สหรัฐฯ ยึกยัก!! ไม่ปล่อยเงินสำรองคืนให้อัฟกานิสถาน ตราบใดที่รัฐบาลยังเป็นกลุ่มตอลิบาน

โจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐฯ ยังคงยืนกรานที่จะยึดเงินสำรองต่างประเทศมูลค่า 7 พันล้านเหรียญของอัฟกานิสถาน ที่ฝากไว้ในธนาคารกลางสหรัฐฯ รวมถึงหยุดการเจรจากับรัฐบาลตอลิบานเกี่ยวกับการขอคืนเงินสำรองด้วย หลังจากที่สหรัฐฯ ได้ส่งโดรนพิฆาตลอบสังหารปลิดชีพ อัยมัน อัซเซาะวาฮิรี ผู้นำกลุ่มอัลกออิดะห์ ถึงกลางกรุงคาบูล ในอัฟกานิสถาน

แต่ทั้งนี้ รัฐบาลสหรัฐฯ ยินดีที่จะมอบเงินช่วยเหลือให้แก่ชาวอัฟกานิสถานอีก 150 ล้านเหรียญผ่านกองทุน USAID (หน่วยงานเพื่อการพัฒนาระหว่างประเทศของสหรัฐ) ซึ่งจากข้อมูลของ USAID แถลงว่า สหรัฐอเมริกาเป็นชาติที่ให้เงินช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่อัฟกานิสถานมากที่สุด โดยรายงานตัวเลขที่ 782 ล้านเหรียญ นับตั้งแต่ตุลาคม 2020 เป็นต้นมา แต่ก็จะไม่ยอมคุยเรื่องการคืนเงินสำรองต่างประเทศ 7 พันล้านเหรียญให้แก่อัฟกานิสถานตามที่รัฐบาลตอลิบานร้องขอต่อไป 

เมื่อถามถึงเหตุผล ทางรัฐบาลสหรัฐฯ ได้อ้างว่ามีคนในของรัฐบาลตอลิบานให้ที่พักพิงแก่ อัยมัน อัซเซาะวาฮิรี ผู้นำกลุ่มอัลกออิดะห์ ที่ทางสหรัฐฯ ขึ้นบัญชีเป็นกลุ่มก่อการร้าย และต้องการตัว เพราะเชื่อว่า อัยมัน คือ ผู้อยู่เบื้องหลังในการวางแผนก่อวินาศกรรม 11 กันยาฯ ที่ตึกเวิล์ดเทรด เซ็นเตอร์ ในปี 2001 เท่ากับว่ารัฐบาลตอลิบาน ยังให้การสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย ทางสหรัฐฯ จึงไม่อาจปล่อยเงินสำรองต่างประเทศของอัฟกานิสถานคืนให้ได้

ก่อนหน้านี้ โจ ไบเดน เคยเสนอที่จะใช้เงินสำรองต่างประเทศของอัฟกานิสถานจำนวนครึ่งหนึ่ง เพื่อชดเชยให้กับญาติของผู้เคราะห์ร้าย และเสียชีวิตในเหตุการณ์ 9/11 แต่ไอเดียนี้ถูกวิจารณ์อย่างมากว่าไม่ยุติธรรมกับชาวอัฟกานิสถาน เพราะเงินส่วนนี้ ถือเป็นทรัพย์สมบัติของชาวอัฟกานิสถาน ที่ล้วนเป็นผู้บริสุทธิ์ และไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ก่อการร้ายโดยกลุ่มอัลกออิดะห์ แผนนี้จึงต้องพับไป

แต่ตราบใดที่รัฐบาลอัฟกานิสถานยังเป็นกลุ่มตอลิบาน ทางสหรัฐฯ ก็จะไม่ยอมคืนเงินสำรองต่างประเทศให้ โดยอ้างถึงปัญหาในการบริหารประเทศ ของรัฐบาลตอลิบาน การสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย การละเมิดสิทธิสตรี ที่จำกัดไม่ให้เด็กผู้หญิงเข้าเรียนเกินกว่าระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 

เมื่อเป็นเช่นนี้ โจ ไบเดน จึงพิจารณาเฉพาะเงินช่วยเหลือเพิ่มเติม 150 ล้านเหรียญผ่านกองทุน USAID เท่านั้น โดยจะกระจายสู่องค์การสตรีเพื่อสหประชาชาติ สำหรับช่วยเหลือสตรีชาวอัฟกานิสถาน องค์กร UNICEF และองค์การเพื่ออาหาร และการเกษตรต่อไป


เรื่อง: ยีนส์ อรุณรัตน์
อ้างอิง: WION / USAID