Sunday, 28 June 2026
TheStatesTimes

'หมอธีระวัฒน์' แนะ ฉีดวัคซีนเชื้อตายให้เด็กก่อน ตามด้วย mRNA ใน 'ปริมาณน้อยที่สุด'

'หมอธีระวัฒน์' ห่วง!! เด็กหัวใจผิดปกติหลังฉีดไฟเซอร์ แนะทางเลือก เพื่อความปลอดภัยสูงสุดในเด็กอายุ 3 ขวบขึ้นไปอาจเป็นเชื้อตาย 2 เข็มก่อน ตามด้วยวัคซีน mRNA ในปริมาณน้อยที่สุด

ศ.นพ.ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา หัวหน้าศูนย์วิทยาศาสตร์สุขภาพโรคอุบัติใหม่ คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก 'ธีระวัฒน์ เหมะจุฑา Thiravat Hemachudha' ระบุว่า หัวใจผิดปกติในเด็กชาย หลังฉีดวัคซีนไฟเซอร์ (162.2 คน ใน 1 ล้านคน)

การวิเคราะห์ข้อมูล โดย คุณหมอ Tracy Hoeg และคณะ จาก University of California, Davis ภาควิชา Physical Medicine and Rehabilitation

ทั้งนี้โดยใช้ข้อมูลที่มีการรายงานมาในระบบ เหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ที่เกิดจากวัคซีน ของชาติ (VAERS) โดยใช้ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคมถึง 18 มิถุนายน 2564 เด็กอายุ 12 ถึง 17 ปี ที่ไม่มีโรคประจำตัวที่ได้รับวัคซีน mRNA ที่มีอาการและลักษณะเข้าได้กับกล้ามเนื้อหัวใจและเยี่อหุ้มหัวใจอักเสบ

>> เด็กผู้ชายอายุ 12 ถึง 15 เกิดหัวใจอักเสบ 162.2 ต่อล้าน

>> เด็กผู้ชายอายุ 16 ถึง 17 = 94 ต่อล้าน

>> เด็กผู้หญิงอายุ 12 ถึง 15 เกิดหัวใจอักเสบ 13.0 ต่อล้าน

>> เด็กผู้หญิงอายุ 16 ถึง 17 = 13.4 ต่อล้าน

ผู้ตรวจการแผ่นดินชี้ ศอ.บต.ทำถูกต้องตามกฎหมายในกรณีรับฟังความคิดเห็นของ”เมืองต้นแบบ”อ.จะนะ 

พล.ร.ต.สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)เปิดเผยว่า จากการที่ได้มีประชาชนในพื้นที่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา ได้ยื่นหนังสือถึงสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ให้มีการตรวจสอบการดำเนินการของ ศอ.บต.ในกรณีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในเรื่องของ”เมืองต้นแบบที่ 4” ว่าไม่ครอบคลุม และสร้างความขัดแย้งให้เกิดขึ้นนั้น เมื่อวันที่ 13 กันยายน ที่ผ่านมา ผู้ตรวจราชการแผ่นดิน ได้มีหนังสือมายัง ศอ.บต.เพื่อแจ้งให้ทราบว่า ผู้ตรวจการแผ่นดิน ได้มีการวินิจฉัยและตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดแล้ว มีความเห็นให้ยุติเรื่องของการร้องเรียนทั้งหมด เนื่องจากขบวนการรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับการรับฟังความคิดเห็นของ”เมืองต้นแบบที่ 4” หรือ”เมืองอุตสาหกรรมก้าวหน้าแห่งอนาคต”นั้น ศอ.บต.ดำเนินการถูกต้อง เป็นไปตามระเบียบการเปิดรับฟังความคิดเห็นของสำนักนายกรัฐมนตรี พ.ศ.2548 ทุกประการ

สำหรับการรับฟังความคิดเห็นในเรื่อง”เมืองต้นแบบที่ 4 “ ที่ อ.จะนะนั้น มีการเปิดช่องทางรับฟังความคิดเห็น 5 วิธีการด้วยกัน 1แสดงความคิดเห็นทางเว็ปไซต์ 2. จัดประชุมกลุ่ม  3. แสดงความคิดเห็นทางเอกสาร 4 .สัมภาษณ์บุคคล และ 5 .การจัดเวทีให้แสดงความคิดเห็น ซึ่ง ศอ.บต.ได้ดำเนินการครบทุกประการ เริ่มตั้งแต่วันที่ 1. เม.ย.สิ้นสุดในเดือน ก.ค. 63 

แต่อย่างไรก็ตามในส่วนของผู้ที่ต้องการแสดงความคิดเห็น เพื่อประโยชน์ของการเกิดขึ้นของ”เมืองต้นแบบที่ 4” ที่ อ.จะนะ ยังสามารถแสดงความคิดเห็นได้ ด้วยการส่งข้อคิดเห็นเป็นเอกสาร จดหมาย มายังคณะกรรมการบริหารเขตพื้นที่เมืองอุตสาหกรรมจะนะ หรือที่ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ได้ตลอดเวลา 

 

กองทัพอากาศ โดยกองบิน 4 จัดเครื่องบิน DA-42 บินลาดตระเวนถ่ายภาพทางอากาศ ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่นครสวรรค์-ชัยนาท

พลอากาศเอก แอร์บูล  สุทธิวรรณ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ในฐานะ ผู้บัญชาการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ สั่งการให้ นาวาอากาศเอก เนาวมรัตน์  ประพัฒน์ทอง ผู้บังคับการกองบิน 4 ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองบิน 4 จัดเครื่องบินตรวจการณ์และฝึกแบบที่ 20 (DA-42) ของหน่วยบิน 4021 พร้อมติดตั้งกล้องถ่ายภาพทางอากาศ ขึ้นทำการบินในภารกิจลาดตระเวนถ่ายภาพทางอากาศ ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ และจังหวัดชัยนาท เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2564 

เพื่อหาแนวทางป้องกันปัญหาอุทกภัยที่อาจจะเกิดขึ้นอันเนื่องมาจากอิทธิพลของร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง และภาคกลาง ส่งผลให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากในพื้นที่ดังกล่าว ประกอบกับระดับน้ำบริเวณลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยามีแนวโน้มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

สตม. ย้ำ! ระบบการป้องกันข้อมูลยังมีความปลอดภัย แม้เคยมีผู้พยายามเจาะ – เข้าถึงข้อมูลของสตม. แต่ทำไม่ได้! ขอประชาชนมั่นใจปลอดภัยแน่นอน

ตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมกำกับดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักอาศัยหรือเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดย พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. มอบหมายให้ สตม. ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุกับคนไทยหรือชาวต่างชาติ โดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด

ตามที่ปรากฏข่าวทางสื่อสังคมออนไลน์ มีข้อมูลนักท่องเที่ยวต่างชาติราว 106 ล้านคน ที่เคยเดินทางมาไทย รั่วไหล อาทิ ชื่อ-สกุล หมายเลขพาสปอร์ต วันที่เดินทางเข้าไทย และอื่น ๆ จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เคยมีผู้พยายามเจาะและเข้าถึงข้อมูลของ สตม. แต่ไม่สามารถกระทำได้

สตม. มีมาตรการในการป้องกันการรั่วไหลของข้อมูลไม่ว่าจะเป็นการติดตั้งระบบแจ้งเตือนการบุกรุก อุปกรณ์ etda, การจำกัดการเข้้าถึง ฯลฯ นอกจากนี้ สตม. ยังได้มีความร่วมมือกับ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DES) ที่จะปรับปรุงระบบให้มีความมั่นคงปลอดภัยสูงสุดเพื่อป้องข้อมูลรั่วไหล จากการตรวจสอบปัจจุบันพบว่า ยังไม่ปรากฏข้อมูลรั่วไหลจาก สตม. แต่อย่างใด ขอให้พี่น้องประชาชนและผู้ที่จะเดินทางมาประเทศไทยมั่นใจว่าระบบตรวจคนเข้าเมืองของไทยยังมีระบบการรักษาข้อมูลที่ปลอดภัยอย่างแน่นอน 

 

 

สตม. มอบอาหารกล่องพร้อมน้ำดื่ม 500 ชุด แก่ชุมชนตรอกสลักหิน – ชุมชนจรัสเมือง - ชุมชนแฟลตรถไฟวัดดวงแข และมูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก ในโครงการ "ตำรวจห่วงใย ใส่ใจประชาชน"

ตามนโยบายของ พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ดํารงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร. ในช่วงการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด–19  ให้หน่วยงานในสังกัดช่วยเหลือพี่น้องประชาชน และยึดมั่นในหน้าที่ “ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์” อยู่เคียงข้างไม่ทอดทิ้งประชาชน และปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มความสามารถให้ประชาชนรู้สึกว่าตำรวจสามารถพึ่งพาได้

วันนี้ (23 ก.ย.64) เวลา 11.00 น. พล.ต.ท.สมพงษ์ ชิงดวง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ณฐพล แสวงกิจ รอง ผบช.สตม. , พล.ต.ต.วีรพล เจริญศิริ ผบก.ตม.2, พ.ต.อ.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ รอง ผบก.ตม.2, พ.ต.อ.ชัชวาลย์ ทิพย์พิชัย ผกก.ฝ่าย ตม.ขาเข้า ด่าน ตม.ทอ.สุวรรณภูมิ  ร่วมกับ  พล.ต.ต.เมธี รักพันธุ์ ผบก.น.6 และ สน.ปทุมวัน โดย พ.ต.อ.พันษา อมราพิทักษ์ ผกก.สน.ปทุมวัน มอบอาหารกล่อง,น้ำดื่ม จำนวน 500 ชุด

โดยทั้งหมดได้ร่วมกันมอบสิ่งของดังกล่าวให้แก่ ชุมชนตรอกสลักหิน, ชุมชนจรัสเมือง, ชุมชนแฟลตรถไฟวัดดวงแข, มูลนิธิเพื่อการพัฒนาเด็ก  แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน กทม. โดยมีคุณพัชรี เกิดไพบูลลักษณ์ ตัวแทนชุมชนมาเป็นผู้รับมอบ ซึ่งจะนำไปแจกจ่ายให้แก่สมาชิกในชุมชนผู้ได้รับความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ต่อไป

สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ กางแผนดัน ‘สื่อออนไลน์’ ในเครือ ร่วมแก้วิกฤตโควิด-19

สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ กางแผนดัน ‘สื่อออนไลน์’ ในเครือ ร่วมแก้วิกฤตโควิด-19 ประเดิมจัดสัมมนา ‘สื่อออนไลน์ตรงจุด ฉุดใจลูกค้า ฝ่าวิกฤติโควิด-19’ ดึง 2 กูรูชื่อดัง ถ่ายทอดเทคนิค ‘ใช้ช่องทางค้าขายออนไลน์ให้ปัง’ พร้อมใช้ทุกแพลตฟอร์มสื่อในเครือช่วยตีฆ้อง

ต้องยอมรับว่า ‘สื่อออนไลน์’ กลายเป็นช่องทางสำคัญที่ประชาชนในทุกวันนี้ใช้สื่อสารกัน โดยเฉพาะ
สื่อโซเชียลมีเดียที่คนทั่วโลกเข้าถึงกันได้ง่าย ดังนั้น การที่จะทำให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสารต่างๆ ของทางภาครัฐได้มากยิ่งขึ้น บรรดาหน่วยงานภาครัฐ จึงจำเป็นต้องปรับตัวในการนำสื่อออนไลน์แพลตฟอร์มต่างๆ มาปรับใช้ในการสื่อสาร

เพื่อการเข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้อง โดยเฉพาะข้อมูลข่าวสารที่สำนักข่าว กรมประชาสัมพันธ์ จำเป็นในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 กรมประชาสัมพันธ์ โดยสำนักข่าว จึงได้ยกระดับการพัฒนาสื่อออนไลน์ ในช่วงที่ผ่านมาอย่างเข้มข้น เผยแพร่ผ่านแพลตฟอร์มต่างๆ เช่น เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก และ ทวิตเตอร์ ประชาสัมพันธ์ข้อมูลข่าวสาร ยุทธศาสตร์ชาติ นโยบายสำคัญของรัฐบาล ข่าวทันสถานการณ์ เรื่องที่ประชาชนอยากรู้ ต้องรู้ และควรรู้ อย่างต่อเนื่อง

'ปิยบุตร' เตรียมลาปารีส พร้อมขนทัพหนังสือชวนคิด 'ปฏิวัติฝรั่งเศส-รัสเซีย-อนาร์คิสต์' กลับไทย

23 ก.ย. 64 นายปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า ขณะนี้เดินทางไปหาภรรยาที่ฝรั่งเศส โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Piyabutr Saengkanokkul - ปิยบุตร แสงกนกกุล ว่า กำลังเตรียมเก็บกระเป๋าเดินทางกลับประเทศไทยครับ เมื่อไรที่ผมเดินทางมาอยู่ที่ปารีส กิจกรรมที่ทำอยู่เป็นประจำ คือ เข้าร้านหนังสือ ซื้อหนังสือ 

รอบนี้ อยู่ค่อนข้างนาน ก็เลยซื้อเยอะมากกว่าคราวก่อนๆ ลองจัดหมวดหมู่ดู 

รูปแรก อนาร์คิสต์ 

รูปสอง ปฏิวัติฝรั่งเศส 

รูปสาม ปฏิวัติรัสเซีย 

รูปสี่ หลากหลายธีม ได้แก่ ประวัติศาสตร์การเมือง ปรัชญาการเมือง ปรัชญากฎหมาย สังคมวิทยา เศรษฐศาสตร์การเมือง 

รูปห้า หนังสือเรียนภาษาสเปน 

“โฆษกกห.” เผย “นายกฯ” สั่งจับตาขบวนการค้าอาวุธสงครามเชื่อมโยงอาวุธคลังหาย สั่งฟันไม่เลี้ยง หวั่นเชื่อมโยงสร้างควาทรุนแรงนอกปท พร้อมยัน ครม.ไฟเขียวงบกลางกองทัพจ่ายค่าเช่าสถานที่กักตัว คนไทยขอเดินทางกลับปท. ช่วงโควิด ย้ำเงินงวดสุดท้าย ใช้จ่ายโปร่งใส่

ที่กระทรวงกลาโหม พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการสับเปลี่ยนกำลังตามแนวชายแดน ซึ่งประเทศเมียนมามีปัญหาภายในประเทศ ขณะที่ประเทศไทยก็อยู่ในช่วงเปิดประเทศนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ได้สั่งกำชับในเรื่องนี้หรือไม่ ว่า การสับเปลี่ยนกำลังเป็นช่วงรอยต่อของสิ้นปีงบประมาณ 2564 ที่จะต้องมีการสับเปลี่ยนกำลังสถานการณ์ในประเทศเมียนมาในปัจจุบันมีความเสี่ยงที่จะเกิดความรุนแรงมากขึ้น รัฐบาลเอกภาพแห่งชาติของเมียนมา เรียกร้องให้โจมตีทหารเมียนมา ซึ่งเสี่ยงต่อการสู้รบตามแนวชายแดน รวมทั้งเรื่องอาวุธสงคราม ซึ่งจะมีการเคลื่อนไหวของขบวนการค้าอาวุธสงครามในพื้นที่มากขึ้นด้วย นอกจากนี้ จะมีเรื่องการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย ยาเสพติด ย้ำว่ารัฐบาลไม่สนับสนุนการใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหาในเมียนมา และพร้อมที่จะดูแลผลกระทบจากการสู้รบทั้งคนไทยที่อยู่ในประเทศตามแนวชายแดนรวมทั้งชาวเมียนมาที่ได้รับผลกระทบ โดยมีการเตรียมการรองรับไว้แล้ว ทั้งเรื่องสวัสดิภาพและความปลอดภัย มีการเตรียมพื้นที่รองรับตามแนวใช้แดนการให้การช่วยเหลือผู้อพยพภัยจากการสู้รบ ยืนยันว่าพร้อมให้การช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม

“เรายังไม่มีการเปิดประเทศ พรมแดนทั้งสองฝั่งยังปิดอยู่ การเข้ามาของเพื่อนบ้านถือเป็นการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย แต่ถ้าเราเปิดประเทศแล้วเราก็ต้องดูการคัดกรองมาตรการต่างๆที่จะต้องดำเนินการ เพื่อให้เป็นไปตามข้อตกลงร่วมกันที่เคยตกลงกับประเทศเพื่อนบ้านในเรื่องของแรงงาน ทั้งนี้จะไปโทษเจ้าหน้าที่อย่างเดียวไม่ได้ผู้ประกอบการเองที่ยังเห็นแก่ได้ ยังมีความต้องการแรงงานผิดกฎหมายเข้ามาทำงาน ฉะนั้นเมื่อมีความต้องการขบวนการผู้นำพาก็ต้องเกิดขึ้น ลักลอบนำแรงงานเข้ามา ซึ่งเจ้าหน้าที่จับกุมได้ตลอดทั้งกัมพูชา เมียนมาร์และลาวอย่างต่อเนื่อง”โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าว

พล.ท.คงชีพ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม มีข้อเน้นย้ำและสั่งการ การเคลื่อนไหวของกลุ่มผู้ค้าอาวุธสงครามที่มีการเคลื่อนไหวมากขึ้นจากที่มีการติดตามความเชื่อมโยง และจับกลุ่มได้ พบว่ามีข้าราชการระดับท้องถิ่นเข้าไปเกี่ยวข้อง เช่น ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรีและมีการขยายผลทำให้พบความเชื่อมโยงของบุคคลในหลายวงการ ซึ่งขณะนี้กำลังดำเนินการสอบสวนเชิงลึกอยู่ ขณะเดียวกันกำลังสอบสวนดูถึงความเชื่อมโยงอาวุธปืนลูกซองและอาวุธปืนพก ของทางราชการที่หายไปด้วย และอาวุธปืนที่ถูกโจรกรรมออกจากกองทัพด้วย  ซึ่งกำลังเชื่อมโยงทั้งหมดขบวนการค้าอาวุธที่นำอาวุธออกไปนอกประเทศแล้วนำมาสร้างความรุนแรง ทั้งนี้ นายกฯและกลาโหมสั่งเอาผิดผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นใครก็แล้วแต่ไม่มียกเว้น และขอให้ดูเส้นทางทางการเงินของผู้ที่เกี่ยวข้องด้วยรวมทั้งให้เพิ่มความระมัดระวังหน่วยงานทางราชการที่มีคลังอาวุธไม่ว่าจะเป็นตำรวจหรือทหาร และฝ่ายปกครองจะต้องดูเรื่องของความปลอดภัยของคลังอาวุธให้เรียบร้อย และให้สืบลึกไปถึงเส้นทางการเงินของผู้ที่เกี่ยวข้องด้วย

พล.ท.คงชีพ กล่าวยอมรับว่าการสับเปลี่ยนกำลังมีผลกระทบ เพราะจะต้องมีการสับเปลี่ยนกำลังและแลกเปลี่ยนข้อมูลเหล่านี้ เพื่อให้หน่วยงานที่จะเปลี่ยนกำลังเข้าไปใหม่ในปีงบประมาณ 2565 สามารถดำเนินการได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะงานด้านการข่าวที่จำเป็นจะต้องแลกเปลี่ยนกัน และเส้นทางที่เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อการสู้รบตั้งแต่อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ต่อเนื่องลงมาถึงอำเภอสังขะบุรี จังหวัดกาญจนบุรี คือจังหวัดที่จะต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของยาเสพติด การลักลอบข้ามแนวชายแดน อาวุธสงครามและความรุนแรงที่เกิดจากภัยจากการสู้รบ

เมื่อถามถึงความเชื่อมโยงที่ระบุว่าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐเป็นเจ้าหน้าที่ทหารหรือตำรวจหรือไม่ พล.อ.คงชีพ กล่าวว่า มี เป็นทหารที่เกษียณอายุราชการไปแล้วเรากำลังสื่อความเชื่อมโยงอยู่ ขอรวบรวมข้อมูลให้ชัดเจนแล้วจะนำมาเปิดเผยให้ทราบ โดยนายกฯและรมว.กลาโหมยืนยันไม่เอาไว้ ขบวนการค้าอาวุธที่ไปสร้างความรุนแรง

เมื่อถามว่า การเน้นย้ำเรื่องการรักษาความปลอดภัยครั้งอาวุธแสดงว่ามีอาวุธหายจากคลังอาวุธอีกใช่หรือไม่ พล.ท.คงชีพ กล่าวว่า ที่ผ่านมาเราไปตรวจสอบของฝ่ายปกครองก็มี และทหารบางส่วนก็มี เรากำลังตรวจสอบว่ามีการลักลอบโจรกรรมนำออกไปหรือไม่ ซึ่งก็ต้องไปดูแลเรื่องการเก็บรักษาด้วย ทั้งนี้ กองกำลังของฝ่ายตรงข้ามก็มีความเกี่ยวข้องในเรื่องการนำพาอาวุธเข้าไปด้วย ฉะนั้นมีความเชื่อมโยงกันระหว่างกองกำลังชนกลุ่มน้อยในเมียนมากับขบวนการค้าวุธในไทย ส่วนหายไปเท่านั้น ก็มีข่าวออกไปแล้ว แต่ของทางกองทัพยังไม่มีเพิ่ม มีหายไปเพียงนิดหน่อย เช่น ในพื้นที่ชลบุรีที่กล่าวไปข้างต้น

พังงา - หน่วยแพทย์ พอ.สว. ออกบริการฉีดวัคซีนพระราชทานซิโนฟาร์ม ให้ผู้ต้องราชทัณฑ์เรือนจำจังหวัดพังงา

เมื่อวันที่ 22 ก.ย. 64 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายจำเริญ ทิพญพงศ์ธาดา ผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ได้ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่แพทย์ พยาบาล บุคลากรสาธารณสุข ในการออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการฉีดวัคซีนพระราชทาน “ซิโนฟาร์ม” เข็มที่ 1 ให้กับผู้ต้องราชทัณฑ์กลุ่มเสี่ยงในเรือนจำจังหวัดพังงา จำนวน 300 คน  เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันลดความรุนแรงและการเสียชีวิตให้กับผู้ต้องราชทัณฑ์ในเรือนจำหากเกิดการเจ็บป่วยจากโควิด 19  โดยมีนายอาคม ภูศรี ผู้บัญชาการเรือนจำจังหวัดพังงา และนายวิชัย ชูจิต สาธารณสุขอำเภอเมืองพังงา ร่วมให้การต้อนรับ เรือนจำจังหวัดพังงามีผู้ต้องขังทั้งสิ้น 2,378 คน มีมาตรการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดอย่างเข้มงวด ทั้งเจ้าหน้าที่ ผู้ต้องขัง และมาตรการการเข้าเยี่ยมของญาติ

จังหวัดพังงาได้รับ จัดสรรวัคซีนพระราชทานซิโนฟาร์ม พอ.สว. เพื่อนำไปฉีดให้กับประชาชนกลุ่มเป้าหมาย อาทิเช่น ผู้ด้อยโอกาส ผู้พิการ ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้ป่วยติดเตียง ผู้มีรายได้น้อย ผู้นำศาสนา จำนวน 5,000 โดส กำหนดฉีดตั้งแต่วันที่ 16 กันยายน 2564 จนถึงวันที่ 29 กันยายน 2564 เพื่อช่วยให้ประชาชนกลุ่มเปราะบางในทุกพื้นที่ของจังหวัดพังงาได้เข้าถึงวัคซีนป้องกันโควิด-19 สร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ป้องกันและลดโอกาสในการติดเชื้อโควิด-19

นราธิวาส - เลขาธิการ ศอ.บต. แนะนักศึกษา มนร. นำความรู้ด้านการเกษตรที่ได้จากประเทศอิสราเอลมาใปรับช้ในพื้นที่ เชื่อเป็นต้นแบบและพัฒนาการการเกษตรจนยึดเป็นอาชีพได้

ที่ห้องประชุมน้อมเกล้า พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) กล่าวต้อนรับผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รสสุคนธ์ แสงมณี อธิการบดีมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ อาจารย์ และนักศึกษาจากคณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์ ที่ขอเข้าพบและร่วมถ่ายทอดประสบการณ์ระหว่างที่นักศึกษาไปฝึกงานเรียนรู้ประสบการณ์ที่ประเทศอิสราเอล

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.รสสุคนธ์ แสงมณี กล่าวถึงการฝึกงานเรียนรู้ประสบการณ์ที่ประเทศอิสราเอลว่า เป็นวิสัยทัศน์ของมหาวิทยาลัยนราธิวาสฯ ที่มองว่าการเรียนเกษตรนั้นสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการปฏิบัติงานที่ต้องเปิดโลกทัศน์ให้กับนักศึกษา โดยเฉพาะทางเทคโนโลยีที่ทันสมัยเด็กต้องได้สัมผัสชีวิตในต่างประเทศ จึงเป็นที่มาของการร่วม MOU กับศูนย์ฝึกอบรมการเกษตรนานาชาติ เขตอนาวา ประเทศอิสราเอล ผ่านทางสถานทูต จากนั้นได้ส่งนักศึกษาไปฝึกงานรุ่นแรก จำนวน 10 คน ในปี 2559 เป็นเวลา 11 เดือน โดยปัจจุบันส่งนักศึกษาไปฝึกงานแล้ว จำนวน 4 รุ่น และในเดือนตุลาคม 2564 นี้ จะส่งนักศึกษาของรุ่นที่ 5 เพื่อเดินทางไปฝึกงานที่ประเทศอิสราเอล และจากการจัดส่งนักศึกษาไปฝึกงานนั้น นักศึกษาในแต่ละรุ่นได้นำเทคโนโลยีที่ทันสมัยกลับมาปรับปรุงพัฒนา โดยผ่านงานวิจัยของมหาวิทยาลัยนราธิวาสฯ ล่าสุดมีการวิจัยพืชอินทผาลัม ซึ่งเป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศในโลกอาหรับหรือกลุ่มประเทศอิสลามที่เป็นพืชเศรษฐกิจ มาศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนาเป็นพืชเศรษฐกิจในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยต่อยอดความรู้จากที่ได้รับจากการไปฝึกงาน

ด้านนายฮัมเซาะ นาแว นักศึกษาปี 4 คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยนราธิวาสฯ  ได้เล่าถึงประสบการณ์ที่ไปประเทศอิสราเอลว่า ได้เรียนรู้เรื่องการทำการเกษตรในสภาพอากาศที่แตกต่างจากบ้านเรา ซึ่งความรู้ที่ได้นำกลับมาใช้เป็นเรื่องของระบบน้ำหยดที่ช่วยให้ประหยัดน้ำได้มากกว่าการรดด้วยบัว และยังมีเทคนิคการปลูกมะเขือเทศด้วยการมัดเชือกเพื่อให้ต้นมันเลื้อยขึ้นไปซึ่งทำให้ได้ผลิตที่สะอาด สวย และปริมาณที่มาก อีกทั้งยังได้เทคนิคการตลาดจากการปลูกด้วยระบบออแกนิก ซึ่งทำให้ผลผลิตมีคุณภาพสูงและได้ราคา และในโอกาสนี้ พลเรือตรี สมเกียรติ ผลประยูร เลขาธิการ ศอ.บต. ได้ให้ข้อคิดกับนักศึกษาทุกคนในการดำเนินชีวิตหลังจากนี้ว่า ขอให้ทุกคนนำความรู้ที่ได้ไปปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยเฉพาะข้อคิดที่ได้จากการฝึกงานซึ่งประเทศอิสราเอลเป็นประเทศที่มีแต่ทะเลทราย อากาศร้อนและเย็นสลับกัน แต่ยังสามารถทำการเพาะปลูกได้

 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top