Friday, 26 June 2026
TheStatesTimes

'แซม แบงก์แมน-ฟรายด์'​ มหาเศรษฐีแสนล้านในวัย 29 ผู้สะเทือนวงการโลกการเงินดิจิทัล! | Knowledge Times EP.18

????Knowledge Times BizView
????'แซม แบงก์แมน-ฟรายด์'​ มหาเศรษฐีแสนล้านในวัย 29 ผู้สะเทือนวงการโลกการเงินดิจิทัล!

หนทางพิสูจน์ม้า​ กาลเวลาพิสูจน์คน​ อาจจะใช้ไม่ได้กับ​ มหาเศรษฐี​แสนล้าน วัย​ 29​ อย่าง​ “แซม แบงก์แมน-ฟรายด์” ผู้ทรงอิทธิพล แห่งวงการคริปโตเคอร์เรนซี ที่ใช้เวลาเพียงไม่กี่ปี​ สะสมประสบการณ์และสร้างความมั่งคั่งจากช่องโหว่ของวงการเงินดิจิทัล

แซม เป็นเด็กหนุ่มชาวอเมริกันผู้มีความสนใจในคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ เขาสามารถเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกอย่าง MIT ในสาขาวิชาฟิสิกส์ 

เขาได้มีโอกาสฝึกงานเป็นนักพัฒนาโมเดลทางคณิตศาสตร์เพื่อสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในสินทรัพย์ หรือ “Quantitative Trading”

และดูเหมือนการฝึกงานในครั้งนี้​ จะพาเขาก้าวเข้ามาสู่โลกแห่งการเงินแบบถอนตัวไม่ออก... 

เมื่อแซมจบการศึกษา เขาก็มุ่งหน้าเอาดีทางด้านนี้ โดยเข้าทำงานที่ Jane Street Capital ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจ Quantitative Trading โดยเฉพาะ 

นอกจากนี้​ บริษัทดังกล่าว​ ก็ยังมีอีกธุรกิจ นั่นก็คือ “Liquidity Provider” หรือผู้ให้บริการเสริมสภาพคล่องของหลักทรัพย์หรือสินทรัพย์ทางการเงินต่าง ๆ เพื่อควบคุม Bid Offer หรือราคาซื้อขายสินทรัพย์ให้มีเสถียรภาพ

3​ ปีในบริษัทแห่งนี้​ ช่วยทำให้เขาเข้าใจโลกแห่งสินทรัพย์ดิจิทัลในระดับสูง

สูงเสียจน​ ประสบการณ์ที่ได้มาจากการทำงานนั้น​ แซมเข้าใจถึงไส้ในของคริปโตฯ​ โดยในปี 2017 ซึ่งเป็นปีที่คริปโตฯ​ กำลังเป็นที่จับตามองของคนทั่วโลกนั้น เขาได้เข้าไปหาโอกาสโดยทันที

แซมทำยังไง? 
แซมเห็นช่องโหว่จากพื้นฐานและระบบที่รองรับนักลงทุน

เขามองเห็นว่าโครงสร้างพื้นฐานหรือระบบที่จะมารองรับนักลงทุนในตลาดแห่งนี้ ยังไม่มีศักยภาพมากพอ

โดยเฉพาะเมื่อมีนักลงทุนให้ความสนใจในคริปโตฯ​ เกินกว่าสภาพคล่องทั้งระบบจะรับไหว 

มักจะเกิด​ 'ส่วนต่าง'​ ระหว่าง​ 'ราคารับซื้อ'​ และ 'ราคาเสนอขาย' หรือที่เรียกว่า​ Spread อย่างมาก

ทันทีที่เขาเห็นภาพของส่วนต่างด้านราคานี้​ จึงคาดการณ์ว่าธุรกิจให้บริการเสริมสภาพคล่องรวมถึงโมเดลการซื้อขายสกุลเงินดิจิทัลนี่แหละจะเติบโตไปได้อีกมากในอนาคต

เขาจึงได้ก่อตั้งบริษัท Alameda Research ขึ้นทันที ในปี 2017

Alameda Research เรียกได้ว่าถอดแบบมาจากประสบการณ์การทำงานของแซม

ที่บอกแบบนี้ก็เพราะว่าบริษัทดำเนินธุรกิจเหมือนกับสิ่งที่เขาเคยทำแทบจะทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาโมเดลคณิตศาสตร์เพื่อสร้างผลตอบแทนให้กับลูกค้าหรือการให้บริการเสริมสภาพคล่อง

โดยสิ่งที่แตกต่างกันเพียงอย่างเดียว ก็คือ Alameda Research จะโฟกัสไปที่สินทรัพย์ดิจิทัลและคริปโทเคอร์เรนซีโดยเฉพาะ

และสิ่งที่แซมคาดการณ์ไว้ก็เป็นไปตามนั้น เพราะในเวลาต่อมา คริปโตฯ​ ได้กลายมาเป็นสินทรัพย์ที่ได้รับความสนใจสูงมากในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา

ขณะเดียวกัน​ ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนและให้บริการด้านสภาพคล่องในตลาดแห่งนี้​ ยังหาได้ยาก!! 

ทำให้ Alameda Research ของแซม​ ที่นาทีนี้เริ่มมีความพร้อมทั้งด้านการลงทุนและให้บริการสภาพคล่อง​ จึงเติบโตได้อย่างรวดเร็ว

ปัจจุบันบริษัทแห่งนี้ มีสินทรัพย์ดิจิทัลภายใต้การจัดการ สูงถึง 3.3 หมื่นล้านบาท

หลังจาก Alameda Research สำเร็จ ด้วยความที่เป็นนักเทรดอยู่แล้ว แซมจึงได้มองไปที่การต่อยอดธุรกิจ Exchange เพื่อซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซีที่เป็นของตัวเองอีกด้วย

โดย แซม ได้ร่วมมือกับ แกรี่ หวัง ก่อตั้งบริษัท “FTX” ธุรกิจ Exchange ซื้อขายคริปโทเคอร์เรนซี

และแน่นอนว่า​ ด้วยความที่เขาคลุกคลีกับการลงทุนตั้งแต่สมัยฝึกงาน จึงทำให้เขาออกแบบผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและเรียกได้ว่าซับซ้อน ลงบนแพลตฟอร์มแห่งนี้ได้ ไม่ว่าจะเป็น... 

- Options สิทธิ์ในการซื้อหรือขายคริปโทเคอร์เรนซี
- Leveraged Token โทเคนแบบมีอัตราทด ที่อ้างอิงตามมูลค่าของสินทรัพย์ดิจิทัล
- Volatility Products อนุพันธ์ที่อิงตามความผันผวนของตลาด

ส่งผลให้ ปัจจุบัน​ FTX มีมูลค่าการซื้อขายถึงราว 4.6 แสนล้านบาทต่อวัน

แซมยังไม่หยุด​ เขาได้สร้างเหรียญเป็นของตัวเอง ชื่อว่า FTX Token หรือ FTT ที่พัฒนาขึ้นให้เป็นเหรียญประจำ Exchange คล้ายกับ Binance Coin บน Binance หรือ Bitkub Coin บน Bitkub ซึ่งผู้ถือครอง FTT ก็จะได้รับสิทธิประโยชน์ต่างๆ​ อาทิ จ่ายเป็นค่าธรรมเนียมในการซื้อขายหรือนำไปฝากไว้กับระบบเพื่อรับผลตอบแทน 

ปัจจุบัน FTX ได้รับการประเมินมูลค่ากิจการอยู่ที่ 1.8 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 5.9 แสนล้านบาท 

โดยแซม ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งและเจ้าของ มีทรัพย์สินอยู่กับตัวมากถึง 2.8 แสนล้านบาท​ ส่งเจ้าตัวเข้าสู่มหาเศรษฐีอันดับที่ 274 ของโลก​ และถูกยกให้เป็นผู้ทรงอิทธิพลในวงการคริปโทเคอร์เรนซี 

ทั้งหมดนี้คือเรื่องราวของ​ แซม​ ที่ปัจจุบันมีอายุ 29 ปี...

.

.


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
- ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
- รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
- สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
- แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก???? https://lin.ee/vfTXud9

‘หมอวรงค์’ ซัด ‘ไพบูลย์’ ความจำสั้น ทำไมงง ‘ระบอบทักษิณ’ เป็นอย่างไร ทั้งที่เคยขึ้นเวที กปปส. ไล่มาด้วยกัน

เมื่อวันที่ 9 ก.ย. นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม รักษาการหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Warong Dechgitvigrom ในหัวข้อ #ความจำสั้น โดยระบุว่า

ผมไปออกรายการ Topnews Talk คืนวันที่ 8 กันยายน 64 ไม่เห็นด้วย เรื่องบัตร 2 ใบ ผมกังวลว่าระบอบทักษิณจะกลับมา เพราะเขาถนัดเกมนี้

อ.ไพบูลย์งงว่า ระบอบทักษิณเป็นอย่างไร ทั้ง ๆ ที่เคยขึ้นเวทีกปปส.ไล่มาด้วยกัน

แสดงว่าบัตรสองใบ นอกจากนายทุน และโจรจะครองเมืองแล้ว ยังทำให้คนความจำสั้นด้วย


ที่มา : https://www.facebook.com/therealwarong/posts/2997063637231334

ราเมศ แจง แก้ รธน. ยึดหลักการดี บัตร 2 ใบ ปชช. ได้ประโยชน์ พรรคการเมืองควรดีใจ ยกเว้นยึดประโยชน์ตน

นายราเมศ รัตนะเชวง โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ได้กล่าวถึงกรณีที่มีพรรคการเมืองบางพรรคได้ออกมาโจมตีพรรคประชาธิปัตย์ในเรื่องการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญว่า

เรื่องนี้ทุกคนต้องตั้งหลักให้ดี ทุกขั้นตอนเป็นการดำเนินการผ่านกระบวนการของรัฐสภา พรรคประชาธิปัตย์ได้เสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญไป 6 ฉบับ พรรคการเมืองอื่นๆ ที่เสนอด้วยรวม 13 ฉบับ แต่มีเพียงร่างของพรรคเพียงฉบับเดียวที่ได้รับความเห็นชอบในวาระที่หนึ่ง ตามกลไกของระบบรัฐสภา มีสมาชิกรัฐสภาให้ความเห็นชอบ โดยเฉพาะ ส.ว. เห็นชอบถึง 210 เสียง จนกระทั่งในวาระที่สอง สมาชิกรัฐสภาก็ให้ความเห็นชอบในทุกมาตรา จนกระบวนการก็เข้าสู่การพิจารณาในวาระที่สาม จะเห็นว่าทุกอย่างเป็นไปตามหลักการ เพราะการลงมติของสมาชิกรัฐสภานั้นเป็นความเห็นพ้องต้องกันในการกำหนดให้มี ส.ส. เขต 400 คน ส.ส.บัญชีรายชื่อ 100 คน และให้มีบัตรเลือกตั้ง 2 ใบ ซึ่งเป็นหลักการที่เป็นไปประโยชน์กับประชาชนเพราะทำให้มีสิทธิและเสรีภาพมากขึ้นในการใช้สิทธิเลือกตั้ง ส่วนกระบวนการหลักเกณฑ์อื่นๆ ก็จะมีการยกร่างแก้ไขกฎหมายเลือกตั้งอีกครั้ง หากติดตามจะทราบดีว่าทั้งหมดเป็นไปตามหลักการกระบวนการผ่านกลไกรัฐสภา

นายราเมศกล่าวถึงการที่มีสมาชิกพรรคการเมืองบางพรรคกล่าวหา นายจุรินทร์กำลังจะยกอำนาจใส่พานให้ทักษิณนั้น ตนคิดว่าเป็นการบิดเบือนกล่าวหาซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่อยู่บนหลักการความเป็นจริง  ด้วยหลักการที่กล่าวมาจะทำให้ประชาชนได้ประโยชน์ มีสิทธิในการเลือก ส.ส. ที่รัก และมีเสรีภาพเลือกพรรคที่ชอบ ซึ่งสิทธิและเสรีภาพที่เพิ่มขึ้นนี้ เป็นสิ่งที่ใส่พานให้ประชาชน ถ้าหลักการที่เกิดขึ้นเป็นสิ่งที่ดีก็ไม่ควรนำปัจจัยอื่นมาทำลาย

“นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ คิดและทำเพื่อส่วนรวม เพื่อประชาชน การแก้รัฐธรรมนูญไม่ได้ใส่พานให้กับใคร แต่เป็นไปตามหลักการที่ต้องการเพิ่มสิทธิเสรีภาพให้ประชาชน ให้รัฐธรรมนูญเป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น เชื่อว่าสมาชิกรัฐสภาที่ได้ลงมติเห็นชอบมาแล้วในวาระหนึ่งและวาระสอง จะได้ลงมติเห็นชอบด้วยในวาระที่สามอย่างแน่นอน” นายราเมศกล่าวในที่สุด

“พระแท้ แม้ไม่ปิดทอง” พระพุทธศาสนากับ 'ในหลวงรัชกาลที่ 9' | MEET THE STATES TIMES EP.20

???? “พระแท้ แม้ไม่ปิดทอง” พระพุทธศาสนากับในหลวงรัชกาลที่ 9 ความเจริญทางจิตมิใช่วัตถุ
???? ธรรมะของของพ่อ! เรื่องราวสะท้อนผ่านพระบรมราโชวาทสุดล้ำค่า ที่พระราชทาน “มงคลชีวิต” แด่ปวงชนชาวไทย

???? ในรายการ MEET THE STATES TIMES ข่าวคุยเพลิน

???? ดำเนินรายการโดย หยก THE STATES TIMES

.

.


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก???? https://lin.ee/vfTXud9

ตราด - ผบ.ทร. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยม ฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด ทัพเรือภาคที่ 1

วันที่ 8 กันยายน 2564 เวลา 10.30 น. พลเรือเอก ชาติชาย ศรีวรขาน ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) พร้อม นางจุฬารัตน์ ศรีวรขาน นายกสมาคมภริยาทหารเรือและคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด ทัพเรือภาคที่ 1 อ.แหลมงอบ จ.ตราด โดยมี พลเรือโท โกวิท อินทร์พรหม ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 นางนุชนภา อินทร์พรหม ประธานชมรมภริยาทหารเรือ ทัพเรือภาคที่ 1 และ นาวาเอก ปฏิรูป อยู่พรหม ผู้บังคับการฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด ทัพเรือภาคที่ 1 ให้การต้อนรับ

การตรวจเยี่ยมฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด ทัพเรือภาคที่ 1 ในครั้งนี้ เป็นไปตามแผนการเดินทางตรวจเยี่ยมหน่วยในพื้นที่ชายแดน จังหวัดจันทบุรีและตราด เพื่อเป็นการขอบคุณกำลังพลที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ห่างไกล ด้วยความวิริยะอุตสาหะ ตลอดปีที่ผ่านมาอย่างเต็มกำลังความสามารถ

ในโอกาสนี้ ผู้บัญชาการทหารเรือ ได้ลงนามในสมุดตรวจเยี่ยม พร้อมมอบเครื่องอุปโภค บริโภค เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจให้กับกำลังพล รวมถึงกล่าวให้โอวาท โดยมีใจความตอนหนึ่งว่า “ขอแสดงความชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่ในทุกภารกิจที่ได้รับมอบหมายอย่างเต็มกำลังความสามารถในรอบปีที่ผ่านมา จนมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ และได้รับการยอมรับจากหน่วยงานและประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างดี ตลอดระยะเวลาที่ผมปฏิบัติราชการในกองทัพเรือมากกว่า 37 ปี มีความเชื่อมั่นอยู่เสมอว่า ทุกหน่วยงานของกองทัพเรือ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานขนาดใหญ่หรือขนาดเล็ก ล้วนเป็นเครื่องมือที่มีความสำคัญเท่าเทียมกัน เพราะทุกหน่วยงานเป็นกลไกอันสำคัญยิ่ง ในการช่วยกันขับเคลื่อนกองทัพเรือให้เจริญก้าวหน้ามาถึงทุกวันนี้”

“พลังสามัคคี พลังราชนาวี”


ภาพ/ข่าว  ฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด ทัพเรือภาคที่ 1 / กองกิจการพลเรือน ทัพเรือภาคที่ 1

นิราช / นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน

ชลบุรี-ภาคเอกชนร่วมมือลงนามสู่ความมั่นคงเพื่อเสริมสร้างความมั่นใจด้านน้ำ ทั้งภาคประชาชน และเมืองอุตสาหกรรมในอนาคต รองรับการเจริญเติบโตพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ( EEC )

ณ สถานีผลิตน้ำประปา มรกตสยาม บ. อินดัสเตรียล วอเตอร์รีซอร์สแมนเนจเม้นท์ จก.49/2 ม.4  ต.มาบโป่ง อ.พานทอง จ.ชลบุรี อีกก้าวที่สำคัญ สู่ความร่วมมือเสริมสร้างความมั่นคงด้านน้ำ อุปโภค /บริโภค และน้ำอุตสาหกรรม เพื่อรองรับการเจริญเติบโตของพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

บริษัท อินดัสเตรียล วอเตอร์ รีซอร์สแมนเนจเม้นท์ จำกัด (IWRM) นำโดย คุณธนวัฒน์ สันตินรนนท์ กรรมการบริษัท  ร่วมกับบริษัท Wewater Supply (กลุ่มบริษัทพนัสวิศวกรรม) นำโดย คุณมนัส ศุภศิริลักษณ์ และคุณพนัส ศุภศิริลักษณ์ กรรมการบริษัท 

จัดพิธีลงนาม "ความร่วมมือเสริมสร้างศักยภาพการบริหารจัดการน้ำภาคตะวันออก" โดยนำอ่างเก็บน้ำภาคเอกชนบริเวณ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี พื้นที่กว่า 600ไร่ กักเก็บน้ำหลาก ช่วงฤดูฝน คาดสามารถกักเก็บน้ำดิบได้ไม่น้อยกว่า10 ล้านลบ.ม.ต่อปี เป็นการร่วมมือจากภาคเอกชนในพื้นที่ ที่มีศักยภาพด้านบ่อดินลูกรังร้าง เพื่อกักเก็บน้ำ ร่วมกับ IWRM ภาคเอกชน ที่มีประสบการณ์ ด้านบริหารจัดการน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคและอุตสาหกรรม กว่า 17 ปี ในการลงนามครั้งนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจด้านน้ำ ในพื้นที่EEC อีกด้วย

ปทุมธานี - บิ๊กแจ๊ส อนุมัติงบ 25 ล้านให้กับพุทธศาสนา สร้างอาคารปฏิบัติธรรมและอุโบสถ ปลูกฝังเยาวชนประชาชนเป็นดี

เมื่อวันที่ 8 กันยายน 2564 ที่วัดโบสถ์ ตำบลบางกระบือ อำเภอสามโคก จังหวัดปทุมธานี พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานีพร้อมด้วยคณะบริหาร และเจ้าหน้าที่ อบจ.ปทุมธานี ร่วมมอบเงินอุดหนุนวัดโบสถ์เพื่อสมทบการก่อสร้างอาคารอเนกประสงค์สำหรับผู้ปฏิบัติธรรมจังหวัดปทุมธานี เป็นจำนวนเงิน 15,000,000 บาท โดยมี พระราชวรเมธาอาจารย์ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เจ้าอาวาสวัดโบสถ์ (ฝ่ายธรรมยุต) รับถวายเพื่อดำเนินการก่อสร้างอาคารปฏิบัติธรรม ส่วนวัดเทพสรธรรมาราม ตำบลบ้านใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดปทุมธานี  พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานีพร้อมด้วยคณะบริหาร และเจ้าหน้าที่ อบจ.ปทุมธานี ได้มอบเงินสมทบการก่อสร้างอุโบสถวัดเทพสรธรรมาราม เป็นเงินจำนวน 10,000,000 บาท

โดยมี พระอาจารย์เทียนชัย ชัยทีโป เป็นเจ้าอาวาสวัดเทพสรธรรมาราม รับถวาย ซึ่งขณะนี้ทางวัดอยู่ระหว่างการก่อสร้างอุโบสถเพื่อใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม และทำกิจกรรมของสงฆ์ทางพระพุทธศาสนาต่อไป ทางด้าน พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายก อบจ.ปทุมธานี กล่าวว่า เนื่องจากวัดโบสถ์เป็นวัดสายธรรมยุติมีการปฏิบัติธรรม แต่ยังขาดอาคารที่ใช้ปฏิบัติธรรม ทางวัดได้ของบประมาณส่วนหนึ่งมาทาง อบจ.จึงได้สนับสนุนเป็นงบประมาณ 15 ล้านบาท โดยทางวัดก็จะเดินหน้าก่อสร้างอาคารปฏิบัติธรรม ต่อไป ประชาชนและเยาวชนของเราจะได้เข้ามาร่วมกิจกรรมปฏิบัติธรรมภายในวัดแห่งนี้ ถือว่าโครงนี้เป็นการปลูกฝังให้เด็กเยาวชนของเราให้มีความเข้าใจเลื่อมใสในพระพุทธศาสนา รวมถึงเป็นการฟื้นฟูศาสนาของเราต่อไป

ในส่วนของการฉีดวัคซีนตนมีความมั่นใจว่าวัดทุกวัดในจังหวัดปทุมธานีทาง อบจ.ได้ดำเนินการฉีดพ่นฆ่าเชื้อทั้งภายในอาคารและภายนอกอาคาร รวมถึงพระสงฆ์ทุกองค์ในจังหวัดปทุมธานี ทั้งธรรมยุติและมหานิกาย ได้ฉีดวัคซีนทางเลือกซิโนฟาร์มให้พระสงฆ์ทุกรูปในจังหวัดปทุมธานี ทั้ง 2 เข็มเรียบร้อยแล้ว   ซึ่งทาง อบจ.ได้สร้างความมั่นใจให้กับพุทธศาสนิกชนที่มาทำบุญกับวัดทุกวัดในจังหวัดปทุมธานี อย่างปลอดภัย  ตนเองอยากจะทำกำไลริสแบนด์เป็นสัญลักษณ์ให้ทราบว่าฉีดครบ 2 เข็มแล้ว


ภาพ/ข่าว  ประภาพรรณ ขาวขำ/รายงาน

"สโมสรลูกพ่อเรย์และเพื่อน" แถลงข่าวเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ในคำว่า "สังคมแบ่งปัน"เพื่อสร้างสรรค์สังคมให้น่าอยู่

ณ มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ (พัทยา) บาทหลวง "ดร.พิชาญ ใจเสรี" เจ้าคณะพระมหาไถ่แห่งประเทศไทย / บาทหลวง "ภัทรพงศ์ ศรีวรกุล" ประธานมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ เป็นเกียรติให้โอวาทแด่คณะกรมการการบริหารงานของสโมสรฯและขอบคุณทุกท่านที่มีพลังแห่งศรัทธาร่วมกันสร้างคุณงามความดีข่วยเหลือคนพิการ คนยากไร้ คนเด้อยโอกาส ให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไปวันข้างหน้า

ในการนี้ "ดร.สุภรธรรม มงคลสวัสดิ์" ในฐานะประธานสโมสรฯได้กลาาสรายงานวัตถุประสงค์ เจตนารมย์ร่วมก่อตั้ง "สโมสรลูกพ่อเรย์และเพื่อน"  ที่เกิดจากการรวมกลุ่มกันของคนพิการ ที่เคยได้รับการอุปถัมภ์ดูแลจากคุณพ่อเรย์โดยทางตรงและทางอ้อม และมีความประสบสำเร็จในการดำเนินชีวิต มีงาน มีการทำ มีรายได้ และเป็นบุคคลที่ทําคุณประโยชน์ให้กับสังคมและประเทศชาติ และเป็นการมอบโอกาสส่งต่อให้น้องๆเด็กๆเยาวชนคนพิการรุ่นใหม่ และ คำว่า "เพื่อน" มาจากสังคมโดยรอบไม่ว่าจะเป็นเจ้าของสถานประกอบการ คนที่มีจิตใจโอบอ้อมอารี คนที่ช่วยเหลือผู้อื่นด้วยจิตอันเป็นกุศล ก็สามารถมาร่วมกันสร้างคุณงามความดีด้วยการช่วยเหลือและแบ่งปัน ต่อไป

ทั้งนี้ "สโมสรลูกพ่อเรย์และเพื่อน" เริ่มก่อตั้งจากจำนวนสมาชิก 9 ท่าน  ในวันที่ 9 เดือน 9 เวลา 9.19 น.
โดยมีรายนามคณะกรรมการ ดังนี้
1.ดร.ธนโชติ.  หาญเจริญอัศวสุข
 2.ดร.สุภรธรรม มงคลสวัสดิ์
3. อ.ณรงค์ ไปวันเสาร์
4.  อ. มานพ เอี่ยมสอาด
5.  คุณธนัช  คงคา
6. คุณชีวานนท์ พรรัตน์ธนิกกุล
7. ผอ.ชิด สุขหนู
8. อ.ประทีป ยอดสิงห์
9.นาย.สัมฤทธิ์  ชาภิรมย์

สรรพสามิต ตั้งศูนย์ปราบสินค้ากันบุหรี่เถื่อนระบาด

นายเกรียงไกร พัฒนาภรณ์ ผู้อำนวยการสำนักแผนภาษี และรองโฆษกกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า กรมสรรพสามิตได้จัดทำแผนประจำปีป้องกันและปราบปราบบุหรี่เถื่อน และทำแผนเฉพาะกิจในการปราบปรามบุหรี่ผิดกฎหมาย ซึ่งระดมกำลังเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบปราบปรามบริเวณชายแดน รวมถึงได้จัดตั้งศูนย์ปราบปรามสินค้าออนไลน์ เพื่อเฝ้าระวังและติดตามผู้กระทำผิด ผู้ต้องสงสัยทางอินเทอร์เน็ตและสื่อสังคมออนไลน์ และร่วมกับกรมศุลกากร ตำรวจ ทหาร เพื่อสกัดกั้นการลักลอบบุหรี่หนีภาษี

“ตอนนี้ในพื้นที่ภาคใต้ผู้บริโภคส่วนใหญ่หันไปสูบบุหรี่หนีภาษีหรือบุหรี่เถื่อนซึ่งมีราคาที่ถูกกว่า ส่งผลให้เกิดการลักลอบนำเข้าบุหรี่หนีภาษีเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันมีเส้นทางการค้าบุหรี่หนีภาษีจากประเทศเพื่อนบ้านที่ติดต่อกับชายแดนของประเทศไทยอย่างต่อเนื่องผ่านทางด่านชายแดน เช่น สระแก้ว ปัตตานี จันทบุรี สตูล สงขลา และจังหวัดต่าง ๆ ที่เป็นศูนย์กลางทางการค้า”

ทั้งนี้ในปีงบ 64 กรมฯ ได้จับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับสินค้าบุหรี่ผิดกฎหมายได้ 6,252 คดี ของกลาง 1.4 ล้านซอง ปรับเป็นเงิน 1,248 ล้านบาท โดยเป็นการจับกุมพื้นที่ชายแดนไทย-มาเลเซีย 1,792 คดี ของกลาง 815,981 ซอง ปรับ 1,063 ล้านบาท

น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เปิดเผย รัฐบาลเอาจริงเอาจังกับการจับกุมผู้กระทำความผิด เพื่อคุ้มครองผลประโยชน์เงินภาษีของรัฐ สร้างความเป็นธรรมให้กับผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจโดยสุจริต ที่สำคัญคือคำนึงถึงสุขภาพของประชาชน กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดูแลเรื่องนี้อย่างจริงจัง และขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสหรือข้อมูลที่เป็นประโยชน์เกี่ยวกับการลักลอบนำเข้าบุหรี่หนีภาษี แจ้งเจ้าหน้าที่เพื่อให้ได้เร่งปราบปรามแก้ไขปัญหาและขยายผลเพิ่มเติมต่อไป  

ลำพูน - ผู้ว่าฯ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินการตามมาตรการ Bubble and Seal ของ "แพนดอร่าฯ" พร้อมเตรียมจัดสถานที่พักโรงแรมเป็น Local Quarantine เพื่อรองรับพนักงานที่มีความเสี่ยงต่ำ และลดการติดเชื้อเพิ่ม

วันที่ (7 ก.ย. 64)  นายวรยุทธ เนาวรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน พร้อมด้วย นายแพทย์สุผล ตติยนันทพร นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดลำพูน , นายชาตรี กิติธนดิตถ์ ปลัดจังหวัดลำพูน , นายโยธิน ประสงค์ความดี นายอำเภอเมืองลำพูน , นายแพทย์โภคิน ศักรินทร์กุล นายแพทย์ชำนาญการพิเศษโรงพยาบาลลำพูน , ฝ่ายปกครองจังหวัด  ตลอดจนเจ้าหน้าที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง  ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินการ ตามมาตรการ Bubble and Seal   ณ ลานสนามบิน สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์  ตำบลป่าสัก อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน ถูกจัดให้เป็นสถานที่ Bubble and Seal ของบริษัท แพนดอร่าโพรดักชั่น จำกัด  มีพนักงานที่เข้ารับการสังเกตุอาการ จำนวน 700 คน                  

นายวรยุทธ เนาวรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดลำพูน กล่าวว่า จากสถานการณ์ ของสถานประกอบการ บริษัท แพนดอร่า มีพบผู้ติดเชื้อภายในสถานประกอบการและได้มีการดำเนินการตามมาตรการ Bubble and Seal นั้น  ทางคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัดฯ ได้รวบรวมข้อมูล และมีการวิเคราะห์ รวมถึงมีการติดตามสถานการณ์ อย่างต่อเนื่อง ตามลำดับ ในช่วงเวลานี้พนักงานบริษัท จำนวน 700 คน เดิมทีเป็นกะ 08  กะที่เวลาทำงานในช่วงกลางวันของทาง บริษัท แพนดอร่าฯ จำกัด นั้น ได้ย้ายออกมา และไม่ได้มีการปฏิบัติงานในช่วงเวลานี้  การทำ Bubble and Seal ต้องมีการปรับเปลี่ยน ประกอบกับการรวมพนักงานอยู่ ถึง 700 คน โดยไม่ได้มีการทำงานนั้น ก็อาจจะทำให้มีการเพิ่มยอดของผู้ติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นได้   

   

ทางจังหวัดลำพูน โดยคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด ได้มีการปรับกระบวนการดำเนินงานเพิ่มเติม คือ ในส่วนของผู้ที่มีการติดเชื้อโควิด-19 ของพนักงาน บริษัท แพนดอร่าฯ ช่วงเวลานี้ จะมีการดำเนินการย้ายไปรักษาตัวที่ โรงพยาบาลสนาม หรือ โรงพยาบาลสนามของทาง บริษัท แพนดอร่าฯ เอง ส่วนที่ไม่เป็นผู้ป่วยแต่เป็นผู้ที่มีความเสี่ยง จะดำเนินการนำแยกออกไปสังเกตอาการ ที่โรงแรม ที่พักต่างๆ ที่เป็น Local Quarantine ในพื้นที่จังหวัดลำพูน

ทั้งนี้  เพื่อเป็นการบริหารการป้องกันการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในหมู่พนักงานเอง และในส่วนของพี่น้องประชาชนในภาพรวมของจังหวัดลำพูนจะได้มีความปลอดภัยต่อการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 การบริหารจัดการนั้นเป็นไปตามขั้นตอน ได้มีการคัดแยก กลุ่มคน และมีการนำพนักงาน เข้าสู่ที่พักในโรงแรม ที่ทางจังหวัดจัดเตรียมไว้ ตามมาตรการของทางสาธารณสุข ขอให้เชื่อมั่นในความปลอดภัย และมาตรการต่าง ๆ ที่ทางจังหวัด ได้มีการประชุมเตรียมพร้อม โดยทางผู้บริหาร บริษัท แพนดอร่าฯ เอง ได้ให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ในการดำเนินการไปพร้อม ๆ กัน ที่สำคัญคือพี่น้องพนักงาน บริษัท แพนดอร่าฯ ได้มีความเข้าใจและได้มีการเตรียมตัว เข้าสู่ จุดต่าง ๆ ที่ทางจังหวัดลำพูน และทาง บริษัท แพนดอร่าฯ ได้เตรียมพร้อมในช่วงเวลา ต่อไป


ภาพ/ข่าว  กรรณิการ์ วิจิตรสกลการ / ผู้สื่อข่าวภูมิภาค จังหวัดลำพูน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top