Friday, 5 June 2026
World

แผนล้อมกรอบอิหร่านสะดุด! ‘ธีระชัย’ ชี้เป้าจุดอ่อนกองทัพสหรัฐฯ ขาดฐานเติมน้ำมัน-เสี่ยงเจอจรวดจีน ซ้ำมีข่าวลือจีนขนอาวุธหนุนอิหร่าน 16 เที่ยวบิน พร้อมซ้อมรบรัสเซียข่มขวัญ

(3 ก.พ. 69) นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว ‘Thirachai Phuvanatnaranubala’ ว่า เดาใจทรัมป์

ทรัมป์ 2.0 พบว่า นโยบายต่างประเทศ อิสระจากรัฐสภา มากกว่านโยบายในประเทศ  ในการเคลื่อนกองเรือบรรทุกเครื่องบินครั้งนี้ น่าสงสัยว่า เขาฝากความหวังไว้กับมอสสาด หน่วยราชการลับอิสราเอล 

มอสสาด ติดตามสัญญาณมือถือของผู้นำฮามาส กำจัดได้เป็นรายตัว
มอสสาด แทรกซึม supply chain ฝังระเบิดไว้ในเพจเจอร์ แล้วจุดชนวน ทำลายกลุ่มฮิสบอเลาะห์
มอสสาด สอดแนม ภายในฐานทัพอิหร่าน จนสังหารแขกที่ไปพัก
มอสสาด ติดสินบนคนใกล้ชิดนายทหารอิหร่าน และนักนิวเคลียร์ ยิงจรวดได้เข้าเป้าแต่ละบ้าน
มอสสาด ทำให้เห็นว่า ระบบปลอดภัยของอิหร่าน มีรูพรุน ยิ่งกว่าเนยแข็งสวิส

แต่อาจมีปัจจัย ที่ทำให้ทรัมป์ลังเล?
รูป 1 มีข่าวว่า จีนให้ข้อมูลดาวเทียม ที่แสดงฐานทัพสหรัฐ ภาพคมชัดละเอียด 
รูป 2-3 ข่าว 20 ม.ค. กองทัพจีนส่งเครื่องบินขนอุปกรณ์ให้อิหร่าน 16 เที่ยวบิน ภายในเวลาเพียง 56 ชั่วโมง
เครื่องบินปิดสัญญาณบอกตำแหน่ง เมื่อบินเข้าตะวันออกกลาง
สำนักข่าวตะวันตกไม่ได้ยืนยันข่าวนี้ 

รูป 4 น่าสงสัยว่า จีนส่งจรวดพิฆาตเรือบรรทุกเครื่องบิน Dong Feng 21D หรือไม่?
ลำพังเทคโนโลยีอิหร่าน โอกาสที่จะยิงถูกเรือบรรทุกเครื่องบินมีน้อย
แต่เทคโนโลยีของจีนล้ำหน้า

ระยะยิงเริ่มตั้งแต่ 500 กม สูงสุด 2,150 กม และสามารถเปลี่ยนวิถีหลบหลีกจรวดสกัดได้
รูป 5-6 จีนแสดงจรวดนี้ในพิธีสวนสนามหลายครั้ง และรถฐานยิงก็มีขนาดเล็ก แอบหลบได้ง่าย 
รูป 7 จรวดวิถีโค้ง ออกไปนอกชั้นบรรยากาศ มีเจ็ต 4 ด้านเพื่อปรับทิศทาง ก่อนจะวนกลับเข้าชั้นบรรยากาศ
รูป 8-9 มีระบบ radar guidance จับเป้าหมาย ก่อนจะแยกตัว จนเหลือหัวจรวดขนาดเล็กนิดเดียว
รูป 10 ปัญหาของสหรัฐอีกประการหนึ่ง คือจะใช้จุดใดเป็นฐาน สำหรับขนน้ำมันขึ้นฟ้า

การโจมตี กรุงเตหะราน ซึ่งอยู่ทางเหนือของประเทศอิหร่าน
สำหรับทางเข้าหมายเลข 1 ผ่านอาเซอไบจัน และหมายเลข 2 จาก เรือบรรทุกเครื่องบินที่ลอยลำอยู่ในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนนั้น 

สหรัฐจะไม่สามารถใช้ฐานทัพในจอร์แดน เป็นแหล่งเติมน้ำมันได้ เพราะอิหร่านจะถือว่าจอร์แดนเป็นผู้ร่วมรบ จึงน่าจะต้องใช้ฐานทัพของอังกฤษ ในเกาะไซปรัส เป็นแหล่งปล่อยเครื่องบิน และขนน้ำมัน

แต่ครั้งที่แล้ว ซึ่งทรัมป์ ใช้เครื่องบินล่องหนบินมาจากสหรัฐ ก็น่าจะใช้ทางเข้าหมายเลข 1 หรือหมายเลข 2 ดังนั้น ถ้าจะเกิดการโจมตี โดยใช้ทางเข้าเดิม อิหร่านก็คงจะคอยเฝ้าระวังอยู่แล้ว

นาโตเริ่มวางแผนภารกิจ 'อาร์กติก เซนทรี' เฝ้าระวังความมั่นคง ท่ามกลางข้อพิพาทกรีนแลนด์

บรัสเซลส์, 4 ก.พ. (ซินหัว) -- เมื่อวันอังคาร (3 ก.พ.) เจ้าหน้าที่องค์การสนธิสัญญาป้องกันแอตแลนติกเหนือหรือนาโต (NATO) รายหนึ่งเปิดเผยกับสำนักข่าวซินหัวของจีนว่าองค์การฯ ได้เริ่มวางแผนด้านการทหารสำหรับภารกิจที่ใช้ชื่อว่า "อาร์กติก เซนทรี" (Arctic Sentry) เพื่อเสริมสร้างการเฝ้าระวังความมั่นคง ท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับพันธมิตรยุโรปในประเด็นกรีนแลนด์ที่ยังคงอยู่ ทว่าไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติม

เจ้าหน้าที่ยังยืนยันเกี่ยวกับรายงานก่อนหน้านี้ที่อ้างอิงคำกล่าวของมาร์ติน โอ'ดอนเนลล์ โฆษกกองบัญชาการสูงสุดของกองกำลังพันธมิตรยุโรป สังกัดองค์การฯ ซึ่งระบุว่าการวางแผนสำหรับภารกิจอาร์กติก เซนทรีได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว โดยจะช่วยเสริมแกร่งสถานะขององค์การฯ ในภูมิภาคยุโรปตอนเหนือและอาร์กติก

สีจิ้นผิง เผยพร้อมทำงานร่วมกับทรัมป์ พาเรือแห่งสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ เดินหน้ามั่นคง

ปักกิ่ง, 5 ก.พ. (ซินหัว) -- เมื่อวันพุธ (4 ก.พ.) สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เปิดเผยระหว่างสนทนาทางโทรศัพท์กับโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ว่าตนหวังที่จะทำงานร่วมกับทรัมป์ในปี 2026 นี้ เพื่อนำพาเรือลำใหญ่แห่งความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ล่องไปข้างหน้าอย่างมั่นคงท่ามกลางลมพายุ พร้อมบรรลุสิ่งที่ยิ่งใหญ่และดีงามมากยิ่งขึ้น

สีจิ้นผิงระบุว่าตนให้ความสำคัญอย่างยิ่งต่อความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ตัวเขาและทรัมป์มีการติดต่อสื่อสารที่ดีและพบปะหารือในเมืองปูซานของเกาหลีใต้ในช่วงปีที่ผ่านมา ซึ่งช่วยกำหนดทิศทางความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ และได้รับเสียงตอบรับเชิงบวกจากประชาชนของทั้งสองประเทศและประชาคมระหว่างประเทศ

ขณะเดียวกัน สีจิ้นผิงระบุว่าขณะที่สหรัฐฯ มีข้อกังวลในส่วนของตน จีนมีประเด็นที่เป็นข้อกังวลในส่วนของจีนเช่นกัน โดยชี้ว่าจีนยึดมั่นในคำพูดเสมอและพิสูจน์คำพูดผ่านการกระทำและผลลัพธ์ หากทั้งสองฝ่ายทำงานไปในทิศทางเดียวกันบนพื้นฐานของความเสมอภาค ความเคารพ และผลประโยชน์ร่วมกัน ย่อมสามารถหาวิธีจัดการกับข้อกังวลของกันและกันได้อย่างแน่นอน

สีจิ้นผิงระบุว่าทั้งจีนและสหรัฐฯ ต่างมีวาระสำคัญในปี 2026 โดยจีนจะเริ่มแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติระยะ 5 ปี ฉบับที่ 15 ขณะที่สหรัฐฯ จะเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 250 ปีการประกาศเอกราชของสหรัฐฯ นอกจากนี้ จีนจะเป็นเจ้าภาพการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค (APEC Economic Leaders' Meeting) ส่วนสหรัฐฯ จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่ม จี20 (G20 Summit)

สีจิ้นผิงระบุว่าทั้งสองฝ่ายควรปฏิบัติตามความเข้าใจที่ได้บรรลุร่วมกัน เพิ่มการเจรจาสื่อสาร จัดการความแตกต่างอย่างเหมาะสม และขยายความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม พร้อมเสริมว่าการทำสิ่งที่ดีนั้นถูกต้องเสมอ ไม่ว่าจะเล็กเพียงใด และการทำสิ่งที่ไม่ดีนั้นผิดเสมอ ไม่ว่าจะเล็กเพียงใด ทั้งสองฝ่ายควรก้าวหน้าไปทีละขั้นเพื่อสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ค้นหาวิธีอยู่ร่วมกันอย่างเหมาะสม และทำให้ปี 2026 เป็นปีที่ทั้งสองประเทศใหญ่ก้าวไปสู่ความเคารพซึ่งกันและกัน การอยู่ร่วมกันอย่างสันติ และความร่วมมือแบบได้ประโยชน์ร่วมกัน

สีจิ้นผิงย้ำว่าปัญหาไต้หวันเป็นประเด็นที่สำคัญที่สุดในความสัมพันธ์จีน-สหรัฐฯ ไต้หวันเป็นดินแดนของจีน และจีนต้องปกป้องอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของตน โดยจะไม่ยอมให้ไต้หวันถูกแยกออกไป และสหรัฐฯ ต้องจัดการประเด็นจำหน่ายอาวุธให้ไต้หวันอย่างรอบคอบ

จีนเผยผลผลิต 'ทองคำ' เพิ่มขึ้น ความต้องการลงทุนพุ่งสูงในปี 2025

ปักกิ่ง, 5 ก.พ. (ซินหัว) -- วันพฤหัสบดี (5 ก.พ.) สมาคมทองคำแห่งประเทศจีนเผยว่าการผลิตทองคำของจีนในปี 2025 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยร้อยละ 1.09 เมื่อเทียบปีต่อปี อยู่ที่ 381.339 ตัน และผลผลิตจากวัตถุดิบนำเข้าเพิ่มขึ้นร้อยละ 8.81 คิดเป็น 170.681 ตัน ขณะที่การบริโภคโดยรวมลดลง ท่ามกลางแนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนจากการซื้อเครื่องประดับไปสู่ผลิตภัณฑ์เพื่อการลงทุนมากขึ้น

การบริโภคทองคำในปี 2025 มีจำนวนรวม 950.096 ตัน ลดลงจากปีก่อนหน้าร้อยละ 3.57 เนื่องจากความต้องการเครื่องประดับลดลงอย่างมาก ขณะที่การซื้อทองคำแท่งและเหรียญทองคำเพิ่มขึ้น ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่ปริมาณทองคำเพื่อการลงทุนรายปีแซงหน้าการบริโภคเครื่องประดับในจีน

อิทธิพลของอิหร่าน: เมื่อมหาอำนาจต้องเลือก “โต๊ะเจรจา” แทนสนามรบ

ในประวัติศาสตร์การเมืองโลกสมัยใหม่ มีไม่กี่กรณีที่มหาอำนาจอย่าง สหรัฐอเมริกา ต้องยอมเปิดโต๊ะเจรจาภายใต้ภาวะความตึงเครียดและการเผชิญหน้าโดยตรงกับรัฐคู่ขัดแย้ง หนึ่งในกรณีศึกษาที่โดดเด่นที่สุดคือ สาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน

แม้สหรัฐฯ จะเป็นมหาอำนาจทางทหาร เศรษฐกิจ และการเมืองของโลก มีเครือข่ายพันธมิตรครอบคลุมทั่วทุกภูมิภาค และมีประวัติการใช้กำลังทหารเข้าแทรกแซงในหลายประเทศ แต่ในกรณีของอิหร่าน สถานการณ์กลับไม่ดำเนินไปในรูปแบบเดียวกัน

ตลอดหลายทศวรรษแห่งความตึงเครียด หลังการปฏิวัติอิสลามปี 1979 ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศเต็มไปด้วยมาตรการคว่ำบาตร การตอบโต้ทางยุทธศาสตร์ และสงครามตัวแทนในภูมิภาค ทว่าการเผชิญหน้าระดับรัฐต่อรัฐโดยตรงกลับไม่เคยนำไปสู่การล้มล้างระบอบในเตหะราน

การเจรจา คือทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์ จุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นเมื่อสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลทรัมป์2.0 พร้อมทั้งขู่และสงครามจิตวิทยาเพื่อให้อิหร่านจำนน แต่สุดใต้ตัดสินใจเปิดการเจรจาอย่างจริงจังกับอิหร่านภายใต้การกดดัน ดังนั้นการเจรจาในวันที่ 6 ก.พ. 2026 ณ กรุงมัสกัต ประเทศโอมานนั้น ไม่ได้เกิดจากความเป็นมิตรฉับพลัน หากแต่เป็นการคำนวณเชิงยุทธศาสตร์อย่างรอบคอบ 

สหรัฐฯ ตระหนักว่า:การโจมตีทางทหารอาจจุดชนวนสงครามระดับภูมิภาค และการคว่ำบาตรเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะทำให้อิหร่านยอมจำนน แต่อิหร่านมีศักยภาพในการตอบโต้แบอสมมาตรผ่านเครือข่ายพันธมิตรในตะวันออกกลาง กล่าวอีกนัยหนึ่ง นี่คือการ “ยอมรับโดยพฤตินัย” ว่าอิหร่านไม่ใช่รัฐที่จะถูกบีบให้ล้มลงได้ง่าย ๆ ด้วยกำลังหรือแรงกดดันทางเศรษฐกิจเพียงด้านเดียว

พลังที่มองไม่เห็น: อุดมการณ์และความอดทน สิ่งที่ทำให้อิหร่านแตกต่าง ไม่ได้อยู่ที่ศักยภาพทางทหารเพียงอย่างเดียว แต่รวมถึง
-    โครงสร้างรัฐที่ผสานศาสนาและการเมือง
-    อุดมการณ์การปฏิวัติที่เน้นอธิปไตยและการต่อต้านอิทธิพลภายนอกความสามารถในการปรับตัวภายใต้การคว่ำบาตรระยะยาว
-    เครือข่ายอิทธิพลระดับภูมิภาค
และอิหร่านได้พัฒนายุทธศาสตร์ “การยับยั้งแบบอสมมาตร” ที่ไม่จำเป็นต้องแข่งขันแบบเผชิญหน้าตรงกับมหาอำนาจ แต่ใช้ต้นทุนต่ำ สร้างแรงกดดันสูง และขยายอิทธิพลผ่านพันธมิตรในภูมิภาค

บทเรียนเชิงประวัติศาสตร์ กรณีของอิหร่านจึงกลายเป็นกรณีศึกษาสำคัญในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ มันสะท้อนว่า อำนาจไม่ใช่เพียงเรื่องของกำลังทหารหรือขนาดเศรษฐกิจแต่รวมถึงความชอบธรรมภายใน 

ศาลฮ่องกงตัดสินจำคุก 'จิมมี ไหล่' 20 ปี คดีความมั่นคงแห่งชาติ

ฮ่องกง, 9 ก.พ. (ซินหัว) -- ช่วงเช้าวันจันทร์ (9 ก.พ.) ศาลสูงแห่งเขตบริหารพิเศษฮ่องกงของจีน ตัดสินจำคุกจิมมี ไหล่ หรือหลีจื้ออิง ซึ่งเป็นผู้ปลุกปั่นเหตุจลาจลต่อต้านจีนในฮ่องกง เป็นเวลา 20 ปี
.
เมื่อเดือนธันวาคม ศาลสูงฮ่องกงตัดสินว่าไหล่มีความผิดฐานสมคบคิดกับกองกำลังภายนอกสองข้อหา และสมคบคิดเผยแพร่เอกสารปลุกปั่นให้เกิดความไม่สงบหนึ่งข้อหา โดยกระบวนการไต่สวนเพื่อขอลดหย่อนโทษแก่ไหล่มีขึ้นเมื่อวันที่ 12 ม.ค. และสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 13 ม.ค.

จีนเรียกร้อง 'ทาคาอิจิ' ถอนคำพูดเกี่ยวกับไต้หวัน หลังเสร็จสิ้นเลือกตั้งทั่วไป

ปักกิ่ง, 9 ก.พ. (ซินหัว) -- วันจันทร์ (9 ก.พ.) หลินเจี้ยน โฆษกกระทรวงการต่างประเทศของจีน กล่าวว่าจีนเรียกร้องญี่ปุ่นถอนคำพูดเกี่ยวกับไต้หวันที่ผิดพลาดของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ และแสดงความจริงใจพื้นฐานในการคุ้มครองรากฐานทางการเมืองของความสัมพันธ์จีน-ญี่ปุ่นผ่านการกระทำอันเป็นรูปธรรม

หลินกล่าวว่าแม้การเลือกตั้งเป็นเรื่องภายในประเทศของญี่ปุ่น แต่ประเด็นเชิงโครงสร้างที่หยั่งรากลึก รวมถึงกระแสอุดมการณ์บางประการ ซึ่งปรากฏอยู่ในการเลือกตั้งครั้งนี้ กลายเป็นสิ่งที่ประชาชนผู้มีสายตาแหลมคมจากทุกชนชั้นในสังคมญี่ปุ่นและประชาคมระหว่างประเทศใคร่ควรพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วน

ผู้ต้องสงสัยจากแหล่งฉ้อโกงโทรคมนาคมใน 'เมียนมา' ถูกส่งกลับจีนทั้งหมดแล้ว

ปักกิ่ง, 9 ก.พ. (ซินหัว) -- วันจันทร์ (9 ก.พ.) กระทรวงความมั่นคงสาธารณะของจีนรายงานว่ามีการส่งตัวผู้ต้องสงสัยจากแหล่งซ่องสุมการฉ้อโกงทางโทรคมนาคมขนาดใหญ่ในเมืองเมียวดีของเมียนมากลับสู่จีนทั้งหมดแล้ว รวมถึงการทำลายสิ่งปลูกสร้างที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ดังกล่าวมากกว่า 630 หลัง ซึ่งหมายความว่าปฏิบัติการกวาดล้างร่วมกันในพื้นที่ดังกล่าวระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของจีน เมียนมา และไทยได้บรรลุผลลัพธ์ตามระยะเวลาที่กำหนด

รายงานระบุว่าจีน เมียนมา และไทยได้จัดตั้งกลไกการประสานงานระดับกระทรวงเมื่อต้นปี 2025 เพื่อร่วมกันปราบปรามการฉ้อโกงทางโทรคมนาคมและทางออนไลน์ ซึ่งนำสู่การปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายร่วมกันหลายรอบตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา โดยตั้งแต่เริ่มต้นปี 2026 มีการส่งตัวผู้ต้องสงสัยกลับประเทศร่วมกัน 10 ครั้ง เพื่อส่งตัวผู้ต้องสงสัยก่ออาชญากรรมกลับสู่จีนมากกว่า 1,500 ราย

ดีลหรือเดือด!! ทรัมป์ขู่ส่ง “เรือบรรทุกเครื่องบิน” ล้อมตะวันออกกลาง กดดันอิหร่านเจรจานิวเคลียร์ หวังเจรจารอบสองอิหร่านคลี่คลาย พร้อมรับมือหากเจรจาล่ม

(11 ก.พ. 69) ประธานาธิบดีสหรัฐฯ 'โดนัลด์ ทรัมป์' ประกาศว่าสหรัฐฯกำลังพิจารณาส่ง "กองเรือบรรทุกเครื่องบินโจมตี" กลุ่มที่สองไปยังตะวันออกกลางในกรณีที่การเจรจากับอิหร่านล้มเหลว

ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับ Axios ว่า "ไม่อย่างนั้นเราก็ต้องได้ข้อตกลง ไม่ก็เราจะต้องทำอะไรที่หนักหน่วงมาก เหมือนครั้งที่แล้ว" พร้อมเผยว่ากองกำลังทางเรืออาจจะเพิ่มอีกกลุ่มหนึ่งตามไปด้วย

เขาแสดงท่าทีมองบวกต่อโอกาสการเจรจารอบที่สองกับอิหร่านที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้า โดยกล่าวว่า "อิหร่านอยากทำข้อตกลงอย่างมาก" ขณะเดียวกัน ทรัมป์ระบุว่า นายกรัฐมนตรีอิสราเอล 'เบนจามิน เนทันยาฮู' ซึ่งจะเยือนทำเนียบขาวในวันพุธ ไม่วิตกกังวล เพราะฝ่ายอิสราเอลก็ต้องการผลลัพธ์ที่เป็นบวกเช่นกัน

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา คณะผู้แทนสหรัฐฯ และอิหร่านได้เจรจาเรื่องโครงการนิวเคลียร์ที่มัสกัต โอมาน โดยทรัมป์ระบุว่าการเจรจาเป็นไปด้วยดี แม้รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านจะยืนยันสิทธิในการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม แม้เสี่ยงต่อสงคราม

ก่อนหน้านี้ ทรัมป์เตือนว่าหากไม่บรรลุข้อตกลงกับอิหร่าน การโจมตีของสหรัฐฯ จะ "รุนแรงกว่าครั้งก่อนมาก" ซึ่งสะท้อนความตึงเครียดที่ยังคงดำเนินต่อเนื่องระหว่างสองประเทศ

ที่มา : Sputnik

จีนเร่งเกมพลังงานสะอาด เกาะเหมียนฉวนลุยพลังงานหมุนเวียน พัฒนาเป็นต้นแบบเกาะคาร์บอนเป็นศูนย์ ติดตั้งกังหันลม 18 ต้นและโซลาร์เต็มรูปแบบ ผลิตไฟฟ้าส่งออกได้กว่า 100 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง

(11 ก.พ. 69) เกาะเหมียนฉวนในมณฑลเจียงซี ประเทศจีน เปิดตัวโครงการพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ที่ผสานกังหันลม 18 ต้นกับโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ เพื่อรองรับระบบไฟฟ้าพร้อมลดการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์อย่างเป็นทางการในเดือนพฤษภาคม 2568

ก่อนหน้านี้ เกาะเหมียนฉวนพึ่งพาไฟฟ้าจากสายส่งเพียงสายเดียวซึ่งไม่เสถียรในสภาพอากาศเลวร้าย ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและพัฒนาการอุตสาหกรรมของชาวเกาะ ขณะที่โครงการใหม่ตั้งใจให้เป็นโมเดลบูรณาการพลังงานลม แสงอาทิตย์ ระบบกักเก็บพลังงาน และสนับสนุนเกษตรกรรมและการท่องเที่ยว

โครงการสามารถผลิตไฟฟ้าได้ 244 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี ลดการใช้ถ่านหิน 96,000 ตัน และลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ 240,000 ตัน ช่วยชาวเกาะมากกว่า 32,000 คน และส่งออกไฟฟ้าสีเขียวมากกว่า 100 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง

ตามข้อมูลจากโครงการ "เกาะเหมียนฉวนได้รับการพัฒนาเป็นโมเดลต้นแบบเกาะคาร์บอนเป็นศูนย์ในลุ่มแม่น้ำแยงซี" ซึ่งยังสร้างงานใหม่กว่า 500 ตำแหน่ง พร้อมระบบกักเก็บพลังงานและสถานีชาร์จไฟฟ้าที่ช่วยทำให้เกาะฟื้นคืนชีวิตชีวาอย่างยั่งยืน

ที่มา : Xinhua

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top