Sunday, 21 June 2026
TheStatesTimes

รัฐบาลไต้หวัน - รัฐบาลขอทาน!! | NEW GENS TIMES ชวนคิด กับ กิตติธัช

รัฐบาลไต้หวัน​ - รัฐบาลขอทาน!! 

NEWS GEN TIMES ชวนคิด กับ กิตติธัช

โดย อ.ต้อม - กิตติธัช ชัยประสิทธิ์ นักวิชาการอิสระ และอาจารย์ด้านสถาปัตยกรรม สอนพิเศษด้าน ปรัชญาการเมือง สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าคุณทหารลาดกระบัง

.

.


โปรเด็ด! ถึง 15 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES 
คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

‘พงศ์พรหม’ ฝากนายกฯ ดูระเบิดโรงงานย่านกิ่งแก้วเป็นบทเรียน ซัดระบบราชการล้มเหลว ลักไก่ปล่อยโรงงานใกล้ชุมชน-สนามบิน

นายพงศ์พรหม ยามะรัต รองหัวหน้าพรรคกล้า ตั้งคำถามหลังเกิดเหตุระเบิดโรงงานผลิตเม็ดโฟมพลาสติก บริษัท หมิงตี้ เคมีคอล จำกัด ซอยกิ่งแก้ว 21 ว่า ดูจากจุดระเบิดแล้ว คำถามคือมีการก่อสร้างโรงงานแบบนี้ รวมถึงเก็บวัตถุอันตรายจำนวนมหาศาลแบบนี้ในเขตชุมชน และใกล้สนามบินสำคัญขนาดนี้ได้อย่างไร

1.) ท้องถิ่นฝ่าฝืนผังเมือง แอบอนุญาตอุตสาหกรรมอันตรายให้มาตั้งอย่างผิดกฎหมายหรือไม่

2.) โรงงานนี้เคยมีอยู่ก่อน แต่ชุมชนหนาแน่นย้ายเข้ามาโดยได้รับอนุญาตอย่างผิดกฎหมายหรือไม่

นายพงศ์พรหม กล่าวต่อว่า แต่ไม่ว่าจะเพราะอะไร 2 กรณีนี้มีคนทำผิดกฎหมาย การระเบิดครั้งนี้จึงฟ้องถึงระบบราชการแบบผิดกฎหมายที่แผ่กระจายไปทั่ว เพราะอุตสาหกรรมอันตรายไม่อนุญาตให้ตั้งในเขตชุมชนหนาแน่น หรือจุดเดินทางสำคัญของประเทศ ปัญหาจะเป็นกรมโยธาธิการ และผังเมือง หรือราชการ-การเมืองท้องถิ่น ฝากท่านนายกหยิบเป็นกรณีศึกษาถึง “ระบบราชการที่ล้มเหลว” ครับ

 

https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=4437784932898277&id=100000004424101


โปรเด็ด! ถึง 15 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

‘ก้าวไกล’ ห่วง สารเคมีตกค้างจากเหตุเพลิงไหมโรงงานกิ่งแก้ว จี้ ภาครัฐตรวจสุขภาพ จนท.- ประชาชน ต่อเนื่อง 5 ปี ‘วิโรจน์’ ชี้ ถึงเวลายกระดับงานสาธารณภัยให้สอดคล้องกับการเติบโตของชุมชนเมือง

เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 64 ศูนย์พักพิงชั่วคราว อบต.บางพลีใหญ่ วุฒินันท์ บุญชู ส.ส. สมุทรปราการ เขต 4 พรรคก้าวไกล ให้ความเห็นต่อกรณีเหตุการณ์โรงงานผลิตเม็ดโฟมและเม็ดพลาสติกขนาดใหญ่ ซอยกิ่งแก้ว 21 อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ระเบิดและมีเพลิงไหม้ ว่า ในฐานะ ส.ส.พื้นที่ ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ผจญเพลิงที่ทำงานกันอย่างเต็มที่กว่า 20 ชั่วโมง จนสามารถควบคุมเพลิงได้สำเร็จ และขอบคุณศูนย์พักพิงทั้ง 7 ศูนย์ ที่มี อบต.บางพลีใหญ่ เป็นศูนย์กลางการจัดการเพื่อดูแลผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ในครั้งนี้

สำหรับสิ่งที่อยากฝากไปยังรัฐบาล คือเรื่องความปลอดภัยและสุขภาพของผู้ได้รับผลกระทบ อยากให้มีการตรวจเช็กร่างกายของประชาชนบริเวณโดยรอบ และเจ้าหน้าที่ผจญเพลิง เพราะเหตุเพลิงไหม้ครั้งนี้ไม่ใช่การไหม้ธรรมดา แต่เป็นการไหม้สารเคมีที่จะตกค้างในพื้นที่ และเข้าสู่ร่างกายของประชาชนได้ โดยสารเคมีเหล่านี้อาจตกค้างทั้งในดินหรือไหลไปลงแม่น้ำลำคลอง หรืออาจปนเปื้อนในน้ำประปาที่อาจมีการรั่วไหลไปตามท่อหรือส่วนหนึ่งส่วนใด จึงขออยากฝากความห่วงใยประเด็นนี้ไปถึงรัฐบาล

ด้าน วิโรจน์ ลักขณาอดิศร กล่าวเสริมว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นของการประปา พบว่าขณะนี้น้ำที่ผลิตได้ยังคงมีความปลอดภัย แต่ในระยะยาวจะต้องมีการตรวจสอบในห้องปฏิบัติการเป็นระยะเพื่อความมั่นใจว่าน้ำกินน้ำใช้ของประชาชนจะมีความปลอดภัยแน่นอน รวมถึงก่อนการเข้าสู่ภาวะปกติโดยให้ประชากลับเข้าพื้นที่ได้ควรมีการตรวจระบบไฟฟ้าและโครงสร้างอาคารต่าง ๆ ด้วย

สำหรับเรื่องการตรวจร่างกายให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติงานและประชาชนในพื้นที่ประสบเหตุ นอกจากควรตรวจทันทีแล้ว จะต้องมีการตรวจซ้ำในทุก 6 เดือน เป็นเวลา 5 ปี เพราะการปนเปื้อนของสารเคมีไม่ใช่เรื่องปัจจุบันทันด่วนเป็นผลสะสม จึงต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่าสุขภาพของประชาชนจะได้รับการดูแลจากรัฐ

“ประเด็นต่อมา เป็นที่ชัดเจนว่า ในการปฏิบัติงานครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ยังต้องเอางบประมาณส่วนตัวมาดูแลอุปกรณ์และความปลอดภัยของตัวเอง ขณะที่กองทัพเอาเงินไปซื้อถุงเท้ากางเกงในเป็นราคาสามเท่าของราคาที่ปรากฏบนเว็บไซต์อีคอมเมิร์ซ ซึ่งวันนี้ก็ยังไม่มีคำตอบ ประชาชนตั้งคำถามว่า ยานเกราะล้อยาง เครื่องบิน VIP กับการไปตกแต่งห้องน้ำในเครื่องบินจะมีคนใช้สักกี่คน การจัดซื้อรถถัง เรือดำน้ำ ประชาชนได้ใช้ประโยชน์อะไร...

...แต่สำหรับอุปกรณ์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่ประชาชนต้องการ ทำไมรัฐบาลกลับไม่ลงทุน และวันนี้ก็เกิดปัญหาขึ้น รัฐบาลต้องทุ่มเทและยกระดับขีดความสามารถให้สอดคล้องกับการเติบโตกับชุมชนเมือง ซึ่งเมื่อพูดถึงการเติบโตของชุมชนเมืองก็ต้องมาพิจารณาต่อว่า กฎหมายผังเมืองเป็นอย่างไร การอนุญาตให้เปิดและต่ออายุโรงงานเป็นอย่างไร การทำอีไอเอเป็นอย่างไร และที่สำคัญที่สุดที่ต้องกลับไปรื้อดูก็คือ คำสั่ง คสช. ที่ 4/2559 ที่ปลดล็อกกฎหมายผังเมืองให้กิจการที่เกี่ยวของกับพลังงานและขยะ จึงต้องไปดูว่ามีโรงงานใดปลดล็อกบ้าง และเมื่อปลดล็อกแล้วมีการปรับปรุงดูแลมาตรฐานความปลอดภัยและมีขีดความสามารถในการดูแลสารเคมีอย่างไร...

...สุดท้ายในเรื่องของกฎหมายพรรคก้าวไกลได้เสนอร่างกฎหมาย PRTR เพื่อควบคุมมลพิษและการเคลื่อนย้ายสารเคมีสู่สิ่งแวดล้อม ซึ่งตอนนี้ยังถูกดองค้างอยู่ในรัฐบาล สิ่งที่อยากเรียกร้อง คือให้รัฐบาลผ่านกฎหมายที่จำเป็นในการดูแลสิ่งแวดล้อมเป็นการเร่งด่วนที่สุด สิ่งเหล่านี้ พรรคกาวไกลจะเร่งจี้ และผลักดันให้รัฐบาลมีการดำเนินการโดยเร็ว”


โปรเด็ด! ถึง 15 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

พิจิตร – ผู้ว่าฯ เผย แรงงานติดเชื้อโควิดขอกลับบ้านเพียบ ล่าสุดวันนี้พบผู้ป่วย 11ราย รอลุ้นผลตรวจ 213 ราย

วันที่ 5 กรกฎาคม 2564 ที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิจิตร นายรังสรรค์ ตันเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้เป็นประธานในพิธีรับมอบรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัย  Biosafety Mobile Unit ที่ พ.ต.อ. กฤษฎา ภัทรประสิทธิ์ นายก อบจ.พิจิตร ได้ดำเนินการใช้งบประมาณ 3.8 ล้านบาท จัดซื้อรถตรวจหาเชื้อโควิดเคลื่อนที่จำนวน 2 คัน ที่ติดตั้งอุปกรณ์ทันสมัยเพื่อมอบให้ นพ.กมล กัญญาประสิทธิ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดพิจิตร นำไปบริหารจัดการปฏิบัติการเชิงรุกในการตรวจหาเชื้อโควิด ซึ่งรถทั้งสองคันดังกล่าวนับเป็นอุปกรณ์ที่จะช่วยสร้างความปลอดภัยให้กับบุคลากรทางการแพทย์ที่ปฏิบัติหน้าที่ในการ Swab ให้กับกลุ่มเสี่ยงและเป็นอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่จะให้บริการประชาชนในพื้นที่ต่าง ๆ ที่เกิดการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดที่เกิดขึ้น

ซึ่งภายหลังจากรับมอบรถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยแล้ว นายรังสรรค์ ตันเจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ได้เปิดเผยว่า ขณะนี้มีชาวพิจิตรที่ไปทำงานในกรุงเทพและปริมณฑลต่างติดต่อขอกลับบ้านกันเป็นจำนวนมาก เนื่องจากสงสัยตัวเองว่าจะติดเชื้อโควิดซึ่งตอนนี้หาที่ตรวจก็ไม่ได้ หาที่รักษาหรือหาเตียงเพื่อนอนรักษาก็ไม่มีที่ใดว่างดังนั้นจึงประสานขอกลับมาในแต่ละวันก็มีประมาณ 10-20 ราย ซึ่งจังหวัดพิจิตรก็ต้องอ้าแขนรับเนื่องจากเป็นคนพิจิตรกลับมาก็ต้องดูแลกัน ล่าสุดได้มีการประชุมวางแผนให้เพิ่มเตียงใน รพ.สนาม-รพ.พิจิตร-รพ.ชุมชนต่าง ๆ ซึ่งขณะนี้ยังมีเตียงว่างประมาณ 100 เตียง รวมถึงได้ขอให้ อบจ.พิจิตร เพิ่มเตียงในโรงพยาบาลสนามเพื่อเตรียมรองรับสถานการณ์ที่ส่อเค้าว่าจะหยุดไม่อยู่แต่มั่นใจว่าช่วงนี้ยังคงรับมือได้

สำหรับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิดในเขตพื้นที่จังหวัดพิจิตร ตั้งแต่วันที่ 25 มิ.ย. 64 จนถึงวันนี้พบว่ามีผู้ติดเชื้อโควิดเดินทางมาจากพื้นที่สีแดงมีกว่า 50 คนแล้ว ทำให้ล่าสุดวันนี้ จงพิจิตรมีผู้ป่วยรายใหม่เพิ่มขึ้น 11 ราย ผู้ป่วยนอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล 80 ราย และต้องรอลุ้นผลตรวจกลุ่มเสี่ยง 213 ราย ทำให้ขณะนี้พิจิตรมีผู้ป่วยสะสมแล้ว 233 ราย รักษาหาย 141 ราย อีกด้วย


ภาพ/ข่าว  สิทธิพจน์  พิจิตร

จันทบุรี - สาธิต ปิตุเตชะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนโควิด-19 ในจังหวัดจันทบุรี และให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์

ที่ศูนย์ส่งเสริมอัญมณีและเครื่องประดับจันทบุรี ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะ ตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนโควิด-19 โดยมี นายสุธี ทองแย้ม ผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นายแพทย์ธนิศ เสริมแก้ว สาธารณสุขนิเทศก์ เขตสุขภาพที่ 6 นายแพทย์อภิรักษ์ พิศุทธ์อาภรณ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดจันทบุรี นายแพทย์ธีรพงศ์ ตุนาค ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระปกเกล้า ดร.มัณฑนา เหมชะญาติ ผู้อำนวยการวิทยาลัยพยาบาลพระปกเกล้า จันทบุรี คณะกรรมการบริหารโรงพยาบาลพระปกเกล้า หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องและภาคเอกชนให้การต้อนรับ ในครั้งนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจแก่ประชาชนที่เข้ารับการฉีดวัคซีนในจังหวัดจันทบุรี

หลังจากนั้น ที่ ลานประชาธิปไตย อาคารคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้เดินทางตรวจเยี่ยมโรงพยาบาลสนาม พร้อมทั้งให้กำลังใจบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องในการดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ในการนี้กระทรวงสาธารณสุข ได้รับการสนับสนุนจาก บริษัท ฟอร์ด ประเทศไทย มอบรถพยาบาลฉุกเฉิน ฟอร์ด เรนเจอร์ จำนวน 1 คัน ให้กับโรงพยาบาลพระปกเกล้า ในการสนับสนุนการปฏิบัติงานทางการแพทย์ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการดูแลรักษาผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในจังหวัดจันทบุรี ซึ่งสถานการณ์โควิด-19 ในจังหวัดจันทบุรีในวันนี้ มีจำนวนผู้ติดเชื้อ 11 ราย ยอดสะสมรวม 1,382 รายและจำนวนเตียงว่าง 133 เตียง


ภาพ/ข่าว  ชลาธร รัตตพลสกุล / จันทบุรี

ฉะเชิงเทรา - 'นายกไก่'​ ลุยแก้ภัยแล้ง ช่วยเกษตรกร ก่อนข้าวยืนต้นตาย พร้อมมีน้ำทำนาตลอดฤดูกาล

นายกิตติ เป้าเปี่ยมทรัพย์ นายก อบจ.ฉะเชิงเทรา พร้อมด้วยนายไพศาล ช้างพลายแก้ว เลขานุการนายก อบจ., นายสุนทร พานแก้วส.อบจ.ฉะเชิงเทรา, นายธนภัทร ศรีอุไร กำนันตำบลโพรงอากาศ และผู้นำท้องถิ่น ร่วมลงพื้นที่ บริเวณประตูส่งน้ำ คลองสัมปทวน-โพรงอากาศ -ตอกระทุ่ม ต.โพรงอากาศ อ.บางน้ำเปรี้ยว เพื่อดูแลแก้ปัญหาภัยแล้งให้แก่เกษตรกรที่ไม่มีน้ำทำนา ในพื้นที่ ต.บางแก้ว ต.บางขวัญ อ.เมืองฉะเชิงเทรา และในพื้นที่ติดต่อกัน หมู่ 7, 8, 9, 10, 11, 12, 13 หมู่ 14 ต.โพรงอากาศ อ.บางน้ำเปรี้ยว รวมพื้นที่ทำนา 11,415 ไร่

โดยใช้งบประมาณของ อบจ.ฉะเชิงเทรา เข้าไปดำเนินการฝังท่อขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.00 เมตร จำนวน 130 ท่อนระยะทางยาวรวม130 เมตร เพื่อเปลี่ยนเส้นทางน้ำ ให้ไหลจากคลองแสนแสบไปยังคลองชวดตาสี ได้สะดวก เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ที่ต้องการใช้น้ำทำการเกษตร

นายกิตติ เปิดเผยว่า เนื่องจากในพื้นที่ปริมาณน้ำฝนมีน้อย ชาวนาได้ทำการเพาะปลูกข้าวไปแล้วจำนวนมาก แต่กำลังขาดน้ำได้รับความเดือดร้อน ตนและคณะได้เดินทางเข้าตรวจสอบพื้นที่พบว่า ปัญหาความเดือดร้อนดังกล่าว อยู่ในความรับผิดชอบของโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาพระองค์ไชยานุชิต กรมชลประทาน ซึ่งเกิดจากธรณีประตูน้ำสูงกว่าระดับน้ำที่มีอยู่ในคลอง น้ำจึงไม่สามารถไหลผ่านไปยังคลองซอย ได้ส่งผลให้ประชาชน ขาดแคลนน้ำทำการเกษตรเป็นวงกว้างกว่า 1 หมื่นไร่ อบจ.ฉะเชิงเทรา จึงได้ร่วมกับทางโครงการชลประทานฯ แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกร ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของชาติ โดยขออนุญาตจาก นายภวัต วัตนพงษ์วานิช ผู้จัดการโรงสีเตียหลีฮง เจ้าของที่ดินบริเวณใกล้เคียง เพื่อฝังท่อเบี่ยงทางน้ำ ระยะทาง 130 เมตร ซึ่งจะช่วยชาวบ้าน เรื่องน้ำทำการเกษตรที่ทำนาในที่ดอนได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้สั่งให้นำรถแบล็คโฮ ขุดลอกกำจัดวัชพืช และขุดเนินดินในคลองที่กีดขวางทางน้ำ เพื่อต้องการให้น้ำไหลได้สะดวกมากขึ้น และให้น้ำได้ไหลไ ปถึงปลายคลองให้เร็วที่สุด เพื่อจะแบ่งปันน้ำทำนา ให้ได้น้ำกันอย่างทั่วถึงกัน

ที่มา: สัมฤทธิ์ ล้ำเลิศ/ฉะเชิงเทรา

จันทบุรี - ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รมช.สาธารณสุข ลงพื้นที่จันทบุรีตรวจเยี่ยม โครงการฉีดวัคซีนโควิด-19 พื้นที่เศรษฐกิจชายแดน

 

ที่ตลาดชายแดนบ้านแหลม ตำบลเทพนิมิต อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ดร.สาธิต ปิตุเตชะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการฉีดวัคซีนโควิด-19 พื้นที่เศรษฐกิจตามแนวชายแดนโดยมี นายอลงกรณ์ แอคะรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดจันทบุรี นายแพทย์ธนิศ เสริมแก้ว สาธารณสุขนิเทศก์ เขตสุขภาพที่ 6 นายแพทย์อภิรักษ์ พิศุทธ์อาภรณ์ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดจันทบุรี นายแพทย์ธีรพงศ์ ตุนาค ผู้อำนวยการโรงพยาบาลพระปกเกล้า ดร.รัฐวิทย์ ตั้งเกียรติพชร นายกสมาคมการค้าและการท่องเที่ยวชายแดนไทย กัมพูชา จันทบุรี ให้การต้อนรับ

เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ระลอกใหม่ จังหวัดจันทบุรี มีผู้ป่วย ทั้งสิ้น 1,313 คน ซึ่งกระจายทุกอำเภอ รวมผู้ติดเชื้อคนไทยที่เดินทางกลับมาจากประเทศกัมพูชาจำนวน 231 คน ซึ่งขณะนี้กลับมาแล้วทั้งสิ้น 496 คน และมีแนวโน้มที่จะเดินทางกลับมาเพิ่มมากขึ้น ดังนั้นจังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นจังหวัดที่มีพื้นที่เขตชายแดนติดต่อประเทศกัมพูชา 2 อำเภอ คือ อำเภอโป่งน้ำร้อน และอำเภอสอยดาว มีด่านชายแดน 5 ด่านแบ่งเป็นด่านถาวร 2 ด่าน และด่านชั่วคราว 3 ด่าน มีประชากรอาศัยในเขตพื้นที่ชายแดน ทั้งคนไทยและแรงงานต่างด้าว จำนวนมาก จึงต้องมีการเตรียมความพร้อม เพื่อลดการแพร่ระบาดของโรคโควิด -19 ในพื้นที่ชายแดน และรองรับการเดินทางของคนไทย จากกัมพูชากลับมาอย่างต่อเนื่อง

จังหวัดจันทบุรี ได้ดำเนินการตรวจคัดกรองกลุ่มเสี่ยงผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในพื้นที่ชายแดน ตั้งแต่วันที่ 31 พฤษภาคม 2564 จนถึงปัจจุบัน จำนวน 5,888 คน พบติดเชื้อเป็นคนไทย 30 คน คนกัมพูชา 34 คน และครั้งนี้ได้จัดทำโครงการฉีดวัคซีนป้องกันโรคโควิด -19 ให้แก่ประชาชนคนไทย และแรงงานต่างด้าว ที่อาศัยในพื้นที่ชายแดน ของอำเภอโป่งน้ำร้อน และอำเภอสอยดาว จำนวนทั้งสิ้น 1,000 คน ซึ่งเป็นวัคซีน ตามนโยบายควบคุมการระบาดในพื้นที่ชายแดน ของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยตรง


ภาพ/ข่าว  เอกลักษณ์ อานาภรณ์  ผู้สื่อข่าวจ.จันทบุรี

ครม.เห็นชอบมาตรการสินเชื่ออิ่มใจ ช่วยผู้ประกอบการร้านอาหารที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 สูงสุดรายละ 100,000 บาท

นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ประชุมครม.เห็นชอบมาตรการสินเชื่ออิ่มใจ ช่วยผู้ประกอบการร้านอาหารหรือเครื่องดื่มที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 เช่น ร้านอาหารในห้างสรรพสินค้า ร้านอาหารที่เปิดในห้องแถวหรืออาคารพาณิชย์ ภัตตาคาร ร้านที่มีลักษณะเป็นบูธ ไม่ใช่เป็นร้านแบบเคลื่อนที่ได้ เช่น หาบเร่ แผงลอย รถเข็น โดยธนาคารออมสินจะสนับสนุนสินเชื่อวงเงินรวม 2,000 ล้านบาท

โดยให้วงเงินสินเชื่อต่อรายสูงสุด 100,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย 3.99% ต่อปี ระยะเวลากู้ ไม่เกิน 5 ปี ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 6 งวดแรก โดยไม่ต้องค้ำประกัน

ทั้งนี้ ในการดำเนินการตามมาตรการครั้งนี้ รัฐบาลจะชดเชยความเสียหายที่เกิดจากหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) 100% สำหรับเอ็นพีแอล ที่ไม่เกิน 50% ของสินเชื่อที่อนุมัติทั้งหมด 2,000 ล้านบาท รวมทั้งสิ้นไม่เกิน 1,000 ล้านบาท โดยธนาคารออมสินจะทำความตกลงกับสำนักงบประมาณ เพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณเป็นรายปี ตามความเหมาะสมและความจำเป็นต่อไป ซึ่งมาตรการนี้ จะเริ่มต้นตั้งแต่ครม.เห็นชอบไปจนถึงวันที่ 31 ธ.ค. 64 คาดว่าจะมีผู้ประกอบการเข้าร่วมประมาณ 4 หมื่นราย


โปรเด็ด! ถึง 15 ก.ค. นี้ Ford Ranger, MG ZS, Mazda 2 และ Nissan อัลเมร่า ทักไลน์ @THESHOPSTIMES

คลิก????https://lin.ee/vfTXud9

เชียงราย - ศบภ.มทบ.37 ซักซ้อมการตรวจความพร้อมกองร้อยช่วยเหลือประชาชน เพื่อเตรียมกำลัง และยุทโธปกรณ์ ให้พร้อมรองรับสถานการณ์ภัยพิบัติ ในการช่วยเหลือประชาชน

เมื่อวันที่ 5 ก.ค. 64, 1400 พล.ต. ศุภฤกษ์ สถาพรผล ผอ.ศบภ.มทบ.37 มอบหมายให้ พ.อ. วีรพงศ์ ไชยวัง หน.ฝยก.ศบภ.มทบ.37 นำกำลังพลดำเนินการซักซ้อมการตรวจความพร้อมกองร้อยช่วยเหลือประชาชน เพื่อเตรียมกำลัง และยุทโธปกรณ์ ให้พร้อมรองรับสถานการณ์ภัยพิบัติ ในการช่วยเหลือประชาชน ให้ได้อย่างทันท่วงที และมีประสิทธิภาพ รวมถึงเกิดความเข้าใจและแนวทางการปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง ณ สนามฝึก หน้า ร้อย.มทบ.37 ค่ายเม็งรายมหาราช อ.เมือง จว.เชียงราย มีกำลังพล พร้อมเครื่องมือพิเศษ เข้ารับการซักซ้อมการตรวจความพร้อมฯ จำนวน 118 นาย และยานพาหนะ จำนวน 15 คัน การปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

นราธิวาส - ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 41 ร่วมนายก อบต.สุไหงปาดี ลงพื้นทีเยียมเยืยนให้กำลังใจชาวบ้าน

ที่ทางจังหวัดนราธิวาสมีคำสั่งให้ปิดหมู่บ้านและอยู่ระหว่างรอดูอาการ 14 วันจากสถานณ์โควิคระบาด พันเอกภูมิ โพพี ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 41 สำนักงานพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนาร่วมนายเพียร มะโนภักดิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสุไหงปาดี ลงพื้นที่จุดคัดกรอง หน้าโรงเรียนราชภักดี ม.7 บ้านปิเหล็ง เขตบ้านโคกสะตอ ต.สุไหงปาดี อ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส เมื่อวันที่ 6 พษฎาคม 2564 เวลา 10.00 น เพื่อพบปะให้กำลังใจ แก่เจ้าหน้าที่ และมอบถุงยังชีพจำนวน 100 ชุด น้ำดื่มสะอาด 360 ขวดให้กับครอบครัวบ้านโคกสะตอที่ถูกปิดหมู่บ้าน ตามประกาศจังหวัดนราธิวาส ตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2564  เนื่องจากตรวจพบเป็นพื้นที่มีการแพร่ระบาดของ COVID 19 โดยมีนายอันนูวา กาเซ็ง ผู้ใหญบ้าน เป็นผู้รับมอบพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง อสม.ชรบ.ในพื้นที่ 

สำหรับบ้านโคกสะตอ มีประชากร 50 ครัวเรือน จำนวน 437 คน ตรวจพบผู้ติดเชื้อโควิด -19 ครั้งแรกเมื่อวันที่ 28 มิถุนายน 2564 จำนวน 10 คน  จำนวนผู้สัมผัสเสี่ยงสูง 10 คน   


ภาพ/ข่าว  แวดาโอ๊ะ หะไร จ.นราธิวาส


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top