กรมชลประทานลุยขุดเจ้าพระยา2 ครม.อนุมัติงบ 1.65 แสนล้านบาท ขุดคลองใหม่ช่วยระบายน้ำจากชัยนาทถึงอ่าวไทย คาดลดน้ำท่วมกรุงเทพและภาคกลางได้ เวนคืนที่ดิน 2,000 ครัวเรือน พร้อมชดเชยเป็นธรรม
อธิบดีกรมชลประทาน เดินหน้าขุดเจ้าพระยา 2 หลัง ครม. อนุมัติงบ 1.65 แสนล้านบาท มั่นใจลดผลกระทบน้ำท่วมภาคกลาง-กทม.
นายวิทยา แก้วมี อธิบดีกรมชลประทานเปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการระบบระบายน้ำ (ชัยนาท-ป่าสัก-กรุงเทพ-อ่าวไทย) หรือแม่น้ำเจ้าพระยา 2 หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) เพิ่งอนุมัติกรอบวงเงินงบประมาณ 165,000 ล้านบาท โดยระบุว่าโครงการนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในการเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำหลากของประเทศ เพื่อป้องกันและบรรเทาอุทกภัยในพื้นที่ภาคกลางและกรุงเทพมหานครอย่างยั่งยืน
อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ในปัจจุบัน โครงสร้างการระบายน้ำของประเทศไทยในยามเกิดน้ำหลากจากแม่น้ำสายหลักทางภาคเหนือ (ปิง, วัง, ยม, น่าน) จะต้องไหลรวมลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาและระบายออกสู่ทะเลผ่านพื้นที่กรุงเทพมหานคร ออกอ่าวไทย โดยมีเขื่อนเจ้าพระยาทำหน้าที่ควบคุมปริมาณน้ำท้ายเขื่อน ซึ่งในอดีตหากมีปริมาณน้ำไหลผ่านเกินกว่า 700 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ก็เริ่มส่งผลกระทบต่อพื้นที่รอบข้าง เช่น อำเภอบางบาล โผงเผง แล้ว และเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2554 ที่ผ่านมา ปริมาณน้ำหน้าเขื่อนเคยพุ่งสูงถึงเกือบ 4,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที จึงมีความจำเป็นเร่งด่วนในการปรับปรุงและเพิ่มโครงสร้างพื้นฐานทางน้ำเพื่อรองรับสถานการณ์ในอนาคต
แนวทางของโครงการดังกล่าวจะมีการขุดคลองบายพาสสายใหม่ (แม่น้ำเจ้าพระยา2)เพื่อดึงน้ำก่อนที่จะผ่านประตูระบายน้ำมโนรมย์ ในปริมาณ 960 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ให้เบี่ยงออกไปทางฝั่งด้านซ้ายของแม่น้ำเจ้าพระยา เชื่อมลงสู่แม่น้ำป่าสักและไหลผ่านกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันออกสู่อ่าวไทย ซึ่งจะช่วยระบายน้ำเหนือได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
โดยในช่วงต้นของโครงการประมาณ 150 กิโลเมตร จะใช้พื้นที่ของกรมชลประทานเดิมในการก่อสร้างคลองส่งน้ำพร้อมตอกเสาเข็มและแผ่นกันดินเพื่อเพิ่มความเร็วและการไหลของน้ำ พร้อมสร้างประตูควบคุมน้ำเพื่อกักเก็บไว้ใช้ในฤดูแล้งสำหรับประชาชนสองฝั่งคลอง
สำหรับขั้นตอนหลังจากได้รับอนุมัติจาก ครม. ทางกรมชลประทานมีความพร้อมในด้านแบบก่อสร้างแล้ว และจะเริ่มดำเนินงานบางส่วนได้ภายในปีงบประมาณ 2570 โดยเฉพาะในพื้นที่ช่วงจากจังหวัดชัยนาทมาป่าสัก (ลพบุรี)ที่เป็นพื้นที่ของกรมชลประทานเอง
ส่วนงบประมาณในการดำเนินการบางส่วนจะใช้แหล่งเงินทุนจากธนาคารโลก (World Bank) ซึ่งรัฐบาลได้หารือร่วมกันไว้แล้ว ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวได้รับการผลักดันอย่างเป็นรูปธรรมจากรัฐบาลของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล เนื่องจากหากไม่มีโครงสร้างใหม่นี้รองรับ ความเสี่ยงในการบริหารจัดการน้ำในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลในอนาคตจะมีสูงมาก
ในส่วนของผลกระทบต่อประชาชนและการเวนคืนที่ดิน ช่วงระยะทางจากป่าสักลงสู่อ่าวไทยที่มีระยะทางประมาณ 150 กิโลเมตร จะต้องมีการจัดซื้อที่ดินเพิ่มเติมและส่งผลกระทบต่อราษฎรประมาณ 2,000 กว่าครัวเรือน
'ที่ผ่านมาได้มีการลงพื้นที่สร้างความเข้าใจและการมีส่วนร่วมกับประชาชนในระดับหนึ่งแล้ว พร้อมทั้งยืนยันว่าจะมีการจ่ายค่าที่ดินและค่าชดเชยให้อย่างเป็นธรรม'อธิบดรกรมชลประทาน กล่าว
สำหรับกระบวนการก่อสร้างทั้งหมดได้วางกรอบระยะเวลาไว้ประมาณ 8 ปี
อธิบดีกรมชลประทานเน้นย้ำความมั่นใจว่า หากโครงการนี้แล้วเสร็จ จะช่วยลดปริมาณมวลน้ำที่ต้องปล่อยลงสู่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งในปัจจุบันช่วงที่น้ำหลากมักสร้างความเสียหายหนักในพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ปทุมธานี และสุพรรณบุรี นอกจากนี้ น้ำที่เคยต้องไหลผ่านเส้นเลือดฝอยสายเล็กๆ จะถูกดึงให้วิ่งตรงลงสู่อ่าวไทยได้ทันที ซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาน้ำท่วมขังซ้ำซากในพื้นที่อยุธยาและจังหวัดใกล้เคียงได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว

















