Saturday, 13 June 2026
TheStatesTimes

สหรัฐฯ ไฟเขียวขายอาวุธให้ยิว 510 ล้านดอลล์ หลังใช้ระเบิดจำนวนมากในสงครามกับอิหร่าน

(1 ก.ค. 68) สหรัฐฯ อนุมัติขายอุปกรณ์ระเบิดนำวิถีให้อิสราเอล มูลค่า 510 ล้านดอลลาร์ (ราว 18,700 ล้านบาท) หลังจากอิสราเอลใช้ระเบิดไปจำนวนมากในสงครามกับอิหร่าน โดยชุดอุปกรณ์นี้จะช่วยให้อิสราเอลสามารถโจมตีเป้าหมายได้แม่นยำยิ่งขึ้น

หน่วยงานด้านความมั่นคงของสหรัฐฯ ระบุว่า การขายอาวุธครั้งนี้จะช่วยให้อิสราเอลมีศักยภาพในการป้องกันตัวเองจากภัยคุกคามในตอนนี้และในอนาคต รวมถึงปกป้องพรมแดน สิ่งก่อสร้างสำคัญ และพื้นที่ที่มีประชาชนอยู่หนาแน่น

รัฐบาลสหรัฐฯ ยืนยันว่า ความมั่นคงของอิสราเอลเป็นเรื่องสำคัญต่อผลประโยชน์ของสหรัฐฯ และการสนับสนุนให้อิสราเอลมีศักยภาพในการป้องกันตัวเองอย่างแข็งแกร่งและพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ ถือเป็นสิ่งจำเป็นที่สหรัฐฯ ต้องทำ

ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ อนุมัติการขายอาวุธให้กับอิสราเอลในขั้นต้นแล้ว ขณะนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ส่งเรื่องให้รัฐสภาพิจารณา ซึ่งยังต้องรอการอนุมัติขั้นสุดท้ายก่อนจะเริ่มดำเนินการซื้อขายจริงได้

จีนหวังไทย มีเสถียรภาพ หลังศาลรัฐธรรมนูญ รับคำร้องสว. พร้อมสั่ง ‘แพทองธาร’ หยุดปฏิบัติหน้าที่

(1 ก.ค. 68) สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า จีนออกมาแสดงความหวังว่าไทยจะยังคงมีเสถียรภาพ ภายหลังจากที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติรับคำร้องของ 36 สว.พิจารณาให้ความเป็นรัฐมนตรีของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัว และมีมติ 7 ต่อ 2 ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่จากปมคลิปเสียงพูดคุยกับสมเด็จฯ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาของกัมพูชา โดยนางเหมา หนิง โฆษกกระทรวงการต่างประเทศจีน กล่าวในการแถลงข่าวประจำวันที่กรุงปักกิ่งว่า “นี่เป็นกิจการภายในของประเทศไทยและข้าพเจ้าจะไม่ให้ความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่ในฐานะประเทศเพื่อนบ้าน เราหวังว่าไทยจะรักษาเสถียรภาพและการพัฒนาไว้ได้”

2 กรกฎาคม พ.ศ. 2537 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เสด็จฯ ประกอบพิธีเปิด “อนุสรณ์สถานแห่งชาติ”

วันนี้เมื่อ 31 ปีก่อน ในหลวงรัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอนุสรณ์สถานแห่งชาติ

พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และ สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จฯ ประกอบพิธีเปิดและพระราชทานนาม “อนุสรณ์สถานแห่งชาติ” เพื่อจัดแสดงนิทรรศการเรื่องราวประวัติศาสตร์ทหารและเป็นสถานที่จารึกรายชื่อวีรชนผู้สละชีวิตในการปกป้องชาติ ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่ 1 จนถึงปัจจุบัน โดยมุ่งเน้นการสร้างจิตสำนึกคนรุ่นใหม่ให้เกิดความรักและหวงแหนประเทศชาติและรำลึกถึงความเสียสละของบรรพชนผ่านเทคโนโลยีสื่อผสมแบบ Interactive เพื่อช่วยให้ผู้เข้าชมเกิดความสนใจและสื่อสารข้อมูลประวัติศาสตร์ได้สะดวก รวดเร็ว เข้าใจง่าย

‘คิม จองอึน’ ผู้นำเกาหลีเหนือกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ จัดพิธีไว้อาลัยทหารกล้า!! สู้เคียงข้างรัสเซีย

(1 ก.ค. 68) คิม จองอึน แสดงความอาลัยต่อทหารเกาหลีเหนือที่เสียชีวิตในยูเครน โดยสื่อทางการเกาหลีเหนือเผยภาพผู้นำสูงสุดกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ระหว่างวางธงชาติเกาหลีเหนือบนโลงศพทหารในพิธีไว้อาลัย ณ กรุงเปียงยาง เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา โดยมีรัฐมนตรีวัฒนธรรมรัสเซีย โอลกา ลูบิโมวา ร่วมพิธีและแสดงความโศกเศร้าเช่นกัน ซึ่งพิธีนี้จัดขึ้นในวาระครบรอบ 1 ปี ข้อตกลงทางทหารระหว่างเกาหลีเหนือและรัสเซีย

เกาหลีเหนือยกย่องทหารของตนที่ร่วมรบกับรัสเซียในสมรภูมิเคิร์สก์ โดยระบุว่าเป็นผู้เสียสละเพื่อมาตุภูมิ และ “เป็นดั่งดวงดาวที่ส่องสว่าง” ขณะเดียวกัน ฝ่ายเกาหลีใต้เปิดเผยว่า มีทหารเกาหลีเหนือเสียชีวิตแล้วกว่า 600 นาย และบาดเจ็บอีกหลายพันคนจากการสู้รบในสงครามยูเครน

ในพิธีไว้อาลัย มีการเผยเอกสารที่เชื่อว่าเป็นคำสั่งจากคิม จองอึน อนุมัติแผนปฏิบัติการ “ปลดปล่อยเคิร์สก์” พร้อมสั่งให้หน่วยรบพิเศษลงมือโจมตีในช่วงปลายปี 2024 ขณะเดียวกัน บุตรสาวของเขา “คิม จูแอ” ซึ่งหลายฝ่ายเชื่อว่าอาจถูกวางตัวเป็นผู้สืบทอดตำแหน่งผู้นำ ก็ปรากฏตัวร่วมพิธีอย่างเป็นทางการ

แม้จะมีรายงานว่าเกาหลีเหนืออาจส่งทหารไปเสริมแนวรบในยูเครนเร็ว ๆ นี้ แต่กระทรวงกลาโหมเกาหลีใต้ระบุเมื่อวันอังคารว่า ขณะนี้ยังไม่พบความเคลื่อนไหวที่บ่งชี้ว่าจะมีการส่งกำลังเพิ่ม เนื่องจากกองทัพเกาหลีเหนือกำลังอยู่ในช่วงฝึกซ้อมประจำฤดูร้อนตามแผนปกติ

‘หมอตุลย์’ ขย่มซ้ำ ส่งหนังสือถึงประธานวุฒิสภา ชี้ช่องสว. ลงชื่อถอดถอน ‘อิ๊งค์’ พ้นรมว.วัฒนธรรม

(1 ก.ค. 68) นายแพทย์ตุลย์ สิทธิสมวงศ์ อาจารย์คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่งหนังสือเปิดผนึกถึงประธานวุฒิสภา โดยมีข้อความว่า 

เนื่องจากบัดนี้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งน.ส.แพทองธาร ชินวัตร เป็นรมว.ก. วัฒนธรรม และในวันนี้ ศาล รธน. ได้มีคำสั่งให้น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ยุติการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ในข้อหาขาดคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรี เนื่องจาก ไม่มีความสุจริตเป็นที่ประจักษ์ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร จึงขาดคุณสมบัติที่จะเป็นรมว.ก.วัฒนธรรมด้วย 

ดังนั้น กระผมจึงขอเสนอให้สมาชิกวุฒิสภาจำนวนไม่น้อยกว่า 1 ใน 10 ร่วมกันลงชื่อให้ประธานวุฒิสภา ยื่นคำร้องต่อศาลรธน. เพื่อถอดถอนน.ส. แพทองธาร ชินวัตรออกจากตำแหน่ง รมว.ก.วัฒนธรรมอีกตำแหน่งหนึ่งด้วย นอกจากนี้ ในระหว่างการพิจารณาไต่สวน ขอให้ศาล รธน.มีคำสั่งให้น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ยุติการปฏิบัติหน้าที่ในตำแหน่งรมว. ก. วัฒนธรรม ทันทีที่เข้าเฝ้าถวายสัตย์ฯ ตามรธน. แล้ว

จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาดำเนินการ

ขอแสดงความรับถืออย่างยิ่ง

‘พินิจ จารุสมบัติ’ อดีตรองนายกฯ ย้อนความทรงจำ 50 ปี สัมพันธ์จีน-ไทย จากอับเฉาเรือสู่อาร์ตทอย

(1 ก.ค. 68) พินิจ จารุสมบัติ วัย 70 ปีกว่า อดีตรองนายกรัฐมนตรีไทย และประธานสภาวัฒนธรรมไทย-จีนและส่งเสริมความสัมพันธ์ ยังคงจดจำได้ว่าตอนเด็กๆ บ้านของเขามีโอ่งเก็บน้ำขนาดใหญ่อยู่เยอะมาก ครั้นถามคุณย่าว่าโอ่งเหล่านี้มาจากไหน คุณย่าก็บอกว่ามาจากประเทศจีน

ครอบครัวของพินิจนั้นเกี่ยวข้องกับการค้าระหว่างจีนกับไทยมายาวนาน ตั้งแต่ส่งออกข้าวสารสู่ฮ่องกงจนถึงนำเข้าสินค้าอื่นๆ จากจีนสู่ไทย โดยพินิจบอกว่าครอบครัวของเขาทำการค้ากับจีนเยอะมาก โอ่งน้ำเหล่านี้ขนส่งตรงมาจากจีน หินที่ใช้ก่อสร้างบ้านบางส่วนก็มาจากจีนเช่นเดียวกัน

ปัจจุบันบ้านของพินิจยังคงมีโอ่งเก็บน้ำขนาดใหญ่ตั้งอยู่ แม้โอ่งเหล่านี้ดูธรรมดาแต่สมัยนั้นถือเป็นของหายากในไทย โดยโอ่งน้ำที่บรรพบุรุษนำมาจากจีนยังคงถูกใช้งานจากคนรุ่นสู่รุ่น บางครั้งใช้เก็บน้ำในหน้าแล้ง ซึ่งประสบการณ์เหล่านี้จากครอบครัวของพินิจเป็นดั่งภาพสะท้อนของการแลกเปลี่ยนฉันมิตรระหว่างจีนกับไทย

บันทึกประวัติศาสตร์จีนระบุว่าจีนและไทยติดต่อสื่อสารกันมานานตั้งแต่ก่อนเกิดการก่อตั้งประเทศไทย โดยเมื่อครั้งเจิ้งเหอออกเดินเรือในยุคราชวงศ์หมิง เขาได้ล่องเรือตามแม่น้ำเจ้าพระยาขึ้นเหนือสู่จังหวัดพระนครศรีอยุธยาในปัจจุบัน และช่วยเหลือราชวงศ์ในอาณาจักรอยุธยาแก้ไขปัญหาความขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้านบางแห่ง

ช่วงก่อนพวกล่าอาณานิคมจากตะวันตกจะเข้ามา ยุคสมัยนั้นไทยทำการค้ากับจีนเป็นส่วนใหญ่ โดยจีนนำเข้าข้าวสาร เครื่องเทศ แร่ดีบุก และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นจากไทย ส่วนไทยนำเข้าเครื่องเคลือบ ผ้าไหม ใบชา และเครื่องเหล็กจากจีน ซึ่งผู้ค้าจะใช้วัตถุหนักๆ อย่างรูปปั้นหินเป็นอับเฉาถ่วงน้ำหนักเรือระหว่างขากลับ

ไทยได้ขุดพบรูปปั้นหินและช้างหินจำนวนมากระหว่างการซ่อมแซมถนนภายในพระบรมมหาราชวังเมื่อเดือนกรกฎาคม 2021 ซึ่งบางส่วนเป็นรูปปั้นบุคคลที่มีใบหน้าและการแต่งกายจากหลากหลายเชื้อชาติ รวมถึงสัตว์ในตำนาน โดยผลการตรวจสอบพบรูปปั้นหินบางส่วนสลักคำว่า "ผลิตในกว่างตง" อยู่ด้วย

ขณะการตรวจสอบกับเอกสารทางประวัติศาสตร์พบรูปปั้นหินเหล่านี้ปรากฏอยู่ในรูปถ่ายเก่าของวัดพระแก้วในสมัยรัชกาลที่ 5 จึงเป็นไปได้สูงว่ารูปปั้นหินเหล่านี้อาจถูกนำเข้าสู่ไทยในฐานะอับเฉาถ่วงน้ำหนักเรือ โดยปัจจุบันรูปปั้นหินเหล่านี้ได้รับการบูรณะฟื้นฟูและตั้งประดับภายในพระบรมมหาราชวัง กลายเป็นหลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่สะท้อนมิตรภาพระหว่างจีนกับไทย

สิทธิเทพ เอกสิทธิพงษ์ นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุว่ารูปปั้นหินอย่างที่ค้นพบในพระบรมมหาราชวังมักถูกใช้เป็นอับเฉาถ่วงน้ำหนักเรือสินค้าเพื่อป้องกันเรือพลิกคว่ำยามผจญพายุในทะเล แต่ขณะเดียวกันก็เป็นสินค้าไว้ซื้อขาย ซึ่งสะท้อนการยอมรับวัฒนธรรมจีนในยุคสมัยนั้นของไทย โดยวัดหลายแห่งในช่วงรัชกาลที่ 1-3 มีจิตรกรรมฝาผนังเกี่ยวกับสามก๊ก ผู้คนในยุคสมัยนั้นชื่นชอบวัฒนธรรมจีนอย่างมาก และมีการแปลตำรับตำราภาษาจีนด้วย

ปานปรีย์ พหิทธานุกร อดีตรองนายกรัฐมนตรีไทยและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่าจีนและไทยมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกันมาตั้งแต่โบราณกาล ทั้งสองประเทศได้ติดต่อค้าขายโดยเรือสำเภาและแลกเปลี่ยนศิลปะวัฒนธรรมอย่างรุ่งเรืองมานานหลายยุคหลายสมัย ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศได้หยั่งรากลึกในประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม สถาปัตยกรรม อาหาร และประชาชน คำกล่าว "จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน" ไม่ได้เป็นเพียงคำขวัญ แต่สะท้อนจิตวิญญาณแห่งความเป็นญาติสนิทที่ประชาชนสองประเทศมีต่อกัน

นอกจากนั้นอาหารจีนหลายเมนู เช่น ก๋วยเตี๋ยว ซาลาเปา และโจ๊ก ได้หยั่งรากลึกในสังคมไทย ชาวไทยจำนวนมากร่วมฉลองเทศกาลจีนดั้งเดิมอย่างตรุษจีน ขณะภาพยนตร์ไทยเรื่อง "หลานม่า" ทำรายได้และมีชื่อเสียงในจีน เนื่องจากมีองค์ประกอบและวัฒนธรรมจีนอย่างภาษาแต้จิ๋ว เพลงแต้จิ๋ว และประเพณีในเทศกาลชิงหมิง ซึ่งชาวจีนคุ้นเคยเป็นอย่างดี

ด้านป๊อปมาร์ท (Pop Mart) แบรนด์อาร์ตทอยสุดฮิตจากจีน ได้เปิดตัวดีมู่ (Dimoo) รุ่นลิมิเต็ดที่ผสมผสานองค์ประกอบทางวัฒนธรรมจีนและไทย ณ กรุงเทพมหานคร ภายใต้การสนับสนุนจากกระทรวงการต่างประเทศของไทยและสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เนื่องในวาระครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนกับไทย

เฉินเสี่ยวอวิ๋น รองประธานป๊อปมาร์ท กล่าวว่าคนรุ่นใหม่เป็นพลังขับเคลื่อนการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและอนาคตของการสืบสานมิตรภาพ จึงหวังว่านี่จะเป็นสะพานเชื่อมโยงคนรุ่นใหม่ของจีนและไทย ช่วยให้ทั้งสองฝ่ายได้สัมผัสมนต์เสน่ห์ทางวัฒนธรรมของกันและกัน

อนึ่ง วันที่ 1 ก.ค. ถือเป็นวันครบรอบ 50 ปี การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนกับไทย

ตั้งแต่รูปปั้นหินที่เป็นอับเฉาถ่วงน้ำหนักเรือสินค้าเดินทะเลในอดีตกาลจนถึงอาร์ตทอยจีนสุดฮิตที่ห้อยแขวนบนกระเป๋าสะพายของวัยรุ่นไทยในปัจจุบัน ชาวจีนและชาวไทยต่างทำความรู้จักและสนิทสนมกันผ่านการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการสร้างประชาคมจีน-ไทยที่มีอนาคตร่วมกันที่มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนยิ่งขึ้น

พินิจทิ้งท้ายว่ารากฐานของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศคือความสัมพันธ์ระหว่างประชาชน และหลักฐานทางประวัติศาสตร์มากมายแสดงให้เห็นว่า "จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน" นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศและประชาชนจึงใกล้ชิดกัน โดยความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับไทยจะใกล้ชิดกันยิ่งขึ้นด้วยความพยายามร่วมสร้างประชาคมจีน-ไทยที่มีอนาคตร่วมกัน

‘ทรัมป์’ ขู่ตัดเงินอุดหนุนบริษัท ‘อีลอน มัสก์’ เย้ย!! ถ้าไม่มีรัฐช่วย อีลอนคงกลับบ้านที่แอฟริกาใต้

(1 ก.ค. 68) เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มหาเศรษฐีอีลอน มัสก์ ออกมาร้องเรียนอย่างรุนแรงต่อกฎหมายภาษีและงบประมาณขนาดใหญ่ที่เรียกว่า "One Big Beautiful Bill" ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผ่านโซเชียลมีเดีย โดยกล่าวหาว่าเป็น “ร่างกฎหมายที่เลวร้ายที่สุด” และเรียกร้องให้จัดตั้ง “พรรคใหม่เพื่อประชาชน” พร้อมสาบานว่าจะโค่นนักการเมืองที่สนับสนุนงบประมาณสูงเกินจำเป็น

ต่อมาในวันอังคาร ทรัมป์ตอบโต้มัสก์อย่างเผ็ดร้อนบน Truth Social โดยเสนอให้ DOGE (กรมประสิทธิภาพรัฐบาล) ตรวจสอบ “เงินอุดหนุนมหาศาล” ที่มัสก์ได้รับจากรัฐบาล และระบุว่า “หากไม่มีเงินอุดหนุน มัสก์คงต้องเลิกกิจการและกลับแอฟริกาใต้”

แต่มัสก์ไม่ยอมจำนน เขาตอบกลับในแพลตฟอร์ม X ว่า “ผมพร้อมให้ยกเลิกทุกอย่าง ตอนนี้เลย” และย้ำว่าการลดเงินอุดหนุนให้ได้ทั้งหมดจะต้องดำเนินการทันที ขณะเดียวกัน เขากำลังจะรวมตัวสร้างพรรคการเมืองใหม่เพื่อต่อต้านพรรคที่ใช้จ่ายงบประมาณอย่างสุรุ่ยสุร่าย ซึ่งเขามองว่ามีอิทธิพลมากเกินกว่าจะตรวจสอบได้ 

ทั้งนี้ นักวิเคราะห์ในสหรัฐฯ เตือนว่า การปะทะทางโซเชียลครั้งนี้อาจส่งผลกระทบต่อเสียงสนับสนุนของพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งกลางปี 2026 โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากความแตกแยกภายในพรรคขยายวงกว้างมากขึ้น

สำนักงานตำรวจแห่งชาติแถลงผลการปฏิบัติงานศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล กรณีอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินถล่ม จากเหตุแผ่นดินไหวที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา

(1 มิ.ย. 68) เวลา 10.00 น. พล.ต.อ. ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรง ที่ปรึกษาพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (สส1) ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แถลงผลการปฏิบัติงานศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล กรณีอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินถล่ม จากเหตุแผ่นดินไหวที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ณ สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้ง กับการสูญเสียของประชาชนผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีเหตุแผ่นดินไหวที่เมียนมา เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2568 ส่งผลให้เกิดความเสียหายหลายพื้นที่ในราชอาณาจักรไทย โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานคร ส่งผลให้อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างได้ถล่มลงมา ในขณะเกิดเหตุยังมีเจ้าหน้าที่ บุคคลากรที่เกี่ยวข้องหลายฝ่ายปฏิบัติงานอยู่ จึงมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ผู้สูญหาย และผู้เสียชีวิตหลายราย หลังมีการรายงานเหตุอาคารถล่ม พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ        ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เร่งรุดเข้าพื้นที่เกิดเหตุเพื่อปฏิบัติงานช่วยเหลือสนับสนุนในทันที พร้อมสั่งการให้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินถล่ม จากเหตุแผ่นดินไหวที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาขึ้น 

ทั้งนี้ ศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินถล่มจากเหตุแผ่นดินไหวที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ตั้งอยู่ที่สถาบันนิติเวชวิทยา ประกอบด้วยหน่วยงานต่าง ๆ     ในสังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้แก่ สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ , กองพิสูจน์หลักฐานกลาง สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ , กองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ และกลุ่มงานพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลฯ มีภารกิจเป็นศูนย์อำนวยการและสั่งการในการตรวจสถานที่เกิดเหตุ การชันสูตรพลิกศพ การตรวจพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล การจัดการศพ การติดตามผู้สูญหายและการส่งกลับ รวมทั้งประสานการปฏิบัติกับส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถส่งกลับคืนศพให้กับญาติผู้เสียชีวิตได้อย่างถูกต้องและรวดเร็ว พร้อมกันนี้ศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลฯ ยังได้ร่วมบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภายใต้สังกัดสำนักงานตำรวจแห่งชาติและหน่วยงานราชการอื่น อาทิ พนักงานสอบสวนจากกองบัญชาการตำรวจนครบาล และสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองซึ่งเป็นผู้ให้ข้อมูลลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ที่ไม่ได้ถือสัญชาติไทย , กรมการปกครองเป็นผู้ให้ข้อมูลลายพิมพ์นิ้วมือของผู้ถือสัญชาติไทย ,สำนักงานเขตจตุจักรและสำนักงานเขตปทุมวัน เป็นผู้อำนวยความสะดวกในการออกใบมรณบัตร ณ ศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลฯ เป็นต้น

ในการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลตามมาตรฐานสากล สามารถกระทำได้หลัก ๆ 3 วิธี คือ การตรวจเปรียบเทียบสารพันธุกรรม (DNA) , การตรวจลายพิมพ์นิ้วมือ และการตรวจข้อมูลทันตกรรม ซึ่งทั้ง 3 วิธีนี้ถูกนำมาใช้ร่วมกันในการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ในศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคลฯ โดยการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล ในการตรวจสารพันธุกรรมจำเป็นที่จะต้องมีข้อมูลสารพันธุกรรมจากศพหรือชิ้นส่วนศพ และข้อมูลสารพันธุกรรมจากญาติร่วมสายโลหิต เพื่อตรวจเปรียบเทียบกับศพหรือชิ้นส่วนศพ ซึ่งผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติได้สั่งการให้พนักงานสอบสวนประสานความร่วมมือกับศูนย์พิสูจน์หลักฐานจังหวัดในแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศ อำนวยความสะดวกแก่ญาติผู้เสียชีวิตในการเก็บสารพันธุกรรม และจัดส่งตัวอย่างสารพันธุกรรมมาตรวจเปรียบเทียบที่สถาบันนิติเวชวิทยา โดยที่ญาติไม่ต้องเดินทางมาที่สถาบันนิติเวชวิทยาด้วยตัวเอง อันเป็นการลดภาระค่าใช้จ่าย ลดเวลาในการเดินทางของญาติ

จากระยะเวลาการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 28 มีนาคม 2568 จนถึงวันที่ 10 มิถุนายน 2568 ศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ มีผลการปฏิบัติงาน มีดังนี้

1. รายงานศพและชิ้นส่วนศพที่รับเข้าระบบนิติเวชวิทยาเพื่อพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล แบ่งเป็น ศพ จำนวน 80 ราย และชิ้นส่วนศพ จำนวน 316 ชิ้น

2. DNA ที่เก็บจากญาติของผู้เสียชีวิต/ผู้สูญหายเพื่อตรวจเปรียบเทียบ จำนวน 95 ราย

3. ผลการยืนยันตัวบุคคลจากการตรวจเปรียบเทียบ DNA และลายนิ้วมือ สามารถยืนยันตัวบุคคลและส่งให้ญาติแล้ว จำนวน 93 ราย เหลือไม่สามารถยืนยันตัวบุคคลได้ จำนวน 2 ราย

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอขอบคุณข้าราชการตำรวจทุกนาย เจ้าหน้าที่ทุกท่าน ที่ได้ทุ่มเท อุตสาหะ ในการดำเนินงานเพื่อประชาชน ขอขอบคุณหน่วยงานจากทุกภาคส่วนที่ร่วมกันบูรณาการเพื่อประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติผู้ได้รับความสูญเสีย พร้อมนี้สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอปิดศูนย์ปฏิบัติการพิสูจน์เอกลักษณ์บุคคล กรณีอาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินถล่ม จากเหตุแผ่นดินไหวที่สาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา ตั้งแต่บัดนี้

ทัพเรือภาคที่ 1 จัดการฝึก “NASMEX’25” เสริมความมั่นคงทางทะเล 

(1 ก.ค. 68) พลเรือโท อาภา ชพานนท์ ผบ.ทรภ.1 เป็นประธานเปิดการฝึกปฏิบัติการร่วม “NASMEX’25” (Naval Security Port and Ship Map Taphut Exercise 2025) ณ พื้นที่ท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด อำเภอเมือง จังหวัดระยอง ซึ่งจะดำเนินไปถึงวันที่ 4 กรกฎาคม 2568

จุดประสงค์ของการฝึกเพื่อซักซ้อมแผนยุทธ์และการอำนวยการศูนย์ปฏิบัติการ ทรภ.1 การปรับแผนรักษาความปลอดภัยท่าเรือและเรือตาม ISPS Code เพื่อเสริมความร่วมมือระหว่างภาครัฐ เอกชน และท้องถิ่น และทดสอบแผนเผชิญเหตุ เพิ่มประสิทธิภาพการรักษาความปลอดภัย

กิจกรรมการฝึกเป็นการบูรณาการร่วมกับบริษัทในพื้นที่เขตท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด โดยจัดประชุมเตรียมการร่วมกับทุกภาคส่วน เพื่อให้การฝึกเป็นไปอย่างเหมาะสม ครอบคลุม และไม่กระทบต่อภารกิจหลักของหน่วยงานต่าง ๆ

สมนึก เชื้อสนุก/รายงาน

สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ก้าวสู่ปีที่ 93 แห่งความยุติธรรมและความเชื่อมั่น

(1 ก.ค.68) เวลา 09.00 น. พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้บังคับบัญชาระดับสูงของ ตร., พล.ต.ท.อาทิชา เปาอินทร์  ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (ผบช.สพฐ.ตร.), ผู้บริหารระดับสูงของ สพฐ.ตร. และ อดีตผู้บังคับบัญชาของ สพฐ.ตร. ร่วมประกอบพิธีเจริญพระพุทธมนต์เพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสถาปนาสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจครบรอบ 93 ปี ณ ลานสรัลนุช สพฐ.ตร.

ต่อมาเวลา 10.30 น. พล.ต.ท.อาทิชา เปาอินทร์ ผู้บัญชาการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ (ผบช.สพฐ.ตร.) ได้อ่านสารส่งความปรารถนาดีถึงข้าราชการตำรวจ สพฐ.ตร. และครอบครัว พร้อมมอบรางวัลเชิดชูเกียรติข้าราชการตำรวจที่ปฏิบัติงานดีเด่น เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจแก่ผู้ปฏิบัติงาน ณ ห้องประชุม ศปก.สพฐ.ตร.

พล.ต.ท.อาทิชา เปาอินทร์ ผบช.สพฐ.ตร. ได้กล่าวแสดงความปรารถนาดีและขอบคุณข้าราชการตำรวจสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจทุกนาย ที่ได้ร่วมกันทุ่มเท เสียสละ และอุทิศตนเพื่อปฏิบัติภารกิจสำคัญในการธำรงไว้ซึ่งความยุติธรรมในสังคมมาอย่างต่อเนื่องยาวนาน โดยเน้นย้ำถึงบทบาทอันสำคัญยิ่งของสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ในฐานะหน่วยงานหลักที่สนับสนุนงานสืบสวนสอบสวนของพนักงานสอบสวนทั่วประเทศ และการให้บริการประชาชนในส่วนการตรวจสอบประวัติบุคคล ซึ่งการพิสูจน์หลักฐานทางคดีด้วยหลักนิติวิทยาศาตร์ถือเป็นหัวใจสำคัญของการสืบสวนสอบสวนและเป็นรากฐานของการสร้างความยุติธรรมให้เกิดขึ้นในสังคมอย่างแท้จริง ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ข้าราชการตำรวจในสังกัด สพฐ.ตร.ทุกนาย ได้ร่วมแรงร่วมใจกันพัฒนาหน่วยงานอย่างไม่หยุดยั้ง ทั้งในด้านบุคลากรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ เครื่องมือที่ทันสมัย ระบบงานที่มีประสิทธิภาพ และเป็นไปตามมาตรฐานสากล เพื่อให้สามารถปฏิบัติภารกิจได้อย่างเต็มศักยภาพ และเป็นที่เชื่อมั่นของประชาชน รวมถึงหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม ตามวิสัยทัศน์ของสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจที่ว่า “สำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจ ปฏิบัติงานด้วยความรวดเร็ว อย่างมืออาชีพ ตามมาตรฐานสากล เพื่อสนับสนุนกระบวนการยุติธรรม ที่ประชาชนเชื่อมั่นและศรัทธา”

ในโอกาสนี้ พล.ต.ท.อาทิชา เปาอินทร์ ยังได้มอบโล่รางวัล และกล่าวแสดงความยินดีและ ชื่นชมข้าราชการตำรวจผู้ได้รับรางวัลในโครงการ “Forensic Police Star of The Year” และ “โครงการผู้พัฒนางานด้านนิติวิทยาศาสตร์ดีเด่น” ประจำปี พ.ศ.2568 ซึ่งเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติ และเป็นการเสริมสร้างขวัญกำลังใจอันสำคัญยิ่งแก่ผู้ปฏิบัติงานที่ได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการปฏิบัติหน้าที่อย่างดียิ่ง  โดยในตอนท้าย พล.ต.ท.อาทิชา เปาอินทร์ ได้อาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลโลก ตลอดจนเดชะพระบารมีแห่งองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ได้ดลบันดาลพระราชทานพรให้ข้าราชการสำนักงานพิสูจน์หลักฐานตำรวจทุกนายและครอบครัว ประสบแต่ความสุข ความเจริญ มีสุขภาพพลานามัยที่แข็งแรง มีขวัญกำลังใจที่เข้มแข็ง พร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมุ่งมั่น ซื่อสัตย์สุจริต และยึดมั่นในหลักนิติธรรม เพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนและประเทศชาติต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top