Friday, 6 November 2026
Hard News Team

‘นายกฯ’ รับมอบรางวัล ‘The President’s Award of Service’ ปฏิญาณตน “จะตั้งใจทำงานในหน้าที่นายกฯ ให้ดีที่สุด”

เมื่อวานนี้ (9 ก.ค. 67) ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี ได้พบคณะผู้บริหารและผู้แทนจากมหาวิทยาลัยบัณฑิตศึกษาแคลร์มอนต์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา (Claremont Graduate University) และรับมอบรางวัล The President’s Award of Service ในฐานะศิษย์เก่าที่ทำคุณประโยชน์แก่สาธารณะ ส่งเสริมการพัฒนาของมนุษยชาติ และสนับสนุนสิทธิมนุษยชน

โดยนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน เป็นศิษย์เก่าคนแรกที่ได้รับรางวัลนี้ ซึ่งในวันนี้มีคณะผู้แทนจากมหาวิทยาลัย เข้าร่วมหารือรวม 14ท่าน และมีศิษย์เก่าชาวไทยที่มีชื่อเสียงและประสบความสำเร็จมากมายหลากหลายวงการเข้าร่วม

นายกฯ เปิดเผยความรู้สึกหลังจากได้รับรางวัลว่า รู้สึกแปลกใจ และแน่นอนว่ารู้สึกดีใจด้วย เนื่องจากไม่เคยได้รับรางวัลเหล่านี้มาก่อน ซึ่งการที่มาเป็นนายกฯ และได้รางวัลนี้ถือว่าเป็นรางวัลที่มีคุณค่ามากอย่างหนึ่ง แต่ส่วนตัวมองว่าการที่จะได้รับการยอมรับ เราจะต้องได้ทำอะไรมาบ้างพอสมควรแล้ว ซึ่งผมเองก็ต้องมีความซื่อตรงต่อตัวเองว่าภารกิจเรายังอยู่ระหว่างการดำเนินการ เนื่องจากเราเพิ่งเป็นรัฐบาลได้เพียงแค่ปีเดียว ก็หวังว่า หลังจากช่วงที่จบเทอมแล้ว ในเรื่องของความรู้สึกที่ได้รับรางวัลนี้คงจะมีความภูมิใจ มากกว่านี้

นายเศรษฐา เล่าย้อนความหลังสมัยที่ศึกษาที่ Claremont Graduate University ว่าช่วงนั้นหากใครที่จบปริญญาตรีแล้ว หลาย ๆ ท่านจะพยายามที่จะออกไปหาประสบการณ์ไปทำงานก่อน เพื่อจะได้มาสมัครเรียนมหาวิทยาลัยที่ดี ๆ ต่อ เนื่องจากอยู่ในข้อกำหนดของมหาวิทยาลัยว่าต้องมีประสบการณ์การทำงาน แต่ตัวผมเองในตอนนั้นผมอยู่ที่ต่างประเทศมานานมากแล้ว แล้วผมก็ไม่อยากที่จะทำงาน แล้วค่อยกลับไปเรียนต่อ ผมอยากกลับบ้าน กลับประเทศไทยทีเดียว

ผมเลยเลือกที่จะศึกษาต่อให้จบ ผมก็สมัครมาที่ Claremont Graduate University ซึ่งถือว่าเป็นสถาบันการศึกษาที่ดี และในข้อกำหนดของทางมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้กำหนดว่าจะต้องทำงานมาก่อน ก็ถือว่าเป็นโชคที่ดีในตอนนั้นที่เขารับและให้เข้าศึกษาได้

สำหรับบรรยากาศตอนนั้น ถือว่าเป็นเรื่องที่ดี และถือว่าเป็นสถาบันการศึกษาที่ดี อยู่นอกเมืองอยู่ห่างไกลจากย่านความเจริญแถบลอสแอนเจลิสถึงประมาณ 45 นาที ทำให้เราซึมซับบรรยากาศการใช้ชีวิตในโรงเรียนได้อย่างเต็มที่ ได้ใช้ชีวิตนักเรียนที่เหมาะสม ไม่ต้องอยู่กับแสงสีเสียง 

ที่สำคัญในย่านดังกล่าวเป็นจุดที่มีสถาบันการศึกษาที่มีชื่อเสียง 5 แห่งอยู่ในย่านใกล้ ๆ กัน ซึ่งแต่ละแห่งมีนักเรียนประมาณ 2-3 พันคน ซึ่งเป็นจำนวนที่กำลังเหมาะสม และถือว่าเป็น Ivy League of the west หรือกลุ่มของมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงระดับแนวหน้าของสหรัฐอเมริกา ในย่านดังกล่าวอีกด้วย

ผมจำได้ว่าการตั้งชื่อถนนในมหาวิทยาลัยที่มีชื่อถนนอาทิ Cornell, Harvard, Yale เป็นต้น โดยถือว่าเป็นโรงเรียนที่มีสภาพแวดล้อมที่น่ารักและอบอุ่น ซึ่งในช่วงนั้นที่ผมได้เข้าไปศึกษาถือว่ายังเป็นเด็กอยู่ อายุประมาณ 22 ปี รู้สึกได้ว่าเป็นบรรยากาศที่ดีอบอุ่น รู้สึกถึงความเป็นครอบครัว ที่เราสามารถเข้าถึงศาสตราจารย์ คณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ ได้เต็มที่ ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดี และความอบอุ่นนี้ทำให้เราปรับตัวได้ในตอนเรียนอย่างดีมาก ๆ

จากการหารือกับคณาจารย์ที่มาพบในวันนี้ก็เล็งเห็นว่า อยากให้มีการส่งเสริมนักเรียน-นักศึกษาไทยไปศึกษาต่อที่ต่างประเทศมากขึ้น ผมเชื่อว่า ชื่อเสียงของ Claremont Graduateโดยเฉพาะอย่างยิ่งด้าน MBA ที่มีสำนักของ Peter F Drucker ซึ่งเป็นปรมาจารย์ด้านการจัดการบริหารองค์กรธุรกิจสมัยใหม่ ที่มีชื่อเสียงมาก ผมเชื่อว่าที่สถาบันแห่งนี้จะผลักดันนักเรียนได้อย่างดียิ่ง

ด้าน นาง Michelle Bligh ตำแหน่ง Executive Vice President Claremont Graduate University ระบุว่าเรามีศิษย์เก่าที่มีชื่อเสียงมากมายทั่วโลก ประมาณ 24,000 คน แต่เห็นได้ชัดว่าการทำงานของนายกรัฐมนตรี (นายเศรษฐา ทวีสิน) เป็นการทำงานที่ยอดเยี่ยม เขากำลังแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง ที่เราต้องการให้บัณฑิตของเราทุกคนมีในจุดนี้ คือในเรื่องของการตอบแทนสังคม และนั่นคือความสำคัญของรางวัล the president’s award of service

ซึ่งพวกเรารู้สึกภาคภูมิใจในนายกฯ เศรษฐา ที่ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการขับเคลื่อน เปลี่ยนแปลงสังคม และถือเป็นผู้นำระดับโลก ในการพัฒนาด้านสิทธิมนุษยชนได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นสิ่งที่พวกเราภาคภูมิใจมาก และเราภูมิใจกับนักเรียนไทยที่ได้ศึกษาที่ Claremont Graduate University ทุกท่าน

จากนั้น นายเศรษฐา เปิดเผยอีกครั้งว่า ดีใจและเป็นเกียรติมาก ๆ ที่ได้รับรางวัล President’s Award of Service จาก Claremont Graduate University และตนจะตั้งใจทำงานในหน้าที่นายกฯ ให้ดีที่สุด ให้ควรค่าแก่รางวัลที่ได้รับจากมหาวิทยาลัย และคู่ควรกับโอกาสที่ได้มาทำงานเพื่อพี่น้องคนไทยทุกคน

‘รัดเกล้า’ เผย ‘ดีอี-สธ.’ ลุยเดินหน้าระบบ ‘Health Link-MOPH Cloud’ ยกระดับ ‘ข้อมูลสุขภาพ’ คนไทย ให้เชื่อมโยงทั่วประเทศแบบไร้รอยต่อ

(10 ก.ค. 67) นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า การบูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานของรัฐ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานแบบไร้รอยต่อ และอำนวยความสะดวกในการให้และใช้บริการภาครัฐให้กับประชาชน ถือเป็นหนึ่งนโยบายสำคัญของรัฐบาล กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จึงได้ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ผลักดันให้เกิดระบบเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ (Health Information Exchange -HIE) ระดับประเทศ โดยการพัฒนาระบบ Health Link และคลาวด์กลางด้านสาธารณสุข (MOPH Cloud) ขึ้นมา มีการกำหนดมาตรฐานกลางร่วมกับโรงพยาบาลในภาคี พร้อมผลักดันให้เข้าเป็นส่วนหนึ่งของแผนงานสำคัญในแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติ เพื่อขับเคลื่อนการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพระดับชาติ

รองโฆษกรัฐบาล กล่าวว่า ระบบ HIE เป็นระบบที่จะเชื่อมโยงและใช้แลกเปลี่ยนข้อมูลประวัติสุขภาพและการรักษาระหว่างสถานพยาบาลทั่วประเทศ ให้ช่วยอำนวยความสะดวกเพื่อให้บุคลากรทางการแพทย์เข้าถึงข้อมูล โดยต้องได้รับการอนุญาตจากผู้ป่วยเท่านั้น รวมถึงในกรณีการรักษาผู้ป่วยฉุกเฉิน (หมดสติ) ที่จะเพิ่มประสิทธิภาพการรักษาและการส่งต่อ นอกจากนี้สถาบันข้อมูลขนาดใหญ่ (องค์การมหาชน) (Big Data Institute: BDI) ดีอี และ สธ. ยังได้ร่วมกันวางแผนขับเคลื่อนการเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพระดับชาติ รวมทั้งกำหนดแผนปฏิบัติการ และกรอบระยะเวลาที่ชัดเจน เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพที่สามารถนำไปใช้พัฒนาระบบบริการสุขภาพทั่วประเทศ โดย ดีอี เริ่มจากพื้นที่กรุงเทพมหานคร

นางรัดเกล้า กล่าวอีกว่า เพื่อให้เกิดการเชื่อมต่อข้อมูลสุขภาพที่สามารถนำไปใช้พัฒนาระบบบริการสุขภาพทั่วประเทศ โดยได้เริ่มดำเนินการในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ต่อด้วยจังหวัดนครราชสีมาในหน่วยบริการปฐมภูมิ และโรงพยาบาลนอกสังกัด สธ. จากนั้น ดีอี จะจับมือกับ สธ. ผ่านโครงการคลาวด์กลางด้านสาธารณสุข (MOPH Cloud) ขยายผลให้ครอบคลุมทุกหน่วยบริการ และจะผลักดันจังหวัดนครราชสีมาสู่การเป็นต้นแบบในการบูรณาการข้อมูลสุขภาพอย่างเป็นระบบ รวมถึงจัดทำแผนงบประมาณระยะยาว ให้ครอบคลุมค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อให้โครงการสามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสูงสุด ยกระดับระบบสาธารณสุขไทยได้อย่างยั่งยืน 

ทั้งนี้ ปัจจุบัน Health Link มีสถานพยาบาลทั้งภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมโครงการแล้วกว่า 400 แห่งทั่วประเทศ ประชาชนที่สนใจสมัคร Health Link ฟรีผ่านแอปพลิเคชัน ‘เป๋าตัง’ หรือ ‘ThaID’ สามารถศึกษารายละเอียดโครงการเพิ่มเติมได้ที่ : https://healthlink.go.th/ ทั้งนี้ ขอเชิญร่วมรับฟังรายละเอียดแบบครบถ้วนจาก ดีอี ในการแถลงข่าววันที่ 12 กรกฎาคม 2567 ตั้งแต่เวลา 11.00 น.

'รมว.ปุ้ย' เร่งหารือ 'สภาอุตฯ' หลังไทยเผชิญ 'กติกาใหม่โลก-FTA' ลดขีดความสามารถการแข่งขัน 22 อุตสาหกรรมดั้งเดิม

(10 ก.ค.67) นางสาวพิมพ์ภัทรา วิชัยกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงอุตสาหกรรม เดินทางเข้าหารือกับประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และคณะ ร่วมหารือ ณ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ถนนนางลิ้นจี่ กรุงเทพ 

รมว.พิมพ์ภัทรา กล่าวว่า "ตนได้ให้นโยบายตั้งแต่วันแรกของการรับตำแหน่งว่า อยากเห็นกระทรวงอุตสาหกรรมส่งเสริมผู้ประกอบการ และนักลงทุนให้เกิดความคล่องตัว อะไรที่เป็นปัญหาก็ต้องจัดการให้เรียบร้อย ซึ่งในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา เราได้เห็นความเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ทั้งในกระบวนการออกใบอนุญาตที่เร็วขึ้น ส่งเสริมผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ทำให้ธุรกิจแข็งแรงขึ้น และสิ่งที่เน้นย้ำ คือ เรื่องของนโยบาย Green Productivity เพื่อตอบโจทย์กติกาโลกที่เปลี่ยนแปลงไป ซึ่งเป็นสิ่งที่ท้าทายที่กระทรวงอุตสาหกรรม จะต้องจับมือกับ ส.อ.ท. เพื่อฝ่าฟันปัญหาไปด้วยกัน"

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวถึง นโยบายบริหารงาน ส.อ.ท. ในช่วงปี 2567 – 2569  ว่า ต้องยอมรับว่า จากกติกาใหม่ของโลก ตลอดจนข้อตกลงทางการค้า FTA และการนำเข้าสินค้าราคาถูกจากประเทศจีน ส่งผลให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมดั้งเดิมมาสู่อุตสาหกรรมใหม่ของ 22 อุตสาหกรรมได้รับผลกระทบอย่างหนัก นอกจากนี้ยังรวมถึงอุตสาหกรรมที่เป็นปัจจัยพื้นฐานในการพัฒนาประเทศ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องหามาตรการเร่งด่วน เพื่อแก้ไขปัญหา โดยเบื้องต้นเราได้ตั้งคณะกรรมการอำนวยการ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจภาคอุตสาหกรรม โดยมี 4 คณะทำงาน ประกอบด้วย...

1) คณะทำงานยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่อนาคต (S-Curve & Industry Transformation) เพื่อสร้างกลไกและขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีศักยภาพ เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านภาคอุตสาหกรรม สู่ยานยนต์ไฟฟ้าและเครื่องมือแพทย์ ตลอดจนพัฒนาเอสเอ็มอีให้เข้าถึงเทคโนโลยีหุ่นยนต์ที่เหมาะกับกิจการและประเภทอุตสาหกรรม 

2) คณะทำงานการพัฒนาอุตสาหกรรม (Circular Economy และ Climate Change) เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมสีเขียว ร่วมขับเคลื่อนภารกิจ End of Waste พัฒนาระบบและกฎหมายที่เกี่ยวกับการจัดการกากอุตสาหกรรม ผลักดันและขับเคลื่อน Circular Material Hub, Circular Economy Model Sandbox ส่งเสริมอุตสาหกรรมไทยมุ่งสู่ Carbon Neutrality & Climate Change      

3) คณะทำงานอำนวยความสะดวกเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในการประกอบกิจการและมาตรฐานของภาคอุตสาหกรรม เพื่อส่งเสริมการกำกับดูแลการอำนวยความสะดวกในการประกอบธุรกิจให้กับภาคอุตสาหกรรม ขับเคลื่อนปรับปรุงผังเมืองทั่วประเทศเพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมเกษตรแปรรูป ส่งเสริมและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม 

และ 4) คณะทำงานพัฒนาอุตสาหกรรม SME เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน

‘อ.เทพมนตรี’ พ้อ!! หลังผู้คนแห่ ‘#Saveทับลาน’ เต็มโซเชียล แต่ ‘อุทยานฯ เขาพระวิหาร’ ถูกบุกรุกทำลาย ไร้คนเหลียว

(10 ก.ค.67) นายเทพมนตรี ลิมปพยอม นักประวัติศาสตร์ ได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊ก ‘Thepmontri Limpaphayorm’ โดยระบุว่า…

‘ทับลาน’ มีคนออกมาต่อต้านเพื่อสงวนรักษาป่า สัตว์และพันธุ์พืชแล้ว แต่ ‘อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร’ ถูกเขมรเข้ามาบุกรุกทำลายไม่มีใครออกมาช่วยอีกเลย

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมงานมหาบุญ งานมหากุศลครั้งยิ่งใหญ่ ในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2567 ทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับ พร้อมทำทานให้แก่ผู้ยากไร้ ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

ระหว่างวันที่ 14 กรกฎาคม - 30 สิงหาคม พ.ศ. 2567 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายวิเชียร เตชะไพบูลย์ ประธานกรรมการ ขอเชิญชวนประชาชนผู้มีจิตศรัทธาร่วมงานมหาบุญ มหากุศล ร่วมสักการะหลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ทำบุญบริจาคชุดข้าวสารอุทิศส่วนกุศลให้ผู้ล่วงลับ พร้อมได้ทำทานให้ผู้ยากไร้ ในประเพณีทิ้งกระจาด ประจำปี 2567 ณ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง พลับพลาไชย กรุงเทพฯ

นอกจากนี้ สำหรับท่านที่ประสงค์ทำบุญทิ้งกระจาดออนไลน์ ผ่านเว็บไซต์ https://pttfny.net/newsh ในปี 2567 นี้ ท่านสามารถร่วมทำบุญผ่านระบบออนไลน์ ได้ตั้งแต่วันที่ 10 กรกฎาคม 67 เป็นต้นไป

ติดต่อสอบถาม ติดตามข่าวสารกิจกรรม และการช่วยเหลือของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ได้ที่เฟซบุ๊ก แฟนเพจ www.facebook.com/atpohtecktung

ประเพณีทิ้งกระจาด ถือได้ว่า เป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ที่ปฏิบัติสืบทอดมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล โดยมูลนิธิฯ ได้ปฏิบัติสืบเนื่องมาทุกปีเป็นเวลาช้านานไม่ต่ำกว่าอายุการก่อตั้งมูลนิธิฯ กว่า 114 ปี และคาดว่าจะเป็นมูลนิธิแห่งแรกที่จัดงานทิ้งกระจาดอย่างเป็นทางการและเป็นกิจจะลักษณะ เพราะถือว่าเป็นประเพณีการทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แก่เพื่อนมนุษย์ที่ล่วงลับไปแล้วทั้งที่เป็นญาติและไม่เป็นญาติพร้อมกับทำทานให้แก่ผู้ยากไร้ ที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง มีผู้ใจบุญจะนำเครื่องเซ่นไหว้ เช่น ข้าวสารอาหารแห้ง และอื่น ๆ มากราบไหว้หลวงปู่ เพื่อทำบุญสะเดาะเคราะห์ ซึ่งมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งจะรวบรวมไว้ไปสมทบกับสิ่งของที่จัดซื้อเพิ่มเติม เพื่อนำไปแจกจ่ายแก่ผู้ยากไร้ พร้อมนำมอบองค์กรต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ซึ่งในปี 2567 นี้ มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง กำหนดแจกเครื่องอุปโภคบริโภค ในประเพณีทิ้งกระจาดครั้งอย่างยิ่งใหญ่ เต็มรูปแบบ ทั้ง 4 จังหวัด

มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขอบุญบารมีองค์หลวงปู่ไต้ฮง (ไต้ฮงกง) ส่งผลให้ท่านและครอบครัว มีความสุข ความเจริญ สุขภาพร่างกายแข็งแรงตลอดปี ตลอดไป

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย  ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดแถลงข่าว  “การจัดงานวันแม่แห่งชาติ  ประจำปี  2567”

สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดงานแถลงข่าว  “การจัดงานวันแม่แห่งชาติ  ประจำปี  2567”  โดยมี ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส   โนนุช  ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ  เป็นประธานการแถลงข่าว  ในวันอังคารที่ 9 กรกฎาคม 2567  เวลา 14.00 น. ณ  ห้องประชุมชั้น  3  ตึกนวมหาราช  สภาสังคมสงเคราะห์ฯ  แยกตึกชัย  ถนนราชวิถี  เขตราชเทวี กรุงเทพฯ

ในการแถลงข่าว  ได้มีการชี้แจงเกี่ยวกับรายละเอียดของงานวันแม่แห่งชาติ  ปี 2567 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่  12  สิงหาคม  2567 ณ เจ้าพระยาแกรนด์ฮอลล์  ชั้น 3  อาคารบางกอก ดินเนอร์เธียเตอร์ สยามอะเมซิ่งพาร์ค ถนนสวนสยาม เขตคันนายาว กรุงเทพฯ โดยร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ  กล่าวถึง  ความเป็นมาของการจัดงานวันแม่แห่งชาติ  ประจำปี 2567 ผลการคัดเลือกแม่ดีเด่นแห่งชาติ และผลการคัดเลือกลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่คุณเพ็ญพักตร์ ศรีทอง  ประธานคณะกรรมการฝ่ายผลิตและจำหน่ายดอกมะลิงานวันแม่แห่งชาติประจำปี 2567 กล่าวถึง การจัดทำผลิตภัณฑ์ดอกมะลิ  และการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดอกมะลิวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2567   คุณธิดารักษ์  สัจจพงษ์  ประธานคณะกรรมการฝ่ายประชาสัมพันธ์งานวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2567   กล่าวถึง การประชาสัมพันธ์กิจกรรมต่างๆ เกี่ยวกับงานวันแม่แห่งชาติประจำปี  2567 คณอรรถชัย เหลืองอมรเลิศ กรรมการผู้จัดการโครงการบางกอกเวิลด์ กล่าวถึง สถานที่การจัดงานวันแม่แห่งชาติ ประจำปี 2567

โดยสภาสังคมสงเคราะห์ฯ  ได้เชิญแม่ดีเด่นแห่งชาติ  และลูกที่มีความกตัญญูกตเวทีอย่างสูงต่อแม่  ที่ได้รับการคัดเลือก ประจำปี  2567 และปีที่ผ่านมารวมทั้งพรีเซ็นเตอร์ประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์จากดอกมะลิ  ประจำปี  2567 มาร่วมเป็นเกียรติในงานด้วย

ทัพเรือภาคที่ 1 จัดกิจกรรมปลูกป่าและต้นไม้เฉลิมพระเกียรติฯ ตามโครงการปลูกป่าและต้นไม้ 72,904 ต้น 

กองทัพเรือ โดยทัพเรือภาคที่ 1 จัดกิจกรรมปลูกป่าและต้นไม้เฉลิมพระเกียรติฯ ตามโครงการปลูกป่าและต้นไม้ 72,904 ต้น เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 6 รอบ 28 กรกฎาคม 2567 ณ บริเวณหอประชุมช้างธรรมชาติ ฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด ทัพเรือภาคที่ 1 ต.คลองใหญ่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด

โดยมี นาวาเอก กฤษดา จิระไตรพร รองเสนาธิการทัพเรือภาคที่ 1 เป็นประธานในพิธี และมีหน่วยงานราชการ โรงเรียน และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมกิจกรรมฯ  จำนวนทั้งสิ้น 150 คน ประกอบด้วย หมวดเรือลาดตระเวนชายแดนส่วนที่ 1 ฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด ทัพเรือภาคที่ 1 องค์การบริหารส่วนตำบลแหลมงอบ องค์การบริหารส่วนตำบลคลองใหญ่ โรงเรียนวัดบางปิดล่าง โรงเรียนบ้านคลองใหญ่ และชุมชนหมู่ 6 เข้าร่วมกิจกรรม

นิราช ทิพย์ศรี รายงาน 0909535645

#ทัพเรือภาคที่1
#เทิดทูนสถาบัน_ยึดมั่นระเบียบวินัย_ประชาชนภูมิใจ_ทะเลไทยมั่นคง
#Fit_for_the_Future

'รวมไทยสร้างชาติ' ยัน!! ไม่รับร่าง ‘สื่อลามกเสรี’ พร้อมจี้หน่วยงานเกี่ยวข้อง กวดขันสื่อลามกผิด กม.

(10 ก.ค. 67) นายพงศ์พล ยอดเมืองเจริญ ในฐานะรองโฆษกพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยภายหลังการประชุมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรครวมไทยสร้างชาติ ว่า ในการประชุมในวันนี้นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติและนายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรค ได้ร่วมประชุม 

ทั้งนี้ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้จะมีการเสนอร่างพระราชบัญญัติหลายฉบับ โดยที่ประชุมพรรครวมไทยสร้างชาติ ดังนี้...

ร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีสาระสำคัญเกี่ยวกับการห้ามทำร้ายร่างกายบุตรหลานและห้ามกลั่นแกล้งที่แสดงผ่านคำพูด (Bully) กับบุตรหลานในการเลี้ยงดูและสั่งสอนนั้น ที่ประชุมพรรคฯ มีความเห็นว่า ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวมีความซ้ำซ้อนกับกฎหมายหลายฉบับ อีกทั้งเกรงว่าจะไปละเมิดสิทธิเสรีภาพในครัวเรือนของผู้ปกครองที่มีความเป็นส่วนตัวในครัวเรือน ควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องศึกษาเพิ่มเติม

นายพงศ์พล กล่าวต่อไปว่า ประเด็นที่สำคัญในการประชุม คือ การเสนอร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่มีสาระสำคัญคือการให้สื่อลามกที่มีนักแสดงอายุมากกว่า 20 ปีให้ถูกกฎหมาย ในที่ประชุม สส.พรรครวมไทยสร้างชาติล้วนแสดงความคิดเห็นในทิศทางเดียวกันคือไม่เห็นด้วย โดยทางพรรคฯ มีความเห็นว่า กรณีสื่อลามกในประเทศไทยถือว่าเป็นปัญหามาอย่างยาวนาน การทําให้สื่อลามกถูกกฎหมายจะเป็นจุดที่ยิ่งทำให้มีสื่อลามกผลิตเยอะมากขึ้น ทางพรรครวมไทย มีข้อเสนอแนะว่า ต้องเร่งรัดให้เจ้าหน้าที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ให้เอาจริงเอาจังกับการกวดขันสื่อลามกซึ่งผิดกฎหมาย เพื่อรักษาไว้ซึ่งศีลธรรมและวัฒนธรรมอันดีของประเทศ 

นอกจากนี้ทางพรรคจะมีการเสนอญัตติด่วน เกี่ยวกับการหาแนวทางการบริหารจัดการการดับเพลิงจากกรณีศึกษาเยาวราช เพื่อให้เกิดแผนปฏิบัติการในตลาด ชุมชนเก่าแก่ที่มีกระจายอยู่ทุกภูมิภาคทั่วประเทศเป็นการวางแผนแก้ไขปัญหาเชิงรุก เพื่อสร้างความมั่นใจแก่พี่น้องประชาชนถึงความมั่นคงปลอดภัยในครัวเรือน

ทั้งนี้ ในที่ประชุมของทางพรรคยังได้มีการแสดงความเห็นถึงการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติอื่น ๆ เช่น ร่างพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ,ร่างพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และร่างพระราชบัญญัติสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่ค้างจากการพิจารณาในสัปดาห์ที่ผ่านมา 

‘กลุ่ม Clean Politic’ เดินหน้าฟ้อง ‘กกต.’ เอาผิดมาตรา 157 เหตุจัดการเลือกตั้ง ’สว.‘ มีมลทิน จ่อเอาใบแดงไปมอบให้พรุ่งนี้

(10 ก.ค.67) นายจาตุรันต์ บุญเบ็ญจรัตน์ เลขาธิการกลุ่ม Clean Politic เปิดเผยว่า ตนในฐานะอดีตผู้สมัคร สว.คนหนึ่ง และได้รับผลกระทบจากการจัดเลือก สว.ที่ผ่านมา เป็นการเลือกที่มีข้อครหามากมาย มีเรื่องร้องเรียนผ่าน กกต.กว่า 700 เรื่อง มีคนร้องเรียนผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน ตนเองไปร้องต่อศาลปกครองสูงสุดให้ไต่สวนฉุกเฉินและคุ้มครองการรับรองผลการเลือกของ กกต.

“ถ้าพิจารณากันอย่างใช้สามัญสำนึกธรรมดา การเลือก สว.ครั้งนี้ ไม่บริสุทธิ์ เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย ผมจึงเดินหน้าฟ้อง กกต.ฐานผิดมาตรา 157 ปฏิบัติหน้าที่ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ”

โดยในวันพฤหัสบดีที่ 11 กรกฎาคม เวลา 10.00 น. ตนจะเดินทางไปยังสำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการ อาคาร B เพื่อเอาใบแดงไปมอบให้ กกต.พร้อมกับข้อเรียกร้องให้อดีตผู้สมัคร สว.ทั่วประเทศมอบใบแดงให้กับ กกต.ด้วยการเดินหน้าฟ้อง กกต.ตาม ม.157 เหตุจัดการเลือกตั้งมีมลทิน ในการลงสมัคร ผู้สมัครเชื่อว่า กกต.จะจัดการเลือกให้บริสุทธิ์ โปร่งใส เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย กกต.ก็เคยออกมาบอกว่ารู้ข้อมูลทุกอย่าง จ้องจะฟันโน้นฟันนี้ แต่สุดท้ายไร้น้ำยาเหมือนเดิม เหมือนการจัดเลือกตั้ง สส.คนรู้กันทั้งประเทศว่ามีการซื้อเสียงทุกหย่อมหญ้า แต่ กกต.ไร้น้ำยา ทำอะไรใครไม่ได้เลย ปล่อย สส.มีมลทินเข้าไปเต็มสภา

นายจาตุรันต์ กล่าวอีกว่า การเลือก สว.ก็เหมือนกัน สุดท้ายได้ สว.ที่หนีไม่พ้นบ่วงกรรมวงจรอุบาทว์จากการเมือง ได้คนที่เชื่อมโยงกับกลุ่มก้อนทางการเมือง บางคนก็ไม่ใช่ตัวแทนของกลุ่มอาชีพที่แท้จริง

“กกต.เองก็พอจะรู้บ้างว่าอะไรเป็นอะไร การประชุมเพื่อพิจารณารับรองผลการเลือก สว.ถึงสองวัน จึงยังไม่กล้ามีมติออกมา ต้องให้ฝ่ายสำนักงานไปหาข้อมูลเพิ่มเติมมาชี้แจงอีก” นายจาตุรันต์ กล่าว

สมาคมแม่บ้านตำรวจนครบาล ร่วมกิจกรรมจิตอาสา “อคฝ. รวมใจบริจาคโลหิตต่อชีวิตผู้ป่วย” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสวันเฉลิม พระชนมพรรษา28 กรกฎาคม 2567

เมื่อวานนี้ (9 ก.ค.67) เวลา 10.00 น. ณ อาคารศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย คุณดรุณวรรณ พึ่งทรัพย์ ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจนครบาล, พล.ต.ต.ชัยกฤต โพธิ์อ๊ะ ผบก.อคฝ., คุณปณิศา ประภาศิริ ประธานแม่บ้านตำรวจนครบาล 3,คุณฑิฆัมพร อรุณคีรีโรจน์ ประธานแม่บ้านตำรวจนครบาล 7,คุณอิศราภรณ์ แสนสิ่ง ปฏิบัติหน้าที่แทนประธานแม่บ้านตำรวจนครบาล 6/เลขานุการชมรมแม่บ้านตำรวจนครบาล,คณะแม่บ้านตำรวจนครบาล และข้าราชการตำรวจ ในสังกัด บก.อคฝ.ร่วมกิจกรรมจิตอาสา “อคฝ. รวมใจบริจาคโลหิตต่อชีวิตผู้ป่วย” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสวันเฉลิม พระชนมพรรษา28 กรกฎาคม 2567

ณ อาคารศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top