Sunday, 7 June 2026
TheStatesTimes

‘โฟล์ค-รักชาติ’ แฉขบวนการปั่นเฟกนิวส์ ตัดต่อภาพพรรครักชาติ เบอร์ 35 แต่สวมเบอร์ 46 วอน ‘พรรคประชาชน’ หยุดวิชามาร สู้กันด้วยนโยบาย

[กรุงเทพฯ]  เมื่อวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 14.00 น. นายฐิติพัฒณ์ จันทร์แก้ว (โฟล์ค) กรรมการบริหารพรรครักชาติ และผู้สมัคร สส.กทม.เขต 13 เบอร์ 9 ออกแถลงการณ์เรียกร้องความถูกต้องทางการเมือง หลังพบความผิดปกติในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง โดยมีการตรวจพบขบวนการปล่อยข่าวลวงและตัดต่อภาพกราฟิกเพื่อสร้างความสับสนให้กับประชาชน

โดยโฟล์ค ฐิติพัฒณ์  เปิดเผยว่า พบกลุ่มบุคคลเข้าไปแสดงความคิดเห็นในช่องทางโซเชียลมีเดียของพรรครักชาติ โดยใช้รูปภาพที่มีข้อความคำว่า “รักชาติ” แต่กลับถูกดัดแปลงตัวเลขจากหมายเลข 35 (หมายเลขจริงของพรรครักชาติ) ไปเป็นหมายเลข 46 ซึ่งเป็นหมายเลขของพรรคประชาชนแทน

"ในฐานะเพื่อนร่วมสนามเลือกตั้งครั้งนี้ ผมเชื่อมั่นครับว่าทุกคนอยากเห็นการเมืองไทยพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้นนะครับ แต่ในช่วงที่ผ่านมานะครับ ผมได้รับการรายงานและได้พบเห็นการกระทำที่อาจจะก่อให้เกิดความเข้าใจผิด เนื่องด้วยมีการนำข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงนะครับเข้ามาเผยแพร่ เพื่อสร้างความสับสน" นายฐิติพัฒณ์ กล่าว

จากการตรวจสอบเบื้องต้น โฟล์ค ฐิติพัฒณ์ ตั้งข้อสังเกตถึงความผิดปกติของบัญชีผู้ใช้ หรือ Account เหล่านี้ ว่าอาจเป็นบัญชีที่เพิ่งเปิดใหม่ หรือมีผู้ติดตามน้อย แต่กลับมีการปฏิบัติการในลักษณะเดียวกัน คือการส่งภาพตัดต่อเดียวกันเพื่อกระจายข้อมูลเท็จ ซึ่งส่อเจตนาว่าอาจมีผู้อยู่เบื้องหลังกระบวนการนี้

"เราตั้งข้อสังเกตนะครับว่า แอคเคาท์ (Account) บางแอคเคาท์เนี่ย อาจจะเป็นแอคเคาท์ที่เพิ่งเปิดขึ้นมาหรือไม่? แล้วก็ตั้งข้อสังเกตอีกนะครับว่า แอคเคาท์ที่คล้าย ๆ กัน ที่มีผู้ติดตามอยู่น้อย ๆ เนี่ย มีลักษณะในการใช้ภาพเดียวกัน นั่นก็คือในการใช้คำว่า 'รักชาติ' แต่ปรับเปลี่ยนหมายเลขให้เป็น หมายเลข 46 เบื้องหลังกระบวนการเหล่านี้ อาจจะมีการนำส่งภาพเดียวกันเพื่อกระจายข่าวสารข้อมูลให้เกิดการสร้างความเข้าใจผิดหรือไม่นะครับ" นายฐิติพัฒณ์ กล่าว

ทั้งนี้ โฟล์ค ฐิติพัฒณ์ ได้ส่งสารถึง พรรคประชาชน และกลุ่มผู้สนับสนุน ขอให้ช่วยทำความเข้าใจที่ถูกต้องและหยุดพฤติกรรมดังกล่าว โดยระบุว่า “ผมอยากขอความเห็นใจจากพรรคประชาชนครับ ขอความเห็นใจจากแฟนคลับพรรคประชาชนทุกท่าน และขอร้องเรียนไปยังพรรคประชาชน ในการช่วยการสร้างสรรค์การสื่อสาร และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องครับ“

"ผมจึงอยากขอความเห็นใจจากพรรคประชาชนครับ ขอความเห็นใจจากแฟนคลับพรรคประชาชนทุกท่าน และขอร้องเรียนไปยังพรรคประชาชน ในการช่วยกันสร้างการสื่อสารและสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องครับ กับกลุ่มผู้สนับสนุนของท่าน เพื่อให้เราได้ร่วมกันสร้างวัฒนธรรมการเมืองใหม่ ที่เคารพในพื้นที่ของกันและกัน" นายฐิติพัฒณ์ กล่าว

‘เพจประชาคมแพทย์’ ชำแหละนโยบายแรงงานพรรคประชาชน ส่อให้ต่างด้าวตั้งสหภาพแรงงานในไทยได้เสรี หวั่นทำ รพ.รัฐวิกฤต – เศรษฐกิจไทยพัง

เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569 เพจเฟซบุ๊ก ‘ประชาคมแพทย์’ ได้โพสต์ข้อความว่า สิ่งที่อยู่ในความฝันของพรรคส้มคือ 
การเอื้ออำนวย ให้เกิดสิ่งต่างๆต่อไปนี้ได้ง่ายขึ้น นี่คือภาพสมมุติที่มีโอกาสเกิดขึ้นจริง
การจัดตั้งสหภาพแรงงาน อาหารแปรรูป แห่งสมุทรสาคร ( ประธานและสมาชิกเป็นพม่า 90%)
สหภาพแรงงานประมง แห่งระนอง  ( ประธานและสมาชิกเป็นพม่าล้วน)
สหภาพแรงงาน ธุรกิจสุขภาพ แห่งพัทยา ( ประธานและสมาชิกเป็นรัสเซียล้วน)
สหภาพแรงงานSME แห่งเกาะพะงัน  ( ประธานและสมาชิกเป็นอิสราเอลล้วน)
สหภาพแรงงานSME แห่ง ระยองตราดจันทบุรี
 ( ประธานและสมาชิกเป็นจีน 90%)
ฯลฯ

ก็ดูเป็นระเบียบเรียบร้อยดีนะครับ ( ถ้าใครคิดว่าเรากำลังด่าส้ม ขอให้คิดใหม่) ฝันนี้ไม่ไกลเกินจริงตามนโยบายของพรรค นี่อาจเป็นนโยบายส่วนขยายของคำว่า ไทยทันโลก ของพรรคประชาชน เมื่อมาตรฐานสากล ชนกับความเป็นจริงของประเทศไทย นโยบายแรงงาน สิทธิแรงงาน เสน่ห์การลงทุน และภาระสาธารณสุขที่สังคมไทยต้องคิดให้รอบด้าน

ในบรรดาพรรคการเมืองไทยทั้งหมดในปัจจุบัน ปรากฏชัดว่า พรรคประชาชน เป็นพรรคการเมืองเพียงพรรคเดียว ที่ระบุไว้ในเอกสารนโยบายอย่างเป็นทางการว่า ประเทศไทยควรให้สัตยาบันอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 87 และ 98 และควรเปิดกว้างสิทธิในการจัดตั้งสหภาพแรงงาน โดยไม่จำกัดเชื้อชาติหรือสถานที่ทำงาน

ข้อเท็จจริงนี้ ไม่ใช่ข้อกล่าวหา ไม่ใช่การตีความ และไม่ใช่การโจมตีทางการเมือง แต่เป็นเนื้อหาที่ปรากฏอยู่บนเว็บไซต์นโยบายของพรรคโดยตรง ( อยากรู้ลองไป search ดูนะครับ) คำถามสำคัญที่สังคมไทยควรถาม จึงไม่ใช่เรื่องเจตนารมณ์ แต่คือ

> หากนโยบายนี้ถูกนำมาใช้จริง ซึ่ง อาจเกิดผลดีคือเพิ่ม GDP ประเทศไทยอาจจะต้องเผชิญผลกระทบเชิงโครงสร้างอย่างไรบ้าง ในการแลกเปลี่ยน ประโยชน์ครั้งนี้ โดยเฉพาะในสองมิติที่เปราะบางและอ่อนไหวที่สุด คือ
เศรษฐกิจ และ สาธารณสุข

เหตุใดไทยจึง “ยังไม่ให้สัตยาบัน” ILO 87 และ 98 ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ประเทศไทยถูกวิจารณ์ว่า ไม่เดินตามมาตรฐานสากลด้านสิทธิแรงงาน แต่ในความเป็นจริง การไม่ให้สัตยาบัน ILO 87 และ 98

อาจไม่ใช่เพราะรัฐไทย “ไม่เข้าใจ” หากแต่เป็น การเลือกเชิงยุทธศาสตร์ เพราะการให้สัตยาบันทั้งสองฉบับ ไม่ได้เป็นเพียงเรื่องสิทธิแรงงาน แต่คือการเปลี่ยนสมดุลอำนาจระหว่างแรงงาน – ทุน – รัฐ – ระบบสวัสดิการ และการเปลี่ยนสมดุลนี้ มีต้นทุนสูงมาก

เสน่ห์เงียบของประเทศไทยในสายตานักลงทุน นักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะในภาคการผลิต ให้ความสำคัญกับปัจจัยหลัก 3 เรื่องเสมอ
1. ต้นทุนแรงงาน
2. ความแน่นอนและคาดการณ์ได้ของระบบ
3. ความเสี่ยงจากความขัดแย้งแรงงาน

ประเทศไทยมีจุดเด่นสำคัญข้อหนึ่งที่ไม่ค่อยถูกพูดถึง คือ
> ความเสถียรด้านแรงงาน
ไทยเป็นประเทศที่ การประท้วงแรงงานขนาดใหญ่เกิดขึ้นไม่บ่อย การนัดหยุดงานระดับอุตสาหกรรมมีน้อย การปรับขึ้นค่าแรงมักเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป ต้นทุนแรงงานสามารถคาดการณ์ล่วงหน้าได้ เมื่อเทียบกับหลายประเทศที่ให้สัตยาบัน ILO 87 และ 98 อย่างเต็มรูปแบบ

ซึ่งมักเผชิญกับ สหภาพแรงงานข้ามอุตสาหกรรม การประท้วงเป็นระยะ ความผันผวนของต้นทุนแรงงาน
ความ “นิ่ง” ของแรงงานไทย จึงกลายเป็น เสน่ห์เชิงโครงสร้าง ที่ช่วยดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติอย่างต่อเนื่อง

การปฏิวัติแรงงาน = ต้นทุนทุนที่สูงขึ้น

หากประเทศไทยให้สัตยาบัน ILO 87 และ 98 พร้อมเปิดกว้างสิทธิการจัดตั้งสหภาพโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ สิ่งที่เกิดขึ้นแทบจะแน่นอน คือ อำนาจต่อรองแรงงานเพิ่มขึ้น ค่าแรงเฉลี่ยสูงขึ้น สวัสดิการแรงงานเพิ่มขึ้น ความเสี่ยงการนัดหยุดงานเพิ่มขึ้น ต้นทุนการผลิตของภาคธุรกิจสูงขึ้น นี่ไม่ใช่เรื่องผิด แต่เป็นการ “เลือกโมเดลเศรษฐกิจใหม่” ปัญหาคือ ประเทศไทยยังอยู่ในช่วงรอยต่อ

> ค่าแรงไม่ต่ำ
แต่ผลิตภาพแรงงานยังไม่สูงพอ หากต้นทุนเพิ่มเร็ว แต่ผลิตภาพไม่เพิ่มตามความสามารถในการแข่งขันย่อมลดลง
และเมื่อความเสี่ยงแรงงานสูงขึ้น 

นักลงทุนบางส่วนอาจเลือก
> ย้ายฐานการผลิตไปประเทศที่ต้นทุนต่ำกว่า และระบบแรงงานนิ่งกว่า โอกาสการลงทุนที่หายไป ไม่ใช่สิ่งที่เรียกกลับมาได้ง่าย

จุดเปราะบางที่สุด: ระบบสาธารณสุข
ก่อนจะพูดถึงการขยายสิทธิแรงงาน จำเป็นต้องยอมรับข้อเท็จจริงหนึ่งร่วมกันก่อนว่า

> ระบบสาธารณสุขของไทย “ตึงมือ” อยู่แล้ว
วันนี้ ประชาชนไทยส่วนใหญ่อยู่ในระบบประกันสังคม ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (บัตรทอง) ภายใต้ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ภาพที่คนไทยจำนวนมากพบเจอคือ การรอคิวตรวจและผ่าตัดนาน ห้องฉุกเฉินแออัด บุคลากรทางการแพทย์ทำงานเกินกำลัง ในหลายจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจและชายแดน โรงพยาบาลรัฐต้องรองรับคนไข้จำนวนมาก รวมถึงแรงงานต่างชาติในสัดส่วนสูง

ความคับข้องใจที่สังคมไม่ควรมองข้าม ความรู้สึกของประชาชนไทยจำนวนมากคือ
> “เราจ่ายภาษีเต็มเม็ดเต็มหน่วย
แต่ต้องรอคิวรักษาพยาบาลในระบบที่แน่นขนัด” ในขณะที่บางพื้นที่ ห้องรอคนไข้เต็มไปด้วยแรงงานต่างชาติ ซึ่งประชาชนจำนวนหนึ่งไม่เข้าใจว่า งบประมาณมาจากไหน ใครเป็นผู้สมทบ ระบบมีแผนรองรับหรือไม่ ความรู้สึกนี้ ไม่ใช่ความเกลียดชัง แต่เป็นความกังวลว่า

> ทรัพยากรที่มีจำกัด กำลังถูกแบ่งเพิ่ม
โดยที่ระบบยังไม่แข็งแรงพอ เมื่อสิทธิแรงงานขยายตัว → ภาระสวัสดิการจะขยายตาม หากแรงงานสามารถรวมตัวข้ามสถานประกอบการ และไม่ถูกจำกัดด้วยเชื้อชาติ การเรียกร้องย่อมไม่หยุดอยู่แค่ค่าแรง แต่จะขยายไปสู่สิทธิด้านการรักษาพยาบาล คุณภาพบริการ ความเท่าเทียมในการเข้าถึงสวัสดิการ ในเชิงหลักการ นี่คือเรื่องสิทธิ แต่ในเชิงระบบ นี่คือ ภาระเพิ่มเติมต่อสาธารณสุข หากงบประมาณ บุคลากร และโครงสร้างไม่เพิ่มตาม

ผลที่อาจเกิดขึ้นคือ คิวรักษาที่นานขึ้น คุณภาพบริการลดลง ความไม่พอใจของประชาชนเพิ่มขึ้น จุดตัดอันตรายของประเทศ ความเสี่ยงสูงสุดของนโยบายลักษณะนี้ คือ

> เศรษฐกิจชะลอตัวจากต้นทุนที่สูงขึ้น
แต่ภาระสาธารณสุขและสวัสดิการเพิ่มขึ้นพร้อมกัน เมื่อการลงทุนใหม่ลดลง  รายได้รัฐไม่เพิ่ม แต่ความต้องการใช้บริการสาธารณสุขสูงขึ้น รัฐจะถูกบีบจากทุกด้าน และผู้ที่รับแรงกระแทกมากที่สุดคือ โรงพยาบาลรัฐ บุคลากรทางการแพทย์ และประชาชนผู้ใช้บริการ

บทสรุป
การให้สัตยาบัน ILO 87 และ 98 และการเปิดกว้างสิทธิจัดตั้งสหภาพแรงงานโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ไม่ใช่เรื่อง “ผิด” ในเชิงหลักการ แต่ในบริบทของประเทศไทย นี่คือการตัดสินใจเชิงโครงสร้าง ที่ต้องแลกกับเสน่ห์ด้านเสถียรภาพแรงงาน ความสามารถในการดึงดูดการลงทุน และภาระต่อระบบสาธารณสุขที่ตึงตัวอยู่แล้ว

การที่ประเทศไทยยังไม่ให้สัตยาบัน ILO 87 และ 98 อาจไม่ใช่ความล้าหลัง แต่เป็นการเลือกเพื่อรักษาสมดุลระหว่างเศรษฐกิจ สวัสดิการ และเสถียรภาพของระบบ

คำถามสำคัญที่สุดจึงไม่ใช่ว่า “มาตรฐานสากลดีหรือไม่” แต่คือ
> ประเทศไทยพร้อมหรือยัง
ที่จะจ่ายต้นทุนของการเปลี่ยนแปลงนั้น และประชาชนไทยจะไม่ถูกบังคับให้ ‘ยอมรับสภาพ’ เพียงฝ่ายเดียวหรือไม่ 

กลับมาพูดถึงเรื่อง ข้อเสนอ และการใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ กระแสของ ไอซ์ ฟีเวอร์ ที่ ตีแผ่ การใช้จ่ายงบประมาณของ กองทุนประกันสังคม โดยหวังดึงคะแนนเสียงของภาคแรงงาน และคิดว่าอาจจะกำลังจะได้ผลสำเร็จ 

เราขอแสดงความยินดีกับ “ด้อมส้ม” และผู้สนับสนุนนโยบายแรงงานของพรรคประชาชน โดยเฉพาะในกลุ่มแรงงานกว่า 24 ล้านคน ของประเทศ นโยบายด้านแรงงานของพรรคประชาชน ซึ่งถูกนำเสนอด้วยถ้อยคำที่ฟังดูงดงาม และพยายามทวงคืนความเป็นธรรมในหลายมิติ แต่อาจมีรายละเอียดบางส่วนที่หลายท่านยังไม่ทันสังเกต นั่นคือ การเปิดประตูสู่โครงสร้างสหภาพแรงงานในบริบทสากล ที่ไม่ได้มีเพียงแรงงานไทยอยู่ในสมการอีกต่อไป

ภายใต้นโยบายการให้สัตยาบันอนุสัญญา ILO ตามที่พรรคประชาชนประกาศไว้ในเว็บไซต์ ประเทศไทยมีแนวโน้มจะกลายเป็นจุดหมายปลายทางของแรงงานต่างชาติอีกหลายแสน หรืออาจถึงระดับหลายล้านคนที่จะเข้ามาเป็น “เพื่อนร่วมงาน” ในตลาดแรงงานเดียวกับแรงงานไทย พร้อมสิทธิและอำนาจการรวมตัวที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ในการจัดตั้งสหภาพแรงงาน

อบจ.กาญจนบุรี ผนึกอินโนพาวเวอร์ เปิดเดินรถ EV BUS สายแรก ยกระดับขนส่งสาธารณะเมืองสีเขียว

อบจ.กาญจนบุรี เดินหน้าโครงการเช่ารถโดยสารสาธารณะพลังงานไฟฟ้า (EV BUS) ร่วมกับ อินโนพาวเวอร์ จำนวน 12 คัน ยกระดับการให้บริการประชาชนและนักท่องเที่ยว ให้เข้าถึงระบบขนส่งที่สะดวก ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม สอดรับนโยบายพลังงานสะอาดของรัฐบาล พร้อมเปิดเดินรถในเส้นทางลาดหญ้า–ท่าม่วง สร้างความมั่นคงในการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะของท้องถิ่น

นายอธิป ตันติวรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี ในการให้บริการรถโดยสารสาธารณะพลังงานไฟฟ้า (EV BUS) แบบครบวงจร เพื่อให้การให้บริการประชาชนในจังหวัดเป็นไปอย่างต่อเนื่อง มีมาตรฐาน และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อพื้นที่

ทั้งนี้ อินโนพาวเวอร์ได้จัดเตรียมรถโดยสารสาธารณะพลังงานไฟฟ้า (EV BUS) จำนวน 12 คัน และร่วมจัดพิธีเปิดเดินรถอย่างเป็นทางการในเส้นทางสายที่ 6273 (ลาดหญ้า–ท่าม่วง) เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2569 ณ บริเวณถนนหน้าวิทยาลัยการอาชีพแม่บ้านแคว ตำบลท่ามะขาม อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี โดยมี นายแพทย์ประวัติ กิจธรรมกูลนิจ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกาญจนบุรี เป็นประธานในพิธี และ นายประภาสักก์ เจริญพร Head of Future Mobility บริษัท อินโนพาวเวอร์ จำกัด ร่วมกล่าวถึงความร่วมมือในการขับเคลื่อนระบบขนส่งสาธารณะพลังงานสะอาดครั้งแรกของจังหวัดกาญจนบุรี

อินโนพาวเวอร์มีบทบาทในการให้บริการและบริหารจัดการรถโดยสารไฟฟ้าแบบครบวงจร เพื่อให้บริการเดินรถเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ปลอดภัย และได้มาตรฐาน สร้างความมั่นใจให้กับประชาชนผู้ใช้บริการ พร้อมจัดเตรียมสถานีชาร์จรองรับการให้บริการ และระบบบริหารจัดการแบตเตอรี่ในรถทุกคัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงานและความพร้อมในการเดินรถอย่างมีเสถียรภาพ

ความสมดุลที่เปราะบางในความขัดแย้งสหรัฐฯ-อิหร่าน

หากมองเกมสหรัฐฯกับการเปิดสงครามกับอิหร่านครั้งนี้นั้น สหรัฐฯได้แสดงแสนยานุภาพทางทหารในภูมิภาคอย่างยิ่งใหญ่เพื่อ ข่มขู่และยับยั้ง มากกว่าจะเปิดสงครามเต็มรูปแบบ เพราะอิหร่านประกาศชัดว่า พร้อมตอบโต้ทันที หากถูกโจมตี แต่ทั้งคู่ก็ยังเปิดช่องทางการทูตเพื่อป้องกันความเสี่ยงสูงสุดไม่ใช่ “เจตนาทำสงคราม” แต่คือ การคำนวณผิดพลาด (Miscalculation) ที่ดูจะเปราะบางของความสมดุลครั้งนี้

สหรัฐฯ ใช้กำลังทหารและกองกำลังแสนยานุภาพเป็นเครื่องมือกดดันทางการเมืองเป้าหมายหลักคือ “บังคับให้เจรจา” มากกว่าการล้มรัฐบาลอิหร่าน และนักวิเคราะห์มองว่าการโจมตี (หากเกิด) จะเป็นแบบ จำกัดเป้าหมาย ไม่ใช่สงครามยืดเยื้อแน่

 อิหร่าน กับยุทธวิธีป้องกันเชิงรุก  อิหร่านรับรู้ว่าตนต้องทำอย่างไรในการรับมือต้านทานมหาอำนาจยักษ์ใหญ่ของโลกอย่างสหรัฐฯที่ใครๆก็หวั่นกลัว ดังนั้นด้วยการเปรียบเทียบเชิงอำนาจทหารและพื้นที่ทางภูมิรัฐศาสตร์จะนำมาใช้เป็นยุทธวิธีในครั้งนี้ ซึ่งอิหร่านอาจจะใช้การตอบโต้แบบอสมมาตร และการที่อิหร่านประกาศ “พร้อมรบ” มีเป้าหมายเพื่อ เพิ่มต้นทุนการวัดใจสหรัฐฯว่าจะกล้าหรือไม่แต่อิหร่านพร้อมจะแลก ด้วยต้นทุนศรัทธา และอุดมการณ์แห่งการต่อสู้

‘ชัยวุฒิ-ดร.เจษฎ์’ ลุย สุราษฎร์ฯ ขอบคุณ จำ ‘โอ๋’ ได้ เป็น รมต.ลุงตู่ ย้ำ จุดยืน “พรรครักชาติ” ยึดมั่นอุดมการณ์ “ไม่มีเปลี่ยนขั้ว” ผสมพันธุ์ เหมือนการเมืองเดิม

[สุราษฎร์ธานี] 2 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 07.00 น. -นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ หัวหน้าพรรครักชาติ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรครักชาติ นำทีมพรรครักชาติ อาทิ นายชนินทร์ ปิ่นทอง ผู้อำนวยการพรรค (ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 3), นายชัยพร จิรวินิจนันท์ โฆษกพรรค (ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 4), นายทัศนัย ทองมี รองหัวหน้าพรรค (ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 6), นายรวี เลาหพูนรังษี รองหัวหน้าพรรค (ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 7), นายธรรศ พจนประพันธ์ รองหัวหน้าพรรค (ผู้สมัครบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 8), นายณภัทร ชุ่มจิตตรี ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 11 และ นายฐิติพันธุ์ เกยานนท์ เลขาธิการพรรค ลงพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมกล่าวขอบคุณประชาชนที่ให้การต้อนรับเป็นอย่างดี โดยมีประชาชนบางส่วนที่ระบุว่าเลือกตั้งล่วงหน้าวานนี้ (1 ก.พ.) ไปเลือกให้พรรครักชาติมา เพราไม่ชอบการเมืองแบบเดิม ๆ

โดยบรรยากาศการลงพื้นที่หาเสียงของทีมพรรครักชาติ บริเวณตลาดเช้า อำเภอเมืองสุราษฎร์ธานี ได้การตอบรับอย่างดีจากพี่น้องประชาชน และพ่อค้า แม่ค้าในพื้นที่ ให้ความสนใจเข้ามาร่วมพูดคุยทักทาย บางรายขับรถยนต์ผ่าน เมื่อเห็นทีมพรรครักชาติ ถึงกับเปิดกระจก ตะโกนทักทายให้กำลังใจ ซึ่งแม่ค้าส่วนใหญ่ ต่างชื่นชมอาจารย์เจษฎ์ โดยพูดเป็นภาษาใต้ท้องถิ่น ว่า “อยู่หล่อ” ซึ่งหมายถึงตัวจริงหล่อมาก รวมถึงสมาชิกพรรค ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อคนอื่น ๆ ที่มาร่วมเดินหาเสียงด้วย ก็หน้าตาดีทุกคน ดูเป็นคนรุ่นใหม่ ที่มีความหวังจะได้เห็นการเมืองรูปแบบใหม่ ที่เปลี่ยนแปลงไปจากการเมืองแบบเดิม ๆ ที่คุ้นเคยมาตลอดชีวิต ย้ายพรรคสลับขั้วกันไปมา

‘ศักย์ ทับพลี’ นำทีมไทยก้าวใหม่ บุกนครราชสีมา เสนอนโยบาย เพิ่มอาหารเช้าฟรีให้เด็กประถมทั่วประเทศ โอนเงินค่าชุด-อุปกรณ์การเรียน ผ่านแอปเป๋าตัง ลดภาระผู้ปกครอง

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569 - ผศ.ดร.ศักย์ ทับพลี รองหัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ พร้อมด้วย คุณนวกิจ พลวิเศษ ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคไทยก้าวใหม่ เขต 7 เบอร์ 7 จังหวัดนครราชสีมา ลงพื้นที่บริเวณหน้าโรงเรียนบ้านโนนภิบาลโคกกลาง ตำบลวังไม้แดง อำเภอประทาย จังหวัดนครราชสีมา เพื่อพบปะพูดคุยกับนักเรียนและผู้ปกครอง พร้อมนำเสนอนโยบายสำคัญของพรรคไทยก้าวใหม่

“ดูแลเด็กตั้งแต่เช้า ลดภาระพ่อแม่ทันที”

ข่าวดี ! กรมการจัดหางาน เปิดรับสมัครสาวไทยทำงานในกาตาร์ ตำแหน่ง "พนักงานเสิร์ฟ" เงินเดือน 4 หมื่น+ สวัสดิการดี

นายสมชาย มรกตศรีวรรณ อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า กรมการจัดหางาน เปิดรับสมัครคนหางานเพื่อไปทำงานในรัฐกาตาร์กับสโมสร Doha Diplomatic Club ภายใต้การดูแลของกระทรวงการต่างประเทศ รัฐกาตาร์ ครั้งที่ 2 ตำแหน่งพนักงานเสิร์ฟหญิง จำนวน 13 อัตรา เงินเดือน 4,745 ริยัลกาตาร์ หรือประมาณ 40,665 บาท (ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน) ระยะเวลาจ้างงาน 2 ปี สำหรับสวัสดิการ นายจ้างจะจ่ายค่าบัตรโดยสารเครื่องบินไป – กลับ  และบัตรโดยสารเครื่องบินประจำปี ค่าใบอนุญาตพำนัก อาหารฟรี พร้อมบริการรถรับ – ส่งระหว่างที่พักและที่ทำงานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ทำงานวันละ 8 ชั่วโมง สัปดาห์ละ 6 วัน มีค่าล่วงเวลา และเมื่อทำงานครบ 1 ปี จะได้รับวันหยุดประจำปี 21 วัน รวมทั้งมีประกันสุขภาพให้ ผู้สนใจสามารถยื่นใบสมัครได้ที่เว็บไซต์ toea.doe.go.th ได้ตั้งแต่บัดนี้ถึง 14 กุมภาพันธ์ 2569 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการ

“กรมการจัดหางาน มุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงแรงงานในการส่งเสริมให้คนไทยมีงานทำ ควบคู่กับการขยายโอกาสการจ้างงานในต่างประเทศ เพื่อเพิ่มรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของแรงงานไทยและครอบครัว โดยเร่งรัดส่งแรงงานไทยและขยายตลาดแรงงานต่างประเทศเชิงรุก เพื่อให้บรรลุเป้าหมายมากกว่า 50,000 อัตรา ภายใน 4 เดือน ซึ่งสิ้นสุดเดือนกุมภาพันธ์ 2569 นี้” อธิบดีกรมการจัดหางาน กล่าว

ประกันสังคมพร้อมดูแล ผู้ประกันตนป่วยมะเร็ง เข้าถึงสิทธิปลูกถ่ายไขกระดูกโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยถึงให้ความคุ้มครองของสำนักงานประกันสังคมด้านการรักษาพยาบาล สำหรับผู้ประกันตนที่เจ็บป่วยเป็นโรคมะเร็งและมีความจำเป็นต้องได้รับการปลูกถ่ายเซลล์ต้นกำเนิดเม็ดโลหิต หรือการปลูกถ่ายไขกระดูก จะต้องเข้าหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่สำนักงานประกันสังคมกำหนด โดยครอบคลุมโรคสำคัญ ได้แก่ มะเร็งเม็ดเลือดขาวมัยอีลอยด์ชนิดเรื้อรัง มะเร็งเม็ดเลือดขาวมัยอีลอยด์ชนิดเฉียบพลัน มะเร็งเม็ดเลือดขาวลิมโฟบลาสชนิดเฉียบพลัน มะเร็งต่อมน้ำเหลือง ไขกระดูกฝ่อชนิดรุนแรง ไขกระดูกผิดปกติระยะก่อนเป็นมะเร็ง มะเร็งไขกระดูกชนิดมัยอีโลม่า และไขกระดูกผิดปกติชนิดเป็นพังผืด

เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า ผู้ประกันตนสามารถยื่นคำขอรับสิทธิได้ที่สำนักงานประกันสังคมกรุงเทพมหานครพื้นที่ทั้ง 12 แห่ง หรือสำนักงานประกันสังคมจังหวัด/สาขาที่สะดวก เมื่อได้รับการอนุมัติแล้ว สำนักงานประกันสังคมจะส่งต่อให้ผู้ประกันตนเข้ารับการรักษากรณีปลูกถ่ายไขกระดูกในสถานพยาบาลที่ทำความตกลง โดยผู้ประกันตนไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น 

เลือกตั้ง’69 EP#6 มาตราในรัฐธรรมนูญ 2560 ที่นักการเมือง...ไม่อยากให้คนไทยรู้!!!

วันที่ 8 กุมภาพันธ์นี้ พี่น้องประชาชนคนไทยจะต้องออกเสียงประชามติสำหรับคำถามเห็นชอบว่า สมควรมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่? แต่มีประเด็นสำคัญในรัฐธรรมนูญ 2560 ที่บรรดาฝ่ายที่สนับสนุนไม่เคยบอกให้พี่น้องประชาชนชาวไทยได้ทราบคือ มีหลายมาตราในรัฐธรรมนูญ 2560 ที่นักการเมือง “ไม่อยากให้คนไทยได้รู้” อันได้แก่

มาตรา 158 นายกรัฐมนตรีจะอยู่ยาวเลยไม่ได้ พูดง่าย ๆ คือ เป็นนายกฯ ได้ ไม่เกิน 8 ปี จะอยู่ติดกันหรือเว้นวรรคก็นับรวมหมด ถ้าครบแล้ว = ต้องลงจากเก้าอี้ทันที

มาตรา 160 คนจะเข้ามาเป็นรัฐมนตรีต้องใสสะอาดจริง ๆ ไม่ใช่แค่ไม่เคยติดคุก แต่ต้องซื่อสัตย์จริง ไม่โกง ไม่เลี่ยงกฎหมาย ใครมีแผลในอดีต สามารถโดนขุดขึ้นมาจัดการได้หมด

มาตรา 170 หากคุณสมบัติขาด = หลุดทันที ถ้าวันไหนที่มีคำพิพากษาของศาลว่า ไม่ซื่อสัตย์ หรือทำผิดร้ายแรง ไม่ต้องรอครบวาระ จะต้องหลุดจากตำแหน่งโดยทันที

มาตรา 184–185 ห้ามนักการเมืองไปก้าวก่ายหรือสั่งข้าราชการแบบมั่ว ๆ โดย ห้ามใช้ตำแหน่งไปสั่งราชการ ห้ามเอื้อพวก เอื้อบริษัท เอื้อคนใกล้ตัว ฝ่าฝืน = มีความผิดหนักมาก

มาตรา 234 ถูกศาลพิพากษาว่า ผิดจริยธรรม ไม่ต้องโกงก็โดนได้ ไม่ต้องมีเงินหาย เพียงแค่การประพฤติตัวที่ไม่เหมาะสมอย่างร้ายแรง เช่น ใช้อำนาจเอื้อประโยชน์ตัวเอง ก็โดนตัดสิทธิทางการเมืองด้วย

มาตรา 235 ป.ป.ช. สามารถเอาผิดได้จริง ถ้า ป.ป.ช. ชี้ว่ารวยผิดปกติ หรือโกง เรื่องไปถึงศาล ถูกพิพากษา โทษถึงขั้นติดคุก และห้ามเล่นการเมืองตลอดชีวิต

‘ผอ. จิสด้า’ ได้รับเลือกนั่งประธาน ‘STSC’ แห่งสหประชาชาติ ชาติที่ 15 ของโลก ถือธงนำ ‘จัดระเบียบอวกาศ’ ท่ามกลางวิกฤตภูมิรัฐศาสตร์โลก

เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2569 เพจเฟซบุ๊ก “GISTDA สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน)” ได้โพสต์ข้อความว่า ประเทศไทยได้สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่บนเวทีการทูตและวิทยาศาสตร์ระดับโลกอีกครั้ง หลังคณะอนุกรรมการด้านวิทยาศาสตร์และเทคนิค (STSC) ภายใต้ คณะกรรมการว่าด้วยการใช้อวกาศส่วนนอกในทางสันติแห่งสหประชาชาติ (UN COPUOS) เวทีสูงสุดของสหประชาชาติในการกำหนดทิศทางและธรรมาภิบาลด้านกิจการอวกาศ ได้แต่งตั้ง ดร.ปกรณ์ อาภาพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ หรือ จิสด้า-GISTDA กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.)  ให้ทำหน้าที่ประธาน STSC อย่างเป็นทางการ ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ถือเป็นความภาคภูมิใจครั้งสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของไทยในระดับสากล 

ตำแหน่งดังกล่าวไม่ใช่เพียงตำแหน่งทางพิธีการ แต่ STSC เปรียบเสมือน "มันสมองของโลก" ที่มีหน้าที่กำกับดูแลและกำหนดทิศทางกิจการอวกาศของมนุษยชาติ ซึ่งเป็นประเด็นเร่งด่วนในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่อง ขยะอวกาศ (Space Debris), สภาพอวกาศ (Space Weather), ความยั่งยืนในระยะยาว (Long-term Sustainability) รวมถึง การจัดการจราจรอวกาศ (Space Traffic Management)


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top