Friday, 26 June 2026
TheStatesTimes

เสี่ยงต่อไหม? เมื่อการฝากเงินกับธนาคาร การันตีความคุ้มครองเงินฝาก​แค่ '1​ ล้าน'​ หากแบงก์ปิดตัว​

เมื่อเดือนที่แล้วมีข่าวใหญ่ที่ประชาชนหลายคนให้ความสนใจเรื่องหนึ่งก็คือ ข่าวที่ว่าธนาคารจะลดความคุ้มครองเงินฝากของลูกค้าเหลือเพียงรายละไม่เกิน 1 ล้านบาท

ข่าวนี้ทำให้หลายคนตกใจ แม้ว่าตัวเองจะไม่มีเงินฝากถึง 1 ล้านบาทในธนาคารก็ตาม (ผมเองก็มีไม่ถึงเช่นกัน) เพราะ มีความกังวลเรื่องเศรษฐกิจของประเทศที่มีปัญหารุนแรงจากการระบาดของโรคโควิดที่ตอนนี้สถานการณ์ยังไม่ดีขึ้น หลายคนกลัวถึงขั้นว่าข่าวนี้ออกมาแล้ว ธนาคารเราจะล้มเหมือนตอนวิกฤตต้มยำกุ้งที่มีสถาบันการเงินหลายแห่งต้องปิดตัวไปหรือไม่

ขอตอบตรงบรรทัดนี้ให้สบายใจก่อนว่า “ไม่ใช่ครับ” ตอนนี้ธนาคารในประเทศเรามีฐานะการเงินที่แข็งแกร่งมาก

แต่การลดความคุ้มครองเงินฝากนั้น เป็นผลจากกฎหมายที่มีการกำหนดเอาไว้ล่วงหน้ามาแล้วหลายปี ไม่ใช่รัฐบาลชุดนี้เพิ่งมากำหนดขึ้นแต่อย่างใด

เราต้องย้อนความเดิมกลับไปถึงวิกฤตต้มยำกุ้งในปี พ.ศ. 2540 ที่ตอนนั้นสถาบันการเงินหลายแห่ง รวมทั้งธนาคารต้องปิดตัวลง ทำให้ประชาชนจำนวนหนึ่งต้องเดือดร้อนจากการที่ต้องสูญเสียเงินไปกับสถาบันการเงินที่ต้องปิดกิจการ แม้ว่ารัฐบาลจะเข้ามาช่วยอุ้มก็ตาม แต่ก็มีการตั้งคำถามว่าทำไมรัฐบาลถึงต้องเอาเงินภาษีของประชาชนทั้งประเทศมาอุ้มเงินฝากของประชาชนเพียงบางกลุ่ม

ธนาคารแห่งประเทศไทย จึงได้มีการเสนอให้จัดตั้งสถาบันคุ้มครองเงินฝากขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2546 เพื่อทำหน้าที่คุ้มครองเงินฝากให้กับผู้ฝากเงินแทนที่จะต้องเป็นภาระของรัฐบาล และต่อมาในปี พ.ศ. 2551 พระราชบัญญัติสถาบันคุ้มครองเงินฝาก ก็ได้ผ่านความเห็นชอบของรัฐสภาออกมาเป็นกฎหมาย

โดยกำหนดให้ผู้ฝากเงินได้รับความคุ้มครองเงินฝากไม่เกิน 1 ล้านบาท ตามจำนวนเงินฝากที่ปรากฏในบัญชีของผู้ฝากทุกบัญชีรวมกัน แต่รัฐบาลในขณะนั้นก็เกรงว่าประชาชนจะตื่นตกใจ เพราะช่วงปี 2551 นั้นก็มีวิกฤตสินเชื่อซับไพรม์ หรือ ที่หลายคนรู้จักกันในชื่อของแฮมเบอร์เกอร์ไครซิส กฎหมายจึงได้กำหนดบทเฉพาะกาลเอาไว้ ดังนี้

ปีที่หนึ่ง คุ้มครองเต็มจำนวนเงินที่ปรากฏในบัญชี 

ปีที่สอง คุ้มครองไม่เกิน 100 ล้านบาท

ปีที่สาม คุ้มครองไม่เกิน 50 ล้านบาท

ปีที่สี่ คุ้มครองไม่เกิน 10 ล้านบาท

และหลังจากนั้นก็จะคุ้มครองไม่เกิน 1 ล้านบาทตามที่ได้บัญญัติไว้ในกฎหมาย

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศต่อจากนั้น ก็ได้มีการออกพระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวนเงินฝากที่ได้รับการคุ้มครองเพิ่มขึ้น พ.ศ. 2552 และพระราชกฤษฎีกากำหนดจำนวนเงินฝากที่ได้รับการคุ้มครองเป็นการทั่วไป พ.ศ. 2555 และ พ.ศ. 2559 เพื่อขยายระยะเวลาการลดจำนวนเงินฝากออกมาเรื่อย ๆ 

"ชินวรณ์" ยันสูตรคำนวณบัญชีรายชื่อ ไม่มีใครใช้กลเกมเพื่อประโยชน์พรรคใดพรรคหนึ่ง ชี้ เป็นสิทธิแต่ละพรรคยื่นศาลรธน.ตีความแก้กฎหมาย

ที่รัฐสภา นายชินวรณ์  บุณยเกียรติ ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงวิธีการคำนวณ ส.ส.บัญชีรายชื่อ ตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมเรื่องระบบเลือกตั้ง มาตรา 91 ว่า จะเป็นการคำนวณตามสัดส่วนสัมพันธ์โดยตรงจากคะแนนบัตร ส.ส.บัญชีรายชื่อ ของแต่ละพรรค พร้อมยืนยันไม่มีใครจะใช้กลเกมเพื่อประโยชน์ของพรรคใดพรรคหนึ่งได้ แต่เพื่อการพัฒนาระบบพรรคการเมืองให้เข้มแข็ง ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จะเป็นผู้ยกร่างแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับการเลือกตั้ง 2 ฉบับ คือ ร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. กับร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง เสนอต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก่อนส่งให้รัฐสภาพิจารณา ขณะเดียวกันพรรคการเมืองก็สามารถเสนอร่างกฎหมายคู่ขนานในการพิจารณาได้

นายชินวรณ์ กล่าวถึงการยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมระบบเลือกตั้งของพรรคการเมืองพรรคเล็ก ว่าเป็นสิทธิของแต่ละพรรคที่จะทำได้ ตามช่องทางรัฐธรรมนูญปี 256 (9)  โดยพรรคการเมืองจะต้องรวบรวมเสียงในการยื่นให้ได้ 1 ใน 10 ของจำนวนรัฐสภา หรือ 73 คนขึ้นไป แต่เชื่อว่าเป็นไปไม่ได้ที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม จะยื่นศาลตีความตามข้อเรียกร้องของฝ่ายการเมือง ตามรัฐธรรมนูญ 148 (2) และย้ำว่าในชั้นกรรมาธิการ (กมธ.) ทุกคนเข้าใจกระบวนการแก้รัฐธรรมนูญครั้งนี้แล้ว เว้นแต่คนที่เห็นว่าร่างฉบับดังกล่าวไม่ได้สมประโยชน์ของตัวเอง จึงใช้วิธีการแบบอื่น อาจทำให้คนมองได้ว่าไม่ได้เป็นการยื่นตีความ แต่เป็นการตีรวนไป  

ตำรวจบุกรวบนักศึกษาม.ขอนแก่น มือเผาพระบรมฉายาลักษณ์คาบ้านพัก

วันที่ 17 กันยายน 2564 เพจดาวดิน สามัญชน Daodin Commoners โพสต์ข้อความว่า ด่วน! นศ.มข. ถูกตร.จับกุมที่บ้านพักใกล้มข. ตอน 7.30 น.

ต่อมาเวลา 8.12 น. ตำรวจแจ้งว่าเป็นผู้ต้องหาเผาพระบรมฉายาลักษณ์ ที่มหาวิทยาลัยขอนแก่น เมื่อวันที่ 13 กันยายน

จากนั้นโพสต์อีกว่า นักศึกษามหาลัยขอนแก่นที่ตำรวจอ้างว่าเป็นผู้ต้องหาเผาพระบรมฉายาลักษณ์ อยู่ข้างใน สภ. เมืองขอนแก่น ล่าสุดตำรวจปิด สภ.และซอยข้าง สภ.ไม่ให้ใครเข้าไป

ภาพขณะผู้ต้องหาที่ตำรวจอ้างว่าเป็นคนเผาพระบรมฉายาลักษณ์ หน้ารพ. ศรี เมื่อวันที่ 13 ก.ย. ถูกตรวจค้นและนำตัวไปที่ สภ. อ. เมือง จ.ขอนแก่น

ด้านพ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ ผกก.สภ.เมืองขอนแก่นชี้แจงว่า ขณะนี้แจ้งข้อหาเพียง 1 ข้อหา คือ การวางเพลิง แต่ยังไม่มีข้อหาตามมาตรา 112 

"ไม่ต้องห่วงนะครับ น้องปลอดภัยดี และสามารถใช้สิทธิประกันตัวได้ตามกระบวนการยุติธรรม" ผกก.สภ.เมือง กล่าว


ที่มา : https://www.facebook.com/daodincommoners

“ชวน” ไม่สบายใจหลังพูดทำส.ว.เข้าใจผิด ปมองค์ประชุมรัฐสภาล่มครั้งแรก ยันไม่ได้มีเจตนาพูดกระทบ ส.ว.ให้เสียหาย แจงนับองค์ประชุมแล้วพบส.ส.ขาดมากกว่า เหตุมาประชุมแต่ไม่แสดงตน 

ที่รัฐสภา มีการประชุมรัฐสภา สมัยสามัญประจำปีครึ่งที่หนึ่งเป็นวันสุดท้าย ก่อนที่จะปิดสมัยการประชุม ตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย.64 โดยมีนายชวน หลีกภัย ประธานรัฐสภา ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม ทั้งนี้ นายชวน กล่าวตอนหนึ่งก่อนเข้าสู่วาระการประชุมว่า ในการประชุมรัฐสภา เมื่อวันที่ 10 ก.ย.ที่ผ่านมา เราได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรม พ.ศ. .... ที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้วถึงมาตรา 8

โดยมีการอภิปรายเสร็จสิ้นแล้ว แต่พบว่าองค์ประชุมไม่ครบจึงเลื่อนมาประชุมในวันนี้ ตนขออนุญาตชี้แจงในที่ประชุมเพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย จากที่ตนได้พูดไว้ว่า ต้องขอบคุณ และน้อมรับคำแนะนำของทุกท่านด้วยความขอบคุณ จริงๆแล้วเราจะทำอะไรก็ตาม อยู่ที่ความรับผิดชอบของเรา คือมีผู้เสนอว่าวิธีทำให้องค์ประชุมครบ ไม่ว่าเราจะใช้วิธีไหนก็ตาม หากขาดความรับผิดชอบไปก็จะเจอปัญหา แต่ไม่บ่อยที่การประชุมรัฐสภาองค์ประชุมมีปัญหาครั้งแรก ในส่วนของการประชุมสภาฯเกิดขึ้นบ่อย แต่สำหรับการประชุมรัฐสภาจะไม่ค่อยมีปัญหา เพราะสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) จะมาประชุมพร้อมมากกว่า

แต่ครั้งนี้ ส.ว.ขาดมากกว่าเรา ดังนั้น ก็อาจมีเหตุผลให้จำนวนสมาชิกรัฐสภาไม่ครบองค์ประชุม ซึ่งข้อความนี้อาจทำให้เพื่อนสมาชิกที่นับถือกันไม่สบายใจ เพราะสื่อนำไปวิจารณ์ ซึ่งการที่ตนพูดไปวันนั้นเมื่อดูด้วยสายตาตนเองคิดว่าส.ส.น่าจะมีมากกว่าส.ว. แต่เมื่อนับองค์ประชุมปรากฎว่าส.ส.ขาดมากกว่า จากการไปตรวจสอบพบว่าผู้ที่มาประชุมไม่แสดงตน ทำให้องค์ประชุมขาดไป 10 คน ตนอยากบอกส.ว.ว่าไม่ได้มีเจตนาพูดกระทบให้เกิดความเสียหายต่อท่าน เพราะได้ชื่นชมว่าปกติการประชุมรัฐสภาไม่มีปัญหา เพราะ ส.ว.มาประชุมพร้อมมากกว่า ขอให้ได้โปรดเข้าใจด้วย จากนั้น นายชวนได้ดำเนินการเข้าสู่วาระการประชุมต่อไป

“สงคราม” จี้ “บิ๊กตู่” เร่งออกมาตรการป้องโควิดสายพันธ์ุใหม่ อัดเปิดประเทศบนความไม่พร้อมหวั่นส่งผลกระทบกับประชาชนในประเทศ

นายสงคราม กิจเลิศไพโรจน์ ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์พรรคเพื่อชาติ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรณีที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเตรียมเปิดประเทศ โดยจะเปิดพื้นที่กรุงเทพฯ รับนักท่องเที่ยวต่างชาติในวันที่ 15 ตุลาคมนี้ว่า อยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาข้อมูลให้รอบด้านประเทศไทยมีความพร้อมแล้วหรือไม่ และมีความเสี่ยงมากแค่ไหน มีการป้องกันประชาชนในประเทศหรือไม่ 

หลายประเทศที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าประเทศ รัฐบาลในประเทศนั้นๆเขามีการฉีดวัคซีนป้องกันให้ประชากรในกระเทศได้ไม่น้อยกว่าร้อยล่ะ 90 แต่สำหรับประเทศไทย จนถึงวันนี้รัฐบาลฉีดวัคซีนให้ประชาชนครบทั้งสองเข็มเพียง 13.3 ล้านคน จากทั้งหมด ที่ได้รับวัคซีน 41.6 ล้านคน หรือคิดเป็นร้อยล่ะ 19 ของประชากรทั้งประเทศ หากรัฐบาลเปิดเพื่อหารายได้ เพราะรัฐบาลหารายได้ทางอื่นไม่เป็น เกรงว่าจะส่งผลร้ายมากกว่าผลดี

นายสงคราม กล่าวด้วยว่า กรณีที่องค์การอนามัยโลก ยกระดับโควิด-19 สายพันธุ์ “มิว” ให้เป็นสายพันธุ์โควิด-19 ล่าสุด สายพันธุ์ที่มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นอันตรายได้ในอนาคตอันใกล้ ทั้งนี้มีการตรวจพบในหลายประเทศในทวีปอเมริกาใต้ ยุโรป และล่าสุดพบในประเทศญี่ปุ่น รวมๆ กันแล้วมากกว่า 50  ประเทศทั่วโลก หนักสุดคือที่สหรัฐอเมริกา  ที่แพร่กระจายไปมากกว่า 49 มลรัฐ

“ดังนั้นพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานศบค.ควรที่จะเร่งศึกษาและหาวิธีการรับมือไวรัสสายพันธ์ใหม่ ที่มีความร้ายแรงและอันตรายมากขึ้น หากไม่ทำอะไรเลยอาจส่งผลกระทบกับกับชีวิตประชาชนอย่างร้ายแรง  ก่อนที่จะมีมาตราการเปิดประเทศ  ทั้งนี้เพราะวัคซีนที่มีการใช้อยู่ในปัจจุบัน อาจใช้ไม่ได้ผลกับไวรัสสายพันธุ์นี้ รัฐบาลไม่ควรแก้ปัญหาแบบวิ่งตามปัญหา คือเกิดการแพร่ระบาดก่อนแล้วหาทางแก้ไข ส่งผลให้เกิดการระบาดจนยากเกินเยียวยา เพราะแค่สายพันธ์เดลต้าที่ระบาดในปัจจุบันก็ส่งผลให้ประชาชนติดเชื้อเกิน 1 ล้านคน เสียชีวิตป็นจำนวนมาก ถือว่าเลวร้ายมากแล้ว”นายสงคราม กล่าว

อิตาลี บังคับ 'แรงงาน' โชว์บัตรฉีดวัคซีนโควิด หากฝ่าฝืน ต้องถูกปรับ - พักงาน แถมไม่ได้ค่าจ้าง

รัฐบาลอิตาลีเมื่อวันพฤหัสบดี (16 ก.ย.) เห็นชอบมาตรการต้านโควิด-19 บางอย่างที่เข้มงวดที่สุดแห่งหนึ่งของโลก บังคับแรงงานทุกคนต้องแสดงข้อพิสูจน์ว่าฉีดวัคซีนแล้ว มีผลตรวจเป็นลบหรือเพิ่งหายป่วยจากการติดเชื้อมาไม่นาน หากฝ่าฝืนจะถูกปรับเงิน

รัฐบาลอิตาลีเมื่อวันพฤหัสบดี (16 ก.ย.) เห็นชอบมาตรการต้านโควิด-19 บางอย่างที่เข้มงวดที่สุดแห่งหนึ่งของโลก บังคับแรงงานทุกคนต้องแสดงข้อพิสูจน์ว่าฉีดวัคซีนแล้ว มีผลตรวจเป็นลบหรือเพิ่งหายป่วยจากการติดเชื้อมาไม่นาน หากฝ่าฝืนจะถูกปรับเงินและพักงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง แต่ไม่ถึงขั้นไล่ออก

กฎระเบียบใหม่นี้จะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 15 ตุลาคม ในความพยายามล่าสุดของรัฐบาลผสมที่นำโดยนายกรัฐมนตรีมาริโอ ดรากิ ในการโน้มน้าวประชาชนเข้าฉีดวัคซีนและควบคุมการแพร่ระบาดในประเทศที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่หนักหน่วงที่สุดชาติหนึ่งของโลก

แรงงานรายใดที่ไม่แสดงบัตรรับรองสุขภาพจะถูกพักงานโดยไม่ได้รับค่าจ้าง แต่ไม่ถึงขั้นไล่ออก รัฐมนตรีหลายคนเปิดเผยกับพวกผู้สื่อข่าว หลังรัฐบาลเห็นชอบมาตรการดังกล่าว

นอกจากนี้แล้วประชาชนที่เพิกเฉยและไปทำงานโดยไม่ใส่ใจต่อคำสั่ง จะถูกปรับเงินราว ๆ 600 ถึง 1,500 ยูโร (ราว 23,000 บาท ถึง 58,000 บาท) ส่วนนายจ้างจะถูกปรับเงิน 400-1,000 ยูโร (ราว 15,000 บาท ถึง 38,000 บาท)

"ไม่เคยมีมาก่อนในยุโรป เราวางตัวเองในแถวหน้าของนานาชาติ" เรนาโต บรูเนตตา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงบริหารรัฐกิจกล่าว พร้อมระบุรัฐบาลคาดหมายว่าจะคำสั่งนี้จะช่วยยกระดับการเข้าฉีดวัคซีนอย่างมหาศาล และก็น่าจะบรรลุเป้าหมายตามที่ต้องการ ก่อนที่คำสั่งนี้จะมีผลบังคับใช้ในอีก 1 เดือนข้างหน้า

ในขณะที่ประเทศในสหภาพยุโรปบางแห่ง บังคับเจ้าหน้าที่ด้านสาธารณสุขฉีดวัคซีน แต่ยังไม่มีชาติไหนที่บังคับใช้มาตรการที่เรียกว่า "กรีนพาส" กับแรงงานทุกคน นั่นทำให้อิตาลีจึงกลายเป็นเคสทดลองของทวีปไปโดยปริยาย

เบื้องต้นบัตรผ่านสุขภาพนี้มีเป้าหมายเพื่อผ่อนปรนด้านการเดินทางทั่วยุโรป แต่อิตาลีเป็นหนึ่งในหลายประเทศที่เปลี่ยนแปลงแนวทางบังคับใช้ โดยกำหนดให้ต้องแสดงกรีนพาสครอบคลุมถึงบุคคลที่ต้องการเข้าไปยังสถานที่ต่าง ๆ อาทิ พิพิธภัณฑ์ ศูนย์ออกกำลังกาย และร้านอาหารในร่ม

มีการประท้วงประปรายทั่วประเทศในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ต่อต้านความพยายามกดดันให้ฉีดวัคซีน แต่บรรดาพรรคการเมืองเกือบทั้งหมดเช่นเดียวกับสหพันธ์นายจ้างหลัก ๆ ต่างสนับสนุนความเคลื่อนไหวดังกล่าว ด้วยหวังว่ามันจะช่วยป้องกันไม่ให้ต้องล็อกดาวน์อีกครั้ง

เกษตรฯ กระจายพันธุ์ฟ้าทะลายโจร 1 ล้านต้นลงพื้นที่ ส.ป.ก.

นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เปิดเผยว่า ส.ป.ก. ร่วมกับ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก และกรมพัฒนาที่ดิน จัดหาและกระจายพันธุ์ ฟ้าทะลายโจรให้เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน เพื่อสร้างการพึ่งตนเองในระดับครัวเรือนและชุมชน และสร้างมูลค่าเพิ่มเป็นรายได้เชื่อมโยงกับภาคอุตสาหกรรม โดยดำเนินโครงการขับเคลื่อนสมุนไพรฟ้าทะลายโจรต้านภัยโควิด-19 ในเขตปฏิรูปที่ดิน เพื่อส่งเสริม สนับสนุนกล้าพันธุ์ องค์ความรู้ในการปลูก และใช้ประโยชน์สมุนไพรฟ้าทะลายโจร ให้แก่เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินทั้งจังหวัด 72 จังหวัดทั่วประเทศ จำนวน 1 ล้านต้น แก่เกษตรกร จำนวน 1 หมื่นราย 

“บิ๊กตู่” เยือนชลบุรี อิทธิพล หอบ ส.ส.ต้อนรับ “สุชาติ” ไม่ห่างกาย “อ้อน” ร่วมมือเดินหน้าผลิกโฉมประเทศไทย

ที่สนามเฮลิคอปเตอร์ พล.ม. 2 รอ. เขตพญาไท กรุงเทพฯ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และคณะ ออกเดินทางไปยังจุดจอด ฮ. ท่าเรือแหลมฉบัง ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรีเพื่อตรวจเยี่ยมโรงงานตามโครงการ Factory Sandbox จังหวัดชลบุรี ณ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ จำกัด (แหลมฉบัง) ตำบลทุ่งสุขลา อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี

จากนั้น เวลา 09.00 น. นายกรัฐมนตรีพร้อมคณะเดินทางถึงบริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ จำกัด (แหลมฉบัง) โดยมีนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน นาย อิทธิพล คุณปลื้ม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรทั้งผู้บริหารบริษัทมิตซูบิชิ มอเตอร์ จำกัด ให้การต้อนรับนอกจากนี้ ยังมี ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ จ.ชลบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง  ทั้ง นายสรวุฒิ เนื่องจำนงค์ ส.ส.ชลบุรี นายรณเทพ อนุวัฒน์ ส.ส.ชลบุรี นายสะถิระ เผือกประพันธ์ุ ส.ส.ชลบุรี ร.อ.จองชัย วงศ์ทรายทอง ส.ส.ชลบุรี นายสมพงษ์ โสภณ ส.ส.ระยอง นายชัยวัฒน์ เป้าเปี่ยมทรัพย์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา และพ.ต.อ.ฐนภัทร กิตติวงศา ส.ส.จันทบุรี  มาต้อนรับด้วย โดยทันทีที่พล.อ.ประยุทธ์มาถึงได้พูดคุยทักทายและถ่ายภาพร่วมกัน

นายกรัฐมนตรี กล่าวมอบนโยบายตอนหนึ่ง ว่า สิ่งหนึ่งที่เราต้องทำความเข้าใจร่วมกันคือการเดินหน้า ในการประกอบการและการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ตนในฐานะนายกรัฐมนตรีก็ยินดีที่จะให้ความร่วมมือและได้มอบแนวนโยบายพร้อมแนวทางไปแล้ว ซึ่งทุกคนต้องช่วยกันผลิกโฉมประเทศไทย ทั้งนี้ต้องขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นด้วย ซึ่งได้มีโอกาสโทรศัพท์พูดคุยกันแล้ว ซึ่งยินดีที่จะร่วมมือกับประเทศไทยต่อไปในวิธีการต่างๆ วันนี้ตน ในฐานะนายกรัฐมนตรีที่เราเป็นมิตรกันมาอย่างยาวนาน ถือว่าเราเป็นมหามิตรซึ่งทุกคนทราบความหมายดีอยู่แล้ว วันนี้ถือเป็นอีกครั้งที่ได้มาพบกับข้าราชการ ผู้ประกอบการและนักธุรกิจ รวมทั้ง ส.ส.ผู้แทนประชาชน ซึ่งทุกคนมีสิทธิ์พบกันได้ทั้งหมด

“ วันนี้ต้องขอขอบคุณรอยยิ้มจากทุกๆคน โดยเฉพาะบรรดาลูกจ้าง พนักงาน ซึ่งแสดงว่าเจ้านายดูแลดีถึงสามารถยิ้มได้กันทั้งหมด ถือเป็นตัวอย่างที่ทำให้สถานประกอบการอื่นๆ ซึ่งต้องขอขอบคุณกับการต้อนรับที่อบอุ่น ขณะที่อยู่บนเฮลิคอปเตอร์ก็ได้ถ่ายรูปโรงงานทั้งหมดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และเดือนหน้าทราบว่าจะมีโรงงานใหญ่ๆ เกิดขึ้นอีก ก็ขอให้ขยายกิจการออกไปพร้อมดูแลประชาชนคนไทยด้วย เราก็เหมือนครอบครัวเดียวกัน ต้องช่วยเหลือกัน ซึ่งที่ผ่านมาก็ช่วยเหลือกันยาวนานมาหลาย 10 ปี รัหว่างญี่ปุ่น-ไทย เรามีความสัมพันธ์กันตั้งแต่สมัยศรีอยุธยา มีหมู่บ้านญี่ปุ่นเป็นหลักฐาน วันนี้ยินดีที่ได้มาพบกันซึ่งทุกคนต้องรวมพลังกันทั้งหมด จับมือกันให้มันเดินหน้าไปพร้อมๆกัน ฟันฝ่าอุปสรรคต่างๆ ….. รัฐบาลพร้อมที่จะแก้ไขให้มากที่สุด เราต้องช่วยกันพริกโฉมประเทศไทย เนื่องจากปัจจุบันโลกมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา

จากนั้น นายกรัฐมนตรี ตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนโครงการ FactorySandbox โดยนายกรัฐมนตรี​ ได้พูดคุย​กับพนักงาน​ โดยระบุว่าขอทุกคนระวังโรค​ ร่างกายสำคัญที่สุด​ ต้องดูแลตัวเอง​ ออกกำลังกาย​ ไม่ไปในที่มีความเสี่ยง​ มีอันตราย​ ซึ่งการป้องกันดีกว่ารักษา​ ตนไม่อยากให้ใครต้องเข้าโรงพยาบาล​ ให้สอนลูกให้ออกกำลังกาย​ โหนต้นไม้​ ตัวจะได้ยาวๆ​ แข็งแรง

นายกรัฐมนตรี​ ยังได้มีการเดินทักทายพนักงาน พร้อมได้สอบถามว่าอยู่จังหวัดไหน​ ซึ่งนายกรัฐมนตรี​ บอกว่า​ ตัวเองเกิดที่โคราช​ และมารับราชการที่กรุงเทพ​ฯ​ จากนั้น​ ได้ถ่ายรูปร่วมกับพนักงานที่มาต้อนรับ
อย่างเป็นกันเอง

“ศิลป์ พีระศรี” ศิลปะยืนยาว ชีวิตสั้น | The States Times Story เรื่องจริง ฟังเพลิน โดย เจต ณ นคร EP.36

ศาสตราจารย์ “ศิลป์ พีระศรี” บุรุษผู้ได้รับการยกย่องว่าเป็น "บิดาแห่งศิลปะร่วมสมัยของไทย" เป็นบิดาแห่งมหาวิทยาลัยศิลปากร (ผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัย) เป็นศิลปินผู้ยิ่งใหญ่แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ผู้สร้างความเป็นปึกแผ่นแก่วงการศิลปะไทย ให้เจริญรุ่งเรืองก้าวหน้าตลอดมาจนถึงปัจจุบัน ชีวิต ผลงาน และแนวคิดของท่านนอกจากจะคงค่าในตัวเองแล้ว ยังสะท้อนภาพหลายประการถึงอุปสรรคของการพัฒนาศิลปะในยุคที่ท่านยังมีชีวิตอยู่

.

.

'ไอติม' ชี้!! 'เหลื่อมล้ำ - ไร้คุณภาพ - เรียนไปทำไม' 3 มิติ ปัญหาใหญ่การศึกษาไทย 'ที่ควรเร่งแก้'

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ ไอติม ผู้ก่อตั้งกลุ่มรัฐธรรมนูญก้าวหน้า ในฐานะแกนนำกลุ่ม Re-Solution ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊ก ระบุว่า... 

การศึกษาไทย มีปัญหาใน 3 มิติ

>> มิติที่ 1 = ความเหลื่อมล้ำ
แต่เดิมการเรียนฟรีก็ไม่ฟรีจริงอยู่แล้ว แต่ผลกระทบจากโควิดทำให้ปัญหารุนแรงขึ้น คุณภาพการศึกษายังคงกระจุกตัว โรงเรียนดัง ๆ มีคนแย่งกันเข้า ขณะที่โรงเรียนส่วนใหญ่ของประเทศคือโรงเรียนขนาดเล็กที่ขาดแคลนครูและอุปกรณ์การเรียน สิ่งเหล่านี้นำไปสู่ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงโอกาส ซึ่งนำไปสู่ปัญหาอื่น ข้อมูลบอกกับเราชัดเจนว่านักเรียนจากครอบครัวรายได้น้อย เข้าศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัยได้น้อยกว่าหลายเท่าตัว

>> มิติที่ 2 = คุณภาพ
จากตัวชี้วัดระดับนานาชาติพบว่าคุณภาพการศึกษาของเด็กไทยยังรั้งท้าย เราไม่ได้ตามหลังแค่ประเทศพัฒนาแล้ว แต่ตามหลังแม้กระทั่งประเทศกำลังพัฒนา หลักสูตรการศึกษาแบบที่เป็นไม่สามารถแปรความขยันไปเป็นศักยภาพของเด็กที่สามารถแข่งขันกับต่างชาติได้ เช่น สำหรับทักษะการสื่อสารภาษาอังกฤษ เด็กไทยมีความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษอยู่อันดับ 89 จาก 100 ประเทศ ทั้งที่เด็กไทยเริ่มเรียนภาษาอังกฤษก่อนเด็กในอีกหลายประเทศ แต่หลักสูตรและวิธีการสอนอาจมีปัญหาในการช่วยให้นักเรียนกล้าฝึก "ใช้" ภาษา

>> มิติที่ 3 = นักเรียนไม่รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของระบบการศึกษา (School belonging) 
พื้นที่ในห้องเรียนไม่ได้ตอบโจทย์ในการค้นหาตัวตนของผู้เรียน นักเรียนหลายคนเรียนหนักแต่ยังไม่รู้ว่าสิ่งที่เรียนนั้น เรียนไปทำไม ตอบโจทย์ในชีวิตพวกเขาอย่างไร ค่านิยมที่ระบบการศึกษาสอนเป็นสิ่งตรงข้ามกับค่านิยมที่คนรุ่นใหม่สนใจ เช่น ความเท่าเทียมทางเพศ อัตลักษณ์ของนักเรียน
 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top