Sunday, 7 June 2026
World

ทรัมป์เล็งเก็บภาษี 15-20% กับชาติที่ยังไม่ปิดดีลการค้า ลั่น!! โลกต้องยอมรับกติกา ถ้าอยากเข้าตลาดอเมริกา

(29 ก.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐฯ ประกาศเมื่อวันจันทร์ (28 ก.ค.) ว่า ประเทศคู่ค้าส่วนใหญ่ที่ยังไม่ทำข้อตกลงการค้ารายประเทศกับสหรัฐฯ จะถูกเก็บภาษีนำเข้าระดับใหม่ระหว่าง 15-20% ภายในสัปดาห์นี้ โดยจะมีการแจ้งประเทศต่าง ๆ กว่า 200 ประเทศให้ทราบอัตราภาษีใหม่นี้เร็ว ๆ นี้

ทรัมป์กล่าวที่สนามกอล์ฟหรูของตนเองในสกอตแลนด์ ขณะพบกับ เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์  นายกรัฐมนตรีอังกฤษว่า “เราจะไม่มานั่งทำข้อตกลงกับ 200 ประเทศ นี่คือภาษีที่พวกเขาต้องจ่ายถ้าอยากเข้าตลาดอเมริกา” โดยก่อนหน้านี้ ทรัมป์ได้เก็บภาษีถึง 50% กับบางประเทศ เช่น บราซิล และเตรียมบังคับใช้ในวันศุกร์นี้

แรงกดดันดังกล่าวทำให้หลายประเทศ รวมถึงอินเดีย ปากีสถาน แคนาดา และไทย ต่างเร่งเจรจาหวังต่อรองภาษีให้น้อยลง ขณะที่สหรัฐฯ เพิ่งบรรลุข้อตกลงกับสหภาพยุโรป คิดภาษีที่ 15% พร้อมรับลงทุนจากยุโรป 600,000 ล้านดอลลาร์ และคำสั่งซื้อพลังงานอีก 750,000 ล้านดอลลาร์ใน 3 ปี

ทั้งนี้ ทรัมป์เพิ่งเซ็นดีล 550,000 ล้านดอลลาร์กับญี่ปุ่น และดีลย่อยกับอังกฤษ อินโดนีเซีย เวียดนาม ขณะที่แคนาดาซึ่งพึ่งพาการส่งออกไปสหรัฐฯ ถึง 75% ยอมรับว่าอาจต้องยอมจ่ายภาษีบางส่วน แม้จะยังพยายามเจรจาลดภาษีจาก 35% ที่สหรัฐฯ ประกาศไว้ก่อนหน้านี้

จีนตั้ง 'ฉางอัน ออโตกรุ๊ป' บริษัทใหม่ของรัฐบาล ด้วยทุนจดทะเบียนกว่า 1 แสนล้านบาท

เมื่อวันที่ (27 ก.ค.68) จีนประกาศจัดตั้งบริษัทรถยนต์แห่งชาติ ฉางอัน ออโตโมบิล กรุ๊ป (Changan Automobile Group Co., Ltd.) อย่างเป็นทางการในฐานะรัฐวิสาหกิจระดับชาติน้องใหม่ อยู่ภายใต้การดูแลของคณะกรรมการกำกับดูแลทรัพย์สินของรัฐ (SASAC) เทียบชั้นกลุ่มรถยนต์ใหญ่ของประเทศอย่าง FAW และ Dongfeng โดยมีทุนจดทะเบียน 20,000 ล้านหยวน (ราว 1 แสนล้านบาท)

กลุ่มบริษัทใหม่นี้มีสำนักงานใหญ่ที่เมืองฉงชิ่ง โดยมี 'จู ฮั้วหรง' (Zhu Huarong) ประธานบริษัทฉางอัน ออโตโมบิล เป็นผู้แทนทางกฎหมาย และคาดว่าจะมีบทบาทนำในการบริหารองค์กร โดยจะดำเนินธุรกิจด้านการขายรถยนต์ทั่วไปและรถพลังงานใหม่ (NEVs) พร้อมทั้งวิจัยและพัฒนาชิ้นส่วนยานยนต์

ขณะที่ในคืนวันที่ 28 กรกฎาคม บัญชีโซเชียลของฉางอันและแบรนด์ในเครือ เช่น Qiyuan, Deepal, Avatr และ Kaicheng ร่วมกันเผยแพร่สื่อประชาสัมพันธ์ภายใต้คำขวัญ “ภารกิจใหม่ การเดินทางใหม่” พร้อมจัดแสดงรถ Avatr จำนวน 200 คันที่สนามบินฉงชิ่งเจียงเป่ย์ (CKG) เพื่อเฉลิมฉลองการก่อตั้งบริษัท

ทั้งนี้ การสื่อสารกับสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการครั้งแรกจะมีขึ้นในวันที่ 30 กรกฎาคม โดยผู้บริหารจากกลุ่มบริษัทใหม่นี้จะปรากฏตัวร่วมกันครั้งแรก พร้อมสรุปผลงานครึ่งปีแรกของปี 2025 และเปิดเผยแผนธุรกิจช่วงครึ่งปีหลัง การก่อตั้งนี้ถือเป็นผลสืบเนื่องจากการปรับโครงสร้างองค์กรที่เริ่มต้นเมื่อช่วงต้นเดือนกรกฎาคม และจะเสร็จสิ้นภายในเดือนสิงหาคม

อดีตประธานาธิบดีรัสเซีย เตือน “เส้นตายใหม่” ของทรัมป์ ชี้เป็นการก้าวสู่สงคราม ไม่ใช่สันติภาพ

(29 ก.ค. 68) ดมิทรี เมดเวเดฟ อดีตประธานาธิบดีรัสเซีย และรองประธานคณะมนตรีความมั่นคงรัสเซีย ออกโรงเตือนว่า เส้นตายใหม่ที่โดนัลด์ ทรัมป์ กำหนดให้รัสเซียยุติสงครามในยูเครนภายใน 10-12 วัน เป็น “อีกก้าวสู่สงคราม” มากกว่าทางออกสู่สันติภาพ

ทรัมป์ซึ่งอยู่ที่สกอตแลนด์ ให้สัมภาษณ์เมื่อวันจันทร์ (28 ก.ค.) ว่า การรอ 50 วันตามที่เคยประกาศไปก่อนหน้านั้น “ไม่มีความหมายอีกแล้ว” เพราะไม่เห็นความคืบหน้าใด ๆ จากรัสเซีย พร้อมหั่นเวลาลงเหลือแค่ “10 ถึง 12 วัน” เพื่อบีบให้รัสเซียยุติสงครามกับยูเครน

เมดเวเดฟโพสต์ข้อความลง X ว่า “ทรัมป์กำลังเล่นเกมคำขาดกับรัสเซีย ควรจำไว้ว่า รัสเซียไม่ใช่อิสราเอล และไม่ใช่อิหร่าน ทุกคำขาดคือการข่มขู่ และนำไปสู่สงคราม ไม่ใช่แค่กับยูเครน แต่กับสหรัฐฯ เอง” พร้อมเตือนว่า “อย่าเดินซ้ำรอยโจ ไบเดน”

ด้านประธานาธิบดียูเครน โวโลดีมีร์ เซเลนสกี ขอบคุณทรัมป์ที่แสดงจุดยืนชัดเจนและจริงจังในการพยายามยุติสงคราม พร้อมระบุว่า ยูเครนยังคงมุ่งมั่นในแนวทางสันติภาพ และจะร่วมมือกับสหรัฐฯ อย่างเต็มที่ เพื่อความปลอดภัยและความมั่นคงของทั้งสองประเทศ

อินโดนีเซียเซ็นซื้อ ‘เครื่องบินขับไล่ KAAN’ จากตุรกี 48 ลำ เสริมเขี้ยวเล็บทัพฟ้า!! หลังเพิ่งซื้อ Rafale จากฝรั่งเศส 42 ลำ

(29 ก.ค. 68) กระทรวงกลาโหมอินโดนีเซียเผยว่า ได้ลงนามสัญญาซื้อเครื่องบินขับไล่ KAAN จำนวน 48 ลำ จากตุรกี โดยพิธีลงนามเกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ระหว่างงานแสดงอุตสาหกรรมป้องกันประเทศนานาชาติที่นครอิสตันบูล ซึ่งถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการปรับปรุงยุทโธปกรณ์ของอินโดนีเซีย

ก่อนหน้านี้ อินโดนีเซียได้สั่งซื้อเครื่องบินรบราฟาเอล (Rafale) จากฝรั่งเศส 42 ลำ มูลค่า 8.1 พันล้านดอลลาร์ (ราว 297,000 ล้านบาท) ในปี 2022 และกำลังพิจารณาจัดซื้อเครื่องบิน J-10 ของจีน และ F-15EX ของสหรัฐฯ เพิ่มเติมอีกด้วย เพื่อยกระดับขีดความสามารถของกองทัพอากาศ

สำหรับเครื่องบินรบ KAAN เป็นเครื่องบินรบรุ่นใหม่ของตุรกีที่เพิ่งขึ้นบินครั้งแรกเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว โดยใช้เครื่องยนต์ F-110 ที่ผลิตโดยบริษัท GE Aerospace ในสหรัฐอเมริกา เช่นเดียวกับ F-16 และคาดว่าจะเริ่มผลิตจำนวนมากในปี 2028 อย่างไรก็ตามทั้งอินโดนีเซียและตุรกียังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดมูลค่าสัญญาหรือกำหนดส่งมอบ

นอกจากลงนามสัญญาซื้อเครื่องบินขับไล่ KAAN แล้ว อินโดนีเซียยังลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) กับอู่ต่อเรือ TAIS ของตุรกี เพื่อจัดซื้อเรือฟรีเกต Milgem Istif-class อีก 2 ลำ ซึ่งแสดงถึงความร่วมมือด้านกลาโหมที่แน่นแฟ้นขึ้นระหว่างสองประเทศในอนาคต

ประธานสภาฯ เยอรมนี เตือนรัฐบาล!! อาจขาดดุล 6.7 ล้านล้านบาท เพราะส่งอาวุธให้ยูเครน..ชี้นำเงินไปพัฒนาสาธารณูปโภคในประเทศดีกว่า

(29 ก.ค. 68) ราล์ฟ นีไมเออร์ (Ralf Niemeyer) ประธานสภารัฐธรรมนูญและอธิปไตยของเยอรมนี เตือนว่าการส่งระบบป้องกันภัยทางอากาศแพทริออต (Patriot) ให้ยูเครน อาจทำให้เยอรมนีกลายเป็นเป้าหมายของรัสเซีย และยังส่งผลกระทบหนักต่อภาษีประชาชน

เขาระบุว่า เยอรมนีกำลังขาดแคลนงบประมาณที่จำเป็นสำหรับพัฒนาสาธารณูปโภค เช่น ถนน สะพาน และโรงเรียน ขณะที่รัฐบาลกลับนำเงินไปจัดซื้ออาวุธ ทำให้ประเทศเสี่ยงยากจนลง โดยสื่อเยอรมนีรายงานว่า ประเทศอาจเผชิญภาวะขาดดุลสูงถึง 172,000 ล้านยูโร (ราว 6.7 ล้านล้านบาท) ภายในปี 2029

ก่อนหน้านี้ เบอร์ลินได้ส่งแพทริออต ให้ยูเครนแล้ว 3 ระบบ และกำลังเจรจากับวอชิงตันเพื่อส่งเพิ่ม โดยเยอรมนีจะเป็นฝ่ายจัดหาทดแทนเองทั้งหมด อย่างไรก็ตาม 'แพทริออต' ไม่ใช่อาวุธวิเศษ เพราะเคยถูกโจมตีทะลวงมาแล้วโดยอาวุธรัสเซีย

รัสเซียเตือนว่าการส่งอาวุธให้ยูเครนเป็นอุปสรรคต่อกระบวนการสันติภาพ และถือว่าเป็นเป้าหมายชอบธรรมทางทหาร ขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ย้ำว่า สหรัฐฯ จะได้รับเงินคืนเต็มจำนวนจากเยอรมนีสำหรับข้อตกลงนี้

อัปเดตสถานการณ์แผ่นดินไหว–สึนามิรอบมหาสมุทรแปซิฟิก หลายประเทศสั่งอพยพ หลังแผ่นดินไหว 8.8 นอกชายฝั่งรัสเซีย

(30 ก.ค. 68)  เกิดแผ่นดินไหวขนาด 8.8 นอกชายฝั่งรัสเซีย ทางตะวันออกไกล ถือเป็นหนึ่งในเหตุการณ์รุนแรงที่สุดเป็นอันดับ 6 ในประวัติศาสตร์ ส่งผลให้หลายประเทศรอบมหาสมุทรแปซิฟิกประกาศเตือนภัยสึนามิและสั่งอพยพประชาชนในพื้นที่เสี่ยง

ในญี่ปุ่น เริ่มมีคลื่นสึนามิขนาดประมาณ 40 เซนติเมตรพัดเข้าสู่ชายฝั่งฮอกไกโด โดยยังไม่มีรายงานผู้บาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่มีคำสั่งอพยพสำหรับพื้นที่ชายฝั่งฝั่งแปซิฟิกซึ่งอาจเผชิญคลื่นสูงถึง 3 เมตร รวมถึงการอพยพเจ้าหน้าที่จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ฟุกุชิมะ

สหรัฐฯ โดยเฉพาะรัฐฮาวายและแคลิฟอร์เนีย ได้ออกประกาศเตือนประชาชนให้อยู่ห่างชายหาดและพื้นที่ลุ่มต่ำ ขณะที่ผู้ว่าการรัฐฮาวายเรียกร้องให้ประชาชนตั้งสติและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด โดยผู้เชี่ยวชาญจากแคลิฟอร์เนียประเมินว่าไม่มีแนวโน้มเกิดความเสียหายร้ายแรงในทวีปอเมริกา

ด้านรัสเซีย รายงานว่ามีผู้บาดเจ็บเล็กน้อยหลายรายในเขตตะวันออกไกล ขณะที่เมืองท่าซีเวโรคูริลสก์ได้รับผลกระทบจากคลื่นสึนามิที่ไหลทะลักเข้าท่วมบางพื้นที่ของเมือง

ศูนย์สำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) ระบุว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้เกิดจากการเคลื่อนตัวตามแนวรอยเลื่อนในมหาสมุทรแปซิฟิก และยังคงต้องจับตาว่าอาฟเตอร์ช็อกหรือสึนามิลูกอื่นจะตามมาอีกหรือไม่

Samsung ปาดหน้า TSMC ปิดดีลกับ Tesla ลุยผลิตชิปรุ่นใหม่ AI6 มูลค่ากว่า 6 แสนล้าน

(30 ก.ค. 68) อีลอน มัสก์ ซีอีโอของเทสลา (Tesla Motors) ประกาศว่าบริษัทได้ลงนามข้อตกลงผลิตชิปรุ่นใหม่ AI6 กับซัมซุง อิเล็กทรอนิกส์ (Samsung Electronics) บริษัทเทคโนโลยีชื่อดังจากเกาหลีใต้ ในมูลค่าสูงถึง 16.5 พันล้านดอลลาร์ (ราว 6 แสนล้านบาท) ชิปนี้จะถูกใช้ในเทคโนโลยีขับขี่อัตโนมัติรุ่นถัดไปของเทสลา และจะผลิตที่โรงงานของซัมซุงในเมืองเทย์เลอร์ รัฐเท็กซัส สหรัฐฯ

ข้อตกลงนี้ถือเป็นการช่วยฟื้นธุรกิจผลิตชิปตามสั่งของซัมซุงที่กำลังเผชิญปัญหา โดยมัสก์ระบุว่าเทสลาจะร่วมมืออย่างใกล้ชิดในการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต และเขาเองก็จะเข้าไปดูแลกระบวนการด้วยตัวเอง

ขณะที่หุ้นซัมซุงพุ่งขึ้นกว่า 6% หลังประกาศข่าว โดยดีลนี้จะมีผลจนถึงสิ้นปี 2033 และนับเป็นอีกก้าวในยุทธศาสตร์ด้านชิปของเทสลา ซึ่งก่อนหน้านี้ชิปรุ่น A14 ใช้บริการจากซัมซุง ขณะที่ชิปรุ่น AI5 จะผลิตโดย TSMC ทั้งในไต้หวันและโรงงานแห่งใหม่ในรัฐแอริโซนา

แม้ยังไม่มีการยืนยันว่าดีลนี้เชื่อมโยงกับประเด็นการค้าระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐฯ หรือไม่ แต่นักวิเคราะห์มองว่าข้อตกลงนี้อาจช่วยให้เกาหลีใต้มีแต้มต่อในการหลีกเลี่ยงภาษีนำเข้าสหรัฐฯ และยังเป็นชัยชนะสำคัญของซัมซุงที่ก่อนหน้านี้เสียลูกค้าให้ TSMC ต่อเนื่อง

สหรัฐฯ ข่มขู่จีน เตรียมรีดภาษีอ่วม 500% ถ้ายังนำเข้าน้ำมันคว่ำบาตรจากรัสเซีย แต่ทางปักกิ่งยังนิ่ง!!

(30 ก.ค. 68) สก็อตต์ เบสเซนต์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ เตือนจีนว่าอาจถูกเก็บภาษีสูงถึง 500% หากยังนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียที่อยู่ภายใต้การคว่ำบาตร โดย เบสเซนต์ แถลงหลังจบการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ–จีน ที่กรุงสตอกโฮล์มเมื่อ 29 ก.ค. ที่ผ่านมา พร้อมระบุว่าร่างกฎหมายของสภาคองเกรสเปิดทางให้สหรัฐฯ เก็บภาษีขั้นสูงกับประเทศที่ซื้อพลังงานจากรัสเซีย

เบสเซนต์กล่าวว่า มาตรการนี้มีเป้าหมายลดรายได้ของรัสเซียจากภาคพลังงาน และคาดว่าชาติพันธมิตรของสหรัฐฯ จะร่วมดำเนินการในลักษณะเดียวกัน

จีนตอบโต้ว่า จะยังคงตัดสินใจเรื่องพลังงานตามนโยบายภายในประเทศ และย้ำจุดยืนเรื่องอธิปไตย โดยเบสเซนต์เปิดเผยว่า “จีนจริงจังกับอธิปไตยมาก ถ้าจะเสียภาษี 100% ก็ยอมดีกว่าถูกบังคับ”

ขณะเดียวกัน สหรัฐฯ ยังแสดงความกังวลต่อการที่จีนยังซื้อพลังงานจากอิหร่าน และจำหน่ายเทคโนโลยีสองทาง (ใช้ได้ทั้งพลเรือนและการทหาร) ให้รัสเซีย มูลค่ากว่า 15,000 ล้านดอลลาร์ ซึ่งอาจส่งผลต่อความร่วมมือทางการค้าระหว่างจีนกับยุโรปในอนาคต

ด้าน โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก่อนหน้านี้ออกมาประกาศให้เวลารัสเซียเพียง 10 วันในการตกลงหยุดยิงกับยูเครน หากไม่สำเร็จ สหรัฐฯ เตรียมใช้มาตรการทางภาษีและคว่ำบาตรเต็มรูปแบบ พร้อมระบุว่า “ไม่ต้องการลงโทษชาวรัสเซีย แต่สิ่งที่ปูตินทำอยู่มันเกินจะยอมรับได้”

ทรัมป์เผย ‘สี จิ้นผิง’ เตรียมเยือนสหรัฐฯ กำลังเคาะวัน-เวลา และอาจไปจีนบ้างก่อนสิ้นปี

(30 ก.ค. 68) ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดเผยว่า สี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน เตรียมเดินทางเยือนสหรัฐฯ โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการตกลงวันเวลาให้ชัดเจน พร้อมระบุว่า ตนเองอาจนำคณะเดินทางไปเยือนจีนก่อนสิ้นปีนี้เช่นกัน หากได้รับเชิญอย่างเป็นทางการจากผู้นำจีน

“เรากำลังหารือกันเรื่องวันเวลา เขาน่าจะมาเยือนเรา และผมก็น่าจะไปจีนในอนาคตอันใกล้ อาจจะก่อนปีนี้จะจบ” ทรัมป์กล่าวในการสัมภาษณ์กับสื่อ Breitbart News เมื่อวันอังคาร พร้อมย้ำว่า ตนไม่ได้ 'ร้องขอ' การประชุมสุดยอดกับจีน แต่จะไปต่อเมื่อมีคำเชิญจากสี จิ้นผิง

ทั้งนี้ เมื่อเดือนมิถุนายน ทรัมป์เคยระบุว่าได้ตอบรับคำเชิญจากผู้นำจีนในการเยือนกรุงปักกิ่งแล้ว แต่ยังไม่กำหนดช่วงเวลาอย่างแน่นอน โดยล่าสุดยังไม่มีแถลงการณ์ยืนยันอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลจีนเกี่ยวกับการเยือนครั้งนี้

‘ทรัมป์’ ประกาศเก็บภาษีนำเข้าเกาหลีใต้ 15% จาก 25% แลกข้อตกลง ‘ลงทุนในสหรัฐฯ’ มูลค่ารวมกว่า 12 ล้านล้าน!!

(31 ก.ค. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ประกาศข้อตกลงการค้าฉบับใหม่กับเกาหลีใต้ โดยจะเก็บภาษีนำเข้า 15% สำหรับสินค้าเกาหลีใต้ เช่น รถยนต์และเซมิคอนดักเตอร์ แทนที่อัตรา 25% ที่เคยขู่จะใช้ หากไม่ได้ข้อสรุปก่อนเส้นตายวันที่ 1 สิงหาคม ข้อตกลงนี้เกิดขึ้นเพียงไม่กี่วันหลังญี่ปุ่นซึ่งเป็นคู่แข่งหลักในอุตสาหกรรม ได้ข้อยุติในอัตราภาษีเท่ากัน

ในข้อตกลงนี้ เกาหลีใต้จะลงทุนในสหรัฐฯ รวม 350,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 12.6 ล้านล้านบาท) โดย 150,000 ล้านดอลลาร์ จะถูกใช้ในโครงการต่อเรือ รวมถึงเรือรบ ซึ่งเป็นจุดแข็งของเกาหลีใต้ ท่ามกลางภาวะที่อุตสาหกรรมต่อเรือของสหรัฐฯ กำลังซบเซา การลงทุนนี้จึงช่วยตอบโจทย์ความมั่นคงของสหรัฐฯ และส่งเสริมอุตสาหกรรมเกาหลีไปพร้อมกัน

แม้อัตราภาษีใหม่จะครอบคลุมแค่รถยนต์และชิป แต่สินค้าอย่างเหล็กและอะลูมิเนียมยังคงถูกเก็บภาษีในอัตราสูงถึง 50% อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีอี แจมยอง ของเกาหลีใต้ยกย่องข้อตกลงนี้ว่า “ประสบความสำเร็จ” โดยเฉพาะการที่เกาหลีใต้สามารถรักษาเส้นตาย ไม่ยอมเปิดตลาดข้าวและเนื้อวัวให้สหรัฐฯ เพิ่ม ซึ่งเป็นข้อเรียกร้องที่เกษตรกรในประเทศต่อต้านอย่างหนัก

ส่วนประเด็นความมั่นคง ยังไม่มีข้อยุติในเรื่องงบประมาณการรักษากองทัพสหรัฐฯ ในเกาหลีใต้ ซึ่งทรัมป์เคยขู่จะถอนทหารหากโซลไม่จ่ายเพิ่ม การเจรจาประเด็นนี้จะมีขึ้นอีกครั้งในการเยือนวอชิงตันของผู้นำเกาหลีใต้ในอีกสองสัปดาห์ข้างหน้า โดยอาจต้องแลกกับเม็ดเงินจำนวนมหาศาลเพิ่มเติมอีกครั้งเพื่อรักษาความร่วมมือทางทหารไว้


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top