Friday, 5 June 2026
World

พบความหวังใหม่!! งานวิจัยอิสราเอลชี้ “แบคทีเรียลำไส้” หนุนภูมิผู้ติดเชื้อ HIV เปิดทางเสริม CD4 เผยแนวทางป้องกันและรักษาใหม่ เน้นปรับจุลินทรีย์ผ่านอาหารและโปรไบโอติกส์

(17 ก.พ. 69) ทีมวิจัยจากสถาบันวิทยาศาสตร์ไวซ์มันน์ (WIS) ของอิสราเอลค้นพบว่าแบคทีเรียในลำไส้สามารถช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันในผู้ติดเชื้อเอชไอวีได้ นำมาซึ่งความหวังใหม่ในการป้องกันและปรับปรุงคุณภาพชีวิตผู้ป่วย

การศึกษาซึ่งเผยแพร่ในวารสารเนเจอร์ ไมโครไบโอโลจี ระบุว่าเชื้อเอชไอวีโจมตีเซลล์ซีดี4 ที (CD4 T) ในลำไส้ ทำให้ผู้ติดเชื้อมีความเสี่ยงติดเชื้อมากขึ้น แม้ยาต้านไวรัสสามารถกดไวรัสในเลือดไว้ได้ แต่ยังคงมีไวรัสแฝงในบริเวณลำไส้

ทีมวิจัยตรวจสอบจุลินทรีย์ในลำไส้ของผู้ติดเชื้อเอชไอวีในอิสราเอลและเอธิโอเปียเปรียบเทียบกับอาสาสมัครสุขภาพดี พบว่าเชื้อไวรัสเปลี่ยนสัดส่วนแบคทีเรีย ลำไส้จากผู้ติดเชื้อระยะแรกช่วยเพิ่มเซลล์ซีดี4 ที ในหนูทดลองและสู้กับเชื้อได้ ด้านผู้ป่วยระยะลุกลามไม่พบผลเช่นนี้

'นักวิจัย' กล่าวว่า "การค้นพบนี้เปิดทางใหม่ในการเสริมภูมิคุ้มกันผ่านการปรับเปลี่ยนแบคทีเรียในลำไส้ เช่น ผ่านอาหาร โปรไบโอติกส์ หรือการบำบัดเฉพาะตัว โดยเฉพาะในกรณียาต้านไวรัสขั้นสูงมีจำกัด"

ที่มา : Xinhua

ตั้ง 'สภา AI แห่งชาติ' นายกฯ นั่งคุมเอง ดัน 4 ภารกิจ AI พลิกโฉมเศรษฐกิจ เลิกแข่งสร้างโมเดลใหญ่ แต่เน้น 'ใครใช้เป็นก่อนชนะ'

สิงคโปร์ตั้ง “สภา AI แห่งชาติ” นายกฯ นั่งหัวโต๊ะ—เกมนี้ไม่ได้แข่งว่าใครมีโมเดลใหญ่สุด แต่แข่งว่า “ใครใช้ AI ได้เร็วและได้ผลจริง”

Budget 2026 (12 ก.พ. 2026) สิงคโปร์ประกาศตั้ง National AI Council ให้นายกฯ เป็นประธาน เพื่อกำหนดทิศทางและเร่ง “การใช้ AI จริง” ทั้งประเทศ—จากภารกิจระดับชาติ ไปจนถึงเครื่องมือให้ธุรกิจและแรงงานปรับตัวทัน

ในการแถลงงบประมาณปี 2026 (Budget 2026) วันที่ 12 ก.พ. 2026 ในรัฐสภาสิงคโปร์ นายกฯ ลอว์เรนซ์ หว่อง ประกาศตั้ง “สภาปัญญาประดิษฐ์แห่งชาติ (National AI Council)” โดยนายกฯ จะเป็นประธานเอง เพื่อให้รัฐกำหนดทิศทางเดียวกันและขับเคลื่อนวาระ AI ของประเทศแบบจริงจัง ตั้งแต่งานวิจัยและพัฒนา (R&D) กติกา/กำกับดูแล ไปจนถึงการส่งเสริมการลงทุนและการใช้งานในภาคธุรกิจ

แก่นของสิงคโปร์ชัดมาก: ไม่ได้จะชนะด้วยการสร้างโมเดลที่ใหญ่ที่สุด แต่จะชนะด้วยการ “นำ AI ไปใช้จริง” ให้เร็ว ปลอดภัย และวัดผลได้—จนกลายเป็นแต้มต่อความสามารถแข่งขันของชาติ

สภา AI แห่งชาติ ทำอะไร: 3 คำ = ตั้งเป้า–รวมแรง–เร่งผลลัพธ์
บทบาทหลักของสภาฯ คือให้ “ทิศทางเชิงยุทธศาสตร์” และทำให้หน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐเดินเกมสอดประสานกัน ไม่ให้ทำงานคนละทิศคนละทาง โดยมีเป้าหมายใหญ่ 3 ชั้น:
• ตั้ง “ภารกิจ AI ระดับชาติ (AI Missions)” เพื่อเร่งการพัฒนา-ทดสอบ-ใช้งาน-ขยายผล (develop, test, deploy, scale) เป็นระบบ
• เร่งการใช้ AI ในภาคธุรกิจ โดยเฉพาะ SME ผ่านมาตรการสนับสนุนที่จับต้องได้
• พาคนทำงานไปด้วยกัน ด้วยการอัปสกิล/รีสกิล และทำให้เส้นทางเรียนรู้ AI ง่ายขึ้น

ภารกิจ AI 4 สมรภูมิ: เลือก “จุดคานงัด” ที่กระทบเศรษฐกิจทั้งประเทศ
สิงคโปร์ประกาศ “National AI Missions” โฟกัส 4 สาขาแกนหลักที่มีความเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจจริงและศักยภาพการเติบโต:
• การผลิตขั้นสูง (Advanced manufacturing)
• การเชื่อมต่อและโลจิสติกส์ (Connectivity & logistics)
• การเงิน (Finance)
• สาธารณสุข (Healthcare)
แนวคิดสำคัญคือเลือก “สนามที่คานงัดได้แรง” แล้วใช้เครื่องมือรัฐแบบครบวงจร ทั้งกติกา การลงทุน และการจับมืออุตสาหกรรม เพื่อเปลี่ยน AI จากเดโมให้เป็นระบบที่ใช้ได้จริงในระดับประเทศ

ไม่ปล่อยให้ AI เป็นเรื่องของบริษัทยักษ์: ดันทั้งประเทศให้ “ใช้จริง”
ในสปีชยอมรับตรง ๆ ว่าการทำ AI แบบ end-to-end นั้นยาก รัฐจึงออกแบบมาตรการให้ธุรกิจทำได้จริง และลดต้นทุนการเริ่มต้น เช่น:
• โครงการ Champions of AI สนับสนุนบริษัทที่เอาจริงกับการทรานส์ฟอร์มทั้งองค์กร (รวมถึงฝึกคน)
• ยกระดับ Enterprise Innovation Scheme ให้เอื้อการลงทุน/การใช้งาน AI มากขึ้น
• ขยาย Productivity Solutions Grant (PSG) ให้ครอบคลุมโซลูชันดิจิทัล/AI ที่หลากหลายขึ้น เพื่อให้ทุกขนาดบริษัทเข้าถึงเครื่องมือได้
• สร้างระบบนิเวศด้วยพื้นที่และคอมมูนิตี้: Lorong AI และการเตรียมทำ “AI park” ที่ one-north

ทำไมสิงคโปร์จริงจังขนาดนี้: AI ถูกยกเป็น “ความมั่นคงทางเศรษฐกิจ”
ภายใต้บริบทโลกที่ “ความไม่แน่นอน” กลายเป็นเรื่องปกติ ทั้งภูมิรัฐศาสตร์ ไซเบอร์ และความเสี่ยงใหม่ ๆ สิงคโปร์วาง AI เป็นเครื่องมือเพิ่มผลิตภาพและรับมือข้อจำกัดเชิงโครงสร้างของประเทศ เช่น ตลาดแรงงานตึงตัวและสังคมสูงวัย
และหากมองย้อนหลัง สิงคโปร์มี “ยุทธศาสตร์ AI แห่งชาติ 2.0 (NAIS 2.0)” ที่เปิดตัวตั้งแต่ปี 2023 อยู่แล้ว งบปี 2026 จึงเหมือนการตั้ง “ห้องเครื่องขับเคลื่อน” ระดับชาติให้ยุทธศาสตร์เดินเร็วขึ้น ผ่านกลไกสภาฯ และภารกิจ AI ที่มีตัวชี้วัดชัด

บทเรียนถึงไทย (แบบไม่ต้องฝันใหญ่เกินจริง)
ถ้าจะถอดบทเรียนให้ไทยแบบจับต้องได้ มี 3 ข้อ:
• ตั้ง “เจ้าภาพระดับชาติ” ที่มีอำนาจประสานจริง (ไม่ใช่ต่างคนต่างทำ)
• โฟกัสเป็น “ภารกิจ” ไม่ใช่ “โปรเจกต์ทดลอง” แล้วกำหนดตัวชี้วัดให้ชัด
• ชนะด้วยการใช้งานและความเชื่อมั่น (trust) มากกว่าการแข่งโมเดลใหญ่สุด—ประเทศเล็กก็ชนะได้ ถ้ารู้ทางและทำเป็น

สรุปสไตล์สิงคโปร์ในประโยคเดียว: AI ไม่ใช่ของเล่นใหม่ แต่คือเครื่องมือรัฐในการเร่งผลิตภาพ—และต้องทำให้ทั้งประเทศใช้ได้จริง

วอชิงตันเคลียร์ชัด!! สหรัฐฯ ประกาศทดสอบนิวเคลียร์ กลับมาใช้วิธีเท่าเทียม ไม่ใช้การทดสอบในชั้นบรรยากาศ สหรัฐฯ ชี้เป้าหมายลดอาวุธนิวเคลียร์ ปิดทางเจรจาเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์

(18 ก.พ. 69) คริสโตเฟอร์ ยอว์ ผู้ช่วยรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ฝ่ายควบคุมอาวุธและไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ เปิดเผยว่า สหรัฐฯ จะดำเนินการทดสอบนิวเคลียร์อีกครั้ง "บนฐานที่เท่าเทียมกัน" แต่ไม่กลับไปสู่การทดสอบในชั้นบรรยากาศขนาดใหญ่ เหมือนในอดีตที่เรียกว่า Ivy Mike ซึ่งมีขนาดหลายเมกะตัน

ยอว์กล่าวผ่านจุดยืนของประธานาธิบดีสหรัฐว่า "สหรัฐฯ จะกลับไปทำการทดสอบบนฐานที่เท่าเทียมกัน แต่คำว่า ‘ฐานที่เท่าเทียมกัน’ ไม่ได้หมายความว่าเราจะย้อนกลับไปทำการทดสอบในชั้นบรรยากาศแบบ Ivy Mike ในระดับหลายเมกะตันอย่างที่ผู้เชี่ยวชาญบางกลุ่มพยายามทำให้คนเชื่อ"

นอกจากนี้ การหารือในอนาคตเรื่องเสถียรภาพเชิงยุทธศาสตร์อาจครอบคลุมประเด็นทดสอบนิวเคลียร์และกลไกตรวจสอบยืนยันเพื่อควบคุมอาวุธ ขณะที่สถานการณ์หลังสิ้นสุดอายุสนธิสัญญา New START ระหว่างสหรัฐฯ กับรัสเซีย อาจเป็นจุดเริ่มต้นของช่วงเวลาการเจรจาใหม่เพื่อดันเป้าลดคลังแสงนิวเคลียร์ทั่วโลก

กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยันว่าไม่มีข้อตกลงใดกับรัสเซียหลังสิ้นสุดสนธิสัญญาดังกล่าว และยังมองว่า "ร่มนิวเคลียร์" ที่คุ้มครองพันธมิตร เป็นเครื่องมือสำคัญในการไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่อดีตประธานาธิบดีทรัมป์เรียกร้องให้จีนเข้าร่วมการเจรจาเรื่องเสถียรภาพเพื่อลดการแข่งขันสะสมอาวุธนิวเคลียร์ทั่วโลก

สหรัฐฯ เชื่อในความจำเป็นที่ทุกประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์ต้องมีส่วนร่วมในเจรจาเพื่อยุติการแข่งขันด้านอาวุธในระยะยาว

ที่มา : Sputnik

ลาวปรับเกมสุขภาพ ปรับโรงพยาบาลรัฐใช้ระบบบริหารตนเอง ยกระดับบริการดึงผู้ป่วยวีไอพี เน้นประสิทธิภาพจัดสรรทรัพยากร ขยายโครงการสู่โรงพยาบาลในแขวงหลายแห่ง

(18 ก.พ. 69) กระทรวงสาธารณสุขของลาวประกาศปรับเปลี่ยนโรงพยาบาลรัฐหลายแห่งเป็นองค์กรที่บริหารจัดการด้วยตนเอง เพื่อยกระดับมาตรฐานบริการผู้ป่วยและเพิ่มประสิทธิภาพใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิผลมากขึ้น เป้าหมายหลักคือดึงดูดผู้ป่วยระดับวีไอพีและผู้ป่วยพิเศษที่ปกติจะเลือกใช้บริการโรงพยาบาลเอกชนหรือไปต่างประเทศ กลับมารับบริการสถานพยาบาลรัฐเพิ่มขึ้น

การปฏิรูปนี้เน้นการมอบอำนาจทางการบริหารตัวบุคลากรและด้านการเงินให้แก่โรงพยาบาลรัฐ เพื่อให้ทีมบริหารสามารถตัดสินใจได้รวดเร็วขึ้นและจัดสรรทรัพยากรในการวินิจฉัยและรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ ตอบสนองความต้องการของผู้ป่วยได้ดีขึ้น โดยเพิ่มโอกาสให้โรงพยาบาลรัฐปรับตัวและแข่งขันในตลาดบริการสุขภาพได้ดีขึ้น

ก่อนหน้านี้ มีโรงพยาบาลในนครหลวงเวียงจันทน์ 3 แห่งที่ได้ทดลองโครงการบริหารจัดการตนเองในช่วงปี 2022 และในปี 2025 ได้ขยายโครงการไปยังโรงพยาบาลระดับกลาง 2 แห่งและโรงพยาบาลระดับแขวงอีก 10 แห่ง โดยผลสำเร็จและบทเรียนจากระยะนำร่องนี้จะเป็นแนวทางสำคัญในการขยายโครงการให้ครอบคลุมทั่วประเทศอย่างมีระบบและประสิทธิภาพ

การดำเนินโครงการครั้งนี้สะท้อนความพยายามของลาวในการปรับปรุงระบบสุขภาพภาครัฐให้เข้มแข็งและตอบโจทย์ตลาดบริการสุขภาพที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ขณะเดียวกันยังช่วยลดการไหลออกของผู้ป่วยไปใช้บริการต่างประเทศ ช่วยสร้างความมั่นใจให้กับระบบสาธารณสุขของประเทศในระยะยาว

ที่มา : Xinhua

เกมในสภาปิดดีล!! “ทาคาอิจิ” ผ่านมติสองสภา ขึ้นนายกฯ คนที่ 105 ของญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ คะแนนเสียงถล่มทลายในรัฐสภาญี่ปุ่น กระชับความมั่นคงการเมืองและนโยบายต่อเนื่อง

(19 ก.พ. 69) ซานาเอะ ทาคาอิจิ หัวหน้าพรรคเสรีประชาธิปไตย (LDP) ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลของญี่ปุ่น ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 105 ของญี่ปุ่นอย่างเป็นทางการ ในการประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญเมื่อวันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ โดยสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาได้ลงมติเลือกแยกกัน

ทาคาอิจิได้รับคะแนนเสียง 354 เสียงจากสภาผู้แทนราษฎร ชนะจุนยะ โอกาวะ ผู้นำพรรคฝ่ายค้านกลุ่มพันธมิตรปฏิรูปสายกลาง ซึ่งได้ 50 เสียง ขณะที่ในวุฒิสภาต้องมีการลงมติรอบสองเนื่องจากไม่มีผู้สมัครคนใดได้คะแนนเสียงข้างมากในรอบแรก โดยรอบตัดสิน ทาคาอิจิได้รับ 125 เสียง โอกาวะ 65 เสียง

ก่อนหน้านี้ ทาคาอิจิและคณะรัฐมนตรีได้ยื่นลาออกทั้งหมดตามรัฐธรรมนูญ ก่อนการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ในวันเดียวกัน โดยสื่อญี่ปุ่นคาดว่ารัฐมนตรีหลายตำแหน่งยังคงเดิมรวมถึงโทชิมิตสึ โมเตงิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ทาคาอิจิกล่าวว่า "เราจะเดินหน้าต่อภายใต้ความมั่นคงและเสถียรภาพทางการเมือง"

คณะรัฐมนตรีชุดนี้จะรักษานโยบายเดิมต่อไป โดยประธานสภาผู้แทนราษฎรคือเออิสึเกะ โมริ จากพรรคเสรีประชาธิปไตย ส่วนรองประธานเป็นเคอิจิ อิชิอิ จากกลุ่มพันธมิตรปฏิรูปสายกลาง การเลือกตั้งครั้งนี้แสดงถึงความต่อเนื่องในรัฐบาลและเสถียรภาพทางการเมืองของญี่ปุ่น

ที่มา :Xinhua

มอสโกยืนกราน!! ปูตินลั่นไม่ยอมรับการบีบคิวบาเพิ่ม ชี้สถานการณ์คว่ำบาตรกำลังตึง ย้ำรัสเซียไม่ทนแรงกดดันใหม่ สัมพันธ์สองชาติแน่นแฟ้นขึ้น

(19 ก.พ. 69) ประธานาธิบดี 'วลาดิเมียร์ ปูติน' ของรัสเซีย ประกาศว่ารัสเซียมองว่า "ข้อจำกัดใหม่" ต่อคิวบาเป็นสิ่งที่ "ยอมรับไม่ได้" โดยกล่าวขณะพบกับนาย 'บรูโน โรดริเกซ ปาร์ริยา' รัฐมนตรีต่างประเทศคิวบาเมื่อวันพุธ

'ปูติน' ระบุว่า "ขณะนี้เราอยู่ในช่วงเวลาพิเศษ มีมาตรการคว่ำบาตรใหม่ ๆ เกิดขึ้น คุณก็รู้ว่าเรารู้สึกอย่างไรกับเรื่องนี้ เราจะไม่ยอมรับอะไรทำนองนี้อย่างเด็ดขาด" และเสริมว่าความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและคิวบากำลังพัฒนาไปในทิศทางบวก

ด้านนาย 'บรูโน โรดริเกซ ปาร์ริยา' ขอบคุณรัสเซียสำหรับความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของรัฐบาลรัสเซีย ท่ามกลางความเข้มงวดของ "มาตรการปิดล้อม" และแรงกดดันด้านพลังงานซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและประชาชนคิวบา

โดยระบุว่า "ผมขอขอบคุณเป็นพิเศษต่อท่าน ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน และรัฐบาลรัสเซีย รวมถึงรัฐมนตรีต่างประเทศ เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ สำหรับความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของรัสเซียที่แสดงออกมา ท่ามกลางการเพิ่มความเข้มงวดของมาตรการปิดล้อมต่อคิวบา และแรงกดดันด้านพลังงาน ซึ่งกำลังก่อให้เกิดความทุกข์ยากแก่ประชาชนของเรา และสร้างเงื่อนไขที่ยากลำบากอย่างมากต่อเศรษฐกิจของเรา"

สถานการณ์นี้สะท้อนความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและตะวันตกที่มีต่อคิวบา ซึ่งต้องเผชิญกับมาตรการคว่ำบาตรอย่างต่อเนื่อง ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมที่รุนแรงต่อประชาชนบนเกาะคิวบา

ที่มา : Sputnik

นักท่องเที่ยวจีนพุ่ง 15-20% ชาวจีนบินตรง “หนานหนิง-กรุงเทพฯ” จากกลับภูมิลำเนาสู่เที่ยวต่างแดน เที่ยวไทยฉลองตรุษจีน สะท้อนกระแสตรุษจีนเที่ยวไทยพีค

(20 ก.พ. 69) ท่าอากาศยานนานาชาติหนานหนิง อู๋ซวี ในเขตกว่างซีจ้วงของจีน มีบรรยากาศคึกคักในช่วงเทศกาลตรุษจีน 2026 โดยผู้โดยสารจำนวนมากเดินทางตรงไปยังประเทศไทยเพื่อท่องเที่ยวเทศกาลตรุษจีนแบบใหม่จากเดิมที่เน้นกลับภูมิลำเนา เป็นเที่ยวพักผ่อนในต่างประเทศ ภายใต้นโยบายฟรีวีซ่าจีน-ไทยและเส้นทางบินที่สะดวก

บริษัททัวร์ในกว่างซีเผยว่าความต้องการท่องเที่ยวไทยและประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เพิ่มขึ้นอย่างมากในช่วงก่อนเทศกาลตรุษจีน ช่วงหยุดยาว 9 วันปีนี้ช่วยกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวชาวจีนโดยเฉพาะครอบครัว เดินทางท่องเที่ยวกันมากขึ้น ดังคำกล่าวของ 'ถานซูถิง' จากหนานหนิงที่บอกว่า "ปกติเฉลิมฉลองในบ้านและเยี่ยมญาติ แต่ปีนี้พาครอบครัวไปเที่ยวพักผ่อนที่ไทย" แสดงถึงความนิยมในอากาศอบอุ่นและความสะดวกสบาย

เที่ยวบินตรงหนานหนิง-กรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นเป็น 3 เที่ยวต่อวันในช่วงเทศกาลตรุษจีนโดยจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้นราว 30% เมื่อเทียบกับปีก่อน สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยวประเมินว่ามีนักท่องเที่ยวจีนเดินทางไปไทยช่วง 13-22 ก.พ. ราว 350,000 คน หรือเพิ่มขึ้น 15-20% เทียบกับปีก่อน

นอกจากนักท่องเที่ยวใหม่แล้ว ยังมีนักท่องเที่ยวจีนประจำที่เดินทางมาไทยเพื่อหนีอากาศหนาว พบปะญาติที่อาศัยในไทย สถานการณ์บ่งบอกการเติบโตของการท่องเที่ยวสองทางและความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันระหว่างไทย-จีนในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้

ที่มา : Xinhua

สหรัฐฯ พร้อมโจมตี!! กองทัพอาจเริ่มปฏิบัติการกับอิหร่านได้เร็วสุด สัญญาณกดดันอิหร่านชัดขึ้น อิหร่านสวนกลับคำเตือนสหรัฐฯ หากเกิดโจมตี จะมีการตอบโต้ทันที

(20 ก.พ. 69) เจ้าหน้าที่ความมั่นคงสูงสุดของสหรัฐฯ แจ้งโดนัลด์ ทรัมป์ว่า กองทัพอเมริกันอาจพร้อมเริ่มปฏิบัติการโจมตีอิหร่านได้เร็วสุดตั้งแต่วันเสาร์นี้ แต่ยังไม่มีการอนุมัติแผนอย่างเป็นทางการ รายงานเผยว่าปัญหาอิหร่านเป็นวาระหลักการประชุม"ห้องสถานการณ์" ที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพุธที่ผ่านมา

แม้ว่าปัจจุบันทรัมป์ยังไม่ได้ให้ไฟเขียว แต่กำลังรบสหรัฐฯ ในภูมิภาคคาดว่าจะเข้าประจำตำแหน่งครบถ้วนภายในกลางเดือนมีนาคม ด้านเพนตากอนเริ่มโยกย้ายบุคลากรบางส่วนออกจากตะวันออกกลางเป็นการชั่วคราว เพื่อลดความเสี่ยงก่อนปฏิบัติการหรือการตอบโต้จากอิหร่าน

กระทรวงกลาโหมระบุว่านี่เป็น"ขั้นตอนมาตรฐาน" ก่อนทำปฏิบัติการ ในขณะเดียวกัน มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ เตรียมไปเยือนอิสราเอลในสองสัปดาห์ข้างหน้า เพื่อหารือกับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู

ในทางทหาร กองเรือบรรทุกเครื่องบิน USS Abraham Lincoln พร้อมกองเรือคุ้มกันประจำภูมิภาค ขณะที่ USS Gerald Ford กำลังเดินทางมาเสริมความแข็งแกร่ง อิหร่านออกมาเตือนว่า "จะมีการตอบโต้" หากถูกโจมตี ผู้นำสูงสุด 'อาลี คาเมเนอี' กล่าวว่า การจมเรือบรรทุกเครื่องบินจะเป็น "การแสดงศักยภาพ" ที่แท้จริง

สถานการณ์นี้สะท้อนความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในตะวันออกกลาง ท่ามกลางความพยายามทางการทูตและการเตรียมความพร้อมทางทหารของทั้งสองฝ่าย

ที่มา : Sputnik

Meta ปัดฝุ่น “Malibu 2” ส่งสมาร์ตวอตช์ชน Apple ปลายปี 2026 รับยุค AI

หลังจากที่เคยพับเก็บโครงการไปเมื่อปี 2022 ล่าสุด Meta (Facebook) กลับมาเดินหน้าเต็มสูบอีกครั้งกับโครงการสมาร์ตวอตช์ ภายใต้รหัสลับ "Malibu 2" โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในระบบนิเวศ Wearable ที่ทำงานร่วมกับ AI และแว่นตาอัจฉริยะ (Smart Glasses) อย่างไร้รอยต่อ

การกลับมาของ "ข้อมืออัจฉริยะ" ที่ไม่ใช่แค่นาฬิกา

รายงานจากแหล่งข่าววงในระบุว่า Meta กำลังซุ่มพัฒนาสมาร์ตวอตช์รุ่นใหม่ที่มีกำหนดเปิดตัวในช่วง ปลายปี 2026 (พ.ศ. 2569) ซึ่งการกลับมาครั้งนี้ไม่ใช่แค่การทำนาฬิกาบอกเวลาหรือวัดชีพจรแบบเดิมๆ แต่เป็นการแก้เกมด้วยฟีเจอร์ที่คู่แข่งยังไม่มี

จุดเด่นที่คาดว่าจะมาใน "Meta Smartwatch":
1. กล้องถ่ายรูปในตัว (Built-in Camera): จุดขายหลักที่แตกต่างจาก Apple Watch หรือ Galaxy Watch คือการติดตั้งกล้องความละเอียดสูง เพื่อให้ผู้ใช้สามารถวิดีโอคอล หรือถ่ายภาพเพื่อแชร์ลง Social Media (Facebook/Instagram) ได้ทันทีจากข้อมือ

2. ศูนย์บัญชาการ AI: ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง Meta AI (Llama Models) ที่จะทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยส่วนตัว คอยวิเคราะห์สุขภาพ ให้คำแนะนำ และตอบโต้ได้ฉลาดกว่าเดิม

3. ตัวควบคุมแว่น AR/VR: ไฮไลต์สำคัญคือการทำงานร่วมกับ Ray-Ban Meta หรือแว่น Orion ในอนาคต โดยนาฬิกาอาจทำหน้าที่เป็นตัวสั่งการ (Controller) ผ่านการขยับมือหรือคลื่นประสาท (Neural Interface) เพื่อควบคุมภาพที่เห็นในแว่นตา

ทำไมต้อง "ปัดฝุ่น" ตอนนี้?
การรื้อฟื้นโครงการนี้เกิดขึ้นจาก 2 ปัจจัยหลัก:

• ความสำเร็จของ Ray-Ban Meta: ยอดขายแว่นตาอัจฉริยะที่ดีเกินคาด พิสูจน์แล้วว่าผู้คนพร้อมเปิดรับอุปกรณ์สวมใส่ของ Meta หากมันมีประโยชน์และดีไซน์สวยงาม

• กระแส AI Wearables: ตลาดกำลังต้องการฮาร์ดแวร์ที่ออกแบบมาเพื่อ AI โดยเฉพาะ (AI-first hardware) ซึ่งนาฬิกาจะเป็น "ด่านหน้า" ที่เก็บข้อมูลสุขภาพและพฤติกรรมผู้ใช้ป้อนกลับไปให้ AI ประมวลผลได้ดีที่สุด

ความท้าทายในสมรภูมิเดือด
แม้ฟีเจอร์จะดูน่าตื่นเต้น แต่ Meta ต้องเจอกับโจทย์หิน ทั้งเรื่อง "ความเป็นส่วนตัว" (Privacy) จากการมีกล้องติดข้อมือ และการแข่งขันกับเจ้าตลาดอย่าง Apple และ Samsung ที่ครองส่วนแบ่งแทบทั้งหมด รวมถึง Google ที่มี Pixel Watch และ Fitbit อยู่ในมือ

การเดิมพันครั้งนี้ของ Mark Zuckerberg จึงไม่ใช่แค่เรื่องของนาฬิกา แต่คือการช่วงชิง "พื้นที่บนร่างกายมนุษย์" เพื่อให้ Meta เป็นเจ้าของแพลตฟอร์มฮาร์ดแวร์ของตัวเองอย่างแท้จริง โดยไม่ต้องง้อ iOS หรือ Android อีกต่อไปในอนาคต

จีนฟื้นระบบนิเวศแยงซี ลุ่มแยงซีหยุดวิกฤตปลาเสื่อม 70 ปี คำสั่งห้ามประมง 10 ปี มีผลชัด นักวิจัยชี้เป็นแรงขับหลัก ฟื้นระบบนิเวศขั้นต้นสำเร็จ

(21 ก.พ. 69) วารสารไซแอนซ์รายงานการศึกษาล่าสุดที่ชี้ว่า คำสั่งห้ามทำประมงในลุ่มแม่น้ำแยงซีของจีนเป็นเวลานาน 10 ปี ส่งผลให้การลดลงของทรัพยากรปลาอันยาวนานกว่า 70 ปีหยุดชะงักและเกิดการฟื้นฟูทางนิเวศวิทยาขั้นต้นอย่างเห็นได้ชัด

จีนประกาศห้ามประมงในพื้นที่อนุรักษ์ของลุ่มแม่น้ำแยงซีจำนวน 332 แห่งในเดือนมกราคม 2020 และขยายมาตรการห้ามทำประมงตามลำน้ำหลักและสาขาหลักของแม่น้ำตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2021 คณะนักวิจัยจากสถาบันอุทกชีววิทยาแห่งสถาบันบัณฑิตวิทยาศาสตร์แห่งชาติจีนพร้อมนักวิจัยในและต่างประเทศ ร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูลที่เก็บรวบรวมระหว่างปี 2018-2023 พบว่าชีวมวลปลาคุณภาพดีขึ้น มีความหลากหลายของสายพันธุ์เพิ่มขึ้น และประชากรปลาบางสายพันธุ์ เช่น "ปลาลิ้นหมา" เพิ่มจำนวนขึ้น พร้อมขยายพื้นที่อยู่อาศัย

เดือนมกราคม 2026 รายงานจำนวนตัวโลมาหัวบาตรหลังเรียบแยงซีเพิ่มเป็น 1,426 ตัว จากเดิม 1,249 ตัวในปี 2022 ซึ่งโลมาเป็นตัวชี้วัดสำคัญของสภาพแวดล้อมนิเวศวิทยาแม่น้ำแยงซี คณะนักวิจัยระบุ "คำสั่งห้ามทำประมงเป็นปัจจัยหลักของการฟื้นฟูนิเวศขั้นต้น" พร้อมปัจจัยช่วยอื่นๆ เช่น การลดปริมาณการเดินเรือ แนวกันชนพืชพรรณริมแม่น้ำ และคุณภาพน้ำที่ดีขึ้น

กรณีศึกษานี้สะท้อนถึงความพยายามของจีนในการรักษาความสมดุลของระบบนิเวศแม่น้ำใหญ่สำคัญ และแสดงถึงความสำคัญของนโยบายอนุรักษ์ทรัพยากรในระดับชาติ เพื่อความยั่งยืนของธรรมชาติและความหลากหลายทางชีวภาพในอนาคต

ที่มา : Xinhua


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top