Friday, 5 June 2026
แจ็ค รัสเซล

มาตรา 112 คนดีๆ ไม่สะท้าน มีแต่ 'ผีห่าซาตาน' ที่ต้องกลัว

หากจะพูดเป็นประสาชาวบ้านเปรียบเปรยให้เข้าใจง่าย ๆ กฎหมายมาตรา 112 ก็คือ 'ยันต์ปราบผี' ดี ๆ นี่เอง มีฤทธิ์ในทางปกป้องบ้านเรือน และผู้คนที่คิดดีต่อแผ่นดิน เพื่อให้ประเทศชาติดำรงอยู่อย่างมั่นคง 

ขึ้นชื่อว่าคนปกติธรรมดาที่คิดดี ทำดี ปฏิบัติในทางชอบธรรม ไม่คิดเบียดเบียนทำร้ายใคร จะไม่มีใครต้องเกรงกลัว หรือเกี่ยวข้องให้ชีวิตต้องพานพบกับความยากลำบากเลย 

ตายแล้วเกิดใหม่อีก 100 ชาติ ก็จะเป็นเหมือนเดิม!!

คงมีแต่พวกฝีเปรต ผีห่า ผีบาป ผีบ้า ผีสามนิ้ว ผีกลัวติดคุก ผีลืมชาติกำเนิด ผีเนรคุณแผ่นดิน ผีสาดสีธงชาติ ผีขีดเขียนกำแพงวัดพระแก้ว ผีล้มสถาบัน ผีหมิ่นเบื้องสูง ผีขี้ข้าตะวันตก ผีหนีการเกณฑ์ทหาร ผีลิงหลอกเจ้า ผีเบาปัญญา ผีกลิ้งกลอก ผีปั่นหัวเด็ก ผีหลอกใช้พวกอยากมีตัวตน ผีพูดอย่างทำอีกอย่าง ผีไม่กล้ายอมรับความจริง ผีโกหกไปเรื่อย ๆ และผีปากกล้าแต่ขาสั่นเท่านั้นที่ต้องหนาวสะท้าน สั่นไหว เพราะกลัว 'ยันต์ปราบผี' มาสะกด ไม่ให้ต้องผุดต้องเกิดอยู่ใน 'คุกตะรางขังผี' แบบยาว ๆ 

สุจริตชน คนบริสุทธิ์ใจ ถ้าไม่ทำตัวเป็นผีชั่ว ก็ไม่ต้องกลัวอำนาจของ 'ยันต์ปราบผี' นี้เลย กลับจะต้องช่วยกันปกป้อง รักษา ดูแลไม่ให้ 'ยันต์ศักดิ์สิทธิ์' ถูกพวกผีร้ายมาฉีกทำลายให้สูญสิ้นไป 

เป็นเรื่องง่าย ๆ เข้าใจง่าย ๆ ว่าทำไมขึ้นชื่อว่าคนถึงอยากให้มี 'ยันต์ปราบผี' ติดข้างฝาไว้ในทุกบ้าน เพราะบ้านไหนมียันต์ บ้านนั้นก็ไม่ใช่ผีดังที่กล่าวมา

แต่บางคน บางบ้าน ก็ชอบและแอบเชียร์ผี ขณะเดียวกันก็แขวน 'ยันต์ปราบผี' ไว้ในบ้านให้ผู้คนที่พบเห็นเกิดคำถามขึ้นในใจเล่น ๆ แท้จริงคือชอบตีสองหน้า หวังเข้าได้กับทุกฝ่าย หาก 'สังคมคน' พบเห็นก็จะได้ต้อนรับเพราะคิดว่าเป็น 'พวกเดียวกัน' แต่ลับหลังก็แอบสนับสนุนเหล่าผี ๆ ให้กระทำย่ำยี 'ยันต์ปราบผี' ให้สิ้นซาก

ผี...ที่ว่าน่าถอยออกห่างแล้ว คนที่แอบสนับสนุนผี แต่ไม่กล้าเปิดเผยตัวตน ย่อมสกปรกกว่าเป็นร้อยเท่า และไม่น่าคบค้าสมาคมให้เสียเวลา

พรรคอันดับ 14 ล้านเสียงสนับสนุน เดินหน้าล้ม 112 พรรคอันดับรอง 10 ล้านเสียง ขายข้าว 10 ปี

ผมนั่งมองดูประเทศของตัวเองในห้วงเวลานี้แล้ว เกิดความรู้สึกเศร้าใจลึก ๆ อย่างบอกไม่ถูก เห็นรัฐบาล 'ถุงเท้าแดง' ก็ไม่ต่างจาก 'นายกนอมินี' ในอดีตที่ผ่านมา เดินหน้าทำตามคำบัญชาของคน 'เหนือนายก' เพื่อผลประโยชน์เข้าตระกูลไม่หยุดหย่อน ประเทศชาติจะเสียหายอย่างไรก็ช่าง 

เอาแค่เรื่อง 'ข้าวค้างโกดังบาป 10 ปี' คนในรัฐบาล หรือ 'ตระกูลชั้น 14' เองยังไม่กล้าหุงข้าวและกินโชว์ แต่จะเข็นออกประมูลขายให้ได้ ประเทศใดจะซื้อไว้กิน จะป่วยไข้ เป็นโรคร้ายเพราะ 'ข้าวเน่า' ประเทศไทยจะถูกตราหน้าว่า 'ขายข้าวคุณภาพต่ำ' ก็ไม่สนใจ 

เงินมหาศาลสร้างอำนาจอันมหึมาให้กับคน ๆ หนึ่งได้จริง แม้จะทำผิดกับประเทศชาติ ทรยศประชาชน ไร้สัจจะ คอร์รัปชัน โกงกิน จนต้องหนีคดีไปนาน ก็ยังมี 'คนจำนวนไม่น้อย' คอยยกหาง และถวายชีวิตช่วยเหลือ แม้กระทั่งประชาชนคนไทยที่ถูกกระทำโดยตรงจากการบริหารบ้านเมืองก็ยัง 'ลืมง่าย' ช่วยกันกาเลือก 'พรรคเผาเมือง' กลับมาผงาดจนสร้างปัญหาได้อีกในปัจจุบัน

คำถามคือ เมื่อไหร่คนไทยถึงจะเข็ด คิดได้ และคิดเป็นกันเสียที? 

มาดูอีกพรรคที่ได้คะแนนเสียงอันดับหนึ่ง แม้จะไม่ได้เป็นรัฐบาล แต่การเป็นฝ่ายค้านก็ไม่มีศักยภาพที่คนไทยจะหวังพึ่งพาอะไรได้ เพราะวัน ๆ นอกจากจะเดินหน้า 'ล้างสมองเด็ก' ลงลึกถึงเยาวชนของชาติทุกระดับเพื่อให้ 'เกลียดชังสถาบัน' และพยายามโค่นล้มกฎหมายมาตรา 112 ก็ไม่เคยเห็นผลงานอะไรที่สร้างสรรค์ เป็นชิ้นเป็นอัน และมีคุณค่ามากพอจะทำให้สังคมไทยน่าอยู่ขึ้นมาบ้าง 

มองเข้ามาก็จะเห็น 'ความป่วยไข้' ของคนไทยในมิติที่ชัดมาก ป่วยที่ลืมง่าย ป่วยที่ไม่ละเอียดกับอะไรเลย ป่วยที่คิดไม่เป็นจนไม่รู้ว่าอะไรดีอะไรเลว ป่วยที่ลืมรากเหง้าของตัวเอง และป่วยถึงขนาดที่ไม่รู้ว่าสิ่งที่ตนเองเลือกเข้ามากำลังทำให้ประเทศชาติย่อยยับ 

พูดอีกกี่ครั้งก็คงเหมือนเดิมประมาณว่า นักการเมืองเลว ๆ ในบ้านเราไม่ได้ฉลาดล้ำ ค่อย ๆ มองก็จะพบคำตอบโดยง่าย วิธีคิดในการโกงชาติโกงแผ่นดินก็ไม่ต่างจากเดิม แต่เพราะเรามีประชาชนที่ 'โง่กว่า' อาศัยอยู่ในประเทศไทยในจำนวนที่มาก เราถึงยังคงได้ 'นักการเมืองที่ไม่ฉลาด' มาบริหารประเทศชาติเหมือนในขณะนี้  

อยากให้นักการเมืองเลว ๆ หมดจากแผ่นดิน ก็แค่กำจัด 'ประชาชนโง่ ๆ' ให้หมดไปจากสังคมไทย 

ฝากพรรคที่มุ่งขายข้าวเก่า หุงมาให้ประชาชน 24 ล้านคนกิน ก็คงจะดี 

โจรกบฏที่ถูกเลือกมาจากพี่น้องประชาชน หวังถอนทำลาย 112 ให้ 'สถาบันฯ' สิ้นสูญ

พรรคการเมืองพรรคหนึ่งที่โกหกสังคมเป็นอาชีพ นอกจากมีเป้าหลักที่หวังจะล้มล้างการปกครองของไทยให้ได้ ถึงวันนี้ก็ยังคงโป้ปดออกสื่อหลอกต้ม 'สาวกทึ่ม ๆ' ให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับกฎหมายมาตรา 112 ไม่เลิกรา ด้วยยอดเขาลูกใหญ่ยังโค่นล้มไม่สำเร็จ ก็ใช้วิธีขุดแซะดินรอบ ๆ เนินให้กร่อนทีละนิด ดีกว่าปล่อยเวลาชั่วไปเสียเปล่า

เมื่อเลือกจะรับบทเป็น 'โจรรับจ้างต่างแดน' เพื่อล้มบ้านล้มสถาบันของตัวเองแล้ว ก็ต้องไปให้สุด เพราะทุกยุคสมัย 'โจรกบฏคิดคดต่อชาติ' อายุขัยมักจะสั้น ถ้าไม่ได้เป็นใหญ่ในแผ่นดินโดยเร็ว ก็มีลูกกรง กับลูกปืนถามหาเท่านั้น เดิมพันนี้จึงมีทางเลือกไม่ค่อยมาก 

เห็นชัดเจนว่าการได้เข้ามาเป็น สส. กินเงินเดือนจากภาษีของประชาชน แต่วัน ๆ กลับไม่คิดจะใช้สติปัญญาทำคุณประโยชน์ให้กับบ้านกับเมือง ไม่มีอะไรเป็นแก่นสาร มีแต่เรื่องมัวหมองจนเป็นคดีความติดตัวต้องเดินขึ้นศาลไม่รู้กี่คนต่อกี่คน ถือเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ที่ใหม่แต่ชื่อ แต่ฝีมือล้วนต่ำกว่ามาตรฐาน ผิดจากที่คุยโวเอาไว้ชนิดหน้ามือกับหลังเท้าเลยทีเดียว 

คนที่จะมาเป็นผู้แทนราษฎร สมควรต้องเป็นคนที่มีมาตรฐานทางจริยธรรมสูงกว่าคนปกติทั่วไป เพราะถูกเลือกมาจากพี่น้องประชาชนให้มาทำหน้าที่แทนเขา 

มิใช่เป็นผู้กระทำผิดกฎหมายเสียเอง?! 

ยิ่งเป็นกฎหมายมาตรา 112 อันเกี่ยวข้องกับสถาบันเบื้องสูง และผูกโยงไปถึง 'ความมั่นคง' ของชาติโดยตรง นอกจากไม่สมควรไปเกี่ยวข้องในทางหมิ่นเหม่ให้สังคมต้องมีคำถาม ยังต้องสนับสนุนกฎหมายมาตรานี้ให้มีอยู่อย่างเข้มแข็ง ต้องคอยปกป้องสถาบันให้ปลอดภัยจากกลุ่มคนที่มาอาฆาตมาดร้าย เพราะคนที่ไม่มีอคติ ไร้ความอิจฉาริษยาชีวิตของคนอื่น หรือรับงานใครมาเพื่อเดินหน้าเซาะกร่อนสถาบัน มีหรือที่จะโดนมาตรา 112 

กฎหมายมาตราไหนก็รังแกใครไม่ได้ ถ้าไม่มีใคร 'เดินแกว่งเท้าโง่ ๆ' เข้าไปหามัน 

คนไทยแบบไหนกันนะที่เอาแต่เดินหน้าใส่ร้ายกฎหมาย ที่สร้างมาไว้เพื่อปกป้องคุ้มครองสถาบันหลักของชาติ ถ้าไม่ใช่คนคิดชั่ว หัวใจคด ทรยศแผ่นดิน 

แล้วจะต่างอะไรจากการเป็น 'นักการเมืองก่อการร้าย'

เกลียดทหาร แต่กลับแสดงแต่พฤติกรรมที่ล่อทหารชัด ๆ 

หลอกต้มคนตาย หลอกใช้คนเป็น ความสามารถอันโดดเด่นของพรรคล้มเจ้า

ถ้าเราจะจำกันได้ สมัยที่กลุ่มแก๊ง 'ทะลุวัง' ยังฮอต ๆ มีข่าวออกตามหน้าสื่อถึงพฤติกรรมการกัดเซาะ ดูหมิ่น เหยียดหยามต่อสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างไม่เกรงกลัว หนึ่งในแบ็กอัปที่คอยสนับสนุนเด็กหัวรุนแรงกลุ่มนี้อย่างเขิน ๆ ก็คือพรรคการเมืองพรรคหนึ่งที่มีเป้าหมาย 'ล้มล้างสถาบัน' โดยหวังจะให้ระบบการปกครองแบบเก่าที่หล่อหลอมจนสร้าง 'แผ่นดินชาติ' มาจนสำเร็จ หายไปจากความทรงจำอันงดงามของคนไทย 

พรรคการเมืองพรรคนี้ โปรโมตตนเองว่าเป็น 'คนรุ่นใหม่' เข้ามาเพื่อจะกำจัด 'นักการเมืองน้ำเน่า' ที่ชอบพูดโกหก กลับไปกลับมารายวัน อย่างที่เรา ๆ ท่าน ๆ ทราบกันดี 

แต่ก็หาได้เป็นเช่นนั้นไม่?

นอกจากวาทกรรมปลิ้นปล้อน กลิ้งกลอก ที่ฉายโชว์ให้สังคมเห็นผ่านเรื่องราวโง่ ๆ รายวัน คุณสมบัติที่ทั้ง 'บาปและเลว' อย่างโดดเด่นที่คนไทยไร้อคติรู้กันดีก็คือการเดินหน้า 'ล้างสมอง' และ 'หลอกใช้เด็ก' ให้กระทำการหมิ่นเหม่ต่อมาตรา 112 เพื่อจะสั่นสะเทือนไปถึงสถาบันที่ตนเองเกลียดชัง ไม่ว่าจะเป็นการวางเพลิงพระบรมฉายาลักษณ์ ชุมนุมสามนิ้วในที่สาธารณะด้วยการพูดให้ร้ายสถาบัน ก่อกวนขบวนเสด็จ ขีดเขียนกำแพงวัดพระแก้ว และอื่น ๆ อีกมากมายที่ไม่เคยเกิดขึ้นในยุคสมัยใดมาก่อน 

ทันทีที่เด็ก ๆ โดนคดี 112 ถูกจับเข้าตะราง ก็ฉวยใช้ภาพ 'เด็กติดคุก' ว่าถูกมาตรา 112 ทำร้ายให้เด็กต้องเสียประวัติ แต่ไม่เคย 'ห้ามปราม' เวลาที่เด็กทำเลวกับสังคมเลยสักครั้งเดียว 

เมื่อศาลปล่อยตัวชั่วคราว ให้โอกาส 'เด็กเดน' ออกมาเรียนหนังสือ แต่ 'เด็กสามนิ้ว' เหล่านี้ก็เลือกจะทำผิดซ้ำ ๆ ในแบบเดิมอีก จนศาลต้องมีคำสั่งให้ 'ขังยาว' กันหลายคน เมื่อ 'เด็กชังสถาบัน' ต้องจมอยู่ในคุก พรรคการเมืองพรรคนี้ก็ยังด่ากระบวนการยุติธรรมไทยว่า 'ทำร้ายเด็ก' และโทษมาตรา 112 ที่เป็นปัญหาทำให้เด็กเหล่านี้ต้องหมดอนาคต 

ไม่กี่วันที่ผ่านมา หญิงสาววัยเกินเด็กคนหนึ่งอยู่ในกลุ่มแก๊ง 'ทะลุวัง' ได้เสียชีวิตขณะติดคุก พรรคการเมืองที่กระหายการหลอกใช้มนุษย์เป็นเครื่องมือ ก็ยังไม่ละเว้นคนที่ตายไปแล้ว ยังอ้างว่าเพราะ 112 จึงทำให้มีคนตาย 

เฮ้อ!! คนเราถ้าจิตใจไม่ชั่วถึงขนาดตั้งใจไปหมิ่นประมาท หรืออาฆาตมาดร้ายสถาบัน รับประกันว่าไม่มีทางเฉียดใกล้ 

จึงมีแต่โจรเท่านั้นที่ดิ้นจะแก้กฎหมายเพื่อให้ง่ายในการล้มล้างการปกครอง ^^

จาก 'โกงจำนำข้าว' ถึง 'โกงการกินข้าว' เรื่องยากๆ ที่นักการเมืองเนรมิตได้ง่ายๆ

ถ้าเป็นประเทศอื่น ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นประเทศใหญ่ หรือเป็นมหาอำนาจ เพียงแค่ประชาชนในชาติ 'คิดเป็น' จะทำให้การสัมผัสนักการเมืองที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต คอร์รัปชัน หรือหนีคดีเพียงครั้งเดียว ก็ไม่มีทางที่จะพร้อมใจกันไปกาเลือกให้เข้ามามีอำนาจอีกครั้งเป็นแน่แท้

แค่นี้ประเทศชาติก็เจริญได้ไวแล้ว!!

'คนที่คิดเป็น' จะมาพร้อม 'สติปัญญา' และ 'สามัญสำนึก' ที่สูงมากพอ 

ประชาชนเช่นนี้เท่านั้นที่จะทำให้ประเทศชาติปลอดภัยจากนักการเมืองเลว ๆ 

แต่สำหรับประเทศไทย นอกจากจะมีนักการเมืองที่ 'นรกสั่งมาเกิด' หมุนเวียนเข้ามารุมกินโต๊ะประเทศทุกยุค เรายังมีเหล่าประชาชนที่ 'หูหนวกตาบอด' อ่านไม่ออก ดูไม่เป็น วิเคราะห์ไม่ขาด ไม่เข็ดไม่จำ มองเห็น 'เลวเป็นดี' อยู่มากเกินควร เราทุกคนจึงต้อง 'รับผลกรรม' นี้ไว้ร่วมกัน

พรรคการเมืองพรรคหนึ่ง เคยโดนคดีโกงจำนำข้าวจนอื้อฉาวไปทั่วโลก แถมมีอดีตนายกฯ ทำผิดกฎหมายจนต้องหนีคดีไปต่างประเทศถึงสองคน

พฤติกรรมเลวร้ายขนาดนี้ ถ้าเรามีประชาชนที่ 'คิดเป็น' จำนวนมากกว่าประชาชนที่ 'เบาปัญญา' พรรคการเมืองนี้จะไม่มีทางกลับมาเรืองอำนาจได้

เมื่อเข้ามาใหญ่จนถึงขนาดได้เป็นรัฐบาล ก็แสดงบทบาทเก่าๆ นั่นคือการ 'หลอกต้มประชาชน' ราวกับว่าประชาชนคนในชาตินั้นต่างกินหญ้ากันทั้งหมด แท้ที่จริงหญ้าที่เป็นอาหารของวัวควาย น่าจะให้กับ 'คนกลุ่มหนึ่ง' ที่ยังคงสนับสนุนพรรคการเมืองพรรคนี้กินน่าจะถูกปากกว่า 

ที่น่าทุเรศกว่านั้น การจัดอีเวนต์ 'กินข้าวโชว์' ที่มี 'รัฐมนตรีทาสรับใช้เทวดา' ร่วมกับ 'สื่อไร้สมอง' บางสำนัก โชว์การกินข้าวค้างสต็อกในโกดังบาปยาวนานถึง 10 ปี การันตีว่ากินได้ ปลอดภัยไม่เป็นอันตราย เพียงเพื่อจะฟอกความผิดให้ 'โจรหนีคดี' ที่กำลังรอการกลับประเทศโดยไม่ต้องเข้าปิ้งตามรอย 'โจรผู้พี่' ที่ทำสำเร็จมาก่อนหน้า 

ข้าวเน่าค้างเก่า 10 ปี ถ้าอยากให้สังคมเชื่อว่ากินได้จริงนั้นง่ายนิดเดียว แค่ Live สด ตั้งแต่การหุง แล้วนำไปให้เทวดาและสุนัขรับใช้ กินโชว์ออกสื่อทุกวัน มาดูว่าสามวันห้าวัน เทวดาหรือสุนัขใครจะตายด้วย 'พิษข้าวเน่า' ก่อน

ถ้าเกินเจ็ดวัน ทั้งเทวดาและสุนัขรับใช้ปลอดภัยดี ผมจะขอมาหุงกินด้วยคน 

เมื่อ 'ลัทธิตลกบูลลี่' อ้าง!! 'กัดเซาะ-เหน็บกัด' เศรษฐกิจพอเพียง แค่คิดกันไปเอง แต่ไฉนไม่เคยส่งเสียงละเลง!! 'สส.หนีทหาร-ลัทธิจานบินปล้นเงินคนป่วย'

เรื่องของ ‘ตลกไม่รู้จักพอ’ รายหนึ่งที่กลายเป็น Talk of the town ตลอดสองสามวันที่ผ่านมา ไม่ได้สร้างความประหลาดใจให้กับผมมากนัก เพราะเห็นวิธีในการคบค้าสมาคมกับคนดังตลอดหลายช่วงเวลาที่ผ่านมา ก็พอจะเห็น ‘ตัวตนของตลก’ ได้ไม่ยากเย็น ซึ่งไม่ได้เป็นไปในแบบที่ต้องกับรสนิยมของผมสักเท่าไหร่  

ผมยังรู้สึกดีที่ไม่เคยหลงใหลได้ปลื้มถึงขั้นตามซื้องานเขียนหนังสือ หรือตามเก็บผลงานการแสดง ‘เดี่ยวหน้าม่าน’ ของเขา จะยกเว้นก็เพียงหนังไทยที่เขาแสดง นั่นเพราะผม ‘รักหนังไทย’ จึงตามอุดหนุนดีวีดีหนังไทยทุกเรื่องอยู่แล้วเป็นปกติ จึงมีหนังไทยที่ ‘ตัวตลกแสดงนำ’ มาเก็บไว้ตั้งแต่เรื่อง ‘กล่อง’ ในปี 2541 เรื่อยมา 

ย้อนไปราวยี่สิบห้าปีก่อนในวันที่ ‘ตลกจอมบูลลี่’ เริ่มจะมีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นมาในฐานะ ‘วันแมนโชว์’ ห้วงเวลานั้นไม่ได้มีท่าที หรือแสดงความคิดดูหมิ่นแตะถึงสถาบันเบื้องสูงผ่านเรื่องเล่าของเขาบนเวที ‘เดี่ยวไมโครโฟน’ สักครั้งเดียว จะมีก็แต่พาดผ่านไปยังบุคคลที่มีชื่อเสียงในสังคม นักการเมือง หรือรัฐบาลในฝั่งฟากที่ตนเองไม่ได้เชียร์ เป็นต้องหยิบมาพูดตอกย้ำถึงจุดด้อยเพื่อแลกกับเสียงหัวเราะของเหล่า ‘มหาชนคนดู’ ที่อาจจะคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกัน 

แต่เราจะไม่เคยเห็น ‘ตลกนักเล่า’ รายนี้ หยิบประเด็น สส.หนีการเกณฑ์ทหาร, นักโทษเทวดาบนสวรรค์ชั้น 14, พรรคการเมืองที่มีอดีตนายกหนีคดีถึง 2 คน และนายไชยบูลย์ ธรรมไชโย ผู้นำลัทธิจานบินที่ปล้นเงินคนป่วย มาพูดถึงบนเวทีบ้าง ทั้ง ๆ ที่เป็นสิ่งที่สร้างความเลวร้ายให้กับสังคมไทยไม่ต่างกัน 

ที่แย่กว่านั้น สิ่งที่เราเห็นในวันนี้กลับคือการแสดงออกเพื่อกระทบกระเทียบถึงคำว่า ‘ความพอเพียง’ ที่ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ท่านทรงคิดค้นและบันทึกไว้ให้เป็นแก่นของการดำเนินชีวิตของคนไทย ทำให้คนไทยที่รักสถาบันต่างเกิดความแคลงใจ และไม่สบายใจ  

เหตุการณ์นี้ใครที่บอกว่า ‘หัวใจของตลก’ บริสุทธิ์ ไม่ได้คิดเกินเลยไปไกลขนาดนั้น พวกที่คลั่งคำว่า ‘พอเพียง’ ต่างหากที่ทนไม่ได้และบ้าบอกันไปเองก็มีแค่คนสองประเภท หนึ่งนั้นคือพวกนิยมสีส้ม ที่ใจคิด ปากพูด มือทำ แต่ไม่เคยกล้ายอมรับความจริงในใจ และมักจะมีนิสัยย้อนแย้งเป็นสันดาน 

ส่วนสองนั้นคือพวก ‘เบาปัญญา’ มักจะ ‘หัวเราะปากหวอ’ กับทุกเรื่องเวลาที่ตลกกัดแซะคน จนลืมไปว่าหากรู้ไม่เท่าทัน ‘หัวใจของตลก’ บางคนนั้นอาจเป็นคนที่มีความหมายต่อความเป็นชาติ และสำคัญกับชีวิตของคนไทยมากมายเพียงใด 

เช่นนี้จึงเป็นเสียงหัวเราะที่แสนจะอัปยศ และเนรคุณ

'ประเทศไทย' ไม่ตกต่ำ เพราะนักการเมืองชั่ว แต่อาจพังพินาศ เมื่อมีคนมัว 'หลงเลว' ไม่เลิก

คนไทยยุคสมัยนี้มีจำนวนไม่น้อย มักจะยึดเอา 'สิ่งที่ถูกใจ' วางอยู่เหนือ 'ความถูกต้อง' เป็นเหตุให้บ้านเรามีแต่ความขัดแย้ง ขาดความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เรื่องที่ดูง่ายที่สุด คือ เรื่องรสนิยมในทางการเมือง 

คนส่วนใหญ่ไม่ว่าจะชอบพรรคการเมืองใด ก็จะ 'หน้ามืดตามัว' ใครจะมาแตะต้องก็จะออกหน้ารับแทน เวลาพรรคการเมืองที่ตนเองเชียร์ทำผิดขนาดว่ามีหลักฐานมัดแน่น ก็ยังกล้ามาแก้ตัวให้แบบข้าง ๆ คู ๆ 

ส่วนพวกที่ 'หน้าไม่ด้านพอ' ก็มักจะหายศีรษะไปเงียบ ๆ หันไปสายลมแสงแดดก่อน รอเวลาที่พรรคของตัวเองทำเรื่องดี ๆ เกิดขึ้น ก็จะพากันออกมา 'รวมพลังบาป' เขียนชื่นชมจนเกลื่อนโซเชียล คนที่เลือกเป็น 'ทาสพรรคการเมือง' ก็มักจะมีพฤติกรรมเน่า ๆ เช่นนี้ให้เห็นเสมอ 

หาได้น้อยมาก ๆ ที่เราจะเห็น 'คนเต็มคน' ดำเนินชีวิตไปด้วยวิจารณญาณ ที่เวลาจะรักใคร สนับสนุนใคร ก็ด้วยเหตุผลที่มาจาก 'ความจริงแท้' มิใช่เมื่อพบเห็นว่าทำชั่วกับสังคม ทำผิดกฎหมายบ้านเมือง ทรยศประชาชนด้วยกันแล้ว ก็ยังปกป้องชนิดไม่ลืมหูลืมตา

ตัวอย่างง่าย ๆ ขนาด 'นักโทษหนีคดี' เจ้าของพรรคเผาเมืองตัวจริง พูดจาโกหก หลอกลวงคนไทยมานับไม่ถ้วน ก็ยังมี 'ประชาชนผู้เบาปัญญา' หลงเชื่อขี้ปาก ลืมสิ้นความเลวที่เคยทำไว้กับแผ่นดินไทย พากันโหมกาเลือกจน 'พรรคโกงจำนำข้าว' สามารถกลับมามีอำนาจต่อรองได้อีกครั้ง 

ตัวอย่างถัดมา พรรคการเมืองรุ่นใหม่ ที่เดินหน้า 'ล้มล้างสถาบัน' เป็นงานหลัก 'ซุกกระโปรงเด็กให้ทำชั่วแทน' เป็นงานรอง มี สส. หนีการเกณฑ์ทหาร ทั้งผิดกฎหมาย ผิดจริยธรรมรุนแรง ยังถือเป็นการ 'เอาเปรียบชายไทยร่วมชาติเดียวกัน' อย่างหน้าด้าน ๆ หลอกคนทั้งประเทศเพื่อเข้ามากินเงินเดือนจากภาษีอันเหนื่อยยากของประชาชน คนที่รักความชอบธรรม มีสำนึกของความเป็นคน ก็ไม่ลืมที่จะร่วมมือกันเอาผิด ยกเว้น 'คนใจบอด' ที่ยังคงส่งเสียงให้กำลังใจ 'สส.หนีทหาร' ไม่เว้นวัน 

ผมค่อนข้างเชื่อว่าประเทศไทยจะไม่มีวันตกต่ำยากแค้นเพราะ 'นักการเมืองชั่ว' แต่แผ่นดินทองจะพังพินาศเพราะเรามี 'ประชาชนที่โง่'

คนโง่ที่ยัง 'หลงเลวไม่เลิก' ต่างหาก ที่เป็นอันตรายตัวจริง 

เมื่อคนจุฬาฯ (ส่วนหนึ่ง) เลือกเนรคุณสถาบันฯ ก็ควรกล้าหาญลงชื่อคืนของสูงกลับสู่แผ่นดิน

ผมอยากให้ครูอาจารย์สามนิ้ว และนักศึกษาจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยที่แอบสนับสนุนการล้ม 112 หรือสมคบคิดกับพรรคการเมืองล้มล้างสถาบันกษัตริย์ ถ้าอยากอยู่อย่างคนที่มีศักดิ์ศรี งามสง่าในความเป็นมนุษย์ ก็โปรดลงชื่อคืนแผ่นดินให้กับสถาบันเถิด หรือไม่ก็ควรลาออกจากมหาวิทยาลัยนี้ก็ได้ 

เพราะในเมื่อเกลียดเจ้าของที่ ก็อย่าเอาเท้าที่คิดว่าสะอาดของตัวเอง ไปเหยียบ ไปเดิน บนแผ่นดินของเขา หรือใช้ชื่อตราของเขาฉายโชว์เพื่อเฉิดฉายตัวตนอวดสังคม 

มันจะเข้าทำนองเกลียดตัวแต่กินไข่ หรือไม่ก็กินบนเรือนขี้รดบนหลังคา มีคนดี ๆ ที่ไหนเขาทำกัน? เพราะมันดูย้อนแย้งสิ้นดี!

เจ้าของแผ่นดินชาติตัวจริง เขาจะได้นำผืนดินผืนนี้ไปสร้างประโยชน์ให้กับกลุ่มคนที่เขารักชาติ-สถาบัน ซึ่งเชื่อว่าจะเกิดประโยชน์ เกิดความรัก เกิดความสามัคคีในคนหมู่มากที่ 'คิดเป็น' มากกว่า

การทำตัวเป็นคนเนรคุณสถาบัน แอบเซาะกร่อน จาบจ้วง ผ่านพฤติกรรมอันหยาบช้าอยู่บ่อยครั้ง ทั้ง ๆ ที่จุดกำเนิดของการสร้างมหาวิทยาลัยก็มาจากน้ำใจของพระมหากษัตริย์ไทยโดยแท้ ยังกล้าเนรคุณนั้น ผมกล้าพูดเลยว่าเจ้าตูบที่บ้านของผมยังมีหัวใจกตัญญูรู้คุณคนมากกว่าเลย 

แต่นี่ใช้ชื่อความเป็นจุฬาฯ มาทำมาหากิน แสวงหาความอยู่รอดในสังคม แต่กลับทำตัวต่ำช้า คอยเหยียบย่ำสายเลือดของผู้ให้กำเนิดมหาวิทยาลัยของตัวเอง

น่าละอาย น่ารังเกียจ และน่าทุเรศที่สุด!!

แนะนำว่า คืนแผ่นดินให้กับสถาบันแล้วก็ให้ไปลงชื่อขอที่ดินจาก 'ศาสดาส้ม' ที่พวกคุณยกย่อง ไปสร้าง 'มหาวิทยาลัยสามนิ้วใหม่' ได้เลย แล้วเอา 'ตราพระเกี้ยว' อันสูงส่งออก ใส่ตราสามเหลี่ยมหัวแหลมคล้ายตูดลิงเข้าไปแทน

ถ้าไม่กล้าคืน ก็อย่าริเรียกตนว่าเป็น 'คนจุฬาฯ' อย่าบังอาจเอาชื่อที่งามสง่ามาใช้ป้องปิดหัวใจบาปของตัวเอง

เมื่อสถาบันฯ มอบความรัก ความสงบสุข ปลุกคนเทียมคน แล้วเหตุไฉนคนไทยผู้จงรักภักดีต่อชาติ จะมิ 'กตัญญู'

พระมหากษัตริย์ไทยประกาศ 'เลิกทาส' ให้พี่น้องคนไทย รวมถึงคนต่างแดนหลากหลายเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ที่อาศัยอยู่เดิม และที่เดินทางเข้ามาหวังจะตั้งรกรากในผืนแผ่นดินไทยทุกคนได้มีที่ทำกินอย่างเท่าเทียม และเสรี

ทั้งยังมอบความรัก ความสงบสุขร่มเย็น ให้เรารู้สึกปลอดภัย มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี มีความเป็น 'คนเทียมคน' จนเกิดความรู้สึกภาคภูมิใจในตัวเองตามมา

สถาบันพระมหากษัตริย์ไม่เคยทำร้ายคนไทยที่คิดดีต่อสถาบันฯ และเราก็ไม่ควรคิดล้มล้างทำลายสิ่งที่มีบุญคุณกับเรา เราแสดงออกในความเป็นคนแบบไหน สังคมก็จะมองเห็นเราเป็นคนในแบบนั้นเสมอ ไม่มีทางปกปิดได้มิด

กลุ่มคน หรือองค์กรที่มีพฤติกรรมคิดร้ายต่อชาติ ต่อสถาบัน มีแผน ‘ชักศึกเข้าบ้าน’ แอบร่วมมือกับต่างชาติให้มาทำร้ายสถาบันของตัวเอง วันใดวันหนึ่งก็จะถูกเปิดเผยออกมาให้โลกรับรู้ และมักจบลงด้วยการรับโทษในฐานะ 'อาชญากรแผ่นดิน'

ที่สุดก็อาจจะไม่มีแผ่นดินอยู่

ทัศนคติที่เราแสดงออกมา จึงเป็นบทสรุปเกี่ยวกับนิสัยที่แท้จริงของคนเราทุกคนได้ดีที่สุด

เปรียบเปรยได้ไม่ต่างจากผึ้งเพียงหนึ่งตัว หรือจะบินมาเป็นฝูง ก็ไม่เคยคิดตอมขี้...ฉันใด แมลงวันจะตัวเดียวหรือบินมาเป็นพันเป็นหมื่นตัว ก็มักจะเลือกขี้ตอม...ฉันนั้น

ผึ้งอยู่ที่ไหนก็ชอบดอกไม้ แมลงวันต่อให้อยู่ใกล้ดอกไม้แสนสวย ก็จะบินหากองขี้อยู่ร่ำไป

เกิดเป็นคนมาแล้วทั้งทีก็ควรมองให้ออก สิ่งใดคือความหวานบริสุทธิ์ คือสาระประโยชน์ที่มีคุณค่ามากมายต่อโลกใบนี้ และสิ่งใดคือของเสีย คือขยะ คือความเน่าเหม็น ที่คอยสะท้อนถึงความสกปรกที่ซุกซ่อนอยู่ในจิตใจ

คุณคือผึ้ง หรือคือแมลงวัน คุณเลือกเป็นได้ด้วยตัวเอง

'ตำรวจเทา-นักโทษเทวดา-พรรคล้มการปกครอง'  อาชญากรแผ่นดินจองกินโต๊ะประเทศนี้ไม่รู้จบ

สังคมประเทศไทยยามนี้ ถ้าเปรียบคนที่ป่วยเป็นโรค ก็น่าจะมีหลายโรคกำลัง 'รุมทึ้งชีวิต' นับเวลาจากนี้ไปถ้าประเทศไทยไม่ตายคาแผ่นดินโลก ร่างขวานทองก็คงเสื่อมโทรมหมดสภาพเป็นแน่แท้

ประชาชนตาดำ ๆ แบบเรา ๆ ยามถูกโจรทำร้ายก็อยากหันไปพึ่งพาตำรวจ แต่ข่าว 'ตำรวจบดขยี้กัน' แฉความเลวของอีกฝ่ายออกสื่อแทบทุกช่องกินเวลาร่วมเดือน ภาพผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อันเป็นความหวังทางกฎหมาย ก็ทำให้คนไทยไปกันไม่ค่อยจะเป็น และดูเหมือนว่าตำรวจที่ทะเลาะกันไม่แคร์ว่าคนไทยจะคิดกับพวกเขาอย่างไร รุ่นใหญ่ยังออกหมัดกันไม่เลิก ฝ่ายตำรวจรุ่นเล็ก ๆ ก็มีข่าวย่อย ๆ ในเรื่องน่าทุเรศออกสื่อไม่เว้นวัน

ต้องบันทึกไว้ว่าเป็นยุคที่ตำรวจไทยตกต่ำถึงขีดสุด 

วันที่นักโทษผู้วิเศษออกจากสวรรค์ชั้น 14 ก็มีทั้งนายตำรวจ นักการเมือง เดินตามตูดด้วยความนอบน้อมถ่อมตน เป็นภาพที่ตอกย้ำว่าคนใหญ่คนโตในประเทศไทยที่ควรจะวางตัวให้น่าเชื่อถือศรัทธา มีราคาในสายตาสังคมโลกต่ำขนาดไหน? 

เวลาใกล้ ๆ กัน ประเทศไทยก็มีพรรคการเมืองที่มีพฤติกรรมล้มล้างการปกครอง มี สส. ในพรรคไม่น้อยที่โดนคดี 112 และคดีอื่น ๆ อีกเพียบ แต่ก็ไม่วายยังมีคนมืดบอดสนับสนุนไม่เลิกรา สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนคนไทยชอบ 'คนที่ถูกใจ' มากกว่าจะสนับสนุน 'คนที่ทำเรื่องถูกต้อง'

ขณะที่สื่อหลายสำนักรายงานถึงความน่าอัปยศอดสูเหล่านี้ ก็ใช่ว่าข่าว ‘อาชญากรแผ่นดิน’ จะเงียบหายไปจากสังคมไทย จีนเทา โจรต่างชาติ นักธุรกิจสีดำ และคนไทยเจ้าของเว็บพนันออนไลน์ ก็ยังเกิดขึ้นเป็นดอกเห็ด เด็กชั้นประถมปลาย จนถึงมัธยมต้น เวลาพักกลางวันและหลังเลิกเรียนไม่อ่านหนังสือกันแล้ว มีโทรศัพท์คนละเครื่องก็หลบผู้ปกครองไปเล่นพนัน เสพติดจนบางครอบครัวพ่อแม่ต้องเป็นหนี้เป็นสิน แถมบางโรงเรียนก็มีครูเป็นอย่างในทางเลวๆ 

บางทีผมก็คิด หรือจะถึงเวลาที่เราต้องมารวมตัวกันออกหน้าปัดกวาดสังคมให้สะอาดเสียเอง คงจะดีไม่น้อยถ้าสังคมไทยจะมีคนอย่าง 'Paul Kersey' เหมือนในหนัง 'Death Wish' บ้าง

คนเดียวก็ยังดี!!


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top