Tuesday, 9 June 2026
TheStatesTimes

'ปราชญ์ สามสี' โพสต์วิจารณ์ กมธ.ทหาร ชี้ทำให้ 'ประชาชน-ทหาร' เกลียดกันแทนที่จะร่วมมือ ทั้งที่ทุกฝ่ายกำลังสามัคคีรบกัมพูชา

เพจเฟซบุ๊ก ‘ปราชญ์ สามสี’ โพสต์เมื่อวันที่ (31 ต.ค. 68) ถึงประเด็นการทำงานของคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การทหาร สภาผู้แทนราษฎร โดยระบุว่า “สรุปผล กมธ.ทหาร คือเพื่อให้ประชาชนกับทหารเกลียดกันเท่านั้น หาประโยชน์อะไรไม่ได้ ทั้งๆ ที่ทุกฝ่ายสามัคคีกันรบกับกัมพูชา”

‘ทรัมป์’ หวั่นจีนเร่งสะสมหัวรบนิวเคลียร์ คาดอาจเทียบสหรัฐฯ ได้ภายในปี 2030 นักวิเคราะห์ทหารชี้ ‘จีนไม่ลดอาวุธแน่’ และจะเดินหน้าพัฒนาแสนยานุภาพต่อ

(31 ต.ค. 68) โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ โพสต์ใน Truth Social ระบุว่า จีนอาจมียุทโธปกรณ์นิวเคลียร์เทียบเท่าสหรัฐฯ ได้ภายในปี 2030 สอดคล้องกับรายงานของสถาบันสตอกโฮล์มเพื่อการวิจัยสันติภาพระหว่างประเทศ (SIPRI) ที่คาดว่าจีนจะมีหัวรบนิวเคลียร์เพิ่มจาก 600 ลูก เป็นกว่า 1,000 ลูกในอีก 5 ปีข้างหน้า

อิกอร์ โครอทเชนโก (Igor Korotchenko) นักวิเคราะห์ทหารและบรรณาธิการวารสาร National Defense ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวสปุตนิกว่า คำกล่าวของทรัมป์อาจเป็นความพยายามโน้มน้าวให้จีนเข้าร่วมเจรจาลดอาวุธนิวเคลียร์ แต่ยืนยันว่าจีน “ไม่มีทางยอมอย่างแน่นอน” เพราะต้องการพัฒนาขีดความสามารถด้านยุทธศาสตร์ตามแผนของตนเอง ไม่ขึ้นอยู่กับแรงกดดันจากต่างชาติ

ด้านกระทรวงการต่างประเทศจีนระบุว่า จีนยังไม่พร้อมเข้าร่วมการเจรจาควบคุมอาวุธใด ๆ กับสหรัฐฯ และรัสเซีย เนื่องจากศักยภาพทางนิวเคลียร์ยังต่างกันมาก โดยสหรัฐฯ มีหัวรบนิวเคลียร์กว่า 5,000 ลูก จีนยังคงอยู่ในขั้นของการพัฒนาและเสริมสร้างระบบ “นิวเคลียร์ไตรภาคี” เพื่อป้องปรามเชิงยุทธศาสตร์เท่านั้น

ผบช.ภ.2 ลงพื้นที่ จว.ตราด, จันทบุรี และ สระแก้ว เดินหน้ายกระดับตรวจสัญญาณชายแดน ตามนโยบาย ผบ.ตร. ปิดช่องทางหนุนคอลเซ็นเตอร์ข้ามประเทศ

เมื่อวานนี้ (30 ต.ค. 68) พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 (ผบช.ภ.2) พร้อมด้วย พล.ต.ต.เสถียร บุญค้ำ รอง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.ปราศรัย จิตตสนธิ รอง จตร.(สบ.7) ช่วยราชการ ภ.2 และ พล.ต.ต.เกียรติศักดิ์ สระทองออย ผบก.สส.ภ.2 ลงพื้นที่แนวชายแดนจังหวัดตราด, จันทบุรี และ สระแก้ว เพื่อขับเคลื่อนข้อสั่งการของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) ให้ทุกหน่วยเร่ง “ปูพรมตรวจสอบโครงสร้างสื่อสารชายแดน” ป้องกันไม่ให้ถูกนำไปใช้เอื้อประโยชน์แก่แก๊งคอลเซ็นเตอร์และเครือข่ายสแกมเมอร์ในประเทศเพื่อนบ้าน

มาตรการดังกล่าวถือเป็นวาระแห่งชาติ มุ่งดำเนินการทั้งด้าน “ป้องกัน” และ “สกัดกั้น” ควบคู่กัน
• ด้านการป้องกัน — สร้างภูมิคุ้มกันให้ประชาชน ไม่ตกเป็นเหยื่อกลโกง
• ด้านการสกัดกั้น — ตรวจสอบเสาและสายสัญญาณโทรคมนาคมทุกประเภท เช่น เสาส่งสัญญาณมือถือ สายอินเทอร์เน็ต Leased Line ข้ามแดน ระบบ Wireless Link ที่ยิงสัญญาณออกนอกประเทศ รวมถึงตรวจจับการลักลอบใช้จานดาวเทียมผิดกฎหมายและอุปกรณ์ซิมบ็อกซ์ที่ใช้โทรหลอกลวง

พล.ต.ท.ฉัตรชัย กล่าวว่า ตำรวจภูธรภาค 2 ได้บูรณาการทำงานร่วมกับ กสทช. หน่วยความมั่นคง และหน่วยในพื้นที่ เพื่อเก็บข้อมูลเชิงลึก วางแผนปิดช่องโหว่ด้านสื่อสารจากต้นทาง ลดความสามารถของขบวนการสแกมเมอร์ในการติดต่อสื่อสารกลับเข้ามาหลอกประชาชนในประเทศ พร้อมยืนยันเดินหน้า “ตัดวงจรสนับสนุนอาชญากรรมออนไลน์” อย่างต่อเนื่อง เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนอย่างเต็มกำลัง

เชียงใหม่-กองบิน 41 ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เมื่อวานนี้ (30 ต.ค. 68) นาวาอากาศเอก ธีระยุทธ เกื้อสกุล ผู้บังคับการกองบิน 41 ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลสัตตมวาร เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และอุทิศถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานในพิธี ณ ศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา จังหวัดเชียงใหม่ 

ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบให้จัดพิธีบำเพ็ญกุศล และแสดงความอาลัยแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในวาระครบ 7 วัน 15 วัน 50 วัน และ 100 วัน แห่งการสวรรคต

ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 รับการเยี่ยมคำนับจากผู้บังคับการเรือหมู่เรือที่ 1 กองทัพเรือสิงคโปร์

เมื่อวานนี้ (30 ต.ค. 68) พลเรือโท เฉลิมชัย สวนแก้ว ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 1 ให้การต้อนรับและรับการเยี่ยมคำนับจากพันเอก Carlin Song ผู้บังคับการเรือหมู่เรือที่ 1 กองทัพเรือสิงคโปร์ เนื่องในโอกาสที่เรือกองทัพเรือสิงคโปร์ จำนวน 2 ลำ ได้แก่ เรือ RSS VIGILANCE และเรือ RSS INTREPID เดินทางมาเยือนประเทศไทย

การเยือนครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีและความร่วมมือด้านการทหารระหว่าง กองทัพเรือไทย และ กองทัพเรือสิงคโปร์ ให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น อันจะเป็นประโยชน์ต่อการประสานงาน ความเข้าใจอันดี และการปฏิบัติการร่วมกันในอนาคต

รู้จัก ‘จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์’ หัวหน้าพรรคเพื่อไทยคนใหม่ กับภารกิจฟื้นฟูพรรค - กู้วิกฤตศรัทธา พร้อมโจทย์ใหญ่นำทัพสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า

(31 ต.ค. 68) ที่ประชุมใหญ่วิสามัญพรรคเพื่อไทยมีมติเลือก 'จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์' เป็นหัวหน้าพรรคคนใหม่ ด้วยคะแนนท่วมท้น สะท้อนฉันทามติภายในพรรคต่อบทบาทผู้นำรุ่นกลาง ที่เชื่อมได้ทั้งคนรุ่นเก่า-รุ่นใหม่ และมีภาพจำด้านเศรษฐกิจชัดเจนในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมา

โปรไฟล์สั้น ๆ
• สส.เชียงใหม่สายแข็ง (ฐานเหนือ) เคยชนะเลือกตั้งหลายสมัย ก่อนขยับบทบาทสู่ผู้บริหารพรรคเต็มตัว
• ดีกรีเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์ฯ และ MBA จากสหรัฐฯ วางฐานคิดนโยบายแบบตัวเลขนำการตัดสินใจ
ผลงาน — ลายเซ็นทางนโยบาย
• อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และประธานอนุกรรมการขับเคลื่อน “ดิจิทัลวอลเล็ต 10,000 บาท” ซึ่งทำให้ชื่อ 'จุลพันธ์' ถูกเชื่อมกับเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจเชิงรุก และการจัดการงบประมาณขนาดใหญ่
• สื่อสารเชิงเทคนิค-การเงินได้ชัดในเวทีสาธารณะ ทั้งเรื่องแหล่งเงิน วิธีใช้จ่าย และกรอบวินัยการคลัง ทำให้ถูกมองว่าเป็น 'ขุนพลเศรษฐกิจ' ภายในพรรค
ทำไม 'จุลพันธ์' และทำไม “ตอนนี้”

หลังความผันผวนทางการเมืองปี 2568 พรรคเพื่อไทยต้องรีเซ็ตยุทธศาสตร์ฝ่ายค้าน/เลือกตั้ง จึงเลือกหัวหน้าพรรคที่สื่อสารเศรษฐกิจได้แข็งแรงและทำงานข้ามรุ่นได้ เพื่อเตรียมศึกเลือกตั้งรอบถัดไป

4 โจทย์ใหญ่บนโต๊ะหัวหน้าพรรคคนใหม่
1. ฟื้นความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจในแบรนด์พรรค — เปลี่ยนภาพจำ “ดิจิทัลวอลเล็ต” ให้เป็นพอร์ตนโยบายเศรษฐกิจครบวงจร: รายได้-หนี้ครัวเรือน-เอสเอ็มอี-การลงทุนใหม่
2. รีต่อสายฐานเหนือ + ขยายคนเมือง-คนรุ่นใหม่ — คงความแข็งแกร่งในเชียงใหม่-ภาคเหนือ พร้อมออกแบบข้อเสนอที่โดนกับฐานคนทำงานเมืองและผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นใหม่
3. ดีลการเมืองยุคผันผวน — บริหารความสัมพันธ์กับพรรคการเมืองสำคัญและสร้างสมดุล “หลักการ-ความเป็นไปได้” ในการทำงานทั้งในและนอกสภา
4. สื่อสารนโยบายแบบ “เข้าใจง่าย วัดผลได้” — ยกระดับ KPI นโยบายให้จับต้องได้ (เช่น รายได้ครัวเรือนเฉลี่ย, NPL เอสเอ็มอี, การจ้างงานในจังหวัดยุทธศาสตร์)

จุดแข็ง–จุดท้าทาย (Quick SWOT)
Strengths: ประสบการณ์เศรษฐกิจ-การคลัง, ทีมงานนโยบายพร้อม, เครือข่ายฐานเหนือแน่น, มือสื่อสารในสภา
Weaknesses: ภาพจำ “นโยบายแจกเงิน” ยังถูกโจมตี ต้องขยายกรอบนโยบายให้สมดุลวินัยการคลัง
Opportunities: หน้าต่างโอกาสในภาวะเศรษฐกิจชะลอ—คนรอนโยบายที่แก้ปัญหารายได้-หนี้-ค่าครองชีพแบบตรงจุด
Threats: โครงสร้างการเมืองผันผวน, การแข่งขันกับพรรคที่ครองกลุ่มวัยทำงาน-คนรุ่นใหม่, เงื่อนไขเศรษฐกิจโลก

สรุป
การได้ 'จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์' ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคเพื่อไทย คือสัญญาณว่าพรรคเลือกผู้นำสายเศรษฐกิจ เพื่อขับเคลื่อนการรีแบรนด์และรีสตาร์ทยุทธศาสตร์เลือกตั้ง-นโยบายในจังหวะการเมืองใหม่ หาก 'จุลพันธ์' เปลี่ยนจุดแข็งด้านเทคนิคให้เป็นข้อเสนอที่คนทั่วไปเข้าใจ ใช้งานได้ และวัดผลได้ พร้อมสร้างความเป็นเอกภาพในพรรค—เพื่อไทยมีโอกาสกลับมาเป็นตัวแปรชี้ขาดในการเมืองไทยรอบหน้า

จีนเปิดใช้งานโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับ พร้อมทำสถิติเขื่อนสูงสุดในโลก (เท่าตึก 60 ชั้น) กักน้ำได้กว่า 17 ล้านลูกบาศก์เมตร ผลิตไฟฟ้าได้ 1.35 พันล้านหน่วยต่อปี

(31 ต.ค. 68) จีนเปิดใช้งานโรงไฟฟ้าพลังน้ำแบบสูบกลับแห่งใหม่ในเมืองจวี้หรง มณฑลเจียงซู โดยบริษัทในเครือของการไฟฟ้าแห่งประเทศจีนเป็นผู้ก่อสร้าง ซึ่งถือเป็นโรงไฟฟ้าที่มีเขื่อนสูงที่สุดในโลกในประเภทเดียวกัน ด้วยความสูงกว่า 182.3 เมตร หรือเทียบเท่าตึก 60 ชั้น

สำหรับโรงไฟฟ้าดังกล่าว มีกำลังการผลิตติดตั้งรวม 1.35 กิกะวัตต์ สามารถผลิตไฟฟ้าได้ราว 1.35 พันล้านกิโลวัตต์ชั่วโมงต่อปี โดยอาศัยหลักการสูบน้ำจากอ่างเก็บน้ำตอนล่างขึ้นไปยังตอนบนในช่วงที่ใช้ไฟน้อย และปล่อยน้ำกลับลงมาผลิตกระแสไฟเมื่อความต้องการใช้พุ่งสูง

ขณะที่อ่างเก็บน้ำตอนบนสามารถกักน้ำได้กว่า 17.07 ล้านลูกบาศก์เมตร ซึ่งช่วยเสริมเสถียรภาพระบบไฟฟ้าในพื้นที่มณฑลเจียงซู ศูนย์กลางอุตสาหกรรมของภูมิภาคสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซี ที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

เจ้าหน้าที่จากบริษัทไฟฟ้าเจิ้นเจียงระบุว่า โรงไฟฟ้าแห่งนี้จะช่วยลดแรงกดดันของโครงข่ายไฟฟ้าในช่วงพีค และสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดจากแหล่งหมุนเวียน เช่น พลังงานลมและพลังงานแสงอาทิตย์ โดยปัจจุบันจีนมีหน่วยผลิตไฟฟ้าพลังน้ำสูบกลับแล้ว 78 หน่วย รวมกำลังผลิตกว่า 44.5 กิกะวัตต์ ทั่วประเทศ

1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2432 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว จัดตั้งโรงพยาบาลจิตเวชแห่งแรกในไทย ภายหลังเปลี่ยนชื่อเป็น “โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา”

ย้อนกลับไปในวันนี้เมื่อ 136 ปีที่แล้ว ประเทศไทยกำเนิด ‘โรงพยาบาลคนเสียจริต’ เป็นแห่งแรก เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2432

สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยาเป็นโรงพยาบาลจิตเวชแห่งแรกใน ประเทศไทย ก่อตั้งโดยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2432 โดยมีชื่อว่า 'โรงพยาบาลคนเสียจริต' ตั้งอยู่ที่ปากคลองสาน 

โรงพยาบาลคนเสียจริต ทำการรักษาผู้ป่วยโดยแพทย์ประจำ และแพทย์แผนไทย ต่อมามีผู้ป่วยจำนวนมากขึ้น ประกอบกับสถานที่คับแคบ นายแพทย์ไฮเอ็ด เจ้ากรมแพทย์สุขาภิบาล กระทรวงนครบาล ซึ่งถือว่าเป็นผู้อำนวยการคนแรกของโรงพยาบาลได้เสนอให้รัฐบาลซื้อที่ดิน และบ้านของเจ้าพระยาสุรวงศ์ไวยวัฒน์ (วร บุนนาค) หรือเจ้าคุณทหาร ที่ดินของนายเปียราชานุประพันธ์และที่ดินใกล้เคียงของราษฎรอื่น ๆ รวมเนื้อที่ 44 ไร่ครึ่งเพื่อสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่

ซึ่งเป็นที่ตั้งของสถาบันฯ ในปัจจุบัน คือ อยู่ที่ริมคลองสานด้านตะวันตกตอนใต้ ห่างจากสถานที่เดิมประมาณ 600 เมตร การสร้างโรงพยาบาลคนเสียจริต อยู่ภายใต้การควบคุมของพระยาอายุรเวชวิจักษ์ (หมอคาธิวส์) ซึ่งเป็นผู้ช่วยเจ้ากรมแพทย์สุขาภิบาล ท่านได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้วางรากฐานโรงพยาบาลจิตเวชให้เป็นแบบตะวันตกอย่างแท้จริง โดยให้การบำบัดรักษาตามหลักวิชาการในสมัยนั้น พร้อมทั้งให้การดูแลผู้ป่วยด้วยความเมตตา กรุณา และมีมนุษยธรรม ในด้านสภาพแวดล้อมของโรงพยาบาลมีความร่มรื่นด้วยไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ ไม้ดอก ไม้ใบสีสวย เรือนผู้ป่วยเป็นห้องมีลูกกรงสายบัว โปร่ง ไม่มีหน้าต่าง หลังคาสังกะสีทาสีแดง

ภายหลังมีแพทย์แผนปัจจุบันคนไทยจบการศึกษามารับราชการแทนชาวต่างประเทศ ศาสตราจารย์หลวงวิเชียรแพทยาคม (นายแพทย์เถียร ตูวิเชียร) ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลคนแรกซึ่งเป็นคนไทย ท่านได้ไปศึกษาวิชาโรคจิตเพิ่มเติมที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นเวลา 2 ปี ท่านตระหนักถึงความสำคัญในการดูแลผู้ป่วยจิตเวช จึงได้เผยแพร่ความรู้ทางด้านจิตเวชด้วยการเขียนบทความ บรรยาย ปาฐกถาเพื่อให้ประชาชนเข้าใจ และเลิกหวาดกลัวผู้ป่วยจิตเวช ท่านได้เปลี่ยนชื่อ “โรงพยาบาลคนเสียจริต” มาเป็น 'โรงพยาบาลโรคจิตต์ธนบุรี' ในปี พ.ศ. 2475 เพื่อให้คนทั่วไปคลายความรังเกียจที่มีต่อผู้ป่วยจิตเวช

ศาสตราจารย์นายแพทย์ฝน แสงสิงแก้ว ผู้อำนวยการในช่วงปี พ.ศ. 2485 - 2502 ได้รับการยกย่องให้เป็นบิดาแห่งจิตเวชศาสตร์ไทย ท่านได้พัฒนาโรงพยาบาลโดยรื้อลูกกรงเหล็กแล้วเปลี่ยนเป็นมุ้งลวดแทน เปลี่ยนชื่อเรือนที่พักของผู้ป่วยเป็นชื่อดอกไม้เพื่อให้มีความหมายน่าชื่นใจ ในด้านการดูแลผู้ป่วยใช้หลักของความรัก ความเอาใจใส่ประดุจพ่อแม่ดูแลลูก ในด้านวิชาการท่านเป็นผู้วางรากฐานวิชาจิตเวชศาสตร์และสุขภาพจิตในการศึกษาก่อนและหลังปริญญา ท่านได้เปลี่ยนชื่อ 'โรงพยาบาลโรคจิตต์ธนบุรี' มาเป็น 'โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยา' ในปี พ.ศ. 2497 ตามชื่อของถนนสมเด็จเจ้าพระยาซึ่งผ่านหน้าโรงพยาบาล เพื่อลดความกระดากใจของผู้มาใช้บริการ

โรงพยาบาลสมเด็จเจ้าพระยาให้บริการบำบัดรักษาผู้ป่วยจิตเวช ประสาทวิทยา ประสาทศัลยศาสตร์ ประสาทจิตเวชศาสตร์ เป็นสถาบันฝึกอบรมทางด้านจิตเวชศาสตร์ สุขภาพจิต และศาสตร์ที่เกี่ยวข้องในระดับก่อนและหลังปริญญา พัฒนางานวิชาการด้านจิตเวชศาสตร์ สุขภาพจิต ประสาทวิทยา ประสาทศัลยศาสตร์ ประสาทจิตเวชศาสตร์ และเพื่อให้สอดคล้องกับหน้าที่และความรับผิดชอบจึงได้มีการเปลี่ยนชื่อเป็น 'สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา' ในปี พ.ศ. 2545

2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2498 รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระพันปีหลวง เสด็จฯ ด้วยขบวนรถไฟพระที่นั่ง เยือน จ.นครราชสีมา เป็นครั้งแรก ในคราวปฏิบัติพระราชกรณียกิจภาคอีสาน

วันที่ 2 พฤศจิกายน 2498 หรือวันนี้เมื่อ 70 ปีที่แล้ว เป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินเยือนจังหวัดนครราชสีมาเป็นครั้งแรก โดยเสด็จด้วยขบวนรถไฟพระที่นั่งถึงสถานีรถไฟเมืองนครราชสีมาในเวลา 14.48 น. เพื่อทรงเยี่ยมราษฎรและปฏิบัติพระราชกรณียกิจต่าง ๆ 

การเสด็จพระราชดำเนินครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของการเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎรทั่วภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ระหว่างวันที่ 2-20 พฤศจิกายน 2498 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ ไปยังสถานที่ต่าง ๆ หลายแห่ง เช่น 

ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมา
ปราสาทหินพิมาย
อนุสาวรีย์ท้าวสุรนารี
ไทรงาม อำเภอพิมาย
ค่ายสุรนารี
อำเภอโนนไทย
สถานีรถไฟอำเภอบัวใหญ่
วัดสุทธจินดา

ระหว่างการเสด็จฯ ในอำเภอโนนไทย ทั้งสองพระองค์ทรงสนพระทัยและเสด็จฯ ทอดพระเนตร 'ดอกไก่โอก' ซึ่งเป็นดอกไม้ป่าที่ชาวบ้านเรียกรวมถึงทรงถ่ายภาพไว้ 

ดอกไก่โอกนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า 'ทองพันดุล' และจะออกดอกเพียงปีละครั้งในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงธันวาคม 

ต่อมา ดอกไก่โอกที่พระบรมวงศานุวงศ์ทรงสนพระทัยนี้ ได้กลายเป็นส่วนหนึ่งที่ระลึกถึงการเสด็จฯ เยือนโคราชครั้งแรกอีกด้วย

3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2500 ‘ไลก้า’ สุนัขอวกาศโซเวียต ถูกส่งขึ้นสู่ห้วงอวกาศเป็นครั้งแรก พร้อมกับยานอวกาศ สปุตนิก 2 ก่อนเสียชีวิตในอีก 6 วันต่อมา

ไลก้า (Laika) สุนัขอวกาศโซเวียต ชื่อที่มีความหมายว่า ‘ช่างเห่า’ คือสุนัขและสัตว์ตัวแรกที่โคจรรอบโลก และก็เป็นตัวแรกที่ตายในวงโคจรด้วยเช่นกัน

ไลก้าเดิมเป็นสุนัขเร่ร่อน ชื่อ คุดร์ยัฟกา แปลว่า ‘เจ้าขนหยิกน้อย’ เข้าสู่การฝึกกับสุนัขอื่นอีกสองตัว ในท้ายที่สุดไลก้าได้รับเลือกเป็นผู้โดยสารไปกับยานอวกาศ สปุตนิก 2 ซึ่งถูกส่งขึ้นสู่อวกาศเมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2500 (ค.ศ. 1957)

เป็นที่รับทราบกันน้อยมากถึงผลกระทบของการบินในอวกาศที่มีต่อสิ่งมีชีวิต ในภารกิจของไลก้านั้นเทคโนโลยีในการผละออกจากวงโคจรยังไม่ถูกพัฒนา จึงไม่มีการคาดว่าไลก้าจะรอดชีวิต นักวิทยาศาสตร์บางคนเชื่อว่ามนุษย์จะไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้จากการปล่อยหรือสภาพของอวกาศ 

ดังนั้น วิศวกรจึงมองว่าเที่ยวบินที่ส่งสัตว์ขึ้นสู่อวกาศด้วยนั้นจำเป็นก่อนภารกิจของมนุษย์

สาเหตุและเวลาการตายที่แท้จริงของไลก้านั้นไม่ได้รับการเปิดเผยต่อสาธารณะ แต่มีรายงานว่าไลก้าตายเพราะขาดออกซิเจนในวันที่หก หรือตามที่สหภาพโซเวียตอ้างแต่แรก ‘มันตายสบาย’ ก่อนออกซิเจนพร่องไปอีก

อย่างไรก็ดี การทดลองพิสูจน์ว่าไลก้าสามารถรอดชีวิตจากการปล่อยยานขึ้นสู่วงโคจรและทนต่อสภาวะไร้น้ำหนัก ซึ่งเป็นการกรุยทางแก่การบินอวกาศของมนุษย์และให้ข้อมูลแรก ๆ บางส่วนแก่นักวิทยาศาสตร์ว่า สิ่งมีชีวิตตอบสนองต่อสิ่งแวดล้อมในการบินอวกาศอย่างไร


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top