Friday, 6 November 2026
Hard News Team

ศรชล.จังหวัด รย. ส่ง จนท.ร่วมฝึกอบรมโครงการพัฒนาระบบบัญชาการเหตุการณ์ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ICS

เมื่อวานนี้ (9 ก.ค.67) น.อ.พัฒนศักดิ์ พิมดา รอง ผอ.ศรชล.จังหวัด รย. มอบหมายให้ น.ต.รุ่งรุจ สโรบล เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและแผน เข้าร่วมฝึกอบรมโครงการพัฒนาระบบบัญชาการเหตุการณ์ ในสถานการณ์ฉุกเฉิน ICS (Incident Command System) ร่วมกับ น.อ.อาทิตย์ สุขบำรุง หน.ศคท.จังหวัด รย. น.ท.ภณ ทิพย์ทอง เจ้าหน้าที่ประสานงานฯ ศคท.จังหวัด รย. ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ ในพื้นที่ จว.ระยอง เช่น เจ้าหน้าที่ รพ.ระยอง เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาชะเมา-เขาวง มูลนิธิกู้ชีพ กู้ภัย ต่าง ๆ ที่ดำเนินการทางด้านการให้ความช่วยเหลือกับผู้ประสบภัยทางบกและทางทะเล ณ ห้องประชุม เสม็ด 1-2 โรงแรม คามิโอ แกรนด์ โฮเทล ฯจัดโดย อบจ.ระยอง 

ซึ่งได้รับความสนใจเป็นอย่างยิ่ง กับผู้เข้ารับการฝึกอบรมในครั้งนี้

ทัพเรือภาคที่ 1 ส่ง เรือ ต.266 ลาดตระเวน ตรวจสอบและป้องกันการกระทำผิดกฎหมายในทะเล (อ่าวไทยตอนบน)

กองเรือปฏิบัติการทัพเรือภาคที่ 1 ส่ง เรือ ต.226 ทำการออกลาดตระเวนในน่านน้ำอ่าวไทยตอนบน โดยการปฏิบัติการครั้งนี้ เป็นการตรวจตราความปลอดภัยทางทะเลและการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ จากการตรวจสอบไม่พบสิ่งที่กระทำผิดกฎหมายในพื้นที่ลาดตระเวนในระหว่างการลาดตระเวน เรือ ต.266 ได้ตรวจเยี่ยมเรือประมงที่กำลังทำการประมงอยู่ในน่านน้ำไทย ซึ่งเรือประมงปฏิบัติการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ไม่มีการกระทำผิดเกี่ยวกับการประมงหรือการขนส่งสินค้าผิดกฎหมายแต่อย่างใด นอกจากนี้ เรือ ต.226 ยังได้มีการมอบยารักษาโรคพื้นฐาน ให้กับชาวประมงที่ทำการประมงอยู่ในพื้นที่ เพื่อเป็นการสนับสนุนสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีของชาวประมง ซึ่งได้รับการตอบรับด้วยความขอบคุณจากชาวประมง อย่างดียิ่ง การปฏิบัติการลาดตระเวนครั้งนี้เสร็จสิ้นลงด้วยความเรียบร้อย และทัพเรือภาคที่1 จะยังคงดำเนินการตรวจตรา รักษาความปลอดภัยทางทะเล และรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล อย่างต่อเนื่องต่อไป

นิราช ทิพย์ศรี รายงาน 0909535645 

#เทิดทูนสถาบันยึดมั่นระเบียบวินัยประชาชนภูมิใจทะเลไทยมั่นคง
#FitfortheFuture

‘เวียดนาม’ ครองแชมป์!! ‘ค่าครองชีพถูกที่สุด’ สำหรับต่างชาติ ขึ้นแท่นอันดับ 1 ติดต่อกัน 4 ปีซ้อน จาก 53 ประเทศ

(9 ก.ค. 67) สำนักข่าวซีเอ็นบีซี รายงานว่า ตามการศึกษาของ InterNations คอมมูนิตี้สำหรับคนที่ไปทำงานต่างประเทศ ในปี 2024 ‘เวียดนาม’ ครองแชมป์ประเทศที่มีค่าครองชีพสำหรับชาวต่างชาติที่ย้ายไปอยู่ ‘น้อยที่สุด’ ในโลก เป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน โดยเวียดนามได้อันดับ 1 จาก 53 ประเทศ 

อย่างไรก็ตาม ในด้านอื่น ๆ เวียดนาม อยู่อันดับที่ 40 จาก 53 ประเทศในด้านคุณภาพชีวิต อันดับที่ 29 สำหรับสิ่งจำเป็นสำหรับชาวต่างชาติ เช่น อินเทอร์เน็ต ที่อยู่อาศัย และภาษา และอยู่อันดับที่ 14 สำหรับการทำงานในต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงโอกาสทางอาชีพ เงินเดือน และความมั่นคงของงาน

จากการสำรวจ ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในเวียดนาม 86% เห็นพ้องกันว่าค่าครองชีพในประเทศนี้ดี ซึ่งมากกว่าค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 40% ถึงสองเท่า และ 65% ของผู้ตอบแบบสอบถามในประเทศเวียดนาม พอใจกับสถานการณ์ทางการเงินของตนเอง เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 54%

ความพึงพอใจในการทำงานโดยทั่วไปก็สูงมากในหมู่ชาวต่างชาติที่อาศัยอยู่ในประเทศนี้ เวียดนามได้ก้าวกระโดดจากอันดับที่ 24 ในปีที่แล้ว มาเป็นอันดับที่ 3 ในปี 2024

โดยทั่วไปแล้ว ความสมดุลระหว่างชีวิต และการทำงานมีความสำคัญมากกว่าความก้าวหน้าในอาชีพ ซึ่งในเวียดนาม มีเพียงไม่ถึงครึ่ง (46%) ของชาวต่างชาติในประเทศนี้ที่ทำงานเต็มเวลา เทียบกับค่าเฉลี่ยทั่วโลกที่ 57% โดยประมาณหนึ่งในห้าของชาวต่างชาติ (21%) ทำงานพาร์ทไทม์ และประมาณ 18% ของชาวต่างชาติได้เกษียณอายุแล้ว

“ชีวิตที่นี่ไม่มีความเครียดสำหรับฉัน เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยอดเยี่ยมจากชีวิตการทำงานที่เคยเหนื่อยล้า และวุ่นวายมาก” ชาวอังกฤษที่อาศัยอยู่ในเวียดนามกล่าว

สำหรับดัชนีการเงินส่วนบุคคล (Personal Finance Index) ทาง InterNations ได้สอบถามผู้เข้าร่วมสำรวจเกี่ยวกับระดับความพึงพอใจส่วนบุคคลใน 3 ด้าน ได้แก่ ค่าครองชีพโดยทั่วไป ความพึงพอใจในสถานการณ์ทางการเงิน และรายได้สุทธิของครัวเรือนว่า มีเพียงพอที่จะใช้ชีวิตอย่างสุขสบายหรือไม่

ผลการสำรวจพบว่า ‘10 อันดับแรก’ ของจุดหมายปลายทางที่ชาวต่างชาติบอกว่า ‘ดีที่สุดสำหรับการเงินส่วนบุคคล’ ของพวกเขา ได้แก่

- อันดับ 1 เวียดนาม 

- อันดับ 2 กัมพูชา 

- อันดับ 3 อินโดนีเซีย

- อันดับ 4 ปานามา 

- อันดับ 5 ฟิลิปปินส์ 

- อันดับ 6 อินเดีย 

- อันดับ 7 เม็กซิโก 

- อันดับ 8 ไทย 

- อันดับ 9 บราซิล

- อันดับ 10 จีน 

เห็นได้ว่า ประเทศใน ‘แถบเอเชีย’ ครองอันดับสูงสุดในปีนี้ โดยกวาดไปถึง 6 ใน 10 อันดับแรกของรายการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ได้แก่ เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และไทยที่ติดอันดับท็อป 10 ทั้งหมด

“ที่อยู่อาศัยเป็นปัจจัยสำคัญอย่างมากสำหรับค่าครองชีพ โดยไทยอยู่อันดับ 1 ที่ชาวต่างชาติเข้าถึงที่อยู่ได้ง่ายที่สุด เวียดนามอันดับ 2 ฟิลิปปินส์ อันดับ 5 และอินโดนีเซียอันดับ 8 ซึ่งชาวต่างชาติจำนวนมากเห็นพ้องว่า 4 ประเทศนี้ หาที่อยู่อาศัยได้ง่าย และพวกเขาพอใจกับความสามารถในการจ่ายได้” แคทริน ชูโดบา หัวหน้าฝ่ายการตลาดของ InterNations กล่าว

ทั้งนี้ จาก 53 จุดหมายปลายทางทั่วโลก มีสี่ประเทศในเอเชียที่ติดอันดับท็อป 10 ในปีนี้ ได้แก่ อินโดนีเซีย (อันดับ 3 โดยรวม), ไทย (อันดับ 6 โดยรวม), เวียดนาม (อันดับ 8 โดยรวม) และฟิลิปปินส์ (อันดับ 9 โดยรวม)

เชิญชวนประชาชน ร่วมลงนามถวายพระพร 'พระองค์เจ้าโสมสวลี' เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ ผ่านเว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์

(9 ก.ค.67) สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมลงนามถวายพระพร พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ วันที่ 13 กรกฎาคม 2567 ผ่านระบบออนไลน์ ที่เว็บไซต์หน่วยราชการในพระองค์ www.royaloffice.th ระหว่างวันที่ 12 - 14 กรกฎาคม 2567

สำนักพระราชวัง ขอเชิญชวนประชาชนร่วมเจริญอริยมรรค ‘สัมมาทิฏฐิ’ ระลึกถึงพระรัตนตรัย ว่าเป็นสรณะที่พึ่งที่ยึดถือ อันเป็นทางเป็นธรรมที่พระพุทธองค์ได้ทรงตรัสไว้โดยชอบ เพื่อถวายเป็นพระกุศล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ วันที่ 13 กรกฎาคม 2567 ผ่านแอปพลิเคชัน ‘สมาธิเสบียงบุญ’ ระหว่างวันที่ 12 - 14 กรกฎาคม 2567 เวลา 08.00 น.ทั้งนี้ สามารถดาวน์โหลดแอปพลิเคชันได้ทั้ง PLAY STORE และ APP STORE

‘NASA’ ลุยปล่อย ‘ภารกิจคูรี’ ขึ้นสู่ห้วงอวกาศ หวังสำรวจ-ศึกษาต้นกำเนิด ‘คลื่นวิทยุ’ จากดวงอาทิตย์

(9 ก.ค. 67) สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า นาซามีกำหนดปล่อยภารกิจคูรี (CURIE) สู่ห้วงอวกาศในวันนี้ เพื่อสำรวจต้นกำเนิดของคลื่นวิทยุจากดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนสภาพอากาศในอวกาศที่สำคัญ

ทั้งนี้ อุปกรณ์ในภารกิจดังกล่าวจะถูกขนส่งโดยจรวดแอเรียน 6 (Ariane 6) ขององค์การอวกาศยุโรป จากศูนย์อวกาศเกียนาในเมืองกูรู จังหวัดเฟรนช์เกียนาของฝรั่งเศส และประจำการที่ระดับความสูง 360 ไมล์ (ราว 580 กิโลเมตร) เหนือระดับพื้นผิวโลก

ภารกิจนี้จะใช้เทคนิคการรวมสัญญาณกล้องโทรทรรศน์วิทยุเพื่อศึกษาการปล่อยคลื่นวิทยุจากการปะทุของดวงอาทิตย์ อาทิ เปลวสุริยะ และการปลดปล่อยก้อนมวลสารจากโคโรนา (coronal mass ejection) ในเฮลิโอสเฟียร์ชั้นใน (inner heliosphere) ซึ่งปรากฏการณ์ข้างต้นเหล่านี้กระตุ้นสภาพอากาศในอวกาศให้เพิ่มการเกิดแสงเหนือและผลกระทบต่อสนามแม่เหล็กโลก

องค์การฯ ระบุว่า ทีมงานจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย เบิร์กลีย์เป็นผู้ออกแบบภารกิจคูรี ซึ่งจะเป็นภารกิจแรกที่วัดคลื่นวิทยุในช่วงความถี่ 0.1-19 เมกะเฮิร์ตซ์จากอวกาศ เนื่องจากชั้นบรรยากาศชั้นบนของโลกปิดกั้นความยาวคลื่นเหล่านี้ จึงสามารถดำเนินการวิจัยได้จากอวกาศเท่านั้น

นาซา เผยว่า คูรีจะใช้เทคนิคที่เรียกว่าการรวมสัญญาณกล้องโทรทรรศน์วิทยุย่านความถี่ต่ำในระหว่างการวิจัยคลื่นวิทยุจากดวงอาทิตย์ ซึ่งเป็นเทคนิคที่ยังไม่เคยใช้ในอวกาศมาก่อน โดยเทคนิคนี้ต้องอาศัยยานอวกาศอิสระสองลำ เมื่อรวมกันแล้วมีขนาดเล็กกว่ากล่องรองเท้า และจะโคจรรอบโลกห่างกันราว 2 ไมล์ (ราว 3.2 กิโลเมตร)

อย่างไรก็ตาม การแยกตัวกันนี้เอื้อให้เครื่องมือของคูรีตรวจวัดความแตกต่างแม้เพียงเล็กน้อยเมื่อเกิดการแผ่คลื่นวิทยุได้ ซึ่งช่วยให้ระบุแหล่งที่มาของคลื่นวิทยุได้อย่างชัดเจน

‘นิ้ง รองนางสาวไทย’ รุดช่วย CPR ผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ เผย!! ลืมความกลัวทั้งหมด รู้แค่ว่าต้องช่วยหนึ่งชีวิตให้ได้

(9 ก.ค. 67) นับเป็นเหตุการณ์ที่น่าระทึกใจและน่าชื่นชมในเวลาเดียวกัน เมื่อรองอันดับ 1 นางสาวไทย อย่าง ‘นิ้ง พรศิริกุล พั่วทา’ ได้เข้าไปช่วยปฐมพยาบาลและ CPR ให้ผู้บาดเจ็บที่ประสบอุบัติเหตุทางรถจักรยานยนต์ ระหว่างที่เธอกำลังกลับจากงานอีเวนต์

โดยสาวนิ้ง ได้โพสต์เล่าเรื่องว่าได้เข้าไปช่วยทำการ CPR หรือการช่วยเหลือผู้ป่วยที่กำลังจะหยุดหายใจ หรือหัวใจกำลังจะหยุดเต้น ให้กลับมาหายใจ จากอุบัติเหตุรุนแรง เมื่อคืนที่ผ่านมา

นอกจากนี้ยังระบุอีกว่า “ลืมหมดเลยว่าใส่กระโปรง ลืมไปหมดว่าต้องกลัวอะไรบ้างไหม ลืมแม้กระทั่งตอนวิ่งไปช่วยปากเจ่อขนาดไหน รู้แค่ว่าชีวิตหนึ่งชีวิตต้องช่วยให้ได้ ต้องปั้มหัวใจให้ได้ ปลอดภัย ส่งขึ้นรถเรียบร้อย ขอบคุณจอนที่กล้าจอดรถให้นิ้งวิ่งลงไปช่วย”

สำหรับ ‘นิ้ง พรศิริกุล พั่วทา’ ได้รับตำแหน่งรองอันดับ 1 นางสาวไทยประจำปี 2567 โดยเป็นตัวแทนจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 2567 จบการศึกษาจากหัวหินวิทยาลัย และต่อมาศึกษาต่อที่วิทยาลัยนิเทศ ม.รังสิต ขณะนี้กำลังศึกษาระดับปริญญาโทที่ ม.รังสิต

‘คุณหญิงแมงมุม’ ยืนถ่ายรูปคู่ ‘ณเดชน์’ โดยไม่ใช้วอล์คเกอร์ หลังไม่มีโมเมนต์นี้กว่า 6 ปี ด้านคนใกล้ชิดดีใจน้ำตารื้น

(9 ก.ค. 67) รายงานข่าวระบุว่า เป็นช่วงที่แฟน ๆ ต่างลุ้นกับการฟื้นตัวของ คุณหญิงแมงมุม ม.ร.ว.ศรีคำรุ้ง ยุคล ที่กำลังฝึกยืนฝึกเดินได้เก่งมาก ๆ ล่าสุดเปิดภาพอบอุ่น ผ่านโพสต์ในอินสตาแกรม โดยคุณหญิงแมงมุม ยืนร่วมเฟรมกับพระเอกหนุ่มอย่าง ‘ณเดชน์ คูกิมิยะ’ พร้อมแคปชันด้วยว่า…

“6 ปีกว่าแล้วที่ไม่ได้ยืนถ่ายรูปโดยไม่ต้องใช้วอล์คเกอร์ คืนพิเศษแบบนี้ได้น้องณเดชน์โอบไปทีเดียว ยืนได้เลยจ้ะ! ถ้ามีน้องทำให้ทุกวันน่าจะหายเร็วแน่ ๆ ขอบคุณสำหรับความน่ารักและสม่ำเสมอที่นักแสดง หรือ influencer รุ่นใหม่ ๆ ควรเอาเป็นแบบอย่าง #ฟ้าจรดทรายเดอะมิวสิคัล2024”

ท่ามกลางคอมเมนต์ดีใจของคนใกล้ชิด คนบันเทิง และเสียงชมคุณหญิงแมงมุมด้วย อาทิ โอ๊ย! พี่ดีใจ / เก่งที่สุดน้อง / ภาพที่ดีที่สุด / ใจฟูสุด ๆ ไปเลยค่ะ เมื่อวานแอบน้ำตารื้นเลยค่ะ / เก่งมากกกก MM. / เก่งที่สุดค่ะน้อง ดีใจด้วยจังค่ะ เป็นต้น

‘พลัฏฐ์’ รุดตรวจสอบความเสียหาย ‘ไฟไหม้เยาวราช’ พร้อมสนับสนุน ‘น้ำ-อาหาร’ ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเบื้องต้น

เมื่อวานนี้ (8 ก.ค.67) เพจเฟซบุ๊ก ‘พรรครวมไทยสร้างชาติ United Thai Nation Party’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า…

นายพลัฏฐ์ ศิริกุลพิสุทธิ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ และอดีตผู้สมัคร สส. กรุงเทพมหานคร เขต 1 พรรครวมไทยสร้างชาติ ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย และช่วยเหลือประชาชน จากเหตุเพลิงไหม้ภายในชุมชนตรอกโพธิ์ ถนนเยาวราช พื้นที่เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร เมื่อคืนวันที่ 6 กรกฎาคม 2567 ที่ผ่านมา ซึ่งลักษณะที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ปลูกติดกันหลายหลังเรือน โดยเพลิงลุกไหม้เสียหายหมดทั้งชุมชน จำนวนรวม 44 หลังคาเรือน มีผู้ประสบภัย 166 ราย และในจำนวนประสบภัยส่วนหนึ่งเป็นคนต่างชาติ

โดยเหตุการณ์ในครั้งนี้ ไม่มีผู้เสียชีวิต ขณะที่ผู้บาดเจ็บได้ทำการส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลหัวเฉียว และโรงพยาบาลกลาง ส่วนมากสามารถกลับบ้านได้แล้ว เพราะบาดเจ็บเล็กน้อยจากอาการสำลักควันเท่านั้น

ส่วนความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบในเบื้องต้น ทางวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร และวัดสัมพันธวงศ์ ได้เปิดพื้นที่ให้ผู้ประสบภัย ซึ่งส่วนมากเป็นผู้เช่าและต่างด้าว ได้เข้าพักอาศัยชั่วคราว ขณะเดียวกันทางกรุงเทพมหานคร, กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และวัด ได้ดูแลในเรื่องน้ำ อาหาร และเสื้อผ้าอย่างเพียงพอแล้ว โดยตนได้นำน้ำและอาหารไปสนับสนุนด้วย

ทั้งนี้ ในส่วนของปัญหาเรื่องห้องอาบน้ำและห้องสุขานั้น ทาง กทม.ได้จัดสรรเพิ่มเติมแล้ว และภายหลังจากนี้ ทาง กทม. และ พม. จะดำเนินการจัดสรรห้องพักใหม่ (เช่า) เพื่อให้ผู้ที่ประสบภัยได้มีที่พักอย่างถาวรต่อไป

‘ลูกบ้าน’ โวย!! คอนโดย่านลาดพร้าว น้ำประปาไม่สะอาด พบเชื้อปรสิต ‘Acanthamoeba’ ทำติดเชื้อตาแดงกว่า 70 คน

(9 ก.ค.67) จากกรณีผู้ใช้เฟซบุ๊ก 'Pook Sukonta Berthebaud' ได้รับเรื่องร้องเรียน จากลูกบ้านในคอนโดแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว กทม. ติดเชื้อตาแดงเฉียดหลักร้อยคน เหตุจากเชื้อปรสิตที่พบในน้ำคอนโด ทางนิติแจ้งกลับมาเพียงว่า ให้ลูกบ้านหาที่กรองมาติดกันเอง

ล่าสุด คุณเบสท์ หนึ่งในผู้ได้รับผลกระทบจากคอนโดดังกล่าว เปิดเผยว่า ช่วงเดือน ส.ค.64 ที่เปิดตัวโครงการคอนโดดังกล่าว ก็เริ่มมีการร้องเรียนประปรายเรื่องคุณภาพน้ำประปาไม่สะอาด ในเชิงกายภาพเช่น มีฝุ่น น้ำขุ่น ซึ่งตอนนั้นมีเจ้าของร่วมบางห้องรวมถึงตนได้ส่งเคลมประกันไปทาง after sales service ซึ่งเป็นบริการหลังการขาย ว่าอยากให้ช่วยแก้ไข แต่ก็ไม่มีการตอบกลับจากบริษัทที่เป็นผู้พัฒนาโครงการ และไม่ได้เข้ามาตรวจสอบแต่อย่างใด มีเพียงการอ้างอิงว่าน้ำประปาที่นิติบุคคลส่งตรวจเพื่อประกอบ EIA (การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม) มันได้มาตรฐาน ทั้งที่จริง ๆ ยังมีปัจจัยอื่นร่วมอีก

ต่อมาวันที่ 10 มิ.ย.ที่ผ่านมา เริ่มมีลูกบ้านรวบรวมรายชื่อคนที่ประสบปัญหาเรื่องสุขภาพจากน้ำประปาในคอนโด โดยมีคนที่ติดเชื้อที่ดวงตา ระคายเคืองที่ดวงตา กระจกตาอักเสบ จนถึงวันที่ 20 มิ.ย. สามารถรวบรวมผู้เสียหายได้ทั้งหมด 72 ห้อง ซึ่งตนก็ติดเชื้อเช่นกันประมาณหนึ่งสัปดาห์ถึงจะหาย

จากนั้นคณะกรรมการคอนโด ได้เอากลุ่มไลน์ลูกบ้านที่ได้รับผลกระทบจากน้ำประปา ไปส่งให้นิติบุคคลว่านี่คือปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน จึงจำเป็นต้องตรวจวัดค่าน้ำเพิ่มเติม ทั้งค่าคอลลีน เชื้ออะมีบา และค่าจุลินทรีย์ต่าง ๆ เมื่อนำค่าไปตรวจอย่างละเอียดขึ้น ก็พบว่ามีน้ำที่บางจุด เช่น ในถังเก็บน้ำชั้นใต้ดิน เจอเชื้อปรสิต Acanthamoeba แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผลตรวจก็ขัดแย้งกันเอง ในการส่งตรวจแต่ละโรงพยาบาล

หลังจากนั้นก็ทำจดหมายไปทางผู้พัฒนาโครงการให้มาตรวจสอบ แต่ตอบกลับได้รับคำตอบเพียงแค่ว่า การก่อสร้างได้มาตรฐานแล้ว แต่ไม่มีหลักฐานมายืนยันแจกแจงรายละเอียดชัดเจน แต่ก็มีนิติบุคคล ทำจดหมายไปหาบริษัทแม่ ให้ชี้แจงรายละเอียดมามากขึ้นกว่านี้ แต่นิติก็มีข้อบกพร่องด้านการสื่อสารกับเจ้าของร่วม ไม่สามารถอธิบายได้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นกำลังบริหารจัดการยังไง และยังไม่มีความเห็นอกเห็นใจ จึงแนะนำให้ติดเครื่องกรองน้ำที่ปลายทางเองตามที่เห็นในแชท

ซึ่งตนได้วิเคราะห์สาเหตุต่าง ๆ ของการเกิดปรสิตในน้ำประปา ก็ยังไม่อยากฟันธงว่าสาเหตุมาจากการก่อสร้าง หรือต้นทางการประปา จากรายงานการล้างถัง ก็พบว่ามีการล้างตามมาตรฐานคือปีละครั้ง แต่ในขณะเดียวกันก็พบว่าท่อในถังเก็บน้ำชั้นใต้ดินบางจุดมีสนิมขึ้น เกิดเป็นข้อสงสัยว่าสนิมไปทำปฏิกิริยากับคอลลีน ทำให้ปริมาณคอลลีนลดลงจนไม่สามารถฆ่าเชื้อโรคได้หรือเปล่า แต่เจ้าของโครงการก็ได้ยืนยันว่าสนิมที่เจอตอนปี 2564-2565 ได้รับการซ่อมแซมแล้ว

ตนก็พยามมองในมุมมองเจ้าของร่วมที่อยากหาตัวคนผิด ซึ่งก็ยังไม่สามารถหาหลักฐานมาช่วยให้มันกระจ่างได้ตอนนี้ ตนคิดว่าเรื่องนี้ควรได้รับการเข้ามาเอาใจใส่อย่างเร่งด่วนจากผู้พัฒนาโครงการ อยากให้เขาสืบค้นข้อมูลมากขึ้นกว่านี้ว่าหลังจากซ่อมแซมถังเก็บน้ำแล้ว มีการซ่อมที่ได้มาตรฐานไหม ซ่อมแล้วชำรุดอีกมั้ย และเอาผลตรวจสอบมายืนยันกับเจ้าของร่วมได้มั่นใจในมาตรฐานความปลอดภัย

นอกจากนี้การอยู่อาศัยร่วมกัน ไม่อยากให้ตัวลูกบ้านทะเลาะกันเอง อยากให้ทุกคนเอาข้อเท็จจริงมาคุยกันเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน ไม่งั้นจะเป็นการพูดกันไปมาโดยไม่มีข้อมูลมาอ้างอิง มีแต่จะเกิดความแตกแยกลูกบ้านด้วยกันเอง ทั้ง ๆ ที่เราเองก็อยู่ข้างเดียวกันในการหาสาเหตุและวิธีแก้ไขปัญหาดังกล่าว

‘ชาวบาร์เซโลนา’ เดือด!! ฉีดน้ำใส่ นทท. ประท้วงต่อต้านการท่องเที่ยวมวลชน หลังสร้างผลกระทบ ‘ค่าครองชีพพุ่ง-คุณภาพชีวิตคนท้องถิ่นถดถอย'

(9 ก.ค.67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อไม่นานมานี้ ได้เกิดเหตุประท้วงครั้งใหญ่ที่เมืองบาร์เซโลนาของสเปน หนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

โดยชาวเมืองจำนวนมากได้ออกมาเดินขบวนผ่านพื้นที่ที่นักท่องเที่ยวชอบมา และฉีดปืนฉีดน้ำใส่พวกเขา พร้อมตะโกนว่า “นักท่องเที่ยวกลับไป” ขณะที่ผู้ประท้วงบางส่วนถือป้ายที่มีข้อความเขียนว่า ‘บาร์เซโลนาไม่ได้มีไว้ขาย’ หรือ ‘การท่องเที่ยวมวลชนกำลังฆ่าเมืองของเรา’

การประท้วงครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อต่อต้านการท่องเที่ยวมวลชน (Mass Tourism) ในสเปน ซึ่งส่งผลกระทบต่อค่าครองชีพและคุณภาพชีวิตของคนในท้องถิ่น

การประท้วงครั้งนี้เกิดจากกลุ่มองค์กรท้องถิ่นมากกว่า 100 องค์กร นำโดย Assemblea de Barris pel Decreixement Turístic (การชุมนุมของท้องถิ่นเพื่อความเสื่อมโทรมของการท่องเที่ยว)

ตามตัวเลขอย่างเป็นทางการ เฉพาะปี 2023 มีนักท่องเที่ยวแบบพักค้างคืนเดินทางมาภูมิภาคบาร์เซโลนาเกือบ 26 ล้านคน เกิดการใช้จ่ายเงิน 1.27 หมื่นล้านยูโร (ราว 5 แสนล้านบาท)

อย่างไรก็ตาม Assemblea de Barris pel Decreixement Turístic กล่าวว่า นักท่องเที่ยวเหล่านี้ทำให้สินค้าขึ้นราคาและสร้างแรงกดดันต่อบริการสาธารณะ ในขณะที่ผลกำไรจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวก็ถูกกระจายอย่างไม่ยุติธรรมและเพิ่มความไม่เท่าเทียมกันทางสังคม

กลุ่มผู้ประท้วงได้เผยแพร่ข้อเสนอ 13 ฉบับเพื่อลดจำนวนนักท่องเที่ยวและเปลี่ยนเมืองสู่รูปแบบใหม่ของการท่องเที่ยว ซึ่งรวมถึงการปิดท่าเรือสำราญ กฎระเบียบที่พักนักท่องเที่ยวเพิ่มเติม และการยุติการใช้จ่ายสาธารณะเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว

ด้าน เจาเม คอลโบนี นายกเทศมนตรีเมืองบาร์เซโลนา เน้นย้ำมาตรการต่าง ๆ ที่เขาได้ประกาศเมื่อเร็ว ๆ นี้เพื่อลดผลกระทบของการท่องเที่ยวมวลชน รวมถึงการเพิ่มภาษีนักท่องเที่ยวต่อคืนเป็น 4 ยูโร (เกือบ 160 บาท) และการจำกัดจำนวนผู้โดยสารบนเรือสำราญ

เมื่อปลายเดือน มิ.ย. คอลโบนียังได้ประกาศว่า จะยุติการเช่าอะพาร์ตเมนต์สำหรับนักท่องเที่ยวภายในปี 2028 ด้วยการยกเลิกใบอนุญาตการเช่าระยะสั้นสำหรับอะพาร์ตเมนต์มากกว่า 10,000 แห่ง

มาตรการนี้จะช่วยทำให้ที่อยู่อาศัยมีราคาไม่แพงมากสำหรับผู้อยู่อาศัยระยะยาว หลังช่วง 10 ปีที่ผ่านมาค่าเช่าเพิ่มขึ้น 68% ทำให้ค่าใช้จ่ายในการซื้อบ้านเพิ่มขึ้น 38%

อย่างไรก็ตาม คอลโบนีถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า อนุญาตให้จัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การแสดงแฟชั่นโชว์ของ หลุยส์ วิตตอง เมื่อเดือน พ.ค. รวมถึงการแข่งขันเรือใบ America's Cup ที่กำลังจะมีขึ้น

การประท้วงลักษณะนี้เป็นเรื่องปกติในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมหลายแห่งทั่วโลก ซึ่งมีจำนวนนักท่องเที่ยวมากเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลับมาฟื้นตัวจากช่วงโควิด-19

แม้การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของนักท่องเที่ยวอาจส่งผลดีต่อเศรษฐกิจท้องถิ่นและผลกำไรของธุรกิจการบริการ แต่ก็มีข้อเสียที่น่าสังเกตเช่นกัน ได้แก่ เสียงรบกวนที่เพิ่มขึ้น มลพิษ การจราจร และความเครียดต่อทรัพยากร คุณภาพชีวิตของคนในท้องถิ่นลดลง และอื่น ๆ อีกมากมาย

นั่นทำให้ไม่น่าแปลกใจที่สถานที่ดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากทั่วโลก เช่น ญี่ปุ่น, เวนิส ฯลฯ เริ่มมีความคิดริเริ่มและข้อจำกัดที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อต่อสู้กับการท่องเที่ยวที่มากจนเกินไป รวมถึงการขึ้นภาษีหรือค่าธรรมเนียมนักท่องเที่ยว มาตรการกีดกันนักท่องเที่ยวที่มีปัญหา และการจำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top