Friday, 4 September 2026
TheStatesTimes

จีนปักหมุดบทบาทใหม่ในตะวันออกกลาง!! ‘สีจิ้นผิง’ พบผู้นำอียิปต์ ชู 4 ข้อ ริเริ่มสร้างกรอบความมั่นคงใหม่ในตะวันออกกลาง เน้นบทบาทภูมิภาคและสันติภาพ อียิปต์หนุนความร่วมมือร่วมพัฒนา

ไคโร, 3 ก.ย. (ซินหัว) -- เมื่อวันพุธ (2 ก.ย.) สีจิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ซึ่งพบปะหารือกับอับดุล ฟัตตาห์ อัลซีซี ประธานาธิบดีอียิปต์ ณ กรุงไคโร เสนอข้อริเริ่ม 4 ประการเพื่อสร้างกรอบความมั่นคงรูปแบบใหม่ในตะวันออกกลาง โดยยึดวิสัยทัศน์ที่มุ่งส่งเสริมความมั่นคงร่วมกันอย่างครอบคลุมรอบด้าน อาศัยความร่วมมือ และมีความยั่งยืน พร้อมชี้ว่าจีนสนับสนุนนานาประเทศในภูมิภาคให้พัฒนาความสัมพันธ์ฉันมิตรและความเป็นเพื่อนบ้านที่ดี และเรียกร้องให้ส่งเสริมความมั่นคงร่วมกันในภูมิภาคด้วยการกระตุ้นแรงขับเคลื่อนจากภายใน

สีจิ้นผิงกล่าวว่าประชาชนในตะวันออกกลางควรเป็นผู้ตัดสินใจเรื่องของตนเองและปฏิเสธการแทรกแซงจากภายนอก โดยจีนสนับสนุนกลุ่มประเทศในภูมิภาคให้เสริมสร้างการเจรจาสันติภาพและความมั่นคง ร่วมสำรวจการสร้างกรอบความมั่นคงใหม่สำหรับตะวันออกกลาง และกำหนดอนาคตของตนเอง อีกทั้งควรใช้แนวทางที่ครอบคลุมเพื่อส่งเสริมความมั่นคงร่วมกันในภูมิภาค และแสวงหาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างรอบด้านเนื่องจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางนั้นมีประเด็นร้อนหลายจุดที่ยึดโยงกันอย่างใกล้ชิด ขณะที่ปัญหาปาเลสไตน์ยังคงเป็นหัวใจสำคัญของปัญหาในตะวันออกกลาง และไม่ควรถูกมองข้ามหรือลดทอนความสำคัญลงเด็ดขาด

สีจิ้นผิงระบุว่าการพัฒนาควรเป็นรากฐานในการเสริมสร้างความมั่นคงร่วมกัน และสันติภาพและความมั่นคงที่ยั่งยืนในตะวันออกกลางนั้นยังขึ้นอยู่กับการพัฒนา โดยจีนพร้อมร่วมมือกับนานาประเทศในตะวันออกกลางเพื่อรักษาความปลอดภัยของเส้นทางเดินเรือระหว่างประเทศ ผลักดันความร่วมมือด้านการพัฒนา ส่งเสริมการประสานผลประโยชน์ของประเทศในภูมิภาค ทยอยสร้างความไว้วางใจซึ่งกันและกัน และขจัดต้นตอความขัดแย้ง

ขณะเดียวกัน สีจิ้นผิงเรียกร้องให้เสริมสร้างการประสานงานระหว่างประเทศเพื่อส่งเสริมความมั่นคงร่วมกันในภูมิภาค โดยยึดมั่นในกฎบัตรสหประชาชาติและกฎหมายระหว่างประเทศในฐานะหลักการพื้นฐานในการจัดการกิจการต่างๆ ในตะวันออกกลาง พร้อมระบุว่าประชาคมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศภายนอกภูมิภาค ควรยุติแนวทางแบบสองมาตรฐานในประเด็นตะวันออกกลาง เคารพอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดนของประเทศในภูมิภาค ร่วมกันรักษาสันติภาพและเสถียรภาพในภูมิภาค และสนับสนุนให้สหประชาชาติดำเนินบทบาทอย่างมีประสิทธิภาพในการจัดการกิจการในตะวันออกกลาง
ด้านอัลซีซีกล่าวว่าอียิปต์ชื่นชมจุดยืนของจีนต่อประเด็นตะวันออกกลางที่มีความสม่ำเสมอ เป็นกลาง และเป็นธรรม พร้อมระบุว่าอียิปต์มุ่งส่งเสริมการลดระดับความตึงเครียดในภูมิภาค แก้ไขความขัดแย้งและความแตกต่างผ่านวิธีทางการเมือง ตลอดจนเดินหน้าส่งเสริมความมั่นคงและการพัฒนาในภูมิภาค โดยอียิปต์พร้อมเดินหน้าเสริมสร้างการประสานงานกับจีนเพื่อบรรเทาความตึงเครียดในตะวันออกกลาง รักษาเสถียรภาพของภูมิภาค และร่วมกันสร้างกรอบความมั่นคงในภูมิภาค

ที่มา : Xinhua

คูเวตประกาศด่วน!! กองทัพคูเวตแจ้งเตือนภัยทางอากาศ ระบบป้องกันภัยทางอากาศทำงาน สกัดขีปนาวุธ-โดรนอิหร่าน เตือนประชาชนระวังตัวเข้มงวด

กองทัพคูเวตออกประกาศด่วนช่วงเช้าวันนี้ (3 กันยายน) โดยระบุว่า

ระบบป้องกันภัยทางอากาศกำลังเข้ารับมือกับ ขีปนาวุธและโดรนที่เป็นภัยคุกคามจากอิหร่าน พร้อมชี้แจงว่า เสียงระเบิดที่ประชาชนได้ยินในหลายพื้นที่ เกิดจากการทำงานของระบบป้องกันภัยทางอากาศที่กำลังสกัดเป้าหมาย และขอให้ประชาชนปฏิบัติตามคำแนะนำด้านความปลอดภัยของทางการอย่างเคร่งครัด

ที่มา : https://www.facebook.com/groups/849053944049634/permalink/1390342236587466/?rdid=0N0kz8n6voEmV01l#

จากความหวังสู่ความเสียใจ ‘จอนนี่ มือปราบ’ เสียใจหนัก หลัง ‘ครูอำนาจ’ กลับไปดื่มอีกครั้ง เผยครอบครัวทำเต็มที่แล้ว ทุ่มเท 3 เดือนดึงลูกขึ้นจากโคลน วางแผนเต็มที่ดูแลใกล้ชิดทุกอย่าง แต่ไม่ผ่านบททดสอบใจกลับไปเมา

โพสต์ล่าสุด จากพี่จอนนี่ มือปราบ

ผมตื่นเช้ามา ทราบข่าวครูอำนาจกลับไปเมา แล้วหลุด  ผมกับลูกโคตรเสียใจมากๆครับ

ความรู้สึกผมดิ่งลงสุดๆเลยตอนนี้ ลูกชายผมถึงกับร้องไห้

3เดือน ที่ผมดึงขึ้นจากโคลน มาบำบัดรักษา ดูแล ช่วยเหลือ ตามใจเอาใจทุกอย่าง วางแผนการทุกอย่าง หลอกล่อทุกอย่าง เพื่อจะให้เขาได้ทานยา ให้เขาได้ไปอบสมุนไพร ให้เขาได้วิ่งออกกำลังกาย คือเขาขออะไร พูดอะไร ผมตามใจตลอด

ยอมเสียสละ ให้ลูกชายมาตื่นแต่เช้าวิ่งเป็นเพื่อน ในฐานะลูกศิษย์ เพื่อที่จะยกย่องเขาเป็นครูอีก

3เดือนอยู่กับผม เชื่อฟังผม มาโดยตลอด น่ารักสุดๆ จนมีชีวิตใหม่ที่ดีขึ้น เป็นครูที่มีลูกศิษย์รักมากมาย

มาถึงวันที่เขาขอลากลับ ผมก็ถือเป็นบททดสอบจิตใจ ว่าจะผ่านบททดสอบนี้ได้หรือไม่ หากผ่าน การลงทุนสร้างยิมส์หลายล้านบาท ที่จะลงทุนให้เขาได้สอนมวย มีรายได้มั่นคง ผมคงจะลงทุนแบบไม่ต้องมีความกังวล จึงปล่อยเขากลับไป เป็นอีกแผนการวัดใจ!!

ผลปรากฏ “เขาไม่ผ่านบททดสอบ” เขาทำให้ผมผิดหวังสุดๆ  และเสียใจมากๆ

แปลกสุดๆ ไม่ถึง24ชั่วโมงไม่ทันข้ามวันเลย เขาหลุดขนาดนั้น

“ผมกราบขอโทษไปยังสังคมครับ ผม ลูกชายผม ภรรยาผม พวกเราได้ทำหน้าที่ดีที่สุดแล้ว เต็มที่ที่สุดเท่าที่คนคนหนึ่งครอบครัวๆหนึ่ง จะดึงมือคนที่จมโคลน ลุกขึ้นมายืนได้”

ฝากพี่น้องชาวศรีราชา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ช่วยรักษาเขา ดูแลเขาแทนผมด้วยนะครับ

ผม ภรรยาผม ครอบครัวผม และลูกชายผม ยังคงรัก และคิดถึง เป็นห่วงเขามากๆ

3เดือนที่อยู่กับผม  ผมทำเต็มที่ที่สุดแล้ว ผมขอโทษสังคม ผมขอโทษพี่น้องชาวศรีราชาครับ

ผมขอโทษจากหัวใจ

เห็นหน้าลูก น้ำตาผมไหลเลย

ที่มา : https://www.facebook.com/100063641362350/posts/1753329223465106/?rdid=RBwXtoBm23H8ZET7#

สื่อไทยกล่าวร้ายคนอิสราเอล!! อิสราเอลชี้แจงปมข่าวนักท่องเที่ยวในไทย ท่ามกลางกระแสวิจารณ์บนโซเชียล ปฏิเสธข้อกล่าวหาไม่เป็นจริง จับตาท่าทีตำรวจ–รัฐบาล

ได้เวลาโต้กลับโซเชี่ยลไทยบ้างแล้ว ทูตอิสราเอลออกโรง เข้าพบตำรวจ ปมสื่อไทยรังแกอิสราเอล และปฏิเสททุกข้อกล่าวหา ไม่เป็นความจริง

สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างกระแสสังคมไทยกับประเด็นพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวและชาวต่างชาติบางรายยังคงถูกจับตามอง หลังช่วงที่ผ่านมาเกิดข้อพิพาทหลายกรณีที่เกี่ยวข้องกับชาวอิสราเอลในพื้นที่ท่องเที่ยวของไทย จนกลายเป็นประเด็นถกเถียงอย่างกว้างขวางในสังคม

ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวจากฝ่ายอิสราเอล โดยเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทยเข้าพบหน่วยงานตำรวจ เพื่อหารือเกี่ยวกับ ความปลอดภัยและการดูแลนักท่องเที่ยวชาวอิสราเอลในประเทศไทย ท่ามกลางบรรยากาศที่มีทั้งข้อร้องเรียนจากคนไทยและการนำเสนอข่าวเกี่ยวกับพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวต่างชาติอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกัน สถานทูตอิสราเอลเคยออกมาชี้แจงกรณีข่าวนักท่องเที่ยวถูกกล่าวหาว่ารับประทานอาหารแล้วไม่จ่ายเงินในจังหวัดภูเก็ต ปฏิเสทว่าไม่ใช่อิสราเอล และหลายๆคลิปก็ไม่ใช่อิสราเอล
ประเด็นดังกล่าวยิ่งร้อนแรงขึ้น หลังมีกลุ่มเคลื่อนไหวของไทยออกมาประท้วงหน้าสถานทูตอิสราเอลในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 1 กันยายน โดยกล่าวถึงข้อร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมของชาวอิสราเอลบางราย รวมถึงประเด็นธุรกิจและการถือครองทรัพย์สินในประเทศไทย

เรื่องนี้จึงยังต้องจับตา ทั้งท่าทีของตำรวจ รัฐบาล สถานทูตอิสราเอล และกระแสสังคมไทยต่อจากนี้

ที่มา : https://www.facebook.com/100035437312032/posts/1751414159383144/?rdid=RAOj3CWkY8oBLDhV#

‘ปูติน’ โต้ข้อกล่าวหาเยอรมนี!! จาก Nord Stream ถึงโดรนไลพ์ซิก ปูตินปฏิเสธรัสเซียอยู่เบื้องหลังโดรนสนามบินไลพ์ซิก ซัดเยอรมนีใช้ “ภัยคุกคามรัสเซีย” กลบวิกฤตในประเทศ ใช้รัสเซียเป็นแพะการเมือง

ปูตินโต้เยอรมนีกล่าวหารัสเซียอยู่เบื้องหลังเหตุโดรนที่สนามบินไลพ์ซิก ชี้รัฐบาลกำลังใช้ “ภัยคุกคามจากรัสเซีย” กลบปัญหาเศรษฐกิจและการเมืองภายในประเทศ

หลังเสร็จสิ้นการประชุมองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ปูตินเปิดให้สื่อมวลชนซักถาม โดยหนึ่งในประเด็นที่ถูกถามคือ กรณีรัฐบาลเยอรมนีกล่าวหารัสเซียว่าอยู่เบื้องหลังเหตุโดรนบรรทุกวัตถุระเบิดที่สนามบิน Leipzig/Halle เมื่อเดือนสิงหาคม

ปูตินปฏิเสธข้อกล่าวหา พร้อมระบุว่า หลักฐานที่เยอรมนีนำมาใช้นั้นถูก “ยัดเยียดขึ้นมา” และมองว่ารัฐบาลเยอรมนีกำลังเผชิญปัญหาภายใน ทั้งโรงงานปิดตัว ประชาชนตกงาน และมาตรฐานการครองชีพลดลง จึงจำเป็นต้องอธิบายปัญหาเหล่านี้ด้วยการสร้างภาพว่า ประเทศกำลังเผชิญหน้ากับ “รัสเซียผู้รุกราน”

ปูตินยังย้อนถึงกรณี Nord Stream โดยกล่าวว่า เยอรมนีเคยกล่าวหารัสเซียว่าเป็นผู้ระเบิดท่อส่งก๊าซของตัวเอง ทั้งที่รัสเซียเป็นฝ่ายได้ประโยชน์จากการขายก๊าซให้ยุโรป และพร้อมกลับมาส่งก๊าซให้เยอรมนีได้ แต่เบอร์ลินไม่กล้าดำเนินการเพราะมาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ

ย้อนกลับไปในคืนวันที่ 5 สิงหาคม 2569 มีรายงานการพบโดรนบรรทุกวัตถุระเบิดใกล้กับเครื่องบินขนส่งสินค้า Antonov ของยูเครนที่สนามบินไลป์ซิก/ฮัลเลอ (Leipzig/Halle) ประเทศเยอรมัน มีรายงานว่าโดรนลำที่สองชนกับเครื่องบินขนส่งสินค้าของ DHL และเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม มีการพบโดรนอีกครั้ง เป็นลำที่สามในทุ่งนาแห่งหนึ่งของเยอรมัน

ล่าสุดเมื่อวันที่ 1 กันยายน รัฐบาลเยอรมนีได้กล่าวโทษรัสเซียอย่างเป็นทางการและประกาศมาตรการต่างๆ ได้แก่ การปิดสถานกงสุลใหญ่รัสเซียในบอนน์ภายในวันที่ 18 กันยายน และการยกเลิกข้อตกลงเกี่ยวกับบ้านรัสเซียในเบอร์ลิน มอสโกปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว

ที่มา : https://www.facebook.com/photo/?fbid=2153813715514370&set=gm.1390387139916309&idorvanity=849053944049634

ขอแสดงความเสียใจ 'คุณป้าแบ็คแพ็ค' เสียชีวิตแล้ว วันที่ 3 ก.ย. 69 นี้ แจ้งข่าวถึงเพื่อนและแฟนคลับ กำหนดการพิธีแจ้งภายหลัง

แจ้งข่าวการเสียชีวิตของคุณป้านะครับ

คุณป้าแบ็คแพ็คได้จากไปอย่างสงบเมื่อเข้า

วันที่ 3  กันยายน 2569

จึงขอแจ้งข่าวให้ทั้งเพื่อนคุณแม่ที่อยู่ในเพจนี้ และผู้คนที่ชื่นชมในคุณแม่ด้วยครับ

กำหนดการของพิธีจะแจ้งให้ทราบในภายหลัง

ที่มา : https://www.facebook.com/story.php?story_fbid=1606653620816788&id=100044164972969&post_id=100044164972969_1606653620816788&rdid=WiAmZDt4zoJG82Ry#

‘เอกนัฏ’ ลุยจัดระเบียบ Data Center !! ปูพรมตรวจทั่ว กทม. พบถังน้ำมันเกิน 1.5 แสนลิตร สั่งดำเนินคดีเด็ดขาดตามกฎหมาย เร่งสร้างสมดุลเศรษฐกิจ-ไม่กระทบปชช.

“เอกนัฏ” เอาจริง! ลุยจัดระเบียบ Data Center ปูพรมตรวจทั่ว กทม. พบถังน้ำมันกว่า 1.5 แสนลิตรไร้ใบอนุญาต สั่งดำเนินคดี ย้ำต้องโตคู่เศรษฐกิจ-ไม่กระทบประชาชน

วันที่ 3 ก.ย. 2569 ที่รัฐสภา นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ชี้แจงแทนนายกรัฐมนตรี กรณีปัญหาการควบคุมศูนย์ข้อมูล หรือ Data Center ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยยืนยันรัฐบาลเดินหน้าตรวจสอบและจัดระเบียบอย่างจริงจัง หลังพบประเด็นการจัดเก็บน้ำมันปริมาณมากเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงสำรอง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน

นายเอกนัฏ เปิดเผยว่า กระทรวงพลังงานได้ส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบตั้งแต่สัปดาห์ที่ผ่านมา และพบถังเก็บน้ำมันความจุเกิน 150,000 ลิตรที่ไม่ได้รับอนุญาต จึงดำเนินการแจ้งความตามกฎหมาย พร้อมเตรียม ปูพรมตรวจสอบ Data Center ทุกแห่งในกรุงเทพฯ หากพบการดำเนินการโดยไม่มีใบอนุญาต จะดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด โดยกฎหมายกำหนดโทษจำคุกสูงสุด 2 ปี

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้มอง Data Center เพียงในมิติของการลงทุนหรือเศรษฐกิจ แต่ต้องพิจารณาให้ครอบคลุมทั้งความปลอดภัย สิ่งแวดล้อม การใช้พลังงาน และทรัพยากร โดยปัญหาที่เกิดขึ้นสะสมมานาน 3-4 ปี และบางถังน้ำมันมีการติดตั้งมาตั้งแต่ปี 2563 จึงจำเป็นต้องเร่งจัดระบบให้ชัดเจน

“หากนำน้ำมันมาปั่นไฟสำรองใช้ในพื้นที่ชุมชน กทม. ทำไม่ได้ ดังนั้นต้องจัดระเบียบใหม่ ต้องตรวจสอบจนกว่าจะมั่นใจว่าเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและไม่กระทบประชาชน พร้อมวางเกณฑ์การใช้ทรัพยากรน้ำและไฟที่เหมาะสม” นายเอกนัฏ กล่าว

นายเอกนัฏ ยังเปิดเผยว่า ได้หารือกับนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เพื่อให้ระงับส่วนที่เกี่ยวข้องไว้ระหว่างการตรวจสอบ พร้อมยอมรับว่าการตรวจสอบ Data Center ทั้งระบบต้องใช้เวลา โดยคาดว่าจะอยู่ในระดับ “หลักเดือน” เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้อย่างรอบด้านและรัดกุม

ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 5 สิงหาคมที่ผ่านมา ให้มีการออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีและจัดตั้งคณะกรรมการ Data Center โดยมีนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นผู้ดูแลการจัดระเบียบใหม่ เพื่อให้การพัฒนา Data Center เดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ สร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการดูแลสิ่งแวดล้อมและการใช้ทรัพยากรอย่างเหมาะสม

นายเอกนัฏ กล่าวย้ำว่า เรื่อง Data Center เป็นเรื่องใหญ่ที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน ตั้งแต่การขออนุญาตก่อสร้าง ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงาน ไปจนถึงการใช้ทรัพยากรน้ำ จึงต้องบูรณาการการทำงานของหลายกระทรวง พร้อมกำชับว่า ตอนนี้ต้องบังคับใช้กฎหมายที่มีอยู่ให้จริงจัง ระหว่างมีกฎหมายใหม่

‘ทรัมป์’ ไม่กั๊กวิจารณ์ ‘แฮร์รี–เมแกน’ !! หลังย้ายออกจากสหรัฐฯ ชี้ไม่ใช่แฟนคลับทั้งคู่ ย้ำขาดความเคารพเชื้อพระวงศ์ เมแกน-แฮร์รี กลับอังกฤษครบ 6 ปี รับสถานะราชวงศ์แต่ไม่ปฏิบัติภารกิจ

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ในวันพุธ(2ก.ย.) บอกว่าเขา "มีความสุข" ที่เจ้าชายแฮร์รีและครอบครัวเดินทางออกจากอเมริกาและกลับไปใช้ชีวิตในสหราชอาณาจักร ระบุไม่ชอบบุคคลทั้ง 2 เพราะขาดความเคารพต่อเชื้อพระวงศ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับควีนเอลิซาเบธผู้ล่วงลับและกษัตริย์ชาร์ลส์

"ผมมีความสุขกับเรื่องนี้ ผมไม่ใช่แฟนคลับของพวกเขา" ทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าวในห้องทำงานรูปไข่ เมื่อถูกถามเกี่ยวกับการตัดสินใจเมื่อเร็วๆนี้ของเจ้าชายแฮร์รีและเมแกน ดยุกและดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ในการออกจากแคลิฟอร์เนีย หลังใช้ชีวิตอยู่ในสหรัฐนานกว่า 6 ปี

ดัชเชสแห่งซัสเซกซ์ ประกาศลดบทบาทและขอถอนตัวจากการเป็นสมาชิกชั้นสูงของราชวงศ์อังกฤษในปี 2020 และจากนั้นได้เดินออกจากสหราชอาณาจักรไปใช้ชีวิตในแคลิฟอร์เนีย อย่างไรก็ตาม 6 ปีผ่านไป ทั้งคู่ รวมถึงโอรสและธิดา เดินทางกลับสู่สหราชอาณาจักรเมื่อช่วงปลายเดือนสิงหาคม

"ผมคิดว่าพวกเขาปฏิบัติกับราชวงศ์ด้วยความไร้ซึ่งความเคารพเป็นอย่างสูง" ทรัมป์กล่าว พร้อมพาดพิงถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างเขากับควีนเอลิซาเบธผู้ล่วงลับและกษัตริย์ชาร์ลส์ ซึ่งอยู่ระหว่างการรักษาโรคมะเร็ง

ประธานาธิบดีสหรัฐฯส่งเสียงวิพากษ์วิจารณ์เมแกนโดยเฉพาะ บอกว่า "ผมไมชอบท่าทีของเธอ ผมคิดว่าเธอขาดความเคารพเป็นอย่างสูง"

เจ้าชายแฮร์รี พระชนมายุ 41 พรรษาและเมแกน วัย 45 ปี ย้ายจากสหราชอาณาจักรไปใช้ชีวิตในสหรัฐฯ ท่ามกลางความบาดหมางอย่างรุนแรงกับเหล่าพระบรมวงศานุวงศ์ และความสัมพันธ์ยิ่งเลวร้ายลงไปอีก หลังจากเจ้าชายแฮร์รีเปิดตัวหนังสือเรื่อง "Spare" บันทึกความทรงจำที่เปิดเผยทุกเรื่องราว และไปให้สัมภาษณ์แบบเปิดใจโดยไม่มีการปิดบังใดๆ กับรายการทอล์คโชว์ชื่อดังของสหรัฐฯ ที่มี โอปราห์ วินฟรีย์ เป็นพิธีกร

หลังจากย้ายไปอยู่ในสหรัฐฯ เจ้าชายแฮร์รี ให้สัมภาษณ์กับ โอปราห์ วินฟรีย์ กล่าวหาราชวงศ์ละเลยพระองค์ ส่วน เมแกน ซึ่งมารดาเป็นคนผิวสีและบิดาเป็นคนขาว บอกว่าตอนที่เธอตั้งครรภ์ลูกชาย มีสุ้มเสียงแห่งความกังวลและมีการซุบซิบพูดคุยกันภายในราชวงศ์ เกี่ยวกับสีผิวของลูกชายของเธอ

เจ้าชายวิเลียม พระเชษฐาของเจ้าชายแฮร์รี ปกป้องเชื้อพระวงศ์หลังถูกกล่าวหา และตรัสเน้นย้ำว่า "เราไม่ใช่พวกเหยียดผิว"

นอกจากนี้แล้วเจ้าชายแฮร์รียังอ้างการถูกจับตามองจากสื่อมวลชน และความล้มเหลวของรัฐบาลในการอารักขาความปลอดภัยแก่ครอบครัวของพระองค์ ในเหตุผลที่ตัดสินใจย้ายไปใช้ชีวิตในแคลิฟอร์เนีย

คาดหมายว่า เจ้าชายแฮร์รีและเมแกน ที่เวลานี้เดินทางกลับสู่สหราชอาณาจักรแล้ว ยังคงสถานะเป็นสมาชิกราชวงศ์ที่ไม่ได้ปฏิบัติกรณียกิจใดๆ

แหล่งข่าวใกล้ชิดกับทั้งคู่เปิดเผยเมื่อเดือนที่แล้ว ว่าครอบครัวนี้มีแผนย้ายไปอยู่ที่ไหนสักแห่งรอบนอกกรุงลอนดอน เป็นระยะเวลานาน โดยที่พระโอรส เจ้าชายอาร์ชี พระชนมายุ 7 พรรษาและเจ้าหญิงลิลิเบท พระชนมายุ 5 พรรษา มีแผนเข้าศึกษาที่โรงเรียนในสหราชอาณาจักร

ไม่แน่ชัดว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปสำหรับทั้งคู่ แต่เจ้าชายแฮร์รีเคยตรัสไว้ว่าเขาต้องการให้โอรสและธิกา ได้ใช้เวลาในอังกฤษ

"ถ้าผมเป็นราชวงศ์ ผมจะไม่รับพวกเขากลับเข้าไป" ทรัมป์กล่าวปิดท้ายในวันพุธ(2ก.ย.)

(ที่มา:รอยเตอร์ส/mgronline)

ที่มา : https://mgronline.com/around/detail/9690000086418

โรงเรียนย้ำไม่ปกป้องคนผิด!! ปมครูถูกกล่าวหาลวนลามนักเรียน ตั้งกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริง ครูถูกย้ายช่วยราชการชั่วคราว คดีความรอดูเขตและตำรวจดำเนินการ

ย้ายครูโรงเรียนดังสงขลา ครูถูกกล่าวหามีพฤติกรรมไม่เหมาะสมต่อนักเรียน รอเขตฯ ชี้ขาด

สงขลา - เกิดกรณีร้องเรียนพฤติกรรมไม่เหมาะสมของครูในโรงเรียนชื่อดังระดับจังหวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดสงขลา โดยมีนักเรียนหญิง 2 ราย กล่าวหาว่าถูกครูลวนลาม แตะเนื้อต้องตัว
เหตุการณ์ดังกล่าวได้รับรายงานว่าเกิดขึ้นภายในห้องเรียน ระหว่างที่มีการจัดสอบ ตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา โดยมีนักเรียนร่วมอยู่ในห้องเรียนเป็นพยานร่วม 30 คน

ภายหลังรับทราบเรื่อง ทางผู้บริหารโรงเรียนไม่ได้นิ่งนอนใจ ครูใหญ่ได้เรียกนักเรียนผู้เสียหายมาสอบถามข้อเท็จจริงด้วยความระมัดระวังและคำนึงถึงสภาพจิตใจของผู้เรียนเป็นสำคัญ พร้อมทั้งได้มีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสืบสวนหาข้อเท็จจริงในเบื้องต้นตามระเบียบราชการ
ขณะนี้ คณะกรรมการฯ ได้ดำเนินการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้ว และได้จัดส่งผลการสอบสวนข้อเท็จจริงทั้งหมดไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เพื่อรอการพิจารณาและตัดสินใจในขั้นตอนต่อไป หากผลการสอบสวนพบว่ามีมูล ทางเขตพื้นที่การศึกษาจะดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป เช่น การแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย

เพื่อความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่ายและเพื่อความสบายใจของผู้ปกครองและนักเรียน ทางสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาได้มีคำสั่งย้ายครูคนดังกล่าวออกจากโรงเรียนไปช่วยราชการประจำที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเป็นการชั่วคราวแล้ว ตั้งแต่วันที่มีการร้องเรียน
ในส่วนของการดำเนินคดีทางอาญา ขณะนี้ผู้ปกครองได้มีการแจ้งความดำเนินคดีไว้แล้ว ซึ่งอยู่ระหว่างขั้นตอนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามกระบวนการยุติธรรม

โรงเรียนขอยืนยันว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นพฤติกรรมส่วนบุคคลของบุคลากร ไม่ได้เกี่ยวข้องกับนโยบายหรือภาพรวมของโรงเรียนแต่อย่างใด โรงเรียนยังคงมุ่งมั่นในการดูแลความปลอดภัยของนักเรียนให้ถึงที่สุด
ทุกองค์กรย่อมมีทั้งคนดีและคนไม่ดีปะปนกันไป แต่องค์กรที่ดีจะต้องไม่ปกป้องคนผิด และต้องยังคงรักษาความดีงามไว้ ดังคำกล่าวที่ว่า "เกลือย่อมรักษาความเค็มฉันใด องค์กรที่ดีก็ย่อมรักษาความดีฉันนั้น"
ทั้งนี้ โรงเรียนจะให้ความร่วมมือกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มที่ และจะยึดประโยชน์และความปลอดภัยของนักเรียนเป็นสำคัญสูงสุด

เวลานี้ควรรอสองภาคส่วน คือการพิจารณาของเขตพื้นที่การศึกษา และพนักงานสอบสวน แต่ไม่ควรลืมว่า ความยุติธรรมที่ล่าช้า คือความอยุติธรรม และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวกับโรงเรียน เป็นพฤติกรรมส่วนบุคคล โรงเรียนยังคงรักษาความดี ประดุจเกลือรักษาความเค็มอยู่เสมอ

‘อรรถวิชช์’ จี้ส่งหลักฐานผลตรวจเหล็กตึก!! กมธ.การเงินฯ เรียก สมอ.–ปภ.–สตง. ชี้แจงหลักฐานตึก สตง.ถล่ม พบผลตรวจเหล็กบางส่วนตกมาตรฐาน ทวงคืนความเสียหายรัฐ

"อรรถวิชช์" ใช้กลไกกมธ.การเงินฯเรียกหลักฐานผลตรวจเหล็กและการก่อสร้างตึกถล่ม สตง. หลัง สตง.แจ้งว่าไม่เคยได้รับหลักฐาน

3 ก.ย.69 คณะกรรมาธิการการเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน ได้เชิญสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.) สำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เข้าร่วมชี้แจงส่งหลักฐานผลการตรวจเหล็กและการก่อสร้างตึกสตง. ที่ถล่มเมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568

สส.อรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ในฐานะรองประธานคณะกรรมาธิการฯ เปิดเผยว่าคณะกรรมาธิการฯ ได้รับผลทดสอบเหล็กหลายชนิดที่ใช้ในตึก สตง. ที่ถล่มไป จาก สมอ. โดยพบว่ามีเหล็กข้ออ้อยประเภท IF บางส่วนตกมาตรฐาน โดยได้ขอให้ สตง. รับไปดำเนินการตรวจสอบเรียกร้องค่าเสียหายต่อไป และให้ สตง.ติดตามบริษัทประกันภัยที่ผู้ก่อสร้างได้ทำประกันไว้ด้วย เนื่องจากมีค่าสินไหมทดแทนที่ สตง.และผู้เสียหายต้องได้รับ รวมถึง ท่านอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ได้รับเรื่องไปเพื่อติดตามผลทางวิชาการในการตรวจสอบการออกแบบโครงสร้างและการก่อสร้างเพื่อช่วย สตง.ในการติดตามเรียกร้องค่าเสียหายอีกด้วยทั้งนี้เวลาผ่านมาปีกว่าหลักฐานชุดนี้ไม่เคยอยู่ในมือสตง.เลย

ตนยืนยันว่าในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจะทำเต็มที่ให้เงินของแผ่นดินถูกทวงคืนอย่างเป็นธรรม


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top