Monday, 8 June 2026
TheStatesTimes

‘อี ยองแอ’ ผู้สมบท ‘แดจังกึม’ บริจาคเงิน 10 ล้านวอน ช่วยนักศึกษาไทยกลับบ้าน หลังป่วยโคม่าเลือดคั่งในสมอง

อี ยองแอ นักแสดงดังจากบทบาท แดจังกึม บริจาคเงินจำนวน 10 ล้านวอน เพื่อช่วยเหลือ สิรินยา นักศึกษาแลกเปลี่ยนชาวไทยที่ป่วยจากอาการเลือดคั่งใต้เยื่อหุ้มสมองระหว่างเรียนภาษาเกาหลีในเกาหลีใต้

รายงานจากชมรมอาสา “Rhythm of Hope” มหาวิทยาลัยชอนนัม ระบุว่า สิรินยาซึ่งกำลังเรียนที่สถาบันสอนภาษาของมหาวิทยาลัย ถูกพบหมดสติในหอพักเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ก่อนแพทย์วินิจฉัยว่าเป็นเลือดคั่งใต้เยื่อหุ้มสมอง และตั้งแต่นั้นมาเธอก็ยังคงอยู่ในภาวะโคม่า และได้รับการรักษาอย่างต่อเนื่องในโรงพยาบาล

เมื่อทราบว่าครอบครัวของเธอประสบปัญหาเรื่องค่ารักษาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับประเทศ ทางชมรมและสมาชิกมหาวิทยาลัยจึงร่วมกันเปิดระดมทุน ซึ่งตั้งเป้าไว้ 9 ล้านวอน แต่ยอดเงินกลับพุ่งทะลุเป้ากว่าเท่าตัวจากน้ำใจของนักศึกษาและประชาชนทั่วไป

อี ยองแอได้ร่วมบริจาคเงิน 10 ล้านวอนให้กับ “Rhythm of Hope” หลังทราบข่าวอาการของสิรินยา

ขณะนี้สิรินยามีกำหนดเดินทางกลับไทยในวันที่ 15 พฤศจิกายน โดยสายการบินโคเรียนแอร์และหลายหน่วยงานจะช่วยประสานงานการเดินทางอย่างเต็มที่

อี ยองแอกล่าวว่า “ฉันต่างหากที่รู้สึกขอบคุณนักศึกษาที่ช่วยกันทำเรื่องดี ๆ แบบนี้”

จีนลุยปราบ deepfake หลังพบ AI แอบอ้างคนดังไลฟ์ขายของระบาดแพลตฟอร์มรับมือยาก–ผู้บริโภคเสี่ยงถูกหลอก ปฏิบัติการลบคลิปกว่า 8,700 รายการ จัดการบัญชีปลอมคนดังกว่า 11,000 บัญชี

ปักกิ่ง, 15 พ.ย. (ซินหัว) -- สำนักบริหารไซเบอร์สเปซแห่งประเทศจีนรายงานความพยายามปราบปรามการใช้ดีปเฟก (deepfake) ที่สร้างโดยปัญญาประดิษฐ์ (AI) เพื่อแอบอ้างเป็นบุคคลสาธารณะในการไลฟ์สตรีมมิงหรือไลฟ์สดจำหน่ายสินค้าของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ

เมื่อไม่นานนี้ ทางการจีนได้จัดการกับบัญชีผู้ใช้งานทางออนไลน์จำนวนมากอย่างเข้มงวด เนื่องจากบัญชีผู้ใช้งานเหล่านี้ใช้ปัญญาประดิษฐ์มาแอบอ้างเป็นคนดังเพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าผ่านการไลฟ์สตรีมมิงและคลิปวิดีโอสั้น ซึ่งสร้างความเข้าใจผิดแก่ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ต

ขณะเดียวกันสำนักบริหารฯ กระตุ้นเตือนแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ดำเนินการกวาดล้างพฤติกรรมความผิดเหล่านี้ โดยปัจจุบันมีการลบเนื้อหาที่ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดมากกว่า 8,700 รายการ และจัดการกับบัญชีผู้ใช้งานที่แอบอ้างเป็นผู้อื่นอีกมากกว่า 11,000 บัญชี

ความพยายามปราบปรามมีขึ้นหลังจากเกิดกรณีตัวอย่างอันเป็นที่สนใจของคนหมู่มากหลายกรณี เช่น กรณีของนักแสดงสาว "เวินเจิงหรง" ที่พบการใช้ดีปเฟกพลังปัญญาประดิษฐ์มาแอบอ้างเป็นเธอเพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าในการไลฟ์สตรีมมิงต่างๆ หลายครั้ง ซึ่งเวินเคยเข้าไปโต้แย้งผ่านช่องสนทนาในการไลฟ์สตรีมมิงแต่สุดท้ายกลับถูกบล็อก

กรณีของเวินตอกย้ำปัญหาความท้าทายที่เพิ่มขึ้นในภาคธุรกิจอีคอมเมิร์ซของจีนหลังจากผู้คนเข้าถึงเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ต่างๆ ได้มากขึ้น ทำให้พ่อค้าแม่ค้าใจคดฉวยโอกาสใช้ประโยชน์จากการแอบอ้างภาพลักษณ์ของบุคคลสาธารณะมาจำหน่ายสินค้าที่มีคุณภาพต่ำหรือสินค้าปลอม

กรณีตัวอย่างอื่นๆ เช่น การใช้ปัญญาประดิษฐ์มาแอบอ้างเป็น "หลี่จื่อเหมิง" พิธีกรรายการโทรทัศน์ เพื่อประชาสัมพันธ์สินค้าน้ำมันปลาทะเลลึกที่แท้จริงกลับเป็นลูกอมธรรมดา หรือการแอบอ้างเป็น "เฉวียนหงฉาน" และ "ซุนอิ่งซา" นักกีฬาแชมป์โอลิมปิกชื่อดัง เพื่อจำหน่ายไข่อีกด้วย

หลิวหงชุน รองศาสตราจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ของมหาวิทยาลัยอวิ๋นหนาน กล่าวว่าพฤติกรรมเหล่านี้ถือเป็นการละเมิดกฎหมายแพ่งและละเมิดสิทธิของบุคคลสาธารณะ รวมถึงละเมิดสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลของผู้บริโภคด้วย

แม้จีนดำเนินมาตรการติดป้ายกำกับเนื้อหาที่สร้างโดยปัญญาประดิษฐ์เมื่อวันที่ 1 ก.ย. แต่ยังคงเผชิญปัญหาความท้าทายอยู่ดี โดยผู้ฝ่าฝืนมักซ่อนลายน้ำไว้ในมุมอับของวิดีโอหรือใช้วิธีการทางเทคนิคลบป้ายกำกับ หรือแยกเนื้อหาที่สร้างขึ้นมาเป็นส่วนเล็กส่วนน้อยและกระจายผ่านหลายบัญชีผู้ใช้งานจนตรวจจับยาก

นอกจากนั้นแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ประสบปัญหาการกลั่นกรองเนื้อหา โดยโต่วอิน (Douyin) หรือติ๊กต็อก (TikTok) ฉบับจีน ได้ลบวิดีโอที่แอบอ้างเป็นเวินเจิงหรงกว่า 10,000 คลิป และลงโทษบัญชีผู้ใช้งาน 37 บัญชี ซึ่งหลี่เลี่ยง รองประธานโต่วอิน ยอมรับว่าการระบุเนื้อหาที่สร้างโดยปัญญาประดิษฐ์เพื่อตรวจจับการละเมิดยังคงเป็นความท้าทายทางเทคนิคในวงกว้าง

สำหรับเหยื่อที่ถูกแอบอ้าง การรวบรวมหลักฐานและพิสูจน์ว่าเนื้อหานั้นสร้างขึ้นโดยปัญญาประดิษฐ์มีความซับซ้อนทางเทคนิคและใช้เวลานาน โดยกลุ่มสื่อมวลชนรายงานว่าทีมงานของเวินเจิงหรงเคยรายงานบัญชีผู้ใช้งานที่แอบอ้างเป็นเวินถึง 50 บัญชีภายในวันเดียว แต่กลับพบว่าบางบัญชีผู้ใช้งานปรากฏขึ้นมาในรูปแบบใหม่อย่างรวดเร็ว

คณะผู้เชี่ยวชาญทางกฎหมายและคนวงในอุตสาหกรรมมองว่าการแก้ไขปัญหานี้ต้องใช้แนวทางหลายแง่มุม ได้แก่ บทลงโทษที่เข้มงวดยิ่งขึ้น เทคโนโลยีตรวจจับที่เก่งขึ้น และความรับผิดชอบของแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ สำนักบริหารฯ จะยังคงดำเนินการปราบปรามอย่างเข้มงวด กระตุ้นเตือนแพลตฟอร์มต่างๆ แสดงความรับผิดชอบ รวมถึงกำจัดและเปิดโปงบัญชีผู้ใช้งานเพื่อการตลาดที่เป็นอันตราย เพื่อรักษาสภาพแวดล้อมโลกออนไลน์ที่ดี

19 พฤศจิกายน 2553 ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงรับสิทธิบัตร 'อุทกพลวัต' กังหันผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำ ต้นแบบจากโครงการขุดคลองลัดโพธิ์

19 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553 พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงได้รับการทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายการรับจดทะเบียนสิทธิบัตร 'อุทกพลวัต' สิ่งประดิษฐ์กังหันผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำไหล สืบเนื่องจากพระราชดำริในการแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพฯ และปริมณฑลตั้งแต่ปี 2538 ซึ่งพระองค์ทรงมีพระราชดำริให้ขุดลอกคลองลัดโพธิ์เพื่อเร่งการระบายน้ำออกสู่ทะเล

ต่อมาเมื่อปี 2549 พระองค์ทรงเสนอแนวคิดเพิ่มเติมว่า พลังงานน้ำที่ไหลผ่านคลองลัดโพธิ์นั้น “มหาศาล” อาจนำไปใช้ผลิตพลังงานไฟฟ้าได้ จึงทรงพระราชกระแสให้ศึกษาความเป็นไปได้ และให้สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้าฯ ทรงติดตามโครงการ

กรมชลประทานร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์จึงได้ศึกษาและพัฒนากังหันต้นแบบ ทั้งแบบหมุนตามแนวแกน (Axial Flow) และแบบหมุนขวางการไหล (Cross Flow) เพื่อหมุนเครื่องกำเนิดไฟฟ้าแบบแม่เหล็กถาวร โดยติดตั้งที่ท้ายประตูระบายน้ำคลองลัดโพธิ์ ผลการทดลองให้พลังงานสูงสุดถึง 5.74 กิโลวัตต์ต่อวัน

สิทธิบัตร “อุทกพลวัต” ได้รับการจดทะเบียนเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2553 และเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2554 ในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้พระราชทานชื่ออย่างเป็นทางการว่า “อุทกพลวัต” หมายถึงการใช้พลังน้ำเคลื่อนที่มาสร้างพลังงานไฟฟ้า ต้นแบบดังกล่าวมีต้นทุนต่ำ สามารถนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้กับประตูระบายน้ำทั่วประเทศ เช่น ประตูระบายน้ำบรมธาตุ ประตูระบายน้ำพลเทพ และประตูระบายน้ำมโนรมย์ ช่วยเสริมการจัดการน้ำและพลังงานทดแทนของไทยต่อไป

วธ. - ซีคอนสแควร์ - มูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือฯ สร้างสรรค์ “ดอกไม้แห่งความดี ถวายพระพันปีหลวง“ น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณแม่ของแผ่นดิน

วันศุกร์ที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๔.๐๐ น. กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) ร่วมกับมูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือแห่งประเทศไทย และศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ จัดโครงการ “ดอกไม้แห่งความดีถวายพระพันปีหลวง” ระหว่างวันที่ ๑๔ - ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ ณ ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์ เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นแม่ของแผ่นดินและทรงอุทิศพระวรกายเพื่อประโยชน์สุขของปวงชนชาวไทย โดยนายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม มอบหมายให้นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธี และมี ดร. อาทร จันทวิมล ประธานมูลนิธิส่งเสริมการลูกเสือแห่งประเทศไทย กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ของโครงการ พร้อมด้วยผู้บริหารศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ และสื่อมวลชนเข้าร่วม

นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า โครงการ “ดอกไม้แห่งความดี ถวายพระพันปีหลวง” เป็นกิจกรรมที่สะท้อนพลังแห่งความจงรักภักดีของพสกนิกรชาวไทยที่พร้อมใจทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระพันปีหลวง เป็นการแสดงออกในการผสานคุณค่าทางจิตใจ ศิลปวัฒนธรรม และจิตอาสาให้เป็นหนึ่งเดียว ที่สำคัญสร้างแรงบันดาลใจให้คนไทยทุกคนร่วมกันสืบสานพระราชปณิธานแห่งความดีงามต่อไป

อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า กิจกรรมนี้ยังถือเป็นการแสดงออกถึงความรัก ความสามัคคีและความภาคภูมิใจในความเป็นไทยอย่างแท้จริง สอดคล้องกับนโยบายของกระทรวงวัฒนธรรมในการส่งเสริมวัฒนธรรมแห่งความดี และสร้างสังคมคุณธรรมอย่างยั่งยืน

“ขอเชิญคนไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศร่วมกิจกรรมถวายเป็นพระราชกุศล ประกอบด้วย (๑) ประดิษฐ์ดอกไม้ “ควีนสิริกิติ์” จำลองจากดอกไม้ในพระนามหลวง ได้แก่ กล้วยไม้แคทลียา ควีนสิริกิติ์ กุหลาบควีนสิริกิติ์ ดอนญ่า ควีนสิริกิติ์ และมหาพรหมราชินี โดยใช้วัสดุจากธรรมชาติและงานหัตถศิลป์ เช่น เปลือกข้าวโพด ไม้จันทน์หอมใบเตย กระดาษสา ผ้าไหม ทองแดง และทองคำ (๒) บำเพ็ญความดี อาทิ บริจาคอวัยวะ (หัวใจ ไต ดวงตา) ปลูกต้นไม้แห่งความดี สนับสนุนสินค้าศิลปาชีพ ให้บริการประชาชน หรือช่วยเหลือผู้ประสบภัย และ (๓) ร่วมอบรมการประดิษฐ์ดอกไม้ “ควีนสิริกิติ์” ระหว่างวันที่ ๑๔ - ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๐.๐๐ - ๒๐.๐๐ น. ณ ศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์” นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา กล่าว

- - - English Version - - -
Ministry of Culture - Seacon Square - Thai Scouts Promotion Foundation create “Flowers of Virtue in Tribute to Her Majesty Queen Sirikit the Queen Mother”, honoring the boundless benevolence of the Mother of the Land.

Friday, 14th November 2025, at 2:00 p.m.(Thailand Standard Time, GMT+7), Ministry of Culture, in collaboration with Thai Scouts Promotion Foundation and Seacon Square shopping mall, organized the project “Flowers of Virtue in Tribute to Her Majesty Queen Sirikit the Queen Mother”. The event takes place from 14 - 23 November 2025 at Seacon Square Srinakarin (Bangkok) to commemorate the boundless benevolence of Her Majesty Queen Sirikit the Queen Mother who is revered as the Mother of the Land for her lifelong dedication to the well-being and happiness of the Thai people. By assignment from Mr. Prasop Riang-ngern, Permanent Secretary for Culture, the Ministry of Culture, Mrs. Yuthika Isarangkura, Director-General of the Department of Cultural Promotion, presided over the opening ceremony. Dr. Artorn Chandavimol, Chairman of the Thai Scouts Promotion Foundation, delivered a report outlining the project’s objectives. The ceremony was also attended by executives from Seacon Square and members of the media.

Mrs. Yuthika Isarangkura, Director-General of the Department of Cultural Promotion, stated that the “Flowers of Virtue in Tribute to Her Majesty Queen Sirikit the Queen Mother” project reflects the profound loyalty and devotion of the Thai people, who unite in performing good deeds as a tribute to Her Majesty Queen Sirikit the Queen Mother. The initiative embodies the harmonious integration of spiritual values, art and culture, and volunteer spirit into one. Most importantly, it serves as an inspiration for all Thais to carry on Her Majesty’s gracious legacy of virtue and goodness for generations to come.

The Director-General of the Department of Cultural Promotion added that this event also serves as a true expression of love, unity, and pride in Thai identity. It aligns with the Ministry of Culture’s policies to promote a culture of virtue and foster a sustainable moral society. 

“I would like to invite Thai people both in Thailand and abroad to participate in activities dedicated as a royal merit to Her Majesty Queen Sirikit the Queen Mother, which include: (1) Creating “Queen Sirikit” flowers - replicas of flowers named in Her Majesty’s honor, namely Cattleya “Queen Sirikit”, Queen Sirikit rose, Dona “Queen Sirikit”, and Mahaprom Rachini (Mitrephora sirikitiae Weerasooriya) - crafted from natural and artisanal materials including corn husks, sandalwood, pandan leaves, mulberry paper, silk, copper, and gold. (2) Performing good deeds, such as organ donation (heart, kidneys, eyes), planting “Trees of Virtue”, supporting arts and crafts products under the Royal Initiative, providing public services, or assisting disaster victims. (3) Joining flower-making workshops for the “Queen Sirikit” flowers, held from 14 - 23 November 2025, from 10:00 a.m. to 8:00 p.m. (Thailand Standard Time, GMT+7) at Seacon Square Srinakarin (Bangkok). “These activities are open to everyone wishing to express gratitude and loyalty through good deeds and creativity”, Mrs. Yuthika said.

อุบลราชธานี-ผบ.ทบ. เยี่ยมกำลังพลบาดเจ็บจากเหตุเหยียบกับระเบิดที่ห้วยตามาเรีย กำชับดูแลสิทธิสวัสดิการอย่างเต็มที่ พร้อมตรวจหน่วยฝึกทหารใหม่ มณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์  

พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก พร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา เดินทางเข้าเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทหารสังกัดกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 16 ที่บาดเจ็บจากการเหยียบกับระเบิดระหว่างปฏิบัติภารกิจลาดตระเวนชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ห้วยตามาเรีย อำเภอกันทรลักษ์ จังหวัดศรีสะเกษ เมื่อ 10 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา โดยมี พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 /ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 ร่วมให้การต้อนรับ ซึ่งปัจจุบันกำลังพลทั้ง 4 นาย ได้เข้ารับการรักษา ณ โรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ จังหวัดอุบลราชธานี ประกอบด้วย

1. จ่าสิบเอก เทอดศักดิ์ สมาพงษ์ ได้รับบาดเจ็บที่ข้อเท้าขวาท่อนล่างขาด รวมถึงมีแผลฉีกขาดที่ขาซ้ายและมือขวา แพทย์ได้ทำการผ่าตัดแล้ว 3 ครั้ง และยังคงทำแผลเป็นประจำทุกวัน ควบคู่กับการให้ยาปฏิชีวนะป้องกันการติดเชื้อและยาแก้ปวดบรรเทาอาการอย่างต่อเนื่อง
2. พลทหาร อภิรักษ์ ศรีชมไชย มีอาการบาดเจ็บจากแรงระเบิด แผลฉีกขาดที่ขาขวา ปัจจุบันได้รับการทำแผล  ยาปฏิชีวนะป้องกันการติดเชื้อและยาบรรเทาอาการปวด
3. พลทหาร วชิระ พันธะนา มีอาการบาดเจ็บจากแรงระเบิด แผลจากการถูกสะเก็ดระเบิดตามร่างกาย และที่ตาซ้าย ปัจจุบันได้รับการทำแผล ยาปฏิชีวนะป้องกันการติดเชื้อและยาบรรเทาอาการปวด
4. พลทหาร อนุชา สุจารี มีอาการบาดเจ็บจากแรงระเบิด และมีสิ่งแปลกปลอมเข้าตาทั้งสองข้าง ปัจจุบันได้รับการล้างตา หยอดตาเป็นประจำ และยาบรรเทาอาการปวด

กำลังพลทั้ง 4 นายยังคงอยู่ในกระบวนการรักษาอย่างต่อเนื่อง และมีอาการดีขึ้นตามลำดับ โดยแพทย์ยังคงเฝ้าติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ในการเข้าเยี่ยมครั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบกได้ให้กำลังใจและยกย่องในความเสียสละของทุกนายที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ พร้อมให้ผู้บังคับหน่วยดูแลสิทธิสวัสดิการและครอบครัวของกำลังพลอย่างดีที่สุด 

จากนั้น ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบกพร้อมด้วยคณะผู้บังคับบัญชา ได้เข้าตรวจเยี่ยมหน่วยฝึกทหารใหม่ มณฑลทหารบกที่ 22 มณฑลทหารบกที่ 22 ค่ายสรรพสิทธิประสงค์  อำเภอวารินชำราบ จังหวัดอุบลราชธานี  ทั้งยังได้ตรวจสภาพความเป็นอยู่ในโรงนอน พื้นที่การฝึก ตลอดจนระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ในหน่วยฝึก ในการนี้ ผู้บัญชาการทหารบกได้พบปะพูดคุยพร้อมมอบสิ่งของบำรุงขวัญกับทหารกองประจำการ ผลัดที่ 2/68 โดยมีแม่ทัพภาคที่ 2 และคณะผู้บังคับบัญชาให้การต้อนรับ ซึ่งได้เน้นย้ำถึงการปฏิบัติตามระเบียบการฝึกของกองทัพบกอย่างเคร่งครัด ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพร่างกายและจิตใจตลอดห้วงระยะเวลาการฝึก

ผบ.ทบ. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมหน่วยฝึกทหารใหม่ มทบ.22 ย้ำผู้บังคับบัญชาดูแลทหารใหม่ทุกมิติ ทั้งร่างกาย จิตใจ ครอบครัว พร้อมเร่งเสริมทักษะอาชีพ กำชับฝึกเข้มทหารใหม่ ปลอดภัย ไม่ละเมิดสิทธิ

(15 พ.ย. 68) พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก พร้อมด้วยคณะ ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการฝึกทหารใหม่ มณฑลทหารบกที่ 22 โดยมีทหารใหม่ผลัดล่าสุดจำนวน 432 นาย พร้อมรับฟังการรายงานด้านการบริหารการฝึก การเตรียมกำลังป้องกันชายแดน และแผนเผชิญเหตุของกองทัพบกในพื้นที่ภาคอีสาน โดยมี พลโท วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 /ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 พร้อมผู้บังคับหน่วยขึ้นตรงร่วมให้การต้อนรับ ในการตรวจเยี่ยมครั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ได้รับฟังข้อมูลด้านการแพทย์และการดูแลสุขภาพทหารใหม่จากโรงพยาบาลค่ายสรรพสิทธิประสงค์ พร้อมเน้นย้ำให้ผู้บังคับบัญชาทุกระดับชั้นดูแลทหารใหม่อย่างใกล้ชิด ทั้งด้านสภาพร่างกาย จิตใจ ความเป็นอยู่ และบริบทครอบครัว เพื่อให้ทหาร กองประจำการได้พัฒนาศักยภาพอย่างเต็มที่

ต่อจากนั้น ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก และคณะได้ลงพื้นที่กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 6 ตรวจการฝึกทฤษฎี การปฏิบัติในท่าอาวุธ รวมถึงตรวจโรงนอน อาคารสถานที่ที่ใช้ในการฝึก พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยดำเนินการฝึกตามหลักเกณฑ์ของกองทัพบกและกรมยุทธศึกษาทหารบกอย่างเคร่งครัด  ผู้บัญชาการทหารบก/ผู้บัญชาการศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก ย้ำชัดว่า การฝึกต้องมีมาตรฐาน มีความปลอดภัย และต้องไม่มีการลงโทษผิดระเบียบทุกรูปแบบ ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจเรื่องบทบาททหารอาชีพในสถานการณ์ปัจจุบัน ที่ต้องมีความอดทน เสียสละ มีวินัย และพร้อมทำงานเพื่อประชาชน

“ผบช.ภ.7”สั่งกำชับตำรวจพื้นที่ ภ.7 ต้องวางมาตราการเข้ม ทั้งงานบริการ-ป้องกันปราบปราม-ดูแลกำลังพล เพื่อความปลอดภัยของประชาชน

(15 พ.ย.68) พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 7 (ผบช.ภ.7) เปิดเผยว่า ได้มอบนโยบายข้อสั่งการสถานีตำรวจในพื้นที่ ดังนี้
1. งานบริการประชาชนและภาพลักษณ์ตำรวจ• การเอาใจใส่ประชาชน: กำชับให้ข้าราชการตำรวจทุกคน แสดงกิริยาวาจาสุภาพ และให้การบริการที่ดีแก่ประชาชน โดยถือว่าสถานีตำรวจคือ ที่พึ่งสุดท้าย ของประชาชน
• การอำนวยความสะดวก: เน้นย้ำให้มีการปรับปรุงภูมิทัศน์สถานี ให้สะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย และมีสิ่งอำนวยความสะดวกให้เพียงพอต่อการบริการประชาชน One Stop Service 
• การรับแจ้งความ: ต้องเน้นย้ำให้พนักงานสอบสวน เข้าเวรปฏิบัติหน้าที่ด้วยตนเอง และให้การรับแจ้งความทุกคดีเป็นไปตามระเบียบที่กำหนด เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนพนักงานสอบสวนและการบริการล่าช้า 
• งานมวลชนสัมพันธ์ : การเข้าไป Stop Walk&Talk เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนด้วยความจริงใจ และสร้างเครือข่ายกับประชาชน

2. งานป้องกันปราบปรามอาชญากรรม• การปราบปรามอาชญากรรมทุกมิติ: กำชับให้เร่งรัดและเข้มงวดในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนโดยตรง เช่น:
-ยาเสพติด : ให้สกัดกั้นและปราบปรามอย่างเข้มแข็ง
-อาวุธปืน : เมื่อเกิดเหตุต้องจับให้ได้เร็วที่สุด
-อาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ออนไลน์) เป็นวาระแห่งชาติ : โดยให้เพิ่มความรู้ ประชาสัมพันธ์มาตรการป้องกันแก่ประชาชน
• มาตรการรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน: เน้นย้ำมาตรการรักษาความปลอดภัยในช่วงเทศกาลสำคัญ หรือพื้นที่ที่ต้องดูแลเป็นพิเศษ เช่น พื้นที่ท่องเที่ยว สถานที่สำคัญ เขตชุมชน ร้านทอง สถานบริการ ห้างร้านในพื้นที่

3. การบริหารจัดการภายในและกำลังพล• สวัสดิการ : ผู้บังคับบัญชาต้องให้ความสำคัญกับการดูแลสวัสดิการและขวัญกำลังใจของตำรวจในระดับปฏิบัติงาน
• การปฏิบัติหน้าที่: เน้นย้ำให้ข้าราชการตำรวจทุกคนปฏิบัติหน้าที่อย่างมีวินัย ไม่ประพฤติตนเป็นผู้บกพร่อง ต่อหน้าที่ หรือกระทำผิดทางวินัยหรืออาญา 
• การทำงานร่วมกับฝ่ายอื่น: กำชับให้มีการบูรณาการการทำงานร่วมกับหน่วยงานในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ
• การสร้างระเบียบวินัย : การแต่งกาย เครื่องแบบ ทรงผมต้องเป็นไปตามระเบียบที่กำหนด

นอกจากนี้ ยังมีข้อสั่งการเพิ่มเติมสำหรับ สภ.หัวหิน ให้เจ้าหน้าที่ไปกำกับดูแลสถานบริการและสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวในพื้นที่ เช่น ร้านอาหาร / บาร์ / ผับ / สถานบันเทิง ให้เป็นไปตามกฎหมาย เช่น พระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509.  การตรวจสอบใบอนุญาตสถานบริการ, เปิด-ปิดเวลา, ไม่มีการขายสุราให้เด็ก / เยาวชน ต้องบูรณาการกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ในพื้นที่เพื่อควบคุมให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย และเป็นระบบ

พร้อมทั้งต้องประชาสัมพันธ์ช่องทางให้บริการและช่วยเหลือนักท่องเที่ยว เช่น สายด่วน, จุดบริการ, เจ้าหน้าที่ที่สามารถพูดภาษาต่างประเทศ สร้างปลอดภัย, เหมาะสม, โปร่งใส ไม่ให้มีการร้องเรียนว่าถูกเจ้าหน้าที่เอาเปรียบหรือถูกละเมิดสิทธิ หรือเรียกรับผลประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม

นอกจากนี้ ยังมีข้อสั่งการเพิ่มเติมสำหรับ สภ.หัวหิน ได้แก่
1.กำชับให้เจ้าหน้าที่ไปกำกับดูแลสถานบริการและสถานประกอบการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวในพื้นที่ เช่น ร้านอาหาร / บาร์ / ผับ / สถานบันเทิง ให้เป็นไปตามกฎหมาย เช่น พระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ. 2509.  การตรวจสอบใบอนุญาตสถานบริการ, เปิด-ปิดเวลา, ไม่มีการขายสุราให้เด็ก / เยาวชน เป็นต้น
2.ต้องบูรณาการกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชน ในพื้นที่เพื่อควบคุมให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย และเป็นระบบ

3.ประชาสัมพันธ์ช่องทางให้บริการและช่วยเหลือนักท่องเที่ยว เช่น สายด่วน, จุดบริการ, เจ้าหน้าที่ที่สามารถพูดภาษาต่างประเทศ สร้างปลอดภัย, เหมาะสม, โปร่งใส ไม่ให้มีการร้องเรียนว่าถูกเจ้าหน้าที่เอาเปรียบหรือถูกละเมิดสิทธิ หรือเรียกรับผลประโยชน์ทั้งทางตรงและทางอ้อม ”“ผบช.ภ.7 กล่าว“

สมุทรปราการ-ต้อนรับผู้ว่าสมุทรปราการ “ศุภมิตร ชิณศรี” ข้าราชการจังหวัดสมุทรปราการร่วมแสดงความยินดี

เมื่อวานนี้ (15 พ.ย. 68) ที่ศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ นายศุภมิตร ชิณศรี อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ พร้อมด้วย นางอรวรรณ ชิณศรี นายกเหล่ากาชาด ได้เดินทางกลับมายังจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ 

หลังจากที่มีหนังสือคำสั่งโปรดเกล้าแต่งตั้ง เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งหลังจากที่ได้เดินทางมาถึงยังจังหวัดสมุทรปราการ นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ และ นางอรวรรณ ชิณศรี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ ได้เข้ากราบสักการะศาลเจ้าพ่อหลักเมืองเพื่อความเป็นสิริมงคล ณ ตลาดปากน้ำ  

ก่อนจะเดินทางไปกราบสักการะพระพุทธชินราชมงคลปราการ ภายในวิหาร ใกล้ศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการและเข้ากราบสักการะพระอนุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชการที่ 5 บริเวณริมเขื่อนหน้าศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการ 

จากนั้น นายศุภมิตร ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ได้เดินทางไปยังจวนบ้านพักผู้ว่าราชการจังหวัด โดยมี นายสุนทร ปานแสงทอง นายก อบจ.สมุทรปราการ พร้อมด้วย คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราขการ ข้าราชการคณะผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน-ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และประชาชนจำนวนมากร่วมให้การต้อนรับและร่วมแสดงความยินดี

ด้าน นายศุภมิตร ชิณศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ และ นางอรวรรณ ชิณศรี นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสมุทรปราการ ได้กล่าวขอบคุณผู้ที่เดินทางมาให้การต้อนรับ อีกทั้งยังกล่าวอีกว่า การเดินทางกลับมารับตำแหน่งในครั้งนี้ ตนเองจะดำเนินการบริหารงานทุกภาคส่วนที่เป็นประโยชน์กับพีืน้องประชาขน พร้อมสานงานเก่าเพื่อความเจริญของจังหวัดสมุทรปราการ โดยเฉพาะในช่วงนี้พื้นที่จังหวัดสมุทรปราการอยู่ในระหว่างประสบปัญหาน้ำเหนือไหลบ่า ประกอบกับน้ำทะเลหนุนสํง ทำให้พื้นที่เกิดน้ำท่วมขังในที่ราบต่ำ  

โดยตนจะสานงานต่อจาก นายสยาม ศิริมงคล อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ที่เดินทางกลับไปรับตำแหน่งอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชนดังเดิม

ศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ จัดพิธีเปิดการฝึกอบรมหลักสูตรทหารใหม่ ภาคสาธารณศึกษา ผลัดที่ 3/68 "จุดเริ่มต้นของความพร้อมในการสร้างทหารกองประจำการที่มีคุณค่าต่อกองทัพเรือ และประเทศชาติ" 

น.อ.ทิวา อ่อนละออ ผู้บังคับการศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ (ผบ.ศฝท.ยศ.ทร.) เป็นประธานในพิธีเปิดการฝึกอบรมหลักสูตรทหารใหม่ ภาคสาธารณศึกษา ผลัดที่ 3/68 ณ ลานสวนสนาม ศฝท.ยศ.ทร. ต.บางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี

ทหารใหม่ ผลัดที่ 3/68 จำนวน 2,933 นาย ที่เข้ารายงานตัว ระหว่างวันที่ 1 - 2 พ.ย.68 ที่ผ่านมา ได้ผ่านขั้นตอนทางธุรการ การคัดกรองสุขภาพด้านร่างกายและจิตใจ เรียบร้อยแล้ว มีความพร้อมในการรับการฝึกอบรมฯ เป็นเวลา 8 สัปดาห์ เพื่อหล่อหลอมจากสถานะพลเรือนให้เป็น “สุภาพบุรุษทหารเรือ” ที่เข้มแข็ง องอาจ ก่อนเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของกองทัพเรือ โดยมีหัวข้อการฝึก ประกอบด้วย
- การฝึกบุคคลท่ามือเปล่า และบุคคลท่าอาวุธ
- การฝึกสวนสนาม
- การทดสอบสมรรถภาพร่างกาย
- การอบรมวิชาการเรือ  วิชาการอาวุธ วิชาข้อบังคับ วิชาสังคมและมนุษยศาสตร์ และวิชาการป้องกันความเสียหาย

โอกาสนี้ ผบ.ศฝท.ยศ.ทร. ได้มอบธงอันเป็นสัญลักษณ์ประจำหลักสูตร และให้โอวาท เพื่อเป็นแนวทางในการฝึกอบรมฯ ความว่า “...การที่ท่านได้เข้ามารับราชการทหารเรือ นั้น นอกจากจะเป็นการปฏิบัติตามหน้าที่ของลูกผู้ชาย ตามที่กฎหมายกำหนดไว้ประการหนึ่งแล้ว ยังถือว่าท่านเป็นผู้ที่มีความเสียสละอย่างยิ่ง ที่ต้องห่างจากบ้าน และครอบครัวอันเป็นที่รัก เพื่อมารับใช้ประเทศชาติ ในห้วงการฝึกหลักสูตรทหารใหม่ ภาคสาธารณศึกษา 2 เดือน นั้น มีวัตถุประสงค์เพื่อปรับสถานะ จากพลเรือนให้เป็นทหารเรือ ที่เข้มแข็ง องอาจ สง่างาม มีเกียรติ และศักดิ์ศรี มีความพร้อมที่การปฏิบัติหน้าที่ของทหาร ตลอดระยะเวลาการฝึกจะมีความเข้มงวด จริงจัง แต่จะอยู่ภายใต้กรอบของความเมตตา ความปรารถนาดี โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย ดังนั้น จึงขอให้ท่านอุทิศตน อดทน ตั้งใจฝึกหัดศึกษาหาความรู้ ในส่วนของครูที่ทำหน้าที่ฝึก ก็จะเป็นผู้ที่สร้างความเชื่อมั่นดูแลทุกท่านด้วยความมุ่งมั่นเเละตั้งใจเป็นอย่างดี ดังนั้น ขอให้ทุกท่านแจ้งกับครอบครัวได้เลยว่า ไม่ต้องห่วงกังวล ตราบใดที่ท่านอยู่ในรั้วของ “ศูนย์ฝึกทหารใหม่ ซึ่งเปรียบเสมือนบ้านหลังที่สอง” และเราจะดูแลท่านอย่างดีที่สุด ผมขอยืนยันว่า ศูนย์ฝึกทหารใหม่ จะใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์ เเละคุ้มค่ามากที่สุด เพื่อสร้างทหารกองประจำการ ผลัดที่ 3/68 ที่มีคุณค่าต่อประเทศชาติ และกองทัพเรือ"

ทั้งนี้ ศฝท.ยศ.ทร. ได้เตรียมพร้อมทั้งครูฝึก สิ่งอำนวยความสะดวก และมาตรการด้านต่างๆ โดยอยู่ภายใต้กรอบความปลอดภัยสูงสุด 

สวธ. เปิดกิจกรรมสืบสานศิลป์ไทย ร่วมใจน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภายใต้โครงการเปิดศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม

วันเสาร์ที่ ๑๕ พฤศจิกายน ๒๕๖๘ เวลา ๑๑.๐๐ น. นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมสืบสานศิลป์ไทย ร่วมใจน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภายใต้โครงการเปิดศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม พร้อมด้วย นางสาวลิปิการ์ กำลังชัย รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม นางสาววราพรรณ  ชัยชนะศิริ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม นายปรารพ เหล่าวานิช นายกสมาคมศิลปะเพื่อเยาวชน กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ร้อยเอกสมนึก แสงอรุณ ศิลปินศิลปาธร สาขาดนตรี ประจำปี พ.ศ.๒๕๖๗ นางณัฐภา  จีรพรบัณฑิต ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย นางวราพร พาทยกุล ผู้จัดการโรงเรียนพาทยกุลการดนตรีและนาฏศิลป์ นายชานนท์ บุตรพุ่ม ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายกิจกรรมการแสดง โรงเรียนสาธิต มศว. (ฝ่ายประถม) นายพิชวัตร ธนสมบัติไพศาล ผู้จัดการวงดุริยางค์เยาวชนไทยในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ (TYO) นายณภัทร เอี่ยมศรี ผู้จัดการคณะนักร้องประสานเสียงเยาวชนไทย (TYC) และนางวิไลวรรณ พานิชย์ อาจารย์ผู้สาธิตการทำโบว์ไว้ทุกข์ เครือข่ายทางวัฒนธรรม และแขกผู้มีเกียรติ เข้าร่วมงาน ณ อาคารเอนกประสงค์ ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย กรมส่งเสริมวัฒนธรรม

นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวว่า กิจกรรมสืบสานศิลป์ไทย ร่วมใจน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภายใต้โครงการเปิดศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม เป็นการใช้พื้นที่ให้ศูนย์วัฒนธรรมให้เกิดประโยชน์อย่างสูงสุด เป็นการเปิดโอกาสให้เด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป ได้มีพื้นที่แสดงออกและถ่ายทอดศิลปวัฒนธรรมอย่างสร้างสรรค์ และโครงการนี้จัดขึ้นในห้วงเวลาของการจัดแสดงโขนมูลนิธิศิลปาชีพ ในสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ตอน “สัตยาพาลี” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและสืบสานพระปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม โดยเฉพาะศิลปะการแสดง ให้คงอยู่คู่แผ่นดินไทยอย่างสง่างาม กรมส่งเสริมวัฒนธรรมขอขอบคุณศิลปินแห่งชาติ ศิลปินศิลปาธร คณะนักแสดง และเครือข่ายด้านศิลปวัฒนธรรมทุกแห่ง ที่ทำให้กิจกรรมการแสดงในโครงการนี้มีความหลากหลาย ทั้งการแสดงเชิงอนุรักษ์ พื้นบ้าน สร้างสรรค์ การขับร้องประสานเสียง การบรรเลงดนตรีสากล และการแสดงร่วมสมัย ซึ่งทุกท่านมีความตั้งใจร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมกันเป็นกำลังสำคัญในการสืบสาน มรดกทางศิลปวัฒนธรรมของชาติให้คงอยู่สืบไป

ด้าน นางสาววราพรรณ ชัยชนะศิริ รองอธิบดีกรมส่งเสริมวัฒนธรรม กล่าวเพิ่มเติมว่า ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย เป็นศูนย์กลางในการจัดกิจกรรมการแสดงด้านศิลปวัฒนธรรมทั้งระดับชาติ และนานาชาติ โดยการนำศิลปวัฒนธรรมในหลายด้านมาจัดแสดงในรูปแบบกิจกรรมและการแสดง ที่มาจากภูมิปัญญาท้องถิ่น ภูมิปัญญาพื้นบ้าน ตลอดจนการที่ได้อนุรักษ์ สืบสาน ต่อยอดเพื่อฟื้นฟู ส่งเสริม และเผยแพร่ศิลปวัฒนธรรมไทย รวมทั้งการแสดงจากนานาชาติ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม โดยศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สถาบันวัฒนธรรมศึกษา จึงได้จัดกิจกรรมสืบสานศิลป์ไทย ร่วมใจน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ภายใต้โครงการเปิดศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเปิดพื้นที่ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม ด้วยตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ การถ่ายทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และการนันทนาการทางวัฒนธรรมเพื่อส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และประชาชน เกิดการเรียนรู้ที่ถูกต้อง การใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ การเรียนรู้ศิลปะอย่างสร้างสรรค์ เข้าใจถึงคุณค่า ซาบซึ้งในสุนทรียภาพของวัฒนธรรมและศิลปะต่าง ๆ และเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถพระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยกิจกรรมดังกล่าว เป็นการแสดงทางวัฒนธรรม ซึ่งจัดขึ้นในวันเสาร์และวันอาทิตย์ ระหว่างวันที่ ๑๕ พฤศจิกายน ถึง ๗ ธันวาคม ๒๕๖๘ ณ อาคารอเนกประสงค์ ทั้งนี้ การแสดงต่าง ๆ ได้บูรณาการร่วมกับเครือข่ายของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม อาทิ ศิลปินแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรม สมาคม สถาบันการศึกษา เป็นต้น

🔹 ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย (Thailand Cultural Centre) เป็นหน่วยงานหนึ่งภายใต้การกำกับดูแลของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม และมีสถานที่ที่สามารถใช้ประโยชน์ด้านต่าง ๆ ได้แก่ หอประชุมใหญ่ หอประชุมเล็กและอาคารอเนกประสงค์ ซึ่งสามารถรองรับการเปิดพื้นที่เป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ฉะนั้น จึงได้จัดทำโครงการเปิดศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทยเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม กิจกรรมสืบสานศิลป์ไทย ร่วมใจน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ด้วยการตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาแหล่งเรียนรู้ การถ่ายทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมและการนันทนาการทางวัฒนธรรม เพื่อส่งเสริมให้เด็ก เยาวชน และประชาชน เกิดการเรียนรู้ที่ถูกต้อง การใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ เปิดพื้นที่ทางวัฒนธรรมให้แก่เด็ก เยาวชนและประชาชนทั่วไป ได้เรียนรู้ด้านมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม และเป็นการเปิดพื้นที่/เวที ทางวัฒนธรรม (Open Spaces & Stages) และเป็นสังคมที่เปิดกว้าง (Open Society) ที่ส่งเสริมสังคมพหุวัฒนธรรมและการยอมรับความแตกต่างทางวัฒนธรรม ส่งเสริมการเรียนรู้ศิลปะอย่างสร้างสรรค์ เข้าใจถึงคุณค่า ซาบซึ้งในสุนทรียภาพ (Aesthetics) ของวัฒนธรรมและศิลปะด้านต่าง ๆ อีกทั้งการดำเนินการดังกล่าว สามารถบูรณาการร่วมกับเครือข่ายของกรมส่งเสริมวัฒนธรรม อาทิ ศิลปินแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิทางวัฒนธรรม สภาวัฒนธรรมกรุงเทพมหานคร ครูภูมิปัญญา ปราชญ์ชาวบ้าน เป็นต้น

🔸 กรมส่งเสริมวัฒนธรรม โดยศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย สถาบันวัฒนธรรมศึกษา ขอเชิญเข้าร่วมรับชมกิจกรรมสืบสานศิลป์ไทย ร่วมใจน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง รายการแสดงดังต่อไปนี้

💠 วันเสาร์ที่ ๑๕ พ.ย.๒๕๖๘
รอบเวลา ๑๑.๓๐ - ๑๓.๓๐ น.                                                                                         การแสดงดนตรีไทยและนาฏศิลป์ไทยชุด “งามศิลป์แผ่นดินไทย น้อมรำลึกในพระเมตตาพระพันปีหลวง” 
โดย สมาคมศิลปะเพื่อเยาวชน กรมส่งเสริมวัฒนธรรม
รอบเวลา ๑๖.๓๐ - ๑๘.๓๐ น.
การขับร้องเพลงไทยสากลชุด “ในดวงใจนิรันดร์” 
โดย คุณสุดาชื่นบาน ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทย - ขับร้อง) ประจำปี พ.ศ.๑๕๖๓ 

💠 วันอาทิตย์ที่ ๑๖ พ.ย.๒๕๖๘
รอบเวลา ๑๑.๓๐ - ๑๓.๓๐ น.
การแสดงดนตรีไทยร่วมสมัย ชุด “จากรากแห่งรัก” วงโจงกระเบน 
โดย ร้อยเอกสมนึก แสงอรุณ ศิลปินศิลปาธร สาขาดนตรี ประจำปี พ.ศ.๒๕๖๗
รอบเวลา ๑๖.๓๐ - ๑๘.๓๐ น.
การแสดงดนตรีไทยและนาฏศิลป์ไทย ชุด “ศิลปะไทยใต้ร่มพระบารมี พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” 
โดย สมาคมศิลปะเพื่อเยาวชน กรมส่งเสริมวัฒนธรรม 

💠 วันเสาร์ที่ ๒๒ พ.ย.๒๕๖๘ 
รอบเวลา ๑๑.๓๐ - ๑๓.๓๐ น.
การแสดงดนตรีไทยและนาฏศิลป์ไทย ชุด “ฟื้นศิลป์สืบสาน ร้อยรักภักดี แด่พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” 
โดยสมาคมศิลปะเพื่อเยาวชน กรมส่งเสริมวัฒนธรรม
รอบเวลา ๑๖.๓๐ - ๑๘.๓๐ น.
การแสดงดนตรีไทยและนาฏศิลป์ไทย ชุด “สรรพศิลป์แผ่นดินไทย น้อมถวายอาลัยนิรันดร์” 
โดย โรงเรียนสาธิต มศว.(ฝ่ายประถม)

💠 วันอาทิตย์ที่ ๒๓ พ.ย.๒๕๖๘
รอบเวลา ๑๑.๓๐ - ๑๓.๓๐ น.
การแสดงวงดนตรีไทยเครื่องสายผสมปี่พาทย์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ ชุด “มศว.น้อมใจ ดนตรีไทยน้อมรำลึก”               
โดย มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ
รอบเวลา ๑๖.๓๐ - ๑๘.๓๐ น.
การแสดงตรีสากล ชุด “ธ สถิตในดวงใจนิรันดร์” โดย วงดุริยางค์เครื่องลมเยาวชนไทย

💠 วันเสาร์ที่ ๒๙ พ.ย.๒๕๖๘
รอบเวลา ๑๑.๓๐ - ๑๓.๓๐ น.
การแสดงดนตรีไทยและนาฏศิลป์ไทย ชุด “หัวใจไทยสายศิลป์ น้อมรำลึกพระพันปีหลวง” 
โดยสมาคมศิลปะเพื่อเยาวชน กรมส่งเสริมวัฒนธรรม
รอบเวลา ๑๖.๓๐ - ๑๘.๓๐ น.
การแสดง ชุด หุ่นกระบอกไทย เรื่อง “พระสุธนมโนห์รา” และ การแสดง “รามเกียรติ์” 
ตอน พระรามตามกวาง โดย บ้านตุ๊กกะตุ่นหุ่นกระบอกไทย

💠 วันอาทิตย์ที่ ๓๐ พ.ย.๒๕๖๘
รอบเวลา ๑๑.๓๐ - ๑๓.๓๐ น.
การแสดงดนตรีสากล ชุด “ร้อยทำนอง ถวายรักนิรันดร์” โดยวงดุริยางค์เยาวชนไทย ในพระอุปถัมภ์
สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์
รอบเวลา ๑๖.๓๐ - ๑๘.๓๐ น.
การแสดงดนตรีและนาฏศิลป์ไทย ชุด “พาทยกุลร้อยใจภักดี สานศิลป์ไทยถวายพระพันปีหลวง”
โดย โรงเรียนพาทยกุลการดนตรีและนาฏศิลป์ 

💠 วันศุกร์ที่ ๕ ธ.ค.๒๕๖๘
รอบเวลา ๑๖.๓๐ - ๑๘.๓๐ น.
การแสดงดนตรีและนาฏศิลป์ไทย ชุด “งามวิจิตรถิ่นสยาม สืบสานวัฒนธรรม เทิดไท้องค์ราชัน” 
โดย โรงเรียนสอนศิลปะการแสดงเชิงบวก

💠 วันเสาร์ที่ ๖ ธ.ค.๒๕๖๘
รอบเวลา ๑๖.๓๐ - ๑๘.๓๐ น.
การแสดงชุด “The Eternal Grace – แม่แห่งแผ่นดินนิรันดร์ บทเพลงถวายความอาลัยแด่พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” โดย คณะนักร้องประสานเสียงเยาวชนไทย

💠 วันอาทิตย์ที่ ๗ ธ.ค.๒๕๖๘
รอบเวลา ๑๖.๓๐ - ๑๘.๓๐ น.
การแสดงชุด “พระผู้เสด็จสู่สวรรคาลัย” โขน ชุด นารายณ์ปราบนนทก โดย โรงเรียนสาธิต มศว. (ฝ่ายมัธยม)

📍ทั้งนี้ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Facebook Fanpage : กรมส่งเสริมวัฒนธรรมและศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top