Friday, 26 June 2026
TheStatesTimes

คลังปรับ “ยิ่งใช้ยิ่งได้” ใช่สั่งซื้อเดลิเวอรีออนไลน์ได้

น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กระทรวงการคลัง ได้ปรับเงื่อนไขการใช้จ่ายโครงการ ยิ่งใช้ยิ่งได้ โดยเปิดโอกาสให้ร้านอาหารที่เข้าร่วมโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้สามารถเข้าร่วมแพลตฟอร์มเดลิเวอรีออนไลน์ได้ ตั้งแต่ช่วงเดือนต.ค.64 ในลักษณะเดียวกับร้านอาหารในโครงการคนละครึ่ง เพื่อให้ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ สามารถสั่งอาหารผ่านแพลตฟอร์มสั่งอาหารเดลิเวอรี่ออนไลน์ได้

สำหรับยอดใช้จ่ายผ่านโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ ล่าสุดมีการใช้จ่ายไปแล้วกว่า 1,700 ล้านบาท โดยโครงการยิ่งได้ใช้ได้ยังมีสิทธิคงเหลือเข้าร่วมโครงการอีก 929,340 สิทธิ ส่วนกรณีที่ภาคเอกชนเสนอปรับเพิ่มวงเงินการใช้จ่ายผ่านโครงการ ยิ่งใช้ยิ่งได้ ให้สามารถซื้อสูงสุดถึง 500,000 บาทนั้น ขณะนี้กระทรวงการคลังยังใช้หลักเกณฑ์เดิมอยู่ คือการใช้จ่ายสูงสุด 60,000 บาท จะได้รับบัตรกำนัลอิเล็กทรอนิกส์ (e-voucher) มูลค่าสูงสุด 7,000 บาท โดยใช้จ่ายสูงสุดไม่เกินวันละ 10,000 บาท ซึ่งมีระยะเวลาใช้จ่ายผ่านจี-วอลเล็ตบนแอปพลิเคชั่นเป๋าตัง เพื่อมาคำนวณสิทธิ e-voucher ถึง 30 พ.ย.นี้

ส่วนความคืบหน้าโครงการคนละครึ่ง ที่ผ่านมาได้เชิญผู้ให้บริการฟูด เดลิเวอรี่ ร่วมประชุมผ่านระบบออนไลน์ เพื่อทำความเข้าใจและเตรียมความพร้อมสำหรับการใช้จ่ายโครงการคนละครึ่งผ่านแพลตฟอร์มดังกล่าว เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ได้รับสิทธิ์คนละครึ่ง กว่า 27 ล้านคน ซึ่งคาดว่าจะเริ่มใช้ในเดือนต.ค.นี้

นอกจากนี้กระทรวงการคลัง ยังอยู่ระหว่างการพิจารณาข้อเสนอให้นำโครงการช้อปดีมีคืนกลับมากระตุ้นการใช้จ่ายอีกครั้ง ส่วนจะออกมาในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้เลยหรือไม่นั้น จะพิจารณาตามสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิดอย่างไรก็ดี ช่วงไตรมาสสุดท้ายจะยังมีเม็ดเงินจากโครงการคนละครึ่ง และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ ที่จะยังออกได้

สปสช. เผย จ่ายเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบหลังจากการฉีดวัคซีนแล้ว เป็นเงินกว่า 110 ล้านบาท

2 ก.ย. 64 นพ.จเด็จ ธรรมธัชอารี เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เปิดเผยว่า หลังจากที่ สปสช.เปิดให้ผู้มีอาการไม่พึงประสงค์หลังจากฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 สามารถยื่นขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นตั้งแต่วันที่ 19 พ.ค. 64 ข้อมูลจนถึงวันที่ 27 ส.ค. 64 ที่ผ่านมา มีผู้ยื่นคำร้องเข้ามาทั้งหมดจำนวน 3,888 รายและยังอยู่ระหว่างรอข้อมูลเพิ่มเติมอีก 99 ราย โดยทางคณะอนุกรรมการระดับเขตได้พิจารณาจ่ายเงินชดเชยแล้ว 2,875 ราย และพิจารณาไม่จ่าย 914 ราย รวมเป็นเงินที่จ่ายชดเชยเบื้องต้นไปแล้ว 110,295,000 บาท 

นพ.จเด็จ กล่าวว่า หลักเกณฑ์การพิจารณาจ่ายเงินเยียวยาเบื้องต้นจะแบ่งเป็น 3 ระดับตามความรุนแรงของอาการไม่พึงประสงค์นั้น ๆ โดยระดับ 1.) มีอาการป่วยต้องรักษาต่อเนื่อง จ่ายไม่เกิน 1 แสนบาท มีผู้รับเงินเยียวยาแล้ว 2,641 ราย ระดับ 2.) เกิดความเสียหายถึงขั้นสูญเสียอวัยวะหรือพิการจนมีผลต่อการดำรงชีวิต จ่ายไม่เกิน 2.4 แสนบาท มีผู้รับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว 12 ราย และ ระดับ 3.) กรณีเสียชีวิตหรือทุพพลภาพถาวร จ่ายไม่เกิน 4 แสนบาท มีญาติผู้เสียชีวิตรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นแล้ว 222 ราย  

นพ.จเด็จ กล่าวด้วยว่า หากพิจารณาแยกตามเขต พบว่าสปสช.เขต 13 กทม. มีผู้ยื่นคำร้องเข้ามามากที่สุด จำนวน 840 ราย รองลงมาคือ สปสช.เขต 1 เชียงใหม่ จำนวน 559 ราย และ สปสช.เขต 10 อุบลราชธานี 451 ราย อย่างไรก็ดี หากพิจารณาจากจำนวนเงินที่มีการจ่ายเยียวยาไป พบว่า สปสช.เขต 4 สระบุรี จ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นจำนวนประมาณ 13 ล้านบาท รองลงมาคือ สปสช.เขต 10 อุบลราชธานี จำนวนประมาณ 11 ล้านบาท และ สปสช.เขต 6 ระยอง จ่ายเงินแล้วจำนวนประมาณ 10 ล้านบาท ส่วนเขตที่มีผู้ยื่นคำร้องมากที่สุดอย่าง สปสช.เขต 13 กทม. มีการจ่ายเงินเยียวยาไปแล้ว ประมาณ 7.5 ล้านบาท 

นพ.จเด็จ กล่าวว่า หลักการจ่ายเงินเยียวยาเบื้องต้นแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 ของ สปสช.นั้น ไม่ไช่การพิสูจน์ถูกผิดหรือชี้ชัดว่าเป็นผลที่เกิดจากการฉีดวัคซีนแต่อย่างใด แต่เป็นเงินเยียวยาเพื่อลดผลกระทบที่เกิดแก่ประชาชนเมื่อมีอาการไม่พึงประสงค์เกิดขึ้น ซึ่งแม้ในภายหลังจะสามารถพิสูจน์ได้ว่าสาเหตุของอาการต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นไม่ได้มาจากวัคซีน ก็ไม่เป็นเหตุให้เรียกเงินคืนแต่อย่างใด 

ทั้งนี้ ผู้ได้รับผลกระทบจากการฉีดวัคซีนโควิด-19 สามารถยื่นคำร้องขอรับเงินช่วยเหลือเบื้องต้นได้ใน 3 จุด คือ ที่หน่วยบริการที่ไปรับการฉีด ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัด หรือที่ สปสช.เขตพื้นที่ ซึ่งหลังจากได้รับคำร้องแล้ว จะมีคณะอนุกรรมการในระดับเขตซึ่งประกอบด้วยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและตัวแทนภาคประชาชนเป็นผู้พิจารณาว่าจะจ่ายเงินเยียวยาหรือไม่และจ่ายเป็นจำนวนเท่าใด ตามหลักฐานทางการแพทย์และระดับความหนักเบาของอาการไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้น เมื่อมีผู้มายื่นคำร้องแล้ว คณะอนุกรรมการฯ ระดับเขตพื้นที่จะเร่งพิจารณาให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่งในกรณีที่ผู้ยื่นคำร้องไม่เห็นด้วยกับผลการวินิจฉัย ก็มีสิทธิยื่นอุทธรณ์ต่อเลขาธิการ สปสช. ได้ภายใน 30 วันนับแต่วันที่ทราบผลการวินิจฉัย


ที่มา : https://www.naewna.com/local/599297


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก???? https://lin.ee/vfTXud9

'เกาหลีเหนือ' ปฏิเสธไม่รับวัคซีนซิโนแวค ให้เหตุผลคุมโควิดดีแล้วและยังมีชาติอื่นจำเป็นมากกว่า

2 ก.ย. 64 เว็บไซต์ นสพ.The Straits Times ของสิงคโปร์ เสนอข่าว North Korea rejects offer of nearly 3 million Sinovac Covid-19 vaccines ระบุว่า เกาหลีเหนือปฏิเสธรับวัคซีนโควิด-19 สัญชาติจีน ยี่ห้อซิโนแวค จำนวน 3 ล้านโดส โดยอ้างว่าควรนำไปบริจาคให้ประเทศที่จำเป็นต้องได้รับก่อนดีกว่า อีกทั้งยังอ้างด้วยว่าไม่พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 แม้แต่รายเดียว ด้วยมาตรการควบคุมอย่างเข้มงวด ทั้งการปิดประเทศและควบคุมการเดินทางในประเทศ

รายงานข่าวยังอ้างข้อมูลจากหน่วยงานข่าวกรองของเกาหลีใต้ ระบุว่า เมื่อเดือน ก.ค. 64 เกาหลีเหนือยังปฏิเสธวัคซีนสัญชาติอังกฤษ ยี่ห้อแอสตราเซเนกา เนื่องจากกังวลเรื่องผลข้างเคียง ส่วนประเด็นไม่รับวัคซีนจีนนั้นคาดว่าน่าจะมาจากเรื่องประสิทธิภาพ แต่พบว่าสนใจวัคซีนของรัสเซีย ทั้งนี้ หลายประเทศที่ใช้วัคซีนซิโนแวค เช่น ไทย อุรุกวัย เริ่มให้วัคซีนชนิดอื่นสำหรับผู้ที่ฉีดซิโนแวคเป็นเข็มแรกเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันโรค

ด้านองค์กร GAVI เจ้าภาพหลักของโคแว็กซ์ โครงการจัดหาและกระจายวัคซีนโควิด-19 ให้กับประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ชี้แจงว่า ยังคงทำงานกับเกาหลีเหนือเพื่อรับมือกการระบาดของไวรัสโควิด-19 ขณะที่องค์กรยูนิเซฟ เปิดเผยว่า กระทรวงกิจการสาธารณะของเกาหลีเหนือ ยังคงติดต่อกับโคแว็กซ์เพื่อรับวัคซีนในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า


ที่มา : https://www.naewna.com/inter/599264


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก???? https://lin.ee/vfTXud9

จับตา 3 บริษัท เดินหน้าทดลองยาเม็ดต้านโควิดโค้งสุดท้าย ด้าน ไฟเซอร์ เล็งขออนุมัติสิ้นปีนี้

บริษัท Pfizer ผู้ผลิตวัคซีนต้านโควิด-19 เผยถึงความคืบหน้าในการพัฒนายา PF-07321332 ซึ่งเป็นยาต้านโควิด-19 ชนิดเม็ด สำหรับผู้ป่วยที่แสดงอาการแต่ไม่ได้รับการรักษาในโรงพยาบาล

โดยขณะนี้ยาดังกล่าวกำลังอยู่ระหว่างการทดลองระยะที่ 2 และระยะที่ 3 ซึ่งคาดว่าจะยื่นขออนุมัติจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาสหรัฐ (FDA) ในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้

Pfizer เผยว่าในการทดลองมีอาสาสมัครซึ่งเป็นผู้ป่วยโควิด-19 จำนวน 1,140 คน ที่ได้รับยา PF-07321332 ซึ่งออกแบบมาเพื่อยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่สำคัญของไวรัสโคโรนา ควบคู่กับยาริโทนาเวียร์ (ritonavir) ในปริมาณเล็กน้อย ซึ่งโดยปกติแล้วผู้ป่วยจะได้รับยาตัวนี้ร่วมกับยาต้านไวรัสตัวอื่น ๆ

บริษัทผู้ผลิตคาดว่าหากการทดลองประสบความสำเร็จจะสามารถยื่นขออนุมัติใช้ในกรณีฉุกเฉินภายในไตรมาสที่ 4 ของปีนี้

ด้านบริษัท Merck & Co Inc จากสหรัฐฯ ก็กำลังอยู่ระหว่างการทดลอง molnupiravir ยาเม็ดต้านโควิด-19 ในระยะสุดท้ายเช่นกัน

โดยจะทำการประเมินว่าตัวยาจะช่วยลดความเสี่ยงในการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลและการเสียชีวิตของผู้ป่วยโควิด-19 ได้หรือไม่ โดยคาดการณ์ว่าจะยื่นขออนุมัติใช้ในกรณีฉุกเฉินภายในสิ้นปีนี้

เช่นเดียวกับ Roche Holding AG บริษัทเวชภัณฑ์สัญชาติสวิสซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการทดลองยาเม็ดต้านโควิด-19 ในระยะที่ 3 เช่นกัน

โดยมีการเปิดเผยข้อมูลการทดลองเบื้องต้นเมื่อเดือนมิ.ย. ที่ผ่านมาว่า AT-527 ยาต้านโควิด-19 ชนิดเม็ดของบริษัทช่วยลดปริมาณไวรัสในร่างกายของผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล

ทั้ง Pfizer, Merck และ Roche Holding AG เป็นบริษัทที่มีความคืบหน้ามากที่สุดในการพัฒนายาเม็ดต้านโควิด-19 ท่ามกลางการจับตามองว่าบริษัทใดจะสามารถพัฒนายาเม็ดรักษาโควิด-19 ได้สำเร็จเป็นเจ้าแรกของโลก


ที่มา : https://www.posttoday.com/world/662120


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก???? https://lin.ee/vfTXud9

คปภ. จี้ บริษัทประกันเร่งจ่ายเคลมโควิด หลังมีการร้องเรียนจ่ายล่าช้า

นายสุทธิพล ทวีชัยการ เลขาธิการ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ คปภ.ได้ออกคำสั่งเพิ่มเติมเพื่อแก้ปัญหาการเคลมประกันภัยโควิดเจอจ่ายจบ ล่าช้า มีผลตั้งแต่ 1 ก.ย.ที่ผ่านมา โดยกำหนดให้บริษัทที่มีปัญหาเรียกร้องการจ่ายเคลมตั้งแต่ 100 เรื่องขึ้นไป ต้องจัดตั้งหน่วยงานรับเรื่องเรียกร้องเคลมโควิดขึ้นมา และกำหนดให้ตรวจสอบเอกสารเรียกร้องค่าสินไหมให้เสร็จใน 3 วัน หากเอกสารครบถ้วนต้องจ่ายเคลมภายใน 15 วัน แต่ถ้าไม่ครบต้องรีบแจ้งผู้เอาประกันภัยภายในเดียวกับที่ตรวจ และให้จ่ายหลังจากนั้นภายใน 15 วันหลังยื่นเอกสารแล้ว 

ส่วนในกรณีมีปัญหาการตีความและหาข้อยุติไม่ได้ ให้บริษัทประกันเสนอความเห็นต่อ คปภ. ภายใน 7 วัน รวมถึงรายงานผลทุก 15 วัน ซึ่ง คปภ.ได้ตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจ 4 ชุด มาช่วยพิจารณาประกันในส่วนเจอจ่ายจบ ค่าชดเชยรายวัน ค่ารักษาพยาบาล และอื่น ๆ เป็นการเฉพาะ รวมถึงหากพบล่าช้าเกิน 15 วัน และเข้าข่ายประวิงเวลาก็จะใช้กฎหมายเล่นงาน

นอกจากนี้ คปภ. ยังตรวจสอบความเสี่ยงของบริษัท และจะมีการผ่อนเกณฑ์กำกับดูแลชั่วคราว เพื่อให้บริษัทประกันภัยสามารถจ่ายเคลมประกันโควิดถึงมือประชาชนได้รวดเร็วขึ้น เพราะที่ผ่านมายอมรับว่ายอดเคลมเข้ามาค่อนข้างมาก วันหนึ่งนับพันรายทำให้อาจมีปัญหาดำเนินการ ซึ่ง คปภ.พยายามเข้าอุดรอยรั่วต่าง ๆ เพื่อดูแลประชาชนให้ได้ประโยชน์ที่สุด 

อย่างไรก็ดี ล่าสุดช่วงเช้าวันนี้ (2 ก.ย. 64) ได้กลับมาเป็นประเด็นร้อนบนโลกออนไลน์อีกจนได้สำหรับเรื่องราวของลูกค้าประกันภัยโควิดเจอจ่ายจบ ที่ไม่จบเสียที เมื่อเกิดกรณีลูกค้าบุกไปปิดล้อมหน้าตึกทำการสนง.ใหญ่ของบริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัดย่านสีลม หลังจากได้เรื่อง ยื่นเคลมประกันภัยโควิด-19 กับทางบริษัท ซึ่งยังคงเป็นประเด็นค้างคาไว้เดิม สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ยื่นเอกสารแล้ว บริษัททำเรื่องล่าช้าบ้าง ติดต่อทางบริษัทไม่ได้บ้าง ทั้งที่โฆษณาไว้ว่า เคลมจ่ายเงินใช้เวลาแค่ 1 วัน

โดยล่าสุด ได้มีสมาชิกผู้ใช้ทวิตเตอร์รายหนึ่งที่ใช้ชื่อว่า @anuwat2012 ได้โพสต์คลิปลูกค้าจำนวนมาก บุกไปยัง บริษัท อาคเนย์ประกันภัย จำกัด บริเวณสีลม โดยได้รุบะขุ้ความว่า “ลูกค้าประกันภัยโควิด-19 ปิดหน้าบริษัทอาคเนย์ประกันภัยสีลม หลังจากยื่นเคลมแล้วไม่ได้รับเงินสินไหมตามที่ได้ซื้อประกันไว้"


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก???? https://lin.ee/vfTXud9

'ผศ.ดร.วรัชญ์' ยื่นเรื่องต่อ กสทช. สอบผู้ประกาศข่าว เหตุชวนข้ามข่าว 2 ทุ่ม ถือว่าเป็นการด้อยค่าสถานบันหรือไม่?

ผศ.ดร.วรัชญ์ ครุจิต รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) และที่ปรึกษา ศบค. โพสต์เฟซบุ๊กว่า... 

เมื่อคืนนี้ (1 ก.ย.) กัลยาณมิตรท่านหนึ่ง ซึ่งเป็นข้าราชการระดับสูง ได้แจ้งผม พร้อมทั้งส่งลิงก์มาให้ดู ว่า... 

มีรายการข่าวทางโทรทัศน์ช่องหนึ่ง (ช่องที่ช่วงหลังมานี้ทำข่าวด้วยอคติจนเนื้อหาผิดพลาดอย่างร้ายแรงหลายครั้ง จนทางการต้องออกมาบอกชี้แจงว่าเป็นข่าวปลอม และเมื่อผมไปทักท้วง ก็เรียกผมว่าเป็น "นักวิชาเกิน") 

ได้มีการกล่าวข้อความที่ไม่เหมาะสม คือ หลังจากนำเสนอข่าวของรายการในช่วงแรกเสร็จ ก่อนจะตัดเข้าสู่ช่วงข่าวในพระราชสำนัก ผู้ประกาศคนหนึ่งได้กล่าวว่า... 

"เราจะมาเจอกันอีกรอบนึง เป็นยกสอง ของ (ชื่อรายการ) หลังข่าวในพระราชสำนักนะครับ" 

และกล่าวต่อไปว่า "พักไปอาบน้ำอาบท่า แป๊บเดียวเท่านั้น แล้วเดี๋ยวมาพบเจอกับ (ชื่อผู้ประกาศ) กันต่อ"

ซึ่งความหมาย หากใครฟังก็คงเข้าใจได้ว่า ช่วงข่าวในพระราชสำนัก เป็นช่วงที่ไม่มีความสำคัญ ไม่ต้องดู ไปอาบน้ำ ไปทำอะไรอย่างอื่นก่อน จบแล้วค่อยมาดูข่าวกันต่อ ซึ่งไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ ก็เป็นความไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง 

บางคนอาจจะคิดว่าไม่ใช่เรื่องใหญ่ อาจจะเป็นแค่การพูด "หลุดปาก" แต่หากผู้ประกาศข่าวเผยแพร่ความคิดเช่นนี้ต่อคนจำนวนมากไปเรื่อย ๆ ก็เป็นการด้อยค่า กัดเซาะ บ่อนทำลายความสำคัญของสถาบันหลักของชาติอย่างแน่นอน และคำว่า "หลุดปาก" จริง ๆ แล้วก็คือการแสดงตัวตนของบุคคลคนนั้นนั่นเอง

ข้าราชการท่านนี้ จึงบอกผมว่า ฟังแล้วอึดอัดใจมาก จึงมาปรึกษาผมว่าควรจะทำอย่างไร ตัวท่านเองก็ได้แจ้งทางผู้บังคับบัญชาไปอีกชั้นหนึ่งด้วย 

ผมจึงได้ร้องเรียนต่อ กสทช. ในนามประชาชนคนหนึ่งที่จงรักภักดี และจะคอยติดตามผลแนวทางการดำเนินการของ กสทช. ในกรณีนี้ ว่าจะให้ความสำคัญมากน้อยเพียงใด และจะแจ้งให้ทุกท่านทราบผลต่อไปครับ

หมายเหตุ: ไม่ได้อยู่บนถนนวิภาวดีครับ


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก???? https://lin.ee/vfTXud9

“สท.เจี๊ยบ” วสิตา  บุญริ้ว  ลงพื้นที่แพรกษา เยี่ยมให้กำลังใจผู้ป่วยโควิด-19  พร้อมมอบถุงยังชีพแก่ผู้ติดเชื้อ  ฝ่าวิกฤตโควิด-19

นางวสิตา  บุญริ้ว  สมาชิกสภาเทศบาลเมืองแพรกษา  เขต 3  พร้อมด้วย  คณะเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองแพรกษา  ลงพื้นที่ภายในชุมชนเขตพื้นที่  ต.แพรกษา  อ.เมือง  จ.สมุทรปราการ  เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจประชาชนที่ติดเชื้อโควิด-19  ตามชุมชนต่างๆ พร้อมกับนำถุงยังชีพไปมอบให้กับผู้ติดเชื้อโควิด-19  ที่ต้องกักตัวภายในบ้านพักเพื่อประเมินอาการป่วย

โดยการลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจประชาชนที่ติดเชื้อโควิด-19  นั้น  นางวสิตา  บุญริ้ว  สมาชิกสภาเทศบาลเมืองแพรกษา  ตลอดจนคณะสมาชิกสภาเทศบาลเมืองแพรกษามีความห่วงใยพี่น้องประชาชนในชุมชนที่ติดเชื้อโควิด-19  ประกอบกับสถานการณ์ในปัจจุบันที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19  อย่างต่อเนื่อง  อีกทั้งยังเป็นตัวแทนของทางเทศบาลเมืองแพรกษา  นำถุงยังชีพมามอบให้กับผู้ติดเชื้อเนื่องจากทางเทศบาลเมืองแพรกษา  มีความห่วงใยพี่น้องประชาชนที่ต้องกักตัวภายในบ้านพักเพื่อประเมินอาการป่วย  และยังแสดงออกถึงความห่วงใยที่มีต่อประชาชนในเขตพื้นที่เทศบาลเมืองแพรกษา

อย่างไรก็ตาม  การลงพื้นที่เยี่ยมให้กำลังใจประชาชนผู้ติดเชื้อภายในชุมชนต่างๆ นั้น  นางวสิตา  บุญริ้ว  สมาชิกสภาเทศบาลเมืองแพรกษา  ยังได้รับความร่วมมือจากทางร้านข้าวแกงละเวิก  นำอาหารแห้งประเภทอาหารกล่องมาร่วมสนับสนุนนำไปแจกให้กับผู้ติดเชื้อโควิด-19  อีกด้วย  สำหรับถุงยังชีพที่นำมามอบให้กับผู้ติดเชื้อโควิด-19  ทางเทศบาลเมืองแพรกษาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนได้ในระดับหนึ่งและขอให้ประชาชนมีความอดทนเพื่อที่เราจะก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปด้วยกัน

‘เกาะติดภารกิจพันธมิตรจิตอาสา’ มอบข้าวปันอิ่มชุมชนพหลโยธิน 66 รวมใจพัฒนา หวังสร้างความสุข เติมรอยยิ้ม สู้ภัยโควิดไปด้วยกัน

เกาะติดภารกิจพันธมิตรจิตอาสา วันที่ 2 กันยายน ที่ชุมชนพลโยธิน 66 รวมใจพัฒนา เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร น.อ.วันชัย ทับเงิน ประธานกรรมการชุมชน พร้อมคณะกรรมการ รับมอบข้าวกล่องพร้อมทานจาก "ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจสู้ภัยโควิด-19" เพื่อบรรเทาทุกข์แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดเชื้อโควิด-19 จากนายสมชาย จรรยา อุปนายก สมาคมผู้สื่อข่าวและช่างภาพอาชญากรรมแห่งประเทศไทย ร่วมกับพันธมิตรจิตอาสาจากองค์กรต่างๆ ประกอบด้วย มูลนิธิสหชาติ สำนักข่าว News Online Thailand เว็ปไซต์ข่าวจั่นเจา Canchaonews.com หนังสือพิมพ์ดีดีโพสต์ นิวส์ เพื่อส่งมอบถึงมือชาวบ้านได้ปันอิ่ม

นายสมชาย จรรยา เปิดเผยว่า กิจกรรมที่สมาคมฯร่วมกับพันธมิตรจิตอาสาครั้งนี้ ได้ดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 16 สิงหาคม จนถึงวันที่ 26 กันยายน โดยเป็นสะพานบุญ รับมอบเพื่อส่งต่อข้าวกล่องพร้อมทานโครงการ "ครัวปันอิ่ม ร้อยเรียงใจสู้ภัยโควิด-19" ของบริษัทในเครือซีพี  และ น้องเทนนิส พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ นักเทควันโดเหรียญทองโอลิมปิก 2020 ร่วมส่งกำลังใจถึงพี่น้องประชาชนผ่าน “ข้าวกล่องปันอิ่ม”

นำไปมอบให้พี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากพิษโควิด ทั้งในกรุงเทพ ปริมณฑล และพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากแพร่ระบาดเชื้อโควิด เพื่อช่วยเหลือให้ทุกคนก้าวผ่านวิกฤติไปด้วยกัน ซึ่งวันนี้มอบให้กับชุมชนตั้งอยู่ตะเข็บรอยต่อระหว่างกรุงเทพมหานครฝั่งเหนือ ติดกับ จ.ปทุมธานี

ด้านน.อ.วันชัย ทับเงิน กล่าวว่า ชุมชนแห่งนี้มีผู้พักอาศัยจำนวน 108 ครัวเรือน มีสมาชิกกว่า 400 คน มีผู้ที่ติดเชื้อโควิด และส่งตัวไปทำการรักษายังโรงพยาบาลแล้ว 4 ราย และผู้ป่วยติดเตียงอีก 2 ราย โดยภายในชุมชนมีทั้งผู้ป่วยติดเตียง คนพิการ ผู้ติดเชื้อโควิด คนตกงาน ล้วนได้รับผลกระทบจากการแพร่เชื้อไวรัสโคโรนา

นอกจากนี้ พันธมิตรจิตอาสา ยังนำข้าวกล่องพร้อมทานส่งมอบให้กับ พนักงานทำความสะอาดกทม. วินมอเตอร์ไซค์รับจ้าง และคนเร่ขายไอศครีม ได้ปันอิ่ม

สภาอุตฯ ผนึกพันธมิตร เร่งผลักดัน BCG Model พร้อมพัฒนาแล้ว 5 คลัสเตอร์อุตสาหกรรม

(2 ก.ย. 64) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมกับ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) และคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมมือดำเนินโครงการการปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรมไทยสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน เพื่อยกระดับภาคธุรกิจ 5 คลัสเตอร์อุตสาหกรรม และสอดคล้องกับนโยบายภาครัฐ BCG ในฐานะวาระแห่งชาติ

นายสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า สภาอุตสาหกรรมฯ ได้ร่วมผลักดันและดำเนินงานตามนโยบาย BCG ของประเทศ ภายใต้ 3 กลยุทธ์ คือ 1.) การพัฒนาโมเดล BCG และการขยายผล 2.) การพัฒนาและถ่ายทอดองค์ความรู้และประสบการณ์ และ 3.) การพัฒนามาตรฐานและการสนับสนุนด้านนโยบาย โดยมีเป้าหมายให้เศรษฐกิจเติบโตและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีการใช้ทรัพยากรบริสุทธิ์น้อยลง และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้เกิดเป็นรูปธรรม โดยมีกิจกรรมสำคัญ อาทิ…

>> การส่งเสริม Smart Agriculture Industry 
>> การพัฒนา Platform การบริหารจัดการวัสดุที่ไม่ใช้แล้วหรือที่เรียกว่า “Circular Material Hub” 
>> การจัดทำข้อตกลงร่วมบรรจุภัณฑ์พลาสติก PET ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม 
>> การส่งเสริมการจัดขยะพลาสติกภายใต้การสนับสนุน AEPW 
>> การพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงนิเวศ 

รวมถึงโครงการการปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรมไทยสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน ที่เป็นความร่วมมือระหว่างสภาอุตสาหกรรมฯ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) และคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

รศ.ดร.สิรี ชัยเสรี ผู้อำนวยการ หน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของประเทศ (บพข.) กล่าวว่า ในฐานะผู้ให้ทุนการสนับสนุนการดำเนินโครงการฯ ได้เล็งเห็นถึงบทบาทภาคอุตสาหกรรม ที่เป็นเครื่องจักรสำคัญในการขับเคลื่อน BCG ให้เกิดขึ้นจริง ซึ่งโครงการฯ จะเน้นการศึกษาวิจัย BCG Model ในทางวิชาการและสร้างการเรียนรู้ แลกเปลี่ยนแนวทางการดำเนินธุรกิจ BCG เพื่อนำไปสู่การปรับใช้ในทางธุรกิจให้เกิดขึ้นจริง หลังจากที่ผลการศึกษาเสร็จสิ้น บพข. และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องมีความพร้อมที่จะสนับสนุนผู้ประกอบการในโครงการ ด้วยนโยบายการสนับสนุนทางการเงิน ภาษี การลงุทน กฎระเบียบ การพัฒนาทรัพยากรบุคคล โครงสร้างพื้นฐาน การวิจัยและพัฒนาและการตลาด เพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถสร้างประโยชน์จากผลการวิจัยโครงการฯ ให้เกิดขึ้นจริงกับธุรกิจ 

ศ.ดร.จักรพันธ์ สุทธิรัตน์ รองอธิการบดี ด้านการวิจัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้ความสำคัญกับนโยบาย BCG เพื่อให้สอดคล้องกับแผนปฏิบัติการด้านการขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศไทยด้วยโมเดลเศรษฐกิจ BCG พ.ศ. 2564-2570 โดยความร่วมมือในโครงการนี้ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จะส่งเสริมและสนับสนุนในด้านวิชาการ ทั้งในเชิงองค์ความรู้เกี่ยวกับ Circular Economy และวิธีการวิจัยที่เป็นมาตรฐาน เพื่อใช้เป็นแนวทางการทำ Focus Group และจัดทำ Guidelines เพื่อให้ผู้ประกอบการในคลัสเตอร์อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง สามารนำแนวทางไปปรับใช้และพัฒนาธุรกิจ เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ 

นายเกรียงไกร เธียรนุกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวเสริมว่า สายงานส่งเสริมและสนับสนุนอุตสาหกรรม ส.อ.ท. ได้รับมอบหมายให้ดำเนินภารกิจดูแล 45 กลุ่มอุตสาหกรรม และ 11 คลัสเตอร์อุตสาหกรรม ซึ่งเป็นกำลังหลักในการขับเคลื่อน BCG และร่วมผลักดันในการดำเนินโครงการฯ เพื่อให้เกิดการพัฒนาต้นแบบโมเดลกลุ่มอุตสาหกรรมนำร่องระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนให้เกิดเป็นรูปธรรมและสัมฤทธิ์ผล เพื่อสร้างทางเลือกแผนธุรกิจที่มีศักยภาพสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมและร่วมจัดทำคู่มือบทเรียนความสำเร็จของ CE Champion จาก 5 คลัสเตอร์อุตสาหกรรม อาทิ...

1.) ปิโตรเคมี 
2.) วัสดุก่อสร้าง 
3.) อาหาร 
4.) ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ 
5.) และผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม

ทั้งหมดถือเป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีความสำคัญต่อการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศไทย มีความเชื่อมโยงกับผู้ประกอบการทุกขนาดโดยเฉพาะ SMEs รวมถึงเป็นอุตสาหกรรมที่ประเทศไทยมีจุดแข็งและมีศักยภาพในการแข่งขัน ของประเทศ 


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!
A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!! 
>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท
>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ
>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต
>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย
***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก???? https://lin.ee/vfTXud9

เพจดัง “Drama-addict” งัดผลวิจัย ชี้! บุหรี่ไฟฟ้าไม่ได้ทำให้เซลล์ตายใน 30 นาที

จากการนำเสนอข่าว “เตือนสูบบุหรี่ไฟฟ้า 30 นาที เซลล์ถูกทำลาย เสี่ยงป่วยโรคหัวใจ ปอด มะเร็ง” โดยเพจ “อีจัน” โดยอ้างข่าวจากแพทย์โรงพยาบาลรามาธิบดีและประธานมูลนิธิรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ ทำให้ชาวเน็ตหัวร้อน เข้าไปแสดงความคิดเห็นโต้แย้ง จนกลายเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ในขณะนี้นั้น “จ่าพิชิต" เจ้าของเฟซบุ๊กเพจชื่อดัง “ดราม่า แอดดิก” โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเพจ “ดราม่า แอดดิก” (Drama-addict) ระบุว่า จากงานวิจัยไม่ได้แปลว่า สูบแล้วเซลล์ตายในสามสิบนาที และยังคงต้องศึกษาต่อไปว่าระดับของอนุมูลอิสระในเซลล์ หรือ cellular oxidative stress ที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวข้องกับการใช้บุหรี่ไฟฟ้าหรือไม่

ข้อความในเฟซบุ๊กเพจ “ดราม่า แอดดิก” (Drama-addict) ระบุว่า “อันนี้คอมเมนต์กำลังเดือด จ่าเลยไปหางานวิจัยอ้างอิงมาอ่านดูเป็นงานวิจัยแบบนี้ครับ นักวิจัย เอาเด็กวัยรุ่น 30 กว่าคน มาแบ่งสามกลุ่ม แบ่งเป็น 1. กลุ่มที่ไม่สูบบุหรี่ 2. สูบบุหรี่ปรกติ 3. สูบบุหรี่ไฟฟ้า จากนั้นให้ทั้งสามกลุ่ม ปื้ด ๆ ๆ สูบบุหรี่ไฟฟ้า แล้วก็วัดค่า cellular oxidative stress หลังจากสูบสามสิบนาที ซึ่ง cellular oxidative stress นี้ หมายถึง ภาวะเครียดที่เกิดจากออกซีเดชัน ประมาณว่า เกิดพวกอนุมูลอิสระ ที่เป็นอันตรายต่อเซลล์ ในระยะยาวก็อาจทำให้เซลล์ตาย หรือเสื่อมสภาพจนเกิดโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ ได้ ทีนี้ นักวิจัย วัดค่า cellular oxidative stress นี้ เทียบในทั้งสามกลุ่ม พบว่า ค่านี้ ในกลุ่มที่สูบบุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้าอยู่แล้ว ไม่ได้สูงขึ้นแต่อย่างใด (นักวิจัยโน๊ตไว้ว่า น่าจะเป็นเพราะค่าเบสไลน์ของกลุ่มนี้สูงอยู่แล้ว) แต่ค่านี้ในกลุ่มที่ไม่เคยสูบบุหรี่เลย พุ่งสูงขึ้น 2-4 เท่า”

“ซึ่งยังต้องศึกษากันต่อไปว่า cellular oxidative stress ที่เพิ่มสูงขึ้นนี้ มีปัจจัยใดในบุหรี่ และบุหรี่ไฟฟ้า ที่มีผลต่อมันบ้าง และจะมีผลระยะยาวต่อสุขภาพอย่างไร และคนที่ปรกติไม่สูบบุหรี่อยู่แล้ว ก็ดีแล้ว อย่าลองสูบ ไม่ว่าจะบุหรี่จริงหรือบุหรี่ไฟฟ้า เพราะมันมีผลกับค่านี้เยอะกว่าในกลุ่มที่สูบอยู่แล้วมาก แต่ก็ไม่ได้แปลว่า สูบแล้วเซลล์ตายในสามสิบนาทีนะเธอว์ คนละประเด็นกัน”

โพสต์ดังกล่าวมีสมาชิกแฟนเพจเข้ามากดถูกใจกว่า 6 พันราย และยังแสดงความคิดเห็นกันอย่างต่อเนื่องอีกเกือบ 900 ราย ซึ่งต่างก็บอกตรงกันว่าเคยสูบบุหรี่มาหลายปี ก่อนจะเปลี่ยนมาใช้บุหรี่ไฟฟ้าเพราะรู้ว่าเป็นอันตรายน้อยกว่าการสูบบุหรี่ และก็พบว่าร่างกายดีขึ้น ไม่เหนื่อยง่าย ในขณะที่ส่วนใหญ่ก็เรียกร้องให้หยุดแอนตี้บุหรี่ไฟฟ้าและนำเสนอข้อมูลที่ไม่บิดเบือน รวมถึง เจ้าของเพจดัง 'เบ๊น อาปาเช่' ที่มาแสดงความคิดเห็นเช่นกันว่าเป็นหนึ่งในผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ยาสูบรูปแบบใหม่


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top