Sunday, 28 June 2026
TheStatesTimes

“บิ๊กตู่” นำถกครม. ครม.พิจารณาต่อขยายพ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2 เดือน พร้อมประเมินสถานการณ์น้ำท่วมหลังพายุเตี้ยนหมู่ถล่ม

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี(คณะ) เต็มคณะ โดยมีคณะรัฐมนตรีเข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียง สำหรับวาระการประชุมที่น่าสนใจ ที่ประชุมจะมีการพิจารณาการต่อขยายประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ออกไปอีก 2 เดือน ตั่งแต่วันที่ 1 ต.ค. - 30 พ.ย. นี้ หลังจากที่ประชุมศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด -19 หรือ ศบค. มีมติวานนี้(27 ก.ย.) ขณะเดียวกันจะมีการรายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด -19 รวมไปถึงการบริหารจัดการวัคซีนในเดือน ต.ค.- พ.ย. ด้วย 

ขณะที่กระทรวงการคลังจะเสนอเรื่องการทบทวนภาษีสรรพสามิตบุหรี่ให้ที่ประชุมพิจารณา เพื่อให้ใช้อัตราภาษีใหม่ได้ทันวันที่ 1 ต.ค.นี้ ซึ่งส่งผลให้ราคาบุหรี่ในท้องตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้น  แต่โครงสร้างภาษีใหม่จะปรับเพิ่มขึ้นให้มากกว่า 20% แต่ไม่ถึง 40% ตามที่เคยกำหนดไว้ก่อนหน้านี้  นอกจากนี้กระทรวงการคลังจะเสนอแผนการบริหารหนี้สาธารณะ ประจำปีงบประมาณ  65 และกรอบ 5 ปี ให้ครม.พิจารณา ซึ่งสาระสำคัญจะกำหนดเป้าหมายหนี้สาธารณะต่อจีดีพีปี 65 เกินกว่า 60%  โดยมีหนี้ก้อนใหญ่  ขณะเดียวกันจะเสนอวาระเพื่อทราบ เรื่องการขยายกรอบสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อจีดีพีจากเดิมที่กำหนดไว้ไม่เกิน 60% เป็นไม่เกิน 70%  ซึ่งผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการวินัยการเงินการคลังไปแล้ว

“ปริญญ์” ชี้สมุนไพรไทยคือทางรอดใหม่เกษตรกร แนะรัฐเร่งจับมือเอกชนสร้างโอกาสในวิกฤติ

นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ ที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรี (นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์) และประธานคณะกรรมการธุรกิจเกษตร กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “โอกาสและอนาคตเกษตรสมุนไพร สร้างรายได้และเศรษฐกิจ” ในงานประชุมเชิงปฎิบัติการ สมุนไพรทางรอดใหม่เกษตรกรไทย ที่จัดขึ้นโดยกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข โดยได้แนะให้ภาครัฐปรับความคิด เร่งบูรณาการความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐ เอกชน และประชาสังคม เพื่อสร้างโอกาสและอนาคตให้เกษตรสมุนไพรเกิดขึ้นได้อย่างแท้จริง

นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กล่าวว่า สถานการณ์โควิด-19 เหมือนเหรียญที่มีสองด้าน ด้านหนึ่งคือวิกฤติ ส่วนอีกด้านคือโอกาส อยู่ที่ว่าเราจะมองเห็นและใช้ประโยชน์จากด้านไหน วันนี้จะเห็นได้ว่าหลายธุรกิจได้รับผลกระทบหนัก แต่ในขณะเดียวกันอีกหลายธุรกิจกลับทำรายได้สูงขึ้น นั่นก็เพราะโลกของเราเปลี่ยนไปเร็วมากตั้งแต่ก่อนเกิดโควิดแล้ว จากการที่มีเทคโนโลยีทันสมัยถาโถมเข้ามา หรือที่เรียกว่า ดิจิทัล ดิสรัปชั่น (Digital Disruption) คนที่ปรับตัวทันย่อมจะเดินหน้าไปได้เร็วกว่าเป็นธรรมดา

ซึ่งสมุนไพรเป็นหนึ่งในจุดแข็งของประเทศไทยที่กำลังกลายเป็นสินค้าเกษตรตัวใหม่และทางรอดใหม่ของเกษตรกร เพราะมีช่องทางให้เติบโตได้มากในช่วงนี้ เนื่องจากคนไทยและชาวต่างชาติยอมรับกันอย่างกว้างขวางขึ้นว่าช่วยสร้างภูมิคุ้มกัน ดีต่อสุขภาพสำหรับช่วงวิกฤติและช่วงที่หลายประเทศกำลังก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ แต่วันนี้ยังไม่สามารถพัฒนามาตรฐาน สร้างแบรนด์หรือโกอินเตอร์ได้เท่าที่ควร ซึ่งสาเหตุสำคัญคือพี่น้องเกษตรกรไทยและอุตสาหกรรมการแพทย์ไทยยังไม่ได้ใช้เทคโนโลยีทันสมัยเพื่อเพิ่มรายได้ ลดต้นทุน และต่อยอดธุรกิจกันอย่างเต็มที่ สมุนไพรบางอย่างยังไม่ได้รับการแปรรูปให้บริโภคง่ายขึ้น อุตสาหกรรมสมุนไพรไทยยังไม่ได้รับการสนับสนุนเทคโนโลยีด้านการเกษตรและการวิจัยสายพันธุ์ที่มากเพียงพอ การพัฒนาและลงทุนตั้งแต่ต้นน้ำยังไม่ได้มาตรฐานระดับสากล รวมถึงต้องปรับมาใช้ยุทธศาสตร์ “การตลาดนำการผลิต” ของรองนายกฯ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ในการดำเนินงาน การขายสินค้าในวันนี้ไม่เหมือนอดีตแล้ว เราจำเป็นต้องตระหนักถึงความต้องการของตลาดเป็นหลัก ทั้งความต้องการของผู้บริโภคและมาตรฐานการนำเข้าสินค้าของแต่ละประเทศ เพื่อให้ผลิตสินค้าได้ตอบโจทย์มากที่สุด ซึ่งแน่นอนว่าไม่ใช่เรื่องง่ายที่ใครจะทำได้เพียงลำพัง ต้องอาศัยการร่วมมือกันจากหลากฝ่าย

ดังนั้นหากต้องการสร้างโอกาสและอนาคตที่ดีให้สมุนไพรไทยเป็นไปตามมาตรฐานสากล กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก ต้องบูรณาการความร่วมมือและข้อมูลกับหน่วยงานต่าง ๆ ในการขับเคลื่อนเรื่องนี้ตั้งแต่ต้นน้ำไปจนถึงปลายน้ำ อาทิ กระทรวงพาณิชย์ที่มีข้อมูลสินค้าศักยภาพอยู่เป็นจำนวนมากและมีทูตพาณิชย์อยู่ในหลายประเทศ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ทำงานใกล้ชิดเกษตรกรในหลายพื้นที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศผู้มีความเชี่ยวชาญด้านทำตลาดต่างประเทศ กระทรวงอุตสาหกรรม สำนักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ สวทช. ที่มีความพร้อมด้านเทคโนโลยี รวมถึงภาคเอกชนที่มีงบประมาณสูง วิสาหกิจชุมชน วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) สตาร์ทอัพมากความสามารถ และภาคประชาสังคมที่สนใจในเรื่องนี้ด้วย โดยมุ่งเน้นที่สูตรสร้างความสำเร็จ “ก-ข-ค”

ก คือ กฎหมายหรือกฎระเบียบของกระทรวง ทบวง กรมต่าง ๆ ที่มีมากเกินไป กฎหมายเยอะไม่ได้นำมาซึ่งความยุติธรรม แต่จะนำมาซึ่งความอยุติธรรม และทำให้เราตามเทรนด์โลกไม่ทัน ถ้าปรับเรื่องนี้ได้ก็จะช่วยให้การทำธุรกิจทันโลก ทันเหตุการณ์มากขึ้น และลดความเหลื่อมล้ำลงได้ เช่น การลดขั้นตอนการขออนุญาตขึ้นทะเบียนยา การปรับลดภาษีการระดมทุนแบบ Crowdfunding และการลดกฎเกณฑ์การปล่อยสินเชื่อ P2P เพื่อเปิดโอกาสให้พี่น้องเกษตรกรที่ทำเกี่ยวกับสมุนไพรไทยเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่ถูกและเป็นธรรมได้ง่ายยิ่งขึ้น

ข คือ แข่งขัน เมื่อปรับกฎหมายแล้วภาครัฐต้องสร้างสภาพแวดล้อมที่ส่งเสริมให้เกิดการแข่งขันระหว่างธุรกิจในประเทศด้วย เพื่อให้เกษตรกรและผู้ประกอบการตัวเล็ก ๆ ได้มีโอกาสเติบโต สามารถก้าวเข้าสู่ระบบการแข่งขันที่เป็นธรรม ทั้งในด้านการวิจัย พัฒนา ตลอดจนถึงการขายสินค้า โดยภาครัฐต้องช่วยต่อยอดการวิจัยและพัฒนาสินค้าเหล่านั้นให้ “ขึ้นห้าง” ไม่ใช่แค่ “ขึ้นหิ้ง” ทิ้งไว้เท่านั้น ต้องทำอย่างไรก็ได้ให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมสมุนไพรไทยได้เข้าถึงงานวิจัยดี ๆ เพื่อช่วยยกระดับเศรษฐกิจฐานรากให้ยั่งยืน พร้อมทั้งสนับสนุนการสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันให้เกษตรสมุนไพรไปถึงระดับโลก

ปทุมธานี - บิ๊กแจ๊สไม่ยอม! ให้ปทุมธานีเป็นแก้มลิง เพื่อรับน้ำป้องกันน้ำท่วมเต็มที่!

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี จัดชุดเคลื่อนที่เร็ว 24 ชั่วโมง เตรียมพร้อมช่วยเหลือประชาชนที่ประสบความเดือดร้อนจากน้ำท่วมขัง และลงเรือประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาเก็บของขึ้นที่สูง หลังผู้อำนวยการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดปทุมธานีเตือนประชาชนให้ระมัดระวังและให้ทุกอำเภอ เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ ฝนตกหนักหรืออาจเกิดน้ำท่วมในพื้นที่ จ. ปทุมธานี ได้แก่ พื้นที่เสี่ยงที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เกษตรกร ที่ประกอบอาชีพประมง เพาะปลูก หรือเลี้ยงสัตว์บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริษัทห้างร้าน ที่ประกอบกิจการ ในแม่น้ำเจ้าพระยา เช่น งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง แพร้านอาหาร เป็นต้น ร่วมทั้งประชาชนที่อาศัยอยู่ ในพื้นที่ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ประกาศส่งผลให้ระดับน้ำเจ้าพระยาจะสูงขึ้น 30 เซนติเมตร ถึง 1 เมตร

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า เนื่องจากเมื่อวานฝนตกหนักจนถึงวันนี้ก็ยังตกอยู่ ซึ่งทางผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีได้ออกคำสั่งแล้วว่า ให้แจ้งเตือนพี่น้องชาวปทุมธานีที่อยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสองฝั่ง ให้เตรียมยกของขึ้นที่สูง วันนี้ได้เอาเรือออกและเตือนพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาทั้งสองฝั่งให้เตรียมขนของขึ้นที่สูง ซึ่งพี่น้องประชาชนทั้งสองฝั่งเจ้าพระยา เขาใช้ชีวิตปกติอยู่แล้ว ในฤดูน้ำหลากเขาจะมีการเตรียมตัวของเขาอยู่ตลอดเวลา แต่เราก็ต้องแจ้งเตือน เพราะอาจจะมีหลายคนที่ไม่ได้ติดตามข่าวสารทางโซเซียล อาจไม่ทราบข้อมูลข่าวสาร จึงได้จัดเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือพี่น้องประชาชน เพื่อเป็นการเตรียมการ

โดยให้นายชัยวัฒน์ อินทร์เลิศ ประธานสภาสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี นายสมร แตงอ่อนสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี ให้ไปดูเขื่อนเจ้าพระยาที่จังหวัดชัยนาท เพื่อดูปริมาณน้ำที่แท้จริง ที่ได้ปล่อยน้ำลงมา เพื่อที่จะวางแผนให้พี่น้องประชาชนถูก เพราะจังหวัดปทุมธานีต้องแบ่งออกเป็นสองส่วน 1.พี่น้องที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา 2. ประชาชนที่อาศัยอยู่ในช่วงคลองระบายน้ำ รังสิตเหนือและรังสิตใต้ ซึ่งจังหวัดปทุมธานีจะไม่ใช้แกมลิงอีกต่อไป หากคิดว่าจังหวัดปทุมธานีเป็นแกมลิง พี่น้องชาวปทุมธานีที่อยู่หมู่บ้านจัดสรรอีกหลายร้อยหลายพันหมู่บ้านจะต้องเดือดร้อนหากผันน้ำเข้ามาท่วมทุ่งรังสิต 

2 เดือนที่ผ่านมาเราได้เตรียมการไว้แล้ว

1.เอารถดูดโคลนเข้าไปตามหมู่บ้านจัดสรร เพื่อล้างท่อระบายน้ำ ทั้งหมด ซึ่งได้ทำไปเยอะแล้ว

2.ได้นำเรือโป๊ะแบคโฮขุดลอกคลองทุกคลอง คลองส่งน้ำต้องเป็นคลองส่งน้ำ จะมีแต่สิ่งปริกูลมีแต่ขยะเต็มคลองอย่างนั้นไม่ได้ เราไล่ดำเนินการตั้งแต่คลองระพีพัฒน์ไปจนถึงคลองรังสิตประยูศักดิ์ระยะทาง 22 กิโลเมตร ทุกคลองต้องไม่มีผักตบชวาและไม่มีหญ้าขึ้นอีกต่อไป

 

‘ทูตนอกแถว’ ยก!! 'ทักษิณ' นายกฯ สุดเก่ง หยาม 'บิ๊กตู่' เป็นนายกหรือมัคนายก

28 ก.ย. 64 - นายรัศมิ์ ชาลีจันทร์ เจ้าของเพจทูตนอกแถว และอดีตเอกอัครราชทูตไทยในหลายประเทศ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า ตกลงจะเป็นนายกหรือมัคทายก? (มัคนายก)

เดิมตั้งใจว่าจะเขียนอะไรเกี่ยวกับการครบรอบ 15 ปีรัฐประหารปี 2549 ที่ลากพาประเทศชาติให้ตกต่ำมาถึงทุกวันนี้ แต่ในวันนั้นได้รับเชิญให้ช่วยกล่าวปราศรัยทางออนไลน์ในกิจกรรมคาร์ม็อบเนื่องในโอกาสครบรอบดังกล่าวก็เลยไม่ได้เขียนอะไรนะครับ 

แต่จะอย่างไรที่พูดไปวันก่อนก็ยังมีบางประเด็นที่ไม่ได้พูดถึง และก็เห็นยังมีชาวสลิ่ม/ไอโอไปขุดเรื่องคดีเก่าๆ ทั้งหลายของคุณทักษิณขึ้นมาโจมตีอีก ก็เลยอยากมาคุยกันอีกสักนิด ซึ่งก่อนอื่นต้องขอบอกว่าผมไม่ได้คิดว่าคุณทักษิณเป็นนายกรัฐมนตรีที่ดีที่สุด แต่ผมคิดว่าเขาเป็นนายกรัฐมนตรีที่เก่งที่สุดในแง่การพัฒนาสร้างความเจริญและยกระดับความกินดีอยู่ดีของประชาชนได้อย่างแท้จริง เท่าที่ประเทศนี้เคยมีมา

ซึ่งสิ่งนี้มันก็เป็นคำตอบในตัวมันเองอยู่แล้วว่าทำไมผ่านไปสิบกว่าปี คนไทยจึงยังไม่ลืมชายชื่อทักษิณหรือพี่โทนี่จนถึงวันนี้ และยิ่งไปยกคดีเก่าๆ ไม่ว่าซื้อที่ดินรัชดา หวยบนดิน เงินกู้พม่า ภาษีหุ้นอะไร ฯลฯ มันยิ่งดูตลก out of place, out of context หลงโลกมาก เพราะมันยิ่งกลายเป็นการตอกย้ำให้เห็นชัดในวันนี้ว่าสิ่งเหล่านั้นมันคือการกลั่นแกล้งกันทางการเมืองโดยใช้กระบวนการยุติธรรมเป็นเครื่องมือ

ซึ่งมันก็เป็นเพราะความบิดเบี้ยวของกระบวนการยุติธรรมเอง (ที่เท่ากับการทำลายระบบนิติรัฐโดยรัฐเองในทางอ้อมด้วย) ทำให้ไม่มีใครเขาเชื่อในคำตัดสินเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นคนไทยส่วนใหญ่หรือทั่วทั้งโลก ซึ่งก็เป็นคำตอบอีกว่าทำไมไม่มีประเทศไหนใครเขาจับทักษิณส่งกลับ แม้กระทั่งจีน

ไปๆ มาๆ มันก็เลยกลายเป็นว่าต่อให้คุณทักษิณผิดจริงอย่างไรก็ไม่มีทางรู้เพราะความตกต่ำของระบบยุติธรรมของไทยที่ทำให้คนส่วนใหญ่ไม่ใครเขาเชื่อถืออีกต่อไป ผมเคยเป็นทูตจึงรู้ดีว่าไม่มีประเทศไหนหรอกที่เขาอยากจะฟังคำชี้แจงของรัฐบาลไทยต่อข้อหาของคุณทักษิณ พอทำหนังสือนำส่งคำชี้แจงไป (เพราะเขาไม่อยากรับนัดหมายฟังเราพูดให้เสียเวลาทำงาน) เขาได้รับก็คงเอาโยนใส่ตะกร้าทิ้งขยะไปหมด ประมาณนั้น เพราะไม่เคยปรากฏว่ามีปฏิกริยาตอบกลับแต่อย่างใดทั้งสิ้น

เพจข่าวสำนักงานรัฐมนตรี ศธ. โพสต์ภาพ กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ เจอชาวเน็ตจับผิดคิดว่าภาพตัดต่อ สุดท้ายชี้แจงว่าเป็นแฟ้มภาพ ยันรัฐมนตรีไม่มีส่วนตัดสินใจ พร้อมกราบขออภัย

เพจข่าวสำนักงานรัฐมนตรี ศธ. โพสต์ภาพ กนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ เจอชาวเน็ตจับผิดคิดว่าภาพตัดต่อ สุดท้ายชี้แจงว่าเป็นแฟ้มภาพ ยันรัฐมนตรีไม่มีส่วนตัดสินใจ พร้อมกราบขออภัย

เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ในโลกโซเชียลฯ แชร์ภาพจากเฟซบุ๊ก ‘ข่าวสำนักงานรัฐมนตรี ศธ.’ โพสต์ภาพและข่าวของ นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ ลุยน้ำท่วม ระบุว่า ครูโอ๊ะ ห่วง ‘โรงเรียนเอกชน’ หลังพายุโซนร้อนถล่ม ทำให้ฝนตกหนักน้ำไหลบ่าเข้าท่วม รร.กว่า 30 แห่ง ฝากช่วยดูแลนักเรียน-นักศึกษา-ครู ยึดความปลอดภัยหลัก พร้อมเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 กันยายน 2564 นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวแสดงความห่วงใยชาวการศึกษาเอกชน ที่ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อน ‘เตี้ยนหมู่’ มีฝนตกหนักต่อเนื่อง น้ำไหลบ่าน้ำเข้าท่วมในสถานศึกษาจำนวน 30 แห่งในหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคกลางตอนบน ภาคกลาง และภาคอีสาน

“ครูโอ๊ะได้ติดตามข่าวสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่ รวมทั้งสถานการณ์ของโรงเรียนและสถานศึกษาที่กำกับดูแล ซึ่งล่าสุด ผศ.ดร.ศุภเสฏฐ์ คณากูล นายกสมาคมคณะกรรมการประสานงานและส่งเสริมการศึกษาเอกชน (ปส.กช.) ได้รายงานถึงสถานการณ์น้ำท่วมเมื่อวันอาทิตย์ที่ 26 กันยายนที่ผ่านมา ว่า เนื่องจากเหตุฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ทำให้มีน้ำไหลบ่าเข้าท่วมโรงเรียนและสถานศึกษา สังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ในจังหวัดสุโขทัย เพชรบูรณ์ ชัยภูมิ ลพบุรี นครสวรรค์ และนครราชสีมา สร้างความเสียหายให้กับอาคารเรียน สิ่งปลูกสร้าง อุปกรณ์การเรียน ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการสำรวจความเสียหายที่เกิดขึ้น

ครูโอ๊ะมีความห่วงใยชาวการศึกษาเอกชนทุกคน โดยเฉพาะลูก ๆ นักเรียน ทั้งนี้ได้เน้นย้ำให้ดำเนินงานต่าง ๆ ด้วยความปลอดภัยเป็นหลัก ทั้งในส่วนของครู นักเรียนนักศึกษา ตลอดจนบุคลากรทุกคน พร้อมให้ติดตามข่าวสถานการณ์ของทางราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อเฝ้าระวัง และประสานหน่วยงานในพื้นที่เพื่อให้การช่วยเหลือโดยเร็ว ตลอดจนเร่งสำรวจและรายงานความเสียหาย เพื่อวางแผนในการช่วยเหลือและเยียวยาปัญหาหลังน้ำลดต่อไป” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

สานพลัง! ‘พันธมิตรเพื่อจิตอาสา’ ปันน้ำใจห่วงใย ชาวชุมชนบ้านพักรถไฟ กม.11 - ริมบึงพระราม 9 ช่วยอิ่มท้องในยามวิกฤติ

วันที่ 27 กันยายน ที่ชุมชนริมบึงพระราม 9 นายสมชาย จรรยา อุปนายก สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย พร้อมตัวแทนกลุ่มพันธมิตรจิตอาสา มูลนิธิสหชาติ ส่งมอบข้าวอุ่นร้อนพร้อมทาน โครงการ “ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจสู้ภัยโควิด-19” จากเครือบริษัท ซีพี มอบให้ชาวบ้านที่อาศัยภายในชุมชนริมบึงพระราม 9 มีทั้ง ผู้สูงอายุ คนตกงาน แม่บ้าน รวมทั้งอาชีพรักษาความปลอดภัย นอกจากนั้นยังได้แบ่งปันให้กับพนักงานทำความสะอาด กรุงเทพมหานคร และวินจักรยานยนต์รับจ้าง

ส่วนอีกจุด นำไปจ่ายแก่ชาวชุมชนบ้านพักรถไฟ กม.11 เขตจตุจักร ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ประกอบด้วย ผู้สูงอายุ ผู้มีอาชีพเก็บของเก่า ผู้ที่ขาดรายได้ คนว่างงาน กลุ่มเปราะบาง กลุ่มที่กักตัวดูอาการ และผู้ที่รักษาตัวที่บ้าน

สตม. มอบข้าวสารและอาหารแห้ง 650 ชุด ให้แก่ชุมชนแฟลต19-22 คลองเตย ตามโครงการ "ตำรวจห่วงใย ใส่ใจประชาชน"

ตามนโยบายของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด–19  ให้หน่วยงานในสังกัดช่วยเหลือพี่น้องประชาชน และยึดมั่นในหน้าที่ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” อยู่เคียงข้างไม่ทอดทิ้งประชาชน และปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถให้ประชาชนรู้สึกว่าตำรวจสามารถพึ่งพาได้

วันนี้ (28 ก.ย.64) เวลา 10.30 น. พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม. มอบหมายให้ ชมรมแม่บ้านตำรวจ สตม. โดย คุณสุขุมาล ชิงดวง ประธานชมรมแม่บ้านตำรวจ สตม. ร่วมกับ พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์ ผบก.น.5 และ สน.ท่าเรือ โดย พ.ต.อ.ดนุภัทร ขวัญพสุมนต์ผกก.สน.ท่าเรือ, พ.ต.ท.ประพล มงคลกุล สวป.สน.ท่าเรือ มอบข้าวสารและอาหารแห้งจำนวน  650 ชุด

โดยทั้งหมดได้ร่วมกันมอบสิ่งของดังกล่าวให้แก่ ชุมชมแฟลต19-22 คลองเตย กทม. โดยมีคุณสมพิศ ผอบเพชร ตัวแทนชุมชนมาเป็นผู้รับมอบ ซึ่งจะนำไปแจกจ่ายให้แก่สมาชิกในชุมชนผู้ได้รับความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ต่อไป

ผลศึกษา ‘ออกซฟอร์ด’ ชี้ พิษโควิด-19 ทำอายุขัยคนลดมากที่สุด นับตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2

ผลการศึกษาฉบับหนึ่งของมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด ที่ตีพิมพ์ลงวารสารระบาดวิทยานานาชาติ เผยว่า การระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ลดอายุขัยของผู้คนบนโลกเมื่อปี 2020 ด้วยจำนวนมากสุด นับตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 ขณะที่ อายุของผู้ชายอเมริกันลดลงไปมากกว่า 2 ปี

จากการวิเคราะห์ผลศึกษา ซึ่งดำเนินการในยุโรป สหรัฐฯ และชิลี พบว่า อายุขัยของคนลดลงไปมากกว่า 6 เดือน เมื่อเทียบกับปี 2019 ที่อายุขัยของผู้คนลดลงใน 22 ประเทศจากทั้งหมด 29 ประเทศ โดยปีที่แล้ว อายุขัยของคนลดลงใน 27 ประเทศจากทั้งหมด 29 ประเทศ

ความเชื่อมั่นท่องเที่ยวยังทรุดต่อแรงงานหาย-รายได้ลด

น.ส.ผกากรอง เทพรักษ์ อาจารย์คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในไตรมาสที่ 3 ปี 2564 ว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในไตรมาสที่ 3 ปี 64 ลดลงต่ำที่สุดนับตั้งแต่มีการจัดทำดัชนี โดยอยู่ที่ระดับ 7 เป็นผลมาจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 อย่างหนัก ทุกภูมิภาคสถานการณ์ท่องเที่ยวจัดว่าอยู่ในระดับย่ำแย่ใกล้เคียงกัน เพราะทั่วประเทศแทบจะไม่มีนักท่องเที่ยวเลย ไม่ว่าจะเป็นนักท่องเที่ยวชาวไทยหรือชาวต่างชาติ 

ทั้งนี้เมื่อแยกตามประเภทธุรกิจ พบว่าผู้ประกอบการทุกประเภทมีผลประกอบการ จัดว่าอยู่ในระดับย่ำแย่  โดยธุรกิจสถานบันเทิง มีสถานการณ์ท่องเที่ยวที่ย่ำแย่ที่สุด มีค่าดัชนีเป็นศูนย์ เพราะต้องปิดกิจการทั้งหมด โดยสถานประกอบการกว่า 71% มีรายได้เข้ามาไม่เกิน 10% และมีสถานประกอบการเกินกว่าครึ่ง หรือ 54% ที่ไม่มีรายได้เข้ามาเลย โดยเฉพาะธุรกิจสถานบันเทิง ส่วนยอดปิดกิจการชั่วคราวหรือเปลี่ยนไปทำอย่างอื่นแทนเพิ่มขึ้นเป็น 44% ส่วนสถานประกอบการ ที่มีการปิดถาวรก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 5% 

สาวหลอกขายไอโฟนให้เด็ก 14 เข้ามอบตัวกับตำรวจ เผย เครียดหนัก เบื้องต้นให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

จากกรณี พล.ต.ท.กรไชย คล้ายคลึง ผบช.สอท. แถลงผลการจับกุมขบวนการหลอกขายไอโฟน ผ่านอินสตาแกรม (ไอจี) เป็นเหตุให้เหยื่อเด็กชายวัย 14 ปี นักเรียนชั้นม.2 ที่ถูกหลอกเครียดจนเส้นเลือดในสมองแตกเสียชีวิต โดยกลุ่มผู้ต้องหาอ้างว่า รับจ้างเปิดบัญชีให้ น.ส.พิยดา ทองคำพันธ์ อายุ 19 ปี นายทุนที่เปิดร้านค้าออนไลน์ มีผู้ติดตามประมาณ 60,000 คน มีพฤติกรรมชอบใช้ของแบรนด์เนมใช้ชีวิตหรูหรา ซึ่งเงินส่วนใหญ่ที่ได้มาก็มาจากการฉ้อโกงผู้อื่น จึงถูกศาลจังหวัดเชียงใหม่ออกหมายจับเลขที่ 638/64 ลงวันที่ 24 ก.ย. 64 ข้อหาฉ้อโกงประชาชน และความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ตามข่าวที่นำเสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุด (28 ก.ย.) ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงใหม่ (บก.ภ.จว.เชียงใหม่) รายงานข่าวแจ้งว่า น.ส.พิยดา เดินทางเข้ามอบตัวกับ พ.ต.อ.นพฤทธิ์ กันทา ผกก.สส.ภ.จว.เชียงใหม่ แล้ว หลังถูกกดดันอย่างหนัก โดยขณะนี้ตำรวจกำลังคุมตัวไปสอบปากคำโดยละเอียด ส่วนความคืบหน้า จะรายงานให้ทราบต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top