Saturday, 13 June 2026
TheStatesTimes

‘ฮุน เซน’ ยอมรับเขมรเสียเปรียบในวิกฤตชายแดน แต่ไร้ทางเลือกอื่นนอกจากต้องเผชิญหน้า

ฮุน เซนรับตรง ๆ “กัมพูชาเสียเปรียบ” ในวิกฤตชายแดน ชี้ไม่มีทางเลือกนอกจากอดทน พนมเปญ — ฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชาในขณะนี้ เป็นสถานการณ์ที่ กัมพูชาเสียเปรียบ และ “ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องเผชิญหน้า”

จากรายงานของ Khmer Times ฮุน เซนระบุว่า
> “นี่คือสถานการณ์แบบ lose–lose ที่ไม่มีใครชนะ แต่เราจะทำอย่างไรได้ มันไม่ใช่ปัญหาที่เราสร้างขึ้น กัมพูชาไม่มีทางเลือกในเรื่องนี้”

อดีตนายกรัฐมนตรีที่ยังคงทรงอิทธิพลสูงในรัฐบาลกัมพูชากล่าวว่า ตนได้เสนอแนะต่อลูกชายคือฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีว่า

> “เราไม่ควรกังวลว่าชายแดนจะเปิดหรือปิด สิ่งที่เราต้องการคือการกลับไปสู่ภาวะปกติ เหมือนก่อนวันที่ 7 มิถุนายน 2025 โดยไม่จำเป็นต้องเจรจาใด ๆ”

พร้อมตอกกลับไทยว่า
> “ไทยไม่มีสิทธิจะมาสั่งการกัมพูชา หากพวกเขาอยากเปิดด่าน ก็จงแจ้งให้ประชาชนของตนเองทราบ เราก็จะดำเนินการตามปกติ”

แม้ถ้อยแถลงจะดูแข็งกร้าวในเชิงจุดยืนทางการเมือง แต่ก็สะท้อนชัดว่า ฝ่ายกัมพูชากำลังเผชิญแรงกดดันอย่างหนัก ทั้งทางเศรษฐกิจ การค้าชายแดน และเสถียรภาพในประเทศ — จนต้องยอมรับว่า “ไม่มีทางเลือก” และอาจต้องอดทนกับความเสียเปรียบในระยะนี้

บัณฑิตสาว หลั่งน้ำตา!! สอบผ่าน ได้ทำงานประจำศาล ลำดับที่ 1 แต่ถูกยกเลิกสัญญา กะทันหัน ก่อนเริ่มงาน 1 วัน อ้าง!! จบไม่ตรง

เมื่อวานนี้ (4 ก.ค. 68) นางสุพร อายุ 54 ปีแม่ค้าขายกะหรี่ฟัพท์ บริเวณตลอด ถนนพัฒนาการคูขวาง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีฯ ร้องเรียนขอความเป็นธรรมและช่วยเหลือ น.ส.อนุธิดา หรือน้องเมย์ อายุ 22 ปีเนื่องจาก น.ส.อนุธิดา หรือน้องเมย์ เพิ่งเรียนจบปริญญาตรี จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย สงขลา คณะบริหารธุรกิจ สาขาการจัดการ ก่อนจบได้เข้าฝึกงานที่สำนักงานอำนวยการประจำศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช 2 เดือน

และทางสำนักงานอำนวยการประจำศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้ประกาศสอบคัดเลือกเป็นพนักงานจ้างเหมาบริการรายบุคคล ตำแหน่งเจ้าหน้าที่ศาลยุติธรรม บุตรสาวตนจึงได้ตัดสินใจสมัครสอบและดำเนินการสอบคัดเลือกเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2568 ประกาศผลสอบทางเว็บไซต์ของ สำนักงานอำนวยการประจำศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช วันที่ 20 มิ.ย.2568 โดยประกาศรายชื่อผู้สอบผ่านจำนวน 5 คน และบุตรสาวตนเป็นผู้สอบได้ในลำดับที่ 1 ทางสำนักงานอำนวยการประจำศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้แจ้งให้บุตรสาวตนไปรายงานตัวและทำสัญญาจ้างในวันศุกร์ที่ 27 มิ.ย. 2568 เวลา 09.00 น.พร้อมทั้งวางเงินสดประกันสัญญาจ้างร้อยละ 5 ของเงินค่าจ้าง เดือนละ 14,000 บาท เป็นเงิน 2,111 บาท 

“ตนและสามีพร้อมบุตรสาวดีใจเป็นอย่างมากที่ลูกสาวมีงานทำจะมีรายได้มาช่วยเหลือครอบครัวไป ในวันที่ทราบข่าวว่าสอบได้ลำดับที่ 1 ครอบครัวไม่มีเงินวางประกันสัญญาจ้าง แต่ก็วิ่งหยิบยืมเพื่อนบ้านจนสามารถไปรายงานตัวและทำสัญญาจ้างตามระเบียบที่กำหนดครบถ้วน มีกำหนดเข้าเริ่มทำงานวันที่ 1 ก.ค.2568 ที่ผ่านมา ซึ่งบุตรสาวของตนได้เดินทางไปดูสถานที่ทำงาน จัดเตรียมโต๊ะทำงานเป็นที่เรียบร้อย แต่ในวันที่ 30 มิ.ย.2568 ก่อนวันเริ่มงาน 1 วันเหมือนฝันสลายเพราะทางหัวหน้า ฯได้แจ้งให้บุตรสาวของตนให้ไปเซ็นยกเลิกสัญญาจ้าง โดยอ้างว่าทางสำนักงานใหญ่ระบุว่า “จบสาขาที่ไม่ตรงกับความต้องการ” โดยบุตรสาวตนเสียใจเป็นอย่างมาก ต้องจำใจเดินทางไปเซ็นยกเลิกสัญญาจ้างด้วยความเสียใจ 

อย่างไรก็ตามแม้จะเซ็นยกเลิกการจ้างงานไปแล้วแต่ทางสำนักงานอำนวยการประจำศาลจังหวัดนครศรีธรรมราชก็ยัง ไม่คืนเงินค่าประกันสัญญา 2,111 บาทให้บุตรสาวแต่อย่างใด

ในขณะที่ น.ส.อนุธิดา หรือน้องเมย์ ซึ่งอยู่ในสภาพเครียด เศร้า เสียใจ กล่าวว่า ตนตั้งใจเรียนมาก ๆ เพราะทราบดีว่าครอบครัวลำบาก ฐานะยากจนเมื่อสอบ
เข้าทำงานได้ลำดับที่ 1 และผ่านการรายงานตัว ทำสัญญาจ้างจ่ายค่าประกันเรียบร้อยแล้วกลับถูกยกเลิกสัญญาและ

ทราบว่าเขาได้มีการเรียกคนที่สอบได้ลำดับที่ 2 มาทำสัญญาจ้างและเริ่มเข้าทำงานเป็นที่เรียบร้อยแล้วตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.2568 ที่ผ่านมา ซึ่งตนคิดไม่ออกบอกไม่ถูกว่าเรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นในสำนักงานอำนวยการประจำศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้อย่างไรมันส่งผลกระทบกับชีวิตตนและครอบครัวเป็นอย่างมาก น.ส.อนุธิดา หรือน้องเมย์ กล่าวทั้งน้ำตา

‘อีซูซุ’ จัดทัพรถโชว์!! ในคอนเซ็ปต์ ‘อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย’ ชู!! ปิกอัพคุณภาพ ‘ดีแมคซ์ ดีจริง’ใน ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025

(5 ก.ค. 68)  กลุ่มตรีเพชร โดย มร. ทาคาชิ ฮาตะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “ในงาน 'ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025' อีซูซุได้นำรถหลากรุ่นหลากสไตล์ รวม 8 คัน 

นำโดย รถอเนกประสงค์สุดหรู NEW! ISUZU MU-X 'THE NEXT PEAK' 4 คัน แบ่งเป็นรถมาตรฐานโรงงาน 2 คัน และรถตกแต่งพิเศษ 2 คัน โดยแต่งแนวแคมป์ปิ้งตอบรับสายท่องเที่ยว และแต่งหล่อรอบคันสำหรับสายเท่สปอร์ต 

ส่วนอีก 4 คันเป็นรถปิกอัพ NEW! ISUZU D-MAX ที่มาในคอนเซ็ปต์ “ดีแมคซ์ ดีจริง” ปิกอัพที่รวมทุกความต้องการไว้ครบ ทั้งในเรื่องความแรง ความประหยัดน้ำมัน ความทนทาน การเกาะถนน และความคุ้มค่า พร้อมกันนี้ยังได้ตอกย้ำแนวคิด “ISUZU Trusted Buddy…อีซูซุเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย” สะท้อนความจริงใจในการดำเนินธุรกิจของอีซูซุในประเทศไทยตลอด 68 ปี โดยไม่เพียงพร้อมบริการดูแลและสร้างความพึงพอใจสูงสุดแก่ผู้ใช้รถตลอดอายุการใช้งานเท่านั้น แต่ยังคำนึงถึงการพัฒนาไปข้างหน้าของสังคมไทยควบคู่กันไปด้วย ทั้งในฐานะผู้ผลิตที่มั่นใจในการวางรากฐานการผลิตรถปิกอัพในไทยเพื่อส่งออกไปจำหน่ายทั่วโลกโดยใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตในประเทศมากกว่า 90% และร่วมกับคู่ค้าธุรกิจชิ้นส่วนในประเทศสร้างห่วงโซ่อุปทานยานยนต์ที่แข็งแกร่งของไทยในระดับโลก ซึ่งก่อให้เกิดการสร้างงาน สร้างรายได้หมุนเวียนในประเทศไทยทั้งในด้านการผลิตและบริการอย่างครบวงจร 

และในปี 2568 นี้ ประสบการณ์เข้าศูนย์บริการอีซูซุจะเปลี่ยนแปลงไป ด้วยการยกระดับสู่ Digital Experience เต็มรูปแบบ เพื่อให้ทุกการเข้าศูนย์ฯ ของลูกค้า ง่าย ชัดเจน และสะดวกยิ่งกว่าที่เคย ตั้งแต่การนัดหมาย ที่ลูกค้าสามารถเลือกวัน-เวลาที่สะดวกได้ด้วยตนเอง การเสนองานซ่อมด้วยภาพถ่ายจริงเพื่อให้ง่ายในการตัดสินใจ พร้อมแอปพลิเคชัน my-ISUZU ที่แสดงผลการตรวจสภาพรถ และประวัติการซ่อมย้อนหลัง เพิ่มความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นในทุกครั้งที่เข้ารับบริการที่ศูนย์บริการอีซูซุ ตามสโลแกน “ศูนย์บริการอีซูซุ วางใจได้ ตลอดการใช้งาน”

นอกจากนี้ อีซูซุยังได้จัดแคมเพจ์น “ดีแมคซ์ ดีจริง ลุ้นทองทุกสัปดาห์” สำหรับลูกค้าที่ซื้อและรับรถอีซูซุดีแมคซ์ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม - 31 สิงหาคม 2568  ลุ้นรับรางวัลจี้ทองคำน้ำหนัก 2 สลึง มูลค่า 26,051.39 บาท จับรางวัลทุกสัปดาห์ สัปดาห์ละ 22 รางวัล จำนวน 9 สัปดาห์ รวม 198 รางวัล คิดเป็นมูลค่ารวม 5,158,175.17 บาท (การลุ้นรางวัลจะถูกแบ่งตามรอบการจับรางวัล โดยผู้โชคดีมีสิทธิ์ได้รับรางวัลเพียงครั้งเดียวเท่านั้น)

มาร่วม “เลือกคันที่ชอบ ถอยคันที่ใช่” กับ 'อีซูซุ' ยนตรกรรมคุณภาพเคียงข้างคุณ เคียงคู่ไทย สัมผัสความพีคในด้านอรรถประโยชน์ที่เหนือกว่าของรถอเนกประสงค์สุดหรู NEW! MU-X 'THE NEXT PEAK' และรถปิกอัพตัวจริง NEW! ISUZU D-MAX ที่พร้อมเติมเต็มความคุ้มค่าดีจริงครบด้านทั้งแรงจัด ประหยัดจัด ทนจัด เกาะถนนจัด และคุ้มจัด พร้อมเปิดประสบการณ์การขับขี่รถอีซูซุด้วยตัวท่านเอง ได้ในงาน 'ฟาสต์ ออโต โชว์ ไทยแลนด์ 2025' ระหว่างวันที่ 2-6 กรกฎาคม 2568 ฮอลล์ 102-103 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา 

ติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

‘นักท่องเที่ยวอินโด’ โพสต์!! ลงโซเชียล โดน!! ตำรวจกัมพูชา ไถ!! เงิน 300 ดอลลาร์

(5 ก.ค. 68) เพจ ‘JanJao K. Sisprakaew’ ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ ‘ตำรวจกัมพูชา’ โดยได้ระบุว่า ...

นักท่องเที่ยวอินโดโพสต์ลงโซเชียล
ว่าถูกตำรวจเหมนเรียกให้หยุดตรวจ
นักท่องเที่ยวได้แสดงใบขับขี่ถูกต้องไปแล้ว

แต่ตำรวจยังคงเรียกร้องเอกสารอื่นๆ 
จนกระทั่งตำรวจเรียกร้อง 300 ดอลลาร์ 
ชายชาวอินโดนีเซียจึงต่อรองเหลือ 50 ดอลลาร์ แต่ตำรวจยังเรียกร้องเพิ่มอีก 4,000 เรียล

นักท่องเที่ยวจึงได้โพสต์เรื่องนี้ลงโซเชียล
หลังจากมีกระแสบนโซเชียล 
ตำรวจเหมนก็ถูกเรียกสอบ

🌎 กลุ่มบริษัทอินเตอร์ลิ้งค์ฯ ทบทวนยุทธศาสตร์กลางปี รับมือเศรษฐกิจและการเมือง ที่ผันผวนตั้งแต่ต้นปี เพื่อผลักดันการเติบโตในครึ่งหลังปี 2568[2025] 🌟

นำโดยคุณสมบัติ-ดร.ชลิดา-ดร.ณัฐนัย อนันตรัมพร ร่วมระดมความคิด  ปรับวิธีการจัดการและสานพลังผู้บริหารกลุ่มบริษัทอินเตอร์ลิ้งค์ฯ  เพื่อก้าวสู่ความเติบโต อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน  ไปด้วยกัน ระหว่าง 5-6 ก.ค. 2568 ณ ห้องประชุม GRAND INTERLINK 

🤝 “Sustainable Growth”

ALL NEW MG3 HYBRID+ คว้ารางวัล Affordable Hybrid Car of the Year 2025 ด้วยระบบไฮบริด สมรรถนะเหนือชั้น!! ราคาคุ้มค่า และประหยัดน้ำมัน ยอดเยี่ยม

(5 ก.ค. 68) บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศ ไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย เผยความสำเร็จอันโดดเด่นของ ALL NEW MG3 HYBRID+ ที่สร้างชื่อเสียงอีกครั้งในตลาดยุโรป ด้วยการคว้ารางวัล Affordable Hybrid Car of the Year 2025 จากสื่อยานยนต์ชั้นนำแห่งสหราชอาณาจักรอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่สอง โดยได้รับคำชื่นชมทั้งในด้านสมรรถนะอันทรงพลัง การขับขี่ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน ความคุ้มค่าเหนือราคา และความประหยัดน้ำมันที่เกินความคาดหมาย ซึ่งรุ่นที่จำหน่ายในตลาดโลกนี้เป็นรุ่นเดียวกับที่ผลิตและประกอบในประเทศไทย สะท้อนให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความเป็น “ไฮบริดตัวจี๊ด” ที่พร้อมตอบโจทย์ผู้บริโภคทั่วโลกอย่างแท้จริง

ตลาดรถยนต์ไฮบริดขนาดเล็กถือเป็นตลาดที่มีความท้าทาย ด้วยการแข่งขันที่สูงและมีตัวเลือกที่หลากหลาย โดย ALL NEW MG3 HYBRID+ ได้แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างอย่างชัดเจน ด้วยแนวคิดในการออกแบบที่มุ่งเน้นทั้ง สมรรถนะและความคุ้มค่า ด้วยระบบขับเคลื่อนไฮบริดที่ประสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์เบนซินและมอเตอร์ไฟฟ้าอย่างชาญฉลาด ALL NEW MG3 HYBRID+ มาพร้อมพละกำลังรวมสูงสุดถึง 192 แรงม้า อัตราเร่งจาก 0–100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 8 วินาที ซึ่งถือเป็นระดับสมรรถนะที่เหนือกว่ามาตรฐานของรถในเซกเมนต์เดียวกันอย่างชัดเจน สมรรถนะนี้ไม่ได้มุ่งเน้นเพียงแค่ 'ความแรง' หากแต่เป็นการออกแบบให้ แรงอย่างมั่นใจ เร้าใจอย่างมีสมดุล พร้อมตอบสนองได้อย่างคล่องตัวทั้งการใช้งานในเมือง รวมไปถึงบนถนนสายหลักที่ต้องการกำลังเครื่องที่ต่อเนื่องและนิ่งแน่น

หนึ่งในคุณสมบัติอันโดดเด่นที่ได้รับเสียงชื่นชมจากทั้งคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิและสื่อมวลชนสายยานยนต์ระดับแนวหน้าคือ “อัตราความประหยัดน้ำมันที่น่าทึ่ง ผสานความรู้สึกในการขับขี่ที่ใกล้เคียงกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100%” โดย ALL NEW MG3 HYBRID+ มาพร้อมระบบขับเคลื่อนไฮบริดที่ให้มอเตอร์ไฟฟ้าทำงานเป็นหลัก จึงสามารถทำอัตราสิ้นเปลืองได้เฉลี่ยสูงถึง 26.2 กิโลเมตรต่อลิตร ทำระยะทางได้ไกลสูงสุดมากกว่า 800 กิโลเมตร การันตีด้วยการขับทดสอบโดยสื่อมวลชนในประเทศไทยและทั่วโลก สะท้อนถึงการพัฒนาเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ผู้ใช้จริงในทุกมิติ ภายในห้องโดยสารถูกออกแบบอย่างพิถีพิถัน ให้ความกว้างขวางเหนือกว่ารถระดับเดียวกัน พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระด้านหลังที่รองรับได้มากถึง 1,037 ลิตร เติมเต็มฟังก์ชันความปลอดภัยและความสะดวกสบายด้วยอุปกรณ์มาตรฐานที่ครบครัน

ซึ่งก่อนหน้านี้ ALL NEW MG3 HYBRID+ ยังสามารถครองใจทั้งผู้บริโภคและนักวิจารณ์ในระดับสากล ด้วยการคว้ารางวัลอันทรงเกียรติอย่าง Affordable Car of the Year 2024 จาก Auto Express UK และ Best Value Car จาก The Business Car Awards ประเทศอังกฤษ ตอกย้ำความคุ้มค่าที่ไม่ใช่แค่คำพูด สำหรับประเทศไทย ALL NEW MG3 HYBRID+ ยังได้รับเกียรติสูงสุดด้วยการรับรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2567 (Thailand Car of the Year 2024) ซึ่งจัดขึ้นโดยสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (สรยท.) ถือเป็นบทพิสูจน์อีกขั้นของคุณค่าทางผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ทั้งด้านสมรรถนะและความคุ้มค่าจริงในสายตาผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ

นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ALL NEW MG3 HYBRID+ ไม่ได้เป็นเพียงยนตรกรรมรุ่นใหม่ในกลุ่มไฮบริดราคาประหยัด แต่ได้ก้าวลงแข่งขันในเกมการแข่งขัน Gymkhana GC Grid Competition Series 2025 ซึ่งแสดงให้เห็นสมรรถนะของรถยนต์ที่ลงตัว นี่คืออีกหนึ่งบทพิสูจน์สำคัญของความมุ่งมั่นจาก เอ็มจี ที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การผลิตรถยนต์ แต่ยังเดินหน้าสร้างสรรค์อนาคตของการขับเคลื่อนผ่านนวัตกรรมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และเข้าถึงได้จริงสำหรับผู้บริโภคในทุกระดับ ALL NEW MG3 HYBRID+ ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งการเป็น “ไฮบริดตัวจี๊ด” กับการเปลี่ยนผ่านที่ทรงพลัง สะท้อนภาพลักษณ์ใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ ที่ผสานเทคโนโลยีล้ำสมัย สมรรถนะเหนือชั้น และความคุ้มค่าเหนือความคาดหมายไว้ได้อย่างลงตัวในรถยนต์รุ่นเดียว การได้รับรางวัล “Affordable Hybrid Car of the Year 2025” จากสื่อยานยนต์ชั้นนำในสหราชอาณาจักรถือเป็นอีกหนึ่งรางวัลที่สะท้อนถึงความไว้วางใจระดับนานาชาติที่มีต่อแบรนด์ ทั้งนี้ เอ็มจี จะยังคงมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ผู้ใช้จริงในราคาที่เข้าถึงง่าย พร้อมขับเคลื่อนประเทศไทยไปสู่อนาคตของยนตรกรรมอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป”

ALL NEW MG3 HYBRID+ ไฮบริดคุณภาพที่ครบเครื่องและคุ้มค่า ด้วยราคาจำหน่ายเริ่มต้นเพียง 579,900 บาท พร้อมแคมเปญพิเศษ ดาวน์เริ่มต้นเพียง 8,888 บาท หรือ ผ่อนสบาย ๆ เริ่มเพียง 2,516 บาทต่อเดือน พร้อมการรับประกันตัวรถและระบบไฮบริดนาน 6 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร รวมถึง การรับประกันแบตเตอรี่ไฮบริดนาน 10 ปี โดยไม่จำกัดระยะทาง โดยผู้สนใจสามารถทดลองขับและเป็นเจ้าของได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการคุณภาพ เอ็มจี ทั่วประเทศ 

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 และสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมของเอ็มจี ได้ที่ 
Website: www.mgcars.com 
Line: @MGThailand
Facebook: www.facebook.com/MGcarsThailand
Twitter: @mg_thailand
Instagram: @mgthailand
Youtube: MG Thailand
TikTok: @mgthailand
Application: MG Thailand

คำใส่ร้าย!! ‘จีน’ จากชาติตะวันตก ไม่อาจขัดขวางการพัฒนาได้ ทันสมัย!! เจริญ เหมือนสวรรค์ ไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัย

(5 ก.ค. 68) เพจเฟซบุ๊ก ‘ลึกชัดกับผิงผิง’ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

เมื่อเร็ว ๆ นี้ ชาวต่างชาติคนหนึ่งไปเที่ยวจีน แล้วโพสต์ภาพจีนใหม่กับจีนเก่า และบอกว่า ถูกสื่อตะวันตกหลอกเป็นเวลานาน สหรัฐอเมริกาและตะวันตก มักจะใส่ร้ายจีนว่า เผด็จการ ยากจน ล้าหลัง โง่ ลัทธิฟาสซิสต์ ไม่มีประชาธิปไตย ไม่มีเสรีภาพ ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ บังคับใช้แรงงาน กับดักหนี้จีน เป็นต้น 

กระทั่งมีคำโกหกที่น่าขันว่า “ชาวจีนไม่กล้าร้องไห้ในสถานที่สาธารณะ เพราะเป็นการแสดงอารมณ์ที่ไม่ดี จะถูกรัฐบาลจับไปติดคุก” ซึ่งคำพูดแบบนี้ ก็มีชาวต่างชาติส่วนหนึ่งหลงเชื่อด้วย 

อย่างไรก็ตาม แม้คำใส่ร้ายจีนอาจทำให้ชื่อเสียงและภาพลักษณ์ของจีนสูญเสียไปบ้าง แต่ไม่สามารถขัดขวางการพัฒนาและความเจริญขึ้นอย่างรวดเร็วของจีน เพราะตอนนี้ยอดการผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีนมากกว่ายอดรวมของกลุ่มจี 7 

ปัจจุบัน จีนกำลังขยับขึ้นมาเป็นผู้นำโลก และโชว์ให้เห็นสังคมที่ทันสมัยที่มีอารยธรรมกว่า 5,000 ปี ที่มีเสรีภาพที่แท้จริงและมีระบอบประชาธิปไตยแบบจีน ที่ชาวจีนมีอำนาจตรวจสอบและวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาลได้อย่างเปิดเผยตลอดเวลา เพื่อผลประโยชน์ที่แท้จริงของตน 

สังคมจีนปัจจุบัน ชาวบ้านจะเดินเล่นตามถนนหนทางตอนกลางคืนอย่างสบาย ไม่ต้องห่วงเรื่องความปลอดภัย มือถือลืมที่ร้านอาหาร ไม่ต้องห่วง ไม่มีใครขโมยหรือหยิบไปใช้ กระเป๋าเดินทางลืมที่สถานีรถไฟหรือสนามบิน ไม่ต้องห่วง ไม่มีใครเอาไป 

นายโธมัส ฟรีดแมน (Thomas Friedman)คอลัมนิสต์ชื่อดังของหนังสือพิมพ์เดอะนิวยอร์กไทมส์ ที่แต่ก่อนมักชอบเขียนบทความประณามจีน เมื่อเร็วๆ นี้ได้เดินทางมาเยือนจีน หลังไปเยี่ยมชมศูนย์วิจัยแห่งใหม่บริษัทหัวเหวยที่นครเซี่ยงไฮ้ ที่มีพื้นที่เท่ากับสนามฟุตบอลของสหรัฐอเมริกา 225 สนามแล้ว ก็ซื้อตั๋วรถไฟความเร็วเพื่อชมจีนต่อไป เขากล่าวว่า ในจีนปัจจุบัน ผมได้เห็นอนาคตของโลก มิใช่อยู่ในสหรัฐอเมริกา

ผู้บริหาร ARIP วิเคราะห์!! ความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์ ในยุคเทคโนโลยีแบ่งขั้ว โลก AI ไม่ได้วัดกันที่ใครเร็วที่สุด แต่ใครจะอยู่รอด ปรับตัวได้ในทุกสถานการณ์

(5 ก.ค. 68) นายปฐม อินทโรดม กรรมการผู้จัดการ บมจ. เออาร์ไอพี (ARIP) ผู้จัดงานคอมมาร์ท ได้โพสต์ข้อความระบุว่า ...

เมื่อ NVIDIA หายไป: ความเสี่ยงเชิงยุทธศาสตร์ของ AI ไทยในยุคเทคโนโลยีแบ่งขั้ว

ประเทศไทยอาจถูกอเมริกาแบนการส่งออกเทคโนโลยีชั้นสูง โดยเฉพาะชิป GPU ของ NVIDIA ผู้ผลิตชิปกลุ่ม GPU (Graphic Processing Unit) โดยเฉพาะรุ่นเรือธงอย่าง A100, H100 และล่าสุดคือ Blackwell B200 ที่เป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนโมเดล AI ตั้งแต่ OpenAI, Google ไปจนถึงบริษัทหน้าใหม่ทั่วโลก รวมถึงหน่วยงานภาครัฐ มหาวิทยาลัย และสตาร์ตอัปด้าน DeepTech ความได้เปรียบของ NVIDIA ไม่ได้อยู่ที่แค่ 'ความแรง' แต่รวมถึง ecosystem ทั้งซอฟต์แวร์ (CUDA, TensorRT), เฟรมเวิร์ก, ไลบรารี และการสนับสนุนโมเดล AI ที่ครบวงจร จนถูกมองว่าใครไม่มี NVIDIA ก็เหมือนนักแข่ง F1 ที่ไม่มีเครื่องยนต์ หากเราถูกแบนจริงจะเกิดผลกระทบหลายด้านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้…

1. การพัฒนาด้าน AI หยุดชะงัก
หน่วยงานวิจัย มหาวิทยาลัย และสตาร์ตอัป AI ในไทย พึ่งพา GPU จาก NVIDIA ในการเทรนโมเดลและทดลองงานวิจัย หากไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีดังกล่าวได้
• งานวิจัยจะต้องลดขนาดโมเดลหรือรันบนโครงสร้างที่ล้าหลัง
• ไม่สามารถแข่งขันกับต่างประเทศได้ในด้านความแม่นยำ ความเร็ว และนวัตกรรม
• ลดความสามารถในการพัฒนาระบบปัญญาประดิษฐ์พื้นฐาน เช่น Natural Language Processing, Computer Vision, หรือ Generative AI

2. Cloud Provider ในไทยชะงัก
ผู้ให้บริการคลาวด์รายใหญ่ในไทยต่างลงทุนใน GPU cluster สำหรับ AI Cloud ซึ่งส่วนใหญ่ใช้ NVIDIA หากถูกแบน
• บริการ AI-as-a-Service จะไม่สามารถขยาย capacity ได้
• ลูกค้ารายใหญ่จะย้าย workload ไปยังต่างประเทศ เช่น AWS, Azure, Google Cloud ซึ่งยังเข้าถึง NVIDIA ได้
• ความมั่นคงของข้อมูลภาครัฐและองค์กรไทยจะเสี่ยงจากการย้ายศูนย์ประมวลผลออกนอกประเทศ

3. อุตสาหกรรม AI ด้านสุขภาพ เกษตร และโลจิสติกส์ ได้รับผลกระทบ
ประเทศไทยกำลังใช้ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในภาคเศรษฐกิจที่เป็นจุดแข็ง เช่น
• วิเคราะห์ภาพทางการแพทย์ด้วย Deep Learning
• ตรวจวัดคุณภาพดินหรือพืชผ่านภาพถ่ายดาวเทียม
• วางแผนเส้นทางขนส่งแบบ Real-time ด้วย AI
การขาดชิปที่แรงพอจะทำให้โมเดลเหล่านี้ไม่สามารถพัฒนาและนำมาใช้งานได้ในระดับที่ควรจะเป็น

4. กระทบเป้าหมายการเป็น AI Nation ของไทย
รัฐบาลไทยตั้งเป้าให้ AI เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล โดยสนับสนุนทั้งแผนยุทธศาสตร์ AI แห่งชาติ และการจัดตั้งศูนย์ประมวลผล AI ภายในประเทศ หากถูกตัดการเข้าถึงชิป NVIDIA
• แผนงานต่าง ๆ จะล่าช้า
• ความเชื่อมั่นจากนักลงทุนต่างชาติใน ecosystem AI ไทยจะลดลง
• เราอาจตกขบวน Digital Transformation ครั้งสำคัญของโลก
ทางเลือกที่อาจต้องพิจารณา: พึ่งพาจีน?

เมื่อไม่สามารถเข้าถึงเทคโนโลยีจากตะวันตกได้ ทางเลือกหนึ่งคือหันไปพึ่งพา เทคโนโลยีจากจีน ซึ่งพัฒนาอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เช่น:

Huawei Kunlun & Ascend AI chips
• Huawei ได้พัฒนา Kunlun และ Ascend series ซึ่งรองรับ AI workload และมี framework ของตัวเองชื่อ MindSpore
• แม้ยังตามหลัง NVIDIA อยู่หลายปี แต่กำลังเร่งความเร็วในการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
• เริ่มมีผู้ให้บริการคลาวด์ในจีนและตะวันออกกลางใช้งานแล้ว

สถาปัตยกรรมอื่น เช่น Alibaba T-Head, Biren, หรือ Loongson
• แม้ยังไม่เป็นที่แพร่หลายนอกจีน แต่ในแง่ของ “เอาตัวรอด” ก็อาจเป็นทางเลือกที่ต้องเริ่มศึกษา
• ความท้าทายอยู่ที่ ecosystem และการหานักพัฒนาที่เข้าใจ tools เหล่านี้

ความมั่นคงทางเทคโนโลยีคือความมั่นคงของชาติ
ประเทศไทยไม่ควรผูกอนาคตไว้กับผู้ขายรายเดียว แม้ NVIDIA จะยังเป็นเบอร์หนึ่ง แต่ความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์ทำให้เราควรวางแผนสำรองไว้ เช่น
• ลงทุนใน Open Source AI Model ที่ไม่ต้องการทรัพยากรมาก
• สนับสนุนการศึกษาและ R&D ด้าน RISC-V, ARM-based AI, และ Edge Computing
• วางยุทธศาสตร์ร่วมกับพันธมิตรในเอเชีย เช่น จีน อินเดีย หรือสิงคโปร์ เพื่อสร้าง AI Resilience

โลกในยุค AI ไม่ได้วัดกันที่ใครเร็วที่สุด แต่ใครจะ 'อยู่รอด' และปรับตัวได้เร็วกว่าในทุกสถานการณ์และการเตรียมพร้อมทางเทคโนโลยีก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ไม่อาจมองข้ามได้อีกต่อไป

(สุรินทร์) มณฑลทหารบกที่ 25 เปิดบ้านทหารใหม่ ผลัดที่ 1/68 'Open House อบอุ่นใจ ประทับใจ' 

(4 ก.ค.68) ที่หน่วยฝึกทหารใหม่ ร้อยมณฑลทหารบกที่ 25 ค่ายวีรวัฒน์โยธิน ตำบลนอกเมือง อำเภอเมือง จังหวัดสุรินทร์ พลตรี ไชยนคร กิจคณะ ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 25 มอบหมายให้ พันเอก นรินทร์ นิตยสุทธิ์  เสนาธิการมณฑลทหารบกที่ 25 เป็นประธานในพิธีเปิดบ้านทหารใหม่ (Open House) ผลัดที่ 1/68 เพื่อต้อนรับญาติทหารใหม่ 

โดยมี คุณ ปาริฉัตร ปะกิระตา รองประธานสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขา มณฑลทหารบกที่ 25 และสมาชิกสมาคมแม่บ้านทหารบก สาขามณฑลทหารบกที่ 25 พันเอก พรพิเชษฐ์ เกตุพันธ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลค่ายวีรวัฒน์โยธิน, พันโท บรรลือ พูดเพราะ ผู้บังคับหน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหาร เข้าร่วมพิธี โดยมีกิจกรรม ประกอบไปด้วย การชี้แจงด้านสิทธิกำลังพลแก่ทหารใหม่ ให้พ่อแม่ผู้ปกครองได้ทราบ ชมการแสดงของทหารใหม่ มณฑลทหารบกที่ 25 ศิลปะแม่ไม้มวยไทย 

เพื่อให้ญาติทหารใหม่ได้รับชมพัฒนาการ และความภาคภูมิใจในการเป็นทหารรับใช้ชาติ  และกิจกรรมพบปะญาติทหารใหม่ การแนะนำการรับสมัครทหารออนไลน์ การสอบเข้ารับราชการชั้นประทวนและสัญญาบัตร และขอขอบคุณครอบครัวทหารใหม่ ที่ไว้วางใจให้มณฑลทหารบกที่ 25 ได้ดูแลฝึกฝนทหารใหม่ ต่อจากนี้คุณคือทหารเต็มตัวพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของประเทศชาติ พิทักษ์รักษาราชบัลลังก์ และช่วยเหลือประชาชน อย่างสุดความสามารถต่อไป


 

ผบช.สตม. ตรวจเยี่ยมและติดตามสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา พื้นที่ ตม.จว.จันทบุรีและสระแก้ว

เมื่อวานนี้ (4 ก.ค.68) พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. พร้อม พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม. พล.ต.ต.ชัยฤทธิ์ อนุฤทธิ์ ผบก.ตม.3 และ พล.ต.ต.วริศร์สิริภ์ ลีละสิริ ผบก.ตม.4 ได้เดินทางตรวจเยี่ยม ตม.จว.จันทบุรี และ ตม.จว.สระแก้ว ในพื้นที่ บก.ตม.3 เพื่อมอบนโยบายและติดตามผลการปฏิบัติงาน พร้อมสร้างขวัญกำลังในการปฏิบัติหน้าที่ให้แก่ข้าราชการตำรวจ ตม.ในพื้นที่  นอกจากนี้  ยังได้มีการประชุมร่วมกันระหว่าง ตม.จังหวัด ฝ่ายทหาร และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ เพื่อติดตามและวางแผนรับมือต่อสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. ได้เน้นย้ำการปฏิบัติงานภายในสถานการณ์ชายแดนในปัจจุบัน ขอให้เข้มงวดในการตรวจบุคคลและยานพาหนะในการเข้า-ออกราชอาณาจักรตามกฎหมายและมาตรฐานขั้นตอนการปฏิบัติของ สตม. ตลอดจนแสวงหาความร่วมมือและบูรณาการการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ภายใต้แนวทางการปฏิบัติของศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) ในการข้ามผ่านแดนกรณีเพื่อการศึกษาหรือเจ็บป่วยที่มีความจำเป็นต้องรักษาพยาบาล ให้พิจารณาดำเนินการตามหลักสิทธิมนุษยธรรมสากล พร้อมทั้งประสานงานกับหน่วยงานความมั่นคงที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด

สตม. ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิดในด้านต่างๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่นๆ ที่มีหมายจับ และการเดินทางเข้า - ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อาคารเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระชนมพรรษา 60 พรรษา เลขที่ 904 หมู่ที่ 6 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จว.นนทบุรี 11120 หรือติดต่อตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดในพื้นที่ หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top