Sunday, 21 June 2026
TheStatesTimes

ชุมพร - กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงานสร้างบ้านปลาฟื้นฟูท้องทะเลไทย และมอบเครื่องกู้ชีพ กู้ภัยทางทะเล

วันที่ 7 กรกฎาคม 2564 เวลา 09.00 น  บริเวณ ท่าเทียบเรือเกาะพิทักษ์ อำเภอหลังสวน จังหวัดชุมพร นายปกาสิต พรประสิทธ์นายอำเภอหลังสวนให้เกียรติมาเป็นประธาน การวางซั้งกอ สร้างบ้านปลาฟื้นฟูท้องทะเลไทย และมอบเครื่องกู้ชีพ กู้ภัยทางทะเลปากน้ำชุมพร พร้อมกับนายปรีชา สุวีรานุวัฒน์ประธานนายกประมงชาวประมงหลังสวน พ.ต.อ.วิษณุ สุระวดี ผกก.สภ.ปากน้ำหลังสวน นายอำพล ธานีครุฑ หรือ ผู้ใหญ่หรั่ง และพี่น้องประชาชนจำนวนมากเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้

นายปรีชา สุวีรานุวัฒน์ กล่าว่า ขอขอบคุณ กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กระทรวงพลังงาน ที่ได้สนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคมการวางซั้งกอ สร้างบ้านปลาฟื้นฟูท้องทะเลไทย และมอบเครื่องกู้ชีพ กู้ภัยทางทะเลปากน้ำชุมพร ภายใต้โครงการการสร้างความเชื่อมั่น ความไว้วางใจ และเพิ่มการมีส่วนร่วม ของประชาชน เพื่อรับรองรับการพัฒนาโครงการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ในกิจกรรมรักษาเครือข่าย โดยผ่านคณะทำงานไตรภาคี ในพื้นที่จังหวัดชุมพร ประจำปี 2564 ดูแลทั่วไทย ห่วงใยชุมชน สู่ความสุขที่ยังยืน


ภาพ/ข่าว  ธนากร โกศลเมธี รายงานศูนย์ข่าวสารจังหวัดชุมพร

ประจวบคีรีขันธ์ – เศร้า !! กระทิงแก่งกระจานชนกันเองเสียชีวิต

วันที่ 7 ก.ค. นายพิชัย วัชรวงษ์ไพบูลย์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (สบอ.3) สาขาเพชรบุรี ได้รับรายงานจากนายอิทธิพล ไทยกมล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ขณะลาดตระเวนร่วมกับ นางสาวเนตรนภา งามเนตร นายญาณ อ้วนสิงห์ ผู้ช่วยหัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน และเจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนหน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ที่ 20 (ห้วยคมกฤต) มาถึงบริเวณโป่งพรม พิกัด 0552744 E 1409965 N ในเขตอุทยานฯ พบกระทิงโตเต็มวัยนอนได้รับบาดเจ็บอยู่ในโพรงไม้ สังเกตพบว่ากระทิงไม่สามารถพยุงตัวลุกขึ้นเดินไปหาอาหารกินเองได้ จึงเฝ้าอาการอยู่ห่างพร้อมประสานขอนายสัตวแพทย์ประจำสถานีเพาะเลี้ยงสัตว์ป่าห้วยทราย มาทำการรักษาแต่ไปไม่ทันถึงกระทิงได้เสียชีวิตเสียก่อนด้วยความเสียดาย จึงทำการผ่าซากเพื่อหาสาเหตุ

เบื้องต้นพบว่าเป็นกระทิงเพศผู้ น้ำหนักประมาณ 1,500 กิโลกรัม มีขนาดปลายเขากว้าง 54 ซม. ความกว้างที่สุดของเขา 80 ซม. ความยาวของเขาวงนอก 43 ซม. เส้นรอบวงโคนเขา 31 ซม. มีความยาวของลำตัว 219 ซม. ความสูงจากปลายตีนถึงสะโพกหลัง 156 ซม. และความสูงปลายตีนขาหน้าถึงโหนก 172 ซม. ตรวจตามลำตัวไม่พบร่องรอยถูกกระสุนปืน มีแต่ร่องรอยการชนเล็กน้อยบริเวณหน้าผากและร่องรอยบนเขาคาดว่าเกิดจากการต่อสู้ชนกันเองกับกระทิงด้วยกันเนื่องจากอยู่ในช่วงฤดูผสมพันธุ์ จนได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตต่อมา จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้เก็บตัวอย่างชิ้นส่วนอวัยวะภายในและเลือดยังห้องแล็ป เพื่อตรวจหาสาเหตุการตายอีกครั้งก่อนทำการฝังกลบซากตามมาตรการต่อไป


ภาพ/ข่าว  นายนิพล ทองเก่า ผู้อำนวยการศูนย์ข่าวสยามโฟกัสไทม์ / 4เหล่าทัพ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ระยอง - ผู้ว่าฯระยอง ชวนร่วมกิจกรรมสุดพิเศษ “ห่างกัน ไม่ห่างไกล - MUSIC DISTANCING” งานดนตรีรูปแบบใหม่เติมวัคซีนใจให้ชาวจังหวัดระยอง

นายชาญนะ เอี่ยมแสง ผู้ว่าราชการจังหวัดระยอง เชิญชวนคนไทยร่วมส่งพลังบวกให้คนดนตรีจังหวัดระยองในกิจกรรม“ห่างกัน ไม่ห่างไกล - MUSIC DISTANCING” งานดนตรีแบบ New Normal ผ่าน Facebook Fanpage : Rayong Space ของดี ระยอง ออนไลน์ และกลุ่ม Rayong Space ตั้งแต่เวลา 19.00 – 22.00 น.ในวันที่ 8 – วันที่ 10 กรกฎาคม 2564 และวันที่ 17 กรกฎาคม 2564

กิจกรรม “ห่างกัน ไม่ห่างไกล - MUSIC DISTANCING” นัดกันมาเติมวัคซีนใจให้กันที่หน้าจอมือถือ ส่งกำลังใจผ่าน live สด ที่เพจ facebook : RAYONG SPACE ของดีระยองออนไลน์ พื้นที่แห่งโอกาสของระยอง จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 8 – วันที่ 10 กรกฎาคม 2564 และวันที่ 17 กรกฎาคม  2564 รวม 4 วัน วันละ 3 ชุดการแสดง เริ่มตั้งแต่เวลา 19.00 - 22.00 น. ได้รับการสนุบสนุนงบประมาณจาก บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กงพัฒนา เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชัน ห้างทองศิริเยาวราช ทีมงาน Rayong Space Live โดยบ้านตะวันเอื้อเฟื้อสถานที่จัดพร้อมอำนวยความสะดวกตลอดระยะเวลาที่จัดกิจกรรม


ภาพ/ข่าว  วฐิต กลางนอก / ธีรวัฒน์ อินธิพันธ์ รายงาน

นราธิวาส - ผู้ว่าฯนราธิวาส เยี่ยมให้กำลังใจพร้อมมอบเงินช่วยเหลือครอบครัวหญิงตั้งครรภ์ ที่เสียชีวิตจาก โควิด-19

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ในจังหวัดนราธิวาส (ระลอกเดือนเมษายน 2564)  ข้อมูล ณ วันที่ 6 กรกฎาคม 2564 มีผู้ติดเชื้อสะสม 2,612 ราย มีผู้เสียชีวิตราย 13 ราย โดยผู้เสียชีวิตรายล่าสุดเป็นหญิงตั้งครรภ์ 7 เดือนครึ่ง ที่เสียชีวิตพร้อมทารกในครรภ์ ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสมีความเสียใจต่อการเสียชีวิตจากการติดเชื้อไวรัส COVID - 19 โดยหญิงตั้งครรภ์ที่เสียชีวิต อายุ 33 ปี อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 134/3 หมู่ 7 ต.ศรีสาคร อ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส

ในวันนี้ (6 ก.ค. 64) นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้ลงพื้นที่ไปยังที่ว่าการอำเภอศรีสาคร จังหวัดนราธิวาส เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจแพทย์และบุคลากรสาธารณสุขในพื้นที่ พร้อมทั้งรับฟังสถานการณ์ของโรค COVID-19 ในพื้นที่ และข้อมูลผู้เสียชีวิตรายล่าสุดจากการติดเชื้อไวรัส COVID-19 โดยมีปลัดจังหวัดนราธิวาส นายอำเภอศรีสาคร หัวหน้าส่วนราชการ ผอ.รพ.ศรีสาคร เข้าร่วม

นายเจษฎา จิตรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า วันนี้เดินทางมาให้กำลังใจครอบครัวผู้เสียชีวิต รวมทั้งแพทย์และบุคลากรสาธารณสุขที่ได้ปฏิบัติงานอย่างเต็มที่ในการดูแลประชาชน โดยมารับฟังข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ขอให้มีการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องแก่ประชาชน รวมทั้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางให้ความช่วยเหลือตามมาตรา 41 สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากบริการสาธารณสุข  และจะมีการให้ความช่วยเหลือตามระเบียบของทางราชการต่อไป

สำหรับสถานการณ์ โรค COVID-19 ในพื้นที่อำเภอศรีสาคร มีผู้ติดเชื้อสะสม จำนวน 138 ราย ผู้สัมผัสเสี่ยงสูงกว่า 400 ราย และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย ซึ่งกรณีของหญิงตั้งครรภ์ที่เสียชีวิต มีประวัติเชื่อมโยงคลัสเตอร์มัรกัสยะลา เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลศรีสาครเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2564 มีอาการปอดอักเสบ ได้ทำการ swab พบว่าติดเชื้อ COVID-19 และในวันที่ 5 กรกฎาคม 2564 นำส่งโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์ หลังมีอาการทรุดลงจากภาวะปอดติดเชื้อ ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ และเสียชีวิตในวันที่ 6 กรกฎาคม 2564 ด้านเจ้าหน้าที่สาธารณสุขในพื้นที่ได้ดำเนินการค้นหาผู้สัมผัสเสี่ยงสูงในครอบครัวและในชุมชน พร้อมทั้งให้แยกกักตัวที่บ้านแล้ว

ต่อจากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาสพร้อมคณะได้เดินทางไปยังบ้านเลขที่ 134/3 หมู่ 7 ตำบลศรีสาคร อำเภอศรีสาคร เพื่อมอบเงินช่วยเหลือส่วนตัวจำนวนหนึ่งแก่ครอบครัวหญิงตั้งครรภ์ที่เสียชีวิต รวมทั้งมอบเงินสงเคราะห์ฯจากสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จ.นราธิวาส และเงินช่วยเหลือจากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดนราธิวาส นอกจากนี้ยังได้มอบสิ่งของอุปโภคมอบเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน พร้อมทั้งพูดคุยและให้กำลังใจแก่ครอบครัวผู้เสียชีวิตอีกด้วย


ภาพ/ข่าว  แวดาโอ๊ะ หะไร จ.นราธิวาส

“นทพ.” จัดชุดฉีดวัคซีนเคลื่อนที่ (Mobile Vaccination Kit) ออกให้บริการ ครั้งที่ 2  ฉีดวัคซีนให้กับกำลังพลกลุ่มเสี่ยง ในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ นราธิวาส,ยะลาและปัตตานี

พล.อ.เฉลิมพล  ศรีสวัสดิ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด/หัวหน้าศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง (ผบ.ทสส./หน.ศปม.) สั่งการให้ พล.อ.นเรนทร์  สิริภูบาล ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (ผบ.นทพ.) จัดชุดฉีดวัคซีนเคลื่อนที่ (Mobile Vaccination Kit) ประกอบด้วยแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่เสนารักษ์ พร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ จากกองแพทย์ สำนักงานสนับสนุน หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (กองแพทย์ สสน.นทพ.) นำวัคซีนที่ได้รับการจัดสรรจากกระทรวงสาธารณสุข รวมทั้งวัคซีนที่ได้รับตามแผนการแจกจ่ายและกระจายวัคซีนของกระทรวงกลาโหม ออกบริการฉีดให้แก่กำลังพลของสำนักงานพัฒนาภาค 4 (ส่วนหน้า) และหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 41 จังหวัดนราธิวาส, หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 42 จังหวัดยะลา และหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 44 จังหวัดปัตตานี 

ซึ่งเป็นกำลังพลที่ปฏิบัติงานในการพัฒนาและช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันป้องกันการติดเชื้อให้กับกำลังพลที่ต้องปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่เสี่ยงและใกล้ชิดกับประชาชน

ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนกระทรวงสาธารณสุขในการกระจายวัคซีนให้เป็นไปอย่างทั่วถึงและรวดเร็วตามนโยบายของรัฐบาล พลเอก ประยุทธ์  จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ที่ได้ประกาศให้การฉีดวัคซีนเป็น "วาระแห่งชาติ" เพื่อเร่งสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้กับประเทศไทยของเรา โดยได้ดำเนินการฉีดวัคซีน ในวันที่ 7 ที่ นพค.42 และ นพค.41 รวมจำนวน 144 นาย และจะจบภารกิจที่ นพค.44 ในวันที่ 8 ก.ค.64

ลูกจ้าง-นายจ้าง เตรียมรับเงินเยียวยา 23 ก.ค.นี้ พร้อมโอนเยียวยาครั้งแรก 

นายธนกร วังบุญคงชนะ เลขานุการรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะโฆษกประจำศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบจากการระบาดของโรคติเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบศ.) เปิดเผยว่า สำหรับการช่วยเหลือเยียวยาประชาชนหรือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 นั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ได้ออกมาตรการช่วยเหลือประชาชนทุกกลุ่ม โดยล่าสุด ครม. เห็นชอบอนุมัติงบประมาณสำหรับชดเชยเร่งด่วน จำนวน 2,519.38 ล้านบาท เพื่อเยียวยากลุ่มแรงงานและผู้ประกอบการด้านก่อสร้าง  ที่พัก บริการด้านอาหาร ศิลปะ บันเทิง และนันทนาการ และผู้ประกันตนมาตรา 33 ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด 6 จังหวัด ที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการของรัฐในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด ถูกปิดกิจการชั่วคราว เป็นระยะเวลา 1 เดือน โดยเริ่มโอนเงินเยียวยาครั้งแรกภายในวันที่ 23 ก.ค.นี้ 

ทั้งนี้จะโอนผ่านบัญชีพร้อมเพย์ หากนายจ้างที่เป็นนิติบุคคล สำนักงานประกันสังคมจะโอนเข้าบัญชีเงินฝากตามที่นายจ้างแจ้ง หรือตามวิธีการอื่นๆ ที่กระทรวงแรงงานกำหนด ส่วนกรณีนายจ้างที่ยังไม่ได้อยู่ในระบบประกันสังคม สามารถลงทะเบียนนายจ้างและขึ้นทะเบียนประกันสังคมรายใหม่ตั้งแต่ตอนนี้จนถึงวันที่ 30 ก.ค.64 เพื่อเข้าสู่ระบบประกันสังคม และจะได้เข้าเงื่อนไขของการเยียวยาในครั้งนี้

กลุ่มบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ มอบทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาจากสถาบันต่าง ๆ เพื่อการพัฒนาบุคลากร เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC)

นายไมตรี ไตรติลานันท์ ผวจ.ฉะเชิงเทรา เป็นประธานในพิธีมอบทุนการศึกษา กลุ่มบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ เพื่อการพัฒนาบุคลากร เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ประจำปี 2564 มีผู้ให้เกียรติ ร่วมมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ประกอบด้วย คุณสมโภชน์ อาหุนัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัทพลังงานบริสุทธิ์ , คุณอมร ทรัพย์ทวีกุล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท พลังงานบริสุทธิ์ , คุณชาญยุทธ ฉายาวัฒนะ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท อมิตา เทคโนโลยี ไทยแลนด์ จำกัด , คุณวุฒิเลิศ เจียรนิลกุลชัย กรรมการบริษัท อีเอ ไบโอ อินโนเวชั่น จำกัด , คุณกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานบริหารโครงการจัดตั้งจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม ฉะเชิงเทรา บลูเทค ซิตี้ , คุณสุรีย์ วศินพิตรพิบูล กรรมการ ผู้จัดการ บริษัท ดับเบิ้ลพี แลนด์ จำกัด , ว่าที่พันตรี วัชรพล ลักษณลม้าย ผอ.วิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา และคณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับ ณ ห้องพุทธโสธร 3 วิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา จ.ฉะเชิงเทรา

สำหรับปีการศึกษา 2564 นี้ ได้มอบทุนการศึกษาให้กับนักศึกษาจากสถาบันต่างๆ จำนวน 20 ทุน แบ่งเป็นระดับปริญญาตรี 7 ทุน จาก 3 มหาวิทยาลัย และประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง (ปวส.) 13 ทุน จาก 6 วิทยาลัย โดยทุนการศึกษานั้น ครอบคลุมถึงค่าธรรมเนียมการศึกษา ค่าใช้จ่ายรายเดือน ค่าเบี้ยเลี้ยงฝึกงาน และค่าประกันอุบัติเหตุและประกันชีวิตให้ด้วย

ทั้งนี้ พิธีมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของ ข้อตกลงความร่วมมือจากการลงนาม MOU ในเขตพัฒนาพิเศษพื้นที่ภาคตะวันออก (EEC) ที่จะช่วยพัฒนาบุคลากร รองรับความต้องการในอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ ช่วยสร้างโอกาส ให้มีอาชีพรองรับรวมทั้งจะได้ช่วยสร้างคุณค่าคืนสู่สังคมต่อไป

“รัฐบาล”แนะ ปชช. เช็คประกาศที่ดินผ่านอินเตอร์เน็ต ชี้ เพื่อรักษาสิทธิฯ-อำนวยความสะดวก

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำประกาศที่ดิน ว่า กระทรวงมหาดไทย รายงานให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหมรับทราบการจัดทำระบบเผยแพร่ประกาศสำนักงานที่ดินเพื่อการรักษาสิทธิในที่ดินของประชาชนผ่านอินเตอร์เน็ต ที่เป็นระบบให้ประชาชนสามารถค้นหาเรียกดูประกาศสำนักงานที่ดินทั่วประเทศ เกี่ยวกับงานจดทะเบียนสิทธิและนิติบุคคลบางประเภทที่กฎหมายกำหนดว่าต้องประกาศก่อนจดทะเบียน เช่น กรณีของมรดก ใบแทน ออกโฉนดที่ดิน รังวัดข้างเคียง การจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร อาคารโรงเรือน การจดทะเบียนอาคารชุด เป็นต้น 

ทั้งนี้ประกาศผ่านอินเตอร์เน็ต เป็นการเพิ่มช่องทางการรับรู้และการเข้าถึงประกาศของสำนักงานที่ดินซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกให้กับผู้ใช้บริการมากขึ้น จึงขอเชิญชวนให้ประชาชนและภาคธุรกิจเข้ามาใช้บริการระบบเพื่อรักษาสิทธิในที่ดิน โดยสามารถใช้บริการผ่าน 2 ช่องทาง คือ เว็บไซต์ http://announce.dol.go.th หรือเข้าไปที่แอปพลิเคชัน Smart Lands คลิกเมนูค้นหาประกาศที่ดิน

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า สำหรับขั้นตอนการใช้งานเมื่อเข้าไปในระบบแล้ว ให้เลือกจังหวัด เลือกสำนักงานที่ดินที่ต้องการ และเลือกประเภทประกาศ จากนั้นกดค้นหา เพียงเท่านี้ประชาชนก็สามารถตรวจสอบประกาศของสำนักงานที่ดินทั่วประเทศได้โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางข้ามจังหวัดเพื่อเข้าไปดูประกาศของสำนักงานที่ดินด้วยตนเอง ช่วยประหยัด ลดการลดทาง ลดความเสี่ยงในช่วงที่เชื้อโควิด-19 ยังแพร่ระบาดด้วย ระบบดังกล่าวนอกจากกระเพิ่มความสะดวกและลดภาระให้กับประชาชน ภาครัฐ และภาคธุรกิจ เช่น ธนาคาร ผู้ประกอบการด้านอสังหาริมทรัพย์ ยังตรวจสอบประกาศเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ หรือการจัดตั้งนิติบุคคลได้โดยสะดวก ประหยัดค่าใช้จ่ายในการประกอบธุรกิจด้วย นอกจากนี้ ยังจะมีส่วนสำคัญในการสนับสนุนให้คะแนนเพื่อการจัดอันดับความยากง่าย ในการประกอบธุรกิจของเอกชน ด้านการจดทะเบียนทรัพย์สินของประเทศให้ดีขึ้นด้วย เนื่องจากสิ่งที่กรมที่ดินพัฒนานี้จะเพิ่มความโปร่งใสมากขึ้น จากเดิมที่การประกาศจะปิดไว้เฉพาะที่สำนักงานที่ดินเท่านั้นนำมาประกาศเพิ่มในช่องทางอินเตอร์เน็ตที่เข้าถึงง่ายโดยสะดวก

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า  สถานะการเข้าใช้บริการระบบอินเตอร์เน็ต นับแต่เปิดให้บริการตั้งแต่เดือนเม.ย.2563 พบว่า ณ สิ้นปี 2563 มีประชาชนเข้าใช้ระบบจำนวน 115,248 ครั้ง และในปี 2564 วันที่ 7 มิ.ย. 2564 มีผู้เข้าใช้ระบบ 127,073 ครั้ง รวมตั้งแต่เปิดให้บริการมีประชาชนเข้าใช้งานระบบแล้ว 242,321 ครั้ง จำนวนประกาศที่นำขึ้นประกาศในระบบ ทั้งสิ้น 163,631 ฉบับ แยกเป็นประกาศอยู่ในสถานนะระหว่างประกาศ 11,380 ฉบับ และประกาศที่มีสถานะครบระยะเวลาประกาศ 30 วันแล้ว 152,251 ฉบับ

"สิระ" ตื่นมาน้ำตาไหล เห็นข่าวคนตายจากโควิดเพิ่ม เสนอ ล็อกดาวน์สภา เหตุเป็นที่รวมคนหมู่มากในการประชุม หวั่นติดเชื้อเพิ่ม

ที่รัฐสภา นายสิระ เจนจาคะ ส.ส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ กล่าวถึงสถานการณ์การคนติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศไทย ว่า ตนตื่นขึ้นมาเห็นข่าวคนไทยมีผู้ติดโควิด-19 7 พันกว่าราย เสียชีวิต 75 ราย ตนในฐานะผู้แทนราษฎรตื่นมาน้ำตาไหล เกิดอะไรขึ้นกับประเทศไทย ไม่ได้รับการเข้าถึงสาธารณสุขใช่หรือไม่ ถึงเวลาหรือยังที่ศบค.ต้องออกมาชี้แจงกับประชาชนว่าจะบริหารเรื่องนี้อย่างไร จะประกาศล็อกดาวน์หรือไม่ หากไม่ล็อกดาวน์มีเหตุผลอะไร จะยับยั้งความสูญเสียของประชาชนคนไทยได้อย่างไรบ้าง ขอให้คำนึงถึงความเดือดร้อนประชาชนและผลประโยชน์ของประเทศชาติ ไม่ต้องเกรงใจใคร เมื่อคืนนี้มีคนไปนอนรอตรวจโควิดที่วัดพระศรีรัตนศาสดารามตั้งแต่ 21.00 น. เกิดอะไรขึ้นกับบ้านเมืองนี้ ปล่อยให้คนไทยไปนอนรอกว่าจะได้ตรวจไม่รู้กี่โมงและวันนี้จะได้ตรวจหรือไม่ สภาผู้แทนราษฎรก็ได้ผ่านพ.ร.ก.เงินกู้ 5 แสนล้านบาทแล้วก็นำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ 

"ผมขอเสนอให้ล็อกดาวน์สถานที่แห่งแรกควรจะเป็นที่รัฐสภา เพราะมีผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาจำนวนมาก จะเกิดเป็นคลัสเตอร์ใหญ่หรือไม่ เอาแค่ผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาก็เพียงพอ ที่ผ่านมาวิป 3 ฝ่ายมีข้อสรุปแล้วว่าให้งดประชุม โดยให้ประชุมเฉพาะกมธ.งบประมาณ แต่เมื่อวานนี้ก็มีกมธ.บางคณะที่ประชุมอยู่ วันนี้ก็ยังมีอีกที่ไม่ให้ความร่วมมือ หากไม่ประชุมจะสร้างความเสียหายถึงล่มสลายหรือไม่" นายสิระ กล่าว

เมื่อถามว่าสำหรับตัวเลขผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตเพราะโควิด-19ของวันนี้ มีอะไรอยากฝากถึงนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรมว.สาธารณสุขหรือไม่ นายสิระ กล่าวว่า นายอนุทินตนไม่ฝาก เพราะมีคนไปหาที่กระทรวงหลายคณะแล้ว การเป็นสภาผู้แทนราษฎรหรือผู้บริหารต้องฟังเสียงประชาชน และนำข้อมูลทั้งหมดมาประมวลและตัดสินใจบริหารประเทศ

เมื่อถามว่าล็อกดาวน์ที่สภาหมายความว่าอย่างไร นายสิระ กล่าวว่า หากไม่มีญัตติที่สำคัญและหากเว้นการประชุมไปสัก 2-3 สัปดาห์แล้วไม่ทำให้บ้านเมืองเสียหาย ก็เลื่อนประชุม แต่กมธ.งบประมาณมีเวลาจำกัดอยู่แล้วก็ให้ประชุมเฉพาะกมธ.งบ65 ก็เพียงพอ 

เมื่อถามถึงกรณีที่มีความเห็นให้ส.ส.-ส.ว.สละเงินเดือนส่วนหนึ่งเพื่อช่วยเหลือประชาชน นายสิระ กล่าวว่า ตนเห็นด้วย และกำลังให้ฝ่ายกฎหมายดูอยู่ว่าผิดกฎหมายหรือไม่ ทั้งนี้ ตนกับเพื่อนๆ ได้รวบรวมเงินก้อนหนึ่งโดยจะไปติดต่อบริษัทที่นำเข้าวัคซีนเพื่อขอซื้อวัคซีนทางเลือกเหมือนที่โรงพยาบาลเอกชนนำเข้า ซึ่งจะนำมาฉีดให้ประชาชนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อให้สามารถเข้าถึงวัคซีนได้เร็วที่สุด 

สมุทรปราการ - เผยโฉมหน้า ฮีโร่นักบิน ฮ. ผู้อยู่เบื้องหลังสยบเพลิงโรงงานกิ่งแก้ว อดีตนักรบนาวิกโยธิน กองทัพเรือ

จากกรณีที่ บริษัท หมิงตี้เคมีคอล จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานผลิตโฟมและเม็ดพลาสติก เกิดเพลิงไหม้ เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา จนทำให้มีผู้เสียชีวิตและได้รับผลกระทบ บาดเจ็บเป็นจำนวนมาก ทำให้เราเห็นแล้วว่าประเทศไทยเรานั้น มีฮีโร่ที่อยู่เบื้องหลังการดับเพลิงที่กำลังลุกลามลงได้ และหนึ่งในนั้น คือ “ร้อยโท กิตตินันท์ กันทพนม” นศ.ระดับปริญญาโท รุ่นที่ 8 สถาบันการบินพลเรือน นักบินเฮลิคอปเตอร์ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ที่ได้ทำการบิน ฮ.KA-32 ในการโปรยโฟมดับไฟในครั้งนั้น

ล่าสุดเพจเฟซบุ๊ก “Avm Catc” ได้โพสต์ชื่นชมฮีโร่ผู้สยบเพลิง โดยระบุข้อความว่า “ขอชื่นชม ร้อยโทกิตตินันท์ กันทพนม นศ.ระดับปริญญาโท รุ่นที่ 8 สถาบันการบินพลเรือน นักบินเฮลิคอปเตอร์ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย ที่ทำการบิน ฮ.KA-32 โปรยโฟม จากกรณีที่ บริษัท หมิงตี้เคมีคอล จำกัด ซึ่งเป็นโรงงานผลิตโฟมและเม็ดพลาสติก เกิดเพลิงไหม้เมื่อช่วงเช้ามืดของวันที่ 5 ก.ค. 64 จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บและได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก ภารกิจนี้นับว่าสำคัญในระดับสูงสุด เพราะเป็นการช่วยเหลือชีวิตคน ซึ่งมีค่ามากกว่าสิ่งใดในโลกใบนี้ MMAVM CATCFamily

ท่านทราบไหมครับว่า ฮีโร่ ผู้นี้คือ อดีตนักรบนาวิกโยธิน แห่งกองทัพเรือ จากการจบการศึกษาจากโรงเรียนจ่าทหารเรือ รุ่นที่ 53 (นรจ.ทร.53) และเป็นนักเรียนจ่านาวิกโยธิน รุ่นที่ 55 (นรจ.นย.55) และได้ลาออกจากกองทัพเรือ หันเหชีวิตมาสมัครเป็น นักบินทหารบก และศึกษาต่อจนจบปริญญาโท รุ่นที่ 8 สถาบันการบินพลเรือน นักบินเฮลิคอปเตอร์ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย

ซึ่งการปฏิบัติภารกิจ ในการบิน ฮ.โปรยโฟมดับไฟในครั้งนี้ นับว่าเป็นภารกิจสำคัญในระดับสูงสุด เพราะเป็นการช่วยเหลือชีวิตคน ซึ่งมีค่ามากกว่าสิ่งใดในโลกใบนี้ ยังความภาคภูมิใจแด่ เพื่อนร่วมรุ่นนรจ.ทร.33 นรจ.นย.รุ่น 55 หน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน และกองทัพเรือ เป็นอย่างยิ่ง จึงขอเป็นแรงบันดาลใจ บนเส้นทางนักบินทหารบก ที่ไม่เคยลืมกำเนิดจากกองทัพเรือ แม้แต่สักครั้งเดียว ขอชื่นชมนักบินเฮลิคอปเตอร์ ผู้อยู่เบื้องหลังสยบเพลิงโรงงานกิ่งแก้ว ในครั้งนี้


ภาพ/ข่าว  สนง.โฆษกกองทัพเรือ  นิราช / นันทพล ทิพย์ศรี รายงาน


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top