Wednesday, 15 July 2026
TheStatesTimes

Texas เหลืออด!! 'ไบเดน' ปล่อยชายแดนทางใต้เป็นจุดเสี่ยงผู้อพยพเถื่อน ชนวนขัดแย้งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จนอาจถึงขั้นแยกตัวจากสหรัฐฯ


ความขัดแย้งที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนระหว่างมลรัฐ Texas และรัฐบาลกลางบริเวณชายแดนทางใต้ของมลรัฐ Texas ยังคงดำเนินต่อไป


CBS News Texas ได้พูดคุยกับ Haim Vasquez ทนายความด้านการย้ายถิ่นฐานของ North Texas เพื่อแจกแจงเรื่องราวทั้งหมดและสิ่งที่อาจเกิดขึ้นต่อไป “เราไม่เคยเห็นจุดที่เรามีในตอนนี้” Haim Vasquez ทนายความด้านคนเข้าเมืองกล่าว “อย่าไปถึงจุดนั้นที่เรามีกองกำลังพิทักษ์ชาติของมลรัฐ Texas เจ้าหน้าที่จากสำนักงานความปลอดภัยสาธารณะของมลรัฐ Texas (The Texas Department of Public Safety : DPS) โดยพื้นฐานแล้วปิดกั้นทางเข้าและรับอำนาจหรือควบคุมชายแดน”


เมื่อวันจันทร์ (22 ม.ค.) ศาลฎีกาสหรัฐฯ กล่าวว่า รัฐบาลกลางมีอำนาจในการถอดลวดหนามที่มลรัฐ Texas ติดตั้งไว้ที่ชายแดนทางใต้ กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ กล่าวว่า มลรัฐ Texas มีเวลาจนถึงวันศุกร์ในการให้หน่วยงานรัฐบาลกลางเข้าถึง Eagle Pass แต่ผู้ว่าการ Abbott กำลังเพิ่มความมั่นใจเป็นสองเท่าโดยกล่าวว่าเขาจะเพิ่มการลาดตระเวนตามชายแดน เพิ่มเครื่องกีดขวางและลวดหนามให้มากขึ้น “เราอยู่ในประเด็นที่วิกฤตมากในขณะนี้ เพราะเรากำลังทดสอบแก่นแท้ของความเป็นสาธารณรัฐของสหรัฐอเมริกา และศาลฎีกามีอำนาจหรือไม่ ไม่ว่ามลรัฐต่าง ๆ จะต้องปฏิบัติตามหรือหาทางตีความหรือไม่ก็ตาม ในแบบที่พวกเขาต้องการ” Vasquez กล่าว

แนวกีดขวางป้องกันผู้อพยพผิดกฎหมายในแม่น้ำของมลรัฐ Texas

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา Ken Paxton อัยการสูงสุดของมลรัฐ Texas ปฏิเสธคำขอของรัฐบาลกลางในการเข้าถึงชายแดน และเรียกร้องหลักฐานที่ระบุว่ารัฐบาลกลางมีอำนาจเปลี่ยนสวนสาธารณะของมลรัฐ Texas ให้เป็นช่องทางเข้าได้ Vasquez บอกว่าจะต้องรอดูว่าใครจะเริ่มลงมือเพื่อดำเนินการต่อไป “หากรัฐบาลกลางถอยห่างจากเรื่องนี้ พวกเขาจะสูญเสียอำนาจที่พวกเขามีตามคำสั่งของศาลฎีกาแห่งสหรัฐฯอย่างสิ้นเชิง” Vasquez กล่าว

ผู้ว่าการมลรัฐต่าง ๆ ที่เป็นสมาชิกพรรค Republican 25 คนสนับสนุนจุดยืนของผู้ว่าการ Abbott พวกเขากล่าวว่า มลรัฐ Texas มีสิทธิตามรัฐธรรมนูญในการป้องกันตัวเอง ผู้ว่าการ Abbott กล่าวว่าเขาเชื่อว่ามลรัฐเหล่านั้นยินดีส่งทหารของกองกำลังพิทักษ์ชาติไปยังชายแดนหากจำเป็น “ผมคิดว่าตอนนี้เราได้ก้าวข้ามเส้นในความพยายามในการแก้ไขปัญหาแล้ว และตอนนี้พวกเขากำลังทำให้มันกลายเป็นประเด็นทางการเมือง” Vasquez กล่าว

แถลงการณ์ของ Gregg Abbott ผู้ว่าการมลรัฐ Texas เมื่อวันที่ 24 มกราคม 2024

รัฐบาลกลางได้ทำลายข้อตกลงระหว่างสหรัฐอเมริกาและมลรัฐต่าง ๆ ฝ่ายบริหารของสหรัฐอเมริกามีหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญในการบังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลกลางที่คุ้มครองรัฐต่าง ๆ รวมถึงกฎหมายคนเข้าเมืองที่มีอยู่ในหนังสือในขณะนี้ ประธานาธิบดี Biden ได้ปฏิเสธที่จะบังคับใช้กฎหมายเหล่านั้นและยังฝ่าฝืนกฎหมายเหล่านั้นอีกด้วย ผลก็คือเขาได้ทำลายข้อตกลงการเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย

แม้ว่าจะมีการแจ้งเป็นชุดจดหมาย - ฉบับหนึ่งซึ่งข้าพเจ้าได้ส่งไปถึงมือเขาเอง - แต่ประธานาธิบดี Biden กลับเพิกเฉยต่อข้อเรียกร้องของมลรัฐ Texas ที่ให้เขาปฏิบัติหน้าที่ตามรัฐธรรมนูญ 

- ประธานาธิบดี Biden ละเมิดคำสาบานของเขาที่จะปฏิบัติตามกฎหมายคนเข้าเมืองที่สภาคองเกรสตราขึ้นอย่างซื่อตรง แทนที่จะดำเนินคดีกับผู้อพยพฐานก่ออาชญากรรมต่อรัฐบาลกลางในการเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย ประธานาธิบดี Biden ได้ส่งทนายความของเขาไปที่ศาลรัฐบาลกลางเพื่อฟ้องร้องมลรัฐ Texas ในการดำเนินการเพื่อรักษาความมั่นคงบริเวณชายแดน 
- ประธานาธิบดี Biden ออกคำสั่งให้หน่วยงานของเขาเพิกเฉยต่อกฎเกณฑ์ของรัฐบาลกลางที่บังคับใช้ในการควบคุมตัวผู้อพยพผิดกฎหมาย ผลที่ตามมาคือการอนุญาตให้มีทัณฑ์บนจำนวนมากในสหรัฐอเมริกาอย่างผิดกฎหมาย 
- ประธานาธิบดี Biden ต้องใช้เงินภาษีเพื่อเปิดโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงชายแดนของมลรัฐ Texas เพื่อล่อลวงผู้อพยพผิดกฎหมายออกจากจุดเข้าเมืองตามกฎหมาย 28 จุดตามแนวชายแดนทางใต้ของรัฐนี้ ซึ่งเป็นสะพานที่ยังไม่มีใครเคยจมน้ำ และต้องเสี่ยงลงไปในแม่น้ำริโอแกรนด์ที่อันตราย 

ภายใต้นโยบายชายแดนที่ผิดกฎหมายของประธานาธิบดี Biden ผู้อพยพผิดกฎหมายมากกว่า 6 ล้านคนได้ข้ามชายแดนทางใต้ของเราในเวลาเพียง 3 ปี ซึ่งมากกว่าจำนวนประชากรของมลรัฐต่าง ๆ 33 รัฐในประเทศนี้ การปฏิเสธในการปกป้องประเทศอย่างผิดกฎหมายได้ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนต่อผู้คนทั่วทั้งสหรัฐอเมริกา 

James Madison, Alexander Hamilton และบรรดาคนอื่น ๆ ผู้ที่เขียนรัฐธรรมนูญของสหรัฐฯ เล็งเห็นล่วงหน้าว่ามลรัฐต่าง ๆ ไม่ควรตกอยู่ภายใต้อำนาจของประธานาธิบดีที่ไม่เคารพกฎหมาย ซึ่งไม่ได้ทำอะไรเพื่อหยุดยั้งภัยคุกคามจากภายนอก เช่น แก๊งค้ายาที่ลักลอบขนผู้อพยพผิดกฎหมายหลายล้านคนข้ามพรมแดน นั่นคือเหตุผลที่ผู้วางกรอบรวมทั้งมาตรา IV § 4 ซึ่งสัญญาว่ารัฐบาลกลาง “จะปกป้อง (มลรัฐ) แต่ละแห่งจากการรุกราน” และมาตรา I § 10 ข้อ 3 ซึ่งยอมรับ “ผลประโยชน์อธิปไตยของรัฐในการปกป้อง พรมแดนของพวกเขา” Arizona กับสหรัฐอเมริกา 567 U.S. 387, 419 (2012) ((Scalia, J., ผู้คัดค้าน) 

ความล้มเหลวของฝ่ายบริหารของ Biden ในการปฏิบัติหน้าที่ที่กำหนดโดยมาตรา IV § 4 ได้ก่อให้เกิดมาตรา I § 10 ข้อ 3 ซึ่งขอสงวนสิทธิ์ในการป้องกันตัวเองสำหรับรัฐนี้ ด้วยเหตุผลเหล่านี้ ข้าพเจ้าจึงได้ออกประกาศภายใต้มาตรา 1 § 10 ข้อ 3 เพื่อเรียกร้องอำนาจตามรัฐธรรมนูญของมลรัฐ Texas ในการปกป้องและคุ้มครองตัวเอง อำนาจนั้นเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศและแทนที่กฎเกณฑ์ของรัฐบาลกลางใด ๆ ที่ตรงกันข้าม กองกำลังรักษาดินแดนแห่งชาติของมลรัฐ Texas สำนักงานความปลอดภัยสาธารณะของมลรัฐ Texas และเจ้าหน้าที่ของมลรัฐ Texas อื่น ๆ กำลังดำเนินการตามอำนาจดังกล่าว เช่นเดียวกับกฎหมายของรัฐ เพื่อรักษาความปลอดภัยบริเวณชายแดนของมลรัฐ Texas

Gregg Abbott ผู้ว่าการมลรัฐ Texas

‘BYD’ เฮ!! กำไรสุทธิปี 2023 สูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังเพิ่งแซง ‘เทสลา’ ครองยอดขายอีวีเบอร์ 1 ของโลก

(30 ม.ค.67) BYD ยักษ์ใหญ่รถไฟฟ้าสัญชาติจีน ผู้นำโลกในภาคอุตสาหกรรมนี้ เปิดเผยว่าทางบริษัทมีกำไรสุทธิพุ่งขึ้นในปี 2023 และคาดหมายว่าตัวเลขในขั้นท้ายที่สุดจะสร้างสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์รอบใหม่ จากรายงานผลประกอบการเบื้องต้นที่เผยแพร่ออกมาในวันจันทร์ (29 ม.ค.)

โดยบริษัท BYD คาดการณ์ว่ากำไรสุทธิสำหรับปีที่แล้ว จนถึงฤดูใบไม้ร่วง อยู่ระหว่าง 29,000 ล้านหยวนถึง 31,000 ล้านหยวน (4,100 ล้านถึง 4,4000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) เพิ่มขึ้นราวๆ 74.5% ถึง 86.5% เมื่อเทียบกับหนึ่งปีก่อนหน้านั้น

คาดหมายว่า BYD จะเผยแพร่ตัวเลขขั้นท้ายสุดในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

บริษัทที่มีสำนักงานใหญ่ในเมืองเซินเจิ้น เพิ่งแซงหน้า เทสลา ของอีลอน มัสก์ ในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2023 ผงาดขึ้นมาเป็นบริษัทที่มียอดขายรถไฟฟ้าสูงสุดในโลก

อย่างไรก็ตาม แม้สูญเสียบัลลังก์ยอดขายสูงสุดรายไตรมาส แต่ เทสลา ยังคงครองอันดับ 1 ในแง่ของรายปี โดยได้ส่งมอบรถอีวีแก่ลูกค้ามากกว่า 1.8 ล้านคัน ตั้งแต่ช่วงต้นปีจนถึงเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้น 38%

กระนั้นแม้ตัวเลขดังกล่าวจะอยู่เหนือกว่ายอดขายระดับไม่ถึง 1.6 ล้านคันของ BYD แต่สำหรับ BYD นั้น พบว่ามียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 73% เมื่อเทียบเป็นรายปี

BYD วางจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าของพวกเขาในเกือบ 60 ประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุโรป เมื่อปีที่แล้ว พวกเขากลายเป็นบริษัทแรกที่ก้าวผ่านหลักหมายเชิงสัญลักษณ์ในการผลิตรถยนต์ไฮบริดและรถยนต์ไฟฟ้าล้วนทะลุ 5 ล้านคัน

นอกจากนี้แล้ว BYD ยังเป็นผู้จัดหาแบตเตอรีป้อนแก่บรรดาผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลก ในนั้นรวมถึงเทสลา, บีเอ็มดับเบิลยู, เมอร์เซเดสและออดี

'สว.วีระศักดิ์' กล่าวเปิดเทศกาลภาพยนตร์ Moscow Film Days  ความร่วมมือครั้งใหญ่ระหว่างอุตสาหกรรมภาพยนตร์ 'ไทย-รัสเซีย'

เมื่อวานนี้ (29 ม.ค.67) นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อดีตเลขาธิการสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติของไทย ขึ้นกล่าวแสดงความยินดีกับ รัฐมนตรี ด้านวัฒนธรรมของนครมอสโก และคณะ ในความร่วมมือระหว่างสำนักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (องค์การมหาชน) และวงการอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของไทย จับมือร่วมกับวงการอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของรัสเซีย หนึ่งในประเทศที่มีวงการภาพยนตร์ที่เก่าแก่และยิ่งใหญ่อีกแห่งของโลก ที่จัดให้มีงานเทศกาลภาพยนตร์ Moscow Film Days เป็นครั้งแรกในไทย ที่โรงภาพยนตร์ SF World Cinema ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์

โดยมีเอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทยและคณะทูตจากต่างประเทศพร้อมคู่สมรส ผู้แทนการค้าไทย รองปลัดกระทรวงวัฒนธรรม ผู้แทนกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ผู้บริหารสำนักงานเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และคณะผู้บริหารสมาพันธ์สมาคมภาพยนตร์แห่งชาติของไทยที่มาร่วมแสดงความยินดี

ในพิธีเดินพรมแดง มีการจัดถ่ายทอด live สด การสนทนาสัมภาษณ์กับนักบินอวกาศที่ร่วมแสดงในฉากจริงของภาพยนตร์ ‘The Challenge’ จากนั้นเป็นกิจกรรมขึ้นกล่าวก่อนเปิดฉายภาพยนตร์ ‘The Challenge’ ที่เป็นภาพยนตร์กวาดรายได้สูงสุด 1 ใน 5 เรื่องที่ฝ่ายรัสเซียนำมาทยอยเข้าฉายในไทยนับจากนี้ไปถึงเดือนเมษายน 

‘The Challenge เป็นภาพยนตร์เรื่องแรกของโลกที่ถ่ายทำในสถานที่จริงในอวกาศ ที่สถานีอวกาศนานาชาติ (International Space Station หรือ ISS) โดยเป็นเรื่องราวของ ศัลยแพทย์ (นำแสดงโดย ยูเลีย พีริซีลด์ ดารานักแสดงสาวของรัสเซีย) ถูกส่งขึ้นโดยการตัดใจของหน่วยกำกับกิจการอวกาศแห่งชาติของรัสเซีย มุ่งสู่สถานีอวกาศนานาชาติที่โคจรเหนือพื้นโลกที่อยู่เหนือขึ้นไปกว่า 400 กิโลเมตรเป็นการเร่งด่วน เพื่อไปผ่าตัดช่องอกให้นักบินอวกาศที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุในอวกาศ เพื่อหวังให้สามารถกลับลงสู่พื้นโลกได้ปลอดภัย

การถ่ายทำจริงใช้เวลา 12 วันบนอวกาศ ผ่านการเตรียมงานและฝึกฝนนักแสดงและผู้กำกับให้ขึ้นไปทำภารกิจในสภาพไร้น้ำหนักและปราศจากแรงโน้มถ่วงของโลกอยู่นับเดือน นับเป็นมิติใหม่ที่ผู้ชมจะได้ชมภาพยนตร์สนุกจากบรรยากาศในยานอวกาศจริง

ในการนี้ นายเยฟกินี โธมีคิน เอกอัครราชทูตรัสเซียประจำประเทศไทยขึ้นกล่าวว่าภาพยนตร์เป็นเครื่องมือสื่อสารที่สามารถสะท้อนแนวคิดวิถีชีวิต ของคนในแต่ละสังคม เพื่อให้ผู้ชมจากอีกสังคมสามารถสัมผัสและเข้าถึงได้ง่าย

นายอเล็กเซย์ ฟูซินด์ รัฐมนตรีด้านวัฒนธรรมของมอสโก ขึ้นกล่าวว่าเป็นความภาคภูมิใจของรัสเซียที่ชาวไทยให้ความสนใจมาร่วมกิจกรรมในเทศกาลที่จัดขึ้นเป็นครั้งแรกระหว่างไทยกับรัสเซียอย่างอบอุ่นคับคั่ง รวมทั้งภาคธุรกิจภาพยนตร์และคอนเทนต์ของไทยก็เข้าชื่อมาร่วมพบเจรจา Business Matching กับคณะเดินทางภาคเอกชนด้าน ภาพยนตร์และคอนเทนต์ของรัสเซียกันอย่างหนาแน่นด้วย นับเป็นการเปิดมิติความสัมพันธ์ทางด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และหวังจะได้เห็นการร่วมมือผลิตภาพยนตร์แบบ Co-Production ระหว่างรัสเซียและไทยในอนาคตอันใกล้

นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ ขึ้นกล่าวว่า ในรัสเซียมีการใช้วัฒนธรรมภาพยนตร์ในการขับเคลื่อนสังคมมายาวนาน มีภาพยนตร์สำหรับเข้าโรงฉายในรัสเซียถึงปีละ เฉลี่ย 2 พันเรื่อง และมีกิจการโรงภาพยนตร์ที่กระจายตัวอยู่มากถึง 2 หมื่นแห่งทั่วรัสเซีย ดังนั้นการร่วมมือระหว่างวงการอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ไทยกับรัสเซียจึงนับเป็นมิติที่ดีในการเสริมพลังทั้งทางเศรษฐกิจ และความสัมพันธ์ภาคประชาชนของทั้งสองประเทศที่มีความสัมพันธ์กันมายาวนาน

รัสเซียและไทยเริ่มมีความตกลงยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทางระหว่างกันมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 และต่อมาขยายเพิ่มเติมใน พ.ศ. 2548

ปัจจุบัน รัสเซียสร้างเมืองภาพยนตร์ (Movie Town) และสวนภาพยนตร์ (Film Park) ขึ้นในกรุงมอสโก จากหมู่โรงงานและนิคมอุตสาหกรรมต่าง ๆ ที่เลิกใช้งานแล้ว เพื่อช่วยให้กองถ่ายรัสเซียและนานาชาติ สามารถเช่าถ่ายทำฉากต่าง ๆ ได้อย่างน่าตื่นตาตื่นใจ สามารถจำลองเป็นเมืองใด ๆ ในโลกก็ได้ สามารถมีฉากแปลกตาท้าทาย ทั้งบนบก ฉากใต้น้ำจากการใช้ทะเลสาบขุดขนาดใหญ่ในพื้นที่พร้อมทีมนักดำน้ำสนับสนุน เพื่อให้ผู้กำกับภาพยนตร์สร้างงานตามจินตนาการได้อย่างสะดวก เพราะอยู่ในเขตใกล้เมืองที่มีระบบบริการและสาธารณูปโภคที่เข้าถึงง่ายจากนครหลวงมอสโกเพียง 25 นาทีทางรถยนต์

ทั้งนี้เทศกาลภาพยนตร์ Moscow Film Days มีกำหนดจะเปิดฉายภาพยนตร์เรื่อง ‘The Challenge’ รอบปกติ ในเครือโรงภาพยนตร์ SF Cinema ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไป และจะทยอยนำภาพยนตร์ที่คัดเลือกไว้เข้าฉายต่อเนื่องไปให้คนไทยได้ชมไปเรื่อย ๆ จนครบทั้ง 5 เรื่องในกลางเดือนเมษายน

‘ติ๊กต็อกดัง’ มั่นใจ!! ‘พีระพันธุ์’ แม่นกฎหมาย-ข้อมูลเป๊ะ เชื่อ!! ไม่เข้าข้าง-ช่วยเหลือ ‘เจ๋ง ดอกจิก’ ให้พ้นผิด

เมื่อวานนี้ (29 ม.ค. 67) ผู้ใช้งานบัญชีติ๊กต็อก ‘sparkupdate’ ได้โพสต์คลิปเกี่ยวกับกรณีตำรวจควบคุมตัวนายยศวริศ ชูกล่อม หรือ เจ๋ง ดอกจิก สมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ภายในทำเนียบรัฐบาล หลังมีการกล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับการข่มขู่เรียกเงินอธิบดีกรมการข้าว จำนวน 3 ล้านบาท ว่า…

“มีประเด็นใหม่ที่น่าสนใจ โดยที่ปรึกษากฎหมายของทางอธิบดีกรมการข้าว ได้ออกมาตั้งข้อสังเกตว่า…พรรครวมไทยสร้างชาติ ‘อาจจะ’ ช่วยเหลือเจ๋ง ดอกจิก เพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ (ข่มขู่ รีดเงิน) หากยังมีตำแหน่งทางราชการ หรือมีการแต่งตั้งทางราชการ ก็จะต้องโทษจำคุกตลอดชีวิต ซึ่งถือเป็นโทษที่หนักมาก แต่หากได้มีการปลดหรือลงจากตำแหน่งมาก่อนแล้ว กลายเป็นบุคคลธรรมดา จะต้องโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี”

ผู้ใช้ติ๊กต็อกรายนี้ ยังระบุต่อว่า “มีหลายคนตั้งคำถาม ตั้งข้อสงสัยว่า พรรครวมไทยสร้างชาติจะเข้ามาช่วยเหลือกันเองหรือเปล่า ซึ่งทางเรามั่นใจนะว่า ‘ไม่’ เพราะคนที่ออกมาให้ข่าวว่าตำแหน่งของ เจ๋ง ดอกจิก หลุดไปตั้งแต่เดือนธันวาคมแล้วคือนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค ซึ่งเรามั่นใจมากว่าทางคุณพีระพันธุ์แม่นยำเรื่องกฎหมาย เรื่องเอกสาร เรื่องความชัดเจน เราเชื่อว่าจะไม่มีการปกป้องคนผิด เพราะก็เคยเป็นผู้พิพากษามาก่อนด้วย”

“ส่วนอีกประเด็นก็คือคุณขิง เอกนัฏ พร้อมพันธุ์ เลขาธิการพรรครวมไทยสร้างชาติ ก็ได้ออกมาเปิดโอกาสให้ร้องเรียนได้ หากใครโดนคนของพรรคแอบอ้างหรือทุจริต ก็สามารถส่งข้อความร้องทุกข์ได้ เป็นการถือโอกาสนี้เพื่อสะสาง กวาดล้างให้สะอาด ส่วนใครที่แต่งตั้งตำแหน่งอะไรไว้ ก็จะให้ทำรายงานและส่งกลับมาให้พรรคดูอีกทีหนึ่ง ซึ่งนี่ก็เป็นท่าทีของพรรครวมไทยสร้างชาติหลังเกิดกรณีของเจ๋งดอกจิก”

'นักธุรกิจหนุ่ม' ด่าการบินไทย โพสต์ขอโทษ รับ!! ทราบข้อเท็จจริง รู้สึกผิดที่ตำหนิโดยไม่รู้

(30 ม.ค. 67) ผู้ใช้เฟซบุ๊ก 'Ekapak Nirapathpongporn' นักธุรกิจหนุ่มผู้โพสต์ด่าการบินไทย ได้ออกมาโพสต์ข้อความกล่าวขอโทษ ระบุว่า...

สืบเนื่องจากการ Post ข้อความของผมที่มีการใช้ถ้อยคำไม่สุภาพ ตำหนิการปฏิบัติงานของกัปตันในเที่ยวบินของบริษัท การบินไทย นั้น 

เมื่อผมได้รับทราบข้อเท็จจริงจากผู้มีความรู้ด้านการบินเกี่ยวกับขั้นตอนในการปฏิบัติงานของกัปตัน และทราบว่าสภาพอากาศในช่วงเวลาดังกล่าวเป็นข้อจำกัดที่ทำให้กัปตันต้องตัดสินใจบินไปสนามบินสำรองเพื่อความปลอดภัยสูงสุด 

ผมมีความรู้สึกเสียใจอย่างที่สุด ที่ได้เขียนข้อความซึ่งไม่ได้ผ่านการกลั่นกรอง จึงได้ประสานกับนายกสมาคมนักบินไทย ขอโอกาสในการเข้าพบกัปตัน ซึ่งปฏิบัติหน้าที่ในเที่ยวบินดังกล่าว เพื่อกล่าวคำขอโทษ รวมถึงจะประสานเข้าพบฝ่ายบริหารของบริษัท การบินไทย เพื่อขออภัยในสิ่งที่เขียนซึ่งอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดต่อมาตรฐานของทางสายการบินต่อไป ในช่วงสัปดาห์หน้าหลังจากที่เดินทางกลับถึงประเทศไทยในทันที

สุดท้าย ผมต้องขออภัยต่อทุกท่านที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำอันเกิดจากเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ของผมมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

ผบ.ตร. ชื่นชม ส.ต.ท.ปฏิภาณ มีไหวพริบจิตวิญญานเลือดตำรวจเต็มเปี่ยม เข้าช่วยระงับเหตุซึ่งหน้าขณะแวะปั้ม ช่วยหญิงสาว ถูกคนร้ายบุกใช้ปืนขู่หวังก่อเหตุ เร่งเข้าชาร์ตรวบตัวส่ง สภ.ตาก

เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2567 เวลา 00.31 น. ขณะที่ ส.ต.ท.ปฏิภาณ กะจิวผา ผบ.หมู่ กก.1 บก.ปพ เดินทางกลับภูมิลำเนา จว.ตาก ได้แวะปั๊มน้ำมัน และพบชายท่าทางมีพิรุธน่าสงสัยเดินวนเวียนบริเวณหน้าห้องน้ำหญิงหลายรอบ ต่อมาชายดังกล่าวได้บุกเข้าไปในห้องน้ำหญิงแล้วไปกระชากแขนของ ผู้หญิงออกมา ฝ่ายหญิงได้ตะโกนขอความช่วยเหลือเเละบอกว่าชายคนดังกล่าวมีอาวุธปืนข่มขู่เพื่อจะทำร้ายร่างกาย เห็นเหตุการณ์ไม่สู้ดีจึงเข้าไปเเสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมกับแสดงบัตรข้าราชการตำรวจให้ชายดังกล่าวดู และทำการตรวจค้นตัว พบอาวุธปืนลูกซองสั้น(ไทยประดิษฐ์) พร้อมเครื่องกระสุนจำนวน 4 นัด จึงได้ควบคุมตัวชายคนดังกล่าวพร้อมรีบประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองตาก ให้มารับตัวเพื่อไปดำเนินคดีตามกฏหมายต่อไป

ด้าน พล.ต.อ. ต่อศักดิ์ สุขวิมล ผบ.ตร. เปิดเผยว่า หลังจากได้รับทราบรายงานเหตุการณ์ ต้องขอชื่นชมเจ้าหน้าที่ตำรวจนายดังกล่าว ที่ปฎิบัติหน้าที่ด้วยจิตวิญญาน ความเป็นผู้พิทักษ์สันติราษฎร์อย่างเต็มเปี่ยม สามารแก้ใขเหตุการณ์เฉพาะหน้าเพื่อการป้องกันเหตุร้ายได้อย่างทันท่วงที ตนในฐานะผูับังคับบัญชา อยากให้ข้าราชการตำรวจทุกนายดูใว้เป็นแบบอย่าง การเป็นข้าราชการตำรวจที่ดีเพื่อเป็นที่พึ่งของประชนในยามมีภัยในทุกๆ สถาการณ์แบบนี้

'คนการบินไทย' เผย!! ผู้โดยสารจงมั่นใจทุกการตัดสินใจของกัปตัน ดีใจ!! ผู้กล่าวตำหนิ 'เข้าใจ' และกล้าออกมาแสดงความรับผิดชอบ

(30 ม.ค.67) จากเฟซบุ๊ก 'Sanong Mingcharoen' โดย กัปตันสนอง มิ่งเจริญ ได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับกรณีการตำหนินักบินและสายการบินจากผู้ใช้บริการที่เป็นนักธุรกิจหนุ่มรายหนึ่ง ซึ่งล่าสุดออกมาขอโทษแล้ว ว่า...

เมื่อวาน ได้อ่าน Post ก็รู้สึกไม่สบายใจ ที่ผู้เขียนขาดความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องการบินอย่างมาก 

แต่ส่วนตัวมั่นใจว่า กัปตันตัดสินใจได้เป็นอย่างดี และจากข้อมูลใน Post ของพี่ๆ น้องๆ นักบินที่เขียนถึงหลักคิด และวิธีตัดสินใจเมื่อต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่มีทัศนวิสัยต่ำจนลงสนามไม่ได้ น่าจะทำให้ผู้โดยสารและสาธารณชนรับทราบข้อมูลอีกด้านที่ถูกต้อง

https://m.facebook.com/story.php?story_fbid=7050685725014030&id=100002180183571&mibextid=Nif5oz 

ดีใจที่กล้าออกมาแสดงความรับผิดชอบครับ เชื่อว่า จะเป็นบทเรียนสำคัญในการใช้สื่อ Social ของผู้เขียน หวังว่า ทุกอย่างจะลงเอยด้วยดี มีการเข้าไปขอโทษตามที่แจ้งครับ

‘วราวุธ’ เผย ได้มอบเงินเยียวยาเหตุ รง.พลุระเบิดแล้ว 7 ลบ. พร้อมส่งจิตวิทยาตามประกบครอบครัวเหยื่อตลอด 24 ชั่วโมง

(30 ม.ค. 67) ที่ทําเนียบรัฐบาล นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้ากรณีโรงงานพลุระเบิดที่ จ.สุพรรณบุรี ว่า เรื่องนี้แบ่งเป็น 2 ส่วน ได้แก่ 1.การเยียวยาด้านปัจจัย ซึ่งในเรื่องงบประมาณนั้น ทาง พม.ร่วมกับหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน มอบเงินไปทั้งสิ้นเกือบ 7 ล้านบาท ให้กับทุกครอบครัวที่ได้รับผลกระทบ โดยในส่วนของ พม.นั้นได้มอบเงินเกือบ 6 แสนบาทสำหรับการเยียวยาให้ผู้สูญเสียและซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และในวันที่ 3 กุมภาพันธ์นี้ จะมีการฌาปนกิจชิ้นส่วนของผู้เสียชีวิต และมอบเงินช่วยเหลืองวดสุดท้าย

2.การเยียวยาด้านจิตใจ ซึ่งทาง พม.ได้ส่งทีมนักสังคมสงเคราะห์และนักจิตวิทยา ไปพูดคุยกับทุกครอบครัวอยู่ตลอด โดยตอนนี้มี 3 ครอบครัวที่ยังน่าเป็นห่วง เช่นครอบครัวของลูกชายเจ้าของโรงงาน ซึ่งประสบเหตุการณ์มาตั้งแต่ครั้งที่แล้ว และมีความคิดต่างๆ โดยเจ้าหน้าที่นักจิตวิทยาต้องประกบตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งขณะนี้อยู่ในสถานการณ์ที่ดีขึ้น แต่อีกครอบครัวหนึ่ง ยังทำใจไม่ได้กับการสูญเสีย นักจิตวิทยาก็ติดตามอย่างใกล้ชิด เชื่อว่าสภาพจิตใจจะดีขึ้นตามลำดับ โดยจะดูแลไปอีกพักใหญ่

‘พีระพันธุ์’ ย้อนอดีต!! ปรับเกณฑ์ ‘กองทุนยุติธรรม’ ปลดทุกข์ 898 ครอบครัว หลังยุคหนึ่งคนทำมาหากินถูกโกงหนัก ต้อง 'ขึ้นศาล-จ้างทนาย' จนหมดตัว

(30 ม.ค.67) นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พลังงาน เล่าเหตุการณ์ในอดีต หลังตนหยิบยก ‘กองทุนยุติธรรม’ ขึ้นมาปรับนโยบายและหลักเกณฑ์ใหม่ เพื่อเดินหน้าช่วยเหลือเรื่องค่าใช้จ่ายประชาชนที่ได้รับความเดือนร้อนจากการฟ้องร้องคดีความ โดยระบุว่า…

มีลูกน้องมารายงานผม เรื่องที่ไปพบชาวบ้าน จ.พิษณุโลกที่วัด แล้วเจอเหตุการณ์ชาวบ้าน 70 กว่าคน ไปขอยืมเงินพระแสนนึงเพื่อไปจ่ายค่าทนาย ซึ่งเขาได้บอกว่าชาวนากลุ่มนี้มีทั้งหมดประมาณ 71 ราย แต่วันนั้นพบ 70 ราย โดยที่หายไปหนึ่งรายเพราะเพิ่งผูกคอตาย ... จากการขายข้าวไปแล้วไม่ได้เงิน เพราะคนซื้อไม่จ่ายเงิน ซึ่งก็ต้องสู้คดีฟ้องกันไป

ฟ้องกันมา ประมาณ 10 ปีแล้ว คำถาม คือ แล้ว 10 ปีที่ผ่านมาชาวบ้านก็ยังต้องทํามาหากิน แต่ทํามาหากินแล้วได้เงินมา ก็ต้องเอาไปจ่ายค่าทนาย จนหมดตัว แต่ก็ต้องหาทางจ่ายอีก เพราะยังสู้คดีไม่หมด ซึ่งทำให้เขาต้องมายืมเงินวัดกัน โดย 71 ราย มียอดเงิน 2 ล้านกว่าบาท ซึ่งในระบบราชการเงิน 2 ล้านกว่าบาททํางบประมาณแค่ขี้ผง แต่นี่ชีวิตคนตั้ง 70 กว่าคน ต้องอยู่กับเรื่องนี้มา 10 ปี คุณนึกถึงที่ว่าชาวบ้านชาวนาเขาอยู่กันมาได้ยังไง รอดมาได้ก็บุญแล้ว…

ดังนั้น ผมจึงมานั่งคิดว่าจะทํายังไงถึงช่วยเขาได้ จนนึกถึง ‘กองทุนยุติธรรม’ ที่มีอยู่ จึงเอามาปรับหลักเกณฑ์ ซึ่งตอนนั้นมีเงินอยู่ 70 ล้านบาท ไม่ได้ขยับอะไรเลย .... ผมจึงปรับนโยบาย ปรับแนวทางใหม่ และบอกให้เอาเงินก้อนนี้ลงไปช่วยชาวบ้าน ซึ่งก็ได้ใช้หลักเกณฑ์ตามกฎหมายแพ่ง โดยเอาเงินจากกองทุนยุติธรรมนี้ เอาไปให้เขาเลย 2 ล้านกว่าบาท เพื่อช่วยชีวิต 71 ครอบครัว 

แน่นอนว่า ตรงนี้ก็จะถือเป็นภาระกระทรวงของแล้ว เพราะเป็นเงินหลวง เราจึงต้องจัดทนายความไปช่วยไปสู้คดีให้พวกเขา ภายใต้ข้อตกลงเมื่อชนะคดี ก็จะนำเงินมาทยอยคืน 

และเวลานี้ก็มีรายงานว่า ชาวบ้านทยอยคืนเงินจากการชนะคดีมาบ้างแล้ว 70 ครอบครัว เรียกได้ว่าเงินหลวงไม่ได้สูญเปล่า แต่ว่าให้ไปก่อน ชาวบ้านก็ได้เงินโดยไม่คิดดอกเบี้ย ... เพราะเมื่อเราสู้คดี และชนะคดี ศาลก็ต้องสั่งให้คู่กรณีจ่ายดอกเบี้ยให้เราอยู่แล้ว

หลังปรากฏว่าพอข่าวนี้แพร่ออกไป ตอนนั้นจึงมีสถานีรายการอื่นเอาไปโปรโมต พอไปโปรโมตที่นี้มาใหญ่เลย จากเริ่มต้นที่พิษณุโลก กลายเป็นสิงห์บุรี, ชัยนาท, อ่างทอง ก็มากันหมด สรุปแล้วในช่วงที่ผมเป็นรัฐมนตรียุติธรรมอยู่ ผมใช้กองทุนยุติธรรมกับนโยบายโครงการนี้ ไปช่วยเคสในลักษณะเดียวกันได้ 898 ครอบครัว ใช้เงินไปทั้งหมด 38 ล้านเอง แต่สามารถช่วยชีวิตคนได้ 898 ครอบครัว…

สิ่งนี้คือ การใช้อํานาจทางการบริหารเพื่อช่วยประชาชนอย่างแท้จริง ถ้าเราไม่ได้อยู่ตรงนั้น หรือไม่ได้มีอํานาจนี้ เราก็ทําไม่ได้ แต่อีกสิ่งที่สำคัญกว่า คือ เรามีความตั้งใจบริหาร ตั้งใจที่จะช่วยเหลือ และใช้อํานาจนั้นเพื่อประโยชน์ของบ้านเมืองของประชาชนอย่างแท้จริงหรือไม่ ถ้าใช่ มันทําได้ 

‘ทร.’ มอบประกาศยกย่อง ‘พันจ่าเอก จเร - พลทหาร นูรดีน’ ช่วยเหลือคนตกน้ำ ตัวติดซอกตอม่อสะพานพระนั่งเกล้า

เมื่อวานนี้ (29 ม.ค. 67) พลเรือเอก อะดุง พันธุ์เอี่ยม ผู้บัญชาการทหารเรือ เป็นประธานในพิธีมอบประกาศยกย่องชมเชยให้แก่กำลังพลของกองทัพเรือ จำนวน 9 นาย ที่ได้ประกอบคุณงามความดีเสียสละช่วยเหลือสังคม หรือเสี่ยงอันตรายเข้าช่วยเหลือผู้ประสบเหตุต่าง ๆ โดยพิธีจัดขึ้น ณ ห้องสุพรรณหงส์ อาคารส่วนบัญชาการ กองทัพเรือ พื้นที่วังนันทอุทยาน ถนนอิสรภาพ เขตบางกอกน้อยกรุงเทพมหานคร 

ทั้งนี้ 2 กำลังพลที่เข้าพิธีรับมอบประกาศชมเชยจากผู้บัญชาการทหารเรือในครั้งนี้ ได้สร้างคุณงามความดี โดยขณะปฎิบัติหน้าที่ได้เข้าช่วยเหลือคนตกน้ำบริเวณสะพานพระนั่งเกล้าและติดอยู่ใต้ซอกตอม่อสะพาน จึงได้ทำการช่วยเหลือนำตัวขึ้นมาบนเรือได้อย่างปลอดภัย เมื่อวันที่ 14 ธ.ค. 66 ได้แก่

1.พันจ่าเอก จเร สุริยะลังกา พันจ่าเรือ เรือเวรด่วนทางธุรการ หมวดเรือบริการที่ 1 แผนกเรือบริการ กองเรือเล็กกรมการขนส่งทหารเรือ   

2.พลทหาร นูรดีน สาเมาะ พลช่างกล เรือเวรข้ามฟาก หมวดเรือบริการที่ 1 แผนกเรือบริการ กองเรือเล็ก กรมการขนส่งทหารเรือ 

การยกย่องชมเชยกำพลกองทัพเรือที่ประกอบคุณงามความดี เสียสละ ช่วยเหลือสังคมในครั้งนี้ แสดงถึงความกล้าหาญที่ยอมเสียสละเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบเหตุ โดยไม่คำนึงถึงอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นแก่ตนเอง ถือเป็นแบบอย่างที่ดีของสังคมและได้สร้างภาพลักษณ์ที่ดีของกองทัพเรือให้ปรากฏต่อสาธารณชน นับเป็นบุคคลที่ควรแก่การยกย่องชมเชยเป็นอย่างยิ่ง กองทัพเรือขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า กำลังพลกองทัพเรือเป็นผู้ประกอบคุณงามความดีสมควรได้รับการยกย่องชมเชยและยึดถือเป็นแบบอย่างที่ดีต่อไป


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top