Thursday, 4 June 2026
เนทันยาฮู

‘เนทันยาฮู’ ลั่น!! ‘อิสราเอล’ จะไม่ยุติสงครามจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย ย้ำ!! จะโจมตีฉนวนกาซาต่อไปจนกว่า ‘กลุ่มฮามาส’ จะถูกกวาดล้าง

(2 ก.ค. 67) รอยเตอร์ส/อัลจาซีรา รายงาน นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู แถลงต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีอิสราเอลประจำสัปดาห์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 30 มิ.ย. ว่า กองทัพอิสราเอลยังคงปฏิบัติการทั้งในเมืองราฟาห์ เชไจยา และทุกที่ในฉนวนกาซามีนักรบและผู้ก่อการร้ายถูกสังหารทุกวันเป็นสงครามที่ยากลำบาก ทหารต้องรับมือทั้งการรบระยะประชิดและการถูกซุ่มโจมตีทั้งบนพื้นดินและใต้ดิน แต่ยืนยันว่า อิสราเอลจะไม่หยุดทำสงครามในฉนวนกาซา จนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย คือการกวาดล้างและคว้าชัยชนะเหนือกลุ่มฮามาส

ทั้งนี้ กองทัพอิสราเอลยังคงเดินหน้าส่งทั้งรถถังและกำลังพลประชิดเข้าไปลึกในย่านเชไจยา ทางตอนเหนือของฉนวนกาซาและรุกกดดันพื้นที่ทางตะวันออกและตอนกลางของเมืองราฟาห์ ทางตอนใต้ของกาซาในช่วงสุดสัปดาห์นี้ มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตจากการโจมตี 6 นาย บ้านเรือนหลายหลังเสียหาย นอกจากนี้ยังมีการยิงปะทะดุเดือดกับนักรบทั้งของกลุ่มฮามาสและอิสลามิกจีฮัด ในย่านทางตอนเหนือของกาซาและในเมืองราฟาห์ นักรบของทั้ง 2 กลุ่มได้ยิงจรวดต่อต้านรถถังและลูกกระสุนปืน ค. เพื่อต่อต้านกองกำลังอิสราเอล

ขณะที่นับตั้งแต่เริ่มเกิดสงครามระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซา เมื่อ7 ตุลาคมปีที่แล้ว มีชาวปาเลสไตน์ในฉนวนกาซาเสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลแล้ว37,834 ศพแล้ว บาดเจ็บอีกกว่า 86,800 คนส่วนเมื่อวันเสาร์ที่ 29 มิ.ย. มีทหารอิสราเอลเสียชีวิตเพิ่ม 2 นาย ระหว่างปฏิบัติการทางทหารในย่านเชไจยา ส่งผลให้จนถึงขณะนี้ มีทหารอิสราเอลเสียชีวิตจากสงครามในฉนวนกาซาแล้วอย่างน้อย 670 นาย

ในอีกด้านหนึ่ง โอซามา ฮัมดาน เจ้าหน้าที่ระดับสูงของฮามาส แถลงที่กรุงเบรุตของเลบานอนว่า ไม่มีความคืบหน้าในการเจรจาข้อตกลงหยุดยิงในฉนวนกาซากับอิสราเอล อย่างไรก็ดี กลุ่มฮามาสยังคงพร้อมดำเนินการในเชิงสร้างสรรค์กับทุกข้อเสนอที่จะนำไปสู่การทำข้อตกลงหยุดยิงถาวร การถอนทหารอิสราเอลทั้งหมดออกจากฉนวนกาซาและการมีข้อตกลงแลกเปลี่ยนตัวประกันในกาซากับชาวปาเลสไตน์ที่ถูกคุมขังในเรือนจำอิสราเอลอย่างจริงจัง เจ้าหน้าที่ฮามาสยังได้กล่าวโทษสหรัฐฯ ว่า กดดันให้ฮามาสยอมรับเงื่อนไขของอิสราเอลโดยไม่ต้องปรับแก้ไข ซึ่งกลุ่มฮามาสไม่เห็นด้วย

ด้านชาติอาหรับ ทั้งอียิปต์และกาตาร์ ที่เป็นผู้ไกล่เกลี่ยพยายามที่จะทำให้เกิดการหยุดยิง แต่ยังคงไม่สามารถบรรลุข้อตกลงได้จนถึงขณะนี้ ฮามาสยืนยันว่า ข้อตกลงใด ๆ ก็ตามจะต้องยุติสงคราม ถอนทหารอิสราเอลทั้งหมดออกจากกาซา ขณะที่อิสราเอลยืนยันว่า จะยอมรับการพักรบต่อเมื่อกลุ่มฮามาสที่ปกครองกาซามาตั้งแต่ปี 2550 ถูกกำจัด

‘มาครง - เนทันยาฮู’ ปะทะเดือด หลังการโจมตีใน ‘เลบานอน’ ชี้!! มุ่งเป้าไปที่ ‘ผู้รักษาสันติภาพ’ เป็นการกระทำที่ไม่ชอบธรรม

(19 ต.ค. 67) ท่ามกลางการโจมตีเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพในเลบานอน ประธานาธิบดีมาครงและนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮูกำลังแลกฝีปากกัน ตามข้อมูลของพระราชวังเอลิเซ มาครงแสดงความไม่พอใจต่อการโจมตีดังกล่าวในการสนทนาทางโทรศัพท์ เขากล่าวว่าอิสราเอลต้องหยุดมุ่งเป้าไปที่ผู้รักษาสันติภาพทันที เพราะเป็นการกระทำที่ไม่ชอบธรรม

แต่อิสราเอลเน้นย้ำว่าไม่ได้มุ่งเป้าไปที่กองทหารสหประชาชาติแต่อย่างใด ขณะเดียวกันก็กล่าวหากลุ่มฮิซบอลเลาะห์เลบานอนที่ใช้พวกเขาเป็นโล่กำบัง

สื่อฝรั่งเศสยังรายงานคำเตือนจากมาครงถึงเนทันยาฮูว่า เนทันยาฮูไม่ควรลืมว่าอิสราเอลก่อตั้งขึ้นโดยการตัดสินใจของสหประชาชาติ มีรายงานว่ามาครงกล่าวถึงประเด็นนี้ในการประชุมคณะรัฐมนตรี ตอนนี้ไม่ใช่เวลาเหมาะสมที่อิสราเอลจะตีตัวออกห่างจากการตัดสินใจของสหประชาชาติ

เนทันยาฮูตอบโต้ด้วยความโกรธเคืองต่อคำพูดของมาครง และประกาศกร้าวเป็นการเตือนความจำสำหรับประธานาธิบดีแห่งฝรั่งเศสว่า อิสราเอลไม่ได้ก่อตั้งขึ้นโดยการตัดสินใจของสหประชาชาติ แต่เกิดจากชัยชนะในสงครามอาหรับ-อิสราเอลที่เริ่มต้นขึ้นในปี 1948

ในส่วนของมาครง เขาพูดพาดพิงถึงแผนการแบ่งดินแดนของสหประชาชาติสำหรับปาเลสไตน์ ซึ่งสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติให้การรับรองในปี 1947 ดังนั้น หลังจากสิ้นสุดอาณัติของอังกฤษ ปาเลสไตน์ควรถูกแบ่งออกเป็นรัฐสำหรับชาวยิว และอีกรัฐหนึ่งสำหรับชาวอาหรับ กรุงเยรูซาเล็มควรได้รับสถานะพิเศษ ซึ่งแผนดังกล่าวไม่เคยถูกนำมาใช้

โยนาธาน อาร์ฟี-ประธานองค์กรของชาวยิวในฝรั่งเศส วิพากษ์วิจารณ์จุดยืนของมาครง ‘หากความคิดเห็นเหล่านี้เป็นจริง ก็ถือเป็นความผิดพลาดทั้งในอดีตและทางการเมือง’ เขาโพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X นั่นหมายถึง ‘การดูแคลนประวัติศาสตร์ร้อยปีของไซออนิสต์ และการเสียสละของผู้คนนับหมื่นนับพัน’

นอกจากนี้ ความคิดเห็นของประธานาธิบดีมาครงยังสนับสนุนผู้โต้แย้งสิทธิในการดำรงอยู่ของอิสราเอลอีกด้วย อาร์ฟีกล่าว

‘เนทันยาฮู-ทรัมป์’ จับมือสกัดนิวเคลียร์อิหร่าน หากยังดื้อเดินหน้าโครงการต่อ ชี้ทางเลือกสุดท้ายคงต้องใช้กำลัง

(9 เม.ย. 68) นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ออกแถลงการณ์อย่างแข็งกร้าวเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ภายหลังการหารือร่วมกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ที่ทำเนียบขาว โดยทั้งสองผู้นำยืนยันเจตนารมณ์ร่วมกันว่า “อิหร่านจะต้องไม่มีวันครอบครองอาวุธนิวเคลียร์”

เนทันยาฮูเปิดเผยว่า มีการพูดคุยอย่างละเอียดเกี่ยวกับแนวทางจัดการโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน โดยทั้งสองฝ่ายตกลงกันว่าจะต้องมีการทำ “ข้อตกลงใหม่” ซึ่งสหรัฐฯ จะมีบทบาทหลักในการ เข้าไปควบคุม ทำลาย และรื้อถอน เครื่องมือ อุปกรณ์ และสถานที่ทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ในอิหร่าน

“ข้อตกลงนี้ไม่ใช่แค่เอกสาร แต่คือการลงมือปฏิบัติจริง เพื่อป้องกันไม่ให้อิหร่านเข้าใกล้อาวุธนิวเคลียร์แม้แต่น้อย” เนทันยาฮูกล่าว

เนทันยาฮูยังเน้นว่า หากอิหร่านไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงดังกล่าว “ก็จะไม่เหลือทางเลือกมากนัก นอกจากต้องใช้ปฏิบัติการทางทหาร” ซึ่งเป็นสิ่งที่ “ทุกฝ่ายเข้าใจดี” ถึงความจำเป็นในกรณีที่การเจรจาล้มเหลว

แม้ยังไม่มีรายละเอียดอย่างเป็นทางการเกี่ยวกับข้อตกลงดังกล่าว แต่ท่าทีของทั้งทรัมป์และเนทันยาฮูส่งสัญญาณชัดเจนว่า ยุทธศาสตร์ต่ออิหร่านจะกลับมาแข็งกร้าวอีกครั้ง ภายใต้ความร่วมมือของสหรัฐฯ และอิสราเอล

ขณะที่ สตีฟ วิทคอฟฟ์ ทูตพิเศษของทรัมป์ จะนำคณะผู้แทนสหรัฐฯ เข้าร่วมเจรจากับอิหร่านในวันเสาร์นี้ที่ประเทศโอมาน ตามรายงานของ Axios เมื่อวันอังคารโดยอ้างแหล่งข่าวสองรายที่ทราบแผนดังกล่าว

รัฐบาลสหรัฐฯ ให้ความสำคัญกับวิทคอฟฟ์ ผู้ซึ่งให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาทางการทูต มากกว่าไมเคิล วอลท์ซ ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติผู้มีท่าทีแข็งกร้าว และมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ ผู้ซึ่ง “มีความสงสัย” ต่อกระบวนการทางการทูตของสหรัฐฯ 

แหล่งข่าวยังกล่าวอีกว่า แผนดังกล่าวมีจุดมุ่งหมายที่จะร่วมมือกับอิหร่านโดยตรง โดยความคิดริเริ่มทางการทูตเริ่มต้นเมื่อเดือนที่แล้ว เมื่อทรัมป์ส่งจดหมายถึงอาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน โดยให้เวลาเตหะรานสองเดือนในการบรรลุข้อตกลง

เมื่อวันจันทร์ ทรัมป์กล่าวว่าการเจรจาเป็น “ผลประโยชน์สูงสุดของอิหร่าน” ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ขู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าจะใช้มาตรการทางทหารหากการเจรจาล้มเหลว พร้อมเตือนว่าเตหะราน “จะตกอยู่ในอันตรายอย่างยิ่ง” หากไม่มีข้อตกลง 

ด้าน อับบาส อาราฆชี รัฐมนตรีต่างประเทศคนใหม่ของอิหร่าน ยอมรับถึงความเสี่ยงที่สูง โดยกล่าวในโซเชียลมีเดียเมื่อวันอังคารว่า “มันเป็นทั้งโอกาสและการทดสอบ ลูกบอลอยู่ในสนามของอเมริกาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว”

‘เนทันยาฮู’ โผล่จากบังเกอร์ เยือนจุดโดนถล่ม ลั่นพร้อมโค่นระบอบอิหร่าน เตรียมเอาคืนหนักกว่าเดิม

(16 มิ.ย. 68) นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ออกแถลงการณ์ยืนยันว่า “จะทำในสิ่งที่จำเป็น” ต่อผู้นำอิหร่าน พร้อมเปรยว่าการเปลี่ยนแปลงระบอบในกรุงเตหะราน อาจเป็นผลลัพธ์จากปฏิบัติการของอิสราเอล โดยกล่าวหาว่าผู้นำอิหร่านอ่อนแอ และประชาชนส่วนใหญ่ต้องการปลดอำนาจ

เนทันยาฮูได้ออกจากบังเกอร์ใต้ดินเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่เปิดฉากโจมตีอิหร่านเมื่อ 13 มิ.ย. เพื่อไปตรวจสอบความเสียหายที่เมืองบัต ยัม ชายฝั่งใกล้กรุงเทลอาวีฟ ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายที่ถูกขีปนาวุธของอิหร่านถล่มคืนก่อน ผู้นำอิสราเอลมีสีหน้าเคร่งเครียด พร้อมประกาศว่า “อิหร่านจะต้องจ่ายราคาที่แพงมาก สำหรับการสังหารพลเรือน ผู้หญิง และเด็กโดยเจตนา”

สงครามระหว่างสองประเทศยังทวีความรุนแรงต่อเนื่อง โดยอิสราเอลเปิดฉากโจมตีทางอากาศกว่า 80 จุดทั่วอิหร่าน ครอบคลุมกระทรวงกลาโหม โรงไฟฟ้า โครงการนิวเคลียร์ และย่านชุมชนในกรุงเตหะราน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 224 ราย ขณะเดียวกัน อิหร่านยิงตอบโต้ด้วยขีปนาวุธหลายระลอก ทำให้อิสราเอลมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 13 ราย และบาดเจ็บอีกนับร้อย

แม้ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย เรียกร้องให้เกิดการเจรจา แต่สถานการณ์ยังไร้แนวโน้มยุติลง รัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอลขู่จะทำลายกรุงเตหะรานเหมือนที่เคยถล่มเบรุต ส่วนผู้นำอิหร่านตอบโต้ด้วยคำขู่ว่า หากอิสราเอลยังเดินหน้าบุก จะได้รับ “การตอบแทนที่เจ็บปวดยิ่งกว่าเดิม”

ธงชาติกลางภาพพังพินาศ สะดุดตาเกินบังเอิญ ตั้งข้อสังเกต ‘อิสราเอล’ สร้างภาพเป็นฝ่ายถูกกระทำ

(16 มิ.ย. 68) เพจเฟซบุ๊ก Anucha Somnas ตั้งข้อสังเกตถึงภาพข่าวความเสียหายจากการโจมตีที่เกิดขึ้นในอิสราเอลว่า แทบทุกภาพล้วนมีธงชาติอิสราเอลหรือสัญลักษณ์ประจำชาติ ปรากฏอยู่ในเฟรมอย่างชัดเจน สร้างคำถามถึงความตั้งใจหรือเบื้องหลังของการเผยแพร่ภาพเหล่านี้ต่อสังคมโลก โดยเฉพาะในช่วงที่รัฐบาลเนทันยาฮูกำลังเผชิญแรงกดดันด้านสิทธิมนุษยชนจากกรณีถล่มฉนวนกาซา

ผู้โพสต์วิเคราะห์ว่า ความเสียหายที่เกิดจากจรวดซึ่งตกลงกลางเมือง อาจไม่ใช่ความบังเอิญ แต่คือการจัดฉากเพื่อสร้างภาพจำ สื่อสารกับนานาชาติว่าอิสราเอลเป็นฝ่ายถูกกระทำ พร้อมใช้ภาพเหล่านี้เป็น “แฟ้มสะสมผลงาน” หรือเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อ เบี่ยงเบนประเด็นเรื่องการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์ ที่ยังดำเนินต่อไป

นอกจากนี้ยังชี้ว่า นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ยังคงยึดแนวทางเดิมในการใช้พลเรือนของตนเองเป็นเครื่องมือทางยุทธศาสตร์ ไม่ต่างจากกรณีตัวประกันชาวอิสราเอลในฉนวนกาซา ที่ไม่เคยได้รับความสำคัญเท่ากับเป้าหมายทางทหาร รัฐบาลเลือกเดินหน้าถล่มทุกพื้นที่ของกาซา โดยไม่สนใจว่าตัวประกันจะเสียชีวิตจากการโจมตีของตนเองหรือไม่

ข้อสังเกตเหล่านี้สะท้อนคำถามถึง เจตนาของรัฐบาลอิสราเอลในการจัดการสงคราม และความโปร่งใสของการสื่อสารข้อมูลกับสาธารณะ ทั้งยังสะท้อนว่าความสูญเสียอาจไม่ใช่เพียงผลข้างเคียงของสงคราม หากแต่เป็นกลไกที่รัฐเลือกใช้ เพื่อเป้าหมายทางการเมืองในระดับที่ลึกซึ้งกว่านั้น

วุฒิสมาชิกสหรัฐฯ โทษ ‘เนทันยาฮู’ จุดชนวนสงครามอิหร่าน เตือนวอชิงตันอย่าตกหลุมพรางอิสราเอล

(17 มิ.ย. 68) เบอร์นี แซนเดอร์ส (Bernie Sanders) สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ ออกมาแสดงความเห็นอย่างตรงไปตรงมา ระบุว่านายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู เป็นผู้เริ่มต้นความขัดแย้งกับอิหร่านในครั้งนี้ พร้อมเตือนว่าสหรัฐฯ ไม่ควรถูกลากเข้าไปมีส่วนร่วมทั้งทางการทหารและทางการเงิน

แซนเดอร์สโพสต์บนแพลตฟอร์ม X ว่า “เนทันยาฮูเป็นคนเปิดฉากสงครามนี้ด้วยการโจมตีอิหร่าน” พร้อมระบุว่าเนทันยาฮูมีส่วนในการลอบสังหารอาลี ชามคานี หัวหน้าคณะเจรจานิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งเป็นการจงใจบ่อนทำลายการเจรจาระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน

เขายังกล่าวเสริมว่า “สหรัฐฯ ต้องไม่ถูกลากเข้าไปในสงครามที่ผิดกฎหมายของเนทันยาฮูอีก ไม่ว่าจะเป็นในเชิงทหารหรือการสนับสนุนทางการเงิน” โดยแซนเดอร์สเป็นหนึ่งในนักการเมืองสหรัฐฯ ที่วิจารณ์นโยบายทางทหารของเนทันยาฮูในฉนวนกาซาอย่างสม่ำเสมอ

ขณะที่ สถานการณ์ความตึงเครียดเริ่มปะทุขึ้นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศและโดรนถล่มหลายพื้นที่ทั่วอิหร่าน รวมถึงเป้าหมายด้านการทหารและนิวเคลียร์ ส่งผลให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธกลับอย่างหนักหน่วง

ทางการอิสราเอลระบุว่ามีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 24 ราย และบาดเจ็บอีกหลายร้อยคนจากการโจมตีของอิหร่าน ขณะที่ฝ่ายอิหร่านเผยว่าการถล่มของอิสราเอลทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วกว่า 224 ราย และบาดเจ็บมากกว่า 1,000 คน

ขอปกป้องเต็มที่! ‘ทรัมป์’ พร้อมหนุน ‘เนทันยาฮู’ เรียกร้องยกเลิกคดีทุจริต ชี้เป็นการ ‘ล่าแม่มด’

(26 มิ.ย. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกโรงปกป้องนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล เรียกร้องให้รัฐบาลอิสราเอลยุติการดำเนินคดีทุจริต หรือออกอภัยโทษให้โดยทันที โดยชี้ว่าเป็น ‘การล่าแม่มด’ ต่อผู้นำที่เขายกย่องว่าเป็น ‘วีรบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ของรัฐอิสราเอล’

เนทันยาฮูถูกฟ้องในปี 2019 ในข้อหาติดสินบน ฉ้อโกง และละเมิดความไว้วางใจ โดยการไต่สวนเริ่มต้นตั้งแต่ปี 2020 และยังคงดำเนินอยู่ในศาลกรุงเทลอาวีฟ โดยล่าสุดเริ่มการซักค้านเมื่อวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งคาดว่าจะใช้เวลานานถึง 1 ปี จึงจะเสร็จสิ้น

ทรัมป์โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ว่า “คดีของ Bibi (เนทันยาฮู) ควรถูกยกเลิกทันที หรือไม่ก็ให้อภัยโทษกับวีรบุรุษที่ทำคุณมากมายเพื่อชาติอิสราเอล” พร้อมกล่าวว่า “สหรัฐอเมริกาเคยช่วยอิสราเอล และตอนนี้จะเป็นฝ่ายช่วย Bibi เนทันยาฮู”

อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีอิสราเอล ไอแซก เฮอร์ซ็อก ได้ยืนยันผ่านสื่อว่า ยังไม่มีการยื่นขออภัยโทษอย่างเป็นทางการ และ ‘เรื่องนี้ยังไม่อยู่บนโต๊ะ’ ท่ามกลางความไม่ชัดเจนว่า ทรัมป์หรือรัฐบาลสหรัฐฯ จะสามารถเข้าแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของอิสราเอลได้เพียงใด โดยก่อนหน้านี้ ทรัมป์เพิ่งวิจารณ์อิสราเอลกรณีทิ้งระเบิดอิหร่านหลังการหยุดยิงว่า ‘มากเกินไป’ และทำให้เขาไม่พอใจมาก

ผู้นำอิสราเอลเคร่งเครียด หลังขีปนาวุธอิหร่านตกใกล้สถาบันวิจัยยิว

(1 ก.ค. 68) นายกรัฐมนตรี เบนจามิน เนทันยาฮู แสดงท่าทีเคร่งเครียดอย่างยิ่ง ขณะลงพื้นที่ตรวจสอบซากขีปนาวุธอิหร่านที่ตกใกล้สถาบันวิจัย Weizmann ใกล้เมืองเรโฮโวท เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน หลังอิหร่านยิงขีปนาวุธโจมตีเป็นเวลาหลายวัน

แม้อิสราเอลและสหรัฐฯ จะร่วมกันโจมตีเป้าหมายด้านนิวเคลียร์และขีปนาวุธของอิหร่านไปแล้ว แต่เนทันยาฮูเผยว่าสถานการณ์ยังไม่สงบ เพราะอิหร่านยังคงยิงขีปนาวุธตอบโต้ต่อเนื่อง ฝ่าข้อตกลงหยุดยิงชั่วคราว

ขณะที่เนทันยาฮูไปตรวจสอบซากขีปนาวุธที่ตกใกล้สถาบัน Weizmann พบความเสียหายชัดเจน อาคารพัง หน้าต่างแตก และเศษซากกระจายเต็มพื้นที่ ทำให้เขาตัดสินใจลงพื้นที่ด้วยตัวเอง เพื่อรับฟังรายงานจากทีมกู้ภัยและนักวิจัยที่เข้าตรวจสอบสถานที่

เนทันยาฮูกล่าวว่า การตรวจสอบสภาพซากขีปนาวุธเป็นส่วนหนึ่งของการรับรองความพร้อมป้องกันภัยคุกคาม และเตือนว่าอิสราเอลจะไม่ยอมให้ฝ่ายอิหร่านสร้างระบบอาวุธขีปนาวุธ-นิวเคลียร์ พร้อมย้ำว่าสถานการณ์รอบนี้เปิดทางเลือกใหม่ ในการกู้ตัวชาวอิสราเอลที่ถูกจับเป็นตัวประกันในกาซา

‘เนทันยาฮู’ ยันไม่ยอมรับฮามาสในกาซา ต้องกำจัดให้หมด ห้ามคุกคามอิสราเอลอีก

(8 ก.ค. 68) นายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ประกาศเสนอชื่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เข้ารับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ระหว่างพบปะที่ทำเนียบขาว โดยชื่นชมบทบาทของทรัมป์ในการผลักดันสันติภาพในตะวันออกกลาง แม้การพูดคุยครั้งนี้มีประเด็นหลักคือแรงกดดันจากสหรัฐให้ยุติสงครามในฉนวนกาซา

ขณะเดียวกัน ตัวแทนอิสราเอลและฮามาสเริ่มการเจรจาทางอ้อมอีกครั้งในกาตาร์ หลังหยุดชะงักไปร่วม 6 สัปดาห์ โดยยังติดเงื่อนไขหลักหลายประการ เช่น การรับประกันว่าอิสราเอลจะไม่กลับมาทำสงครามอีก และข้อเรียกร้องของเนทันยาฮูที่ต้องการขับไล่ฮามาสออกจากกาซาให้สิ้น

เนทันยาฮูถูกผู้สื่อข่าวถามถึงรายงานที่ว่า อิสราเอลอาจมีแผนบังคับให้ชาวปาเลสไตน์ในกาซาอพยพออกนอกพื้นที่ ซึ่งหลายฝ่ายวิจารณ์ว่าอาจเข้าข่ายการ “ล้างเผ่าพันธุ์” เขาตอบว่า ชาวปาเลสไตน์ควรมีสิทธิเลือกเองว่าจะอยู่หรือจะไป ไม่ใช่ถูกบังคับ และระบุเพิ่มเติมว่า อิสราเอลกำลังหารือกับสหรัฐฯ เพื่อหาประเทศที่ยินดีรับผู้อพยพเหล่านี้ไปอยู่ต่ออย่างถาวร

ด้านทรัมป์กล่าวว่า เขาไม่อยากให้สหรัฐต้องโจมตีอิหร่านอีก และเชื่อว่าอิหร่านมีท่าทีอ่อนลงเมื่อเทียบกับ 2 สัปดาห์ก่อน นอกจากนี้ เขายังยืนยันว่าจะส่งอาวุธเพิ่มเติมให้ยูเครน เพื่อให้สามารถป้องกันตัวเองจากการรุกรานของรัสเซีย พร้อมระบุว่า เขารู้สึกไม่พอใจประธานาธิบดีปูติน ที่ยังคงเดินหน้าทำสงครามในยูเครนต่อไป

เมื่อทรัมป์ถูกถามถึงแนวทางแบบสองรัฐ เพื่อแก้ปัญหาระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์ เขาเลือกให้เนทันยาฮูเป็นผู้ตอบแทน ซึ่งเนทันยาฮูระบุว่า ปาเลสไตน์ควรมีสิทธิในการปกครองตนเอง แต่ต้องไม่มีอำนาจใด ๆ ที่จะคุกคามความมั่นคงของอิสราเอล โดยอิสราเอลจะยังคงดูแลด้านความมั่นคงในกาซาต่อไป พร้อมแสดงความมั่นใจว่า หากมีทรัมป์เป็นผู้นำ ความสงบในตะวันออกกลางสามารถเกิดขึ้นได้

นายกฯ สเปนจวกยุโรปนิ่งเฉย ปล่อยอิสราเอลฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ปาเลสไตน์

(15 ก.ค. 68) เปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน กล่าวต่อรัฐสภาว่า ยุโรปยังคงนิ่งเฉยต่อเหตุการณ์ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ในปาเลสไตน์ พร้อมวิจารณ์รัฐบาลของเบนจามิน เนทันยาฮู ว่ากำลังสร้าง “หนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ที่มืดมนที่สุดของศตวรรษที่ 21” และย้ำว่า “ใครก็ตามที่ใช้ความหิวสงครามเพื่อทำลายรัฐที่มีความชอบธรรม ไม่ควรได้รับสถานะเป็นพันธมิตรของอียู”

ซานเชซกล่าวว่า ภาพเด็กๆ ค้นหาครอบครัวใต้ซากปรักหักพัง หรือค่อยๆ ตายจากความอดอยากในเต็นท์ ไม่ควรแค่ทำให้เราสะเทือนใจ แต่ควรกระตุ้นให้ประชาคมโลก โดยเฉพาะยุโรป ลุกขึ้นมาดำเนินการอย่างจริงจัง

โดยสเปนและไอร์แลนด์ได้ยื่นขอให้อียูตรวจสอบว่าอิสราเอลละเมิดข้อตกลงความร่วมมือกับอียูหรือไม่ ซึ่งรายงานเมื่อเดือนมิถุนายนพบว่า มี “หลักฐานมากเพียงพอ” ที่บ่งชี้ว่าอิสราเอลละเมิดมาตราเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน

แม้จนถึงขณะนี้อียูยังไม่ดำเนินมาตรการใดๆ แต่ซานเชซเผยว่าสเปนกำลังผลักดันให้มีการ “ระงับข้อตกลงความร่วมมือ” กับอิสราเอลทันที พร้อมทิ้งท้ายว่า “สิ่งที่เราประณามปูตินในยูเครน เราก็ต้องไม่ยอมให้เนทันยาฮูทำแบบเดียวกันในปาเลสไตน์”


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top