Tuesday, 11 August 2026
Hard News Team

‘สวทช.’ ผนึกกำลังหน่วยงานเกี่ยวข้อง จัดตั้ง ‘ธนาคารอาหาร’ หวังแก้วิกฤตปริมาณขยะอาหาร ด้วยการจัดการอาหารส่วนเกิน

เมื่อวานนี้ (23 พ.ค. 67) เพจเฟซบุ๊ก ‘Salika’ โพสต์ข้อความระบุว่า…

ดร.จุฬารัตน์ ตันประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กล่าวว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญกับวิกฤตขยะอาหารที่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสิ่งแวดล้อม และความมั่นคงทางอาหารของประชาชนกลุ่มเปราะบาง

นอกเหนือจากการกำหนดแนวทางการแก้ปัญหาขยะอาหารแล้ว การลดการสูญเสียอาหารตั้งแต่ต้นทางก็เป็นอีกหนึ่งแนวทางสำคัญในการลดวิกฤตปัญหาขยะอาหาร จากข้อมูลที่ได้มีการศึกษาพบว่า ประเทศไทยมีอาหารส่วนเกินมากถึงเกือบ 4 ล้านตันต่อปี ในขณะที่มีการรายงานตัวเลขของประชากรของประเทศที่มีรายได้น้อยและมีแนวโน้มที่จะประสบปัญหาการเข้าถึงอาหารอยู่ถึง 3.8 ล้านคน

และเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 ที่ผ่านมา สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับ มูลนิธิ SOS และหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม โดยการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สวก. กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้เปิดตัว ‘โครงการจัดตั้งธนาคารอาหารของประเทศไทย (Thailand’s Food Bank) : การบริหารจัดการอาหารส่วนเกิน คำตอบในการสร้างความมั่นคงทางอาหารและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม’

เพื่อสร้างต้นแบบระบบการบริหารจัดการอาหาร ส่งต่ออาหารส่วนเกินไปยังกลุ่มเปราะบางของสังคมไทย มุ่งลดปริมาณขยะอาหารด้วยการจัดการอาหารส่วนเกิน ลดค่าใช้จ่ายในการกำจัดอาหารส่วนเกิน และลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงอาหาร ส่งเสริมเป้าหมายด้านการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน

มูลนิธิยังมีเรา” ร่วม “มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์-ไทยสมายล์ กรุ๊ป” มอบทุนการศึกษา “เยาวชน" พร้อมมอบวิลแชร์ให้ผู้พิการ ณ จ.ลำพูน

24 พ.ค. 67 นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ร่วมกับกลุ่มไทยสมายล์ กรุ๊ป และ นายศิรวิฑย์ ชัยเกษม ผู้ประกาศข่าวท็อปนิวส์ ในฐานะตัวแทนจากมูลนิธิยังมีเรา โดยสถานีข่าวท็อปนิวส์ พร้อมด้วยสื่อมวลชน มอบทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียนแก่นักเรียนที่เรียนดีแต่ขาดโอกาส และมีฐานะครอบครัวยากจน ตามโครงการสานฝันการศึกษา ประจำปี 2567 ของมูลนิธิยังมีเรา สถานีข่าวท็อปนิวส์  ณ สำนักพัฒนาฝีมือแรงงาน จ.ลำพูน โดยมี นางสาวอาภากร ว่องเขตกร ผู้ตรวจราชการ กรมพัฒนาฝีมือแรงงานเป็นผู้ร่วมรับมอบ  โดยนักเรียนที่จะได้รับทุนการศึกษา ต้องเรียนอยู่ในระบบการศึกษาตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษา มัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า และอุดมศึกษา

โดยวันนี้ มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ กลุ่มไทยสมายล์ กรุ๊ป และมูลนิธิยังมีเรา ได้มอบทุนการศึกษาด้วยกัน ทั้งหมด 10 ทุนการศึกษา สร้างความปลาบปลื้มให้กับเด็กที่ได้รับทุนการศึกษารวมถึงครอบครัวของเด็กเป็นอย่างมาก

โดยนักเรียนที่ได้พัฒนาความรู้และได้ทุนการศึกษา จากสำนักพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยความรู้สึกกับทีมข่าวท็อปนิวส์ว่า ดีใจมากที่ได้ทุน และจะนำไปเป็นทุนการศึกษา จะตั้งใจเรียน ไม่เกเร

ขณะที่นางเธียรรัตน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ หวังว่า เงินทุนการศึกษาเหล่านี้ สามารถเป็นทุนให้กับเด็ก และเยาวชนที่จะเป็นอนาตที่ดีต่อชาติ ที่มูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ ได้ร่วมสนับสนุนทุนการศึกษา ผ่านโครงการสานฝันการศึกษา 2567 ในครั้งนี้ ถือเป็นกิจกรรมหนึ่งซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของมูลนิธิในด้านการสร้างสาธารณประโยชน์ต่อชุมชน สังคม และที่สำคัญจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับเด็กนักเรียนและเยาวชน ซึ่งเขาเหล่านี้จะเติบโตเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศ

และในช่วงบ่าย  นางเธียรรัตน์ นะวะมะวัฒน์ ประธานมูลนิธิหัวใจบริสุทธิ์ พร้อมด้วย  นางสาวอาภากร ว่องเขตกร ผู้ตรวจราชการ กรมพัฒนาฝีมือแรงงานและหัวหน้าส่วนราชการ หน่วยงานสังกัดกระทรวงแรงงาน จ.ลำพูน ลงพื้นที่มอบรถเข็นวีลแชร์ และเครื่องอุปโภค บริโภคเพื่อช่วยเหลือผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ยากไร้ที่ประสบภัย ในพื้นที่ ต.บ้านกลาง และ ต.เหมืองง่า อ.เมือง จ.ลำพูน

ประกอบไปด้วย รถเข็นวีลแชร์ 2 คัน วอร์คเกอร์ช่วยเดิน และเครื่องอุปโภค บริโภคซึ่งได้รับการสนับสนุนจาก กลุ่มไทยสมายล์ (รถและเรือโดยสารสาธารณะพลังงานไฟฟ้า) มามอบให้กับ ผู้สูงอายุและผู้พิการ ตามที่ได้รับการประสานจาก  น.ส.ศิริลักษณ์ ประศาสตร์อินทาระ แรงงานจังหวัดลำพูน  น.ส.พุทธชาติ อินทร์สวา จัดหางานจังหวัดลำพูน และ นายสมเกียรติ  เจษฎารมณ์  ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงานจังหวัดลำพูน  ให้แก่ นางบัวปัน สาวะธรรม อายุ 80 อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 59 ม.10 ต.บ้านกลาง อ.เมืองลำพูน จ.ลำพูน ที่เป็นกลุ่มเปราะบาง มีฐานะยากจน และประสบปัญหาความเดือดร้อนทางสังคมและเป็นผู้ประสบภัย  เพื่อต้องการเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือ บรรเทาความเดือดร้อน เติมขวัญและกำลังใจ ให้แก่ผู้ป่วย ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ยากไร้ ซึ่งถือเป็นกิจกรรมหนึ่งซึ่งสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของมูลนิธิในด้านการสร้างสาธารณประโยชน์ต่อชุมชน สังคม และที่สำคัญจะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งกับผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ยากไร้ ซึ่งมีความยากลำบากในการดำเนินชีวิต ต้องการอุปกรณ์ช่วยเหลือดังกล่าวมากกว่าบุคคลทั่วไป ทำให้ทุกฝ่ายต้องร่วมมือช่วยกันจัดหาอุปกรณ์และสิ่งอำนวย ความสะดวกเป็นลำดับแรก

'พิธา' โผล่!! เวทีประชุมความเป็นผู้นำแห่งเอเชีย ประเทศเกาหลีใต้ ย้ำ!! ‘ก้าวไกล’ เป็น ‘สะพาน’ เชื่อมช่องว่างความขัดแย้งของสังคม

เมื่อวานนี้ (23 พ.ค.67) พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้ขึ้นเวทีเสวนาในงานประชุม Asian Leadership Conference (งานประชุมความเป็นผู้นำแห่งเอเชีย) ณ กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้

ทั้งนี้ ระหว่างเสวนา พิธาได้ตอบคำถามจากพิธีกรหลายคำถาม เริ่มด้วยการอธิบายแนวคิดและยุทธศาสตร์ของพรรคก้าวไกลที่ทำให้ชนะการเลือกตั้ง และเหตุการณ์ทางการเมืองต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงการจัดตั้งรัฐบาล รวมถึงผลกระทบต่อการพัฒนาประชาธิปไตยของประเทศไทย เป็นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และบทเรียนต่อนักการเมืองและผู้นำรุ่นใหม่ที่เข้าร่วมฟังการเสวนาในวันนี้

โดยพิธายังได้อธิบายถึงการต่อสู้ของประชาชนต่อระบอบอำนาจของชนชั้นนำและผลพวงของระบอบรัฐประหาร พร้อมย้ำถึงความพยายามและความจริงใจของพรรคก้าวไกลในการหาฉันทามติใหม่ของสังคมไทย

พิธากล่าวถึงช่องว่างความขัดแย้งต่าง ๆ ในสังคมไทย และย้ำว่าพรรคก้าวไกลได้เสนอตัวและมองตัวเองเป็น ‘สะพาน’ ที่เชื่อมระหว่างความขัดแย้งเหล่านี้ โดยหวังให้ผู้มีอำนาจมองถึงความจริงใจ นอกจากนี้ พิธาได้กล่าวถึงความจำเป็นในการปฏิรูปสถาบันทางการเมืองต่าง ๆ ของการเมืองไทย ด้วยความหวังที่จะลดโอกาสของความรุนแรงและการสูญเสียที่อาจจะเกิดขึ้น

เมื่อพิธีกรถามว่าเขามองความเปลี่ยนแปลงอย่างไรในเมื่อกลุ่มหนึ่งอยากให้เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว อีกกลุ่มหนึ่งอาจไม่อยากให้มีการเปลี่ยนแปลง ซึ่งพิธาตอบว่าการเปลี่ยนแปลงต้องมีจังหวะทั้งช้าทั้งเร็วเหมือนทำนองดนตรี บางอย่างที่สำคัญก็อาจต้องเปลี่ยนแปลงก่อน บางอย่างที่ต้องใช้ความรอบคอบและใช้เวลาก็อาจจะต้องใช้เวลานานกว่า และดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป ให้ทุกคนรู้สึกมีส่วนร่วมต่ออนาคตของประเทศไทยอย่างแท้จริง

จากนั้นพิธาได้เน้นย้ำถึงความฝันของคนไทย เมื่อพิธีกรถามว่าเขามองอนาคตประเทศไทยอย่างไร พิธาตอบว่าความฝันของคนไทยนั้นเรียบง่าย คืออยากเห็นครอบครัวคนไทยที่สามารถมีชีวิตที่ดี มีปากท้องที่ดี สามารถทำงานและเลี้ยงครอบครัวได้ และคนรุ่นใหม่ก็ต้องมองเห็นอนาคตของตัวเองด้วย แต่ความฝันเหล่านี้จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากการเมืองไทยยังไม่ดี

สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย ประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566 สุดยิ่งใหญ่แห่งปี

สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทยประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566 จัดอบรมโครงการพัฒนาศักยภาพแกนนำเครือข่ายกับการลดพฤติกรรมความรุนแรงในสังคม เสริมพลังครอบครัวคนพิการ ด้านการส่งเสริมอาชีพ รวมทั้งเสริมพลังองค์กรเครือข่ายให้เข้มแข็ง และประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566 ระหว่างวันที่ 22 – 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2567 ณ ห้องประชุมสิรินภา โรงแรมหรรษา เจบี ต.หาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

โดยงานครั้งนี้ 'นางวิไลวรรณ สุวรรณรักษา' พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จังหวัดสงขลา​ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน โครงการพัฒนาศักยภาพแกนนำเครือข่ายกับการลดพฤติกรรมความรุนแรงในสังคม เสริมพลังครอบครัวคนพิการ ด้านการส่งเสริมอาชีพ รวมทั้งเสริมพลังองค์กรเครือข่ายให้เข้มแข็ง และประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566 พร้อมมอบโล่รางวัล โดยมี 'นางสาวฐิติพร พริ้งเพลิด'  อุปนายกคนที่ 2 สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย กล่าวถึงความเป็นมาและวัตถุประสงค์ของโครงการฯ ให้ทราบพอสังเขปดังนี้

1. เพื่อให้ผู้เข้าร่วมอบรมรวมทั้งครอบครัวคนพิการ มีความรู้ความเข้าใจเรื่องการดูแล การฟื้นฟู และการให้ความช่วยเหลือคนพิการทางจิตที่มีพฤติกรรมรุนแรงอย่างถูกต้องและเหมาะสม รวมทั้งส่งเสริมอาชีพ แก่คนพิการและครอบครัว และแกนนำชมรมเครือข่าย ด้วยการเปิดบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์
2. เพื่อจัดทำแผนขับเคลื่อนงานของสมาคมฯรวมทั้งเครือข่ายภาค เขต และชมรมตะวันทอแสงปี 2568
3. จัดประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2566 และรายงานผลการดำเนินงานที่ผ่านมาของสมาคมฯ
​​​​​สมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย  ก่อตั้งเมื่อวันที่  27  มีนาคม  2546 จนถึงปัจจุบัน รวมระยะเวลา  21 ปี

​​การจัดโครงการฯในวันนี้ จะดำเนินการระหว่างวันที่  22 – 25 พฤษภาคม 2567 โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมโครงการ มาจากแกนนำเครือข่ายเพื่อผู้บกพร่องทางจิตระดับภาค/เขต คนพิการทางจิตและผู้ดูแลจากพื้นที่ต่างๆ ผู้แทนจากสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จังหวัดพิษณุโลก ผู้แทนจากสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ผู้แทนจากสถานคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง จังหวัดนครราชสีมา ผู้แทนจากกรมสุขภาพจิต ผู้แทนจากหน่วยงานสาธารณสุข ผู้แทนจากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ผู้แทนจากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสงขลา ผู้แทนจากตำรวจภูธรจังหวัดสงขลา ผู้แทนจาก สปสช.เขต 12 ผู้แทนจากศูนย์สุขภาพจิตที่ 12 จังหวัดสงขลา กองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอปต.) และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมจำนวน 871 คน  

“สำหรับงานในครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อประชาสัมพันธ์ให้สังคมรับรู้ว่า ปัจจุบันผู้บกพร่องทางจิตสามารถดำรงชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างปกติเหมือนคนทั่วไป และมีความสุข อยากจะให้ทุกๆคนในสังคมหันกลับมาให้ความสำคัญและช่วยทำให้ความเท่าเทียมกันเกิดขึ้นในสังคมไทย”

ภายในงานมีกิจกรรมมากมาย เช่น การออกบูธจำหน่ายสินค้าจากผู้บกพร่องทางจิตทั่วทุกภูมิภาค และการออกบูธขององค์กรภาครัฐด้านสุขภาพจิต เพื่อให้คำแนะนำ ปรึกษาทางออกด้านสุขภาพจิตให้กับผู้ที่มาร่วมงานโดยมีทีมจิตเวช ที่จะคอยดูแลตลอดระยะเวลาให้คำปรึกษา (กอช.) การออมแห่งชาติแนะนำการเก็บออมเงินให้กับคนพิการ บูธนิทรรศการจากหน่วยงานต่าง ๆ เช่น สนง.พมจ.สงขลา บูธของ รพ.จิตเวชสงขลา บูธปฐมพยาบาลจาก รพ.หาดใหญ่ บูธจาก ม.สงขลานครินทร์ บูธจาก สปสช.เขต 12 และอื่น ๆ ภายในงานมีการเสวนาแลกเปลี่ยนความเห็นจากนักวิชาการ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และผู้บกพร่องทางจิตที่เข้ารับการรักษาฟื้นฟูจนหายกลับมาสู่การใช้ชีวิตปกติ การแสดงมากมายจากผู้บกพร่องทางจิตทั่วทุกภูมิภาค และกิจกรรมอีกมากมายภายในการจัดงานครั้งนี้

นางนุชจารี คล้ายสุวรรณ นายกสมาคมฯ พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารและที่ปรึกษาสมาคมเพื่อผู้บกพร่องทางจิตแห่งประเทศไทย กล่าวถึงงานในครั้งนี้ว่า “เป็นโอกาสดีที่สังคมจะได้รู้และเข้าใจคนพิการทางจิตมากขึ้น และหันมาให้ความสนใจกับความสำคัญของการอยู่ร่วมกันของคนในสังคม เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้บกพร่องทางจิตได้กลับคืนสู่สังคม บนเส้นทางที่พร้อมจะสร้างโอกาส สร้างอาชีพ สร้างรายได้และสร้างตัวตน ยืนหยัดในสังคมด้วยความเท่าเทียม และเป็นมิตรกับทุก ๆ คน”

‘ก.ยุติธรรมสหรัฐฯ’ จ่อยื่นฟ้อง ‘Live Nation’ บ.ยักษ์ใหญ่ด้านบันเทิง คดีแข่งขันทางการค้า หลังเผชิญคำวิจารณ์หลายด้านจากแฟนคลับ

เมื่อวานนี้ (23 พ.ค.67) แหล่งข่าววงในหลายคนเผยกับสำนักข่าวซีบีเอส นิวส์ พันธมิตรของบีบีซีว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐ (ดีโอเจ) เตรียมยื่นฟ้อง ‘ไลฟ์ เนชั่น เอ็นเทอร์เทนเม้นท์’ (Live Nation Entertainment) บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านการบันเทิง ด้วยคดีเกี่ยวกับการแข่งขันทางการค้าในช่วงเช้าของวันนี้

โดยแหล่งข่าวคาดว่า อัยการอาจดำเนินคดีที่สร้างความท้าทายต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทแม่ของทิกเก็ตมาสเตอร์ (Ticketmaster) ซึ่งเป็นบริษัทจำหน่ายตั๋วคอนเสิร์ตที่ใหญ่ที่สุดในโลก

จากหลายคดีที่ผ่านมาเมื่อดีโอเจยื่นฟ้องร้องเกี่ยวกับปัญหาด้านการแข่งขัน หน่วยงานจะพยายามบังคับให้บริษัทแยกธุรกิจของตนเองออกจากกัน หรือเปลี่ยนแนวทางการบริหาร

ซีบีเอส นิวส์ รายงานว่า รัฐบาลเตรียมเข้าไปมีส่วนร่วมเกี่ยวกับการดำเนินคดีทางกฎหมายที่มีความท้าทายนี้ ซึ่งจะมีอัยการสูงสุดระดับรัฐเข้าร่วมจำนวนมาก

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจาก หน่วยงานต่อต้านการผูกขาดของดีโอเจเข้าไปตรวจสอบบริษัทอยู่เป็นเวลาหลายปี โดยในปี 2565 ซีบีเอส นิวส์ รายงานว่าดีโอเจกำลังจับตาไลฟ์ เนชั่นอยู่ รวมถึงบริษัทในเครืออย่าง ‘ทิกเก็ตมาสเตอร์’ ด้วย

ด้านดีโอเจปฏิเสธแสดงความเห็นเมื่อบีบีซีติดต่อไป ขณะที่ไลฟ์ เนชั่น ยังไม่ออกมาแสดงความเห็นใด ๆ

อนึ่ง ไลฟ์ เนชั่น เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ ก่อตั้งมาจากการรวมธุรกิจไลฟ์ เนชั่น ผู้ให้บริการโปรโมตงานต่าง ๆ ซึ่งตั้งอยู่ในสหรัฐ กับบริษัททิกเก็ตมาสเตอร์ ผู้ให้บริการจำหน่ายตั๋ว เมื่อปี 2553

ที่ผ่านมาไลฟ์ เนชั่น เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ เผชิญกับการวิพากษ์วิจารณ์จากแฟนคลับ ผู้บัญญัติกฎหมาย ศิลปิน และคู่แข่งมากขึ้น และถูกกล่าวหาว่า มีอิทธิพลต่องานบันเทิงสดมากเกินไปในสหรัฐ และในหลายประเทศทั่วโลก

ในเดือน พ.ย.2565 แฟนคลับเทย์เลอร์ สวิฟต์ ต่างไม่พอใจทิกเก็ตมาสเตอร์อย่างมาก เนื่องจากเว็บไซต์จองตั๋วล่มในระหว่างพรีเซลล์คอนเสิร์ต Eras Tour

ทั้งนี้ หลังมีข่าวดีโอเจจ่อยื่นฟ้อง หุ้นไลฟ์ เนชั่น ร่วงมากกว่า 6% หลังช่วงเวลาซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์ก

ผบ.ทร./รอง ผอ.ศรชล. เยี่ยมให้กำลังใจ ศรชล.ภาค 1

พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ในฐานะรองผู้อำนวยการ ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (รอง ผอ.ศรชล.) พร้อมด้วยคณะติดตาม เดินทางตรวจเยี่ยม ศรชล.ภาค 1 พื้นที่จังหวัดเพชรบุรี โดยมี น.อ.ชลทัย รัตนเรือง รองผอ.ศรชล.จว.พบ. ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงานในปี 2567 ที่ผ่านมา โดยพล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผบ.ทร/รอง.ผอ.ศรชล ได้กล่าวให้กำลังใจ จนท.กำลังพล ศรชล.จว.พบ.ในการปฏิบัติงาน 

จากนั้นเวลา 10.10 น. พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผบ.ทร/รอง​ ผอ.ศรชล. ได้เดินทางไปยังศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี โดย นายณัฏฐชัย นำพูลสุขสันติ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี/ผอ.ศรชล.จว.พบ. ได้มอบหมายให้ นายภคพัส ส่งวัฒนายุทธ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีให้การต้อนรับและหารือข้อราชการที่สำคัญ ณ ห้องรับรอง​ ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดเพชรบุรี​ ในโอกาสเดียวกันนี้ด้วย

ผบ.ทร./ รอง ผอ.ศรชล. และคณะ เดินทางตรวจเยี่ยม ศรชล.ภาค 1 พื้นที่จังหวัดชุมพร

พล.ร.อ.อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผบ.ทร./ รอง ผอ.ศรชล. และคณะ เดินทางตรวจเยี่ยม ศรชล.ภาค 1 พื้นที่จังหวัดชุมพร โดยมี น.อ.ชำนาญ สอนแพง รอง ผอ.ศรชล.จว.ชพ. พร้อมด้วย น.อ.กุลเชษฐ์ ศิริสืบหน.ศคท.จว.ชพ. ให้การต้อนรับและบรรยายสรุปผลการปฏิบัติงานในปี 2567 ทีjผ่านมา โดย ผบ.ทร/รอง.ผอ.ศรชล ได้กล่าวให้กำลังใจ แนวทางการปฏิบัติงานและรับฟังปัญหา เวลา 14.30 น. ผบ.ทร./รอง ผอ.ศรชล. เดินทางไปยังศาลากลางจังหวัดชุมพร โดยมีนายธนนท์ พรรพีภาส รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร ให้การต้อนรับและหารือข้อราชการที่สำคัญ ณ ห้องรับรองหาดทรายรี หลังจากนั้นได้ตรวจเยี่ยมห้องปฏิบัติงาน ศรชล.จว.ชพ. ชั้น 2 ศาลากลางจังหวัดชุมพร ในโอกาสเดียวกันนี้ด้วย

นิราช/นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน 0909535645

ขอนแก่น - “เหล่ากาชาดขอนแก่น” ส่งมอบบ้านกาชาดให้แก่ผู้ยากไร้

มอบบ้านพักอาศัยตามโครงการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในสังคมเฉลิมพระเกียรติเทิดไท้องค์ราชัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567  และโครงการช่วยเหลือผู้ยากไร้ในระบบการพัฒนาคนแบบชี้เป้า ตามโครงการเพื่อขับเคลื่อนการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เมื่อวันที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ.2567 ที่ บ้านเลขที่ 57 บ้านหัวสระ หมู่ที่ 6 ตำบลดอนช้าง อำเภอเมืองขอนแก่น  จังหวัดขอนแก่น นางกรรณิกา กองฉลาด นายกเหล่ากาชาดจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานในพิธีมอบบ้านพักอาศัยตามโครงการช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาสในสังคมเฉลิมพระเกียรติเทิดไท้องค์ราชัน พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทร มหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 และโครงการช่วยเหลือผู้ยากไร้ในระบบการพัฒนาคนแบบชี้เป้า (Thai people map and Analytics Platform TPMAP) ตามโครงการเพื่อขับเคลื่อนการขจัดความยากจนและพัฒนาคนทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (ศจพ.) ในระดับพื้นที่ มิติด้านที่อยู่อาศัย และในระบบ ThaiQM ให้แก่ครอบครัวของนายตะวัน ตีนแท่น บ้านเลขที่ 57 บ้านหัวสระ หมู่ที่ 6 ต.ดอนช้าง อ.เมืองขอนแก่น จ.ขอนแก่น โดยมีรองนายกเหล่ากาชาดจังหวัดขอนแก่น หัวหน้าส่วนราชการ กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ร่วมมอบ ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณการก่อสร้างจากเหล่ากาชาดจังหวัดขอนแก่น จำนวน 40,000 บาท และยังได้รับการสนับสนุนงบประมาณและวัสดุอุปกรณ์จากโครงการกองบุญแห่งการให้อำเภอเมืองขอนแก่น จำนวน 63,800 บาท และส่วนราชการ องค์การบริหารส่วนตำบลดอนช้าง กำนัน ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ตำบลดอนช้าง รวมทั้งได้รับการสนับสนุนแรงงานจากประชาชนในหมู่บ้าน.

24 พฤษภาคม พ.ศ. 2531 ‘ปุ๋ย-ภรณ์ทิพย์’ คว้านางงามจักรวาลเป็นคนที่ 2 ของไทย สร้างประวัติศาสตร์-ชื่อเสียงให้กับประเทศชาติ

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 24 พฤษภาคม พ.ศ. 2531 ประเทศไทยได้กลายเป็นที่รู้จักของชาวโลกอีกครั้ง กับการขึ้นไปคว้าตำแหน่งนางงามจักรวาลคนที่ 37 ของ ‘ปุ๋ย ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก’ ตัวแทนสาวงามจากประเทศไทย

ซึ่งเธอถือเป็นตัวแทนชาวไทยคนที่ 2 ที่ได้รับตำแหน่งนางงามจักรวาล หลังจาก ‘อาภัสรา หงสกุล’ นางงามจักรวาลชาวไทยคนแรกที่ชนะการประกวดนางงามจักรวาลในปี ค.ศ. 1965 หรือ พ.ศ. 2508

สำหรับการประกวดนางงามจักรวาล ค.ศ. 1988 หรือ พ.ศ. 2531 จัดขึ้น ณ เมืองไทเป เกาะไต้หวัน โดยมีผู้เข้าประกวด 66 คน ซึ่งตัวเก็งการประกวดในสายสื่อมวลชน คือ นางงามสหรัฐอเมริกา นางงามเม็กซิโก นางงามสาธารณรัฐโดมินิกัน นางงามนิวซีแลนด์ และนางงามของไทย รวมถึงนางงามจากไอซ์แลนด์ ที่เคยได้รับตำแหน่งรองอันดับ 2 มิสเวิลด์ 1987 ที่ อังกฤษ มาแล้ว ซึ่งก็พ่ายให้กับสาวในแถบเอเชีย ในการประกวดรอบแรก

ทั้งนี้ ภรณ์ทิพย์ สามารถทำคะแนนในชุดว่ายน้ำได้ลำดับที่ 11 แต่เมื่อรวมคะแนนจากชุดราตรีและการสัมภาษณ์แล้ว สามารถเข้ารอบ 10 คนสุดท้ายมาในลำดับที่ 4 โดยมีคะแนนตามหลัง นางงามสหรัฐอเมริกา นางงามสาธารณรัฐโดมินิกัน และนางงามเกาหลีใต้ ซึ่งในการประกวดรอบ 10 คน เธอได้สร้างความประทับใจให้กับกรรมการอย่างมาก ระหว่างช่วงการประกวดรอบสัมภาษณ์ซึ่งทำให้เธอกวาดชัยชนะทั้ง 3 รอบ และกลายเป็นผู้ชนะอย่างขาดลอยของการประกวดนางงามจักรวาลในปีนั้น และนอกจากได้รับมงกุฏนางงามจักรวาลแล้วยังได้รับรางวัลชุดประจำชาติยอดเยี่ยมอีกตำแหน่งเพิ่มด้วย

นอกจากนี้ เธอยังเป็นนักธุรกิจ และได้ดำรงตำแหน่งผู้แทนองค์การสหประชาชาติ สำหรับโครงการช่วยเหลือเด็กและสตรีในระดับนานาชาติ รวมถึงเป็นประธานตั้งมูลนิธิช่วยเหลือเด็กอีกหลายแห่ง

‘เศรษฐกิจสิงคโปร์’ Q1 ขยายตัว ร้อยละ 2.7 หลังรับอานิสงส์ ‘สหรัฐฯ-จีน’ ทำให้แข็งแกร่ง

(23 พ.ค.67) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมของสิงคโปร์รายงานผลสำรวจทางเศรษฐกิจประจำไตรมาส ซึ่งระบุว่า เศรษฐกิจสิงคโปร์เติบโตร้อยละ 2.7 เมื่อเทียบปีต่อปี ในไตรมาสแรก (มกราคม-มีนาคม) ของปีนี้ และสูงกว่าการเติบโตร้อยละ 2.2 ในไตรมาสก่อนหน้า

ทั้งนี้ รายงานระบุว่า การเติบโตในไตรมาสแรกของปีนี้มีแรงผลักดันหลักจากภาคการเงินและประกันภัย การขนส่งและจัดเก็บ และการค้าส่ง รวมถึงการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีกว่าคาดการณ์ของสหรัฐฯ และจีน ซึ่งสร้างสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจภายนอกที่แข็งแกร่งแก่สิงคโปร์

หลายนโยบายสนับสนุนของจีนมีแนวโน้มเพิ่มพูนการลงทุนทางการผลิต ขยับขยายการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน และรักษาเสถียรภาพของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ส่วนทิศทางการเติบโตของสหรัฐฯ พัฒนาดีขึ้นเล็กน้อยในด้านความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานและการลงทุนที่นำโดยปัญญาประดิษฐ์

หากพิจารณาจากแนวโน้มข้างต้น ภาคการผลิตและการค้าของสิงคโปร์จะเติบโตเพิ่มขึ้นในปีนี้ และภาคการบิน และการท่องเที่ยว จะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของอุปสงค์ โดยกระทรวงฯ ยังคงคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจสิงคโปร์ในปีนี้ไว้ที่ร้อยละ 1-3 ตามสภาพการณ์ภายในประเทศและภายนอก


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top