Thursday, 16 July 2026
TheStatesTimes

‘ชาวนากาฬสินธุ์’ หันปลูกแตงโม-ขายเมล็ดส่งนอก โกยเงินล้าน ชี้!! ใช้น้ำน้อย ราคาดีกว่าขายข้าวเปลือก สร้างรายได้ต่อรายสูง

(19 ม.ค.67) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการติดตามบรรยากาศการประกอบอาชีพของเกษตรกรชาว จ.กาฬสินธุ์ ทั้งพื้นที่รับน้ำชลประทานโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว พบว่ามีการทำนาปรังหรือนาฤดูแล้งเต็มพื้นที่ ขณะที่พื้นที่นอกเขตชลประทาน มีการเพาะปลูกพืชอายุสั้น พืชตระกูลแตงเป็นจำนวนมาก โดยใช้น้ำจากแหล่งธรรมชาติที่มีอยู่อย่างเพียงพอ

นางประนอม ภูเต้านา อายุ 45 ปี เกษตรกรบ้านขมิ้น เลขที่ 95 หมู่ 5 ต.นาดี อ.ยางตลาด จ.กาฬสินธุ์ กล่าวว่า พื้นที่นาอยู่นอกเขตชลประทาน แต่ก็อยู่ใกล้กับหนองเลิงไก่โอก แหล่งน้ำสาธารณะประจำตำบลนาดี ซึ่งปีนี้มีปริมาณน้ำเป็นจำนวนมาก เพียงพอต่อการสูบขึ้นมาหล่อเลี้ยงแปลงแตงโม และแปลงแตงแคนตาลูป ที่เพาะปลูกประมาณ 2 ไร่

นางประนอม กล่าวอีกว่า ที่เลือกเพาะปลูกพืชตระกูลแตง 2 ชนิด เพราะว่าอายุสั้น ใช้น้ำน้อย ทนต่อสภาพดินฟ้าอากาศร้อนแล้งได้ดี อายุ 4 เดือนเก็บผลผลิตจำหน่าย ที่สำคัญมีบริษัทของเอกชนเข้ามาส่งเสริม มีประกันราคาแน่นอน โดยเป็นแตงลูกผสม จำหน่ายเมล็ดส่งต่างประเทศ ก.ก.ละ 1,600-2,000 บาท ปลูกมาประมาณ 20 ปี รายได้เฉลี่ยรายละ 5 หมื่นบาท ซึ่งรายได้สูงกว่าปลูกข้าวนาปรังและพืชฤดูแล้งชนิดอื่น

นางประนอม กล่าวเพิ่มเติมว่า เมื่อราคาขายเมล็ดแตงโมและเมล็ดแตงแคนตาลูปสูง โดยที่ผ่านมาได้กำไรทุกปี ขณะที่ราคาขายข้าวเปลือกยังตกต่ำ รายได้ไม่คุ้มทุน เพราะปัจจัยการผลิต เช่น ปุ๋ยเคมี ค่าแรง ค่าเก็บเกี่ยวสูง ดังนั้น ในปีนี้จึงพบว่าพี่น้องเกษตรกรชาวนาในหมู่บ้าน หันมาปลูกแตงโม และแตงแคนตาลูปลูกผสม เพื่อขายเมล็ดต่างประเทศกับบริษัทเอกชนถึง 20 ราย ที่หากเฉลี่ยได้กำไรไร่ละ 5 หมื่น ก็จะมีรายได้ในภาพรวมถึง 1 ล้านบาททีเดียว

พิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องใน 'วันกองทัพไทยประจำปี 2567'

พลเรือโท สุชาติ ธรรมพิทักษ์เวช ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 3 เป็นประธานในพิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล โดยกองพันต่อสู้อากาศยานที่ 22 กรมต่อสู้อากาศยานที่ 2 หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่งร่วมกับหน่วยทหารเรือในฝั่งอันดามันจัดกำลังพลร่วมพิธีสวนสนามกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพลประจำปี 2567 ณ ลานสวนสนาม ฐานทัพเรือพังงา ทัพเรือภาคที่ 3 กำลังพลที่ร่วมกระทำพิธีครั้งนี้ มีจำนวน 1 กองพัน รวมจำนวนทั้งสิ้น 269 นาย โดยมี พลเรือโท สุชาติ ธรรมพิทักษ์เวช เป็นประธานในพิธี ซึ่งในปีนี้ได้อัญเชิญธงชัยเฉลิมพลประกอบพิธีเป็นธงชัยเฉลิมพลประจำกองพันต่อสู้อากาศยานที่22 กรมต่อสู้อากาศยานที่ 2 หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง โดยมีนาวาโท ศักรินทร์ ชื่อสงวน ผู้บังคับกองพันต่อสู้อากาศยานที่ 22 เป็นผู้บังคับกองพันสวนสนาม และประกอบด้วยกำลังพลสวนสนามจำนวน 4 กองร้อย ดังนี้  บก.พัน. สวนสนาม,กองร้อยสวนสนามจากกองพันต่อสู้อากาศยานที่ 22 กรมต่อสู้อากาศยานที่ 2 หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ,กองร้อยสวนสนามจากกรมทหารราบที่ 2 กองพลนาวิกโยธิน ม ,กองร้อยสวนสนามจากกองพันรักษาฝั่งที่ 11 กรมรักษาฝั่งที่ 1 หน่วยบัญชาการต่อสู้อากาศยานและรักษาฝั่ง ,กองร้อยสวนสนามจากกองรักษาความปลอดภัยฐานทัพเรือพังงา กองพลนาวิกโยธิน

พิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล มีวัตถุประสงค์ คือ เพื่อเป็นการน้อมระลึกถึงวีรกรรมของวีรกษัตริย์ไทย รวมทั้งบรรพบุรุษไทยผู้กล้าหาญทั้งหลายที่ได้สละชีวิตเลือดเนื้อ เพื่อปกป้องรักษาผืนแผ่นดินไทยให้ดำรงความเป็นชาติที่มีเกียรติมีศักดิ์ศรีเป็นมรดกตกทอดมาจนถึงทุกวันนี้ ,เพื่อแสดงออกถึงความรักความสามัคคีของกำลังพลในกองทัพ ,เพื่อเทิดทูนสถาบันชาติ ศาสนาและรักษาไว้ ซึ่งพระบรมเดชานุภาพแห่งพระมหากษัตริย์เจ้า ,เพื่อแสดงออกถึงแสนยานุภาพแห่งกองทัพ ให้ขจรขจายไปทั่วโลก

พิธีกระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพล เนื่องในวันกองทัพไทยประจำปี 2567 ในวันนี้จัดให้มีขึ้น เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช และเพื่อให้ทหารใหม่ทุกนาย กระทำสัตย์ปฏิญาณตนต่อธงชัยเฉลิมพลธงชัยเฉลิมพล อันถือเป็นเครื่องหมายแทนองค์พระมหากษัตริย์ ผู้ทรงเป็นจอมทัพ ที่เสมือนหนึ่งเสด็จพระราชดำเนินมาประทับเป็นหลักชัยอยู่ท่ามกลางเหล่าทหารทั้งปวง ทั้งยังเป็นเครื่องหมายของสามสถาบันหลัก คือ ชาติ ศาสนา และ พระมหากษัตริย์ อันเป็นปัจจัยอันสำคัญของบ้านเมือง ที่ทหารจักต้องรักษาไว้เพื่อประโยชน์สุขแห่งประเทศชาติและประชาชน 

ทหารใหม่ทุกนายจะต้องผ่านการเข้าร่วมพิธี จึงจะถือได้ว่าเป็นทหารอย่างสมบูรณ์ครบถ้วน และพร้อมที่จะปฏิบัติหน้าที่ มีความรัก ความสามัคคี พร้อมอุทิศตนเพื่อปกป้องอธิปไตย และผลประโยชน์ของประเทศชาติ เทิดทูน และจงรักภักดีต่อสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ไว้ยิ่งชีพ รวมทั้งยึดมั่นในการปฏิบัติตามคำสัตย์ปฏิญาณตนไว้อย่างมั่นคงตลอดไป

‘นายหัวไทร’ จัดรายการข่าวการเมือง คลื่น FM 89.5 ยึดมั่น!! พูดตรง ไม่หยาบ ไม่เลือกฝั่ง สร้างสรรค์สังคม

ผมเป็นนักข่าวธรรมดา ๆ คนหนึ่ง ที่เดินบนเส้นทางสายข่าวมา 30 กว่าปี นับตั้งแต่ปี 2532 เป็นต้นมา กับนักข่าววิทยุ สายทหาร เติบโตอย่างรวดเร็ว เป็นบรรณาธิการวิทยุ เนชั่น บรรณาธิการข่าวภูมิภาคเครือเนชั่น บรรณาธิการสำนักข่าวเนชั่น บรรณาธิการคมชัดลึก บรรณาธิการบริหารช่องระวังภัย และอีกมากมาย เออลี่จากงานประจำมาแล้ว 5 ปี มาประกอบธุรกิจส่วนตัวเล็กน้อย ก็เป็นคนขายไอติม

“แต่ว่าตำแหน่ง journalist ใครปลดไม่ได้ ติดตัวไปจนตายแหละ แม้จะถูกโยกถูกย้ายไปตรงโน้นตรงนี้ แต่ตำแหน่งนักข่าวก็ติดตัวไปตลอด แม้เออลี่มาแล้ว ก็ยังมีจิตวิญญาณนักข่าวสิงอยู่” นายหัวไทร กล่าว

ว่าง ๆ ก็เขียนบทวิเคราะห์แนวการเมืองในนาม #นายหัวไทร เสนอผ่านเฟซบุ๊กเฉลียว คงตุก ผ่านเพจ ผ่านเว็บไซต์ต่าง ๆ ตามสถานการณ์ทางการเมือง ด้วยมีข้อมูลปฐมภูมิจำนวนมาก ที่แหล่งข่าวเก่า ๆ แหล่งข่าวใหม่ ที่ยังติดต่อกันอยู่นำมาเล่าสู่กันฟัง ผมมีหน้าที่นำมาประมวล วิเคราะห์

เดินทางไปทำข่าวบ้างตามสมควรทั้งในกรุงเทพ และต่างจังหวัด แต่ในใจคิดว่า อายุพอสมควรแล้ว ควรจะวางมือจากวิชาชีพนักข่าว แต่เมื่อหลับจากนึกถึง ‘สุทธิชัย หยุ่น’ ที่ถือเป็นครูคนสำคัญช่วงอยู่ทำงานที่เนชั่น ในวัย 70 กว่าปีจะย่าง 80 ปีแล้ว ก็ยังทำงาน ยังจัดรายการ ยังวิเคราะห์ข่าวทุกวันในสไตล์ของ ‘คนบ้าข่าว’ จึงจะยังคงขอเดินหน้าทำหน้าที่ ‘หมาเฝ้าบ้านต่อไป’ เพราะตำแหน่งนักข่าวไม่มีวันเกษียณ

จู่ ๆ ระหว่างนอนเล่นอยู่ในเปลข้างบ้าน มีคนโทรมาให้ไปร่วมจัดรายการวิทยุ ทางคลื่น FM 89.5 MHz ที่เขากำลังปรับปรุงแนวทางในการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร โดยให้จัดแนวการเมืองล้วน ๆ นัดพูดคุยตกลงรายละเอียดกันเรียบร้อย ให้ผมจัด 2 ชั่วโมง ตั้งแต่เวลา 17.00-19.00 น. ก็ถือว่าเป็นช่วงเวลาดีสำหรับช่วงข่าวการเมือง

รายการจะเริ่ม 5 กุมภาพันธ์นี้เป็นต้นไป ก็ลองดูกันอีกสักตั้ง จริง ๆ วางตัวเองไว้ว่า ไม่อยากเอาตัวเองไปผูกยึดกับเวลามากนัก จะไปไหนก็ไป คิดถึงใครก็ไปหา กับเวลาที่มีไม่มากนักแล้ว

แต่เมื่อพรรคพวกขอให้ไปช่วยก็ลองดู เป็นแนวที่เคยทำมาตั้งแต่ปี 2532 โน้น ย้อนกลับมาจัดใหม่ก็ขอฝากติดตามด้วยครับ 

“สื่อที่ทำงานอย่างสร้างสรรค์นำเสนอข้อมูลข่าวสารที่เป็นกลาง ไม่เลือกข้าง ไม่เลือกสี ไม่ใช่นางแบก ไม่ใช่ติ่ง ไม่ใช่ด้อม ไม่ใช้คำหยาบ วิจารณ์แบบฟันธง ตรงไปตรงมา เพื่อร่วมกันสร้างสรรค์สังคมที่ดีงาม”

โดยจะจัดร่วมกับ ‘จาตุรันต์ บุญเบญจรัตน์’ นักจัดรายการวิทยุผู้สนใจข่าวสารการเมืองเช่นกัน เป็นช่วงเวลาที่ท่านผู้ฟังจะได้รับทราบข้อมูลข่าวสารที่ ‘มากกว่าข่าว’ รู้ทิศทางในอนาคตของคอการเมือง

เด็กน้อยวัย 4 ขวบ พิชิต ‘เอเวอเรสต์ เบสแคมป์’ ทำลายสถิติเด็ก 5 ขวบ ที่ไปถึงเบสแคมป์เมื่อปีก่อน

(19 ม.ค. 67) สำนักข่าวมิร์เรอร์ รายงานเรื่องราวสุดตะลึงของเด็กหญิงวัย 4 ขวบ ที่กลายเป็นคนอายุน้อยที่สุด โดยสามารถพิชิต เอเวอเรสต์ เบสแคมป์ ในเนปาล กับความสูงเหนือน้ำทะเล 5,364 เมตร ซึ่งทำลายสถิติของ ด.ญ.พริชา โลเคช นิคาโจ ซึ่งมีอายุเพียง 5 ขวบ ที่ไปถึงเบสแคมป์เมื่อปีก่อน

โดยยอดเขาเอเวอเรสต์ เบสแคมป์ มีปริมาณออกซิเจนจะน้อยกว่าระดับน้ำทะเลประมาณครึ่งหนึ่ง หากปรับตัวให้ชินกับความสูงไม่ได้ก็อาจเสี่ยงต่ออาการแพ้ที่สูงซึ่งบางครั้งเกิดขึ้นฉับพลันและเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

เด็กหญิงซารา วัย 4 ขวบ กับพี่ชายวัย 7 ขวบ และนายเดวิด ชิฟรา ผู้เป็นพ่อ ก็สู้บากบั่นปีนเขาเป็นระยะทางกว่า 273 กิโลเมตรจนถึงจุดหมายปลายทางที่เบสแคมป์ของยอดเขาเอเวอเรสต์ได้สำเร็จและเพลิดเพลินกับทัศนียภาพงดงามของเทือกเขาหิมาลัยเป็นรางวัลแห่งความพยายาม

เดวิดกล่าวว่า คอยตรวจวัดระดับความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือดของลูก ๆ อยู่ตลอด และว่าระหว่างเดินทางหนูน้อยซาราปรับตัวเข้ากับสภาพความสูงได้ดีซึ่งต้องขอบคุณร่างกายที่แข็งแรงมาก ๆ ของลูกสาว

ซาราเดินแซงหน้านักปีนเขาหลายร้อยคน ตนทึ่งในตัวลูกสาวมาก ๆ ว่าจัดการทั้งร่างกายและสภาพจิตใจได้อย่างไร แต่เชื่อว่าส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากการฝึกเดินป่าตั้งแต่ยังเล็ก

แม้อัตราการเสียชีวิตที่เอเวอเรสต์ เบสแคมป์ ยังอยู่ในระดับต่ำ แต่ในปี 2562 มีผู้เสียชีวิต 11 รายบนเขาเอเวอเรสต์ในช่วงฤดูปีนเขาเพราะมีนักปีนเขาจำนวนมากจนเกิด ‘การจราจรติดขัด’ ผู้คนเบียดเสียดปีนขึ้นเขา

'แบงก์' ป้อง!! 'ธปท.' ทำหน้าที่นายประตูที่ดี เน้นคุมเสถียรภาพ ลั่น!! อยากให้ ศก.ดี ต้องมีผู้เล่นกองหน้า 'ชัดเจน-เหมาะสม'

(19 ม.ค.67) นายอมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย และที่ปรึกษาการลงทุน ธนาคาร ซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า การทำงานของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ถ้าจะมองว่าเป็นกองหน้า หรือฝั่งของกระทรวงการคลังจะเป็นกองหลัง ก็ต้องทำงานเป็นทีม ดังนั้นทั้งนโยบายการเงินและการคลังก็ต้องทำงานร่วมกัน ซึ่งก็ถูกต้องที่นโยบายการเงินเป็นกองหลัง และเป็นผู้รักษาประตู

“ถ้าบอกว่าอยากให้เศรษฐกิจดีต้องลดดอกเบี้ยนั้น เรื่องนี้จะไม่ใช้ปัจจัยที่จะฟื้นเศรษฐกิจได้โดยใช้เครื่องมือนี้เพียงอย่างเดียว เพราะนโยบายทางการเงินมีหน้าที่รักษาเสถียรภาพ ทั้งอัตราแลกเปลี่ยน เงินเฟ้อ เสถียรภาพตลาดเงินและตลาดทุน ซึ่งเป็นเรื่องการเงินภาพใหญ่ที่ ธปท.ต้องให้ความสำคัญ” นายอมรเทพ กล่าว

นายอมรเทพ กล่าวว่า ขณะนี้โจทย์การแก้เศรษฐกิจนั้นจะให้น้ำหนักไปที่ใด ถ้าจะให้ทุกผู้เล่นเทน้ำหนักไปอยู่กองหลังและดูแต่เสถียรภาพมันก็ไม่มีทางที่จะทำประตูได้ ซึ่งถือเป็นโจทย์หนึ่งที่กำลังติเตียนกันว่ามันจะดีหรือไม่ ที่เทน้ำหนักให้ตรงนี้มากเกินไป ขณะเดียวกัน ทรัพยากรที่เป็นผู้เล่นกองหน้า หรือเรื่องงบประมาณปี 2567 ยังไม่มีการดำเนินการ รวมถึงหลายๆ อย่างที่จะมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจยังไม่ชัดเจน และถ้ามองว่าจะยืมตัวผู้เล่นจากกองหลังมาเป็นกองกลาง หรือกองหน้าอย่างไร สุดท้ายก็อยู่ที่การเจรจาระหว่างกัน

อย่างไรก็ตาม หน้าที่ของ ธปท. ไม่ได้ทำผิดพลาดอยู่แล้ว เพราะหน้าที่คือรักษาเสถียรภาพ แต่ปัญหาขณะนี้อยู่ที่กองหน้าขาดผู้เล่น (งบประมาณ) มากกว่า ดังนั้น อาจต้องผลักดันการขับเคลื่อนเศรษฐกิจอย่างอื่นที่ไม่ใช้งบประมาณมาช่วยสนับสนุนและแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง เพราะนโยบายที่ใช้กับเศรษฐกิจไม่ได้มีเพียงนโยบายทางการเงิน เช่น การผลักดันเรื่องนโยบายอุตสาหกรรม เรื่องการค้าโดยเร่งเจรจาการค้าเสรี หรือภาคการท่องเที่ยวที่จะใช้นโยบายดึงดูดนักท่องเที่ยวเข้าไทย เป็นต้น

“ปัญหาอาจเพราะผู้เล่น หรือเครื่องยนต์อื่นๆ ทำไม่ได้เลยเหลือความหวังกับฝั่งนโยบายการเงิน แต่หากพิจารณาประเทศอื่นๆ เขาไม่ได้หวังเรื่องการเงินอย่างเดียว เพราะถ้าใช้การเงินโดยการลดดอกเบี้ยก็เป็นความเสี่ยง แต่หากต้องทำจริงๆ ก็ทำได้ แต่จะมีผลข้างเคียงตามมา เช่น เงินเฟ้อขยับขึ้น เงินบาทอ่อนค่า ถ้าพิจารณา 2-3 วันที่ผ่านมา กรณีนักลงทุนอาจผิดหวังที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะลดดอกได้เร็ว ถ้าไทยทำนโยบายสวนทางจะมีความเสี่ยงมากขึ้น ทั้งหมดนี้ทีมเศรษฐกิจต้องพูดคุยกัน” นายอมรเทพ กล่าว

ธรรมะประจำวันอาทิตย์ที่ 21 มกราคม 2567

พระอาจารย์ไพศาล วิสาโล เจ้าอาวาสวัดป่าสุคะโต อำเภอแก้งคร้อ จังหวัดชัยภูมิ ท่านได้มอบคำสอน หลักคิดดีๆ ให้แก่ชาวพุทธมากมาย หนึ่งในนั้นคือคำสอนเกี่ยวกับเรื่องการรู้จักความคิดของตนเอง โดยท่านกล่าวว่า…

“ถ้าเรารู้จัก ‘ความคิด’ ของเราดีพอ เราจะไม่ด่วนสรุป ไม่รีบตัดสินอะไรง่ายๆ ‘สติ’ จะช่วยทักท้วง ตักเตือนให้ช้าก่อน เพราะประสบการณ์หลายๆ ครั้ง สอนเราว่า…เมื่อด่วนสรุปแล้ว มักจะมีความผิดพลาดเกิดขึ้น

สิ่งที่เราคิดว่าแน่นอนแล้ว แต่ความจริงเป็น ‘ตรงกันข้าม’”

สมาคมแม่บ้านตำรวจสร้างไอเดียในยุคดิจิตอล อบรมการตลาดออนไลน์ 'เจาะตลาดออนไลน์ให้ยอดขายสุดปัง' ให้กับครอบครัวตำรวจต่อยอด สร้างอาชีพที่ยั่งยืน

คุณนิภาพรรณ สุขวิมล นายกสมาคมแม่บ้านตำรวจ กล่าวว่า สมาคมแม่บ้านตำรวจ จัดโครงการฝึกอบรม E- Learning อบรมการตลาดออนไลน์ ในหัวข้อเรื่อง “เจาะตลาดออนไลน์ให้ยอดขายสุดปัง” ในวันนี้ (19 มกราคม 2567) ตั้งแต่ เวลา 08.30 - 16.30 น. ณ ชั้น 32 อาคารศูนย์ฝึกกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ 

ทั้งนี้ สมาคมแม่บ้านตำรวจตระหนักว่า ในปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีปัจจุบันทำให้พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง เทคโนโลยีสารสนเทศได้เข้ามามีบทบาทและความสำคัญต่อการดำเนินชีวิตเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะธุรกิจการค้าขายออนไลน์ผู้บริโภคซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้นโดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ ทดแทนการซื้อจากการตลาดแบบดั้งเดิม และมีแนวโน้มในการหาข้อมูลและตัดสินใจออนไลน์มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด  ปัจจุบันมีสื่อออนไลน์รูปแบบใหม่ ๆ เกิดขึ้นมามากและมีบทบาทต่อผู้บริโภคในการตัดสินใจซื้อสินค้าและบริการ

สมาคมแม่บ้านตำรวจเห็นว่าการเรียนรู้เกี่ยวกับช่องทางการตลาดยุคดิจิทัล การวิเคราะห์ช่องทางการตลาดที่มีศักยภาพมีความสำคัญ เพื่อเป็นการสร้างแรงบันดาลใจ จึงได้จัดทำโครงการ E-learning ขึ้น เพื่อพัฒนาทักษะอาชีพและทักษะชีวิตให้ข้าราชการตำรวจและครอบครัว และที่สำคัญเป็นการต่อยอดของโครงการ OPOP (One Province One Product) เพื่อขยายฐานการตลาดออนไลน์ให้กับผลิตภัณฑ์ของครอบครัวข้าราชการตำรวจ ที่อยู่ในโครงการ OPOP ของสมาคมแม่บ้านตำรวจ เพื่อสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัวข้าราชการตำรวจ นำไปใช้เสริมการประกอบอาชีพ สร้างความรู้ความเข้าใจทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล รวมถึงทักษะในการนำเครื่องมือ อุปกรณ์ และเทคโนโลยีดิจิทัลที่มีอยู่ในปัจจุบัน เช่น คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์ แทปเลต โปรแกรมคอมพิวเตอร์ และสื่อออนไลน์ มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการสื่อสาร หรือใช้เพื่อพัฒนาอาชีพให้มีความทันสมัยและมีประสิทธิภาพ และสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับช่องทางการตลาดยุคดิจิทัลให้กับข้าราชการตำรวจและครอบครัว เพื่อส่งเสริมการสร้างอาชีพให้เกิดการพึ่งพาตนเองและนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนต่อไป

สมาคมแม่บ้านตำรวจเห็นถึงความสำคัญในเรื่องนี้ จึงได้จัดโครงการฝึกอบรม E- Learning อบรมการตลาดออนไลน์ ในหัวข้อเรื่อง “เจาะตลาดออนไลน์ให้ยอดขายสุดปัง” ขึ้น โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญเป็นที่ยอมรับจากโลกออนไลน์ บรรยายเกี่ยวกับการสร้างแรงบันดาลใจในการขายสินค้าออนไลน์  เทคนิคดีๆ ในการทำคอนเทนต์อย่างไรให้โดนใจลูกค้า ซึ่งมีวิทยากรคือ อาจารย์แชมป์ คุณธิติพล เทียมจันทร์ ที่ปรึกษาการตลาดออนไลน์ อันดับ 1 Thailand Number One Digital Marketing Consultant เจ้าของเว็บบล็อกเกี่ยวกับการตลาดและการตลาดออนไลน์ ที่มียอดผู้เข้าชมต่อเดือนมากกว่า 3 หมื่นครั้ง และเป็นผู้ก่อตั้งและร่วมบริหาร เว็บไซต์ อีคอมเมิร์ซแพลตฟอร์ม และเว็บแอปพลิเคชั่น และวิทยากรอีกท่านคือ  คุณฝน คุณภัทรนิษฐ์ ไชยโอฬารวงศ์ เจ้าของและ CEO Topslim ผู้ประสบความสำเร็จจากการตลาดออนไลน์ จะมาเล่าถึงประสบการณ์และไขข้อข้องใจเกี่ยวกับการตลาดออนไลน์
 
การอบรมสัมมนาในวันนี้ เป็นการอบรมครั้งที่ 1 ทางทีมงานฯ ได้มีการประกาศข้อมูลประชาสัมพันธ์ผ่านกลุ่ม Line ข้าราชการตำรวจและครอบครัว ผู้ประกอบการธุรกิจรายย่อย (SME) เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งมีข้าราชการตำรวจและครอบครัวพร้อมทั้งประชาชนทั่วไปสนใจจำนวนมาก จากนั้นได้คัดเลือกตามลำดับการลงทะเบียนสมัครเข้าร่วมอบรม ซึ่งทางทีมงานสมาคมแม่บ้านตำรวจจะได้มีการอบรมในครั้งต่อไป สำหรับสมาชิกสมาคมแม่บ้านตำรวจท่านใดพลาดในการอบรมในครั้งนี้ สามารถติดต่อตามข่าวสารจากเฟซบุ๊ค และเพจของสมาคมแม่บ้านตำรวจได้ หรือผู้สนใจในกิจกรรมการอบรมนี้ ท่านสามารถติดตามการบรรยาย Facebook Live ผ่านเพจสมาคมแม่บ้านตำรวจในวันนี้  เวลา 09.00-12.00 น. 

พ่อเมืองเชียงราย!!จับอีกน้ำกระท่อมแต่งกลิ่นรสชาติจัดระเบียบสังคมป้องกันเด็กและเยาวชน

วันที่ 18 มกราคม 2567 เวลา 23.30 น. ภายใต้การอำนวยการของ นายพุฒิพงศ์ ศิริมาตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย นายประเสริฐ จิตต์พลีชีพ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย และนายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ ปลัดจังหวัดเชียงราย ได้สั่งการให้คณะทำงานจัดระเบียบสังคมแบบบูรณาการจังหวัดเชียงราย นำโดยนายกองรบ กระทุ่มนัด ป้องกันจังหวัดเชียงราย  ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดเชียงราย สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดเชียงรายที่ 1 ปลัดอำเภอเมืองเชียงราย สมาชิกกองอาสารักษาดินแดน กองร้อยอาสารักษาดินแดนอำเภอเมืองเชียงรายที่ 3 กอ.รมน. ตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดเชียงราย เทศบาลนครเชียงราย  สาธารณสุขจังหวัดเชียงราย สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงราย พมจ.เชียงรายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจเพื่อจัดระเบียบสังคมตรวจสอบการกระทำผิดของสถานประกอบการที่ฝ่าฝืนกฎหมาย
    
ทั้งนี้ได้เข้าตรวจสอบร้านวัยรุ่นดูใบ พลังใบ by สองพี่น้อง ตั้งอยู่เลขที่ 850/1 หมู่ที่ 3 ถนนเกาะทอง ตำบลรอบเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย เนื่องจากมีการแจ้งเบาะแสมาที่คณะทำงานฯ ว่าร้านดังกล่าวมีการจำหน่ายน้ำกระท่อมปรุงให้แก่เด็กและเยาวชน มีการมั่วสุม เสียงดังก่อให้เกิดความเดือนร้อนรำคาญให้แก่ที่พักอาศัยบริเวณใกล้เคียง เปิดให้บริการไม่มีเวลาปิดจนกว่าลูกค้าจะหมดจากจากการเข้าตรวจสอบพบมีผู้ใช้บริการกว่า 30 คน นั่งดื่มกินน้ำกระท่อมผสมน้ำหวานแต่งกลิ่น ฯลฯ ภายในร้าน จากการสอบถามอาการของผู้มาใช้บริการ ว่าอาการที่กินน้ำกระท่อมเป็นอย่างไร ซึ่งแต่ละคนจะสำแดงอาการไม่เหมือนกัน เช่น เมา มึน อึนๆ คึก ซึม แล้วแต่อาการของแต่ละคน และจากการตรวจค้นยังพบยาแก้ไอ ที่เปิดขวดแล้ว อยู่บริเวณจุดปรุงน้ำกระท่อม และที่ไม่ได้เปิดขวดอีกจำนวนหนึ่ง และพบขวดยาแก้ไอที่ใช้หมดแล้วอยู่ภายในบริเวณร้านเป็นจำนวนมาก ทั้งยังตรวจพบบุหรี่ไฟฟ้าที่ไม่ได้ใช้อีก 1 กระเป๋า
     
ซึ่งจากการตรวจสอบภายในร้านพบมีบุคคลแสดงตัวเป็นเจ้าของร้าน
จำนวน 1 คน แต่จากการตรวจสอบใบอนุญาต ไม่พบหนังสือรับรองการแจ้งการสะสมอาหาร ตามพรบ.การสาธารณสุข และมีการจำหน่ายน้ำกระท่อม โดยฝ่าฝืน พรบ.อาหารฯ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจร้านดังกล่าวยังไม่มีการตรวจความปลอดภัยของอาหารและไม่ได้ส่งมอบสลากให้สำนักงานอาหารและยาตรวจอนุมัติก่อนนำไปใช้ตามเงื่อนไขของประกาศกระทรวงสาธารณสุขว่าด้วยอาหารใหม่หรือที่ผลิตเพื่อการส่งออกเท่านั้น เจ้าหน้าที่จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานนำส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมาย ต่อไป
สันติ วงศ์สุนันท์/ผู้สื่อข่าวเชียงราย

พิษณุโลก มทบ.39 ทำพิธีปิดการฝึก (ผลัดที่ 2) ของนักศึกษาวิชาทหารพร้อมฝึกความเป็นผู้นำ และเป็นกำลังสำรองที่สำคัญในการพัฒนาประเทศ

เมื่อวันที่ 18 ม.ค. 67 เวลา 1030  พล.ต.กฤษณะ ภู่ทอง ผบ.มทบ.39 เป็นประธานใน พิธีปิดการฝึกภาคสนาม ของสถานศึกษาในพื้นที่ จว.พ.ล. และ จว.ส.ท. ผลัดที่ 2 ประจำปีการศึกษา 2566 มี นศท. เข้ารับการฝึก จำนวน 39 สถานศึกษา รวม นศท. 339 นาย ณ หน่วยฝึกนักศึกษาวิชาทหาร มทบ.39 อ.เมือง จว.พ.ล.

ในการนี้ ประธานในพิธีฯ ได้มอบโล่ประกาศเกียรติคุณให้กับ นศท.บังคับบัญชา ที่มีภาวะเป็นผู้นำ มีลักษณะทางทหารดีเด่น เป็นต้นแบบที่ดีของ นศท. และ นศท.มีผลคะแนนการยิงปืนดีเยี่ยม พร้อมทั้งได้มอบประกาศนียบัตรให้กับ ผกท. ที่มีความวิริยะ เสียสละ มากำกับควบคุมดูแล นศท. เป็นประโยชน์ต่อการฝึกภาคสนาม นศท. เป็นอย่างยิ่ง และได้กล่าวให้โอวาทให้กับ นศท. ให้เป็นเยาวชนต้นแบบ เป็นกำลังสำคัญที่พร้อมเติบโตเป็นผู้นำ เป็นผู้ที่มีความเสียสละ มีจิตอาสา พร้อมพัฒนาประเทศและทำเพื่อสังคมส่วนรวมโดยไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตน ผลการปฏิบัติเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ปรีชา นุตจรัส รายงานข่าวพิษณุโลก

วงดุริยางค์กรุงเทพคริสเตียนรับรางวัลเยาวชนดีเด่นจากนายกรัฐมนตรี

วงดุริยางค์โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยได้ผ่านการพิจารณาคัดเลือกเด็กและเยาวชนดีเด่นและนำชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติ ประจำปี 2567 เพื่อเข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี เนื่องในงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2567 เมื่อวันที่ 10 มกราคม 2567 โดยการรับราวัลในครั้งนี้พิจารณาการคัดเลือกจากผลงานของวงดุริยางค์โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัยที่ได้รับรางวัล GOLD DISTINCTION เหรียญทองเกียรติยศ WINNER IN MIDDLE CLASS ชนะเลิศการประกวดในระดับนานาชาติในงานเทศกาลดนตรี The 24th International Festival of Wind Orchestras Prague

เมื่อวันที่ 24 มิถุนยน 2566 ณ โรงแรม Olsanka Congress Hall กรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก และรางวัล GOLD DISTINCTION เหรียญทองเกียรติยศ รองชนะเลิศอันดับ 1 ในการประกวดวงดุริยางค์นั่งบรรเลงระดับนานาชาติรายการ Rasteder International Music Festival 2023 (European Open Championship) เมื่อวันที่ 2 ก.ค. 2566 ณ เมืองอาร์สทีเดอร์ (Rastede) ประเทศเยอรมนี

เจนกิจ นัดไธสง รายงาน 


© Copyright 2021, All rights reserved. THE STATES TIMES
Take Me Top