Friday, 26 June 2026
TheStatesTimes

ไอแบงก์ ขยายวงเงินสินเชื่อซอฟต์โลนฟื้นฟูธุรกิจ  

ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) แจ้งว่า ธนาคารได้ขยายวงเงินสินเชื่อซอฟต์โลนฟื้นฟูธุรกิจสำหรับลูกค้าเดิม และลูกค้าใหม่ที่เป็นผู้ประกอบการธุรกิจ คิดอัตรากำไรพิเศษ 2% ต่อปี ใน 2 ปีแรก พร้อมฟรีค่าธรรมเนียม เพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบการธุรกิจฝ่าผลกระทบทางเศรษฐกิจและภัยโควิด-19

สำหรับโครงการสินเชื่อซอฟต์โลนฟื้นฟูธุรกิจ ตามมาตรการของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เป็นโครงการที่ไอแบงก์ได้ให้ความช่วยเหลือลูกค้าของธนาคารที่มีวงเงินสินเชื่อรวมไม่เกิน 500 ล้านบาท โดยให้วงเงินสูงสุดไม่เกิน 30% ของวงเงินสินเชื่อรวมที่มีอยู่กับธนาคาร แต่ไม่เกิน 150 ล้านบาท (ไม่รวมภาระผูกพันและวงเงินสินเชื่อเพื่ออุปโภคบริโภค) และลูกค้าใหม่ที่ไม่มีวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงินใด จะได้วงเงินสูงสุดไม่เกิน 20 ล้านบาท (ไม่รวมวงเงินสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภค)

ทั้งนี้ เพื่อเพิ่มเติมความช่วยเหลือลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ ธนาคารได้ปรับเพิ่มวงเงินการให้สินเชื่อ โดยกรณีเป็นลูกค้าที่มีวงเงินกับธนาคารอยู่แล้ว วงเงินสูงสุดที่จะได้รับพิจารณาไม่เกิน 30% ของวงเงินสินเชื่อเดิม หรือไม่เกิน 50 ล้านบาท แล้วแต่จำนวนใดจะสูงกว่า แต่ไม่เกิน 150 ล้านบาท ส่วนลูกค้าใหม่ที่ยังไม่เคยมีวงเงินสินเชื่อกับสถาบันการเงินใด ธนาคารจะพิจารณาให้วงเงินสินเชื่อสูงสุด 50 ล้านบาท (รวมทุกสถาบันการเงิน) โดยลูกค้าบางรายอาจต้องใช้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) หรือ หลักทรัพย์อื่นตามที่ธนาคารกำหนด 

โดยสินเชื่อซอฟต์โลนฟื้นฟูธุรกิจ คิดอัตรากำไรพิเศษเพียง 2% ต่อปี ใน 2 ปีแรก (ยกเว้นกำไร 6 เดือนแรก) ปีที่ 3-5 คิดกำไรไม่เกิน 7% ต่อปี ผ่อนได้นานสูงสุด 5 ปี พร้อมฟรีค่าธรรมเนียม ค่านิติกรรมสัญญา และยกเว้นค่าธรรมเนียมชำระคืนเสร็จสิ้นก่อนครบกำหนดอายุสัญญา

‘สเปซเอ็กซ์’ ทะยานสู่อวกาศสำเร็จ ส่งเที่ยวบินพลเรือนชุดแรกโคจรรอบโลก

ไมอามี (เอพี/รอยเตอร์/บีบีซี นิวส์) - จรวดฟอลคอน 9 ของบริษัทสเปซเอ็กซ์ของอีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีชาวอเมริกันพุ่งทะยานสู่อวกาศจากรัฐฟลอริดาในสหรัฐฯ เมื่อวันพุธตามเวลาท้องถิ่น มีผู้โดยสารเป็นมหาเศรษฐีบริษัทพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ หรืออี-คอมเมิร์ซ และเพื่อนร่วมเดินทางอีก 3 ราย ที่เขาเลือกไว้ในเที่ยวบินท่องวงโคจรโลกครั้งแรกที่มีผู้โดยสารเป็นพลเรือนทั้งหมด

นักบินอวกาศพลเรือน 4 คนที่ร่วมเดินทางในเที่ยวบินท่องอวกาศดังกล่าว ได้แก่ จาเร็ด ไอแซกแมน ชาวอเมริกันผู้เป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้งบริษัทชิฟต์โฟร์เพย์เมนต์ อิงค์ (Shift 4 Payments Inc) วัย 38 ปี, เซียน พร็อกเตอร์ วัย 51 ปี, เฮย์ลีย์ อาร์เซนอกซ์วัย 29 ปี และคริส เซมโบรสกี วัย 42 ปี โดยเที่ยวบินนี้ได้ออกเดินทางในช่วงเช้ามืดวันพุธตามเวลาท้องถิ่น จากศูนย์อวกาศจอห์น เอฟ เคนเนดี ขององค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติ หรือนาซา ที่แหลมคานาเวอรัลในรัฐฟลอริดา ขณะที่การถ่ายทอดสดผ่านเว็บไซต์ของสเปซเอ็กซ์ เผยให้เห็นภาพไอแซกแมนและเพื่อนร่วมเดินทางนั่งรัดเข็มขัดนิรภัยอยู่ในห้องที่มีระบบปรับความกดดันอากาศของแคปซูลครูว์ดรากอน สีขาว โดยที่พวกเขาสวมชุดและหมวกนักบินอวกาศสีขาวกับดำ

ไอแซกแมนได้อ่านแถลงการณ์ท่ามกลางเสียงเชียร์ในศูนย์ควบคุมภารกิจของสเปซเอ็กซ์ ในขณะที่ยานอวกาศไต่ระดับขึ้นสูงเกือบ 200 กิโลเมตรเหนือพื้นโลก ขอบคุณทุกคนที่มีส่วนร่วมทำให้การเดินทางสู่อวกาศอยู่ใกล้แค่เอื้อมและเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ของการเดินทางที่น่าตื่นเต้นและยังไม่ได้สำรวจ ซึ่งมีเพียงไม่กี่คนที่เคยมาและมีอีกหลายคนที่จะตามมาในเร็ว ๆ นี้

'ณัฐวุฒิ' ยกรามเกียรติ์เปรียบ 'ประยุทธ์-ประวิตร' เหมือนทศกัณฐ์ฝากหัวใจไว้กับฤาษี

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ หรือ นปช. โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊ก ณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ระบุว่า...มาจะกล่าวบทไป ถึงทศกัณฐ์ยักษ์ใหญ่ตัวดี

ทศกัณฐ์ฆ่าไม่ตายเพราะถอดหัวใจฝากไว้กับฤาษีโคบุตรผู้เป็นอาจารย์

"ก้าวไกล" ซุ่มจัดทำร่างกม.ลูกสูตรคำนวณ ส.ส. ยังอุบรายละเอียด เตรียมยื่นประกบกับพรรคอื่น

นายรังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคก้าวไกลจะยื่นร่างแก้ไขร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ประกบไปกับพรรคการเมืองอื่นหรือไม่ ว่า พรรคก้าวไกลกำลังจัดทำร่างกฎหมายลูกอยู่ แต่ยังไม่เรียบร้อย เพราะอยู่ในช่วงการพูดคุย โดยเราจะใช้เวลาช่วงที่ปิดสมัยประชุมสภาฯ ทำให้แล้วเสร็จ เพื่อให้ทันยื่นประกบกับร่างของพรรคการเมืองอื่น จึงต้องติดตามว่าจะออกแบบมาให้เป็นแบบใด

“หมอของขวัญ”บุกสภาฯร้อง กมธ.สธ. สอบ สำนักข่าว จ่ายยาคล้ายฟาวิฯ ไร้ฉลาก แนะอย่ากินสุ่มสี่สุ่มห้า เป็นอันตรายต่อการักษา

ที่รัฐสถา พญ.ของขวัญ ฟูจิตนิรัตน์ เจ้าของสถานเสริมความงามชื่อดัง เข้ายื่นหนังสือต่อ นายปกรณ์ มุ่งเจริญพร ส.ส.สุริทร์ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอใ้ห้ตรวจสอบ การจ่ายยาที่ไม่มีชื่อสลากว่าเป็นยาฟาวิพิราเวียร์ ฟ้าทะลายโจร กระชายขาว ของสื่อสำหนักหนึ่งโดยพญ.ของขวัญ กล่าวว่า จากการสอบถามข้อมูลไปยังสื่อดังกล่าวถึงชื่อและฉลากว่เป็นชนิดใด และแพทย์ผู้ใดเป็นผู้จ่ายยา ไดัรับคำตอบว่า เป็นยาต้านไวรัสชนิดหนึ่ง คล้ายยาฟาวิพิราเวียร์แต่ไม่แน่ใจว่าใช่ หรือไม่ ซึ่งตนติดว่าการจ่ายยาลักษณะนี้ ขัดต่อหลักการแพทย์  หลักปฏิบัติตามสากล ซึ่งเป็นเรื่องที่อรายตรายมาก  เพราะหากรับเหล่านี้ไปแล้ว คนไข้มีเชื้อลงปอด จะเป็นอุปสรรค์ตอการรักษาทางการแพทย์  ดังนั้นขอใหกมธ.ฯ ตรวจสอบข้อเท็จจริงถึงยาดังกล่าว และแพทย์ ว่าเป็นแพทย์จริงหรืองไม่  หากไม่จริงจะต้องมีการร้องไปที่องค์การอาหารและยา(อย.) และแพทยสภาฯ เพื่อตรวจสอบด้วย

นายกฯ ชมความก้าวหน้าสถานีดาวเทียม และศูนย์กลางขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอวกาศ GISTDA แนะเตรียมพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงสู่สังคมดิจิทัล นำพาประเทศเดินหน้า พัฒนาสู่มั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน

พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ตรวจติดตามความก้าวหน้า สถานีดาวเทียมและศนูย์กลางขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอวกาศ สํานักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) (GISTDA) โครงการอุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ (Space Krenovation Park: SKP) ในพื้นที่เขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (Eastern Economic Corridor of Digital: EECd) เพื่อติดตามการวิจัยพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง ประกอบด้วย 1. ความคืบหน้าโครงการ THEOS-2 และการพัฒนาดาวเทียมระดับ Industrial grade โดยวิศวกรไทย ณ ศูนย์ทดสอบประกอบดาวเทียมแห่งชาติ 2. การพัฒนาเศรษฐกิจอวกาศ (New Space Economy) จากเครือข่ายดาวเทียมวงโคจรต่ำ (Low Earth Orbit: LEO satellite network) และ 3.การนําเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ ไปใช้ประโยชน์ด้านการบริหารจัดการน้ำ  

นายกรัฐมนตรี กล่าวชื่นชมการดำเนินงานและขอให้พัฒนาต่อไปอย่าหยุดการพัฒนา การใช้เทคโนโลยีมาช่วยประมวลผล ช่วยให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อเตรียมพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงก้าวเข้าสู่สังคมดิจิทัล นำพาประเทศเดินหน้าพัฒนาสู่ประเทศที่มั่นคง มั่งคั่ง อย่างยั่งยืนตลอดไป ทั้งนี้ ต้องร่วมกันสร้างประวัติศาสตร์ แก้ไขปัญหาไปด้วยกัน แต่ต้องอาศัยความร่วมมือของคนไทยทุกคน ในส่วนของรัฐบาลพร้อมสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดียิ่ง ๆ ขึ้นไป

สำหรับโครงการอุทยานรังสรรค์นวัตกรรมอวกาศ (Space Krenovation Park: SKP) เป็นสถานีควบคุมและรับสัญญาณดาวเทียมไทยโชต อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ GISTDA ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล หรือ EECd ที่ได้รับการประกาศให้เป็นพื้นที่ส่งเสริมการลงทุนประเภทวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนที่ผู้ประกอบการในประเทศและต่างประเทศ จะได้รับสิทธิประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ภายในพื้นที่ เพื่อนำไปสู่การส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาศักยภาพของผู้ประกอบการทางด้านอวกาศ ภาพรวมของโครงการฯ มีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการพัฒนาต่อยอดงาน วิจัย และพัฒนานวัตกรรมเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มของผลิตภัณฑ์ของผู้ประกอบการ SMEs และระดับอุตสาหกรรม นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องมือส่งเสริมให้ประเทศไทยเป็นผู้นำในการพัฒนาธุรกิจบนฐานวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมในภูมิภาคอาเซียน ดังนั้น โครงการนี้จึงเป็นกลไกที่่สำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในระดับภูมิภาค และเป็นโครงสร้างพื้นฐาน ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และระบบนวัตกรรม เพื่อให้รองรับการพัฒนาประเทศที่มุ่งเน้นนำวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปช่วยเหลือผู้ประกอบการ อันเป็นการเสริมสร้างศักยภาพในการแข่งขันของประเทศอย่างยั่งยืน โดยมีพื้นที่ให้หน่วยงานภาคเอกชนเข้าทำการวิจัยและพัฒนาเทคโนโลยี ด้านเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ พร้อมกับให้บริการอันเป็นการสนับสนุนการวิจัยให้เกิดผลเชิงพาณิชย์ และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ

ไขบทบาท “ตำรวจมะกัน” ‘ผู้บังคับใช้กฎหมาย – กระบวนการยุติธรรม’ แห่งสหรัฐอเมริกา

อย่างที่ได้เล่าให้ท่านผู้อ่านได้ทราบว่า ผมมีเพจ FB ชื่อว่า “ดร.โญ มีเรื่องเล่า” พยายามโพสต์เล่าเรื่องทุกวัน อย่างน้อยวันละหนึ่งเรื่องครับ ก็มี เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ติดตามอยู่ เรื่องนี้ อ้าย (พี่ ภาษาเหนือ) ดิษย์ ศาสตราวุธวิทยา รุ่นพี่โรงเรียนมงฟอร์ต request มาว่า “อยากทราบเกี่ยวกับระบบ ข้าราชการตำรวจ Police , Sheriffs, FBI ,CIA ต่าง ๆ ว่าแบ่งชั้นกันแบบไหน หน้าที่การทำงาน หรือ ขอบเขตการทำงานครับ” ความจริงแล้วเพื่อนร่วมรุ่นมงฟอร์ตของท่านพี่เอง น่าจะเล่าได้ดีกว่าผม เพราะเป็นนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่มาก ๆ ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ แต่เมื่อท่านพี่กรุณาให้เกียรติถามแล้ว รุ่นน้องก็ยินดีจัดให้ จึงขอนำมาเล่าใน THE STATES TIMES ครับ

ด้วยความที่คนไทยเราคุ้นชินแต่ตำรวจหน่วยเดียวของบ้านเราคือ ตำรวจในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (National police) ซึ่งตำรวจไทยทุกคนเป็นตำรวจแห่งชาติ เพราะบ้านเรามีรูปแบบการปกครองเป็นแบบรัฐเดี่ยว ดังนั้น ตำรวจไทยทุกคนจึงสามารถจับกุมผู้ที่กระทำความผิดซึ่งหน้าหรือมีหมายจับได้ตั้งแต่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงรายเหนือสุดของประเทศไปจนถึงใต้สุดอำเภอสุไหงโกลกจังหวัดนราธิวาส สำหรับระบบตำรวจสหรัฐฯ แล้ว มีความแตกต่างกันด้วยระบอบการเมืองการปกครอง เป็นที่ทราบกันดีว่าประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นสหพันธรัฐ ซึ่งประกอบด้วย 50 รัฐ ดังนั้นการปกครองจึงประกอบด้วย 

(1) รัฐบาลกลาง (Federal government) ซึ่งมีเพียงหนึ่งเดียว

(2) รัฐบาลมลรัฐ (State government) ซึ่งมี 50 มลรัฐ

และ (3) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (Local administration) ภายใต้มลรัฐต่าง ๆ ทั้ง 50 รัฐ

รัฐบาลกลางทำหน้าที่กำกับดูแล : 
- การพิมพ์ธนบัตรและผลิตเหรียญกษาปณ์ 
- การจัดตั้งและบัญชาการกองทัพแห่งชาติ
- การประกาศสงคราม
- การทำสนธิสัญญาระหว่างประเทศ
- กำกับดูแลการค้าระหว่างรัฐและต่างประเทศ
- กิจการไปรษณีย์และออกดวงตราไปรษณียากร (แสตมป์)

รัฐบาลมลรัฐทำหน้าที่กำกับดูแล :
- องค์กรปกครองท้องถิ่น
- การออกใบอนุญาตต่าง ๆ ใบขับขี่ ทะเบียนสมรส ใบอนุญาตล่าสัตว์ ฯลฯ
- กฎหมายและธุรกิจการค้าภายในมลรัฐ
- จัดการเลือกตั้ง
- การให้สัตยาบันในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
- การให้บริการสาธารณสุขและความปลอดภัย
- การใช้อำนาจในส่วนที่ไม่ได้มอบให้กับรัฐบาลกลาง
- การออกกฎหมายภายใต้รัฐธรรมนูญ เช่น การจำกัดอายุผู้ที่จะซื้อหรือบริโภคสุราและบุหรี่

รัฐบาลกลางและรัฐบาลมลรัฐทำหน้าที่กำกับดูแลเหมือนกัน :
- การจัดตั้งศาล
- การกำหนดอัตราและการจัดเก็บภาษี
- การเวนคืนทรัพย์สินจากเอกชนอย่างยุติธรรม
- การใช้จ่ายเงินเพื่อทำให้สวัสดิการดีขึ้น
- การออกและบังคับใช้กฎหมาย
- การออกกฎหมายและธุรกิจการเงิน
- การกู้ยืม
- การสร้างถนนหนทาง

การบังคับใช้กฎหมายในสหรัฐอเมริกาเป็นหนึ่งในสามองค์ประกอบหลักของระบบยุติธรรมทางอาญาของสหรัฐอเมริกา พร้อมด้วยศาลและงานรัฐทัณฑ์ แม้ว่าองค์ประกอบแต่ละส่วนจะทำงานกึ่งอิสระ แต่ทั้งสามส่วนรวมกันเป็นห่วงโซ่ที่นำไปสู่การสอบสวนคดีที่ต้องสงสัยในคดีอาญา เพื่อดำเนินการลงโทษทางอาญา

ระบบยุติธรรมทางอาญาของสหรัฐอเมริกา
1.) ข้อมูลทั่วไป ไม่มีระบบยุติธรรมทางอาญาเดียวในคดีอาญาของสหรัฐฯ ที่อาจได้รับการจัดการที่แตกต่างกันในเขตอำนาจศาลต่าง ๆ แต่การตัดสินของศาลตามกระบวนการรับรองของรัฐธรรมนูญของสหรัฐอเมริกา กำหนดให้มีการดำเนินการตามขั้นตอนเฉพาะในการบริหารกระบวนการยุติธรรมทางอาญา เพื่อให้บุคคล ได้รับการคุ้มครองจากการแทรกแซงโดยมิชอบจากรัฐ

2.) โครงสร้างและองค์กร ระบบตุลาการของสหรัฐอเมริกาเป็นแบบลำดับชั้นทั้งในระดับสหพันธรัฐและระดับรัฐ ศาลสูงสุดในสหรัฐอเมริกาและเป็นศาลเดียวที่รัฐธรรมนูญกำหนดคือศาลฎีกาของสหรัฐอเมริกา โดยคำตัดสินของศาลถือเป็นที่สิ้นสุด

3.) การดำเนินคดี ภายหลังการจับกุม หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับคดีและผู้ต้องหาให้พนักงานอัยการตัดสินว่าจะมีการฟ้องคดีอย่างเป็นทางการต่อศาลหรือไม่ ถ้าไม่มีการฟ้อง จำเลยต้องได้รับการปล่อยตัว อัยการยังสามารถยกฟ้องได้ หลังจากพยายามดำเนินคดีแล้ว

เมื่อมีการตัดสินให้ดำเนินคดีจำเลยมีกำหนดรับคำฟ้อง ในการดำเนินคดี ผู้ต้องหาได้รับแจ้งข้อกล่าวหา ปรึกษาเรื่องสิทธิของจำเลยทางอาญา และขอคำให้การตามข้อกล่าวหา 

การบังคับใช้กฎหมายส่วนใหญ่ดำเนินการผ่านหน่วยงานตำรวจของรัฐ มีหน่วยงานตำรวจถึง 17,985 หน่วยในสหรัฐอเมริกา ซึ่งรวมถึงกรมตำรวจของแต่ละนครและเมือง สำนักงานตำรวจภูธรของแต่ละเทศมณฑล ตำรวจ/สายตรวจทางหลวงของแต่ละรัฐ และหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลกลาง วัตถุประสงค์ในการบังคับใช้กฎหมายของหน่วยงานเหล่านี้คือ การสอบสวนกิจกรรมที่ต้องสงสัยทางอาญา การส่งต่อผลการสอบสวนไปยังอัยการของรัฐ หรือรัฐบาลกลาง และการกักขังชั่วคราวของผู้ต้องสงสัยอาชญากรที่รอการพิจารณาคดี 

หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายยังมีส่วนร่วมในการให้การตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน และภัยคุกคามอื่น ๆ ต่อความปลอดภัยสาธารณะก่อน การคุ้มครองสิ่งอำนวยความสะดวกสาธารณะและโครงสร้างพื้นฐานบางอย่าง การรักษาความสงบเรียบร้อยของประชาชน การคุ้มครองเจ้าหน้าที่ของรัฐ และการดำเนินการอำนวยความสะดวกในการควบคุมตัว (โดยปกติในระดับท้องถิ่น)

ประเภทของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายมีหลายประเภท ตั้งแต่กรมตำรวจเมืองเล็กไปจนถึงหน่วยงานของรัฐบาลกลางขนาดใหญ่ ประเภทของงานที่มีจะขึ้นอยู่กับประเภทของหน่วยงาน ภารกิจ ขนาด และเขตอำนาจศาล 

การบังคับใช้กฎหมายในสหรัฐอเมริกามีลักษณะการกระจายอำนาจ หน่วยงานของรัฐบาลกลางจัดการกับการละเมิดกฎหมายของรัฐบาลกลางที่อยู่ภายในเขตอำนาจศาลเฉพาะของตน มีหน่วยงานตำรวจของรัฐบาลกลางที่แตกต่างกันประมาณ 65 หน่วย ในระดับท้องถิ่น แต่ละรัฐอธิปไตย 50 รัฐมีหน่วยงานของตนเอง สภานิติบัญญัติแห่งรัฐที่ออกกฎหมายอาญาภายใต้รัฐธรรมนูญของรัฐ ส่วนใหญ่ สหรัฐฯ มีตำรวจในทุกระดับตั้งแต่ เมือง เทศบาล เทศมณฑล และระดับรัฐ

สหรัฐอเมริกา มีหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายราว 17,985 หน่วย โดยราว 15,000 หน่วยอยู่ภายใต้รัฐบาลมลรัฐและองค์กรปกครองระดับท้องถิ่น มีเจ้าหน้าที่กว่า 500,000 นาย ประมาณ 10-12% ของเจ้าหน้าที่ซึ่งได้สาบานตนและทำงานเต็มเวลาในหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเป็นสตรี

ในเขตอำนาจศาลบางแห่ง การบรรจุตำรวจนายใหม่แต่ละนายจะต้องผ่านการฝึกอบรมโดยเฉลี่ยประมาณ 1,500 ชั่วโมง เมื่อเทียบกับ 800 ชั่วโมงสำหรับบุคลากรในหน่วยบังคับใช้กฎหมายอื่น ๆ โดยเฉลี่ย กฎหมายของรัฐกำหนดให้ใช้เวลาฝึกอบรมประมาณสามในสี่ โดยที่เหลือเป็นข้อกำหนดของหน่วยงาน โดยรวมแล้ว มีเพียง 3% ของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่มีสถาบันฝึกอบรม อย่างไรก็ตาม หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายเกือบทั้งหมดที่ให้บริการประชากร 300,000 คนขึ้นไปทำเช่นนั้น เจ้าหน้าที่ทั่วประเทศ 45% ได้รับการคัดเลือกเข้าทำงานจากผู้ที่ผ่านการฝึกฝนอบรมที่ดำเนินการโดยสถาบันการฝึกอบรมผู้รักษากฎหมายต่าง ๆ ที่ไม่ใช่หน่วยงานในสังกัด ภารกิจของเจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมายส่วนใหญ่ถูกกำหนดเป็นนโยบายในหัวข้อที่ละเอียดอ่อนต่าง ๆ เช่น การใช้กำลัง การจัดการกับเยาวชน และการร้องเรียนของพลเมือง

หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ มีหน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐ 65 แห่ง และสำนักงานผู้ตรวจการทั่วไป 27 แห่งที่มีบุคลากรเต็มเวลาที่ได้รับอนุญาตให้ทำการจับกุมและพกพาอาวุธปืน จากข้อมูลของ สำนักงานสถิติยุติธรรม ในปี พ.ศ. 2551 หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่ใหญ่ที่สุดที่มีเจ้าหน้าที่ในสังกัด ได้แก่ สำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนแห่งสหรัฐอเมริกา (US Customs and Border Protection) สำนักงานรัฐทัณฑ์แห่งรัฐบาลกลาง สำนักงานสืบสวนกลาง (FBI) และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และการบังคับใช้กฎหมายของสหรัฐฯ แต่ละหน่วยมีเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายเต็มเวลามากกว่า 15,000 นาย หน้าที่ของเจ้าหน้าที่ของรัฐบาลกลางรวมถึงการตอบโต้และการลาดตระเวน การสอบสวนและการบังคับใช้ทางอาญา การตรวจสอบ การรักษาความปลอดภัยและการป้องกัน การดำเนินการตามคำสั่งของศาล มีภารกิจและหน่วยงานในสังกัดครอบคลุมทั้งประเทศ ขอยกตัวอย่างพอสังเขปของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของรับบาลกลางสหรัฐฯ ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดี ดังนี้

(1.) สำนักงานสืบสวนกลางแห่งรัฐบาลสหรัฐอเมริกา (FBI) ดำเนินงานภายใต้กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐอเมริกา 
มีหน้าที่และภารกิจคือ : การปกป้องสหรัฐอเมริกาจากการโจมตีของผู้ก่อการร้าย การปฏิบัติการข่าวกรองต่างประเทศ และการจารกรรม ตลอดจนอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ตและอาชญากรรมทางเทคโนโลยีขั้นสูง ต่อต้านการทุจริตสาธารณะในทุกระดับ ปกป้องสิทธิพลเมือง ต่อสู้กับองค์กรและองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ/ระดับชาติ อาชญากรรมทางเศรษฐกิจรายใหญ่ และอาชญากรรมที่มีความรุนแรงอย่างมีนัยสำคัญ สนับสนุนหน่วยงานของรัฐบาลกลาง รัฐบาลมลรัฐ องค์กรปกครองท้องถิ่น และองค์กรระหว่างประเทศ พัฒนาเทคโนโลยีเพื่อปฏิบัติภารกิจของหน่วยงานให้ประสบความสำเร็จ

ณ วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2549 FBI มีเจ้าหน้าที่ทั้งหมด 30,626 นาย ซึ่งรวมถึงเจ้าหน้าที่พิเศษ 12,617 นาย และเจ้าหน้าที่สนับสนุน 18,009 นาย เช่น นักวิเคราะห์ข่าวกรอง ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษา นักวิทยาศาสตร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ เจ้าหน้าที่พิเศษของ FBI จะต้องสำเร็จการศึกษา 4 ปี (ปริญญาตรี) จากวิทยาลัยหรือมหาวิทยาลัยที่ได้รับการรับรองจากสมาคมสถาบันการศึกษาระดับภูมิภาคหรือระดับชาติที่รับรองโดยกระทรวงศึกษาธิการของสหรัฐอเมริกา และต้องมีประสบการณ์การทำงานเป็นเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายมืออาชีพอย่างน้อยสามปี เมื่อผ่านการรับสมัครแล้ว เจ้าหน้าที่พิเศษของ FBI จะได้รับการฝึกอบรมที่ FBI Academy ซึ่งตั้งอยู่ที่เมือง Quantico มลรัฐเวอร์จิเนีย

(2.) สำนักงานปราบปรามยาเสพติด (DEA) ดำเนินงานภายใต้กระทรวงยุติธรรมของสหรัฐอเมริกา 
ภารกิจของ DEA คือ : การบังคับใช้กฎหมายและข้อบังคับเกี่ยวกับการควบคุมของสหรัฐอเมริกาและนำไปสู่ระบบยุติธรรมทางอาญาและทางแพ่งของสหรัฐอเมริกาหรือเขตอำนาจศาลที่มีอำนาจอื่น ๆ องค์กรเหล่านั้นและสมาชิกหลักขององค์กรที่เกี่ยวข้องกับการเติบโต การผลิต หรือการจำหน่ายสารควบคุมที่ปรากฏในหรือถูกกำหนดไว้สำหรับการลักลอบขนส่งในสหรัฐอเมริกา และเพื่อแนะนำและสนับสนุนโครงการไม่บังคับใช้ที่มีเป้าหมายเพื่อลดความพร้อมของสารควบคุมที่ผิดกฎหมายในตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ มีเจ้าหน้าที่ประมาณ 4,400 นาย สถาบันฝึกอบรมของ DEA ตั้งอยู่ที่เมือง Quantico มลรัฐเวอร์จิเนีย เช่นเดียวกับ FBI Academy

อดีตทูตฯ ยอมรับ!! เกาหลีใต้ สุดเทพด้าน Soft Power ยกกรณี 'ลิซ่า' ดัน Soft 2 ชาติ แบ่งกัน 'ภูมิใจ'

นายนริศโรจน์ เฟื่องระบิล อดีตเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Fuangrabil Narisroj ว่า... 

มีพวกร่านที่ออกมาดีดดิ้นรับไม่ได้ที่ ลิซ่า ได้รับความนิยมติดอันดับโลก จาก Single เพลง Lalisa ที่มีการสอดแทรกความเป็นไทยที่เป็น “ต้นกำเนิด” ของลิซ่า ไว้ในฉากหนึ่ง และในเนื้อเพลงก็มีการระบุไว้อย่างชัดเจนว่า “From Thailand to Korea” 

พวกร่านพวกชังชาติจะดิ้นมากและออกมาบอกว่า อย่ามาอ้างความเป็นไทย เพราะมันไม่มี 

ฟังแล้วก็ได้แต่สมเพช คือ ถ้ามันไม่มีสิ่งที่สะท้อนความเป็นไทยที่เป็น “ต้นกำเนิด” ของลิซ่า เขาก็คงไม่ใส่คำว่า Thailand ลงในเนื้อเพลง และคงไม่ใส่ ฉากปราสาทหินพนมรุ้ง ฉากลิซ่าใส่รัดเกล้า ใส่ชุดไทยประยุกต์ที่ออกแบบโดยดีไซเนอร์คนไทย ไว้ในคลิป หรือแม้แต่ ป้ายร้านอาหารที่เป็นภาษาไทยที่ปรากฏแว่บนึงในคลิปด้วย

ตอนที่ผมไปออกรายการของคุณต้น วรเทพ ช่อง Top News ผมก็ได้เล่าเบื้องหลังการทำการบ้านของ Korea ที่เก่งมากสามารถผลักดันเรื่อง Soft Power จนทำให้เกาหลีเป็นผู้นำทางด้านสื่อบันเทิงสมัยใหม่ได้ในระดับแถวหน้า 

ผมขอนำมาอธิบายตรงนี้อีกครั้ง เพราะตอนออกรายการเวลามันน้อย อาจจะอธิบายไม่หมด 

1.) เกาหลีเป็นประเทศที่ทำการบ้านทางด้านใช้ Soft Power เป็นตัวนำได้ดีที่สุดในโลก ในสายตาผม เก่งกว่าญี่ปุ่นด้วย เดี๋ยวจะอธิบายต่อไปว่าทำไม

2.) Soft Power ของเกาหลี สามารถทำให้สินค้าเกาหลีจากเมื่อ 20 กว่าปีก่อนเป็นสินค้าที่เมื่อเอ่ยชื่อคนยังไม่รู้จักดีพอ เช่น มือถือซัมซุง รถยนต์ฮุนได กลายเป็นแบรนด์ชั้นนำแนวหน้าได้ เพราะภาครัฐและภาคเอกชนเกาหลีเขามีส่วนช่วยกันผลักดันสร้าง Soft Power (ผ่านทางการดูแลขององค์กรที่ชื่อว่า Korea Foundation) อย่างเป็นระบบร่วมกันอย่างขันแข็ง

3.) ศิลปินเพลงแร็พร่วมสมัย หนังซีรีส์เกาหลี ล้วนแล้วแต่เป็นผลิตผลที่ภาครัฐและเอกชนเกาหลีเขาบรรจงสร้างสรรค์ปั้นแต่งขึ้นมาอย่างพิถีพิถันเพื่อให้ครองใจคนทั้งโลก เริ่มจากในอดีตนักร้องดังอย่าง Rain ก็เป็นเหมือน “หุ่นยนต์” ที่ Korea Foundation เป็นผู้อยู่เบื้องหลังปั้นขึ้นมาจากเด็กหนุ่มโนเนมคนนึงจนกลายเป็นซูเปอร์สตาร์

4.) การที่ผมบอกว่าเกาหลีเก่งกว่าญี่ปุ่นในเรื่องการสร้าง Soft Power นั้น เพราะเกาหลีใช้เวลาน้อยกว่าญี่ปุ่น แต่สามารถผลักดันจนตอนนี้สื่อบันเทิงแซงหน้าญี่ปุ่นไปแล้ว 

5.) เกาหลีทำการบ้านล่วงหน้ามากกว่าญี่ปุ่นหลายสิบปี อย่างที่ผมเคยเกริ่น เคยเขียนลงใน FB และพูดในรายการคุณต้นไป ขอเล่าอีกทีคือ ทางเกาหลีเขาทำการบ้านอย่างระมัดระวัง และคิดล่วงหน้าไปไกลมาก เมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว สมัยผมเป็น ผอ.กองการทูตวัฒนธรรม (ดูแลงานด้าน Soft Power ของไทยในต่างแดน) วันนึงก็ได้รับการติดต่อจากสถานทูตเกาหลีว่า อัครราชทูตที่ปรึกษาด้านสารนิเทศ (ดูแลงานด้าน Soft Power) ขอมาพบผมที่ กต.เพื่อหารือเรื่อง Soft Power

ผู้ว่าฯ อัศวิน ปัดเปิดกรุงเทพฯ รับนักท่องเที่ยว 15 ต.ค. ลั่น ตนใหญ่สุด ใครตัดสินใจแทนไม่ได้

ผู้ว่าฯ กทม. ปัดตอบ เปิดกรุงเทพฯ 15 ต.ค. นี้ ลั่นไม่เคยพูด ตนใหญ่สุด ใครตัดสินใจแทนไม่ได้ เผยอยากเปิด แต่รอให้คนกรุงเทพปลอดภัย ฉีดวัคซีนเข็ม 2 มากกว่า 70% ก่อน

วันที่ 17 กันยายน 2564 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงแผนการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวในระยะที่ 2 ว่า ในส่วนของกรุงเทพมหานคร (กทม.) หรือ “กรุงเทพฯ แซนด์บอกซ์” จะเปิดในวันที่ 15 ตุลาคม 2564 ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ต่อคำถามที่ว่า การกำหนดเปิดกรุงเทพฯ ในวันที่ 15 ตุลาคม นี้ จะเป็นความเป็นไปได้มากหรือน้อยเพียงใดนั้น ผู้ว่าฯ ระบุว่า ทาง กทม. ไม่เคยพูดว่าจะเปิด เนื่องจากต้องเร่งฉีดวัคซีนเข็ม 2 ให้ได้มากกว่า 70% ก่อน

หนุ่มฝรั่งเศส 'อดอาหารประท้วง' กฎหมายบังคับฉีดวัคซีน อ้าง แค้นเพราะทำคนตกงานมากกว่า 3,000 คน

นายเธียรี่ เปซองท์ นักดับเพลิง และ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย ของโรงพยาบาลปาสเตอร์ในเมืองนีซ ของฝรั่งเศส ประกาศที่จะอดอาหารประท้วงมาตรการของรัฐ ที่กำหนดให้บุคลากรการแพทย์ และเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขทุกคนต้องฉีดวัคซีนป้องกัน Covid-19 อย่างน้อย 1 เข็มให้ทันภายในวันที่ 15 กันยายน 2021 มิฉะนั้นจะต้องถูกพักงานโดยไม่ได้รับค่าแรง 

และเส้นตายก็ได้ผ่านมาแล้ว แต่ยังพบว่ายังมีบุคลากรที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานสาธารณสุขมากถึง 3,000 คน ที่ยังไม่เข้ารับวัคซีน จึงทำให้พวกเขาจะต้องพักงานทันที และอาจมีบางคนต้องออกจากงานด้วย

นายเธียรี่ เปซองท์ กล่าวว่า เขาไม่เห็นด้วยกับมาตรการบังคับฉีดวัคซีนของรัฐบาล ที่เป็นเหตุให้มีคนหลายพันต้องตกงาน โดยไม่ได้รับเงินชดเชย และประชาชนควรได้สิทธิ์ที่จะเลือกฉีดวัคซีนโดยสมัครใจ ไม่ใช่การบังคับ 

แต่เขายืนยันว่า นี่ไม่ใช่การต่อต้านการฉีดวัคซีน แต่แค่ไม่พอใจที่รัฐออกมาตรการบังคับให้ต้องไปฉีดเท่านั้น และเขาจะปักหลักกางเต็นท์ อดอาหารประท้วงที่หน้าโรงพยาบาลปาสเตอร์ ต้นสังกัดของเขาต่อไปให้นานที่สุดเท่าที่ร่างกายทนไหว และเชื่อว่าการประท้วงของเขาจะช่วยสะท้อนความอึดอัดคับข้องใจของผู้คนที่มีต่อมาตรการของรัฐให้สังคมรับรู้ 

จากข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขฝรั่งเศส ระบุว่ามีบุคลากรการแพทย์อยู่ถึง 2.7 ล้านคนทั่วประเทศ แต่มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขประมาณ 12% และ ระดับแพทย์อีก 6% ที่ยังไม่มีข้อมูลการฉีดวัคซีน ก่อนที่จะถึงวันกำหนดเส้นตาย และทางกระทรวงได้ส่งเอกสารแจ้งการพักงานออกไปแล้ว 3,000 ฉบับ ซึ่งในจำนวนนั้นหลายคน เลือกที่จะส่งใบลาออกแทนใบลงทะเบียนฉีดวัคซีนตามข้อกำหนดของรัฐ 
.


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top