Tuesday, 23 June 2026
TheStatesTimes

ทำความรู้จักฮีโร่โอลิมปิกคนล่าสุด ‘แต้ว-สุดาพร สีสอนดี’

ลุ้นสุด ๆ กันไป สำหรับเจ้าแต้ว-สุดาพร สีสอนดี นักกีฬามวยหญิงไทย ที่ลงทำการแข่งขันชกมวยสากลสมัครเล่นในรอบ 8 คนสุดท้าย ศึกโอลิมปิกเกมส์ 2020 ก่อนจะเอาชนะนักชกจากสหราชอาณาจักร ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศได้เป็นผลสำเร็จ

แต่ก่อนจะถึงวันชิงเหรียญเงิน ในวันที่ 5 สิงหาคมนี้ เรามาทำความรู้จักกับ ‘ฮีโร่เหรียญทองแดงคนล่าสุด’ และนี่คือเรื่องราวชีวิตของนักมวยหญิงวัย 29 ปี อ่านจาก 6 หมัดต่อจากนี้ แล้วคุณจะรู้จักเธอดีมากยิ่งขึ้น!


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

สระแก้ว - ‘ตรีนุช’ ตรวจเยี่ยมกิจกรรมการขับเคลื่อนความปลอดภัยสู่สถานศึกษา พร้อมมอบนวัตกรรมเครื่องพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อโควิด-19

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2564 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) พร้อมด้วย ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ตรวจเยี่ยมกิจกรรมการขับเคลื่อนความปลอดภัยสู่สถานศึกษา และเครือข่ายความร่วมมือตามโครงการ ศธ. ห่วงใยประชาชนช่วงสถานการณ์โควิด-19 พร้อมมอบนวัตกรรมเครื่องพ่นน้ำยาฆ่าเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ณ วิทยาลัยเทคนิคสระแก้ว

น.ส.ตรีนุช เปิดเผยว่า สถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ได้เกิดการระบาด อย่างกว้างขวางทั้งในประเทศและต่างประเทศทั่วโลก รัฐบาลได้ตระหนักความสำคัญถึงปัญหาดังกล่าว จึงเร่งดำเนินการฉีดวัคซีนให้กับประชาชน โดยมีจุดมุ่งหมายให้เป็นการสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ อันจะช่วยสถานการณ์ให้ดีขึ้น ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) ได้มอบหมายให้วิทยาลัยเทคนิคสระแก้ว เป็นผู้ประสานและจัดทำนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ที่สนับสนุนและช่วยเหลือบุคลากรทางการแพทย์ และประชาชน ในการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ขึ้น รวมทั้งวางแนวทางการขับเคลื่อนให้กับสถานศึกษาในสังกัด สอศ.ทุกแห่ง ดำเนินการสร้างนวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ที่ป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 เพื่อสนับสนุนบุคลากรทางการแพทย์ และหน่วยงานต่าง ๆ ซึ่งเป็นการดำเนินงานที่ตอบสนองนโยบายของรัฐบาลและ กระทรวงศึกษาธิการ วาระเร่งด่วน (Quick Win) และเป็นการแสดงถึงศักยภาพของ สถานศึกษาอาชีวศึกษาโดยเฉพาะครูและผู้เรียนอาชีวศึกษาที่มีความรู้และสมรรถนะอาชีพที่สามารถคิดสร้างสรรค์นวัตกรรมสิ่งประดิษฐ์ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ

ด้าน ดร.สุเทพ กล่าวว่า สอศ.ได้มอบให้วิทยาลัยเทคนิคสระแก้ว เป็นผู้ประสานและจัดทำนวัตกรรมรวมทั้งอุปกรณ์ป้องกัน เพื่อลดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 โดยแบ่งออกเป็น 2 ลักษณะ คือ นวัตกรรมด้านการป้องกัน และนวัตกรรมด้านการบริการทางการแพทย์ ซึ่งนวัตกรรมด้านการป้องกัน จะเป็นการเน้นการฆ่าเชื้อไวรัส COVID-19 ด้วยการใช้น้ำยา และแสงยูวีซี ส่วนนวัตกรรมด้านการบริการทางการแพทย์ เน้นการใช้หุ่นยนต์ช่วยงานบุคลากรทางการแพทย์ โดยในวันนี้ได้จัดพิธีส่งมอบเครื่องมืออุปกรณ์นวัตกรรมดังกล่าวให้แก่โรงพยาบาลสนามองค์การบริหารส่วนจังหวัดสระแก้ว (อบจ.สระแก้ว) สำนักงานส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษาจังหวัดสระแก้ว สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดสระแก้ว ที่ว่าการอำเภอวัฒนานคร สำนักงานเทศบาลตำบลวัฒนานคร สถานีตำรวจภูธรวัฒนานคร,สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระแก้ว เขต 1 และเขต 2 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาสระแก้ว โรงพยาบาลวัฒนานคร โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสระแก้ว โรงพยาบาลจิตเวชสระแก้วราชนครินทร์  โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลบ้านท่าเกวียน ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก สังกัดองค์การบริหารส่วนตำบลวัฒนานคร ศูนย์การศึกษาพิเศษประจำจังหวัดสระแก้ว โรงเรียนวัฒนานคร และโรงเรียนอนุบาลศรีวัฒนาวิทยา เพื่อนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อผู้เรียน บุคลากรทางการศึกษา และประชาชนต่อไป


ภาพ/ข่าว  ทีมงาน อบจ,สระแก้ว / บูรพาทีวีออนไลน์ รายงาน

ที่ประชุม ครม.เห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการระดับสูง 28 ตำแหน่งตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ ให้ “สุทธิพงษ์ จุลเจริญ” อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงมหาดไทย โยกผู้ว่าฯ หมูป่าคนดัง ย้ายมาเป็นผู้ว่าปทุมฯ ส่วนผู้ว่าปทุมฯ ขึ้นเป็นรองปลัด

วันนี้ (3 ส.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอร์เรนซ์ ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมฯ มีมติเห็นชอบตามที่กระทรวงมหาดไทยจะเสนอชื่อแต่งตั้งข้าราชการ ตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง 28 ตำแหน่ง โดยมีการเสนอชื่อ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน (พช.) ขึ้นดำรงตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย และแต่งตั้งนายสมคิด จันทมฤก รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เป็นอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน โดยมีตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดว่างอยู่ 18 จังหวัด และผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย 1 ตำแหน่ง

ซึ่งการโยกย้ายครั้งนี้จะเป็นการย้ายสลับผู้ว่าฯ มาแทนตำแหน่งที่ว่างลง พร้อมด้วยการโยกย้ายสลับจังหวัด และจะมีการต่ออายุให้ผู้ว่าราชการจังหวัด 5 จังหวัด ประกอบด้วย นายภัครธรณ์ เทียนไชย ผู้ว่าฯ ชลบุรี นายสมศักดิ์ จังตระกูล ผู้ว่าฯ ขอนแก่น นายวิชวุทย์ จินโต ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ธานี นายกู้เกียรติ วงศ์กระพันธุ์ ผู้ว่าฯ พัทลุง ออกไปอีก 1 ปี

เมื่อดูตามลำดับอาวุโสในระดับเดียวกับ นายสุทธิพงษ์ถือว่าอาวุโสสูงสุด ชื่อเล่น “เก่ง” เกิดวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2507 อายุ 57 ปี ยังเหลืออายุราชการอีก 3 ปี เป็น “สิงห์ดำ” รุ่นที่ 36 จบรัฐศาสตร์บัณฑิต และรัฐศาสตร์มหาบัณฑิตสาขาเดียวกัน จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เติบโตในอาชีพราชการรวดเร็วขึ้นครองซี 10 ในตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายกในปี 2552 ด้วยวัยเพียง 46 ปี ย้ายมาเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยปี 2556 ต่อมากลับไปเป็นผู้ว่าฯ สระบุรี ย้ายไปเป็นผู้ว่าฯ ชัยนาท ปี 2557 ขึ้นเป็นรองปลัดมหาดไทย ปี 2558 จากนั้นโยกไปนั่งอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ปี 2560 (สถ.) ตำแหน่งล่าสุดเป็นอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เมื่อปี 2562

นอกจากนี้ที้ประชุม ครม.ยังเห็ชอบแต่งตั้งโยกย้ายผู้บริหารระดับสูงสังกัดกระทรวงมหาดไทย ดังนี้

นายไชยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ดำรงตำแหน่ง รองปลัดกระทรวงมหาดไทย

นายไตรภพ วงศ์ไตรรัตน์ ที่ปรึกษาด้านกฎหมายสำนักงานปลัดกระทรวงเป็นผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย

นายสมคิด จันทมฤก รองปลัดกระทรวงมหาดไทย ดำรงตำแหน่ง อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน

นายพุฒิธิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดกระบี่

นายรังสรรค์ ตันเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท

นายไกรสร กองฉลาด ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ

นายภาสกร บุญญารักษ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย

นายประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่

นายชำนาญวิทย์ เตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรีดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดตราด

นายชาธิป รจนเสรี ผู้ตรวจราชการกระทรวง ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม

นายวิเชียร จันทรโณทัย ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา

นายชยันต์ ศิริมาส ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์

นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี

นายเสถียร เจริญเหรียญ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

นายนิพนธ์ บุญหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดน่าน ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี

นายวีระชัย นาคมาส ผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดอยุธยา

นายไพบูลย์ ณะบุตรจอม ผู้ตรวจราชการกระทรวง ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร

นายเฉลิมพล มั่งคั่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร

นายภิรมย์ นิลทยา ผู้ตรวจราชการกระทรวงดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา

นายภูสิต สมจิตต์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด

นายสิธิชัย จินดาหลวง ผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง

นางจุรีรัตน์ เทพอาสน์ ผู้ตรวจราชการกระทรวง ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร

นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา

นายปริญญา โพธิสัตว์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว

นายชัยชาญ สิทธิวิรัชธรรม ผู้ตรวจราชการกระทรวง ดำรงตำแหน่ง ผู้ว่าราชการจังหวัดสิงห์บุรี

นายมนต์สิทธิ์ ไพศาลธนวัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย

นายพงศิรัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี

ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

นราธิวาส - มทภ.4 สั่งขนย้ายเตียงไม้ไผ่ จัดทำโดย ฉก.นราธิวาส รองรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่เข้ามารับการรักษา สนับสนุนโรงพยาบาลสนาม จังหวัดชายแดนภาคใต้

พลโทเกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4 สั่งการ กองพลพัฒนาที่ 4 ค่ายรัตนพล ขนย้ายเตียงไม้ไผ่ จำนวน 250 เตียง ที่สนับสนุนจัดทำจาก หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส เตรียมแจกจ่ายให้กับโรงพยาบาลสนาม ในพื้นที่จังหวัดสงขลา รองรับปริมาณผู้ป่วยที่เพิ่มสูงขึ้นจากการเดินทางกลับมารักษาตัวยังภูมิลำเนา

สำหรับโรงพยาบาลสนาม ในพื้นที่จังหวัดสงขลา ได้ดำเนินการจัดตั้งโรงพยาบาลสนามให้เป็นไปตามมาตรฐานกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้มีพื้นที่รองรับผู้ป่วยติดเชื้อ COVID-19 โดยผู้ป่วยที่เข้ามารับการรักษาส่วนมากเป็นผู้ป่วยที่เดินทางมาจากพื้นที่อื่น เข้ามารักษาตัว ณ ภูมิลำเนา ซึ่งทางจังหวัดได้เปิดให้มีการประสานเพื่อขอเข้ามารับการรักษาที่เบอร์โทรศัพท์ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสงขลา


ภาพ/ข่าว  แวดาโอ๊ะ หะไร จ.นราธิวาส

สำนักงานข้อมูลรัฐบาลเทศบาลกรุงปักกิ่งรายงานสถานการณ์และแถลงมาตรการการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด รวม 9 มาตรการ ในกรุงปักกิ่ง

เมื่อ 1 สิงหาคม 2564 สำนักงานข้อมูลรัฐบาลเทศบาลกรุงปักกิ่งรายงานสถานการณ์และแถลงมาตรการการป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด รวม 9 มาตรการ ในกรุงปักกิ่ง ดังนี้...

>> 1.) ลดการเดินทางเข้า-ออก และการเคลื่อนไหวในกรุงปักกิ่ง

(1.1) ขอให้ประชาชนลดการเดินทางออกจากกรุงปักกิ่ง หรือออกนอกประเทศ ยกเว้นกรณีจำเป็น ลดการเดินทางภายในกรุงปักกิ่ง และหลีกเสี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงสูงและปานกลางในมณฑลหรือเมืองอื่น ๆ

(1.2) ควบคุมบุคคลที่เดินทางอกจากพื้นที่เสี่ยงในกรุงปักกิ่งอย่างเคร่งครัด โดยต้องแสดง Health Kit รหัสสีเขียวและผลตรวจ Nucleic Test ที่เป็นลบภายใน 48 ชม. หากมีความจำเป็นต้องเดินทาง

(1.3) ผู้ที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงสูงและปานกลางจะถูกจำกัดการเดินทางเข้ามายังกรุงปักกิ่ง สำหรับผู้ที่เข้ามาแล้วจะต้องให้ความร่วมมือในการรายงานเส้นทางเดินทางการตรวจหาเชื้อโควิด และดำเนินการตามมาตรการการเฝ้าระวังในพื้นที่

(1.4) เพิ่มการเฝ้าระวังสำหรับผู้ที่เดินทางเข้าหรือกลับกรุงปักกิ่ง หากผู้ที่เดินทางเข้ากรุงปักกิ่งพบว่าเป็นผู้ใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ และเป็นผู้ใกล้ชิดที่มีความเสี่ยงต่ำ จะต้องรายงานให้หน่วยงานและชุมชน (หมู่บ้าน) รับทราบและคอยเฝ้าระวัง

>> 2.) คอยเฝ้าระวังและควบคุมการเดินทางของผู้คนจำนวนมากระหว่างช่วงปิดภาคฤดูร้อน

(2.1) จำกัดการท่องเที่ยวเข้า-ออก ในกรุงปักกิ่ง ไม่อนุญาตให้บริษัททัวร์ให้บริการตั๋วเครื่องบินและโรงแรม เพื่อเดินทางไปพื้นที่เสี่ยงสูงและปานกลาง ห้ามรับผู้ที่เคยเดินทางไปพื้นที่เสี่ยงสูงและปานกลางภายใน 14 วัน รวมถึงผู้ที่เดินทางจากต่างประเทศเข้าประเทศจีนน้อยกว่า 21 วัน

(2.2) จำกัดปริมาณผู้เข้าชมสวนสาธารณะและสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ โดยจะจำกัดเหลือเพียง 60% และต้องมีการนัดหมายล่วงหน้า

(2.3) ผู้ที่เข้าพักโรงแรม เกสต์เฮาส์ หรือที่พักต่าง ๆ จะต้องสแกน Health Kit รายงานเส้นทางการเดินทาง และวัดอุณหภูมิก่อนเข้าใช้บริการเสมอ

(2.4 ขยายบริการการแพทย์ออนไลน์ทางไกล เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดภายในสถาบันทางการแพทย์ และคัดกรองผู้ที่เข้ามากรุงปักกิ่งเพื่อรับการรักษาพยาบาลอย่างเข้มงวด โดยจะมีการสอบถามประวัติการสัมผัสใกล้ชิดและตรวจ Nucleic Test

(2.5) จำกัดจำนวนและลดขนาดของกิจกรรม การประชุม ชุมนุม การแสดงต่าง ๆ ควบคุมการเคลื่อนไหวของฝูงชน และรักษาระยะห่างเพื่อความปลอดภัยตลอดทั้งกิจกรรม

สถานเอกอัครราชทูตฯ จึงขอประชาสัมพันธ์ให้คนไทยทุกคนทราบมา ณ ที่นี้


ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=373199764325441&id=107367570908663


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

กาฬสินธุ์ - สสจ.กาฬสินธุ์ มอบรถรับส่งผู้ป่วยโควิด ด้านที่ปรึกษารมว.คมนาคม ส่งตัวแทนสานบุญมอบเครื่องช่วยหายใจ

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดกาฬสินธุ์ ปล่อยขบวนรถรับ-ส่งผู้ป่วย 16 คัน เพื่อมอบให้กับโรงพยาบาลใช้ในการรับส่งผู้ป่วยโควิด-19 ด้านที่ปรึกษา รมว.คมนาคม ส่งตัวแทนสะพานบุญมอบเครื่องช่วยหายใจให้กับโรงพยาบาลกาฬสินธุ์ ใช้ดูแลรักษาผู้ป่วย ขณะที่สถานการณ์โรคพบผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มอีก 142 ราย ยอดสะสม 3,381 ราย

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 3 สิงหาคม 2564 ที่ลานสนามกีฬากลาง จ.กาฬสินธุ์ นพ.อภิชัย ลิมานนท์ นายแพทย์ สสจ.กาฬสินธุ์ นพ.พรพัฒน์ ภูนากลม รองนายแพทย์ สสจ.กาฬสินธุ์ ดร.สม นาสะอ้าน รองนายแพทย์ สสจ.กาฬสินธุ์ นายยุทธพล ภูเลื่อน รองนายแพทย์ สสจ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยผู้บริหารและเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุข จ.กาฬสินธุ์ ร่วมกันปล่อยขบวนรถพยาบาลรับ-ส่ง ผู้ป่วย โดยงบเงินกู้โควิด-19 จากรัฐบาล จำนวน 16 คัน เพื่อมอบให้กับโรงพยาบาลต่างๆในพื้นที่ใช้ในการรับส่งผู้ป่วยโควิด-19

นพ.อภิชัย ลิมานนท์ นายแพทย์ สสจ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า รถรับ-ส่งผู้ป่วย หรือรถกู้ชีพฉุกเฉิน ทั้ง 16 คันดังกล่าว ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงสาธารณสุข ในงบเงินกู้เพื่อแก้ปัญหา เยียวยา และฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคม ที่ได้รับผลกระทบจากโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 โดยส่งมอบให้กับโรงพยาบาลกมลาไสย เขาวง คำม่วง ดอนจาน ท่าคันโท นาคู นามน ยางตลาด ร่องคำ สมเด็จ สหัสขันธ์ สามชัย หนองกุงศรี ห้วยผึ้ง ห้วยเม็ก แห่งละ 1 คัน และโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชกุฉินารายณ์ จำนวน 2 คัน ทั้งนี้ เพื่อนำมาใช้บริการรับส่งผู้ป่วยโควิด-19 เป็นหลัก  และในอนาคตเมื่อสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ก็จะให้บริการสำหรับรับส่งผู้ป่วยทั่วไป

นพ.อภิชัยกล่าวอีกว่า สำหรับว่าสถานการณ์ของโรคโควิด-19 ในพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ยังน่าเป็นห่วง มีจำนวนผู้ป่วยผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็นหลักร้อย เนื่องจากยังมีการเดินทางจากพื้นที่เสี่ยง และแจ้งความประสงค์ขอรับการรักษาที่ภูมิลำเนา ดังนั้น รถพยาบาลกู้ชีพฉุกเฉินเพื่อใช้สำหรับรับ-ส่งผู้ป่วยโควิด-19 จึงสำคัญและจำเป็น โดยอุปกรณ์ภายใน จะเป็นส่วนประกอบสำหรับการช่วยเหลือผู้ป่วยผู้ติดเชื้อ มีระบบห้องความดันลบ นอกจากนี้ยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ เพื่อให้เกิดความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพในการช่วยเหลือผู้ป่วยได้ทันท่วงที

ด้านนายณัฐวัชต์ พิมพะนิตย์ หรือ สจ.เบ๊นซ์ รองประธานสภาองค์การบริหารส่วน จ.กาฬสินธุ์ พร้อมด้วยนายกีรฒิการย์ พิมพะนิตย์ หรือเลขาบัส เลขานุการนายก อบจ.กาฬสินธุ์ เป็นตัวแทนนายวิรัช พิมพะนิตย์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และนางมัลลิกา แสนภักดี ประธานนักบริหารระดับสูงธรรมศาสตร์เพื่อสังคม (นมธ.) ร่วมเป็นสะพานบุญ ส่งมอบเครื่องช่วยหายใจ (FHNC) จำนวน 1 เครื่อง มูลค่า 220,000 บาท ให้แก่โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ เพื่อใช้ประโยชน์ในการดูแลรักษาผู้ป่วยในโรงพยาบาล โดยมีนพ.ประมวล ไทยงามศิลป์ ผอ.โรงพยาบาลกาฬสินธุ์ พร้อมเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลร่วมรับมอบ

นอกจากนี้ยังได้ร่วมมอบสนับสนุนค่าน้ำมันจำนวน 10,000 บาท แก่สมาคมเมตตาธรรมทิพยสถานกาฬสินธุ์ เพื่อใช้เป็นค่าน้ำมันในการรับส่งผู้ป่วยกลับมารักษาที่บ้าน และร่วมกับนายประภาส ยงคะวิสัย มอบน้ำยาฆ่าเชื้อ เครื่องฉีดพ่นยาฆ่าเชื้อ หน้ากาก น้ำดื่ม และเจลแอลกอฮอล์ ให้กับมูลนิธิใจถึงใจกาฬสินธุ์ เพื่อใช้ในการปฏิบัติภาคกิจช่วยเหลือสังคมอีกด้วย

ขณะที่สถานการณ์ล่าสุดวันที่ 3 สิงหาคม 2564 พบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่เพิ่มขึ้นสูงอีก 142  ราย เป็นผู้ป่วยขอกลับมารักษาในภูมิลำเนา 44 ราย เดินทางมาจากพื้นที่เสี่ยงติดเชื้อจากต่างจังหวัดตรวจพบระหว่างกักตัว 82 ราย ติดเชื้อภายในจังหวัด 16 ราย ยอดผู้ติดเชื้อสะสม 3,381 ราย กำลังรักษา 1,959 ราย รักษาหายแล้ว 1,407 ราย และยอดผู้เสียชีวิตสะสม 15 ราย


ภาพ/ข่าว  ณัฐพงษ์ ประชากูล จ.กาฬสินธุ์

นราธิวาส - กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า จัดพิธีรดน้ำศพ และส่งศพวีรชนทหารกล้ากลับภูมิลำเนา จังหวัดขอนแก่น

ณ วัดบางนรา ตำบลบางนาค อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส พลโท เกรียงไกร ศรีรักษ์ แม่ทัพภาคที่ 4/ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เป็นประธานในพิธีรดน้ำศพและวางหรีดเคารพศพ อาสาสมัครทหารพราน เกียรติขจร นาคดี  อายุ 24 ปี  กำลังพลตำเเหน่ง ผู้ช่วยเครื่องยิงจรวด กองร้อยทหารพรานที่ 4509 ปฏิบัติงานกองร้อยทหารพรานที่ 4514 หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ซึ่งเสียชีวิต จากเหตุคนร้ายไม่ทราบจำนวนใช้อาวุธปืนยิงลูกระเบิดแบบเอ็ม 79 เข้าใส่ฐานปฏิบัติการ ชุดปฏิบัติการจรยุทธ์ บริเวณบ้านแฆแบะ ตำบลนานาค อำเภอตากใบ เขตรอยต่อกับบ้านปาดังยอ หมู่ที่ 3 ตำมูโนะ อำเภอสุไหงโก-ลก จังหวัดนราธิวาส ขณะปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนป้องกันการลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายตามแนวชายแดนไทย - มาเลเซีย โดยแรงระเบิดทำให้เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการประยุทธ์ได้รับบาดเจ็บ จำนวน 4 นาย และเสียชีวิต จำนวน 1 นาย เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2564 เวลา 02.30 น. ที่ผ่านมา

ในการนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เป็นผู้แทนวางหรีดเคารพศพของ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี , พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบกและวางหรีดเคารพศพ ในนามแม่ทัพภาคที่ 4 /ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 พร้อมกันนี้พันเอกทวีรัตน์ เบญจาทิกุล ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 45 ได้เป็นผู้แทน ครอบครัวของอาสาสมัครทหารพราน เกียรติขจร นาคดี รับมอบเข็มบางระจัน เพื่อประกาศเกียรติคุณยกย่องเชิดชูเกียรติแก่วีรชนผู้กล้า ที่เสียสละเพื่อความสงบของพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนรับมอบเงินช่วยเหลือเยียวยาเบื้องต้น และเนื่องจากอาสาสมัครทหารพราน เกียรติขจร มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่จังหวัดขอนแก่น ซึ่งเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุด (สีแดง) ประกอบกับอยู่ในช่วงสถานการณ์ประกาศล็อกดาวน์ 29 จังหวัดของประเทศไทย ครอบครัวจึงไม่สามารถเดินทางมาร่วมพิธี และรับศพได้ แม่ทัพภาคที่ 4 จึงได้สั่งการหน่วยต้นสังกัดดำเนินการอย่างสมเกียรติ เพื่อนำศพอาสาสมัครทหารพราน เกียรติขจร นาคดี กลับไปประกอบพิธีทางศาสนายังภูมิลำเนาต่อไป ก่อนเข้าสู่พิธีรดน้ำศพตามลำดับ ขณะที่ พลเอก ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้ ผู้บัญชาการทหารบก ได้ฝากความห่วงใย และแสดงความเสียใจมายังครอบครัวผู้สูญเสีย พร้อมสั่งการเร่งช่วยเหลือเยียวยาด้านสิทธิต่าง ๆ ตามระเบียบของทางราชการอย่างเร็วที่สุด

จากนั้น เวลา 15.30 น. พลตรี ปิยพงษ์ วงศ์จันทร์ ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการข่าวกรอง กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า เป็นผู้แทนแม่ทัพภาคที่ 4 เป็นประธานพิธีส่งศพของอาสาสมัครทหารพราน เกียรติขจร นาคดี  ณ ท่าอากาศยานนราธิวาส (สนามบินบ้านทอน) ตำบลโคกเคียน อำเภอเมือง จังหวัดนราธิวาส โดยศพผู้กล้าถูกคลุมด้วยธงชาติอย่างสมเกียรติ เคลื่อนผ่านทหารกองเกียรติยศที่ยืนให้ความเคารพไว้อาลัยเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งจะมีพิธีรับศพ ณ ท่าอากาศยานขอนแก่น ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ก่อนจะเคลื่อนย้ายศพไปประกอบพิธีทางศาสนายังภูมิลำเนา ณ บ้านเลขที่ 109 หมู่ที่ 7 ตำบลวังสวาบ อำเภอภูผาม่าน  จังหวัดขอนแก่นต่อไป 


ภาพ/ข่าว  แวดาโอ๊ะ หะไร จ.นราธิวาส

‘ก้าวไกล’ จี้ พม. เร่งเปิดเผยข้อมูลและแนวทางการให้ความช่วยเหลือ ‘เด็กกำพร้า’ จากสถานการณ์โควิด

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล และรองประธานคณะกรรมาธิการกิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้พิการ ผู้สูงอายุ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนาที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตรายวันจำนวนมาก พบหลายรายเป็นพ่อหรือแม่ เป็นผู้ดูแลเด็ก จนทำให้เด็กกลายเป็น ‘เด็กกำพร้า’ แบบไม่ทันตั้งตัว แต่ไม่พบว่ากระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ในฐานะหน่วยงานหลักได้แถลงสถานการณ์และแนวทางการให้ความช่วยเหลือเด็กอย่างเป็นระบบ แถมยังไปขอให้ภาคส่วนต่าง ๆ ตั้งมูลนิธิช่วยเหลือเด็กกำพร้ากันเอง

“ภาพเด็กหญิงอายุ 7 ปี และ 9 ปี สองพี่น้องที่ต้องสูญเสียแม่เสาหลักเพียงคนเดียวที่ จ.สมุทรปราการ เป็นเพียงหนึ่งภาพสะท้อนที่สร้างความสะเทือนใจแก่สังคม แต่ในฐานะที่ทำงานด้านคุ้มครองเด็กมานาน กลับไม่เห็นการแถลงข่าวของกระทรวง พม. ที่เป็นหน่วยงานหลักตามพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 ว่าได้มอบหมายให้ พมจ. สำรวจว่ามีเด็กกำพร้าหรือได้รับผลกระทบจำนวนเท่าใดกันแน่ แนวทางการให้ความช่วยเหลือทั้งการฟื้นฟูร่างกายจิตใจ การมีผู้ดูแลระยะยาว การศึกษาของเด็ก โดยไม่จำเป็นต้องแยกเด็กมาดูแลในสถานสงเคราะห์จะเป็นอย่างไร มิใช่แต่เพียงการช่วยเฉพาะรายที่เป็นข่าว และอ้างว่าจะใช้เงินจากกองทุนคุ้มครองเด็กที่มีระเบียบยุ่งยากหรือจะตั้งมูลนิธิช่วยเหลือแต่เพียงอย่างเดียว อนาคตของเด็ก ๆ เป็นอนาคตของชาติและสำคัญกว่าจะปล่อยให้เป็นไปตามยถากรรม” นายณัฐวุฒิระบุ

โดยข้อมูลจาก The Lancet Medical Journal วารสารทางการแพทย์ที่มีชื่อเสียง เปิดเผยรายงานการประเมินนับจากการระบาดของโรคตั้งแต่ 1 มีนาคม 2563 - 30 เมษายน 2564 ว่ามีเด็กอย่างน้อย 1.13 ล้านคน ต้องสูญเสียพ่อแม่หรือปู่ย่าตายายที่เป็นผู้ดูแลหลักอย่างน้อย 1 คน และมีเด็กไม่น้อยกว่า 1.56 ล้านคน ต้องเผชิญกับการสูญเสียผู้ดูแลหลักหรือผู้ดูแลรอง เช่น เครือญาติในบ้าน อย่างน้อย 1 คน นี่นับเฉพาะข้อมูลจาก 21 ประเทศที่มีการเสียชีวิตสูงสุด

สำหรับในประเทศไทยนั้นมีการประเมินโดย Imperial College London แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม คาดการณ์ว่าจะมีเด็กกำพร้าที่พ่อแม่หรือทั้งสองเสียชีวิตอย่างน้อย 160 คน เด็กที่อยู่ในภาวะที่มีผู้ดูแลหลักเสียชีวิตอย่างน้อย 180 คน และอีกมากกว่า 350 คน ที่มีผู้ดูแลหลักหรือผู้ดูแลรองในบ้านเสียชีวิต แม้เด็กจะไม่ได้กำพร้าก็ตาม และตัวเลขนี้เป็นตัวเลขการประเมินก่อนที่จะมีอัตราการเสียชีวิตมากขึ้นในปัจจุบัน

การเสียชีวิตของคนในครอบครัวย่อมส่งผลกระทบ หรือ trauma กับเด็กทั้งทางจิตใจและทางสังคม ที่ต้องได้รับการประเมินจากนักวิชาชีพผู้เกี่ยวข้อง เพราะเด็กแต่ละคนมีต้นทุนไม่เหมือนกัน ยิ่งถ้าเป็นเด็กกำพร้า ยิ่งจะต้องได้รับการประเมินและติดตาม เพราะผลกระทบยิ่งมากกว่าทั้งการขาดผู้ดูแล การเรียนรู้บทบาทในครอบครัว ที่อยู่ เศรษฐานะ โอกาสในการศึกษา โอกาสในอาชีพ ทั้งระยะสั้นและระยะยาว ซึ่งภายใต้ พรบ.คุ้มครองเด็ก พ.ศ. 2546 นั้น ได้กำหนดให้ พม. เป็นกระทรวงหลัก ดำเนินการผ่านผู้ว่าราชการจังหวัด คณะกรรมการคุ้มครองเด็กจังหวัด และองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ที่จะต้องเร่งในการสำรวจข้อมูลเด็กที่ได้รับผลกระทบ การวางแผนในการช่วยเหลือ และการมอบหมายให้มีพนักงานเจ้าหน้าที่ ทำหน้าที่เป็น case manager ในการติดตาม ซึ่งรวมถึงการประเมินว่าใครจะเป็นผู้ดูแลเด็ก และเด็กจะเติบโตไปในระยะยาวได้อย่างไร และแน่นอนว่าสถานการณ์แบบนี้เป็นการตอกย้ำว่าการมีนโยบาย ‘เงินอุดหนุนเด็กเล็ก’ แบบถ้วนหน้า ยิ่งจำเป็นยิ่งที่ต้องลงทุน มากกว่าการใช้งบประมาณที่ไม่จำเป็นในด้านอื่น ๆ

“ตนชื่นชมคนในสังคมที่ช่วยเหลือเมื่อเห็นเด็กสูญเสียพ่อแม่จากโควิด ทั้งการบริจาค การระดมทุน แม้กระทั้งการหามูลนิธิหรือโรงเรียนประจำให้เด็ก แต่รัฐบาลที่มีหน้าที่โดยตรง โดยเฉพาะกระทรวง พม. ที่ควรวางแผนและแถลงถึงแนวทางรองรับปัญหาที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้นกลับไม่ได้ทำ ซึ่งตนจะเสนอให้ กมธ.กิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้พิการ ผู้สูงอายุ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ สภาผู้แทนฯ เชิญนายจุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวง พม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาสอบถามถึงแนวทางการช่วยเหลือเด็กกำพร้าและเด็กที่ได้รับผลกระทบจากโควิดต่อไป หลาย ๆ เรื่องในสังคมไทย อาจเป็นเรื่องที่รอได้ แต่เรื่องเด็กเป็นเรื่องที่รอไม่ได้” นายณัฐวุฒิกล่าวทิ้งท้าย


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เผย สปป. ลาว ยังไม่มีการพิจารณาฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้แก่คนไทย 7 รายที่เข้าไปเก็บของป่า (เห็ด)

นายธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยกรณีคนไทย 7 ราย ถูกจับกุมตัว เมื่อวันที่ 1 ส.ค. 2564 เนื่องจากรุกล้ำแนวชายแดนไทย-สปป. ลาว เข้าไปเก็บของป่า (เห็ด) ในบริเวณพื้นที่ช่องทางธรรมชาติ อ.สิรินธร จ.อุบลราชธานี ตรงข้ามกับเมืองโพนทอง แขวงจำปาสัก สปป. ลาว ว่า หลังคนไทยกลุ่มดังกล่าวถูกจับกุม ทางการ สปป. ลาวได้ประสานงานกับตำรวจชายแดน อ.โขงเจียม เพื่อตรวจสอบชื่อผู้ถูกจับกุมทั้ง 7 ราย

เมื่อทราบเรื่อง สถานกงสุลใหญ่ ณ แขวงสะหวันนะเขต ซึ่งรับผิดชอบเขตอาณาดังกล่าว ได้ประสานงานกับแขวงจำปาสักเพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ถูกจับกุม และได้รับแจ้งเพิ่มเติมว่า ขณะนี้คนไทยทั้ง 7 คน อยู่ที่ศูนย์กักตัวหลัก 21 ของแขวงจำปาสัก โดยแผนกการต่างประเทศของแขวงจำปาสักได้มีหนังสือแจ้งการจับกุมคนไทยทั้ง 7 รายอย่างเป็นทางการแล้ว ซึ่งจะกักตัวคนไทยทั้ง 7 ราย เป็นเวลา 14 วัน ตามมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดโควิด-19 ของ สปป.ลาว ก่อนจะดำเนินการตามกฎหมาย และส่งตัวกลับประเทศไทยต่อไป

"จากกรณีที่เป็นข่าวว่า สปป. ลาว ได้ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้แก่คนไทยทั้ง 7 รายนั้น จากการตรวจสอบกับฝ่าย สปป. ลาว ปรากฎว่า...ยังไม่มีการพิจารณาฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ให้คนไทยทั้ง 7 ราย ตามที่ปรากฏแต่อย่างใด ทางกระทรวงการต่างประเทศ โดยสถานกงสุลใหญ่ฯ จะประสานงานกับแขวงจำปาสักในการให้ความช่วยเหลือ และติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้คนไทยทั้ง 7 รายสามารถเดินทางกลับประเทศไทยได้โดยเร็ว" โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ระบุ


ที่มา : https://www.thaipost.net/main/detail/112088


Q : ประกันอะไร? ได้ตั้ง 4 ต่อ!!

A : ก็ประกันภัยรถยนต์จาก @THESHOPTIMES ไง!!

>> ฟรี!!! ประกันภัยอุบัติเหตุส่วนบุคคล (PA) 100,000 บาท

>> รับคอมมิชชั่นหรือส่วนลดทันที ในอัตราที่สูงกว่า แถมได้สิทธิซื้อประกัน พ.ร.บ.ราคาถูกตลอดชีพ

>> สามารถผ่อนได้สูงสุด 6 งวด ดอกเบี้ย 0% โดยไม่ต้องใช้บัตรเครดิต

>> แถมขายดีมีรายได้เพิ่มให้กับตัวเองด้วย

***สนใจติดต่อ Line@ THE SHOPS TIMES คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

สมุทรปราการ - ผู้ปิดทองหลังพระ “ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม” เหมา 20 ตัน ช่วยเกษตรกรชาวสวน ฝ่าวิกฤตโควิด-19

ผู้สื่อข่าวเปิดเผยว่า เมื่อเวลา 11.00 น. ของวันที่ 3 สิงหาคม 64 ภายในบ้านใหญ่ ต.ปากน้ำ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ ได้มีรถบรรทุกขนาดใหญ่ภายในรถคันดังกล่าวได้บรรจุผลไม้มาเต็มคันรถ คาดว่ามีจำนวนไม่ต่ำกว่า 20 ตัน หรือ (20,000 กิโลกรัม)

จากการสอบถามทราบว่า ภายในรถบรรทุกนั้น ได้มีการลำเรียงผลไม้มาเป็นจำนวนมากหลายชนิด โดยการสนับสนุนจากนายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรปราการ ที่มีความห่วงใยพี่น้องเกษตรกรชาวสวนจังหวัดนครศรีธรรมราช จึงได้ให้การสนับสนุนพี่น้องเกษตรกรชาวสวน โดยการเหมาสวนผลไม้ของพี่น้องชาวสวนจังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 20 ตัน หรือ 20,000 กิโลกรัม เพื่อเป็นการช่วยเหลือและให้กำลังใจเกษตรกรชาวสวนทางภาคใต้ฟันฝ่าวิกฤต covid-19

โดยนาย ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรปราการ กล่าวว่า ผลไม้ทั้งหมดสั่งตรงมาจากสวนผลไม้ของพี่น้องเกษตรกรชาวสวนในจังหวัดนครศรีธรรมราช จำนวน 20 ตัน หรือ 20,000 กิโลกรัม เพื่อเป็นการช่วยเหลือและอุ้มพี่น้องเกษตรกรชาวใต้ ฟันฝ่าวิกฤต covid-19 โดยผลไม้ทั้งหมดที่ช่วยเกษตรกรอุดหนุนมานั้น จะนำไปแจกจ่ายให้กับผู้ป่วยตามโรงพยาบาลต่าง ๆ โรงพยาบาลสนาม  รวมถึงบุคลากรทางการแพทย์ และพี่น้องประชาชนในชุมชน

นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรปราการ ยังกล่าวต่ออีกว่า “เป็นเวลาที่พวกเรา ต้องช่วยกัน”  อีกทั้งได้กล่าวถึงการอุดหนุนผลผลิตต่าง ๆ เช่น มังคุด, ส้มโอทับทิมสยาม, เงาะโรงเรียน และ ลองกอง ด้วยการใช้งบประมาณส่วนตัวในการสนับสนุนซื้อผลไม้จากพี่น้องชาวสวน จำนวนกว่า 20,000 กิโลกรัม จากจังหวัดนครศรีธรรมราช

อีกทั้ง ยังเป็นการแสดงออกถึงความรักและความห่วงใยที่มีต่อพี่น้องเกษตรกรชาวใต้ และจะนำผลผลิตทั้งหมดส่งมอบให้กับพี่น้องประชาชนจังหวัดสมุทรปราการ แทนความห่วงใยที่มีต่อบุคลากรทางการแพทย์ที่ยังคงปฎิบัติหน้าที่อย่างเหน็ดเหนื่อย  รวมถึงประชาชนที่เดือดร้อนประชาชนที่ขาดรายได้ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19

โดยทางด้าน เกษตรกรผู้ปลูกไม้ผล ต่างขอบคุณในความมีน้ำใจที่คุณเอ๋ หรือนายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ประธานหอการค้าจังหวัดสมุทรปราการ  ได้ให้การสนับสนุนผลผลิตของพี่น้องชาวสวนทางภาคใต้ เเละยังเป็นการได้ระบายผลผลิตเพื่อนำมาแจกจ่ายให้กับพี่น้องประชาชนในจังหวัดสมุทรปราการได้อีกด้วย ซึ่งถือเป็นการให้ความช่วยเหลือได้อีกหนึ่งทาง

นายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ยังได้กล่าวทิ้งท้ายอีกว่า อย่างไรก็ตาม การให้ความช่วยเหลือพี่น้องประชาชนในจังหวัดสมุทรปราการ ด้วยโครงการวัคซีนชิโนฟาร์ม และโรงพยาบาลสนาม ของทาง อบจ. สมุทรปราการ ที่ประสบความสำเร็จนั้นเป็นเพียงมิติด้านเดียวในการทำงาน แต่ยังมีประชาชนพี่น้องของเราในจังหวัดสมุทรปราการและต่างจังหวัด ที่ยังรอคอยความช่วยเหลืออยู่ตนจึงพยายามผลักดันให้ทุกโครงการที่เกี่ยวกับการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนนั้น สามารถดำเนินไปแบบควบคู่กันได้ในทุกมิติ


ภาพ/ข่าว  คิว-ข่าวสมุทรปราการ  รายงาน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top