Sunday, 28 June 2026
TheStatesTimes

Make it Better !! ‘นิวสเปคทีฟ กรุ๊ป’ ปรับยุทธศาสตร์ บุกธุรกิจใหม่ ยึดธงชัด!! “คิดจะทำ ต้องทำให้ดีสุดๆ”

‘นิวสเปคทีฟ กรุ๊ป’ เปลี่ยนโลโก้ พร้อมปรับโฉมธุรกิจ ใหม่หมดจด ภายใต้ยุทธศาสตร์ Digital Content Commerce จัดทัพใหม่ 3 สายงานธุรกิจ ปั้น Digital Content ของตัวเอง นำโดย สำนักข่าวออนไลน์สำหรับคนรุ่นใหม่ THE STATES TIMES และอีกหลากหลาย นำไปหารายได้เจาะงบโฆษณาจากสินค้าต่าง ๆ และเป็นฐานสร้าง THE SHOPS TIMES ธุรกิจช้อปปิ้งออนไลน์ ประกาศมุ่งไปข้างหน้า เปลี่ยนแปลง ‘นิวสเปคทีฟ กรุ๊ป’ แบบ 360 องศา พร้อมหาโอกาส รุกธุรกิจใหม่ที่หลากหลาย กระตุ้นรายได้ ฝ่ากระแสวิกฤตโควิด

นายณัฐภูมิ รัฐชยากร กรรมการผู้จัดการ ‘นิวสเปคทีฟ กรุ๊ป’ เปิดเผยถึง ภาพรวมธุรกิจของกลุ่มบริษัทฯ ที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวเนื่องกับ อีเวนต์ สื่อโฆษณา และ ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ มากว่า 16 ปี โดยตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ทางบริษัทสามารถนำพาธุรกิจให้เติบโตมาได้อย่างต่อเนื่อง ภายใต้แนวคิด ‘Make it Better คิดจะทำ ต้องทำให้ดีสุดๆ’ อย่างไรก็ตามในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จากสถานการณ์แพร่ระบาดของไวรัสโคโรน่า 2019 หรือ COVID-19 ได้ส่งผลกระทบต่อภาพรวมของเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งกระทบเป็นวงกว้างไปสู่แทบทุกธุรกิจในเมืองไทย รวมถึง ‘นิวสเปคทีฟ กรุ๊ป’ ด้วยเช่นกัน ‘นิวสเปคทีฟ กรุ๊ป’ จึงพยายามปรับนำเอาจุดแข็งทางธุรกิจในเครือที่มี และคิดว่าจะไปต่อได้ในโลกยุค New Normal เพื่อเดินหน้าสู่ Next Normal

“ดังนั้นเราจึงได้ลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง โดยการจัดทัพใหม่เป็น 3 สายงานธุรกิจ ได้แก่ 
1.) สายงานธุรกิจ Newspective นำโดย คุณมนัญญา เตยะราชกุล ผู้จัดการทั่วไป Newspective ซึ่งทำงานกับเรามากว่า 14 ปี มีประสบการณ์อีเว้นท์ การทำ Branding งาน Production ทางโฆษณาต่าง ๆ มากมาย จะรับบทบาทในการพัฒนา THE SHOPS TIMES ธุรกิจช้อปปิ้งออนไลน์ ให้ประสบความสำเร็จ 

2.) สายงาน Blue Network นำโดย คุณหนึ่งฤทัย บางนาชาด ผู้จัดการทั่วไป Blue Network ซึ่งทำงานกับเรามากว่า 12 ปี มีความเชี่ยวชาญและชำนาญในด้านการเป็นที่ปรึกษาการสื่อสารทางการตลาดให้กับสินค้าที่จะริเริ่มและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ จะรับบทบาทในการพัฒนาการขายสื่อ Digital Content ให้กับ ‘นิวสเปคทีฟ กรุ๊ป’ 

และ 3.) สายงานธุรกิจ Make it Better ปั้นสื่อ Digital Content นำโดย สำนักข่าวออนไลน์สำหรับคนรุ่นใหม่ THE STATES TIMES ที่เติบโตสูงในช่วงที่ผ่านมา, THE STUDY TIMES สำนักข่าววัยเรียน, KIT MUSIC, THE BOSS TIMES เรื่องนี้ต้องถึงบอส, FengshuiBizDesigner และอื่นๆ โดยผมจะเป็นผู้รับบทบาทในการพัฒนา Digital Content ทั้งหมดนี้ ด้วยตัวเอง มั่นใจว่าภายใต้ยุทธศาสตร์ Digital Content Commerce นี้จะทำให้ ‘นิวสเปคทีฟ กรุ๊ป’ เติบโตและ ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป”

จัดระเบียบครั้งใหญ่!! เกาหลีใต้ สั่งปรับ Google เป็นเงิน 5,800 ล้านบาท | NEWS GEN TIMES ชวนคิด กับ กิตติธัช

จัดระเบียบครั้งใหญ่!
คณะกรรมการป้องกันการผูกขาดของเกาหลีใต้  
สั่งปรับ Google เป็นเงิน 5,800 ล้านบาท

NEWS GEN TIMES ชวนคิด กับ กิตติธัช

โดย อ.ต้อม - กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระและอาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรม ศิลปะและการออกแบบ​ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง

กรมธนารักษ์ มอบหนังสืออนุญาตใช้ที่ราชพัสดุแก่ สตช. สร้างอาคารที่พักอาศัย เป็นสวัสดิการให้ข้าราชการตำรวจ

อธิบดีกรมธนารักษ์ มอบหนังสืออนุญาตให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ใช้ที่ราชพัสดุบริเวณสถานีวิทยุการบินบางปิ้ง จังหวัดสมุทรปราการ เพื่อก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยตามโครงการจัดหาสวัสดิการบ้านพักให้กับข้าราชการตำรวจ

(28 ก.ย.​64)​ ณ ห้อง​ "พรหมนอก" ชั้น 2 อาคาร A สํานักงานตํารวจแห่งชาติ นายยุทธนา หยิมการุณ อธิบดีกรมธนารักษ์ มอบหนังสืออนุญาตใช้ที่ราชพัสดุ ให้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นผู้รับมอบ และมี นายสมมาตร มณีหยัน รองอธิบดีกรมธนารักษ์, พล.ต.อ.ปิยะ อุทาโย รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.อำพล บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1, พล.ต.ท.ธนา ชูวงศ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7, พล.ต.ท.จิรพัฒน์ ภูมิจิตร จตร. (สบ8) ปฏิบัติราชการ บช.น., พล.ต.ต.ชุมพล พุ่มพวง ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ, พล.ต.อ.อิทธิพล พิริยะภิญโญ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร., พล.ต.ท.ชัยณรงค์ เจริญไชยเนาว์ ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ ตร. ร่วมเป็นสักขีพยาน 

โดยหนังสืออนุญาตให้ใช้ที่ราชพัสดุดังกล่าว เป็นที่ราชพัสดุที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยตำรวจภูธรภาค 1 มีความประสงค์ขอใช้ที่ราชพัสดุรวม 6 แปลง ตำบลแพรกษา อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการ เนื้อที่ประมาณ 100 ไร่ เพื่อก่อสร้างอาคารที่พักอาศัยตามโครงการจัดหาสวัสดิการบ้านพักให้กับข้าราชการตำรวจในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

มณฑลทหารบกที่ 44 จัดพิธีอำลาชีวิตราชการทหารประจำการ ประจำปี 2564

ชุมพร - มณฑลทหารบกที่ 44 จัดพิธีอำลาชีวิตราชการทหารประจำการ ประจำปี 2564 

(28 ก.ย.64)​ พล.ต เสนีย์ ศรีหิรัญ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที 44 ประชาน ในพิธีอำลาชีวิตราชการทหารประจำการให้กับข้าราชการ ในสังกัด ที่ครบเกษียณอายุราชการใน 30 กันยายน 2564 นี้ขึ้น เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติและตอบแทน คุณความดี ให้กับข้าราชการที่ได้รับราชการมาด้วยความวิริยะ อุตสาหะมุ่งมั่นตั้งใจปฏิบัติงานตาม ภาระหน้าที่ อย่างเต็มกำลังความสามารถก่อให้เกิดประโยชน์แก่กองทัพบกและประเทศชาติมาโดยตลอด 

พ.อ.อนุชาติ บุญยะศิลป์ ตัวแทนนายทหารอาวุโส ของผู้เกษียณอายุราชการได้กล่าวอำลา ผู้ปังคับบัญชาและ เพื่อนร่วมงาน ขอขอบคุณ พล.ต เสนีย์ ศรีหิรัญ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที 44 ที่ได้จัด พิธีประดับเครื่องหมายยศ ให้กับข้ารายการที่ลาออกจากราชการ ตามโครงการ เกษียณอายุราชการก่อนกำหนดและได้รับการเลื่อนยศสูงขึ้น ตลอดจนข้าราชการที่ปรับเป็นประจำมณฑลทหารบกที่ 44 ที่ได้รับการเลื่อนยศสูงขึ้น งานพิธีอำลาชีวิตราชการทหารเพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติ และตอบแทนคุณความดีให้กับข้าราชการ ที่ได้รับราชการมาด้วยความวิริยะ อุตสาหะ มุ่งมั่นตั้งใจปฏิบัติงาน ตามภาระหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ กองทัพบกและประเทศชาติมาโดยตลอด

 

‘ทีมบรรเทาสาธารณภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง’ เคลื่อนกำลังพลจากลพบุรี - สู่ชัยภูมิ พร้อมยกทัพทีมบรรเทาชุด 2 นำชุดโรงครัวเคลื่อนที่ ลงพื้นที่จังหวัดสุโขทัย บรรเทาทุกข์ผู้ประสบภัยน้ำท่วม

วานนี้ (วันที่ 27 กันยายน 64) มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง โดย นายสมบูลย์ ขวัญอ่วม หัวหน้าแผนกบรรเทาสาธารณภัย  มอบหมายทีมบรรเทาสาธารณภัยมูลนิธิฯ ยกทัพจาก จังหวัดลพบุรี มุ่งสู่ จังหวัดชัยภูมิ เพื่อให้เร่งอพยพประชาชนจากพื้นที่ประสบภัย พร้อมจัดกำลังทีมบรรเทาสาธารณภัย ชุด 2 พร้อมรถกู้ชีพ เรือท้องแบน อุปกรณ์การช่วยเหลือ ชุดโรงครัวเคลื่อนที่ และอาหารสุนัขและแมว ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่จังหวัดสุโขทัยเพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือในทันที เมื่อถึงพื้นที่ทีมบรรเทาสาธารณภัยทั้ง 2 ชุดได้เร่งอพยพและเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกจากพื้นที่ประสบภัยไปยังพื้นที่ปลอดภัยในทันที

 

วันนี้ (วันที่ 28 กันยายน64) ทีมบรรเทาสาธารณภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง (ชุดที่ 1 : ชัยภูมิ) นำโดย นายสำอาง สว่างแจ้ง ผู้ควบคุมหน่วยกู้ภัย เข้ารายงานตัวกับหน่วยงานภาครัฐเพื่อวางแผนการช่วยเหลือแล้วเข้าช่วยเหลือ โดยมูลนิธิฯ จัดทีมกู้ภัย กู้ชีพ และอาสาสมัคร ลงพื้นที่ประสบภัยในพื้นที่ ต.หนองบัวใหญ่ อ.จัตุรัส จ.ชัยภูมิ เคลื่อนย้ายคนป่วยออกจากพื้นที่ประสบภัยไปยังโรงพยาบาล พร้อมสนับสนุนภาครัฐนำอาหารกล่องพร้อมน้ำดื่ม ลงพื้นที่แจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัยภายในวัดสนามนาง

 

ทีมบรรเทาสาธารณภัย มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง(ชุดที่ 2 : จ.สุโขทัย) นำโดย นายสมบูลย์ ขวัญอ่วม หัวหน้าแผนกบรรเทาสาธารณภัยพร้อมด้วย นายขจรศักดิ์ คงอินทร์ ผู้ควบคุมหน่วยกู้ภัย จัดตั้งโรงครัวเคลื่อนที่ ณ วัดศรีเสวตวนาราม ต.ธานี อ.เมือง จ.สุโขทัย ประกอบอาหารปรุงสุกบรรจุกล่อง พร้อมน้ำดื่ม จำนวน 2 มื้อ รวมจำนวน 3,950 ชุด พร้อมชุดยาเวชภัณฑ์ และอาหารสุนัขและแมวจำนวนหนึ่ง ลงพื้นที่แจกจ่ายแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่ หมู่ 1, 2, 5 ,6, 11, 13 และ 14 ตำบลบ้านกล้วย อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย

 

รวมทั้งจัดทีมกู้ภัย กู้ชีพ และอาสาสมัคร เร่งอพยพผู้ประสบภัย รวมทั้งสนับสนุนกำลังพล และเรือท้องแบนแก่นางสาวพัชรอร วงศ์กำแหง รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุโขทัย  และคณะมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย นำอาหารปรุงสุกบรรจุกล่องออกแจกจ่ายช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยในพื้นที่

“บิ๊กตู่”ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมชัยภูมิ วันนี้ สั่งปรับแผนจัดการน้ำให้เหมาะกับสถานการณ์    ขณะที่ สทนช. ยืนยันสถานการณ์น้ำต่างจากปี 2554 ระดับน้ำตอนบนของประเทศต่ำกว่าร้อยละ 50 ขณะที่กรมชลประทานปรับแผนเร่งระบายน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ช่วงสายวันนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม มีกำหนดเดินทางไปจังหวัดชัยภูมิ เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัยเนื่องจากอิทธิพลพายุเตี้ยนหมู่ ทำให้เกิดน้ำท่วมเฉียบพลัน เนื่องจากมวลน้ำป่าไหลหลากมาจากเทือกเขาภูแลนคา และน้ำล้นตลิ่งจากมวลน้ำจากลำแม่น้ำชี ส่งผลให้น้ำหนุนเข้าในพื้นที่ 16 อำเภอ และได้ประกาศเป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติน้ำท่วมแล้ว ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีและคณะรับฟังรายงานสรุปจากผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ พร้อมตรวจเยี่ยมให้กำลังใจและมอบถุงยังชีพให้แก่ประชาชนผู้ประสบอุทกภัย อ.เมืองชัยภูมิ ณ ตลาดสดเทศบาลเมือง และจะเดินทางต่อ เพื่อไปให้กำลังใจบุคลากรโรงพยาบาลและมอบสิ่งของที่จำเป็นให้แก่โรงพยาบาลชัยภูมิ  จากนั้น จะรับฟังรายงานจากนายอำเภอจตุรัสและผู้อำนวยการโครงการชลประทานจังหวัดชัยภูมิ เพื่อเร่งการระบายน้ำ และเตรียมแผนป้องกันหากยังมีฝนตกต่อเนื่อง พร้อมมอบถุงยังชีพให้ประชาชนผู้ประสบอุทกภัยอำเภอจตุรัส ขณะนี้มีน้ำท่วมขังและระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร และไหลท่วมเข้ามายังพื้นที่เศรษฐกิจบางส่วนแล้ว

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลได้บูรณาการแผนบริหารจัดการน้ำวโดยการทำงานอย่างต่อเนื่องซึ่งได้มีมติ ครม. เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2564 กำหนด 10 มาตรการรับมือฤดูฝน ปี 2564 เพื่อทุกส่วนราชการทุกระดับ เตรียมความพร้อมในการรับมือและป้องกัน เพื่อลดความเสียหายจากการเกิดภัยพิบัติในฤดูฝนนี้  สถานการณ์น้ำขณะนี้ยังแตกต่างจากอดีต โดยเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.)  ยืนยันว่าขณะนี้ น้ำบริเวณตอนบนของประเทศอยู่ในระดับต่ำน้อยกว่าร้อยละ 50 ประกอบกับสถานการณ์อุทกภัยขณะนี้เกิดจากปริมาณน้ำฝนที่ตกเกิน 90 มิลลิเมตร/วัน พ้องกับระดับน้ำทะเลหนุนสูงในช่วงสิ้นเดือนกันยายนเท่านั้น

“โฆษกรัฐบาล” เผย เยียวยานักเรียน คืบ จ่ายเกือบ11ล้านคน ด้าน ศธ.-สธ.เตรียมฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้กับเด็กนักเรียน 

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม รับทราบรายงานความคืบหน้า การเยียวยานักเรียนและลดผลกระทบทางการศึกษา ให้กับสถานศึกษา ครูผู้สอน นักเรียน และผู้ปกครอง โดยเยียวยานักเรียนทุกคน ทุกสังกัด คนละ 2,000 บาท ผู้ปกครองรับเงินเต็มจำนวนโดยไม่หักค่าใช้จ่ายเพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา ให้แก่นักเรียนนักศึกษาที่กำลังศึกษาอยู่ในสถานศึกษาสังกัด กระทรวงศึกษาธิการทั้งภาครัฐและเอกชน รวมถึงสถานศึกษานอกสังกัดกระทรวงศึกษาธิการตั้งแต่ระดับชั้นอนุบาล-ม.6 และอาชีวศึกษา ประจำภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2564  โดยจ่ายเงินเยียวยาครอบคลุมเด็กนักเรียนทั้งในและนอกสังกัดกระทรวงศึกษาธิการไปแล้วทั้งสิ้น 10,952,000 ล้านคน จากเป้าหมาย 11 ล้านคน คิดเป็น 87.80เปอร์เซ็นต์  โดยโรงเรียนในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการได้รับทั้งหมด 97.75 เปอร์เซ็นต์ ที่เหลือได้ทยอยดำเนินการส่งมอบต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของนายกรัฐมนตรีที่ต้องการช่วยลดภาระค่าใช้ผู้ปกครองในช่วงการแพร่ระบาดโควิด-19 นี้

จบกันแค่นี้!! 'อินเดีย'​ หยุดซื้อ​ '​Pfizer -​ Moderna'​ หันมาพึ่งพาวัคซีนตัวเอง | Knowledge Times EP.23

???? รอบรู้แบบรู้ลึก ในรายการ ‘Knowledge Times’
????จบกันแค่นี้!! 'อินเดีย'​ หยุดซื้อ​ '​Pfizer -​ Moderna'​ หันมาพึ่งพาวัคซีนตัวเอง

รัฐบาลกลางอินเดียตกลงใจที่จะไม่ซื้อวัคซีนเจ้าดังของสหรัฐอเมริกาอย่าง Pfizer และ Moderna เพิ่ม โดยให้เหตุผลว่า วัคซีนที่พัฒนาเองในประเทศก็เพียงพอที่จะให้ฉีดให้กับประชาชนในประเทศแล้ว แถมยังมีราคาถูกกว่า สามารถจัดเก็บ และขนส่งด้วยตู้แช่ทั่วไป ในขณะที่วัคซีน mRNA ของสหรัฐฯ ต้องเก็บในอุณหภูมิระดับติดลบ ซึ่งในอินเดียยังมีความพร้อมตรงนี้ไม่มากพอ 

สำหรับวัคซีนสัญชาติอินเดีย ที่ผลิตได้เองในประเทศตอนนี้มีอยู่ 2 ตัวหลักๆ คือ Covishield หรือที่รู้จักอีกชื่อ คือ AstraZeneca ผลิตโดยบริษัท Serum Institute of India ที่พึ่งจะได้รับการรับรองจากอังกฤษ โดยสามารถเดินทางเข้าประเทศได้แบบไม่ต้องกักตัว หากฉีดครบ 2 โดส และ Covaxin วัคซีนสัญชาติอินเดียแท้ๆ ที่พัฒนาโดย Bharat Biotech

นอกจากนี้ นักวิทยาศาสตร์อินเดียเพิ่งประสบความสำเร็จในการพัฒนาวัคซีน DNA ตัวแรกของโลก ที่ชื่อว่า ไซคอฟ–ดี (ZyCoV-D) ผลิตโดยบริษัท ไซดัส คาดิลา (Zydus Cadila) ซึ่งมีประสิทธิภาพในการต้านเชื้อ อยู่ที่ร้อยละ 66.6 เมื่อรับวัคซีนครบ 3 เข็ม โดยต้องใช้เครื่องมือเฉพาะ ในการผลักตัวยาเข้าผิวหนังด้วยความเร็วสูง

อินเดีย จัดเป็นประเทศผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่ที่สุดในโลก และเคยได้รับการคาดหวังว่าจะเป็นผู้กู้วิกฤติด้วยวัคซีน Covishield ที่จะสมทบเข้าโครงการ Covax ขององค์การอนามัยโลก แต่อินเดียมาเกิดการระบาดครั้งใหญ่ของ Covid-19 ในประเทศเสียก่อน รัฐบาลอินเดียจึงออกกฎหมายระงับการส่งออกวัคซีน Covid-19 ชั่วคราว

แต่ตอนนี้อินเดียสามารถควบคุมการแพร่ระบาดรุนแรงมาอยู่ในระดับที่รับมือได้แล้ว และได้ทยอยฉีดวัคซีนไปแล้วมากกว่า 800 ล้านโดสทั่วประเทศ ขณะที่กำลังผลิตวัคซีนเริ่มกลับมาเข้าที่ จนคาดว่าอินเดียจะสามารถกลับมาส่งออกวัคซีนได้ภายในเดือนตุลาคม 2021 นี้ 

จากเหตุผลที่ว่ามา ทำให้อินเดียไม่จำเป็นต้องซื้อวัคซีนของผู้ผลิตรายใหญ่จากสหรัฐฯ และมองว่าการใช้ของในประเทศก็น่าจะเพียงพอต่อความต้องการแล้ว

“องอาจ” ฝากนายกฯ เร่งฉีดวัคซีนวันละล้านโดส เพื่อให้ประชาชนใช้ชีวิตปกติได้เร็วขึ้น

นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรค และประธาน ส.ส. พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงการฉีดวัคซีนให้ประชาชนในไทยว่า ขณะนี้การแพร่ระบาดของโควิด-19 เริ่มลดลงตามตัวเลขที่ทาง ศบค. แถลงออกมา จนทำให้มีการผ่อนคลายมาตรการควบคุมต่าง ๆ เพิ่มมากขึ้นจนทำให้หลายกิจการสามารถกลับมาดำเนินการได้ใกล้เคียงสภาวะปกติมากขึ้นแต่การเปิดประเทศภายใน 120 วัน ตามที่นายกฯ เคยประกาศไว้ ซึ่งน่าจะเปิดทั้งประเทศ ประมาณกลางเดือนตุลาคมก็ยกเลิกไป รวมถึงการเปิดพื้นที่ท่องเที่ยว 10 จังหวัด รวมถึง กทม. ด้วยก็เลื่อนออกไปเป็น 1 พฤศจิกายน ก่อให้เกิดการชะลอการเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ทำให้การทำมาค้าขายเคลื่อนไหวทางเศรษฐกิจเพื่อให้ประชาชนใช้ชีวิตใกล้เคียงปกติมากที่สุดต้องเคลื่อนออกไป ซึ่งเงื่อนไขสำคัญส่วนหนึ่งของการที่จะทำให้ประชาชนใช้ชีวิตได้ตามปกติคือการฉีดวัคซีนให้ประชาชนได้ครอบคลุมมากที่สุด

แต่การฉีดวัคซีนก็ยังเดินหน้าไปเรื่อยๆ เฉลี่ยวันละ 1 แสนโดส ยกเว้นวันที่ 24 ก.ย. วันมหิดลที่ผ่านมาที่ทางราชการฉีดวัคซีนได้มากกว่า 1 ล้านโดสตามเป้าหมายในวันเดียว ซึ่งแสดงว่าการบริหารจัดการสาธารณสุขไทย มีศักยภาพสามารถฉีดวัคซีนวันละมากกว่าล้านโดสได้ 

“จุติ ไกรฤกษ์” รัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้การต้อนรับ “ที่ปรึกษาสมเด็จอัครเดโช ฮุนเซน” นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรกัมพูชา

ณ ห้องรับรอง ชั้น 9 กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์กรุงเทพฯ นายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทาวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ให้การต้อนรับ Dr. H.E. Sok Sokrethya ที่ปรึกษาส่วนตัว นายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรกัมพูชา และรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวกัมพูชา ในโอกาสเข้าเยี่ยมคารวะและหารือถึงแนวทางความร่วมมือด้านงานพัฒนาสังคม

เพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างรัฐบาลของสองประเทศให้มั่นคงยิ่งขึ้น นอกจากนี้เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างนักการเมืองรุ่นใหม่ของกัมพูชากับของประเทศไทย ตลอดจนเพื่อให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแสวงหาความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ในช่วงที่ทั้งสองประเทศเกิดโรคระบาดโควิด และหลังจากสถานการณ์โควิดผ่านไปแล้วด้วย

รัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้กล่าวต้อนรับ ด้วยความอบอุ่นและขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีช่วยกระทรวงการท่องเที่ยวจากกัมพูชาที่ให้เกียรติมาเยือนกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ในวันนี้ ท่านหวังว่าความสัมพันธ์ที่ดีของสองประเทศจะเจริญก้าวหน้ายิ่ง ๆ ขึ้นไป

รัฐมนตรีจากกัมพูชา ได้กล่าวในนามของรัฐบาลกัมพูชาว่า รัฐบาลกัมพูชาใคร่ขอขอบคุณรัฐบาลไทยและท่านรัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ที่ได้ให้การสนับสนุนและช่วยเหลือในด้านต่างๆ แก่รัฐบาลกัมพูชาด้วยดีมาโดยตลอด

Dr. Sok Sokrethya ได้เรียนเพิ่มเติมว่า ท่านนายกรัฐมนตรี สมเด็จฯ ฮุนเซน มีนโยบายส่งเสริมให้คนรุ่นหนุ่มสาวได้เข้ามาเป็นผู้บริหารบ้านเมืองทั้งในระบบราชการและในภาคการเมืองมากยิ่งขึ้น ตนเองในฐานะที่ท่านเป็นนักการเมืองรุ่นใหม่ที่กำลังเรียนรู้เรื่องการเมือง จึงมาขอเรียนรู้ประสบการณ์ทางการเมืองจากท่านรัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่มีประสบการณ์ทางการเมืองมาอย่างยาวนาน

ภายหลังจากการหารือกันอย่างกระชับ ท่านรัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ของไทย ได้เสนอเรื่องความร่วมมือสามด้านระหว่างประเทศไทยกับราชอาณาจักรกัมพูชา ดังนี้คือ

1. เรื่องของการแยกขยะที่ใช้แล้วซึ่งจะทำให้เกิดการจ้างงาน การมีอาชีพแก่กลุ่มผู้มีรายได้น้อยและคนจน และการลดปัญหาสิ่งแวดล้อมซึ่งประเทศไทยยินดีให้การสนับสนุนโดยจะให้องค์กรเอกชนเข้าไปให้คำแนะนำ

2.การส่งเสริมให้เกิดความร่วมมือระหว่างสภาเยาวชนไทยกับสภาเยาวชนของกัมพูชา เพื่อให้เยาวชนของสองประเทศสามารถ พบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและการเยี่ยมเยียนกันระหว่างเยาวชนสองประเทศ ซึ่งจะช่วยให้เกิดความสัมพันธ์อันดีระหว่างประชาชนสองประเทศในระยะยาวมากยิ่งขึ้น

3.การให้ความรู้และประสบการณ์ของการเคหะแห่งชาติเรื่องการจัดสร้างบ้านให้แก่ผู้มีรายได้น้อย

นายจุติ ไกรฤกษ์ กล่าวว่า การเคหะแห่งชาติของไทยมีประสบการณ์ที่สั่งสมมานานตามสมควร ทั้งที่เป็นจุดอ่อนและเป็นจุดแข็ง การเคหะแห่งชาติได้มีการปรับปรุงแก้ไขในเรื่องที่อยู่อาศัยให้แก่ผู้มีรายได้น้อยดีขึ้น

ทั้งเรื่องขนาดของบ้านและราคา ในปัจจุบันบ้านสำหรับผู้มีรายได้น้อยของการเคหะมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมและราคาถูกลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์โควิด การเคหะแห่งชาติมีนโยบายให้คนมีรายได้น้อยได้สามารถเช่าบ้านจากการเคหะแห่งชาติได้ทั้งระยะสั้นและระยะยาว และหากผู้เช่ามีรายได้ดีขึ้นก็สามารถที่จะขอเปลี่ยนเป็นซื้อแทนได้

นายจุติ ไกรฤกษ์ ยังได้กล่าว ยกย่องราชอาณาจักรกัมพูชา ว่าเป็นประเทศที่มีมรดกทางอารยธรรมที่เก่าแก่และมีโบราณสถานทางประวัติศาสตร์อยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งประเทศไทยไม่อาจเปรียบเทียบได้เลย

สำหรับกัมพูชาแล้ว มีความเห็นว่าการสร้างพิพิธภัณฑ์ที่เป็นแหล่งเรียนรู้ขนาดใหญ่ของกัมพูชาเป็นสิ่งสำคัญมาก โดยกัมพูชาอาจเรียนรู้และศึกษาจากประสบการณ์การสร้างพิพิธภัณฑ์อย่างยิ่งใหญ่ของประเทศฝรั่งเศส ซึ่งน่าจะเป็นประโยชน์กับกัมพูชาเป็นอย่างยิ่งทั้งในปัจจุบันและอนาคต

นอกจากนี้ ท่านรัฐมนตรีกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ยังเห็นว่าสำหรับนโยบายด้านการท่องเที่ยวของกัมพูชา ซึ่งกำลังเริ่มต้นจะมีข้อได้เปรียบ เพราะได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของไทยที่ผ่านมาทั้งด้านบวกและด้านลบ

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top