Tuesday, 11 August 2026
Hard News Team

‘บีโอไอ’ เผยยอดลงทุนไตรมาสแรก ปี 67 แตะ 2.28 แสน ลบ. 5 อุตฯ มาแรง!! ‘อิเล็กทรอนิกส์-ยานยนต์-เคมี-ดิจิทัล-การเกษตร’

(2 พ.ค. 67) บีโอไอ เผยยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุนไตรมาสแรก ปี 2567 เติบโตก้าวกระโดดจากปีก่อน ทั้งจำนวนโครงการและเงินลงทุน โดยมีคำขอรับการส่งเสริม 724 โครงการ เงินลงทุน 228,207 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 31 นำโดยอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ยานยนต์และชิ้นส่วน ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ ขณะที่การลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) สิงคโปร์ขึ้นครองอันดับหนึ่ง ตามด้วยจีน และฮ่องกง สะท้อนศักยภาพของประเทศไทย พร้อมเดินหน้าเข้าสู่ปีทองแห่งการลงทุน 

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า ทิศทางการลงทุนในไทยยังมีแนวโน้มที่ดีและเติบโตอย่างต่อเนื่อง ในไตรมาสแรก การส่งเสริมการลงทุนเพิ่มสูงขึ้นในทุกขั้นตอน ทั้งการขอรับการส่งเสริม การอนุมัติให้การส่งเสริม การออกบัตรส่งเสริม และเพิ่มขึ้นทั้งจำนวนโครงการและเงินลงทุน 

โดยในส่วนของตัวเลขการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในไตรมาสแรก ปี 2567 มีจำนวน 724 โครงการ เพิ่มขึ้นร้อยละ 94 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน มูลค่าเงินลงทุนรวม 228,207 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 31 สะท้อนถึงศักยภาพของประเทศไทยและความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นผลจากการที่รัฐบาลไทยเดินหน้าบุกดึงการลงทุนจากกลุ่มบริษัทชั้นนำทั่วโลก การแก้ไขปัญหาการค้าและการลงทุนอย่างจริงจังและต่อเนื่อง รวมทั้งการประกาศมาตรการส่งเสริมการลงทุนด้านต่าง ๆ ของบีโอไอ 

นอกจากนี้ ยังได้รับแรงผลักดันจากกระแสการย้ายฐานการผลิต เพื่อลดความเสี่ยงจากปัญหาความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ อีกทั้งมีการลงทุนจำนวนมากในอุตสาหกรรมใหม่หรือเทคโนโลยีใหม่ตามเทรนด์โลก เช่น กลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าและชิ้นส่วน กลุ่มเซมิคอนดักเตอร์และแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ กลุ่มพลังงานหมุนเวียน และกลุ่มดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ เพื่อรองรับการขยายตัวของ AI และการเปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิทัลขององค์กรต่าง ๆ เป็นต้น

กลุ่มอุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเงินลงทุนสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า 77,194 ล้านบาท รองลงมาได้แก่ ยานยนต์และชิ้นส่วน 21,328 ล้านบาท ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ 17,672 ล้านบาท ดิจิทัล 17,498 ล้านบาท เกษตรและแปรรูปอาหาร 13,278 ล้านบาท ตามลำดับ 

ทั้งนี้ สำหรับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ที่มีเงินลงทุนสูงสุด ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในกิจการผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (Printed Circuit Board: PCB) กิจการผลิตเซมิคอนดักเตอร์ต้นน้ำ (Wafer Fabrication) ชนิดซิลิคอนคาร์ไบด์สำหรับ Power Electronics และกิจการผลิตผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะและเครื่องใช้ไฟฟ้าอัจฉริยะ 

สำหรับการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่อง มีโครงการยื่นขอรับการส่งเสริมจำนวน 460 โครงการ เพิ่มขึ้นร้อยละ 130 มูลค่าเงินลงทุนรวม 169,322 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 16 โดยประเทศ/เขตเศรษฐกิจที่มีมูลค่าการขอรับการส่งเสริมสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ สิงคโปร์ 42,539 ล้านบาท จีน 34,671 ล้านบาท ฮ่องกง 26,573 ล้านบาท ไต้หวัน 19,960 ล้านบาท และออสเตรเลีย 17,248 ล้านบาท ตามลำดับ 

ทั้งนี้ มูลค่าการลงทุนของสิงคโปร์ที่สูงขึ้นเกิดจากการลงทุนขนาดใหญ่ของบริษัทสิงคโปร์ที่มีบริษัทแม่เป็นสัญชาติจีนในกิจการผลิตแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ (PCB) ในแง่พื้นที่ เงินลงทุนส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่ภาคกลาง มีมูลค่า 97,651 ล้านบาท จาก 300 โครงการ รองลงมาได้แก่ ภาคตะวันออก 95,112 ล้านบาท ภาคเหนือ 17,665 ล้านบาท ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 7,849 ล้านบาท ภาคใต้ 7,045 ล้านบาท และภาคตะวันตก 2,885 ล้านบาท ตามลำดับ  

นอกจากนี้ การขอรับการส่งเสริมตามมาตรการยกระดับอุตสาหกรรมไปสู่ Smart และ Sustainable Industry ซึ่งมีผู้ให้ความสนใจมากขึ้นเป็นลำดับ ในไตรมาสแรก ปี 2567 มีคำขอรับการส่งเสริมจำนวน 105 โครงการ เพิ่มขึ้นร้อยละ 36 และมีมูลค่าเงินลงทุนรวม 5,713 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 28 ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนด้านการประหยัดพลังงานและการใช้พลังงานทดแทน รองลงมาคือ ด้านการปรับเปลี่ยนเครื่องจักรและการนำระบบอัตโนมัติมาใช้ในสายการผลิต 

สำหรับการอนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุน ไตรมาสแรก ปี 2567 มีจำนวน 785 โครงการ เงินลงทุนรวม 254,928 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 6 โดยประโยชน์ของโครงการเหล่านี้ คาดว่าจะทำให้มูลค่าส่งออกของประเทศเพิ่มขึ้นกว่า 6 แสนล้านบาท/ปี มีการใช้วัตถุดิบในประเทศประมาณ 2.4 แสนล้านบาท/ปี คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 50 ของมูลค่าวัตถุดิบทั้งหมด และเกิดการจ้างงานคนไทยประมาณ 50,000 ตำแหน่ง สำหรับการออกบัตรส่งเสริม ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ใกล้เคียงการลงทุนจริงมากที่สุดเพิ่มขึ้นมากเช่นเดียวกัน โดยมีจำนวน 647 โครงการ เงินลงทุนรวม 256,930 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 107

“จังหวะเวลานี้มีความสำคัญ และเป็นโอกาสทองของประเทศไทยในการดึงการลงทุนอุตสาหกรรมเป้าหมายใหม่ ๆ เพื่อวางรากฐานเศรษฐกิจไทยในระยะยาว เราเชื่อว่าประเทศไทยมีศักยภาพที่จะเป็นศูนย์กลางการลงทุนของภูมิภาค ด้วยความโดดเด่นในหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านโครงสร้างพื้นฐาน ความเสถียรของไฟฟ้าและความพร้อมด้านพลังงานสะอาด ซัปพลายเชนที่แข็งแกร่ง คุณภาพของบุคลากร สภาพแวดล้อมที่ดี ปัจจัยที่เอื้อสำหรับการเข้ามาทำงานและอยู่อาศัยของผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ รวมทั้งมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ ในไตรมาสแรกนี้ มีการลงทุนสำคัญเกิดขึ้นในไทยหลายโครงการ ไม่ว่าจะเป็นยานยนต์ไฟฟ้า เซมิคอนดักเตอร์ต้นน้ำ ดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ รวมทั้งโครงการผลิตเอนไซม์เพื่อใช้ในอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นโครงการไบโอรีไฟเนอรี่ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในอาเซียน สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องพิสูจน์ความพร้อมของไทยสำหรับการสร้างฐานอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และทำให้เห็นว่าประเทศไทยสามารถตอบโจทย์การลงทุนในทิศทางใหม่ ๆ ที่สอดคล้องกับเทรนด์โลกได้เป็นอย่างดี” นายนฤตม์ กล่าว

📌✨แบมแบมให้โชค!!

✨ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล
✨ประจำวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2567

🟢รางวัลที่ 1 รางวัลละ 6,000,000 บาท : 980116

🟢รางวัลข้างเคียงรางวัลที่ 1 จำนวน 2 รางวัล รางวัลละ 100,000 บาท : 980115 / 980117

🟢รางวัลเลขหน้า 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท : 104  / 763

🟢รางวัลเลขท้าย 3 ตัว รางวัลละ 4,000 บาท : 833 / 634

🟢รางวัลเลขท้าย 2 ตัว รางวัลละ 2,000 บาท : 17

🟢รางวัลที่ 2 รางวัลละ 200,000 บาท

062041 /  647084 / 268817 / 644812 / 782648

🟢รางวัลที่ 3 รางวัลละ 80,000 บาท

893930 / 394109 / 622241 / 576298 / 269704

179445 / 973985 / 391036 / 083872 / 254426

🟢รางวัลที่ 4 รางวัลละ 40,000 บาท

741384 / 698981 / 288111 / 400412 / 393023

793800 / 437249 / 564636 / 859072 /  452639

212161 / 942459 / 238339 / 305155 / 801724

554410 / 647086 / 236594 / 019209 / 002704

092164 / 266781 / 113503 / 452425 / 210071

843525 / 830668 / 017612 / 787550 / 413829

909104 / 569904 / 458579 / 315925 / 985943

357122 / 996805 / 296360 / 809555 / 600370

964513 / 027545 / 500758 / 718684 / 875542

059895 / 070350 / 788180 / 705937 / 213851

🟢รางวัลที่ 5  รางวัลละ 20,000 บาท

298213 / 910441 / 423717 / 755213 / 828080

727589 / 554877 / 158123 / 854707 / 066280

407261 / 825826 / 013776 / 055800 / 930582

665802 / 341602 / 713513 / 403888 / 936064

469815 / 797688 / 538413 / 960833 / 274678

081149 / 664617 / 457646 / 133408 / 314035

163061 / 225236 / 023443 / 858887 / 181552

504002 / 144888 / 456862 / 939876 / 267006

086625 / 056462 / 189903 / 036059 / 416904

878233 / 743137 / 413462 / 866916 / 051494

466666 / 403377 / 646621 / 156825 / 531076

106325 / 593403 / 489982 / 771611 / 815306

528252 / 095808 / 419572 / 421382 / 977262

434558 / 610844 / 311803 / 438604 / 972074

198315 / 464092 / 667399 / 743678 / 849348

613982 / 997535 / 313414 / 375826 / 058430

336050 / 169478 / 098223 / 165031 / 248582

369941 / 323474 / 902954 / 650820 / 903111

503688 / 621629 / 671981 / 704871 / 174035

225070 / 290996 / 469534 / 029133 / 155820

สาวเซ็ง!! ถูกเขียนรถ ‘ปิดทางออก’ หลังไปเที่ยวงานขึ้นถ้ำรับร่อ ถาม? “มีสิทธิ์อะไรทำแบบนี้” ทั้งที่จอดในจุดจอด-มีคนโบกรถให้

(2 พ.ค. 67) ผู้ใช้บัญชีเฟซบุ๊กชื่อ ‘Pitrapon Phonphet’ ได้โพสต์ภาพและวิดีโอพร้อมข้อความระบุว่า…

"ไปเที่ยวงานประจำปี ขึ้นถ้ำรับร่อ เจอเหตุการณ์แบบนี้ คุณมีสิทธิอะไรหรือใช้สิทธิอะไรในการกระทำเช่นนี้ เหตุเกิดเวลา 19:55 น. วันที่ 01/05/67 แล้วแบบนี้ใครจะรับผิดชอบคะ เสียความรู้สึกสุด ๆ มาเห็นรอยเขียนที่บ้านตอนลงจากรถแล้ว ให้โอกาสทักมาคุยก่อนนะคะ ก่อนที่เรื่องจะยาวไปมากกว่านี้

#ของของคุณคุณก็รักก็หวง เราก็เช่นกัน #จอดในที่ ที่เค้าให้จอด มีคนโบกรถเรียบร้อย รถข้าง ๆ ก็มีคนอยู่ที่รถ"

‘รมว.ปุ้ย’ ยัน!! ไม่เคยกดดัน ‘จุลพงษ์’ จนเป็นเหตุให้ลาออก 'อธิบดีกรมโรงงานฯ' แต่กดดันให้ทำงานแก้ไขปัญหาให้ประชาชน ที่เกิดปัญหาซ้ำ ไม่เว้นแต่ละวัน

เมื่อวานนี้ (1 พ.ค.67) จากกรณีข่าวการลาออกของ นายจุลพงษ์ ทวีศรี อธิบดีกรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) ซึ่งได้แจ้งในระหว่างการประชุมคณะกรรมาธิการการอุตสาหกรรม สภาผู้แทนราษฎร ที่มี นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นประธาน ซึ่งมีวาระพิจารณาใน 2 เรื่องสำคัญ คือ กรณีเพลิงไหม้สารเคมีของกลาง ของ บริษัท วิน โพรเสส จำกัด จ.ระยอง และกรณีการลักลอบขนย้ายกากแร่ตะกอนแคดเมียมจาก จ.ตาก ไปยัง จ.สมุทรสาคร จนถูกกระจายไปยัง จ.ชลบุรี และเขตบางซื่อ กรุงเทพฯ โดยก่อนจบการประชุม ปรากฏว่า นายจุลพงษ์ ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า ต่อไปคงจะไม่ได้มาแล้ว เนื่องจากได้ยื่นหนังสือลาออกต่อนายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมแล้ว โดยการลาออกครั้งนี้ เป็นการยื่นหนังสือลาออกก่อนเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.นี้ 

กรณีสื่อมวลชน ระบุว่า การลาออกดังกล่าว ส่วนหนึ่งเนื่องจากนางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ไม่พอใจต่อการทำงาน กดดัน และต้องการย้าย นายจุลพงษ์ โดยเตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) สัปดาห์หน้านั้น นางสาวพิมพ์ภัทรา กล่าวว่า ตนไม่เคยกดดันให้นายจุลพงษ์ ลาออก แต่กดดันให้ทุกคนทำงานแก้ไขปัญหาให้ประชาชน เพราะปัญหามีมาทุกวัน วน ๆ ซ้ำ ๆ แต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้สักที

นางสาวพิมพ์ภัทรา กล่าวว่า ที่ผ่านมาเวลาเกิดเหตุการณ์ใด ๆ ตนก็จะให้กำลังใจคนทำงาน และจะถามความคืบหน้าไปยังไลน์กลุ่มผู้บริหารโดยตลอด อย่างไรก็ตาม จนถึงขณะนี้ ตนก็ยังไม่ได้รับรายงานการลาออกของนายจุลพงษ์ จากปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมแต่อย่างใด

'อธิบดีสวธ.' แจ้งกำหนดการพิธีศพ 'คุณหญิงกุลทรัพย์ เกษแม่นกิจ' ศิลปินแห่งชาติผู้เทิดทูนสถาบัน ถึงแก่กรรมอย่างสงบ สิริอายุ 93 ปี

เมื่อวานนี้ (1 พ.ค. 67) นายโกวิท ผกามาศ อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) กล่าวว่า ได้รับรายงานว่า คุณหญิงกุลทรัพย์ เกษแม่นกิจ ศิลปินแห่งชาติสาขาวรรณศิลป์ พุทธศักราช 2555 ถึงแก่กรรมอย่างสงบ เมื่อวันพุธที่ 1 พฤษภาคม 2567 สิริอายุ 93 ปี มีกำหนดพิธีพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ในวันที่ 2 พฤษภาคม 2567 เวลา 16.00 น. และสวดพระอภิธรรมเป็นเวลา 7 วัน ในระหว่างวันที่ 2-8 พฤษภาคม 2567 เวลา 18.00 น. ณ ศาลา 9 วัดโสมนัสราชวรวิหาร เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร

อธิบดี สวธ. กล่าวว่า นอกจาก กรมส่งเสริมวัฒนธรรม (สวธ.) ในฐานะหน่วยงานที่ดำเนินการยกย่องเชิดชูเกียรติศิลปินแห่งชาติ จะขอพระราชทานเพลิงศพแล้ว ยังให้การช่วยเหลือด้านต่าง ๆ ซึ่งคณะกรรมการกองทุนส่งเสริมวัฒนธรรม โดยนางนวลพรรณ ล่ำซำ ประธานกรรมการกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม มอบหมายให้กองกองทุนส่งเสริมงานวัฒนธรรม ดำเนินการจัดสวัสดิการช่วยเหลือ ได้แก่ มอบเงินช่วยเหลือเมื่อเสียชีวิต เพื่อร่วมการบำเพ็ญกุศลศพจำนวน 20,000บาท ค่าเครื่องเคารพศพ จำนวน 3,000บาท และเงินช่วยเหลือค่าจัดพิมพ์หนังสือเผยแพร่ผลงาน เมื่อเสียชีวิตเท่าที่จ่ายจริงไม่เกิน 150,000 บาท ตามระเบียบสวัสดิการของศิลปินแห่งชาติ

ทั้งนี้ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม จะดำเนินการกราบบังคมทูลเชิญสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชทานเพลิงศพ สำหรับ วัน เวลา สถานที่ จะแจ้งให้ทราบโดยทั่วกันอีกครั้งในโอกาสต่อไป

สำหรับประวัติชีวิตและผลงาน คุณหญิงกุลทรัพย์ เกษแม่นกิจ เกิดวันที่ 9 มีนาคม พ.ศ. 2474 ที่กรุงเทพมหานคร เข้าเรียนชั้นประถมศึกษาจนจบชั้นมัธยมศึกษาที่โรงเรียนเขมะสิริอนุสสรณ์ จากนั้นเข้าศึกษาที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จนสำเร็จปริญญาอักษรศาสตรบัณฑิต และได้ศึกษาต่อที่คณะครุศาสตร์อีก 1 ปี ได้รับอนุปริญญาครุศาสตรบัณฑิต จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ต่อมาได้ทุนไปศึกษาที่มหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย ได้รับประกาศนียบัตรบรรณารักษศาสตร์ คุณหญิงกุลทรัพย์ เกษแม่นกิจ เข้ารับราชการที่กองวรรณคดีและประวัติศาสตร์ และได้ก้าวหน้าในหน้าที่ราชการ ดำรงตำแหน่งผู้บริหารตามลำดับ จนเกษียณอายุราชการในตำแหน่งอธิบดีกรมศิลปากร

คุณหญิงกุลทรัพย์ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นจตุตถจุลจอมเกล้า เมื่อ พ.ศ. 2530 ตติยจุลจอมเกล้า เมื่อ พ.ศ. 2534 และได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ The Order of The Precious Crown, Butterly จากประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ ยังได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมเป็นราชบัณฑิต สำนักศิลปกรรม สาขาวรรณศิลป์ ประเภทวิชาวรรณกรรมร้อยกรอง

เป็นเวลากว่า 60 ปี ที่ท่านได้สร้างสรรค์ผลงานด้านวรรณศิลป์ อันประกอบด้วยบทกวีนิพนธ์ และสารคดี แต่ละประเภทจำนวนกว่า 1,000 บท ผลงานส่วนใหญ่เป็นบทร้อยกรองอาศิรวาทราชสดุดี และสารคดีเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตลอดจนพระราชวงศ์ทุกพระองค์ในโอกาสมหามงคลต่าง ๆ คุณหญิงกุลทรัพย์ ท่านมีความสามารถในการแต่งฉันทลักษณ์ทุกประเภท และรักษาขนบในการประพันธ์อย่างเคร่งครัด เพื่อสืบทอด รักษา มรดกวัฒนธรรมทางวรรณศิลป์ของชาติสืบไป

นอกจากนี้แล้วยังร่วมประพันธ์คำร้องบทเพลงเฉลิมพระเกียรติหลายเพลง คุณหญิงกุลทรัพย์ เป็นผู้มีอุดมการณ์สูงส่งในการรักษาภาษาและวรรณคดีไทย มีความรักชาติรักแผ่นดินอย่างแรงกล้า และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์เหนือสิ่งอื่นใด ผลงานของคุณหญิงกุลทรัพย์ ทั้งร้อยแก้วและร้อยกรองจึงไม่เพียงแสดงคุณค่าทางวรรณศิลป์ แต่ยังปลูกฝังจิตสำนึกให้ตระหนักถึงคุณค่าของชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อันเป็นสถาบันหลักของสังคมไทยอีกด้วย คุณหญิงกุลทรัพย์ เกษแม่นกิจ จึงได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ พุทธศักราช 2555

‘อรรถกร’ เผย 'บิ๊กป้อม' กำชับลุยงาน ‘รมช.เกษตร’ ให้เต็มที่สมที่ไว้วางใจ พร้อมอวยผลงาน ‘ธรรมนัส’ 7 เดือนชิ้นโบแดงทำกดดัน แต่พร้อมลุย

(2 พ.ค.67) ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่ทำเนียบรัฐบาลเมื่อ เวลา 08.20 น. เป็นไปอย่างคึกคัก หลังรัฐมนตรีใหม่ได้ทยอยเข้ามาที่ทำเนียบรัฐบาลเพื่อตรวจคัดกรองเชื้อโควิด (RT PCR) ที่ห้องเขียว ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล ก่อนที่วันที่ 3 พ.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รัฐมนตรีใหม่เข้าถวายสัตย์ฯ ในเวลา 17.00 น. ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน อาทิ นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รมว.ต่างประเทศ, นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว. สาธารณสุข, นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมช.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

โดยนายอรรถกร ศิริลัทธยากร รมช.ว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้ารับการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ว่า ขณะนี้เป็นการเตรียมตัวทำงาน และดีใจที่ได้รับมอบหมาย ไม่ได้ตื่นเต้นอะไร และตั้งแต่วันที่ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ส่งชื่อ และทราบว่าจะได้เป็นรัฐมนตรี ก็ได้มีการคิดล่วงหน้าและเตรียมความพร้อม ว่าเมื่อเรามีโอกาสได้เข้ามาทำงานในฐานะรัฐมนตรีช่วย ก็จะทำให้ดีที่สุด

อย่างไรก็ตามเมื่อได้มอบหมายให้รับผิดชอบมาเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งถือเป็นกระทรวงใหญ่ เป็นกระทรวงที่ดูแลเกษตรกรที่มีจำนวนมากในประเทศไทย ยอมรับว่าก็อาจจะรู้สึกกดดันบ้าง อีกทั้งตลอด 7 เดือนที่ผ่านมา ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ทำงานไว้ผลงานระดับชิ้นโบแดง แม้จะมีข้อจำกัดในเรื่องของงบประมาณบ้าง แต่ดัชนีชี้วัดต่าง ๆ ก็เป็นเชิงบวกอย่างที่ทุกคนเห็นอยู่แล้ว

เมื่อถามว่า การที่พรรคพลังประชารัฐ ได้ดูกระทรวงเกษตรทั้งหมด จะส่งผลอย่างไร? นายอรรถกร กล่าวว่า "ก่อนหน้านี้เป็นอย่างไรตนไม่ทราบ แต่เบื้องต้นเท่าที่ได้คุยกับ ร.อ.ธรรมนัส ซึ่งไม่ได้มีปัญหาอะไรกันอยู่แล้ว ตนเองตั้งใจที่จะทำงานเพื่อแบ่งเบาภารกิจของท่าน และพร้อมสนับสนุนในทุก ๆ เรื่องที่จะสามารถแบ่งเบาได้ และในฐานะคนรุ่นใหม่ ก็จะทำตามนโยบาย รมว.เกษตร ที่ได้วางนโยบายไว้ คือการใช้นวัตกรรมใหม่ ๆ และใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้าไปทำงาน ดังนั้นการสื่อสารถือเป็นเรื่องสำคัญโดยเฉพาะเกษตรกรที่สูงอายุ โดยเฉพาะเมื่อโลกเปลี่ยนไป หากเราใช้รูปแบบเดิม ๆ ผลลัพธ์อาจจะเป็นแบบเดิมหรือน้อยกว่าเดิมด้วยซ้ำ เนื่องจากทุกอย่างเปลี่ยนไป โดยเฉพาะภูมิอากาศซึ่งส่งกระทบกับผลผลิต จึงจำเป็นต้องใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ ซึ่งกระทรวงเกษตรก็มีหลายหน่วยงาน และนักวิชาการที่มีความรู้ความสามารถจะเข้าไปช่วยตรงนี้ได้"

ผู้สื่อข่าวถามว่า การเข้ามาทำงานตรงนี้ พล.อ.ประวิตรได้ฝากฝังอะไรหรือไม่? นายอรรถกร กล่าวว่า "ท่านบอกว่าอย่าให้เสียชื่อ ท่านมอบความไว้วางใจแล้ว ท่านให้โอกาสแล้วก็ต้องทำให้เต็มที่ครับ"

นายอรรถกร กล่าวว่า หลังจากได้รับการโปรดเกล้าฯ เป็นรัฐมนตรีขณะนี้ยังไม่ได้รับมอบหมายงาน แต่ที่ตนตั้งใจไว้คือ ต้องการแบ่งเบาภารกิจของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ได้มากที่สุด 

ส่วนสาเหตุที่ได้เข้ามาเป็นรัฐมนตรีได้อย่างไร ทั้งที่ก่อนหน้านี้ทางพรรคพลังประชารัฐก็เสนอรายชื่อแคนดิเดตรัฐมนตรีหลายคนเพื่อให้นายกรัฐมนตรีตัดสินใจ? นายอรรถกร กล่าวว่า "เท่าที่ทราบตามข่าว พล.อ.ประวิตร และพรรคพลังประชารัฐ ส่งรายชื่อไป 3-4 รายชื่อ หลังจากนั้นก็ขึ้นกับนายกรัฐมนตรี ซึ่งกรุณาเลือกตนเข้ามาทำหน้าที่เป็นรัฐมนตรี เพื่อมาทำงานร่วมกับร.อ.ธรรมนัส และเชื่อว่าตัวเอง และ ร.อ.ธรรมนัส จะทำงานร่วมกันได้อย่างดี เพื่อประโยชน์ของประชาชนต่อไป โดยเป้าหมายส่วนตัว จะผลักดันนโยบายต่าง ๆ ที่ท่านนายกรัฐมนตรี และ ร.อ.ธรรมนัส ได้มอบไว้ให้และจะทำให้บรรลุในทุกข้อ"

ผู้สื่อข่าวถามถึงสาเหตุที่นายกรัฐมนตรีเลือกเข้ามาเพราะมีภาพคนรุ่นใหม่เป็นองค์ประกอบร่วมด้วยใช่หรือไม่? นายอรรถกร กล่าวว่า "ตนตอบแทนนายกรัฐมนตรีไม่ได้ แต่ในเมื่อมีโอกาสมาทำงานตรงนี้ สะท้อนให้เห็นว่าคนรุ่นใหม่มีโอกาสเข้ามาทำงาน และทราบมาว่า ครม.ชุดนี้ มีคนรุ่นใหม่หลายคนเข้ามา ก็เชื่อว่าจะร่วมมือกันทำงานมิติใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น"

เมื่อถามว่าแต่งตั้งนายอรรถกรแล้ว ยังมีแรงกระเพื่อมในพรรคพลังประชารัฐอยู่หรือไม่? นายอรรถกร กล่าวว่า "ต้องขอบคุณพี่น้องเพื่อนในพรรคพลังประชารัฐ หลังจากมีข่าวตนได้รับการโปรดเกล้าฯ ก็มีคนเข้ามาแสดงความยินดี และตนจะตั้งใจทำงานในฐานะที่เป็นตัวแทนของพรรค และคนฉะเชิงเทราที่มีโอกาสเข้ามาทำงานฝ่ายบริหาร และให้สมกับที่นายกรัฐมนตรีให้ความไว้วางใจ"

ผู้ถือหุ้น WHA Group ไฟเขียว จ่ายปันผลเพิ่ม 0.1170 บาทต่อหุ้น หลังผลประกอบการเติบโตสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2566

(2 พ.ค.67) ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานคณะกรรมการบริษัท, นางสาว จรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม ร่วมด้วยคณะกรรมการ และผู้บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA Group ได้จัดการประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2567 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (E-AGM)  

โดยที่ประชุมผู้ถือหุ้นได้มีมติอนุมัติจ่ายปันผลเพิ่มเติมอีกในอัตราหุ้นละ 0.1170 บาท คิดเป็นจำนวนเงินไม่เกิน 1,750 ล้านบาท โดยขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 10 พฤษภาคม 2567 และกำหนดจ่ายเงินปันผลในวันที่ 24 พฤษภาคม 2567 ส่งผลให้งวดปี 2566 มีการจ่ายปันผลรวมทั้งสิ้น 0.1839 บาทต่อหุ้น ซึ่งสอดรับกับการเติบโตของผลการดำเนินงานงวดปี 2566 ที่สร้างออลไทม์ไฮสูงสุดเป็นประวัติการณ์

‘เวียดนาม’ ระอุ!! อากาศร้อน ทำปลานับแสนตัวตายคาอ่าง แถมชาวบ้านในพื้นที่ ต้องเผชิญปัญหาจากกลิ่นเน่าเหม็น

(2 พ.ค.67) เอเอฟพี รายงานว่า ปลาหลายแสนตัวลอยตายเกลื่อนในอ่างเก็บน้ำจังหวัดด่งนาย ทางตะวันออกเฉียงใต้ ของประเทศเวียดนาม หลังสภาพอากาศร้อนจัดต่อเนื่อง เช่นเดียวกับหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

สื่อท้องถิ่นระบุว่า พื้นที่ตอนกลางและตอนใต้ของเวียดนามเผชิญหน้ากับการทำลายล้างของคลื่นความร้อนรุนแรง ปลาทั้งหมดในอ่างเก็บน้ำซ้องไมยตายเพราะขาดน้ำ และชาวบ้านในอำเภอจั๋งโบมกำลังประสบปัญหาอย่างหนักจากกลิ่นเน่าเหม็นของปลาตาย

จากภาพถ่ายเผยให้เห็นปลาตายลอยแพเกือบเต็มอ่างเก็บน้ำซ้องไมยซึ่งมีพื้นที่ราว 1,875 ไร่ และบางส่วนแห้งขอดมีซากปลาตายติดกรัง เนื่องจากไม่มีฝนตกเป็นเวลาหลายสัปดาห์แล้ว และปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำต่ำเกินไปสำหรับสิ่งมีชีวิตที่จะอยู่รอดได้

ทั้งนี้ อุณหภูมิในจังหวัดด่งนาย เมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา พุ่งสูงถึง 40 องศาเซลเซียสและทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุดที่บันทึกไว้ในรอบ 26 ปี ตั้งแต่ปี 2541

‘ปตท.’ ผนึก ‘กฟผ.’ ร่วมทุนโครงการ LNG Map Ta Phut Terminal 2 หนุนนโยบายรัฐ ‘เสรีธุรกิจก๊าซธรรมชาติ’ สร้างความมั่นคงด้านพลังงาน

เมื่อไม่นานมานี้ นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) (ปตท.), นายวุฒิกร สติฐิต ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเลียมขั้นต้นและก๊าซธรรมชาติ ปตท. ในฐานะประธานกรรมการ PTTLNG, นายเทพรัตน์ เทพพิทักษ์ ผู้ว่าการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.), นายรัตติกูล ปิยะวงค์วาณิชย์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด และนายนิทัศน์ วรพนพิพัฒน์ รองผู้ว่าการเชื้อเพลิง การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (ปัจจุบันดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)) ประกาศความสำเร็จการร่วมทุนใน บริษัท พีอี แอลเอ็นจี จำกัด (PE LNG) เพื่อดำเนินโครงการ LNG Map Ta Phut Terminal 2 (LMPT2) ระหว่าง บริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด และ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ณ โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ เซ็นทรัลพลาซา ลาดพร้าว กรุงเทพฯ 

โดย PTTLNG และ กฟผ. จะถือหุ้นในสัดส่วนที่เท่ากัน (50:50) พร้อมสนับสนุนนโยบายของรัฐบาลในการเปิดเสรีธุรกิจก๊าซธรรมชาติ เสริมความมั่นคงทางพลังงานแก่ประเทศ รวมทั้งแสวงหาโอกาสความร่วมมือและการลงทุนร่วมกันต่อไป

ยังไม่จบ!! ดรามาค่าข้าวไข่ดาว 2 ฟอง 70 บาท ลุกลาม คนกินโพสต์เดือด 'ไม่ได้กินฟรี' ตีราคาให้ 50 บาท อีก 20 เป็นส่วนต่าง

(2 พ.ค.67) กลายเป็นประเด็นขึ้นมาจากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ 'Sakda Dismanopnarong' ได้มีการโพสต์ข้อความผ่านกลุ่ม 'พัทยา' ระบุว่า...

"เราก็ลำบากลูกหิวข้าว จะประหยัด เจอร้านริมทาง สั่งข้าวไข่ดาว 2 ฟองจานนี้ 70 บาท (เฉพาะค่าข้าวไข่ดาวไม่รวมน้ำ) ร้านข้าวต้ม ลุงดอนใจดี"

หลังเรื่องนี้ถูกสื่อในสังคมออนไลน์นำไปเสนอ ต่อมาผู้สื่อข่าวได้ไปสัมภาษณ์เจ้าตัวก็ได้รับคำตอบว่าที่ตนโพสต์เพราะรู้สึกว่าราคาดังกล่าวแพงเกินจริง อยากให้ทางร้านขอโทษและขอเงินคืนจากค่าข้าวไข่ดาว 70 บาท

ขณะที่นายถาวร อายุ 60 ปี เจ้าของร้านที่ถูกระบุก็ได้รับคำชี้แจงว่า ข้าวไข่ดาว 2 ฟองทางร้านคิดในราคาเดียวกับข้าวราดอาหารตามสั่งทั่วไป คือราคา 70 บาท แต่หากเป็นกับข้าวจะคิดราคาที่จานละ 100 บาท พร้อมยืนยันเป็นราคาที่สมเหตุสมผล ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีลูกค้าคนไหนแสดงความไม่พอใจ และไม่เข้าใจว่าประเด็นดรามาที่เกิดขึ้นผู้โพสต์ไปต้องการอะไร

ล่าสุดทางด้านของผู้ใช้เฟซบุ๊ก 'Sakda Dismanopnarong' ก็ได้มีการโพสต์ข้อความอีกครั้งระบุว่า ขอจบเรื่องไข่ดาวเพียงแค่นี้ และไม่ขอรับคำขอโทษจากเจ้าของร้านแล้ว ส่วนเรื่องเงินก็ไม่ต้องโอนมาโดยบอกว่าขอมอบให้เป็นค่าทำศพของเจ้าของร้านแทน โดยข้อความที่เจ้าตัวโพสต์ระบุว่า... 

"กรณีเรื่องข้าวไข่ดาว ผมขอให้จบแค่นี้นะครับ เครียดมาพอสมควร คำขอโทษจากดอนผมก็ไม่ขอรับแล้ว

ส่วนเรื่องค่าไข่ที่ผมอยากได้คืน ผมตีราคาไข่สองใบนั้น เป็น 50 บาท ดอนไม่ต้องโอนคืนให้ ผมขอมอบเงินส่วนต่าง 20 บาทนี้ เป็นค่าใช้จ่ายล่วงหน้าในงานฌาปนกิจของดอน แล้วแต่ว่าจะนำไปใช้วันไหนก็ตามใจ ผมขอร่วมทำบุญเป็นคนแรก

ปล.ขออภัยที่ร่วมทำบุญแค่ 20 ตอนนี้มีไม่มาก 
ปล.2 ขอฝากถึงดอนอีกเรื่องที่ดอนให้สัมภาษณ์ว่า "เห็นหิวมาอุตส่าห์ทำให้กิน" ขอตอบดอนว่ากูจ่ายตังค์ ไม่ได้ขอแดกฟรี

ส่วนเรื่องหางาน ผมขอหางานทำด้วยตัวเอง จะไม่รับโอกาสหรือความช่วยเหลือจากใครทั้งสิ้น เพื่อไม่ให้เกิดดรามาว่าฉวยโอกาสจากเหตุการณ์นี้ ขอบคุณทุกคนที่อยากจะช่วยมากครับ แขนขา มือเท้าผมยังมีครบ ไม่อยากรบกวนใคร" 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top