Wednesday, 12 August 2026
Hard News Team

‘ทวี’ แจงใช้งบ 6 แสน นำตัว ‘แป้ง นาโหนด’ กลับไทย ยัน!! เป็นแนวทางที่ดีที่สุด ถูกกว่าใช้เครื่องบินพาณิชย์

(3 มิ.ย.67) ที่ท้องสนามหลวง พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงการรับตัว นายเชาวลิต ทองด้วง หรือ แป้ง นาโหนด ผู้ต้องหาที่หลบหนีการจับกุมกลับประเทศไทย ว่า การประสานงานในการรับตัวนายเชาวลิตกับประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งประเทศอินโดนีเซียแจ้งว่าสามารถรับตัวได้ตั้งแต่เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมาแล้ว แต่บังเอิญขาดเรื่องเอกสาร ซึ่งทั้งหมดนี้ถือเป็นความเข้มแข็งขององค์การตำรวจอาชญากรรมระหว่างประเทศ (อินเตอร์โปล) นอกจากนี้ ประเทศอินโดนีเซียแจ้งว่าสามารถนำตัวนายชวลิต มาส่งให้ประเทศไทยได้ตามระบบกฎหมายของอินโดนีเซีย ดังนั้นวันที่ 3 มิ.ย. ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จะมีการประชุมว่าจะใช้ช่องทางไหนได้ แต่ในหลักการคือวันที่ 4 มิ.ย.นี้ นายเชาวลิตควรจะมาถึงเมืองไทยแล้ว

พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เนื่องจากกรณีดังกล่าวเป็นกรณีแรกที่หนีการควบคุมจากเรือนจำจังหวัดนครศรีธรรมราช ดังนั้นโดยหลักการเมื่อตำรวจสอบสวนเสร็จ และแจ้งข้อหาแล้วจะต้องนำไปขัง ณ ศาลที่เกิดเหตุ เพราะขณะนี้สำนวนยังไม่ได้โอนมา และหลังจากนั้นจะเป็นเรื่องของอธิบดีกรมราชทัณฑ์ จะพิจารณาว่าจะนำตัวนายเชาวลิตควบคุมตัวไว้ ณ ที่ใด จึงขอให้ทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมราชทัณฑ์ไปประชุมกัน เพื่อให้มีประสิทธิภาพและไม่ให้เกิดเหตุการณ์เหมือนที่เคยเกิดขึ้นมาอีก

เมื่อถามว่า เป็นห่วงหรือไม่หากนายเชาวลิตกลับไป จ.นครศรีธรรมราช แล้วจะเกิดปัญหาอะไรตามมาหรือไม่ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า ได้ให้เจ้าหน้าที่ประเมินดู ซึ่งจากที่ลงพื้นที่ไป จ.นครศรีธรรมราช เมื่อวันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทราบว่าเจ้าหน้าที่มีการประชุมกันว่าเมื่อนายเชาวลิตเดินทางมาถึงประเทศไทยจะต้องดำเนินการอย่างไรบ้าง เพื่อให้การดำเนินการตามกฎหมายเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ซึ่งเป็นเรื่องของการนำตัวคนผิดมาฟ้องและลงโทษ

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความเป็นไปได้ใช่หรือไม่ ที่จะนำตัวนายเชาวลิตมาดำเนินคดีในกรุงเทพมหานคร โดยไม่ไปที่ จ.นครศรีธรรมราช ตามที่นายเชาวลิตขอร้อง พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ตอนนี้คดียังไม่ได้โอนมาที่ส่วนกลาง ดังนั้นจะต้องมีการสอบสวนที่ จ.นครศรีธรรมราช และ จ.พัทลุง ก่อน ซึ่งที่ จ.พัทลุง จะต้องมีการอายัดตัว แต่จากการฝากขังครั้งที่ 1 ครบ 48 ชั่วโมงแล้ว เมื่อศาลอนุมัติฝากขัง ศาลฎีกามีระเบียบว่าสามารถฝากขังครั้งต่อไปให้สามารถปรากฎตัวทางออนไลน์ได้ ก็อาจจะนำไปขังที่อื่น

เมื่อถามย้ำว่า ประเด็นที่จะนำตัวมาส่วนกลางที่กรุงเทพฯ มีความเป็นไปได้มากกว่าใช่หรือไม่ รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า เดิมเป็นความคิดของอธิบดีกรมราชทัณฑ์ที่อยากนำตัวมาไว้ที่กรุงเทพฯ แต่ตนก็บอกว่าต้องประชุมกันให้ดี ทั้งนี้อยากจะบอกว่าการนำตัวนายเชาวลิตกลับมาประเทศไทย มีบางกระแสที่บอกว่ามีการใช้งบประมาณที่ฟุ่มเฟือย ซึ่งขอชี้แจงว่าทางเรามีการพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบ เพราะถ้ามาเครื่องบินพาณิชย์ ในเงื่อนไขเดิมจะแพงกว่าการที่มากับเครื่องบินของกองทัพอากาศ เพราะคณะของอินโดนีเซียที่มาส่งก็หลายคน

ส่วนตัวเลขค่าใช้จ่ายในครั้งนี้นั้น พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เท่าที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ประมาณไว้ 600,000 บาท ทั้งค่าน้ำมันและค่าจอดเครื่องบิน อย่างไรก็ตามย้ำว่าเราพิจารณาแนวทางที่ดีที่สุด แต่สิ่งที่สำคัญคือต้องปฏิบัติตามกฎหมายโดยนำตัวผู้กระทำความผิดมาฟ้องร้องและลงโทษ ซึ่งเรื่องนี้ความจริงไม่ใช่เรื่องที่จะต้องน่าดีใจ มันเป็นเหตุการณ์ที่ไม่ควรเกิด แต่เมื่อมันเกิดแล้วเราก็ต้องไปตรวจสอบว่ามันเป็นอย่างไร หนีไปอย่างไร หรือมีความเกี่ยวข้องกับใคร มีผู้บงการ ผู้ใช้ หรือผู้ช่วยเหลืออย่างไร และกรณีที่นายชวลิตออกมา ร้องเรียนขอความเป็นธรรมจากสื่อแม้ว่าจะไม่ใช่พยานหลักฐานใหม่ แต่บุคคลที่เขาอ้างอิงถ้าเราไปสอบสวนแล้วมีความผิดก็จะเป็นหลักฐานใหม่ ฉะนั้นก็ขอให้ทำหน้าที่ตรงนี้ก็แล้วกัน

เมื่อถามว่า ตอนนี้มีการหารือถึงสถานที่ที่จะนำตัวนายชวลิตไปคุมขังหรือไม่ พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า เรื่องนี้ขอให้ไปถามอธิบดีกรมราชทัณฑ์ และในการไปรับตัวนายเชาวลิต จะให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและกระทรวงยุติธรรม จัดทีมไปรับตัว

แผ่นดินไหว 5.9 แมกนิจูด เขย่าภาคกลาง ‘ญี่ปุ่น’  ‘โรงไฟฟ้านิวเคลียร์’ ปลอดภัย ไม่มีเตือนภัยสึนามิ

(3 มิ.ย.67) กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น (JMA) เปิดเผยว่า เกิดแผ่นดินไหวขนาด 5.9 แมกนิจูดบริเวณคาบสมุทรโนโตะ จังหวัดอิชิคาวะทางตอนกลางฝั่งตะวันตกของประเทศ เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ (3 มิ.ย.) รายงานระบุว่า เหตุแผ่นดินไหวครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อเวลา 06.31 น.ตามเวลาท้องถิ่น และความรุนแรงของแผ่นดินไหวอยู่ที่ระดับ 5 จากทั้งหมด 7 ระดับ ซึ่งระดับ 7 เป็นระดับรุนแรงที่สุด และตามมาด้วยแผ่นดินไหวอีกครั้งขนาด 4.8 แมกนิจูด เมื่อเวลา 06.40 น.ตามเวลาท้องถิ่น อย่างไรก็ดีไม่มีการเตือนภัยสึนามิ และไม่มีรายงานความเสียหาย ผู้เสียชีวิต หรือได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว

บริษัทโตเกียว อิเล็กทริกพาวเวอร์คอมพานี หรือ เทปโก (TEPCO) กล่าวว่า ไม่พบความผิดปกติใดๆ ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์คาชิวาซากิ-คาริวะ ในจังหวัดนีงาตะ ที่อยู่บริเวณใกล้เคียง

ร้านสุดแสบ นำเนื้อปลาย้อมสี ขายเป็น ‘แซลมอน-ทูน่าดองซีอิ๊ว’ ชาวเน็ต ชี้!! ‘ปลาดอลลี่’ ไม่สามารถรับประทานสดๆ ได้

(3 มิ.ย.67) เป็นอีกเรื่องร้อน สำหรับคนที่ชอบรับประทานปลาดิบ เมื่อมีผู้ใช้เฟซบุ๊กรายหนึ่ง โพสต์ภาพในกลุ่ม ‘พวกเราคือผู้บริโภค’ ระบุข้อความว่า

ผู้บริโภครายหนึ่งแจ้งว่า มีร้านๆ หนึ่งในปราจีนบุรีย้อมปลาดอลลี่ เป็นสีแดงคล้ายทูน่า เพื่อดองขายให้กับผู้บริโภค

พร้อมแนบภาพปลาที่มีแดงคล้ายทูน่า แต่เมื่อดูเนื้อด้านในของปลาพบเป็นเนื้อปลาสีขาว คล้ายเนื้อปลาดอลลี่อย่างมาก ซึ่งเป็นปลาที่ไม่สามารถรับประทานสดๆ ได้

นอกจากนี้โพสต์ดังกล่าวยังแนบคอมเมนต์จากเพจ ‘กินไรดี ปราจีนบุรี’ ที่มีชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์รูปดังกล่าว ที่มีย้อมปลาดอลลี่ เป็นสีแดงคล้ายทูน่า พร้อมระบุว่า 

เตือนภัย ร้านนี้เลยแฟนเราซื้อมา ย้อมแมวขาย เอาปลาดอลลี่มาชุบสีเป็นปลาทูน่ากับแซลมอน เอาเอ็นหอยจอบมาดองแทนโฮตาเตะ

ซึ่งหลังจากที่โพสต์ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ก็ได้มีคนเข้ามาแสดงความคิดเห็นกันมากมาย

3 มิถุนายน วันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี

พลเอกหญิง สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เสด็จพระราชสมภพเมื่อวันที่ 3 มิถุนายน พ.ศ. 2521 ณ ตำบลบ้านพรุ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มีพระนามเดิมว่า สุทิดา ติดใจ ครอบครัวของพระองค์เป็นชาวไทยเชื้อสายจีน ทรงเข้าเรียนระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนหาดใหญ่วิทยาลัยสมบูรณ์กุลกันยา จากนั้นจึงทรงเข้าศึกษาหลักสูตรนิเทศศาสตรบัณฑิต ณ คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ จนจบการศึกษาเมื่อปี พ.ศ. 2543

หลังจากสำเร็จการศึกษาแล้ว ในช่วงเวลานั้นพระองค์ทรงเข้าเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน บริษัท แจลเวย์ จำกัด เมื่อปี พ.ศ. 2543 - พ.ศ. 2546 และทรงเป็นพนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เมื่อปี พ.ศ. 2546 - พ.ศ. 2551 ทรงใช้ชีวิตแบบสามัญชนทั่วไป

ต่อมาทรงเข้ารับราชการทหารในหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ ทรงดำรงตำแหน่งสูงสุด เป็นรองผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการถวายความปลอดภัยรักษาพระองค์ (อัตรา พลเอกพิเศษ) ทั้งยังทรงได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อครั้งดำรงพระอิสริยยศ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ให้ทรงดำรงตำแหน่งเป็นราชองครักษ์เวรในพระองค์และพระบรมวงศานุวงศ์หลายพระองค์

ย้อนกลับไปในวันที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2557 สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดาฯ (ในเวลานั้นคือพลเอกหญิงสุทิดา วชิราลงกรณ์) ได้โดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะดำรงพระอิสริยยศเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ในพิธีพระราชทานธงชัยเฉลิมพล

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 ได้ตามเสด็จในพิธีสังเวยพระป้ายในเทศกาลตรุษจีน ณ พระที่นั่งอัมพรสถานฯ และปรากฏตัวอีกครั้งในวันประสูติพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ ในปีเดียวกัน

ต่อมาวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2559 ทางกองพระราชพิธี สำนักพระราชวังได้เผยแพร่รายงานการเสด็จพระราชดำเนินที่พระองค์ได้ตามเสด็จพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติไปทอดพระเนตรพระราชวังบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และพลเอกหญิงสุทิดา วชิราลงกรณ์ ได้รับพระราชทานพระอิสริยยศเพิ่มเติมเป็น วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา (มีหมายกำหนดการระบุชื่อสกุลดังกล่าวมาตั้งแต่เดือนมิถุนายนปีเดียวกัน)

วันที่ 14 ตุลาคม พ.ศ. 2559 โดยเสด็จพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ขณะที่ยังทรงเป็นสยามมกุฎราชกุมาร พร้อมพระบรมวงศานุวงศ์ในพระราชพิธีถวายน้ำสรงพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ต่อมาในวันที่ 11 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559 พระองค์ทรงนำทำการแสดงทางทหารประกอบดนตรี ‘ราชวัลลภ เริงระบำ’ (Hop to the Bodies Slams) ในงานวันราชวัลลภได้อย่างสง่างามและเข้มแข็ง ในฐานะผู้บังคับการกองผสม
วันที่ 13 ตุลาคม พ.ศ. 2560 มีพระราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ปฐมจตุลจอมเกล้า (ฝ่ายใน) ให้แก่ พลเอกหญิง สุทิดา วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา อีกทั้งได้รับพระราชทานพระอิสริยยศเพิ่มเติมเป็น ท่านผู้หญิงสุทิดา วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา

วันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ทรงประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกสมรสกับพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต จึงทรงได้รับการสถาปนาเป็น ‘สมเด็จพระราชินีสุทิดา’ ทรงดำรงตำแหน่งพระอิสริยยศ ฐานันดรศักดิ์แห่งพระราชวงศ์

ต่อมาในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม 2562 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ สถาปนาเฉลิมพระเกียรติยศสมเด็จพระราชินีสุทิดาขึ้นเป็น ‘สมเด็จพระบรมราชินี’ ทรงพระนามว่า ‘สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี’

‘ทวี’ นั่งคุย ‘แป้ง นาโหนด’ ก่อนนำตัวกลับไทย 4 มิ.ย.นี้ เพื่อรับโทษ  เจ้าตัวยอมรับผิด ชมทีมงานเก่งจริง ตามจับตัวได้ แม้หนีไปหลายประเทศ 

(2 มิ.ย.67) ที่เมืองจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมคณะ ได้พบกับ นายเชาวลิต ทองด้วน หรือ “แป้ง นาโหนด” ซึ่งสวมชุดนักโทษของประเทศอินโดนีเซีย ถูกเจ้าหน้าที่ควบคุมตัวมา โดย พ.ต.อ.ทวี เผยว่า เตรียมพานายเชาวลิตกลับประเทศไทย ในวันที่ 4 มิ.ย.นี้ แต่ทางกฎหมายก็ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ยืนยันจะให้ความเป็นธรรม

ด้าน นายเชาวลิต ระบุสั้นๆ ว่า ขอยอมรับผิดทั้งหมดและอยากให้ส่งศาลอาญากรุงเทพ เรื่องยาเสพติดนั้นไม่เกี่ยวกับตนแน่นอน ส่วนปลอมบัตรเป็นคนอาเจะห์มีเจ้าของห้องเช่าเป็นคนทำให้ 

“ต้องยอมรับว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมและคณะ ทำงานเก่งจริงตามจับผมได้ แม้จะมาบาหลี ก่อนหน้านี้เคยบินไปหลายประเทศมาแล้ว” นายเชาวลิต กล่าวต่อหน้า รมว.ยุติธรรม และคณะทีมงาน

‘อัครเดช’ ชี้เป็นเรื่องดี ที่ตำรวจจับ ‘ผู้บริหารโรงงานกากอุตสาหกรรม’ ได้ แต่ยังห่วงอีกโกดังใน ‘อ.อุทัย’ จะเกิดเหตุซ้ำรอย หากมีการอายัด ‘กากสารเคมี’

(2 มิ.ย.67) นายอัครเดช วงษ์พิทักษ์โรจน์ ประธานคณะกรรมาธิการอุตสาหกรรม และ สส.ราชบุรี พรรครวมไทยสร้างชาติ กล่าวถึงกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถจับกุมผู้ต้องหาโรงงานกากอุตสาหกรรมที่เกิดเหตุไฟไหม้ที่โกดังเก็บสารเคมี จ.ระยอง และ จ.อยุธยา ได้แล้วและนำตัวไปดำเนินคดีที่ สภ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา และ สภ.บ้านค่าย จ.ระยอง ว่า เป็นเรื่องดีที่รัฐบาลโดยนายกรัฐมนตรีได้กำชับให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติเร่งดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาในกรณีนี้ ทำให้ประชาชนมีความสบายใจ

ประธานคณะกรรมาธิการอุตสาหกรรม ระบุอีกว่า สิ่งที่ประชาชนและกรรมาธิการอุตสาหกรรมยังมีความเป็นห่วง คือโรงงานเก็บกากสารเคมีอีกแห่งใน อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งจากการประชุมร่วมกัน ของทางเจ้าหน้าที่ของรัฐ ทั้งกรมโรงงานอุตสาหกรรม และกรรมาธิการอุตสาหกรรม ได้ทราบว่าที่โรงงานใน อ.อุทัย มีจำนวนกากสารเคมีอันตรายในปริมาณที่มากกว่าใน อ.ภาชีเสียอีก ซึ่งหากเจ้าหน้าที่กระทรวงอุตสาหกรรมไปดำเนินการอายัดก็อาจจะเกิดเหตุไฟไหม้เหมือนกับอีก2โรงงานที่ผ่านมาได้อีก ดังนั้นเมื่อได้มีการดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจังตามที่นายกรัฐมนตรีสั่งการและรัฐมนตรีอุตสาหกรรมกำกับดูแลก็ทำให้ประชาชนอุ่นใจก็ถือเป็นเรื่องที่ดี และสิ่งที่รัฐบาลจะต้องดำเนินการต่อไปคือนอกจากให้มีการดำเนินคดีแล้ว ก็ต้องเฝ้าระวังที่ อ.อุทัย จ.พระนครศรีอยุธยาต่อไปด้วย รวมถึงควบคุมไม่ให้เกิดเหตุเพลิงไหม้กากเคมีอุตสาหกรรมที่มีลักษณะคล้ายกับจังหวัดระยองและอยุธยา

นายอัครเดช กล่าวต่อว่า จากการที่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้มีการสำรวจโรงงานหรือโกดังที่มีการกองเก็บกากเคมีอุตสาหกรรมอันตรายทั่วประเทศนั้น ทำให้หน่วยงานราชการทุกส่วนมีความตื่นตัวในเรื่องนี้ ซึ่งถือว่าข้อสังการของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรฯ นี้จะเป็นการป้องปรามไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอีก และถือว่ารัฐบาลได้ให้ความสำคัญกับประเด็นนี้ ก็ต้องติดตามต่อไปว่าจะมีโรงงานในลักษณะนี้อีกมากน้อยเพียงใด

‘ศธ.จีน’ ขอความร่วมมือโรงเรียน กำหนดบทลงโทษ ‘การบูลลี่’ ชี้!! ควรมี ‘สายด่วน-อีเมล’ พร้อมรับเรื่อง ติดตั้งวงจรปิด ดูแลใกล้ชิด 

(2 มิ.ย.67) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า กระทรวงศึกษาธิการของจีนออกหนังสือเวียนขอความร่วมมือโรงเรียนในจีนให้กำหนดบทลงโทษสำหรับการกลั่นแกล้งรูปแบบต่างๆ ในสถานศึกษา และจัดตั้งคณะกรรมการพิเศษเพื่อจัดการกรณีการกลั่นแกล้งตามกฎหมายและข้อบังคับที่เกี่ยวข้อง

หนังสือเวียนระบุว่าโรงเรียนควรตั้งสายด่วนสาธารณะ มีอีเมลสำหรับรายงานเหตุกลั่นแกล้ง ให้หมายเลขโทรศัพท์ของเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารโรงเรียนที่รับผิดชอบแก้ไขปัญหาดังกล่าว รวมทั้งติดตั้งระบบกล้องวงจรปิดครอบคลุมสถานที่ที่ไม่เป็นเป้าสายตาทั้งหมด

เมื่อเดือนมีนาคม กระทรวงฯ ได้เริ่มโครงการรณรงค์ให้โรงเรียนจัดกิจกรรมการศึกษาเพื่อเพิ่มความตระหนักรู้ด้านความปลอดภัยของนักเรียนและความสามารถในการปกป้องตนเอง

ในปี 2021 สำนักงานอัยการประชาชนสูงสุดของจีน ระบุว่าจำนวนการจับกุมและการตั้งข้อกล่าวหาอาชญากรรมที่เกี่ยวข้องกับการกลั่นแกล้งและความรุนแรงในโรงเรียนในจีนระหว่างปี 2017-2020 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

‘ชูชัย’ ไม่เข็ด ขนเครื่องเพชรหลายร้อยล้าน ร่วมเดินพาเหรด สนับสนุน ‘ความเท่าเทียม’ ย้ำ!! ไม่ได้เรียกร้องอะไรที่เกินไปกว่า ‘ชายจริง-หญิงแท้’ ขอแค่ ‘ความเสมอภาค’ เท่านั้น

(2 มิ.ย.67) ไฮโซชูชัย ชัยฤทธิเลิศ เจ้าของธุรกิจเพชรชื่อดัง ได้รับเชิญให้มาร่วมเดินพาเหรดแสดงพลังในงาน 𝐂𝐄𝐍𝐓𝐑𝐀𝐋 𝐖𝐎𝐑𝐋𝐃 𝐑𝐇𝐘𝐓𝐇𝐌 𝐎𝐅 𝐏𝐑𝐈𝐃𝐄 𝟐𝟎𝟐𝟒 กับ LGBTQ+ ที่ลานด้านหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ ซึ่งงานนี้มีคนดังมาร่วมเดินพาเหรดเยอะมากมาย อาทิ ลูกเกด เมทินี, หยิ่นวอร์, ดร.โก้ ธีรศักดิ์, ดีเจ มะตูม เตชินท์, มิวกี้ ไปรยา, ซิลวี่ ภาวิดา มอริจจิ, ทารีน่า โบเทส, เฟิร์ส หวัง ฯลฯ

งานนี้ ไฮโซชูชัย มาในชุดสุดสะพรึงสาดสีสัน ปักตาแตกวิบวับได้อีก กับผ้าคลุมที่ประดับด้วยเครื่องเพชรชุดใหญ่มูลค่ามากกว่าร้อยล้านบาท พร้อมทีมเชียร์ลีดเดอร์ดัง โชว์ดีด เด้ง ตีลังกา ม้วนตัวสูงเสียดฟ้า พร้อมยกไฮโซชูชัยประดุจลอยฟ้ามา เรียกเสียงฮือฮาได้สุดฤทธิ์สุดเดช!!

ไฮโซชูชัย เผยว่า เกินคาดมากๆ กับงานปาร์ตี้เพชรวันเกิดของพี่ที่ผ่านมา ไม่คิดว่าจะเป็นกระแสแรงนานได้ขนาดนี้ คนยังพูดถึงไม่หยุด ปีหน้าจัดอีกแน่นอน พี่จะจัดให้ใหญ่กว่าเดิม สปอนเซอร์หลายรายก็มีคุยๆ มีจองข้ามปีกันแล้ว อยากจะมาร่วมงานกับเราด้วย ศิวลึงค์ที่พี่ทำเช่าคนก็สั่งๆ เยอะขึ้นๆ และโรงแรมของพี่ ชูชัยบุรีศรีอัมพวา ที่ใกล้ตลาดน้ำอัมพวา ยอดจองก็เพิ่มขึ้นๆ ด้วย หลังจัดงานวันเกิดปาร์ตี้เพชรไป

ส่วนเครื่องเพชรที่ขนมาใส่วันนี้ ไม่เข็ดนะ เพราะเชื่อว่าจะไม่หล่นหายอีกแน่นอน พี่เชื่อในความดีที่พี่ทำมา ส่วนครั้งนั้นถือว่าฟาดเคราะห์ไปแล้ว ต่อจากนี้จะมีแต่เรื่องเฮงๆ เรื่องดีๆ เข้ามาตลอดไป

พวกเราชาว LGBTQ ที่มาเดินพาเหรด 𝐂𝐄𝐍𝐓𝐑𝐀𝐋 𝐖𝐎𝐑𝐋𝐃 𝐑𝐇𝐘𝐓𝐇𝐌 𝐎𝐅 𝐏𝐑𝐈𝐃𝐄 𝟐𝟎𝟐𝟒 เพื่อสร้างความตระหนักรู้ว่า สิทธิความเท่าเทียมความเสมอภาคของชาวเราเป็นสิ่งสำคัญมากๆ เราไม่ได้เรียกร้องขออะไรที่เกินกว่าชายจริงหญิงแท้ เป็นเรื่องสิทธิมนุษย์ที่หลายๆ ประเทศก็ยอมรับกันแล้ว ซึ่งประเทศไทยพี่ก็นับวันรออยู่ กับเรื่องสิทธิที่เท่าเทียม เรื่องสมรสเท่าเทียม ฯลฯ ของชาว LGBTQ ก็เป็นสิ่งที่พี่อยากจะช่วยผลักดันด้วย

พี่อยากบอกว่า ไม่ว่าเราจะเป็นเพศไหน สิทธิของทุกคนต้องเท่ากัน ไม่ถูกจำกัดกีดกันเพราะความแตกต่างใดๆ ทั้งเรื่องสิทธิสมรส สิทธิการเลือกคำนำหน้านาม ฯลฯ การทำให้สังคมไทยเป็นสังคมที่ยินดีเปิดรับความหลากหลาย ไม่บูลลี่กัน จะทำให้สังคมไทยน่าอยู่ขึ้น ส่งผลดีมากๆ ต่อการท่องเที่ยวระดับโลกและเศรษฐกิจด้วย มาร่วมผลักดันความเท่าเทียมทางเพศในสังคมไทยในหลายมิติไปด้วยกัน

‘เกรท วอลล์ มอเตอร์’ ออกแถลง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้คนไทย ย้ำ!! เป็น ‘ค่ายเดียวจากจีน’ ที่ตั้งโรงงานผลิตเต็มรูปแบบที่ระยอง 

(2 มิ.ย.67) จากสภาวการณ์ทั่วโลกและสถานการณ์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทย ทำให้เกิดข่าวลือด้านลบกับการดำเนินงานของบริษัทค่ายรถยนต์ต่าง ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับเกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) เราขอเรียนยืนยันว่า การดำเนินธุรกิจในประเทศไทยของเรายังคงดำเนินไปด้วยความมั่นคงและแข็งแกร่ง ทั้งด้านการขายและบริการหลังการขาย รวมถึงการส่งมอบผลิตภัณฑ์และการบริการที่มีคุณภาพให้กับลูกค้าชาวไทย ทั้งลูกค้าในปัจจุบันและลูกค้าในอนาคตของเราอย่างเต็มกำลังความสามารถ เราเป็นแบรนด์จากประเทศจีนเพียงรายเดียวในปัจจุบันที่มีโรงงานผลิตแบบเต็มรูปแบบที่จังหวัดระยองและดำเนินการผลิตมาเป็นเวลามากกว่า 3 ปี รวมถึงนำพันธมิตรทางธุรกิจเข้ามาลงทุนในประเทศไทย ไม่ว่าจะเป็น SVOLT, HYCET, NOBO, MIND และ Exquisite สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับคนไทยหลายพันคน รวมถึงมีรถยนต์พลังงานใหม่ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคในวงกว้าง และครอบคลุมในหลากหลายเซ็กเมนต์ ที่เป็นโอกาสทางการขายใหักับพาร์ทเนอร์ สโตร์ของเรา ทั้งไฮบริด ปลั๊กอิน-ไฮบริด และรถยนต์ไฟฟ้า 100% รวมถึงยังมีการลงทุนอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการใช้และการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าระดับภูมิภาคอีกด้วย 

สุดท้ายนี้ เกรท วอลล์ มอเตอร์ ขอขอบพระคุณสื่อมวลชน พันธมิตรทางธุรกิจ และลูกค้าทุกท่านที่ได้มอบความเชื่อมั่นและไว้วางใจให้กับ เกรท วอลล์ มอเตอร์ (ประเทศไทย) ด้วยดีเสมอมา เรามุ่งมั่นที่จะเติบโตไปพร้อมกับคนไทยและประเทศไทยในระยะยาวอย่างแข็งแกร่งและยั่งยืน

GWM Thailand


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top