการเปิดกว้างสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน หวังว่าความพยายามครั้งนี้ของพรรคประชาธิปัตย์จะสามารถฟื้นฟูศรัทธากลับมาด้วยโอกาสใหม่ที่ประชาชนมอบให้“.
การสัมนาเรื่อง “วันนี้ประเทศไทยเกิดอะไรขึ้น?”ที่โรงแรมบาซาร์ รัชดากรุงเทพ จัดโดยหนังสือพิมพ์ไทยแลนด์ ทูเดย์ นิวส์เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2567

‘หมอวรงค์’ โพสต์เฟซบุ๊ก พรุ่งนี้จะไปร้อง ป.ป.ช. ระบุชัด มีหลักฐานสำคัญ ยัน!! เอาเรื่องกรณีช่วยเหลือนักโทษ

(21 เม.ย.67) นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม หัวหน้าพรรคไทยภักดี โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กระบุว่า ผมจะไปร้องป.ป.ช. กรณีช่วยเหลือนักโทษป่วยไม่จริงและช่วยเหลือการพักโทษ พร้อมหลักฐานสำคัญ วันจันทร์ที่ 22 เมษายนนี้ เวลา10.30น.

‘อุ๊งอิ๊ง’ โพสต์โชว์ ‘ลูกสาว-ลูกเขย’ พาพ่อไป ICONSIAM  ครอบครัวสุขสันต์ รอยยิ้มสดใส ไร้อาการป่วย!!

(21 เม.ย.67) น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย โพสต์อินสตราแกรมส่วนตัวระบุว่า พาพ่อไป ICONSIAM ครั้งแรก

สหรัฐฯ รื้อฟื้นวิชา 'คัดลายมือ' กระตุ้นพัฒนาการ-กล้ามเนื้อมัดเล็กเด็ก

(21 เม.ย.67) ปัจจุบัน นักเรียนระดับประถมศึกษาของโรงเรียน Orangethorpe Elementary School ในรัฐ California กำลังฝึกฝนการคัดลายมือ ตัวเขียนภาษาอังกฤษ หลังจากหน่วยงานด้านการศึกษาของรัฐ California กลับมาบังคับใช้หลักสูตรการคัดตัวเขียนในปีการศึกษาใหม่

ที่ผ่านมา สหรัฐอเมริกาได้ออกนโยบาย 'ลดเวลาหน้าจอ' ของเด็กๆ ในระดับชั้นประถมศึกษา โดยให้เด็กหันมาจับดินสอ เพื่อคัดลายมือในรูปแบบตัวเขียน ท่ามกลางความหวังที่จะกระตุ้นพัฒนาการเด็ก และสนับสนุนโครงการรื้อฟื้นทักษะการเขียน รวมถึงส่งเสริมการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก

ทั้งนี้ ดูเหมือนว่า การเขียนตัวอักษรแบบคัดลายมือที่ใช้วิธีลากหางตัวอักษรต่อกัน หรือที่เรียกว่าอักษรตัวเขียน (Cursive) จะไม่ค่อยเป็นที่คุ้นเคยสำหรับเด็ก Gen Alpha ทำให้นโยบายคัดลายมือถูกนำกลับมาบรรจุในหลักสูตรสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาในรัฐ California ที่จะถูกบังคับใช้ในปีการศึกษาใหม่นี้

โดยในเดือนมกราคมปี ค.ศ. 2024 กฎหมาย Assembly Bill 446 ได้กำหนดให้โรงเรียนระดับประถมศึกษาต้องสอนคัดลายมือแบบตัวเขียน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นักเรียนเกรด 1-เกรด 6 (Grade 1 หรือ G1 ถึง G6 ซึ่งเทียบเท่าระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงปีที่ 6 ของไทย) ในรัฐ California ที่มีจำนวนเกือบ 3 ล้านคน

Sharon Quirk-Silva อดีตครูประถมผู้สนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้ กล่าวว่าขณะที่ร่วมโต๊ะอาหารกับ Jerry Brown อดีตผู้ว่าการรัฐ California เมื่อปี ค.ศ. 2016 เมื่อเขาทราบว่าเธอเป็นครูชั้นประถมศึกษา เขาบอกกับเธอทันทีว่า “คุณต้องนำการคัดลายมือกลับมา”

Sharon Quirk-Silva บอกว่า การเรียนรู้ลักษณะนี้จะช่วยปรับปรุง และพัฒนาความรู้-ความเข้าใจในการอ่าน และช่วยให้เด็กมีทักษะการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อมัดเล็กที่ดี ยังไม่นับประโยชน์ด้านอื่นๆ อีกมากมาย

ซึ่งตัว Sharon Quirk-Silva เองได้เห็นประโยชน์ในการสอนให้เด็กอ่านเอกสารทางประวัติศาสตร์ รวมถึงจดหมายประจำครอบครัวจากรุ่นก่อนๆ ที่มักเขียนด้วยลายมือมานานแล้ว

Pamela Keller คุณครูชั้นประถมปลายของ Orangethorpe กล่าวว่า เธอสอนคัดลายมือในชั้นเรียนก่อนหน้าที่จะมีกฎหมายบังคับใช้ในวันปีใหม่ที่ผ่านมาตั้งนานแล้ว ซึ่งที่ผ่านมา เด็กบางคนบ่นว่า ชั่วโมงคัดลายมือน่าเบื่อมาก

Pamela Keller จึงมักให้นักเรียนฟังว่า วิธีเขียนแบบนี้จะช่วยให้พวกเธอฉลาดขึ้น

“การคัดลายมือจะสร้างการเชื่อมโยงบางอย่างในสมอง และจะช่วยในการก้าวสู่ระดับต่อไป” Pamela Keller กระชุ่น

เธอเล่าต่อว่า เมื่อเข้าใจแล้ว เด็กๆ ก็ตื่นเต้นเพราะอยากที่จะฉลาดขึ้น พวกเขาจึงหันมาสนใจที่จะเรียนรู้การคัดมือมากขึ้น

“เมื่อนักเรียนรู้จักการคัดลายมือตัวเขียนภาษาอังกฤษแล้ว พวกเขาจะสามารถอ่านเอกสารทางประวัติศาสตร์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น รัฐธรรมนูญของสหรัฐฯ ที่เขียนขึ้นในปี ค.ศ. 1787” Pamela Keller กล่าว และว่า...

เมื่อยกตัวอย่างที่น่าตื่นตาตื่นใจ อย่างการจะพาไปอ่านรัฐธรรมนูญฉบับแรก นักเรียนของเธอทุกคนต่างสนใจเป็นอย่างมาก

ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา มาตรฐานด้านการเรียนการสอนของสหรัฐอเมริกา ได้ลดระดับความสนใจในการสอนคัดลายมือ หรือการอ่านตัวเขียนลง ให้สอดคล้องกับยุค Digital ที่ใช้การพิมพ์ตัวอักษรในการสื่อสารผ่านอุปกรณ์ ICT ไม่ว่าจะเป็น PC Notebook Tablet PC หรือ Smart Phone ถึงขนาดวางเป็นแนวทางวิชาการของการศึกษาระดับชาติเลยทีเดียว

Kathleen Wright ผู้ก่อตั้งองค์กรไม่แสวงหาผลกำไร Handwriting Collective ที่ส่งเสริมการจัดการเรียนการสอนการเขียนด้วยลายมือ เล่าว่า “พวกเขาหยุดสอนเด็กๆ ถึงวิธีเขียนหนังสือไปทั้งหมดได้อย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่ง วิทยาลัยครูต่างๆ ก็ไม่ได้เตรียมบุคลากรให้สอนการเขียนด้วยลายมืออีกด้วย”

Lauren Gendill นักวิเคราะห์นโยบายของ National Conference of State Legislatures หรือ NCSL ระบุว่า California เป็นรัฐที่ 22 ซึ่งตรากฎหมายให้มีการจัดการเรียนการสอนเขียนตัวอักษรภาษาอังกฤษ และเป็นรัฐลำดับ 14 ที่มีนโยบายการสอนการคัดลายมือมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 2014

โดยในปี ค.ศ. 2024 นี้ จะมีอีก 5 รัฐ ที่จะออกกฎหมายให้สอนการเขียนด้วยลายมือแบบตัวเขียนต่อจาก California

Leslie Zoroya ผู้อำนวยการโครงการด้านการอ่าน สำนักงานการศึกษา Los Angeles County ระบุว่า การเรียนรู้แบบตัวเขียน ช่วยส่งเสริมทักษะหลายอย่าง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่วยปรับปรุงพัฒนาการของเด็ก

“เมื่อเด็กๆ เขียนด้วยลายมือแทนการพิมพ์ โครงข่ายประสาทต่างๆ ของเด็กจะถูกใช้งานต่างกัน” Leslie Zoroya กล่าว และว่า...

การคัดลายมือ มีส่วนช่วยสร้างการเชื่อมโยงในสมอง รวมถึงระบบความจำ เพราะเวลาที่เด็กๆ ลงมือเขียน พวกเขาจะนึกถึงลักษณะ และเสียงของตัวอักษร อีกทั้งความสัมพันธ์ระหว่างสายตาและมือ จะมีมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อเด็กๆ นึกถึงกับอักษรที่จะเขียนตัวถัดไป

Sharon Quirk-Silva อดีตครูประถมผู้สนับสนุนร่างกฎหมายคัดลายมือของ California กลับมา เผยเป็นการส่งท้าย ว่าเธอตั้งความหวังที่จะเห็นนักเรียน G6 ที่เรียนจบชั้นประถมศึกษาไปแล้ว จะสามารถอ่านและเขียน อักษรตัวเขียนได้อย่างคล่องแคล่วในอนาคต

‘สาวจีน’ โผเข้ากอด พี่เจ้าหน้าที่อุทยานผาแต้มฯ ทั้งน้ำตา ย้ำ!! วันนี้กลับมา เพื่อขอบคุณ ที่ช่วยชีวิตไว้ เมื่อ5 ปีที่แล้ว

เมื่อวานนี้ (20 เม.ย.67) เฟซบุ๊ก อุทยานแห่งชาติผาแต้ม Phataem National Park เผยเรื่องราวดีๆที่แม้จะผ่านไปแล้ว 5 ปี แต่นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนคนนี้ไม่มีวันลืม โดยระบุว่า ...

 " News ปลื้มปริ่ม นักท่องเที่ยวหญิงชาวจีนโผเข้ากอดเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม เพื่อขอบคุณเมื่อคราวที่ให้การช่วยเหลือ (เมื่อ 5 ปี ที่แล้ว) กรณีประสบอุบัติเหตุตกหน้าผาอุทยานแห่งชาติผาแต้ม เมื่อปี พ.ศ.2562 #ท่องเที่ยวปลอดภัย กู้ภัยรวดเร็ว ฉับไว สร้างความมั่นใจในการท่องเที่ยว #อุทยานแห่งชาติผาแต้ม " 

เปิดใจ 'น้องปีใหม่' นร.ทุนโอลิมปิกวิชาการ เตรียมอุดมฯ ตะลุยด้านวิชาการ บนแนวคิด 'ไม่เครียด-ไม่กดดันตัวเอง'

จากรายการ Y WORLD THE MAGNET ดึงมาคุย ลุยความคิด ตอนที่ 4 ออกอากาศเมื่อวันที่ 18 เม.ย. 67 ได้สัมภาษณ์ 'น้องปีใหม่' หรือ ปาณิสรา โฆษิตสุรังคกุล นักเรียนทุนโอลิมปิกวิชาการ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา โดยน้องปีใหม่ได้มาแชร์การเตรียมตัวสอบ อาชีพในอนาคต และแนวทางด้านการศึกษาของตัวเอง ดังนี้

❓️Q: ความรู้สึกของการสอบเข้าเตรียมอุดม เป็นอย่างไรบ้าง?
👩น้องปีใหม่: ก็ถือว่าข้อสอบก็ยาก แต่คิดว่าอยู่ในขอบเขตที่หนูเตรียมตัวมาค่ะ

❓️Q: เล่าประวัติการศึกษาและการแข่งขัน
👩น้องปีใหม่: เรียนอนุบาลที่โรงเรียนอนุบาลฉัตรเฉลิม เรียนประถมที่โรงเรียนสาธิตเกษตรฯ เรียนมัธยมต้นที่โรงเรียนมัธยมปัญญารัตน์ แล้วก็จะศึกษาต่อที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา ส่วนการแข่งขันที่ผ่านมาของหนู หนูเริ่มแข่งขันตั้งแต่ ป.2 เริ่มจากสนามราชภัฏพระนครเป็นแข่งขันคณิตศาสตร์ค่ะ

ในตอนนั้นคุณแม่เห็นแววว่าหนูสอบได้เหรียญทองแดง โดยที่หนูไม่ได้เรียนพิเศษหรือเตรียมตัวอะไรมากสําหรับสอบ จึงเริ่มปั้นให้เป็นเด็กแข่ง และก็แข่งมาเรื่อย ๆ จนถึงตอนนี้ค่ะ

แต่ว่าพอเริ่มเป็นเด็กแข่งแล้ว หนูก็ไปติว เพื่อให้มีความรู้เพิ่มเติม นอกจากที่โรงเรียนสอน

❓️Q: มาสอบเข้าเตรียมอุดมฯ โควตาโอลิมปิกวิชาการได้อย่างไร?
👩น้องปีใหม่: หนูก็รู้ข่าวจากพ่อแม่ค่ะ เพราะว่าหนูก็มีรุ่นพี่ และพ่อแม่ของรุ่นพี่เขาก็แนะนำมาว่ามีเข้าด้วยโอลิมปิกวิชาการ เนื่องจากเป็นกลุ่มเด็กแข่งเหมือน ๆ กัน ก็เลยได้รับคำแนะนำต่าง ๆ มาเยอะเลยค่ะ ทั้งเรื่องการสอบ การทำพอร์ต และขั้นตอนต่าง ๆ 

สําหรับขั้นตอนการสมัครก็คือจะต้องไปยื่นพอร์ตก่อนที่จะสอบรอบจริง แต่ว่าโควตาโอลิมปิกวิชาการ จะประกาศผลก่อนวันสอบธรรมดาประมาณ 3 วัน จะมีประกาศรายชื่อคนผ่านเข้าเกณฑ์ก่อน 

หลังยื่นพอร์ตเสร็จแล้วก็ต้องไปสัมภาษณ์ ซึ่งการสัมภาษณ์ ก็จะดูว่าสามารถพรีเซนต์พอร์ตอย่างไรบ้าง ได้ไปทํามาจริง ๆ หรือไม่?

❓️Q: แนะนำการเตรียมตัวสำหรับการยื่นพอร์ตหน่อย ว่าต้องทำอย่างไรบ้าง?
👩น้องปีใหม่: ลองศึกษาจากพอร์ตของคนที่เคยยืนติดก็ได้ค่ะ สำหรับหนูก็แต่งพอร์ตให้มีความสวยงาม ใส่ผลงานของเรา เช่น เกียรติบัตร และเขียนคําอธิบายไว้ด้วย ส่วนตอนเข้าห้องสัมภาษณ์ ก็เล่าประสบการณ์ กิจกรรมที่เคยทำ หรือเล่าผลงานที่เคยได้รับรางวัล ตามที่เขียนไว้ในพอร์ตค่ะ

❓️Q: ขณะสัมภาษณ์กดดันมากไหม? แล้วเตรียมตัวเยอะไหม?
👩น้องปีใหม่: ค่อนข้างกดดันค่ะ แต่ว่าหนูก็ยิ้มสู้ เพราะว่าก็ไม่มีอะไรต้องกลัว ส่วนเรื่องการเตรียมตัว หนูเตรียมตัวไม่เยอะค่ะ เพราะว่าเขาไม่ได้ถามคําถามเพื่อวัดอะไร แต่แค่ฟังเราพรีเซนต์ในสิ่งที่เราทำมาค่ะ

❓️Q: สอบติด 3 โรงเรียน (มหิดลวิทยานุสรณ์ กําเนิดวิทย์ เตรียมอุดมฯ) ทําไมถึงเลือกโรงเรียนเตรียมอุดม?
👩น้องปีใหม่: หนูเลือกเรียนเตรียมอุดม เพราะว่าเดินทางสะดวก อยู่ใกล้ที่พัก และเตรียมอุดมฯ น่าจะตอบโจทย์ที่สุด หนูฝันอยากเป็นแพทย์จุฬาฯ เมื่อเทียบแล้ว คนที่จบเตรียมอุดมฯ ส่วนใหญ่ไปเรียนแพทย์จุฬา ถ้าหนูอยู่เตรียมอุดมฯ ก็จะมีเพื่อนที่ช่วยเรียนแล้วก็ผลักดันให้เป็นแพทย์จุฬาฯ ไปด้วยกันค่ะ 

❓️Q: ด้วยความเป็นเด็กวิชาการ คิดว่าตัวเองเครียดไหม?
👩น้องปีใหม่: ความเครียดมันไม่ค่อยอยู่ในพจนานุกรมของหนูค่ะ เพราะว่าหนูปรับตัวมาตั้งแต่ตอนเด็ก ๆ แล้วที่ต้องเรียนเพิ่มจากที่เรียนในโรงเรียน และก็ปรับตัวมาเรื่อย ๆ จนไม่ได้รู้สึกว่ากดดันเพิ่มจากปกติค่ะ

หนูคิดว่าความเครียดไม่ได้ช่วยให้งานเราดีขึ้น เราต้องประเมินตัวเอง แล้วทําตามความสามารถเรามากกว่า

❓️Q: งานอดิเรกที่ชอบทำมีอะไรบ้าง?
👩น้องปีใหม่: หนูชอบดูอะนิเมะมากค่ะ นอกจากนี้จะเป็นการตัดต่อภาพวิดีโอ คอสเพลย์ และเล่นเกมค่ะ

❓️Q: คิดครอบครัวมีส่วนช่วยในเรื่องของการเรียนมากน้อยแค่ไหน?
👩น้องปีใหม่: ครอบครัวหนูสนับสนุนด้านการเรียน แต่ไม่เคยบังคับค่ะ ส่วนมากแม่จะหาข้อมูลแล้วให้หนูตัดสินใจเอง เช่น เรียนต่อที่โรงเรียนไหน บางครั้งก็คิดไม่ตรงกัน แต่แม่ก็ตามใจหนูค่ะ แม่บอกเสมอว่าชีวิตหนู หนูก็ต้องเลือกและตัดสินใจเอง ซึ่งก็ทําให้หนูพยายามแล้วก็ภาคภูมิใจมากขึ้น 

❓️Q: ช่วยเล่าที่มาของความฝันอยากเป็นแพทย์จุฬาหน่อย
👩น้องปีใหม่: ความฝันของหนูเริ่มมาจากว่าหนูเกิดมาจากฝีมือหมอค่ะ หนูก็เลยคิดว่าอาชีพหมอสูติฯ ที่ทํากิฟต์เพื่อให้คนมีลูก จะทําให้คนมีความสุข สมหวัง แม้ว่าพ่อแม่จะจบวิศวะ แต่ก็ไม่ได้กดดันให้หนูเรียนวิศวะค่ะ หนูอยากเป็นหมอ ครอบครัวก็ให้หนูตัดสินใจเอง ก็เลยตั้งเป้าไว้ว่าจะเป็นหมอที่แพทย์จุฬาฯ แล้วก็อาจจะไปเรียนต่อเฉพาะทางที่ต่างประเทศ

❓️Q: แนะนำเพื่อน ๆ ที่อยากสอบติดโควตาโอลิมปิกหน่อย ต้องทำอย่างไรบ้าง?
👩น้องปีใหม่: ควรเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่น ๆ ค่ะ ค่อย ๆ เก็บไปทีละน้อย ต้องมีวินัยค่อนข้างมาก จะได้ไม่ต้องมาเรียนอัดตอนช่วงใกล้สอบ 

❓️Q: ให้กำลังใจเพื่อน ๆ ที่กำลังท้อกับการเรียน การสอบหน่อย
👩น้องปีใหม่: ต้องดูเป็นขั้นตอน หากรู้สึกว่ายังทำไม่ได้ แต่เป้าหมายใกล้เข้ามาแล้ว ก็ต้องเข้มงวดกับตัวเองมากขึ้น แต่ไม่ใช่กดดันตัวเองนะคะ เพราะยิ่งกดดัน ทุกอย่างก็ยิ่งแย่ลง

❓️Q: กรณีอ่านหนังสือสอบไม่ทัน ช่วยแนะนำทริกอ่านหนังสือสอบให้เพื่อน ๆ หน่อย
👩น้องปีใหม่: ปกติหนูจะฝึกจากแนวข้อสอบเก่าค่ะ 
อาจจะไปหาหนังสือที่มีแนวข้อสอบเก่ามาอ่าน ฝึกทำข้อสอบเก่า ๆ ดูว่าเรื่องไหนออกบ่อย จึงไปอ่านเรื่องนั้น ๆ ค่ะ

❓️Q: หากคุยกับตัวเองในอีก 10 ข้างหน้าได้ อยากจะบอกหรือถามอะไรตัวเอง?
👩น้องปีใหม่: 10 ปีข้างหน้าหนูก็จะบอกว่าหนูจะสามารถเป็นอาชีพที่หนูต้องการได้ ซึ่งอาจจะถามว่าหนูมีความสุขกับการที่เป็นหมอจริง ๆ ใช่ไหม เพราะเป็นอาชีพที่หนูอยากเป็นมาตลอด อยากถามตัวเองว่าเรียนหมอแล้วมีความสุข ได้ลองดูอาจารย์ใหญ่ ได้เรียนชีววิทยาแบบที่ต้องการ มีความรู้สึกยังไงบ้าง อยู่สบายดีไหม ถามประมาณนี้ค่ะ

❓️Q: ยึดถือคติอะไรในการดำเนินชีวิต?
👩น้องปีใหม่: สำหรับหนู 'อะไรที่ผ่านไป แล้วอะไรที่มันเกิดขึ้นไปแล้ว มันดีเสมอ' เพราะว่าการที่เราจมปลักกอยู่กับความผิดพลาดในอดีต มันไม่ได้ช่วยอะไรเราเลย แต่ว่าในทางกลับกัน ต้องยอมรับว่ามันเกิดขึ้นไปแล้ว แล้วคิดว่ามันเป็นส่วนหนึ่งที่ผลักดันเรามาถึงตอนนี้ เพราะว่าก่อนจะประสบความสําเร็จก็ต้องเคยผ่านความล้มเหลวมาก่อน ต้องเปลี่ยนมุมมองที่เราจะมองความผิดพลาดค่ะ

❓️Q: อยากขอบคุณใครบ้างที่ช่วยผลักดันเราจนมาถึงวันนี้?
👩น้องปีใหม่: หนูขอขอบคุณการสนับสนุนจากครอบครัวและโรงเรียนค่ะ เพราะที่โรงเรียนไม่ได้บังคับหรือรั้งให้หนูเรียนต่อที่เดิม แต่กลับส่งเสริมและให้กำลังใจหนูค่ะ และขอขอบคุณเพื่อน ๆ ทุกคนที่ช่วยกันติว แบ่งปันความรู้กันค่ะ

📌ติดตามชมสัมภาษณ์เต็มได้ที่: https://youtu.be/XjJB5ruN6ow?si=p-zddn5KEBMcnGK4

'ภักดีคาเฟ่' โพสต์กรณีศึกษา พวกปลอมเฟซบุ๊กชื่อคนอื่นมาด่า แนะ!! เจ้าตัวผู้ถูกแอบอ้าง ต้องดำเนินการฟ้อง อย่าปล่อยไว้

เมื่อวานนี้ (20 เม.ย.67) เพจ 'ภักดี คาเฟ่' ได้โพสต์ข้อความ ระบุว่า...

…ขออนุญาตชี้แจงเกี่ยวกับกรณีของคุณ สุเมธ เกตุอรุณ ที่ใช้ข้อความด่าทอผม รีวิวให้ทางร้านของผมเสียหาย และ อีกหลายๆ ข้อความ ปรากฏว่า วันนี้ผมและเพื่อนๆ ก็ได้ปรึกษาหารือกันว่าทำอย่างไรกับกรณีนี้ ระหว่างนั้นก็ได้มีสายเบอร์แปลกๆ โทรเข้ามา

สวัสดีครับพี่ ผม สุเมธ นะครับ เฟสที่ไปด่าพี่เป็นเฟสปลอมนะครับ ผมไม่รู้เรื่องเลย…

ไอ้เราก็กำลังยุ่ง ลูกค้าเยอะมาก ได้คุยกับน้องไม่นานก็ต้องวางสาย เออๆ เดี๋ยวพี่โทรกลับนะ

จนมาเมื่อสักครู่ผมก็มีโอกาสได้คุยกับน้อง พร้อมทั้งตัวผมเองก็ได้ปรึกษาเพื่อนๆ แล้ว เห็นชัดว่าเฟสที่น้องใช้ด่าผม ด่าร้านผมเป็นเฟสปลอมและเพื่อเป็นการยืนยันว่าน้องไม่รู้เห็นกับการกระทำดังกล่าว ผมก็บอกให้น้องควรไปแจ้งความไว้นะครับ น้องบอกผมกำลังจะสตาร์ทรถเยครับพี่…

ผมเชื่อว่าสังคมของเราต้องขับเคลื่อนด้วยความรัก และต้องขับเคลื่อนด้วยความถูกต้องด้วยครับผม

 

21 เมษายน พ.ศ. 2325 วันสถาปนา ‘กรุงเทพมหานคร’ เมืองหลวงของประเทศไทยในปัจจุบัน

รู้หรือไม่? วันที่ 21 เมษายนของทุกปี ถือเป็นวันกำเนิดเมืองหลวงของไทย นั่นคือ ‘กรุงเทพมหานคร’ โดยมีพิธียกเสาหลักเมืองขึ้นในวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2325 เวลา 6.54 น. จากวันนั้นถึงวันนี้กรุงเทพฯ ก็มีอายุครบ 242 ปีแล้ว

ทั้งนี้ กรุงเทพมหานคร เป็นเมืองหลวงและนครที่มีประชากรมากที่สุดของประเทศไทย เป็นศูนย์กลางการปกครอง การศึกษา การคมนาคมขนส่ง การเงิน การธนาคาร การพาณิชย์ การสื่อสาร และความเจริญของประเทศ ตั้งอยู่บนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเจ้าพระยา มีแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านและแบ่งเมืองออกเป็น 2 ฝั่ง คือ ฝั่งพระนครและฝั่งธนบุรี

ย้อนกลับไปในสมัยที่เกิดเหตุการณ์เสียกรุงศรีอยุธยาใน พ.ศ. 2310 หลังจากนั้นมีการกอบกู้อิสรภาพจากพม่า โดยสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ครั้นสิ้นรัชกาลสมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี ต่อมาสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกได้ขึ้นเสวยราชสมบัติ ทรงพระนามว่า พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช (รัชกาลที่1) ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์จักรี

ต่อมารัชกาลที่ 1 ทรงมีพระราชดำริว่า ฟากตะวันออกของกรุงธนบุรีมีชัยภูมิดีกว่าตะวันตก เพราะมีลำน้ำเป็นขอบเขต หากข้าศึกยกมาถึงชานพระนคร ก็จะต่อสู้ป้องกันได้ง่ายกว่า จึงโปรดเกล้าฯ ให้สร้างกรุงรัตนโกสินทร์ขึ้นทางฝั่งตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยาให้เป็นราชธานีแห่งใหม่ โดยสืบทอดศิลปกรรมและสถาปัตยกรรมจากพระราชวังหลวงของกรุงศรีอยุธยา

พระองค์ทรงประกอบ ‘พิธียกเสาหลักเมือง’ เมื่อวันอาทิตย์ เดือน 6 ขึ้น 10 ค่ำ ย่ำรุ่งแล้ว 9 บาท (54 นาที) ปีขาล จ.ศ.1144 จัตวาศก ซึ่งตรงกับวันที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2325 เวลา 6.54 น. และทรงประกอบพระราชพิธีปราบดาภิเษกในวันที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2325

ทั้งนี้ พื้นที่ของเมืองหลวงแห่งนี้ แต่เดิมเป็นที่ตั้งของเมืองธนบุรีศรีมหาสมุทร ชาวต่างชาติเรียกกันว่า ‘บางกอก’ มาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และที่มาของคำว่า ‘บางกอก’ นั้น มีข้อสันนิษฐานว่าอาจมาจากการที่แม่น้ำเจ้าพระยาคดเคี้ยวไปมา บางแห่งมีสภาพเป็นเกาะเป็นโคก จึงเรียกกันว่า ‘บางเกาะ’ หรือ ‘บางโคก’ หรือไม่ก็เป็นเพราะบริเวณนี้มีต้นมะกอกอยู่มาก จึงเรียกว่า ‘บางมะกอก’ ต่อมากร่อนคำลงจึงเหลือแต่คำว่า ‘บางกอก’

ต่อมาเมื่อวันที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2514 รัฐบาลจอมพลถนอม กิตติขจร ได้รวมจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี เข้าด้วยกันเป็น ‘นครหลวงกรุงเทพธนบุรี’ และภายหลังการปรับปรุงการปกครองใหม่เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2515 จึงได้เปลี่ยนเป็นชื่อเป็น กรุงเทพมหานคร แต่นิยมเรียกกันว่า กรุงเทพฯ 

ต่อมามีการตั้งชื่อเมืองว่า ‘กรุงเทพมหานคร’ แปลว่า ‘พระนครอันกว้างใหญ่ดุจเทพนคร’ มาจากชื่อเต็มว่า กรุงเทพมหานคร อมรรัตนโกสินทร์ มหินทรายุธยา มหาดิลกภพ นพรัตนราชธานีบูรีรมย์ อุดมราชนิเวศน์มหาสถาน อมรพิมานอวตารสถิต สักกะทัตติยวิษณุกรรมประสิทธิ์

อย่างไรก็ตาม กรุงเทพมหานคร เป็นเขตปกครองพิเศษของประเทศไทย ไม่ได้มีสถานะเป็นจังหวัด มีพื้นที่ทั้งหมด 1,568.737 ตร.กม. มีประชากรในพื้นที่กรุงเทพฯ ประมาณ 6 ล้านคน ทำให้กรุงเทพมหานครจัดเป็นเอกนคร (Primate City) มีผู้กล่าวว่า กรุงเทพมหานครเป็น ‘เอกนครที่สุดในโลก’ เพราะมีประชากรมากกว่านครที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ถึง 40 เท่า อีกทั้งเป็นเมืองที่มีตึกระฟ้ามากที่สุดเป็นอันดับที่ 11 ของโลกในปี พ.ศ. 2563 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top