Saturday, 18 May 2024
SpecialNews

นำร่องแล้ว 29 โรงเรียน โดยเอกชนร่วมพัฒนาเครื่องมือเอไออัจฉริยะ Data and Impact Assessment, Monitoring and Development System วิเคราะห์การเรียนรู้ของนักเรียน ผ่านข้อสอบตามตัวชี้วัด และแบ่งเบาภาระงานของครู

การนำปัญญาประดิษฐ์หรือ AI เข้ามาอยู่ในระบบการเรียนการสอนในห้องเรียนนั้น จะช่วยสร้างการเรียนรู้ของนักเรียนให้ดียิ่งขึ้น โดยการใช้ข้อมูลมาสร้างข้อสอบที่เหมาะสมกับศักยภาพของนักเรียนแต่ละคน ( Personalized Test ) เพื่อประเมินการเรียนรู้ให้ตรงจุดที่สุด

ซึ่งมีการตั้งข้อสังเกตจากนักวิชาการด้านการศึกษา อย่าง ดร.ดาริกา ลัทธิพิพัฒน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ กล่าวว่า ถ้าห้องเรียนมี AI Video Analytics แบบ Real-Time จะเป็นอย่างไร ?

เพื่อให้เห็นภาพ ขอยกตัวอย่างเช่น ตอนนี้เราอยู่ในสถานการณ์โรคระบาด เทคโนโลยี AI สามารถวัดอุณหภูมิร่างกายได้ตลอดเวลา ใครมีไข้สูงจะแจ้งเตือนทันที  หรือระหว่างการสอน AI จะช่วยตรวจดูและแจ้งเตือนว่า มีเด็กคนไหนถอดหรือสวมหน้ากากอนามัยไม่ถูกต้องมั้ย อาจารย์ก็สามารถเข้าไปกำชับเรื่องสวมหน้ากากได้

AI Video Analytics ยังเข้ามาทดแทนระบบเช็กชื่อเข้าเรียนแบบเดิมที่ทั้งเสียเวลา และตัดปัญหาเช็กชื่อแทนเพื่อน รวมทั้งมีระบบวิเคราะห์ Attention & Learning Engagement จากพฤติกรรมของผู้เรียน เช่น ในห้องมีใครหลับมั้ย มีเด็กก้มหน้าเล่นเกม เล่นมือถืออยู่กี่คน ซึ่งไม่ใช่การจับผิดนะคะ แต่เป็นการบอกให้อาจารย์รู้ว่าสอนแบบนี้ไม่เวิร์ก ตอนนี้เด็กเริ่มเบื่อแล้ว ควรปรับวิธีการสอนหรือหากิจกรรมอื่นมาแทรก เพื่อยกระดับผลลัพธ์ของการเรียนรู้ และสร้างแรงจูงใจให้ผู้สอนมีการปรับปรุงกระบวนการจัดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

การเรียนออนไลน์ก็เช่นกัน อีกไม่นานเราคงได้เห็นการใช้ AI มาวิเคราะห์พฤติกรรมมากขึ้น เช่น สอนอยู่มีเด็กหายไปมั้ย Active อยู่กี่คน หรืออาจจะถึงขั้นตรวจจับทิศทางการมองเพื่อดูว่าเด็กกำลังโฟกัสกับเนื้อหาอยู่หรือไม่

ใครสนใจอยากเรียนจิตวิทยาต้องรู้ จิตวิทยามีกี่สาขา เปิดที่ไหน ต้องสอบอะไรบ้าง? ไปดูกัน!!

เสพข่าวมากไป เสพสื่อมากไป กระทบจิตใจมากอยู่เหมือนกัน โดยเฉพาะวัยรุ่นยุคนี้ ที่เรื่องราวมากมายประดังประเดเข้ามา การตั้งคำถามถึงวิธีการรับมือและแก้ไขภาวะจิตใจที่แปรปรวนนี้จะทำได้อย่างไร ไม่เพียงเท่านั้นความสนใจอยากเรียนด้านจิตวิทยาก็มีมากขึ้นด้วย 

ก่อนอื่นมารู้จักประโยชน์ของจิตวิทยาก่อน 
 1. ทำให้เกิดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับธรรมชาติของมนุษย์ เช่น ความต้องการ การแก้ปัญหา การปรับตัว อารมณ์และความรู้สึกในสถานการณ์ต่างๆ

 2. ช่วยในการแก้ปัญหาทางจิต รู้จักวิธีรักษาสุขภาพจิตได้ดี สามารถเอาชนะปมด้อยต่างๆ รู้วิธีแก้ปัญหาและปรับตัวอย่างเหมาะสม ขจัดความขัดแย้งในใจได้และความวิตกกังวลได้

 3. สามารถเข้าใจ ตัดสินใจ และมีมนุษยสัมพันธ์ที่ดีกับบุคคลในสังคม

 4. ช่วยในการวางแผนการใช้ชีวิตได้อย่างเหมาะสม

จิตวิทยามีหลายสาขานะ รู้ยัง?

จิตวิทยาคลินิก
เมื่อเราเรียนจบสาขานี้มา สามารถเข้าไปทำงานในโรงพยาบาลทั้งของรัฐและเอกชนในตำแหน่ง นักจิตวิทยาคลินิก ทำหน้าที่ให้การปรึกษา พูดคุย ช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีสุขภาพจิตไม่ปกติไม่ว่าจะเป็นผู้ที่มีความเครียดจากการทำงาน ผู้ที่มีความวิตกกังวล ไปจนถึงการบำบัดผู้ป่วยโรคซึมเศร้า ให้ทุกคนคืนสู่สภาพจิตใจที่สมบูรณ์และปรับตัวเข้ากับสังคมได้ 

หนทางในการเป็นนักจิตวิทยาคลินิกก็อาจจะต้องฝ่าฟันกันพอสมควร ถึงแม้จะสอบเข้ามหาวิทยาลัย รวมถึงเรียนครบจบ 4 ปีแล้ว แต่ก็ต้องอบรมหลักสูตรฝึกอบรมเฉพาะทาง (Internship) จัดโดยคณะกรรมการวิชาชีพสาขาจิตวิทยาคลินิก อย่างน้อยเป็นเวลา 6 เดือน เพื่อสอบใบประกอบโรคศิลปะด้วย
 

จิตวิทยาชุมชน
หากจิตวิทยาคลินิกคือ Healer จิตวิทยาชุมชนก็ถือเป็น Protector เพราะเน้นไปที่การป้องกันและส่งเสริมสุขภาพกายและจิตใจ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของแต่ละบุคคลให้ดีขึ้น และเมื่อทุกคนเข้มแข็ง ก็จะนำพาให้ชุมชนแข็งแกร่งตามไปด้วย โอ้โห ภารกิจของคนเรียนสาขานี้ยิ่งใหญ่จริง ๆ

เมื่อจบสาขานี้ เพื่อนๆ สามารถเป็นนักวิชาการที่ศึกษาและพัฒนาชุมชนได้นะ บางคนก็เน้นทำงานฝึกอบรม หรือเป็นนักสังคมสงเคราะห์ตามหน่วยงานต่างๆ ซึ่งก็มีทั้งบริษัทเอกชน และหน่วยงานรัฐบาลเปิดรับอยู่เยอะเลย เรียนไปไม่ตกงานชัวร์ๆ

จิตวิทยาพัฒนาการ
เพื่อนๆ ที่สนใจเกี่ยวกับผู้คนในแต่ละช่วงวัย ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็ก วัยรุ่น หรือผู้สูงอายุ ขอแนะนำสาขานี้เลยจ้ะ เพราะศึกษาเกี่ยวกับพัฒนาการของมนุษย์ตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดา วัยเด็ก วัยรุ่น วัยผู้ใหญ่จนถึงวัยชรา โดยมีแนวคิดที่ช่วยส่งเสริมให้วัยนั้น ๆ มีความสุขและมีสุขภาพจิตที่สมบูรณ์ที่สุด แต่ในประเทศไทยจะเน้นไปที่จิตวิทยาวัยรุ่นกันซะเยอะ สามารถต่อยอดเป็นคุณครูแนะแนวได้อยู่นะ หรือจะทำงานคู่กับคุณหมอเด็กและวัยรุ่นก็ได้เช่นกัน

ลูกสาวสนิทกับพ่ออย่างเหมาะสม จะทำให้เด็กผู้หญิงมั่นใจมากขึ้น มีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการเรียนและชีวิต!!

ผลวิจัยล่าสุดจาก University of Illinios พบว่า ลูกสาวที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับพ่อ มักเป็นเด็กผู้หญิงที่มีความมั่นใจ, พึ่งพาตัวเองได้, เห็นคุณค่าของตัวเอง, มีความมั่นคงทางอารมณ์, รู้จักรักษาสิทธิ์ของตัวเอง (Assertive), รู้สึก relax กว่าในการมีปฏิสัมพันธ์กับเพศตรงข้าม รู้ว่าควรวางตัวอย่างไรจึงจะเหมาะสม และมีแนวโน้มที่จะประสบความสำเร็จในการเรียนและชีวิตด้วย 

พ่อจึงเป็น Role Model และ "รักแรก" ของลูกสาว ลูกสาวอาจขอคำปรึกษาพ่อในเรื่องที่ใหญ่ๆ มากกว่า เช่น การเลือกมหาวิทยาลัย การตั้งเป้าหมาย การบริหารเงิน การตัดสินใจครั้งสำคัญๆ หรือทัศนคติในการใช้ชีวิต เป็นต้น

คำชื่นชมของพ่อ มักมีน้ำหนักและมีค่าต่อใจลูกเพราะโดยมาก แม่มักจะชื่นชมลูกบ่อยๆ และมักใช้ประโยคยาวๆ แต่โดยธรรมชาติของผู้ชายมักชมสั้นๆ และไม่ชมพร่ำเพรื่อ ทำให้เวลาชมแล้วลูกจะรู้สึก proud มากแสดงว่าเรื่องนี้มันคงสำคัญจริงๆ

ลูกสาวมักเอาพ่อเป็นแบบอย่างในการเลือกคู่ครอง ถ้าความสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูกสาวดี พ่อให้เกียรติแม่ ยอมรับลูก ลูกสาวก็มักจะเลือกผู้ชายที่รัก, ยอมรับและให้เกียรติเธอเหมือนพ่อ 

ผลวิจัยยังพบว่า ลูกสาววัยรุ่นที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับพ่อ มักจะมีความเสี่ยงในการมีเพศสัมพันธ์น้อยกว่าลูกสาวที่มีความสัมพันธ์ที่ไม่ดีกับพ่อ

เยาวชนตัวแทนประเทศไทย ‘ทีมอินเดนเทชัน เออเร่อ’ จากโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี คว้ารางวัลชนะเลิศระดับเอเชีย เอาชนะคู่แข่งจาก 8 ประเทศ ทำคะแนนเป็นอันดับ 1 แข่งขันเขียนโปรแกรม ควบคุมหุ่นยนต์ Astrobee ของ NASA

องค์กรสำรวจอวกาศญี่ปุ่น หรือ JAXA ซึ่งจัดการแข่งขันโครงการ The 2nd  Kibo Robot Programming Challenge รอบชิงแชมป์เอเชียทางออนไลน์ แจ้งผลการแข่งขันว่า เยาวชนทีมอินเดนเทชัน เออเร่อ (Indentation Error) จากโรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี ประกอบด้วย นายธฤต วิทย์วรสกุล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 (หัวหน้าทีม) นายกรปภพ สิทธิฤทธิ์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และเด็กชายเสฎฐพันธ์ เหล่าอารีย์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ได้รับรางวัลชนะเลิศ 

ทั้งนี้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรสนับสนุนเยาวชนทีมอินเดนเทชัน เออเร่อ 3 ซึ่งเป็นทีมชนะเลิศจากการแข่งขัน โครงการ The 2nd  Kibo Robot Programming Challenge รอบชิงแชมป์ประเทศไทย เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันรอบชิงแชมป์เอเชียผ่านทางออนไลน์ ถ่ายทอดสดจากศูนย์อวกาศสึกุบะ ประเทศญี่ปุ่น โดยมีนักบินอวกาศญี่ปุ่นทำหน้าที่ควบคุมการแข่งขันอยู่บนสถานีอวกาศนานาชาติ เพื่อค้นหาสุดยอดทีมเยาวชนจากภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ที่ทำคะแนนได้สูงที่สุดในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ควบคุมหุ่นยนต์ Astrobee ให้ปฏิบัติภารกิจซ่อมแซมสถานีอวกาศ โดยมีตัวแทนเยาวชนจาก 9 ประเทศ เข้าร่วมการแข่งขัน ได้แก่ ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย บังกลาเทศ อินโดนีเซีย มาเลเซีย นิวซีแลนด์ สิงคโปร์ ไต้หวัน และไทย

สำหรับทีมอินเดนเทชัน เออเร่อ จากประเทศไทยสามารถคว้ารางวัลชนะเลิศ Best Achievement Onboard Award มาครองได้สำเร็จ ถือเป็นการแสดงความสามารถในการเขียนโปรแกรมคอมพิวเตอร์ด้วยภาษา JAVA ควบคุมหุ่นยนต์ Astrobee ผู้ช่วยนักบินอวกาศของ NASA ที่อยู่บนสถานีอวกาศนานาชาติให้เคลื่อนที่ไปอ่าน QR Code และยิงแสงเลเซอร์เข้าเป้าหมายทำคะแนนได้สูงสุดของการแข่งขัน

คำถามที่หลายคนสงสัย สรุปแล้วคนที่มีคุณสมบัติสอบเข้าแพทย์ จำกัดเฉพาะเรียนจบสายสามัญหรือไม่? แท้จริงแล้ว ไม่ใช่! น้องๆ สายอาชีพเองก็มีสิทธิสอบเข้าได้เช่นกัน

เข้าสู่ฤดูกาลเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยกันแล้ว น้องๆ ม.6 คงกำลังเตรียมตัวกันอย่างแข็งขัน นอกจากอ่านหนังสือ ฝึกทำข้อสอบแล้ว เรื่องหนึ่งที่สำคัญมาก และหลายคนยังมองข้ามไป ก็คือ คุณสมบัติพื้นฐานในการรับเข้าของแต่ละคณะและมหาวิทยาลัย ซึ่งถือเป็นเรื่องแรก ! ที่น้องๆ จะต้องอ่านเลยหล่ะ 

ซึ่งตรงนี้จะไม่เกี่ยวกับการยื่นคะแนนสอบแต่อย่างใด ถ้าไม่ผ่านคุณสมบัติพื้นฐานนี้ ก็จะไม่มีบัตรผ่านในด่านต่อไปเลย (คุณสมบัติพื้นฐานนี้กำหนดโดย กสพท. หรือกลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย ) 

แต่บางทีระเบียบเหล่านี้ก็สร้างความสับสนพอสมควรเลยหล่ะ อย่างระเบียบคุณสมบัตพื้นฐานของผู้ที่จะมีสิทธิสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์ คณะยอดฮิต และเป็นความฝันของใครหลายๆ คนที่อยากจะเป็นคุณหมอ ความสับสนที่ว่านี้ก็คือ “สรุปแล้ว เด็กสายอาชีพ มีคุณสมบัติพื้นฐานสอบเข้าหมอได้หรือเปล่านะ ?” ลองไปอ่านคุณสมบัติข้อที่งงๆ พร้อมๆ กันค่ะ 

ข้อ 1.2 เป็นผู้สำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมปลายตามหลักสูตรหรือกำลังศึกษาชั้นปีสุดท้ายในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย และคาดว่าจะจบการศึกษาก่อนเดือนสิงหาคม ปี 2565 สำหรับผู้ที่สมัครหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต ต้องสำเร็จการศึกษาหรือกำลังศึกษาในสายวิทยาศาสตร์ หรือเทียบเท่า เท่านั้น 

(หากว่าน้องๆต้องการอ่านคุณสมบัติพื้นฐานทั้งหมด https://www9.si.mahidol.ac.th/pdf/5Ak7Ay5Dy6Cm8Oa7Xb3D.pdf โหลดลิ้งนี้ได้เลย) 

อ่านจบแล้ว หลายคนยังงงๆ ว่าสรุปแล้วคนที่มีคุณสมบัติสอบเข้าแพทย์ จำกัดเฉพาะเรียนจบสายสามัญหรือไม่! แต่แท้จริงแล้ว ไม่ใช่ น้องๆ สายอาชีพเองก็มีสิทธิสอบเข้าได้เช่นกัน เพราะตอนท้ายของข้อนี้ ได้เขียนคำว่า “เทียบเท่า” ไว้ รวมถึงก็มีน้องๆ ที่เรียนสายอาชีพมาสมัครและสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์ได้มากมาย 

เอาจริงๆ เรื่องนี้ก็มีการเรียกร้องให้เปลี่ยนถ้อยคำในการเขียนใหม่ให้ชัดเจนเหมือนกัน เพื่อป้องกันการสับสน แต่สุดท้ายก็ยังไม่มีการแก้ไข   

เอาเป็นว่าวันนี้มาเคลียร์ให้แล้ว ว่าน้องๆ สายอาชีพมีคุณสมบัติครบถ้วน ตอนนี้ก็อยู่ที่ว่าน้องๆ ทุกคนจะสามารถสอบเข้าได้หรือไม่ ซึ่ง THE STUDY TIMES ก็ขอสรุปด้วยภาษาง่ายๆ แล้วกัน ว่าใครมีสิทธิสอบได้บ้าง ! 


TRENDING
© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top