Sunday, 21 June 2026
TheStatesTimes

‘ดร.นฤมล’ รมช.แรงงาน เร่งอัพสกิลดิจิทัลให้ข้าราชการ รับนโยบายรัฐบาลดิจิทัล จัด 4 หลักสูตร 1,200 คน เริ่มกลางเดือน ก.ค. นี้

วันที่ 8 กรกฎาคม 2564 ศาสตราจารย์ นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า รัฐบาลภายใต้การนำของพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มีแนวทางการพัฒนาทักษะดิจิทัลของข้าราชการและบุคลากรภาครัฐเพื่อปรับเปลี่ยนการเป็นรัฐบาลดิจิทัล ให้ภาครัฐมีบุคลากรที่มีทักษะด้านดิจิทัลที่เหมาะสมและเป็นกลไกในการขับเคลื่อนสำคัญในการปรับเปลี่ยนภาครัฐเป็นรัฐบาลดิจิทัล รวมถึงปรับตัวให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี มีความพร้อมในการปฏิบัติงานโดยการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดได้

ศาสตราจารย์ นฤมล กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน (กพร.) กระทรวงแรงงาน โดยสำนักพัฒนาผู้ฝึกและเทคโนโลยีการฝึก ได้จัดโครงการพัฒนาทักษะดิจิทัลสำหรับบุคลกรกรมพัฒนาฝีมือแรงงานปีงบประมาณ 2564 เพื่อพัฒนาบุคลกรฝึกรวมถึงเจ้าหน้าที่ของ กพร. ให้มีความรู้และทักษะที่จำเป็น สามารถทำงานในยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจัดฝึกอบรมให้แก่กลุ่มเป้าหมายจำนวน 1,200 คน ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ระหว่างเดือนกรกฎาคม – สิงหาคม 2564 ณ หน่วยงานของ กพร. ซึ่งหากผลการอบรมมีประสิทธิภาพสูงจะได้ขยายผลสู่ภาคแรงงานต่อไป

สำหรับหลักสูตรในโครงการดังกล่าว ประกอบด้วย 4 หลักสูตร ได้แก่ หลักสูตรการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานร่วมกันผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ระยะเวลาฝึกอบรม 18 ชั่วโมง จำนวน 3 รุ่น ๆ ละ 100 คน รวม 300 คน เริ่มอบรมรุ่นแรกวันที่ 19 กรกฎาคม 2564 หลักสูตรผู้จัดการฝึกอบรมผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต ระยะเวลาฝึกอบรม 18 ชั่วโมง จำนวน 3 รุ่น ๆ ละ 100 คน รวม 300 คน เริ่มอบรมรุ่นแรกวันที่ 2 สิงหาคม 2564 หลักสูตรการประยุกต์ใช้สื่อสังคมออนไลน์เพื่อประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร ระยะเวลาฝึกอบรม 12 ชั่วโมง จำนวน 3 รุ่น ๆ ละ 100 คนรวม 300 คน เริ่มอบรมรุ่นแรกวันที่ 5 สิงหาคม 2564 และหลักสูตรการจัดการเว็บไซต์หน่วยงาน ระยะเวลาฝึกอบรม 12 ชั่วโมง จำนวน 3 รุ่น ๆ ละ 100 คน รวม 300 คน เริ่มอบรมรุ่นแรกวันที่ 16 สิงหาคม 2564

ด้านนายธวัช เบญจาทิกุล อธิบดีกรมพัฒนาฝีมือแรงงาน กล่าวว่า กพร. มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการพัฒนาบุคลากรของกรม เพื่อรองรับรองนโยบายของรัฐบาลสู่การเป็นรัฐบาลดิจิทัล รวมถึงนโยบายของ รมช. แรงงาน ที่ได้เน้นย้ำเรื่องการพัฒนาทักษะดิจิทัล ซึ่งเป็นทักษะที่จำเป็นและมีความสำคัญต่อการทำงานทั้งปัจจุบันและอนาคต

‘กระทรวงสาธารณสุข’ ชงล็อกดาวน์ 14 วัน ยกระดับคุมการระบาด คาด เข้มเท่า เม.ย. 63

นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงว่า ที่ประชุมศูนย์ปฏิบัติการ EOC ของกระทรวงสาธารณสุขเช้าวันนี้มีข้อสรุปที่จะเสนอมาตรการทางสังคม เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่เสี่ยงและพื้นที่กันชนให้ศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) พิจารณา

โดยมาตรการดังกล่าว จะมีทั้งการจำกัดการเดินทางข้ามจังหวัด การห้ามออกเคหะสถาน โดยให้ออกเท่าที่จำเป็น เช่น ออกไปพบแพทย์ ไปฉีดวัคซีน หรือซื้ออาหาร และปิดสถานที่เสี่ยงทั้งหมดเพื่องดการทำกิจกรรมร่วมกัน ยกเว้นตลาดหรือซูเปอร์มาร์เก็ต รวมถึงเน้น Work From Home เป็นเวลา 14 วัน โดยมาตราการครั้งนี้กับมาตรการ เดือนเมษายน 63 น่าจะมีความเข้มข้นไม่น้อยกว่ากัน

นอกจากนี้ กระทรวงสาธารณสุขจะเดินหน้าเร่งฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเสี่ยงทั้งผู้สูงอายุและผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว 7 โรค โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงทั้ง กทม. และปริมณฑล ให้ได้มากว่า 1 ล้านโดส ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ เพื่อลดอัตราการป่วยและอัตราการเสียชีวิต

อีกทั้งจะใช้การตรวจแบบ Rapid test เข้ามาสนับสนุนการตรวจในสถานพยาบาลที่มีเตียงรับรองผู้ป่วย ซึ่งหากพบผลเป็นบวกสามารถเข้ารักษาพยาบาลได้ทันที

ทั้งนี้ รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาล เปิดเผยว่า นายกรัฐมนตรีจะเรียกประชุม ศบค.ชุดใหญ่ในวันที่ 9 ก.ค. นี้ เพื่อประเมินสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่มีความรุนแรงในขณะนี้ โดยคาดว่าจะมีการพิจารณาข้อเสนอของฝ่ายสาธารณสุขให้ยกระดับมาตรการต่าง ๆ ก่อนที่จะนำเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัปดาห์หน้า


โปรเด็ด! ถึง 15 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

แฮร์รี่ เคนและราฮีม สเตอร์ลิ่ง 2 คู่หู ‘กุญแจสำคัญ’ ของทัพสิงโตคำราม

#เก็บตกยูโร2020 ⚽

เมื่อคืน ใครเป็นแฟนบอลอังกฤษ คงมีเผลอกัดเล็บ จิกหมอนลุ้นไปตาม ๆ กัน แต่ลงท้าย ทัพสิงโตคำราม ก็สามารถเฉือนเอาชนะขุนพลโคนม-เดนมาร์ก ไปได้อย่างสุดมันส์ 2-1

อังกฤษได้ประตูชัยจากลูกจุดโทษของแฮร์รี่ เคน ที่ซัดไปติดตัว แคสเปอร์ ชไมเคิ่ล ผู้รักษาประตูเดนมาร์ก ก่อนจะวิ่งเข้าไปซ้ำไม่เหลือ เป็นประตูสำคัญ ช่วยพาอังกฤษผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศในรายการระดับเมเจอร์ ในรอบ 55 ปี

ต้องบอกว่า แฮร์รี่ เคน ในฐานะกัปตันทีมอังกฤษ ทำผลงานได้ดีอย่างมากในเกมเมื่อคืน ไม่ว่าจะเป็นการเคลื่อนที่สร้างสรรค์เกมรุก การดึงตัวประกบเพื่อเปิดพื้นที่ในเกมบุก หรือการเก็บบอลแล้วเรียกเอาฟาวล์จากนักเตะเดนมาร์ก เคนทำได้ดี และทำได้บ่อยตลอดทั้งเกม

ส่วนอีกคนที่ลืมไปไม่ได้ นั่นคือ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง กองหน้าหมายเลข 10 ที่ใคร ๆ แซวว่าเป็นลูกรักแกเร็ธ เซาธ์เกต เฮดโค้ชของอังกฤษ ก็เป็นอีกคนที่มีส่วนช่วยให้อังกฤษเก็บชัยชนะสำคัญในนัดนี้

สเตอร์ลิ่งสามารถเรียกจุดโทษให้อังกฤษ ก่อนที่เคนจะยิงขึ้นนำ นี่คือผลงานชิ้นโบว์แดงของเจ้าตัว แม้ว่าตลอดทั้งเกม นักเตะกองหน้าแห่งแมนเชสเตอร์ ซิตี้ รายนี้ จะแอบทำตัว ‘น่ารำคาญ’ ไปบ้าง

เป็นต้นว่า ลูกยิงจ่อ ๆ เผาขน แต่ดันยิงไปติดตัวชไมเคิ่ล ผู้รักษาประตูเดนมาร์กซะอย่างนั้น หรือจังหวะควรจ่ายบอลให้เพื่อนที่มีโอกาสยิงได้ง่ายกว่า แต่พี่ลิ่งก็ลากเข้าไปยิงเอง ไม่นับรวมลูกยิงแบบเบิร์ด ๆ หน้าประตูเดนมาร์ก ที่แฟน ๆ ได้แต่เปรยในใจ ‘อะไรของเมิงว้า?!’

ทั้งหมดทั้งมวล อาจจะเป็นความผิดพลาดของนักเตะกองหน้ารายนี้ แต่ในมุมมกลับกัน ถ้าไม่ใช่สเตอร์ลิ่ง อังกฤษก็อาจจะไม่สามารถเอาชนะโครเอเชียในนัดแรก หรือไม่ชนะสาธารณรัฐเช็กในนัดสุดท้ายรอบแรก แม้แต่อาจจะไม่ผ่านเยอรมันในรอบ 16 ทีม เพราะเกมทั้งหมดที่ว่ามา สเตอร์ลิ่งมีส่วนในการทำประตูสำคัญทั้งสิ้น

แม้ฟอร์มจะดูน่ารำคาญไปบ้าง แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่า นี่คือหนึ่งใน ‘กุญแจสำคัญ’ หรือจะเรียกว่า เป็นนักเตะชี้เป็นชี้ตาย ที่ทำให้อังกฤษผ่านมาได้ไกลขนาดนี้ มันจึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมเซาธ์เกตไม่เคยเลือกดร็อปสเตอร์ลิ่งในศึกยูโรหนนี้เลยแม้แต่นัดเดียว

บางครั้งเก่งอย่างเดียวไม่พอ แต่ต้องเป็นนักเตะประเภทเอาตัวเองเข้าไปอยู่ในโอกาสสำคัญ ๆ ซึ่งสเตอรลิ่งเป็นอย่างนั้นเสมอ ต่อให้ทำพลาดสัก 10 หน แต่ทำสำเร็จในหนสำคัญแค่เพียงหนเดียว มันก็คุ้มค่ามากพอแล้วไม่ใช่หรือ

ถึงตอนนี้ สเตอร์ลิ่งยิงไป 3 เคนยิงไป 4 จัดว่าเป็นคู่หูที่ฟอร์มกำลังเข้าฝักอย่างมาก แถมนัดหน้ายังได้ไปเจอกับทีมที่มีเกมรับขึ้นชื่อลือชาอย่างอิตาลี มันช่างเป็น ‘บททดสอบสุดท้าย’ ที่เหมาะเจาะซะเหลือเกิน

ฉากสุดท้ายจะรูดม่านลงด้วยผลงานการทำประตูของสองคู่หูนี้หรือไม่ วันอาทิตย์นี้คงได้รู้กัน!


โปรเด็ด! ถึง 15 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES 
คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

'วัชระ' ยื่นหนังสือทวงถาม 'โตโยต้า' ติดสินบนเจ้าหน้าที่ไทยนับพันล้าน จริงหรือไม่

(8 ก.ค.64 ) เวลา 13.00 น. นายวัชระ เพชรทอง อดีตส.ส.ประชาธิปัตย์ แถลงข่าวที่อาคารรัฐสภา กรณีที่ได้ส่งหนังสือไป เมื่อวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา ถึงนายนินนาท ไชยธีรภิญโญ ประธานคณะกรรมการ นายโนริอากิ ยามาชิตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และนายประมนต์ สุธีวงศ์ ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ขอให้ชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีมีข่าวให้สินบนเจ้าหน้าที่รัฐไทย เพื่อให้ชนะคดีหรือกลับคำตัดสินกรณีภาษีประมาณ 350 ล้านดอลลาร์ ที่ทางการไทยเรียกเก็บจากการนำเข้ารถโตโยต้าพรีอุส และอ้างว่าเกี่ยวกับผู้พิพากษาอาวุโส 3 ท่านในศาลยุติธรรม สร้างความเสื่อมเสียให้กับกระบวนการยุติธรรมไทยเป็นอย่างมาก

นายวัชระ กล่าวว่า ไม่เชื่อว่าเป็นความจริง อาจเป็นการแอบอ้างหรือเป็นการดิสเครดิตศาลยุติธรรม รู้สึกเสียใจที่ปรากฏเรื่องในทางลบเป็นอย่างยิ่งกับศาลยุติธรรม ซึ่งจะส่งผลต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติที่จะมาลงทุนในประเทศไทยในอนาคต และมีผลกระทบต่อความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นเพื่อให้ความจริงปรากฏ จึงขอให้บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดเผยรายละเอียดในเรื่องที่ลูกค้าและประชาชนสงสัยในธรรมาภิบาลของบริษัทโดยด่วนที่สุด

ล่าสุดทางบริษัท โตโยต้า มีหนังสือตอบกลับมายังนายวัชระว่า บริษัทยึดมั่นที่จะทำให้การดำเนินธุรกิจเป็นไปตามกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง ทั้งในไทยและประเทศอื่น ๆ ให้ความสำคัญต่อข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการกระทำความผิดอย่างจริงจัง และกำลังให้ความร่วมมือกับการสอบสวนที่ยังดำเนินการอยู่อย่างต่อเนื่อง บริษัทจึงยังไม่สามารถให้รายละเอียดเพิ่มเติมได้ เนื่องจากการสอบสวนยังคงดำเนินการไม่เสร็จ และตามที่บริษัทได้เคยแจ้งต่อสาธารณะไปก่อนหน้านี้ว่า ขอบเขต ระยะเวลา และผลสรุปของกรณีดังกล่าวยังไม่เป็นที่ยุติ ดังนั้น จึงอาจเป็นการด่วนสรุปเกินไปที่จะคาดเดาผลของการสอบสวนที่ยังคงอยู่ระหว่างการพิจารณาอยู่นั้น

จากการชี้แจงของบริษัทโตโยต้านี้ นายวัชระ ได้ถามกลับบริษัท โตโยต้า ว่าการที่อ้างว่าเรื่องอยู่ระหว่างการสอบสวน ใครเป็นผู้สอบสวน เป็นภาครัฐหรือเอกชน มีใครเป็นกรรมการสอบสวนบ้าง และเมื่อผลการสอบสวนยังไม่แล้วเสร็จ จะเสร็จเมื่อใด มีการกำหนดระยะเวลาได้หรือไม่ และสิ่งสำคัญที่สุดที่บริษัทสามารถตอบได้ทันทีในขณะนี้ก็คือ มีการจ่ายเงินนับพันล้านบาทให้ใครจริงหรือไม่ ซึ่งบริษัทย่อมต้องมีข้อมูลในฝ่ายบัญชีอยู่แล้ว หากมีการจ่ายจริงก็ต้องบอกว่าจ่ายให้ใคร เป็นจำนวนเท่าใด หรือหากไม่ได้จ่ายก็ต้องบอกให้สาธารณชนได้ทราบ ทั้งนี้ หากยังไม่ได้คำตอบใด ๆ ก็จะไปยื่นหนังสือทวงถามอีกครั้งหนึ่งภายใน 30 วัน


โปรเด็ด! ถึง 15 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

มนตรีซีเกมส์ 10 ชาติ ลงมติยกเลิกการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ปลายปีนี้แน่นอนแล้ว หลังโควิด-19 ลามหนัก ส่วนการที่เวียดนาม จะขอเลื่อนไปจัดในเดือนเมษายนปีหน้า ให้ทำเรื่องเสนอขึ้นมาอีกครั้ง

นายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ ซีโอโอของสำนักงานสหพันธ์กีฬาซีเกมส์ เป็นประธานประชุมมนตรีซีเกมส์ผ่านการประชุมทางไกล เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม โดยมี พล.ต.จารึก อารีราชการัณย์ รองประธาน และเลขาธิการคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย, ศ.เจริญ วรรธนะสิน, นพ.วารินทร์ ตัณฑ์ศุภศิริ มนตรีซีเกมส์ของไทย, นายธนา ไชยประสิทธิ์ เหรัญญิกคณะกรรมการโอลิมปิคฯ และมนตรีซีเกมส์ 11 ชาติ เข้าร่วมประชุม เพื่อพิจารณากรณีเวียดนาม ที่จะเป็นเจ้าภาพซีเกมส์ ครั้งที่ 31 จะขอเลื่อนจัดการแข่งขัน จากวันที่ 21 พฤศจิกายน - 2 ธันวาคม 2564 ออกไปเป็นเดือนเมษายน หรือพฤษภาคม 2565

ที่ประชุมได้ขอให้เวียดนาม ให้คำตอบชัดเจนว่า สามารถจัดการแข่งขันตามกำหนดเดิมหรือไม่ ซึ่งผู้แทนของเวียดนาม ยังคงพยายามต่อรองจะให้คำตอบในอีก 10 วันข้างหน้า แต่ในที่สุด ประธานที่ประชุมได้ขอให้ทุกชาติลงมติว่า จะยังคงให้มีการแข่งขันตามกำหนดเดิมหรือไม่ เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในภูมิภาคนี้รุนแรงมากขึ้น

ซึ่งที่ประชุมได้ลงมติด้วยคะแนนเสียง 10 ชาติ และเวียดนาม งดออกเสียง ให้ยกเลิกการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 31 ส่วนการที่เวียดนาม จะขอเลื่อนไปจัดแข่งขันในเดือนเมษายน หรือพฤษภาคมปีหน้านั้น ให้เป็นเรื่องที่โอลิมปิกเวียดนาม ต้องไปคุยกับรัฐบาลเพื่อให้ได้คำตอบที่ชัดเจน ก่อนนำเสนอเข้าสหพันธ์ซีเกมส์อีกครั้งหนึ่ง

หลังจากการประชุมนายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ ได้แจ้งต่อ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้รับทราบ เพื่อพิจารณาในการเก็บตัวนักกีฬาทีมชาติไทย ชุดซีเกมส์ ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป


โปรเด็ด! ถึง 15 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

เปิดโผ นักเตะฟอร์มแจ่มในยูโร 2020 ที่เตรียมตัวมีบิ๊กทีม รุมจีบไปร่วมสังกัดแน่นอน

เหลืออีกเพียงนัดเดียว ศึกฟุตบอลยูโร 2020 ก็จะรูดม่านปิดตัวลง แต่ทัวร์นาเม้นท์จบ คนอาจไม่จบ เรากำลังหมายถึง เหล่าบรรดานักเตะที่ทำผลงานได้ดี หลายคนเป็นนักเตะชื่อเสียงธรรมดา ๆ แต่ด้วยฟอร์มการเล่นอันชวนเตะตา จึงรับประกันได้ว่า จบยูโร 2020 ไปแล้ว พวกพี่ ๆ เหล่านี้มีโอกาสย้ายทีม พร้อมอัปราคาค่าตัวอย่างแน่นอน

THE STATES TIMES ไปคัดตัวมาเน้น ๆ 9 คน ฟอร์มดีเป็นศรีแก่ชาติเอามาก ๆ มีใครกันบ้าง ลองไปดูกัน!!


โปรเด็ด! ถึง 15 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

รองโฆษกรัฐบาล ยัน รัฐดูแลประชาชนตามรัฐธรรมนูญ ชี้วัคซีน mRNAอยู่ในแผนวัคซีนหลัก รอแค่ส่งมอบ ยก องค์การอนามัยโลก รับรองซิโนแวก-แอสตราฯ-ซิโนฟาร์ม มีประสิทธิภาพ

ที่ทำเนียบรัฐบาล น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวกรณีที่มีการ เตรียมฟ้องรัฐบาล หลังจากคณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติให้จัดซื้อวัคซีนซิโนแวคเพิ่มเติม โดยอ้างว่าการจัดซื้อวัคซีนดังกล่าวขัดต่อรัฐธรรมนูญ เพราะไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ที่กำลังแพร่ระบาดได้ ว่าองค์การอนามัยโลก ประจำประเทศไทย เผยแพร่ข้อมูลว่าวัคซีนที่ได้รับการรับรองและขึ้นทะเบียนมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ซึ่งไทยมีวัคซีน 3 ชนิดที่ให้บริการไปแล้ว ได้แก่ แอสตราเซเนกา ซิโนฟาร์ม และ ซิโนแวค ขณะที่แผนจัดหาวัคซีน มีคณะแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ มีงานวิชาการรองรับ เป็นไปตามกฎหมายทุกขั้นตอน สอดคล้องตามรัฐธรรมนูญ และทำตามหลักภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ ขององค์การอนามัยโลก

น.ส.ไตรศุลี กล่าวว่า ส่วนความกังวลว่าวัคซีนซิโนแวคที่สั่งซื้อมาต่อเนื่องอาจไม่สามารถป้องกันการติดเชื้อที่กำลังแพร่ระบาด ในปัจจุบันข้อมูลทางการแพทย์ พบว่ายังไม่มีวัคซีนชนิดใดที่สามารถป้องกันการติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์เดลต้าได้ 100 เปอร์เซ็นต์ แม้แต่ชนิด mRNA แต่ทุกชนิดรวมทั้งเทคโนโลยีเชื้อตาย สามารถลดการป่วยหนักและการเสียชีวิตได้  

ดังนั้น ในระหว่างรอส่งมอบวัคซีน mRNA อาทิ วัคซีนไฟเซอร์ 20 ล้านโดส ตามแผนวัคซีนหลัก ในช่วงไตรมาสที่ 4 และโมเดอร์นาซึ่งเป็นวัคซีนทางเลือก รัฐบาลจึงเร่งจัดหาและฉีดวัคซีนให้ประชาชนในวงกว้างให้มากที่สุดเพื่อลดการป่วยหนักและการเสียชีวิต ตามนโยบายนายกรัฐมนตรี ซึ่งแผนการดังกล่าวภาครัฐได้ดำเนินการและสื่อสารมาอย่างต่อเนื่อง ไม่ใช่เพิ่งอนุมัติจัดหาในการประชุม ครม.ที่ผ่านมา 

“บิ๊กตู่” รับโควิดแพร่ระบาดรุนแรง “ลั่น” จำเป็นต้องใช้มาตรการเข้มงวด “วอน” ทุกฝ่ายร่วมมือป้องกันตัวเองและใช้สติในการรับข้อมูล

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวโดยระบุว่า จากสถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน ขณะนี้ ทุกคนทราบดีว่าการแพร่ระบาดมีความรุนแรงมากขึ้น จากการกลายพันธุ์ของเชื้อโควิดที่แพร่ระบาดได้ง่ายยิ่งขึ้น มาตรการทุกอย่างที่รัฐบาลจะออกมา จำเป็นต้องพิจารณาอย่างรัดกุม โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของประชาชนเป็นที่ตั้ง ซึ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ และธุรกิจต่าง ๆ 

“ผมได้ติดตามสถานการณ์การระบาดอย่างต่อเนื่องด้วยความไม่สบายใจ และรับรายงานจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อประเมินสถานการณ์และความจำเป็นในการใช้แผนเผชิญเหตุ เพื่อกำหนดมาตรการการควบคุมโรคที่จะต้องเกิดขึ้น และส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนเป็นจำนวนมาก แต่หากไม่ดำเนินการ อาจจะส่งผลกระทบให้เกิดความรุนแรงมากกว่านี้ ซึ่งเราอาจมีความจำเป็นต้องกำหนดมาตรการเข้มงวดมากยิ่งขึ้นในการจำกัดการเคลื่อนย้าย การป้องกันมิให้มีการรวมกลุ่มทำกิจกรรม การปิดสถานที่เพิ่มเติม และมาตรการอื่นๆที่จำเป็น โดยในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. ผมได้เรียกประชุม ศบค. ชุดใหญ่ในเช้าวันพรุ่งนี้ (9 ก.ค.) เพื่อพิจารณามาตรการที่ฝ่ายต่าง ๆ ได้เสนอเข้ามา และจะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบโดยทันที”พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ตนขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนทุกคน ช่วยกันดูแล ป้องกันตัวเอง ครอบครัว สังคม ประเทศชาติไปด้วยกัน ไม่มีใครหรือประเทศใด ที่จะสามารถแก้ไขปัญหาโควิดได้สำเร็จโดยคนเพียงคนเดียว หรือหน่วยงานเดียว ในยามที่เปรียบเสมือนการทำสงครามกับเชื้อไวรัสในครั้งนี้ สิ่งที่จะทำให้เราชนะได้ คือความสามัคคีของคนในชาติ ความมีวินัย ความอดทน การร่วมแรงร่วมใจ ช่วยเหลือกันของคนในชาติ และอีกสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งคือ ความมีสติในการรับข่าวสารในยามวิกฤต ที่มีผู้ไม่หวังดีสร้างข้อมูลเท็จที่มุ่งร้ายให้เกิดเข้าใจผิดและสับสนวุ่นวายในสังคมอย่างมากมาย ซึ่งต้องมีการดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด รวมถึงผู้ที่ฝ่าฝืนมาตรการของรัฐที่ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อผู้อื่นด้วย 

“ผมขอให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ด่านหน้าทุกคนที่ทำงานอย่างเสียสละ และขอสัญญาว่าจะดูแลทุกคนอย่างดีที่สุด ผมและรัฐบาลจะดำเนินการอย่างเต็มที่เพื่อควบคุมสถานการณ์ให้ได้โดยเร็วที่สุด” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว

คนกรุงโล่งใจ นายก สั่ง รมว.เฮ้ง เปิดจุดตรวจโควิดเพิ่มที่สนามไทย - ญี่ปุ่น ดินแดง เร็ว ๆ นี้

นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ตามที่สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 มีจำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นนั้น
ท่านนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา และกระทรวงแรงงาน ภายใต้การกำกับดูแลของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี

ได้มีความห่วงใยพี่น้องผู้ใช้แรงงานและประชาชนทั่วไปจากสถานการณ์ดังกล่าว จึงได้มีข้อสั่งการให้ กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคม
บูรณาการความร่วมมือกับกระทรวงมหาดไทย โดยกรุงเทพมหานคร กระทรวงสาธารณสุข โดยสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) 
เพื่อดำเนินการเปิดจุดตรวจคัดกรองโควิด-19 ขึ้น  แก่พี่น้องผู้ใช้แรงงาน ผู้ประกอบอาชีพอิสระ และประชาชนทั่วไป ให้สามารถมาตรวจคัดกรองโควิด-19 ได้ ณ อาคารกีฬาเวสน์ 1 ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย - ญี่ปุ่น) เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร ในเร็วๆ นี้

นายสุชาติ กล่าวต่อว่า การเปิดจุดตรวจคัดกรองโควิด-19 เพิ่มในครั้งนี้ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกันตน แรงงานนอกระบบ และพี่น้องประชาชนทั่วไป
ที่เดือดร้อนจากการตรวจโควิด-19 ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีอีกทางหนึ่งด้วย กรณีตรวจพบเชื้อและมีอาการจะถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลในเครือข่ายประกันสังคม ส่วนผู้ที่ตรวจพบเชื้อแล้วไม่มีอาการหรืออยู่ในระดับสีเหลืองตามเกณฑ์ที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด จะถูกส่งตัวเข้ารับการรักษาที่ Hospitel ของประกันสังคม ซึ่งจะมีทีมแพทย์และพยาบาลดูแล

ทั้งนี้ กระทรวงแรงงาน โดยสำนักงานประกันสังคม จะเร่งหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อกำหนดรายละเอียดขั้นตอนในการให้บริการตรวจคัดกรองโควิด-19 โดยเร็ว จากนั้นจะเร่งประชาสัมพันธ์ให้ทราบในทันที เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถเข้าถึงการตรวจคัดครองเชื้อโควิดได้ และหากพบว่าติดเชื้อจะได้เข้าสู่การรักษาได้อย่างทันท่วงทีต่อไป

ตร.เตือน !! ซื้อสินค้าออนไลน์ ควรตรวจสอบให้ดี ก่อนโดนเพจปลอมส่งสินค้าไม่ได้คุณภาพมาแทน

เมื่อวันที่ 8 ก.ค.2564 พ.ต.อ.ศิริวัฒน์  ดีพอ รอง ผบก.ปอท. ในฐานะ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากกรณีที่ กองบังคับการปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) บุกทลายโกดังสินค้าแห่งหนึ่งย่านราษฎร์บูรณะโดยได้ตรวจยึดเครื่องใช้ไฟฟ้าประเภท เตารีด พัดลม ไมโครเวฟ ที่ไม่มีคุณภาพกว่า 3,000 ชิ้น ซึ่งพบว่าใช้วิธีการแอบอ้างหลอกลวงผู้บริโภคผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยเฉพาะเฟซบุ๊กเพราะเป็นสื่อสังคมออนไลน์ที่ได้รับความนิยม ประชาชนเข้าถึงง่ายและมีการใช้งานเป็นจำนวนมาก โดยจะใช้วิธีลงประกาศโฆษณาสินค้าแบรนด์ดังเป็นยี่ห้อที่มีคุณภาพและเป็นที่รู้จัก แต่นำมาจำหน่ายในราคาถูกกว่าท้องตลาดมาก ทำให้ประชาชนตัดสินใจซื้อโดยไม่ทันได้ตรวจสอบข้อมูลร้านค้า โดยหากต้องการซื้อสินค้าจะให้กรอกชื่อที่อยู่ หมายเลขโทรศัพท์ จากนั้นจะจัดส่งสินค้าให้กับผู้สั่งซื้อแบบเรียกเก็บเงินปลายทาง ส่วนใหญ่ช่วงที่สินค้ามาส่ง จะเป็นช่วงเวลากลางวัน คนที่รับสินค้าอาจเป็นผู้สูงอายุ หรือ ญาติ เป็นผู้รับสินค้าแทน

แต่ปรากฎว่า เมื่อผู้สั่งสินค้า มาเปิดดูสินค้าภายหลัง จะพบว่าเป็นสินค้าที่ไม่ตรงตามที่โฆษณา หรือที่เรียกว่า “ไม่ตรงปก” ตั้งแต่ยี่ห้อก็ไม่ใช่ ส่วนใหญ่เป็นสินค้านำเข้าจากต่างประเทศที่ไม่มีคุณภาพ ไม่มีมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.)

เมื่อผู้สั่งซื้อไม่พอใจจะเรียกร้องหรือส่งคืนสินค้าที่ไม่ได้คุณภาพทำได้อย่างยากลำบาก ไม่สามารถติดต่อผู้ขายได้ หรือหากติดต่อได้ก็จะมีขั้นตอนมากทำให้เสียเวลา จนผู้สั่งซื้อท้อใจเลิกไปเอง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีความห่วงใยพี่น้องประชาชน ในกรณีดังกล่าว จึงขอประชาสัมพันธ์ ให้ใช้วิจารณญาณในการสั่งซื้อสินค้าผ่านสื่อสังคมออนไลน์ โดยแนะนำให้ตรวจสอบข้อมูลร้านค้าก่อนสั่งซื้อสินค้า ดังนี้

1.หลีกเลี่ยงร้านค้าที่ไม่มีความน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะชื่อร้านค้าในสื่อสังคมออนไลน์ที่ใช้พยัญชนะภาษาอังกฤษผสมคำในลักษณะอ่านเป็นคำไม่ได้ การติดต่อสอบถามจะผ่านการแชทเท่านั้นซึ่งจะใช้ระบบอัตโนมัติตอบ โดยมักจะตอบไม่ตรงคำถาม อีกทั้งจะมีการลบความคิดเห็นในแชทที่มีผลในเชิงลบกับร้านค้า ไม่มีหมายเลขโทรศัพท์ที่ใช้ติดต่อกับร้านค้า หรือหากมีก็ไม่สามารถติดต่อได้

2.ควรเลือกซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ แอปพลิเคชัน หรือร้านค้าออนไลน์ที่มีความน่าเชื่อถือ

3.ตรวจสอบความน่าเชื่อถือจาก ข้อมูลความคิดของลูกค้าที่เคยซื้อ(รีวิว แต่ต้องระวังรีวิวจัดตั้งสนับสนุนร้านค้า)

4.ตรวจสอบความน่าเชื่อถือของเว็บไซต์หรือเพจจำหน่ายสินค้า หากมีการจัดโปรโมชั่น เช่น ลด แลก แจก แถมในราคาที่อาจเกินความเป็นจริง อาจสอบถามไปยัง call center หรือ แผนกบริการสัมพันธ์ของยี่ห้อ/เจ้าของผลิตภัณฑ์ว่ามีจริงหรือไม่อย่างไร

5.ตรวจสอบข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับร้านค้า เช่น ชื่อร้าน ชื่อผู้ขาย หมายเลขบัญชีร้านค้า ฯลฯ ทางเว็บไซต์ search engine หรือ เพจเฟซบุ๊กที่รวบรวมข้อมูลผู้ขายที่มีประวัติการโกงลูกค้า เพื่ออาจทราบถึงประวัติการโกงลูกค้า

6.เลือกซื้อสินค้าในเว็บไซต์หรือเพจขายสินค้าที่มีหมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้จริง สำหรับสอบถามรายละเอียดของสินค้า หรือ ขอความช่วยเหลือกรณีสินค้าที่ซื้อมีปัญหา

7.หากตกลงรับสินค้าและชำระเงินค่าสินค้าแล้ว พบภายหลังว่าสินค้าไม่เป็นไปตามโฆษณา  หรือมีลักษณะผู้ขายมีเจตนาหลอกลวงขายสินค้า สามารถนำหลักฐาน(ข้อมูลการโฆษณาของร้านค้า,หลักฐานการสั่งซื้อ,หลักฐานการชำระเงิน,สินค้าที่ได้รับ ฯลฯ)เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนที่สถานีตำรวจ หรือ บก.ปคบ.ได้

ทั้งนี้หากประชาชนพบเห็นสินค้าที่มีการขายผ่านช่องทางออนไลน์ในรูปแบบดังกล่าว หรือ มีการขายสินค้าในลักษณะหลอกลวงขายสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ไม่เป็นไปตามโฆษณาสามารถแจ้งข้อมูล ได้ที่สายด่วน บก.ปคบ. โทร. 1135 หรือผ่านทางเว็บไซต์ บก.ปคบ. www.cppd.go.th


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top